facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เป็นแฟนคนเถื่อน : 16

ชื่อตอน : เป็นแฟนคนเถื่อน : 16

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 594

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2564 11:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เป็นแฟนคนเถื่อน : 16
แบบอักษร

 

 

เป็นแฟนคนเถื่อน : 16 

 

 

Marut Part : 

ช่วงสายของวันหยุดเราก็ไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าการนอนบนเตียงและดูหนังด้วยกัน รัชช์ติดซีรี่ส์หลายเรื่องใน Netflix ส่วนผมก็นอนเล่นโทรศัพท์สลับกับดูหนังไปด้วย ก็รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง รัชช์ตั้งใจดูหนังมาก พอใกล้เที่ยงผมก็โทรสั่งอาหารมากิน กินข้าวเสร็จก็ย้ายมานั่งเล่นกันที่ห้องนั่งเล่น รัชช์เปิดเพลงฟังพร้อมอ่านหนังสือไปด้วย ส่วนผมยืนล้างจานอยู่ในครัว  

วิถีพ่อบ้านก็แบบนี้แหละ 

Rrrrr~ 

“รุต โทรศัพท์” เสียงร้องตะโกนของรัชช์ดังขึ้นมาทันทีหลังจากที่มีเสียงโทรศัพท์ดัง 

“ใครโทรมา?” ผมชะโงกหน้ามองออกไปข้างนอกห้องครัว เห็นคนดีของตัวเองนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟาโดยมีเสียงเพลงดังคลอเบา ๆ  

“ชนัญ” ชื่อที่ได้ยินทำเอาผมเซ็งไปเลย 

“ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละ” ผมไม่สนใจที่จะรับ ไม่สนด้วยว่าอีกฝ่ายจะมีธุระหรือมีปัญหาอะไร แค่เมื่อวานไปรับกลับคอนโดฯ ผมก็คิดว่ามันมากพอแล้ว ผมเลิกสนใจเรื่องโทรศัพท์แล้วหันมาล้างจานให้เสร็จเร็ว ๆ วันนี้ผมมีแผนจะฟัดเมีย มันเขี้ยวอีกฝ่ายมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว วันนี้จะฟัดให้จมเตียงเลย 

หลังล้างจานเสร็จผมก็เดินเข้าไปอาบน้ำให้รู้สึกสดชื่น อากาศประเทศไทยนี่ร้อนจริง ๆ เลยนะครับ อาบน้ำเสร็จก็เดินเปลือยอกออกมา เห็นคนดีนอนคว่ำอ่านหนังสืออยู่ก็ยกยิ้มกริ่ม 

“ที่รักครับ~” ผมเดินเข้าไปหารัชช์ก่อนจะทิ้งตัวลงทับร่างที่เล็กกว่า 

“ครับ~” อีกฝ่ายรับคำลากเสียงยาวอย่างน่ามันเขี้ยว 

ฟอด! 

“หอมจัง” กดจมูกโด่งเข้ากับแก้มขาว หอมแก้มอีกฝ่ายไปฟอดใหญ่  

“ไม่ไปใส่เสื้อผ้าดี ๆ ล่ะ” รัชช์พลิกตัวมานอนมองหน้าผม คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย  

“ใส่ทำไม เดี๋ยวก็ถอด” ผมว่าพร้อมหัวเราะในลำคอเบา ๆ ตอนนี้ผมใส่แค่บ็อกเซอร์ตัวบางเพียงเท่านั้น มันแทบปกปิดร่างกายไม่ได้เลย แต่แบบนี้แหละดีแล้ว เสื้อผ้าน้อยชิ้นมันถอดง่ายไม่เปลืองเวลา 

“หื่นอีกแล้ว” รัชช์ตีหน้ายุ่ง 

จุ๊บ! 

“หื่นกับคุณแค่คนเดียวครับ” กดจูบที่ปากนุ่มแล้วยกยิ้มกว้าง หื่นกับเมียตัวเองมันไม่ผิดสักหน่อย มีเมียน่ารักน่าฟัดขนาดนี้ก็ต้องอยากกอดรัดบ่อย ๆ เป็นธรรมดา  

“น่ากลัว” รัชช์เบ้หน้าใส่ 

“กลัวจริงเหรอ?” ผมอมยิ้มถาม มือก็ลูบไล้ไปตามลำตัวอีกฝ่าย 

“รุต~” รัชช์เรียกผมหน้างอ อีกฝ่ายทำหน้าตางอแงจนผมอยากแกล้งหนักกว่าดิม ก็เป็นแบบนี้ไงผมถึงได้อยากฟัดเขาตลอดเวลา รัชช์นี่โคตรดีต่อใจเลย 

