ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : คนงาม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2562 23:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คนงาม
แบบอักษร

 

คนงาม 

 

 

หลังจากที่จิวจื่อรีบเดินออกมาจากร้านเช่ารถม้าหน้าเลือด ก็หันไปเอ่ยถามกับบ่าวรับใช้

“พวกเจ้ารู้จักโรงเตี๊ยมที่อาหารขึ้นชื่อหรือไม่” พร้อมกับทสีหน้าปานจะกินคนลงไปได้ ก็เพราะตอนนี้ใกล้จะเที่ยงวันแล้วนะสิ

บ่าวรับใช้หันไปมองหน้ากันก่อนที่จะมีคนหนึ่งพูดขึ้นมา

“โรงเตี๊ยมที่อาหารขึ้นชื่อก็ต้องเป็นโรงเตี๊ยมจางฉื่อ ว่ากันว่าอาหารที่นั้นอร่อยสมกับที่ครองอันดับหนึ่งของงานประลองอาหารหน้าพระที่นั่งมาห้าสมัย และอาหารที่ได้รับชัยชนะมีชื่อเรียกกันว่าเป็ดทองขอรับ”

“อืม น่าสนใจยิ่งนัก พวกเจ้าพาข้าไปที่นั้นเร็วเข้าก่อนที่ข้าจะกินพวกเจ้าไปแทน” จิวจื่อทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนที่จะเปลี่ยนไปเป็นยักษ์แทนเมื่อตัดสินใจได้แล้ว

“ขอรับ/ขอรับ” บ่าวรับใช้เมื่อเห็นดังนั้นจึงรีบพานายของตนไปก่อนที่จะมากินพวกตน

ในขณะที่จิวจื่อรีบเดินไปที่โรงเตี๊ยมจางฉื่ออยู่นั้น ด้วยความที่เร่งรีบเกินไปของพวกตนทำให้ชนเขากับบุคคลคนหนึ่ง

“โอ้ยยย!!!”

“....!”

การเจอกันครั้งแรกของทั้งสองนั้นเปรียบเสมือนการพบเจอกันของพระนางที่มีกลีบดอกไม้ปลิวไสว แต่อย่างไรก็ตามที่แห่งนี้คือตลาดจะไปหากลีบดอกไม้ได้ที่ไหนล่ะดังนั้นภาพตรงหน้าของชาวบ้านทั้งหลายจึงกลายเป็นดังสำนวนว่า เป็นคางคกคิดจะอาจเอื้อมกินเนื้อห่านฟ้า

เมื่อจิวจื่อเงยหน้าขึ้นมาก็ตกตะลึง

จะไม่ให้ตกตะลึงได้ไงล่ะเมื่อคนตรงหน้านั้นสวยงามราวกับเทพเซียน ดวงตาเรียวคม จมูกโด่ง ริมฝีปากอวบอิ่ม รับกับใบหน้าสวยคม

จ้องมองสักพักจิวจื่อก็รู้สึกตัวเมื่อร่างโปร่งตรงตรงหน้ายื่นมือเรียวเข้ามาช่วยพยุงให้จิวจื่อลุกขึ้นด้วยสีหน้าเป็นห่วง

ใช่! คุณอ่านไม่ผิดหรอก ชนกันเมื่อสักครู่เป็นจิวจื่อที่ล้มลงไปส่วนคนงามตรงหน้านั้นยืนนิ่งไม่ไหวติ่งแม้แต่นิดเดียว

เมื่อจิวจื่อลุกขึ้นยืนได้แล้วบุคคลตรงหน้าก็พูดขึ้นมา

“คุณชายไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่ขอรับ” เสียงอันนุ่มนวลดังขึ้นมาในน้ำเสียงนั้นยังแฝงแววเป็นห่วงเจือเข้ามา

โอ้ ท่านผู้สร้างทำไมท่านลำเอียงขนาดนี้ ท่านสร้างสรรค์คนตรงหน้าข้าสวยงามราวกับเทพเซียนแม้ผู้หญิงแท้ยังอายไม่สิผู้ชายก็ด้วย แต่ทำไมท่านต้องสร้างเข้ามาเป็นผู้ชายยย โฮฮฮ

เมื่อเห็นคนตรงหน้าท่าทางหดหู่บุคคลตรงหน้าจิวจื่อจึงส่งเสียงออกไปอีกครั้ง “เอ่อ....”