ครืด~ ครืด~ 

เสียงสั่นครืดคราดของโทรศัพท์ดังอยู่ใกล้ ๆ ตัว ผมเหลือบมองโทรศัพท์ตัวเองที่ถูกปิดเสียงไว้ หน้าจอขึ้นโชว์เบอร์ของชนัญ ผมคิดว่ารัชช์คงรำคาญเสียงเลยกดปิดเสียงเอาไว้ แต่การตั้งสั่นก็ทำให้เรารำคาญได้เหมือนกัน 

“โทรศัพท์” รัชช์ที่เห็นผมนิ่งไม่ยื่นมือไปกดรับสายก็พูดขึ้นมา 

“ช่างมัน” ผมว่าอย่างไม่แยแส เลิกสนใจโทรศัพท์แม้ว่ามันจะยังคงสั่นอยู่อย่างต่อเนื่องแล้วหันกลับมาสนใจเมียคนดีต่อ ผมยกยิ้มเมื่อเห็นรัชช์มองหน้าผมอยู่ กดจูบลงที่ริมฝีปากนุ่มนิ่มเหมือนเยลลี่เบา ๆ หนึ่งทีก่อนจะผละมากดจูบที่ซอกคอหอมหวาน  

“รุต อ๊ะ!” เสียงครางแผ่วเบาดังมาให้ได้ยินในตอนที่ผมแลบลิ้นเลียผิวขาวก่อนจะขบเม้มเบา ๆ จงใจให้มันขึ้นรอยสีแดงจาง ๆ บนผิวเนื้อ รัชช์เป็นคนที่ขาวมาก ผิวขาวบาง แตะนิดแตะหน่อยก็เป็นรอยเต็มไปหมด และผมก็คิดว่ารอยช้ำจาง ๆ นี้มันเหมาะที่จะอยู่บนตัวรัชช์มาก 

“ชอบเสียงคุณจังเลย หวานเหมือนตัวคุณเลย” ผมกดจูบไปทั่วแผ่นอกบาง เสียงรัชช์หวาน ไม่ว่าจะเสียงพูดหรือเสียงร้องคราง  

“อะ อือ รุต” มือเรียวยกขึ้นกำเส้นผมของผมเอาไว้แน่นในตอนที่ผมกำลังหยอกล้อกับยอดอกสีหวานผ่านเสื้อยืดตัวบาง 

เซ็กซี่ว่ะ 

“รู้สึกดีไหม?” ผมยกมือขึ้นลูบไล้ไปทั่วร่างกายของอีกฝ่ายก่อนจะสอดมือเข้าไปภายใต้กางเกงเอวยางยืดของอีกฝ่าย สัมผัสสิ่งที่อยู่ภายในอย่างเบามือ ใบหน้าหล่อเหลาแสดงสีหน้าตกใจออกมาทันที 

“รุต อย่าแกล้ง” อีกฝ่ายเอ็ดเสียงดุ หน้าตาเริ่มยุ่งเหยิง 

“ชอบไหม?” ผมดึงทั้งกางเกงขาสั้นและบ็อกเซอร์ตัวจิ๋วลงมากองอยู่ที่ขอเท้าเล็กพร้อมกัน รัชช์เปลือยท่อนร่างอยู่ตรงหน้า ผมยกมือขึ้นสัมผัสกับกลางกายที่อยู่ตรงหน้าลูบไล้ไปมาเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ขยับมือปลุกปั่นอารมณ์อีกฝ่ายให้ตื่นขึ้นมา แต่ที่น่าตลกกว่านั้นคือร่างกายของผมกลับตอบสนองได้ดีกว่าร่างกายของรัชช์เสียอีก ยังไม่ทันได้สัมผัสก็ตื่นตัวขึ้นมาเสียแล้ว เพียงแค่เห็นร่างกายของรัชช์ ผมก็พร้อมที่จะกระโจนเข้าใส่อีกฝ่ายทันที  

“ชะ ชอบ อืม~” รัชช์ตอบกลับเสียงกระเส่า ผมจ้องมองใบหน้าหวานด้วยความหลงใหล ช่วงเวลาที่รัชช์กำลังจะปลดปล่อยนี่แหละคือภาพที่สวยงามในสายตาของผม 

“ผมก็ชอบ” ผมยกยิ้มกริ่ม พรมจูบไปทั่วแผ่นอกขาว มือก็ขยับขึ้นลงเร็ว ๆ เพื่อช่วยให้คนรักได้สุขสม ใบหน้าของรัชช์เริ่มบิดเบี้ยวไปตามแรงอารมณ์ แต่มันก็ยังเป็นภาพที่น่ามองอยู่ดี 

“อ๊ะ อ่า” รัชช์ขยับตัวรับกับการขยับมือของผมเบา ๆ ขาเรียวสวยยกขึ้นตั้งฉากแล้วอ้าออกกว้าง ผมจับขาเรียวขาวข้างหนึ่งขึ้นมาพาดบ่าตัวเองเอาไว้แล้วเร่งมือให้ขยับเร็วขึ้น ขาอีกข้างของรัชช์เสียดสีไปมาอยู่ของลำตัวของผม  

รัชช์ในตอนที่ใกล้จะเสร็จโคตรดีต่อใจเลย 

หลังจากนั้นไม่นานรัชช์ก็ปลดปล่อยออกมาเต็มมือของผม เห็นแบบนั้นแล้วก็อดจะยกยิ้มไม่ได้ คนดีของผมนอนหอบแฮกอยู่บนเตียง ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงจัดเพราะอุณหภูมิในร่างกายที่สูงขึ้น ผมขยับตัวไปหยิบกล่องถุงยางอนามัยกับเจลหล่อลื่นออกมา เอื้อมหยิบหมอนหนุนมาลองที่ใต้สะโพกของคนรักก่อนจะป้ายเจลหล่อลื่นลงไปที่ช่องทางสีสดที่มีผมเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้ครอบครอง เพียงแค่สอดนิ้วเข้าไปเพียงนิ้วเดียวรัชช์ก็สะดุ้งเฮือกแล้ว ผมพยายามเบามืออย่างมากเพื่อที่จะไม่ทำให้รัชช์ต้องเจ็บตัว  

ก็บอกแล้วไงว่าผมอยากจะทะนุถนอมรัชช์ให้ได้มากที่สุด 

ผมเพิ่มนิ้วเข้าไปจากหนึ่งเป็นสองจากสองเป็นสาม ขยับนิ้วเขาออกเบา ๆ ขยายช่องทางด้านหลังให้กว้างขึ้นเพื่อรับอะไรที่ใหญ่โตกว่านิ้วมือ รัชช์นอนบิดตัวไปมาตามแรงอารมณ์ที่ตนรู้สึก ผมแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผาด ไม่ว่าจะมองยังไง รัชช์ก็ดูงดงามในสายตาผมเสมอ ผ่านไปสักพักเมื่อร่างกายรัชช์เริ่มปรับตัวได้ ผมก็ดึงนิ้วออกแล้วขยับลุกถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก ร่างกายของผมมันพร้อมอยู่นานแล้ว สวมถุงยางแล้วจับมันค่อย ๆ สอดเข้าไปในร่างกายบาง ขาเรียวยาวอ้ากว้างขึ้นเพื่อให้ผมดันตัวเองเข้าไปได้ง่าย ๆ คนดีกัดริมฝีปากตัวเองแน่นในตอนที่ผมดันส่วนนั้นเข้าไปจนสุด ผมนิ่งค้างอยู่สักพักเพื่อให้ร่างกายของอีกฝ่ายปรับตัวได้  

“ขาสวยจังวะ” ผมหันมาให้ความสนใจกับขาเรียวที่แนบอยู่ข้างลำตัวของผม ผมยกขารัชช์ขึ้นพาดบ่าอีกครั้งและพรมจูบไปทั่วต้นขาขาว ข้อดีของการมีแฟนสูงคือแขนขายาวหุ่นเพรียวบางน่าขย้ำ รัชช์นอนมองผมด้วยดวงตาฉ่ำน้ำ ผ่านไปสักพักคนตัวเล็กก็พยักหน้าเบา ๆ ผมถึงเริ่มขยับร่างกายเบา ๆ   

“รุต” เสียงเรียกแผ่วเบาดังมาจากคนตัวเล็กของผม 

“ครับ” ผมขานรับเสียงหวาน 

“จูบหน่อย” อีกฝ่ายมองผมด้วยหน้าตาออดอ้อน 

“อืม~” ผมก้มลงไปประกบริมฝีปากจูบกับอีกฝ่ายแผ่วเบา ขบเม้มริมฝีปากนุ่มนิ่มก่อนจะค่อย ๆ สอดเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนหาความหวานจากปากของอีกฝ่าย  

“อะ อา รุต” รัชช์ถอนริมฝีปากออกแล้วส่งเสียงครางกระเส่า ผมยกยิ้มกว้างด้วยความชอบใจ เสียงรัชช์หว๊านหวาน 

“รู้สึกดีไหม?” ผมอมยิ้มถาม 

“อื้อ” รัชช์รับพยักหน้าเบา ๆ  

“รักคุณเล็กนะครับ” ผมบอกรักเขาเสียงทุ้มนุ่มละมุน 

“รักมารุตเหมือนกันครับ” รัชช์ยกยิ้มบาง 

ฟอด! 