เมื่อจิวจื่อเห็นว่าคนตรงหน้าส่งเสียงออกมาจึงตอบกลับไป “แฮ่ม! ข้าไม่เป็นไรขอรับ แล้วท่านละ” พร้อมกับถามคนตรงหน้ากลับ

“ข้าไม่เป็นอะไรหรอก ก็ห่วงแต่ท่านที่...” พร้อมกับทำสีหน้าที่สงสารออกไป

“มันเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดเท่านั้นขอรับ โปรดอย่านำมาจำใส่ใจเลย” จิวจื่อตอบกลับด้วยสีหน้าที่เจื่อนๆ

“อ่า ข้าเข้าใจละ ว่าแต่คุณชายจะรีบไปไหนรึ”

“ข้า...”

ก่อนที่จิวจื่อจะตอบออกไปหมดนั้นได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นราวกับท้องฟ้าที่แปรปรวน

โครกกก ครากกก

ฉ่า//// เสียงนี้ไม่ใช้เสียงอะไรไหม้แต่เป็นเสียงใบหน้าของจิวจื่อที่แดงเถือก

“ฮึฮึ ข้าพอจะรู้แล้ว งั้นเพื่อเป็นการไถ่โทษให้ข้าเลี้ยงข้าวท่านเถิด” เขาพูดพร้อมกับหัวเราะออกมาเล็กน้อย

“เอ่อ แต่ข้าเป็นผู้ชนท่านนะขอรับ” เมื่อเห็นคนตรงหน้าเอ่ยมาเช่นนั้นจิวจื่อจึงแย้งออกมา

“แต่ข้าไม่ได้ล้มลงเป็นท่านต่างหากที่ล้มลงนะ” ชายตรงหน้าจิวจื่อยังยืนยันคำเดิม

“แต่ยังไงข้าก็เป็นผู้วิ่งมาชนท่านนะขอรับ” จิวจื่อตอบออกไปด้วยสีหน้าจริงจัง

“.......” ชายตรงหน้ายังยืนยิ้มเหมือนเดิมเพียงแต่ไม่พูดอะไรออกมา

“.......” จิวจื่อ

“.......” ชายตรงหน้า

เป็นจิวจื่อเสียอีกที่ทนยืนเกมจ้องตาไหวจึงได้แต่เอ่ยออกมา

“ถ้าข้ากินเยอะจนท่านไม่มีเงินจ่ายข้าไม่ช่วยท่านนะขอรับ”

หลังจากที่จิวจื่อพูดเสร็จชายตรงหน้าก็หัวเราะขึ้นมา

“ข้ามีมากพอ โดยเฉพาะท่าน

“ท่านว่าอย่างไรนะ” จิวจื่อร้องถามขึ้นมาเพราะเมื่อกี้มีเสียงดังขึ้นมาแทรกจึงได้ยินไม่ชัด

“ข้าบอกว่าข้ามีพอเลี้ยงท่านได้”

“อ้อ งั้นไปกันเถอะ” ถึงจะรู้สึกว่ามันมีมากกว่านั้นก็เถอะแต่เพื่อของกินจะทำเป็นว่าไม่ได้ยินก็ได้

เมื่อทั้งสองตกลงกันเรียบร้อยแล้วก็เดินไปที่โรงเตี๊ยมจางฉื่อทันที โดยที่ทั้งสองเดินไปพูดคุยกันไปจนถึงโรงเตี๊ยมจางฉื่อ

“ยินดีต้อนรับสู่โรงเตี๊ยมจางฉื่อขอรับ”

เป็นเสียงของเสี่ยวเอ้อร์ดังขึ้นมาเมื่อเห็นลูกค้าทั้งสองท่านเดินมาที่หน้าร้าน คนหนึ่งช่างรูปโฉมงดงามส่วนอีกคนก็เป็นหมูอ้วน ช่างไม่เหมาะสมกันเสียเลย

ถึงข้างในใจจะนินทาว่าร้ายไปยังไงแต่ใบหน้าของเสี่ยวเอ้อร์ก็ยังยิ้มแย้มอยู่เสมอ

“ไม่ทราบว่านายท่านมากี่ท่านขอรับ”

“สองคน ข้าขอเป็นห้องแบบส่วนตัว” เป็นเสียงของคุณชายที่ยืนข้างจิวจื่อตอบ

“เชิญทางด้านในขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์พูดออกมาพร้อมกับผายมือเชิญทั้งสองเดินเข้าไปข้างใน

เมื่อทั้งสองเดินมาถึงห้องแล้ว ทั้งสองคนก็นั่งลงที่เก้าอี้ คุณชายคนที่มากับจิวจื่อก็นั่งลงไปเหมือนกับคุ้นชินอยู่แล้วส่วนจิวจื่อนั้นเมื่อนั่ง ลงก็สำรวจห้อง เป็นห้องขนาดสี่เหลี่ยมไม่ค่อยขว้างเท่าไรคงเป็นเพราะมากันสองคน มีโต๊ะหนึ่งตัวเก้าอี้สองตัวพอดีท มีหน้าต่างเปิดออกไปได้