เห็นแบบนั้นแล้วก็อดจะก้มลงไปหอมแก้มอีกฝ่ายไม่ได้ มันเขี้ยวว่ะ น่ารักน่าฟัดอะไรขนาดนี้ วันนี้รัชช์ต้องตัวช้ำแน่ จะฟัดให้จมเตียงเลย 

  

 

 

 

 

หลังจากที่ฟัดรัชช์จนสมใจแล้วผมก็อุ้มคนดีไปอาบน้ำ จับแต่งตัวเสร็จก็พามานอน รัชช์หมดแรงตัวอ่อนปวกเปียกมาก ผมทั้งขำทั้งสงสาร ตอนอยู่บนเตียงก็ยั่วผมไปหลายรอบ แต่พอเจอผมเล่นกลับล่ะตัวอ่อนยวบเลย น่ารักฉิบหาย ระหว่างที่รัชช์นอนหลับผมก็หยิบโทรศัพท์ว่าจะกดโทรออกหาไปหาแม่ แต่สายตาดันไปบังเอิญเจอเข้ากับเบอร์ล่าสุดที่โทรเข้ามา 

หืม?  

ผมกดรับสายชนัญตอนไหน? ทำไมมันขึ้นว่ารับสาย แล้วนานตั้งเกือบ 10 นาที ผมว่าผมไม่ได้ไปโดนโทรศัพท์นะ จำได้ว่าตอนที่ชนัญโทรเข้ามาผมไม่ได้เฉียดเข้าใกล้โทรศัพท์เลยแม้แต่น้อย 

อ่า ผมว่าผมรู้แล้วล่ะ  

แสบเหมือนกันนะเนี่ย 

“ที่รักครับ” ผมหันมาเรียกคนที่กำลังหลับอยู่ ไม่อยากปลุกหรอกแต่มันอดใจรอไม่ได้จริง ๆ 

“อือ” รัชช์ส่งเสียงขานรับงัวเงีย 

“กดรับสายชนัญเหรอ?” ผมถามยิ้ม ๆ พร้อมโชว์หน้าจอโทรศัพท์ให้อีกฝ่ายดู หลักฐานตำตาขนาดนี้จะปฏิเสธยังไงน้า~ 

“มือไปโดน” รัชช์นิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะตอบกลับมาหน้าตาย  

“หึ ๆ มือลั่นบ่อย ๆ แบบนี้ก็ดีนะครับ ผมชอบ” ผมหัวเราะร่วนชอบอกชอบใจใหญ่ คิดไว้แล้วว่ารัชช์ไม่น่าปฏิเสธ แต่ก็ไม่คิดว่าจะยอมรับหน้าตายแบบนี้ กับรัชช์นี่ผมยอมใจเลย ชอบทำอะไรที่เหนือความคาดหมายของผมอยู่เสมอ อย่างครั้งนี้ ใครจะไปคิดว่าคนดีของผมจะกดรับสายให้อีกฝ่ายได้ยินบทรักอันเร่าร้อนของเราทั้งคู่  

ร้ายว่ะ  

แต่ชอบฉิบหายเลย  

เด็ดสุดแล้วเมียผมน่ะ 

“โรคจิต” มองผมด้วยหางตาแล้วขยับหนีเหมือนรังเกียจ 

“ว่าผมนี่ไม่ดูตัวเองเลยนะ กดรับสายให้คนอื่นมาได้ยินตอนเราทำรักกันเนี่ย” ผมว่าล้อ ๆ บอกไปใครจะเชื่อว่ารัชช์ อัศวบุญโชคจะร้ายเงียบขนาดนี้ โคตรเผ็ดเลย So Hot ว่ะ 

“ก็บอกแล้วไงว่ามือมันไปโดน” รัชช์ทำเป็นไม่ทุกข์ร้อน ว่าออกมาด้วยใบหน้าซื่อ ๆ ถ้าเป็นคนอื่นคงหลงเชื่อไปแล้วล่ะว่ารัชช์มือไปโดนจริง ๆ แต่ผมอยู่กับรัชช์มานานแล้ว อยู่ด้วยกันตลอด ผมรู้ดีว่าแฟนผมน่ะร้ายแค่ไหน แหม ก็นี่น้องชายของริคเร็กซ์นี่ครับ พี่ร้ายยังไงน้องก็ร้ายไม่ต่างกันหรอก

“ไม่เชื่อหรอก ผมรู้ว่าคุณน่ะร้าย” หรี่ตามองอย่างจับผิด

“ถ้าเราร้ายแล้วจะไม่รักเราเหรอ?” เขาถามออกมาหน้าซื่อ แววตาดูหม่นแสงลงเล็กน้อย ทำหน้าเศร้าอะไรขนาดนั้น

“ใครบอก แบบนี้แหละผมยิ่งชอบ เร้าใจดี” ผมดึงร่างเล็กเข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยงเอาไว้แน่น รัชช์ร้าย ผมรู้อยู่แล้ว แต่ร้ายแบบนี้แหละดี ผมก็ไม่ได้ชอบคนหงิม ๆ เรียบร้อยอะไรหรอกนะ แต่อย่างที่ไอริสเคยทำอันนั้นผมก็รับไม่ได้ว่ะ ผมชอบคนฉลาดแบบรัชช์มากกว่า

“โรคจิตจริง ๆ ด้วย” รัชช์เบี่ยงหน้าหนีไม่ยอมให้ผมกดจูบ

“ชอบจังเวลาคุณหึงแบบนี้” อารมณ์ดีชะมัด ชอบจริง ๆ นะที่รัชช์เป็นอย่างนี้ แม่งแบบ ได้ใจว่ะ

“ชอบให้เราหึงหรือไง?” รัชช์ทำหน้ายู่

“ชอบสิ เพราะคุณรักผมมาก คุณเลยหึงผมมากใช่ไหม?” ยกยิ้มกริ่มอย่างมีความสุข บอกแล้วเลือกเมียดีชีวิตก็จะดีตาม มันหมดยุคตบตีกันแย่งผู้ชายแล้วครับ เขาต้องมีทีเด็ดไว้จัดการกับพวกเหลือบไร

บอกแล้วว่าแฟนผมน่ะเผ็ดสุดแล้ว

ถ้าเร็กซ์เปรี้ยวจี๊ดเป็นมะนาวร้อยสวน รัชช์นี่เผ็ดแบบพริกร้อยเม็ดเลยนะ

“ใช่แล้ว เล็กรักรุตมาก ๆ เลยนะรู้ไหม?” ใบหน้าหวานซบลงบนแผ่นอกเปลือยเปล่าพร้อมกับที่แขนเรียวยกขึ้นกอดเอวผมเอาไว้หลวม ๆ

“คุณ! เขินว่ะ” อยู่ดี ๆ ก็มาทำคนอื่นใจเต้นแรง เมียบอกรักแล้วเขินจัดเลยว่ะ ถ้าลงไปดิ้นได้จะทำแล้วนะ

“กาก” รัชช์กระตุกยิ้มมุมปากอย่างกวนประสาท

“เดี๋ยวเถอะ!” แกล้งทำหน้าดุให้อีกฝ่ายกลัว แต่อย่างรัชช์เหรอครับจะกลัวผม เหอะ ๆ มีแต่ผมนี่แหละที่จะกลัวเขา อยู่กับเพื่อนอย่างเสือ อยู่กับเมียอย่างหมา เป็นลูกหมาตัวเล็กตัวน้อยด้วยนะครับ พอดีเมียยกให้เป็นลูกหมาโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ครับ น่ารักมุ้งมิ้งมาก

จุ๊บ!

รัชช์ขยับมากดจูบที่ปากผมเบา ๆ ก่อนจะผละออกไปฉีกยิ้มกว้างจนตาหยีอย่างน่าฟัด

น่ารักจริง ๆ เลยโว้ย!

“ต่ออีกสักรอบไหม?” ผมถามเสียงหื่น

“พอแล้ว” แต่โดนมือขาวยกขึ้นมาดันหน้าออกอย่างแรง รุนแรงว่ะ แต่ชอบ

“หึ ๆ”

 

 

 

 

 

 

ชีวิตของผมยังคงดำเนินต่อไป การเป็นนักศึกษาปีสามทำให้ชีวิตผมเหนื่อยขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ไหนใครบอกว่าโตขึ้นแล้วจะสบายไง ขอตบปากคนพูดทีได้ไหม แต่ก็ทำได้แค่บ่นนั่นแหละครับ ชีวิตผมก็มีแค่นี้แหละ ไปเรียนกับกกเมีย เออ เดี๋ยวนี้เรียกรัชช์ว่าเมียได้เต็มปากแล้วนะครับ ภูมิใจว่ะ คุณรัชช์ที่ใครต่อใครใฝ่ฝันถึง เป็นของผมแค่เพียงคนเดียว สมน้ำหน้าไอ้พวกนั้น ตั้งเพจแอนตี้แล้วไง ก็ทำได้แค่เกลียดผมนั่นแหละ ส่วนผมก็มีความสุขอยู่กับรัชช์ ชีวิตโคตรดี