ก่อนที่จิวจื่อจะได้มองสำรวจไปมากกว่านี้ก็มีเสียงดังขึ้นมาขัดเสียก่อน

“คุณชายจะทานอะไร สั่งได้เลยขอรับ” เป็นเสียงของคุณชายที่มากับจิวจื่อดังขึ้น

“แหะๆ งั้นข้าไม่เกรงใจนะขอรับ” จิวจื่อตอบกลับ

“เชิญคุณชายเลย”

“ขอเป็นเป็ดทอง กุ้งมังกร ไก่ผัดถั่วลิสง แล้วก็เต้าหู้ทรงเครื่อง คุณชายจะเอาอะไรอีกเพิ่มไหมขอรับ” ประโยคแรกจิวจื่อหันไปสั่งกับเสี่ยวเอ้อร์ส่วนประโยคหลังหันไปถามคนที่นั่งตรงข้าม

“เท่านั้นเจ้าจะอิ่มรึ เอาไก่สับ ผัดหมี่ เสี่ยวหลงเปา ปอเปี๊ยะ” นอกจากจะไม่ตอบคำถามแล้วก็หันมาถามจิวจื่อแทนอีก ค่อยหันไปสั่งเพิ่มอีก

“อิ่มสิขอรับ ถ้าไม่อิ่มค่อยสั่งมาเพิ่มก็ได้”

“... ^_^ … ”

“อ่า เอาตามที่สั่งเลย” เป็นจิวจื่อที่ยอมแพ้เมื่อจ้องมองตากับคนหน้ายิ้ม

“ขอทวนรายการสักครู่นะขอรับ...” เมื่อเสี่ยวเอ้อร์ทวนรายการอาหารที่สั่งไปก็ถามขึ้นมาอีก “รายการอาหารทั้งหมดถูกต้องนะขอรับ”

“อืม” จิวจื่อตอบออกไป

“กรุณารออาหารสักครู่ขอรับ” พูดเสร็จเสี่ยวเอ้อร์ก็เดินออกไป

“.......” ชายตรงหน้า

“........” จิวจื่อ

“........” ชายตรงหน้า

“ว่าแต่คุณชายมีชื่อเสียงเรียงนามว่ากระไรขอรับ” เป็นจิวจื่อที่ถามขึ้นเมื่อทนความอึดอัดไม่ไหว

“นั้นสินะ เรายังไม่รู้จักชื่อของกันและกันเลย ข้าชื่อหย่งหนิงหวง จะเรียกว่าหวงเกอก็ได้ แล้วท่านละหมูน้อย”

“ข้าไม่ได้ชื่อหมูน้อยนะ!!” จิวจื่อร้องขึ้นพร้อมกับพองแก้ม แล้วพูดต่อ “ข้า ชื่อ ซิ่น จิว จื่อ” พร้อมกับเน้นชื่อแต่ละคำ

“จื่อเอ๋อสินะ” หนิงหวงพูดออกมาด้วยดวงตาหยีพร้อมรอยยิ้ม

“ท่าน!!”

“น่าๆ ว่าแต่จื่อเอ๋อเอาผ้าคลุมปิดหน้าไว้ทำไมรึ” หนิงหวงถามขึ้นมาอย่างสงสัย

ก็จิวจื่อนะเอาผ้ามาคลุมใบหน้าจนเหลือแต่ดวงตาทีโผล่มาให้เห็นเท่านั้น

“หน้าตาของข้ามันน่าเกียจน่ากลัวนะขอรับ” จิวจื่อตอบกลับด้วยใบหน้าเศร้าหมองพร้อมกับก้มหน้าลง

“ไม่เห็นจะเป็นไรเลย ใบหน้าน่าเกียจแต่ข้างในดีก็ดีกว่าคนที่มีใบหน้าหล่อสวยแต่ข้างในเน่าเฟะ”

จิวจื่อได้ยินดังนั้นรีบเงยหน้าขึ้นทันที

“ถ้าข้าเอาออกท่านอาจจะรังเกียจข้าก็ได้นะขอรับ” จิวจื่อถามขึ้นเพื่อความมั่นใจ

“เอาออกเถอะข้าไม่มีวันรังเกียจเจ้าอย่างแน่นอน” หนิงหวงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

เมื่อจิวจื่อได้ยินหนิงหวงเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่นจึงค่อยๆถอดผ้าคลุมออก ปรากฏใบหน้าขาวแต่มีตุ่มขึ้นมาบดบัง

“.....” หนิงหวง

จิวจื่อเม้มปากแน่นเมื่อเห็นคนตรงหน้าเงียบก่อนจะพูดออกมา “...ท่านคงรังเกียจมากสินะขอรับ” นึกว่าจะได้เพื่อนแล้วเสียอีก