“มารุต” เสียงเรียกที่ผมจำได้ดีว่าเป็นใครดังขึ้นทำให้ผมที่กำลังจะเดินขึ้นตึกหยุดชะงัก

“อ้าว เจ๊” หันไปมองแล้วก็พบกับรุ่นพี่คนสนิท เจ๊มีนพี่รหัสของผมเอง

“ยังไม่เจอหลานรหัสเลย” เจ๊มีนเดินเข้ามาทักด้วยสีหน้าง่วง ๆ จริง ๆ เจ๊แกเป็นผู้หญิงสวยนะ เป็นถึงดาวคณะเลยด้วย แต่สภาพตอนนี้คือดูไม่ได้ นึกว่าป้าแม่บ้าน

“เป็นผู้ชาย ชื่อชนัญ” ผมบอกไปสั้น ๆ

“เห็นแต่ในรูป เออ วันนี้ว่างไหม?”

“ว่าง ทำไม?”ผมถามกลับด้วยความสงสัย

“เลี้ยงสายไง คนอื่นเขาเลี้ยงกันหมดแล้วเหลือแต่เราเนี่ย” เจ๊มีนว่าเซ็ง ๆ

“รีบเหรอ?” ผมขมวดคิ้วมอง นึกจะนัดก็นัดเลยเหรอวะ ไม่มีให้เตรียมตงเตรียมตัวอะไรเลย

“รีบสิ วันนี้ร้าน R ตอนสองทุ่ม จองโต๊ะไว้แล้ว” อีกฝ่ายว่าเสียงจริงจัง ผมถึงกับกลอกตามองบนเลย มันรวดเร็วดีจริง ๆ

“บอกพินหรือยัง?”

“ก็พินนี่แหละเป็นคนจองโต๊ะ”

“ไวตลอด” ผู้หญิงสายนี้นี่มันยังไงกันวะ เรื่องเหล้าเรื่องปาร์ตี้นี่ขอให้บอกพุ่งใส่ไม่มียั้ง

“ธรรมดา เออ ฉันไปก่อนนะต้องไปคุยงานกับอาจารย์” มาเร็วไปเร็ว

“ขอให้จบนะเจ๊” ปีสุดท้ายแล้ว อวยพรเจ๊แกหน่อยแล้วกัน

“เออ สาธุเลย” เจ๊มีนยกมือขึ้นไหว้ท่วมหัวก่อนจะวิ่งไว ๆ ไปขึ้นตึก ผมมองตามแผ่นหลังอีกฝ่ายไปงง ๆ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมีเรียนก็รีบเดินเข้าตึกตามไปเร็ว ๆ

 

 

 

 

 

การเรียนของผมเป็นไปอย่างน่าเบื่อ จริง ๆ ก็เบื่อกับการเรียนทุกวันนั่นแหละ อยากลาออกว่ะ แต่ลืมไปว่ามีเมียต้องเลี้ยงดูเลยลาออกไม่ได้ การเรียนเป็นเรื่องสำคัญ ต้องเอาใบปริญญาไปสมัครงาน เออ พูดถึงเมียแล้วรีบไปรับเมียดีกว่า บอกลากับเพื่อนสนิททั้งสองแล้วรีบเดินออกมาขึ้นรถ ตอนนี้รัชช์น่าจะอยู่ที่ห้องสมุด หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คดูก็พบว่ามีข้อความจากรัชช์ที่ส่งมาบอกว่ารออยู่ที่ห้องสมุด ผมพิมพ์ข้อความส่งกลับไปว่ากำลังไปรับ ไม่นานรัชช์ก็ตอบกลับมา ผมขับรถมาที่ห้องสมุด รัชช์ออกมายืนรออยู่แล้ว

“เล็ก วันนี้รุตไปเลี้ยงสายที่ร้าน R นะ” ผมบอกรัชช์ถึงเรื่องนัดหมายของตัวเองในวันนี้

“ไปกี่โมง?” รัชช์พยักหน้ารับรู้

“สองทุ่ม จะกลับก่อนเที่ยงคืนนะ” คนอื่นกลับกี่โมงไม่รู้แต่ผมคงไม่อยู่นานกะว่าไปนั่งดื่มสักชั่วโมงแล้วกลับ ไม่อยากอยู่นาน