หนิงหวงได้สติขึ้นมาเมื่อได้ยินจิวจื่อพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้า

“อ่ะ เปล่าหรอกข้าแค่คิดว่าเมื่อรักษาหายใบหน้าของเจ้าจะเป็นอย่างไร” หนิงหวงรีบพูดขึ้นมาก่อนที่คนตรงหน้าจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้

“เอ๊ะ งั้นเหรอขอรับข้านึกว่าท่านจะรังเกียจข้า” จิวจื่อทำหน้าเหลอหลา

“ไม่มีทางเสียหรอก ยังไงเจ้าก็ยังเป็นเจ้า” หนิงหวงตอบออกมาด้วยรอยยิ้ม

“ขออภัยขอรับนายท่านทั้งสอง อาหารมาแล้ว”

เมื่อหนิงหวงพูดจบพอดีกับเสี่ยวเอ้อร์นำอาหารเข้ามาก่อนที่จะลำเลียงขึ้นมาบนโต๊ะอาหาร แล้วพูดขึ้นมาว่า

“ถ้าพวกท่านต้องการอะไรเพิ่มเรียกได้เลยนะขอรักข้าจะยืนรอที่หน้าห้อง ขอให้รับประทานอาหารให้อร่อยขอรับ” เสี่ยงเอ้อพูดจบก็เดิน ออกไป

“จื่อเอ๋อทานนี้สิ อร่อยนะ” หนิงหวงพูดขึ้นพร้อมกับยกตะเกียบคีบเป็ดทองไปให้จิวจื่อ

“หวงเกอก็ทานนี้สิขอรับ” จิวจื่อก็คีบไก่ผัดถั่วลิสงไปให้บนถ้วยข้าว

ทั้งสองคนทานอาหารด้วยกันอย่างมีความสุขเมื่อได้เปิดใจคุยกันจนกระทั่งหนิงหวงพูดขึ้นมา

“โอ๊ะ ข้าเกือบลืม” หนิงหวงพูดขึ้นพร้อมกับหยิบกระปุกขึ้นมากระปุกหนึ่ง

“อะไรรึขอรับ” จิวจื่อถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

“ข้าเพิ่งนึกได้ว่ามีกระปุกยารักษาใบหน้าของจื่อเอ๋ออยู่นะ”

“หวงเกอมีได้อย่างไรขอรับ” จิวจื่วถามด้วยสายตาเคลือบแคลง

“หึหึ พอดีข้าจะเอาไปให้ท่านแม่เพราะท่านแม่ก็มีตุ่มขึ้นบนใบหน้าเหมือนใบหน้าของจื่อเอ๋อเพียงแต่มีแค่เล็กน้อยเท่านั้น” หนิงหวงเอ่ย อธิบาย

“จะดีรึขอรับหวงเกอที่เอามาให้ข้า” จิวจื่อถามด้วยความเกรงใจ

“ไม่เป็นไรข้าพอมีเหลืออยู่ จื่อเอ๋อเอาไปเถอะถือสะว่าเป็นของขวัญที่เราเจอกัน” หนิงหวงเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม

“งั้นข้าไม่เกรงใจนะขอรับ แล้วก็นี้ของจากข้า” จิวจื่อพูดพร้อมกับยื่นถุงหอมไปให้

ก็มีอยู่กับตัวแค่นี้ ถ้าไม่พกถุงหอมมาก็จะได้กลิ่นตัวนี้ละความลำบากของคนอ้วนที่มีกลิ่นเฮ้อ~ 

“ขอบคุณจื่อเอ๋อ” หนิงหวงตอบออกไปด้วยรอยยิ้มมีความสุข

แล้วทั้งสองก็ทานข้าวกันต่อ

เมื่อทั้งสองทานกันจนอิ่มก็แยกย้ายกันกลับแต่ก่อนที่จะกลับหนิงหวงก็เรียกจิวจื่อไว้

“จื่อเอ๋อ”

“ขอรับ”

“เราจะได้พบกันอีกรึไม่”

“ถ้ามีวาสนาต่อกันเราคงจะได้พบกันอีกขอรับ”

“นั้นสินะ”

“แล้วเจอกันใหม่หวงเกอ”

“แล้วเจอกันใหม่จื่อเอ๋อ”

ทั้งสองแยกจากกันด้วยรอยยิ้ม

 

 

..........................................................................

- หย่งหนิงหวงคือใคร?

- จะได้เจอกันอีกไหมหนอออ

- ตอนนี้ก็จะเรื่อยๆไปก่อน?

- เจอกันตอนหน้าเด้อ

 

ความคิดเห็น