“ถึงร้านแล้วโทรหาเราด้วย”

“จะรายงานตัวทุกชั่วโมงเลยดีไหม?” จะโทรหาตั้งแต่ออกจากห้องยันถึงร้านเลย ดูโอเว่อร์ไปไหมครับ? แต่ผมว่าไม่นะ เพราะผมสามารถทำตัวโอเว่อร์ได้มากกว่านี้อีก

“ไม่ต้องขนาดนั้นหรอก แค่บอกเราตอนถึงที่ร้านกับตอนจะกลับก็พอ” รัชช์ส่ายหน้าเบา ๆ คล้ายเอือมระอากับความเยอะสิ่งของผม

“โอเค” เอาตามที่รัชช์บอกก็ได้ เดี๋ยวมากไปแล้วโดนว่า เอาแบบพอดี ๆ ก็แล้วกันเนอะ

กลับมาถึงห้องปุ๊บรัชช์ก็เดินเข้าครัวทำอาหารทันที ส่วนผมก็เข้ามาอาบน้ำแล้วนอนแผ่อยู่บนเตียง พอรัชช์ทำอาหารเสร็จก็เดินเข้ามาเรียกผม มื้อเย็นวันนี้เป็นข้าวผัดอเมริกันง่าย ๆ กับน่องไก่ทอด ซึ่งผมเพิ่งบ่นว่าอยากกินไปเมื่อวาน แล้วแฟนคนดีของผมก็ทำให้กินตามใจ

น่ารักเนอะ แฟนที่ดี แฟนที่นายมารุตคู่ควร

หลังกินข้าวเสร็จเราก็ย้ายมานั่งเล่นในห้องนอน รัชช์ดูหนังอยู่บนเตียง ส่วนผมก็นอนเล่นเกมในโทรศัพท์

“เล็ก ช่วยรุตเลือกชุดหน่อย” พอถึงเวลาผมก็ลุกมาเลือกเสื้อผ้าเตรียมตัวออกไปข้างนอก แต่เลือกเองแล้วไม่ได้ดั่งใจเลยขอให้คนดีมาช่วยเลือกให้

“ตัวนั้นกับตัวนั้น” นิ้วเรียวชี้ไปที่เสื้อยืดคอวีสีเทาเข้มกับกางเกงยีนสีดำสนิทพอดีตัว

“ไม่ธรรมดาไปเหรอ?” ผมมองเสื้อผ้าที่หยิบออกมาจากตู้ด้วยความสงสัย

“แล้วจะแต่งหล่อไปให้ใครดู?” อีกฝ่ายถามกลับมาหน้านิ่ง

“ไปกับผมไหมล่ะ?” ผมยกยิ้มเมื่อได้ยินคำตอบนั้น กลัวผมหล่อเกินไปล่ะสิ หึ ๆ ขี้หวงเหมือนกันนะเนี่ย

รัชช์ทำตัวน่ารักอีกแล้ว

“เลี้ยงสายรหัสนะจะเอาเราไปทำไม?” รัชช์ขมวดคิ้วมองงง ๆ

“โชว์ตัวไง เนี่ยสะใภ้ของสายนี้” ยักคิ้วกวน ๆ ให้เขาไปที แต่จริง ๆ รัชช์ก็เป็นที่รู้จักของสายรหัสผมอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าไม่เคยพาไปเปิดตัวสักหน่อย วันไหนหมั่นไส้คนก็พาแฟนไปที่คณะ บอกเลยไอ้พวกนั้นตายเรียบ มีแฟนเป็นอาวุธครับ รู้จักรอยยิ้มพิฆาตไหม เนี่ย! แฟนผมยิ้มทีคนตายเกลื่อนเลยนะ

“ตลก จะไปก็รีบไปเลย” ทำเป็นนิ่ง เก๊กขรึมว่ะ ดูออก

“เขินล่ะสิ” ผมหัวเราะหึ ๆ รัชช์เวลาเขินชอบทำดุ ทีตัวเองเขินล่ะทำนิ่ง แต่พอผมเขินเมื่อไหร่นะล้อไม่เลิก

“ใครเขาจะเขินกับเรื่องแค่นี้ ไม่ได้อ่อนเหมือนรุตสักหน่อย” ดู ปีกกล้าขาแข็ง ปากเก่ง สุดจัด

“โอ้โห หยามกันมาก” ฟังแล้วจี๊ดเลย แบบปรี๊ด ๆ สบประมาทกันอะไรขนาดนั้น นี่ผมกลายเป็นนายกระจอกไปเลยนะ

“รีบไปเลย เราจะดูหนัง” ทำเสียงจิ๊จ๊ะใส่แล้วหันหนีไปดูหนังต่อหน้าตาเฉย

“ครับ~” ผมลากเสียงยาว เตรียมจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำ แต่นึกอะไรได้เลยเอาเสื้อกับกางเกงแขวนไว้หน้าตู้แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้ามันตรงนี้เลย รัชช์หันมาถลึงตาใส่ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอย่างไว

เนี่ย เขินได้น่ารักขนาดนี้แล้วจะไม่ให้ผมแกล้งแหย่ได้ยังไง

มันเขี้ยวอีกแล้วว่ะ

Rrrrr~

เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จยังไม่ทันได้เดินไปไหนเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ผมเดินไว ๆ ไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แต่พอเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามาก็ถึงกับทำหน้าเพลียทันที

“ชนัญอีกแล้ว” ผมกลอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย โทรมาทำไมนักหนาวะ ครั้งที่แล้วยังไม่เข็ดอีกเหรอ? ผมว่าที่รัชช์ทำมันก็ชัดเจนแล้วนะ ทำไมชนัญถึงยังไม่เลือกยุ่งกับผมอีกวะ?

“รับสิ” รัชช์ที่กด Stop การดูหนังหันมาพยักพเยิดหน้าใส่โทรศัพท์ผม ผมมองหน้ารัชช์ มองด้วยความสงสัยว่าแฟนคนดีคิดอะไรอยู่ถึงบอกให้ผมรับสายจากชนัญ แต่พอมองสบตากันแล้วถึงได้เข้าใจ

“ฮัลโหล” ผมกดรับสายตามที่รัชช์ต้องการ กดเปิดสปีกเกอร์โฟนให้รัชช์ได้ยินด้วย แสดงความบริสุทธิ์ใจครับ จะทำอะไรหรือคุยอะไรต้องให้เมียรับรู้ นี่ไง รักเมียมากเลยนะรู้เปล่า

(“พี่มารุตออกจากคอนโดฯ หรือยังครับ?”) ชนัญถามกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ดูดีใจ ก็คงดีใจที่ผมกดรับสายนั่นแหละ แต่บอกเลยนะว่าผมไม่ได้อยากรับ ถ้าเมียไม่สั่งก็ไม่ทำหรอก จำไว้!

“กำลัง” ผมตอบกลับเสียงห้วน ๆ ไม่ใช่ว่าจะมาขอติดรถไปด้วยหรอกนะ

(“ผมขอติดรถไปด้วยสิ ผมไปไม่ถูก”)

กูว่าแล้ว

“อืม รอที่หน้าคอนโดฯ ก็แล้วกัน” กะจะปฏิเสธ แต่พอเงยหน้าไปสบตากับรัชช์อีกฝ่ายกลับพยักหน้าเบา ๆ เป็นเชิงให้ผมตอบตกลง ผมเลยต้องเปลี่ยนคำตอบ

(“ขอบคุณครับ”) น้ำเสียงฟังดูสดใสดีใจผิดกับผมจริง ๆ

“ไปก่อนนะ” ผมเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงแล้วเดินไปหาคนที่นอนอยู่บนเตียง กดจูบที่หน้าผากเนียนเบา ๆ หนึ่งที

“บ๊ายบาย” รัชช์ยกมือโบกให้ผมเบา ๆ ด้วยท่าทางร่าเริง เห็นแล้วมันเขี้ยวเลยก้มลงไปฟัดแก้มนิ่มแรง ๆ ด้วยความรักและเอ็นดูอีกหลายที

 

 

 

 

------------------------------ 

 

 

 

 

 

 

กรี๊ด! คุณรัชช์!!! 

คุณรัชช์ขาร้ายมาก ร้ายแบบไม่เกรงใจใคร  

ร้ายชนิดที่ไม่เหลือให้คนอื่นได้ร้ายต่อ 

#คุณรัชช์เป็นคนร้าย ๆ  

ไม่แน่จริงเอามารุตไม่อยู่นะบอกเลย 

รัชช์คือเคะในอุดมคติเราค่ะ สูง หล่อ น่ารัก สุภาพ ใจดี ยิ้มสวย ฉลาด มีเหตุผล  

และร้ายเงียบ 

งื้ออออออออ  

อยากมีคุณรัชช์เป็นของตัวเอง 

  

ฝากเพจ 

ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ 

ด้วยนะคะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว