facebook-icon

ผลงานเรื่องแรก คิมเมจงเจริญ

ตอนที่ 2 : คืนแรก (แก้ไขแล้ว)

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 : คืนแรก (แก้ไขแล้ว)

คำค้น : คิมหันต์, เมษา, นิยายวาย, นิยายy, lastlove, รักสุดท้ายนายบ้านนอก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 96.8k

ความคิดเห็น : 134

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.พ. 2559 22:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 : คืนแรก (แก้ไขแล้ว)
แบบอักษร

เขายืนมองในสิ่งที่เรียกว่าห้องนอน มันดูแปลกตาจากสิ่งที่เขาเคยอยู่เคยอาศัย เขามองห้องไม้ทรุดโทรมแต่ถ้าพูดถึงความสะอาดก็โอเคอยู่ ไม่มีฝุ่นจับมากนัก ข้าวของถูกจัดวางเป็นระเบียบเรียบร้อยมันเป็นห้องนอนซึ่งทำจากแผ่นไม้กระดานกลั้น หน้าต่างสองบานเปิดไว้เพื่อรับรมเย็นๆมีเพียงตะขอเกี่ยวไว้ไม่ให้มันปิดเมื่อมีลมพัดแรงๆ

 

หน้าต่างที่นี่ทำหน้าที่แทนเครื่องปรับอากาศที่เขาเคยใช้เพิ่มความเย็นในห้องแบบสั่งได้ดั่งใจนึกสายตากวาดมองไปทั่วห้องเพื่อมองหาเครื่องอำนวยความสะดวก แต่กลับไม่พบสิ่งใด นอกจากฟูกธรรมดาที่เขายืนเหยียบอยู่

 

 ห้องนอน ......ผมยืนมองห้องที่เรียกว่าห้องนอน ไม่มีชั้นวางรองเท้า ไม่มีตู้โชว์ของ ไม่มีโคมไฟ ไม่มี.... ไม่มีแม้แต่เตียง แล้วจะนอนที่ไหน  

 

"นอนตรงไหนล่ะ"

   

"ฟูกไง ที่คุณเหยียบอยู่น่ะ"

 

เมษาชี้ไปที่เท้าของเขา เท้าที่กำลังเหยียบสิ่งที่เข้าต้องใช้หนุนนอนรองร่างกายในค่ำคืนนี้

       

เหยียบ? เห้ยผมยืนอยู่บนที่นอนหรอเนี่ย เล็ก ไม่นุ่ม ไม่สบาย แค่ยืนยังไม่นุ่มเท้าถ้านอนแล้วหลังจะพังมั้ย  

 

"ฉันจะไปซื้อเตียง"

 

ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมองไปที่ปลายเท้าของตัวเอง สายตาคู่เชียวทอดมองผืนผ้าธรรมดาไม่มียี่ห้อเหมือนที่ตนเคยใช้ คิมหันต์ย้ายเท้าของตนออกมาและเดินสำรวจจนทั่วห้อง เขาพูดเรื่องแบบนี้ขึ้นท่ามกลางตัวบ้านในพื้นที่ต่างจัดหวัดที่ห่างไกลความเจริญ      

           

"จะออกไปซื้อของแบบนั้นที่ไหน บ้านผมมันห่างถนนใหญ่ เราไม่มีรถออกไปรับของ กว่าเขาจะมาส่งก็กว่าครึ่งเดือน"

 

เมษาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเพราะตอบตามความเป็นจริง ในเมื่อเรื่องที่คิมหันต์พูดมันไม่สามารถเป็นไปได้

 

ครึ่งเดือน ... ห่างถนนใหญ่......สรุปง่ายๆคือหมอนี่ตอบทุกอย่างที่ผมยังไม่ได้ถาม 

                          

"ฉันนอนในที่แบบนี้ไม่ได้"

 

คิมหันต์ยืนท้าวเอวจังก้าทำท่าทำทางกวนประสาท จิ้ปากใส่คนตัวเล็กและแสดงหัวเสียเล็กน้อย ในใจคิดไว้เสมอว่ายังไงที่แบบนี้ก็ไม่ใช่ที่ที่ตนควรอยู่ เดิมทีเคยอยู่บ้านทรงหรู ที่นอนพื้นเตียงแสนนุ่ม ชุดผ้าห่มราคาแพง ห้องติดแอร์พร้อมเครื่องอำนวยความสะดวกมากมาย

 

"เคยนอนรึเปล่า"

 

เมษาพูดพรางเเงื้อมหยิบที่นอนและผืนผ้าที่คิมหันต์พึงเหยียบย่ำมันหมาดๆไปปัดฝุ่น               

 

"ก็ไม่เคยน่ะสิ"                     

 

"ถ้ายังไม่เคย แล้วรู้ได้ไงว่าจะนอนไม่ได้"

 

แน่นอนว่าคำพูดของเมษาทำให้คิมหันต์หมดทางที่จะทักท้วง พ่อหนุ่มไฮโซนิสัยเสียถึงกับต้องทิ้งตัวลงนั่งหลังพิงกำแพงห้อง เขาชันขาขึ้นสองข้างและวางแขนพาดไปที่หัวเข่าตัวเอง ในเมื่อตอนนี้ชีวิตมันเลือกไม่ได้ ก็ต้องจำใจรับมันซะ

  

(.........) พ่อครับทำไมส่งผมมาในที่ที่ลำบากแบบนี้

ทำไมพ่อถึงส่งผมมาน่ะรึ ท่านต้องไปประจำการที่ต่างจังหวัด ย้ายไปย้ายมาไม่เป็นหลักแหล่ง ความรักลูกชายไม่ไว้ใจให้ผมอยู่บ้านคนเดียว กลัวจะเที่ยวหมดกินหมด เลี้ยงเพื่อนหมดเลยส่งผมมาที่นี่ไงครับ ขับรถเข้ามาเป็นกิโล ดี ห่างไกลความเจริญดี สนุกจริงๆครับพ่อชีวิตแบบนี้สนุกตั้งแต่โดนหมาไล่งับ เหออออ...เหอๆ นั่งตรอมใจในห้องที่เรียกว่าห้องนอนซักพักไอ้เด็กหน้าหวานก็เปิดประตูห้องมา

  

19.00

"ออกมากินข้าว"

 

เด็กหนุ่มเปิดประตูไม้บานเก่าออก เขาชโงกหน้าเข้ามาภายในห้องนอนที่คิมหันต์กำลังนั่งจัดข้าวของของตัวเองสำหรับค่ำคืนนี้และในวันต่อๆไป เขาจัดการแขวนเสื้อผ้าราคาแพงไว้ในตู้ รองเท้าคู่รักก็นำใส่กล่องแล้ววางไว้ปลายที่นอน

 

อยากลุ้นจังครับว่าอาหารมื้อนี้จะเป็นอะไร

 

เมื่อสิ้นคำบอกกล่าวของเมษา สองเท้าของร่างสูงก้าวเดินพาตัวเองออกจากห้องที่เรียกว่าห้องนอน เขาเดินไปที่ใจกลางบ้านเพราะเห็นว่าคนตัวเล็กกำลังจัดและงุ่นง่านกับอะไรซักอย่าง

          

"ไม่มีโต๊ะกินข้าว?"

 

คิมหันต์ร้องทักเมื่อภาพที่เห็นตรงหน้าคือ ถ้วยชามที่วางเรียงรายกับพื้นบ้านซึ่งทำจากไม้กระดาน มีแก้วน้ำกระดาษทิชชู่วางอยู่ข้างๆ ไม่มีเก้าอี้ ไม่มีโต๊ะ ไม่มีพี่เลี้ยงคอยตักข้าวให้แบบที่เขาเคยอยู่ที่กรุงเทพ

 

คำถามที่ถามขึ้นซึ่งเกิดจากความสงสัยของคิมหันต์ไม่ได้รับคำตอบจากเมษา เด็กหนุ่มยังคงนั่งจัดเตรียมอาหารค่ำมื้อนี้ เขาจัดเตรียมชามช้อนและตักแกงหน้าตาแปลกตาชนิดที่ว่าคิมหันต์ไม่เคยเห็นมาก่อน เรื่องแปลกใจชวนฉงนสงสัยทำให้คิมหันต์ตัดสินใจยิงคำถามออกไป

 

 

"เอ่อ.. นั่งกินกับพื้นหรอ"

 

เขาถามซ้ำเมื่อไม่ได้รับคำตอบ

 

"หรือจะนั่งกินกลางนาล่ะ" 

 

เมษาเงยหน้าขึ้น ใบหน้าสวยและดวงตาหวานๆน่ารักขัดกับน้ำเสียงที่ครั้งแล้วครั้งเล่าก็ตอบอย่างเรียบนิ่ง คำตอบที่ถูกส่งต่อให้คิมหันต์ แน่นอนว่ามันชวนกวนโมโห แต่ก็จริงอยู่ถ้าไม่นั่งกับพื้นจะไปนั่งกลางนารึไง

 

กลางนา...ถามดีๆจะให้ไปกินข้าวกลางนา อยากคว่ำหม้อแกงก็กลัวจะไม่มีอะไรกิน

 

ร่างสูงขยี้เข้าที่ผมรองทรงสูงของตนก่อนทิ้งตัวลงนั่ง ดวงตาคู่เฉี่ยวจดจ้องไปที่ถ้วยแกงสีสดหอมกลุ่นพร้อมมีควันสีขาวรอยขึ้นเป็นไรๆ คิมหันต์ใช้ปลายช้อนชี้ไปที่ถ้วยแกงที่ไม่คุ้นตา ภายในนั้นมีผักเขียวมากมาย ถูกจัดวางด้วยไข่เจียวทอดชะอม หั่นเป็นเต๋าพอดีคำ 

 

"นี่อะไร" 

 

"แกงส้มชะอม"

 

เมษาตอบ

  

"นายรู้มั้ยว่าคนเขาไม่กินหญ้า"

 

คิมหันต์ตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเพราะมั่นใจว่าสิ่งที่อยู่ในถ้วยแกงนั้นคือหญ้า ต้นหญ้าที่คิดว่าอยู่ในสนามฟุตบอลและเอามาทอดกิน

  

"แล้วคุณรู้รึเปล่าว่าชะอมไม่ใช่หญ้า"

                                     

ไม่ใช่หญ้า .... อืมๆถึงหน้าตาจะคล้ายก็เถอะ ผมจะกินของแบบนี้ลงได้ยังไง

   

"ถ้าไม่กินจะเย็นหมดนะ"

 

เมษาตักข้าวเข้าปาก ท่าทางของเขามันทำให้ดูน่าอร่อย ข้าวร้อนๆในช้อนคันนั้นมีควันอ่อนๆลอยขึ้นผิวๆกับอากาศ

  

"กินไม่เป็น"

 

คิมหันต์นั่งชันขาข้างขวาขึ้นหนึ่งข้าง แขนข้างขวาท้าวกดน้ำหนักไปที่ขาข้างนั่น ท่าทางเซ็งกับอาหารมื้อนี้เต็มที

 

"ไข่เจียวพอกินได้มั้ย"

 

เมษาทักถามเมื่อเห็นว่ามื้อค่ำนี้ไม่มีอะไรที่คิมหันต์พอจะกินลงไอ้เลย คิมหันต์พยักหน้าตอบ เมษาไม่รอช้าเขาทิ้งจานข้าวและลุกเข้าครัว จัดการตอกไข่แล้วใช้ช้อนตีเบาๆเทลงกระทะ ไม่นานกลิ่นห้อมฟุ้งก็ลอยเข้ามาเตะที่จมูกคนที่นั่งรออยู่

 

 ตอนนี้ผมคงหมดสิทธิเลือก....ตอนนี้ได้ ไข่เจียวร้อนๆวางตรงหน้า สีสันน่ากินดีเลยตักเข้าปาก อร่อยเว้ยทำไมมันอร่อยกว่าทอดเอง แต่แกงหญ้าก็น่ากิน สีส้มสวยดีผมเลยลองซดน้ำดู อ้าวไอ้เด็กหน้าหวานมองหน้าผมครับ มองทำไมแค่ลองชิม แกงหญ้ากินกับไข่เจียวมันอร่อยดีเว้ย ฟิลเหมือน ..... หอยเชลล์อบเนยกินคู่กับค๊อกเทล

 

"ย่อยเสร็จรีบอาบน้ำนะเดี้ยวจะหนาว"

 

จบอาหารมื้อค่ำเมษาลุกขึ้นเก็บจาน แก้วน้ำทีละอย่างเข้าครัว ส่วนคิมหันต์เองนั้นก็นั่งพิงเสาต้นใหญ่กลางบ้านเหยียดขาดูทีวี

 

เมษาเดินมาหยุดตรงที่คิมหันต์นั่งงอยู่พร้อมยื่นผ้าให้ผืนนึงซึ่งเรียกว่าผ้าขาวม้า ลักษณะลายตารางสีดำแนวตั้งคาดทับลายตารางสีแดงแนวนอน เนื้อผ้าไม่นิ่มสบายผิวเหมือนที่เขาเคยใช้มาก่อน

 

แหมทำเป็นสั่งๆนอนดูทีวีจอเล็กๆได้ซักพักก็ถึงคิวผมอาบน้ำแล้วครับ อะไรยื่นอะไรมา จำได้สมัยเด็กพ่อเรียกว่าผ้าขาวม้า.....That's no no. ผ้าขาวม้าผมไม่เคยใช้ มันผูกเอวยังไงไม่ให้หลุด ปกติมันต้องชุดคลุมอาบน้ำเวอซาเช่ (versace) 

 

"รีบอาบเดี้ยวยุงเยอะ"

 

เมษาพูดย้ำเตือนเมื่อเห็นว่าคิมหันต์ไม่กระเตื้องต่อคำพูดที่พูดไป

 

ผมจัดแจงนุ่งผ้าขาวม้าที่ว่า ผูกไม่อยู่ก็เอามือกำมันไปแบบนี้นี่แหละ ห้องน้ำก็อยู่นอกบ้านหนทางช่างยาวไกลคิมหันต์เอ๋ย

                  

 

"โฮ่งๆๆๆ!!!!!!!" 

 

เสียงเห่าคุ้นหูที่ได้ยินมาไม่นานเมื่อตอนบ่าย ดังขึ้นอีกครั้งเมื่อคิมหันต์ก้าวขาลงจากตัวบ้านได้ไม่กี่ก้าว สองมือกำผ้าไว้แน่นเพื่อไม่ให้มันหลุดเมื่อเจ้าน้ำตาลคู่ปรับเข้ามางับแล้วกระชากเอาที่ชายผ้านุ่ง มันดึงกระตุกกระชากเต็มแรงร่างสูงจำต้องเซถลาแทบล้มตามแรงของมันเท่าที่มันมีหวังจะให้ผ้าที่คาดเอวของคิมหันต์นั้นหลุดออกมา

 

"!!!!อย่ากัดโว้ยเดี้ยวผ้าหลุด!!!!! อย่าาาา น้ำตาลอย่าา!!! ขอโทษษจะไม่ทำร้ายแกอีกแล้ว อ้าหดดดดดดไอ้ฟัคคคทองงงง "

 

คิมเหันต์ตะโกนสุดเสียงเมื่อผ้าที่เขานุ่งอยู่นั้นถูกฉุดกระชากอย่างแรงจากคมเขี้ยวของเจ้าน้ำตาล สองมือกำผ้าไว้แน่นเพื่อไม่ให้มันหลุด

 

ไอ้หมานี่แรงเยอะฉิบมันกัดชายผ้าผมดึงกันไปดึงกันมาบอกตรงๆว่าปากหมาแต่สู้แรงหมาไม่ไหว

 

เสียงตะโกนโหวกเหวกรวมทั้งเสียงเห่ากรรโชกของทั้งสองทำให้เจ้าบ้านอย่างเมษา ต้องเปิดประตูบ้านออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น

 

"น้ำตาลอย่าแกล้งเขาสิ บอกให้หยุดไง"

 

เพียงคำสั่งจากเจ้านายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่เอ่ยขึ้นกลับทำให้เจ้าน้ำตาลหยุดการกระทำก้าวร้าวนั้นได้ท ันที มันยอมปล่อยชายผ้านั้นออก ก่อนจะเดินไปหมอบนอนข้างประตูบ้านเหมือนเดิม

 

เมื่ออาบน้ำเสร็จ ร่างสูงดินเช็ดผมพรางๆสะบัดหัวเบาๆใบหน้าหล่อเหลาดูผ่อนคลายกว่าตอนบ่ายที่ผ่านมานี้เขาเดินเข้าบ้านมาแล้วก้าวขาเข้าห้องที่เรียกว่าห้องนอนเพื่อเอาเสื้อผ้าที่ใส่แล้วมาเก็บ แต่กลับต้องสะดุดหยุดคิดกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า

 

ขาวดีจังวะ

 

มันเป็นความคิดของคิมหันต์เมื่อเขาเดินเข้าห้องพบว่า คนตัวเล็กกว่าสวมเพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียวเผยให้เห็นแผ่นหลังขาวดูสะอาดตาผิวเนียนลื่น มือข้างขวาของเมษากำผ้าขนหนูอยู่ เขาเช็ดแซ่กๆเข้าที่ผมของตัวเอง หยดน้ำจากปลายเส้นผมยิ่งทำให้ภาพที่เห็นตรงหน้ายิ่งความเซ็กซี่เข้าเท่าตัว สายตาหวานๆคู่นั้นนั้นกำลังมองเข้าไปที่ตู้เสื้อผ้าเผื่อหาเสื้อมาใส่ ช่วงเอวบางไม่มีกล้ามเนื้อเหมือนแบบผู้ชายทั่วไปทำให้คิมหันต์ต้องฉุกคิดว่าทำไมร่างกายเหมือนเด็กผู้หญิงเช่นนี้ แขนข้างซ้ายของเมษายกขึ้นระดับอกเพื่อแหวกหาเสื้อผ้าที่ต้องการ เผยให้เห็นช่วงอกที่อวบอิ่มคู่นั้น ตอนนี้คิมหันต์เหมือนหลุดอยู่ในภวังค์ เขาได้แต่จ้องมองที่ช่วงอกสีชมพูระเรื่อ

 

แต่ความคิดเมื่อคู่ก็หลุดออกไป เมื่อเมษาร้องทัก

 

"มีชุดรึเปล่า"

 

 

"อ้อมี"

 

คิมหันต์ตอบแล้วหันไปให้ความสนใจกับเสื้อผ้าตัวเอง เขาสะบัดหัวล้างความคิดนั้นออกแล้วหยิบชุดสบายๆมาใส่ ในเมื่อเขาชินกับการนอนห้องแอร์อากาศแบบนี้คงจะร้อนไปซักหน่อย เขาสวมเพียงแค่กางเกงขาสั้นมือขวากำผ้าขนหนูเดินเช็ดผมทั่วห้อง

 

เมษา Said.

ผมรู้ว่าเขาสัก แต่พอยิ่งถอดเสื้อมันก็ยิ่งเห็นชัด หายากนะคนที่สักแล้วขึ้นกับผิว ......อยากลองลูบตรงรอยสักนั้นจัง อ๊ะคิดอะไรเนี่ยใส่เสื้อผ้าดีกว่าๆ

 

มันเป็นความคิดของเมษาเมื่อเห็นร่างกายกำยำของคิมหันต์ แน่นอนตอนนี้เขาถอดเสื้ออยู่ เผยให้เห็นแผงอกแกร่งคู่นั้นที่มีรอยสักมากมายสักอยู่บนแผงอกคู่นั้น เลื่อนลงมาตรงหน้าท้องเห็นกล้ามเนื้อชัดเจนพอสมควร กางเกงเอวต่ำทำให้เห็นขอบอันเดอร์แวร์สีขาว เมื่อหันหลัง แผ่นหลังของเข่าน่าสัมผัสมันขึ้นชัดไปด้วยกล้ามเนื้อที่สมกับเป็นลูกผู้ชาย เช่นกันปลายผมที่มีหยดน้ำหยดยิ่งเพิ่มความเซ็กซี่ให้คนตรงหน้าเข้าเท่าตัว เมษาจดจ้องไปที่แผ่นหลังขาวเนียน ต้นคอที่มีรอยสักหลายลายบันทึกไว้บนผิวของเขาก็สะกดสายตาของเมษาเช่นกัน

 

---------------------------------

22.00 น.

ห้องนอน 

 

ในเมื่อมันแทบจะผ่านพ้นวันแต่คิมหันตืยังไม่ทันๆด้รู้จักกับเด็กหนุ่มผู้เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ คงจะเป็นเรื่องดีถ้าหากรู้จักชื่อกันไว้ก่อน

 

"เออ นายน่ะชื่ออะไร"

 

คิมหันทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิเช็ดผมแซ่กๆผลัดกับสะบัดหัวเบาๆ คำพูดของเขาทำให้เมษาหลุดออกภวังค์ขณะที่กำลังจดจ้องแผงอกแกร่งและร่างกายของร่างสูง

   

"ชื่อเมษา ผมว่าคุณควรใส่เสื้อตอนกลางคืนอากาศจะเย็น"

 

เขาไม่อยากจะเห็นภาพแบบนี้มากนักจึงร้องทักให้คนตรงหน้าใส่เสื้อซะ     

            

"ฉันใส่ไม่ใส่มันเกี่ยวอะไรกับนาย" 

 

คิมหันต์ส่งสายตาเลิกคิ้วขึ้นหนึ่งข้างเชิงกวนประสาทและทอดมองมาที่เมษา 

 

"..........."

 

เมษาไม่ได้ตอบอะไร คนตัวเล็กได้แต่จัดเตรียมที่นอนในฝั่งของตน ข้าวของผ้าขนหนูเครื่องอาบน้ำถูกจัดวางอย่างเรียบร้อย หมดไปสำหรับหนึ่งวันที่แสนจะเหนื่อยใจและปวดประสาท

 

 

เห้ออต้องนอนในที่แบบนี้จริงๆรึ ผมเอนหลังนอน....ไม้กระดานมันแข็งแบบนี้นี่เองถึงจะมีฟูกปูรองก็เถอะ คิดถึง คิดถึงชุดเครื่องนอนเวอซาเช่จังครับท่านผู้อ่าน คิดถึงหมอนหอมๆผ้าห่มนุ่มๆของเวอซาเช่จัง คิดถึงโคมไฟเอาไว้เปิดเวลาหลับผมไม่ชอบที่ที่มืดสนิท ผมเป็นพวกติดกลิ่นหอมอ่อนๆ ก่อนนอนก็ฉีดสเปรย์ปรับอากาศไว้ในห้องก่อนจะหลับไป คิดถึงแอร์เย็นๆ……………..

 

มันเป็นคำพูดของคิมหันต์ที่พูดกับตัวเองในใจจนผล็อยหลับไป

 

กลางดึก

 

แขนและข้อมือกว้างแกร่งสองข้างเหมือนกำลังควานหาอะไรบางอย่าง คิมหันต์หลับตาแล้วควานมือไปทั่วที่นอน สองมือค่อยๆสวมกอดเข้าที่เอวของคนตัวเล็กที่นอนกลับสนิทอยู่ข้างๆ เขาสัมผัสมันเบาๆก่อนจะฉุดดึงเข้ามากอด เหมือนยังไม่เต็มอิ่มเขาใช้แขนทั้งสองข้างเหนี่ยวรั้งเอวบางให้เข้ามาใกล้กว่าเดิม ใบหน้าหล่อเหลา รวมทั้งจมูกมันเริ่มซุกซนกับสิ่งเล้าตรงหน้า เขาใช้ปลายจมูกซุกซุนสูดดมไปที่หน้าอกคู่นั่นหน้าอกที่นุ่มนิ่มอวบอิ่มของ เมษา

 

อือออ

 

เมษาครางเบาๆเมื่อรู้สึกโดนรบกวนจากการกระทำของคิมหันต์ที่ทำลงไปโดยไม่รู้ตัวเจ้าตัวไม่ได้ตื่นแต่กลับพลิกตัวสอดแขนให้คิมหันต์มานอนหนุนแขนเขาแทนที่จะหนุนหมอนใบเก่าเผยให้หน้าอกคู่นั่นหันเข้ารับองศากับใบหน้าของคิมหันต์พอดี แขนอีกข้างโอบกอดเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลาของคนที่นอนซุกซุนอกคู่นั้นของเขาอยู่

 

คิมหันต์ใช้จมูกซุนไปที่หน้าอกคู่นั้นอีกครั้ง ดวงตาคู่คมกริบที่หลับสนิทกำลังพริ้มกับกลิ่นหอมอ่อนๆตรงหน้า แขนของเขากระชับกอดเอวเมษาเพื่อดึงคนตรงหน้าให้แนบชิดกว่าเดิม ทั้งสองนอนในท่าที่แทบจะกลืนเป็นคนเดียวกันใต้ผ้าห่มผืนอุ่น

 

หอม....กลิ่นนี้มันหอม ขอสูดเต็มปอดเลยละกันเหมือนหมอนข้างในห้องเราเลยว่ะ นี่ตกลงเราอยู่บ้านหรืออยู่ที่ไหน ผมเอาจมูกซุนๆไล่ดมกลิ่นหอมตรงหน้า เอาหัวอิงซักหน่อยท่านี้มันสบายจริงๆ แขนสองข้างดึงหมอนข้างมากอดแน่น ยิ่งดมๆฟัดๆก็ยิ่งหอม ขอนอนต่ออีกหน่อยแล้วกัน

 

เมษา Said.

รู้สึกพลิกตัวไม่ได้แหะ หนักๆที่แขนเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวไปหมด

 

เมษาตื่นขึ้นเพราะรู้สึกร้อนผ่าวที่หน้าอก ลมหายใจอ่อนๆของคิมหันต์กำลังหายใจลดยอดอกของเขาอยู่ เขาสองคนอยู่ในระยะที่ใกล้ชิดกัน ใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้าที่หลับสนิทกำลังนอนหนุนอ้อมแขนของเมษา สองมือของคิมหันต์ไม่วายเกี่ยวกอดไว้แน่นไม่ให้หลุดไปไหนง่ายๆ เมษาขยี้ตาเพื่อปรับแสงให้สายตา กลับพบพ่อหนุ่มไฮโซนิสัยเสียที่ตอนนี้ทำตัวเหมือนเด็ก นอนซุกใต้อกคู่นั้น มันทำให้เมษาตกใจจึงรีบผละออกเบาๆ

 

คิมหันต์รู้สึกตัวเล็กน้อย แทนที่เขาจะคลายกอดออก กับเกี่ยวเอวคนตัวเล็กมากอดแน่นกว่าเก่า พร้อมหอมฟอดใหญ่เข้าที่หน้าอกคู่นั้น จมูกไม่รักดีมันเริ่มซุกซนอีกครั้งมันซุนไปทั่วอกขาวของเมษาที่มีเพียงเสื้อนอนบางๆกลั้นอยู่ คิมหันต์ใช้หัวเฝือๆเข้าที่ยอดอกเบาๆก่อนจะแน่นิ่งหลับไป

 

ลมหายใจร้อนยังคงหายใจลดยอดอกของเมษา มันทำให้คนตัวเล็กเสียวแปร๊บขึ้นมาที่ยอดอกคู่นั้น แก้มเริ่มมีเลือดฝาดผุดออกมา ลมหายใจเริ่มติดขัด เสียงหัวใจก็เช่นกันตอนนี้มันเต้นจนแทบจะระเบิด

 

เมษา Said. 

อื้อออ เลิกดมๆฟัดๆซักทีมันจั๊กจี้ แย่แน่แบบนี้ใจผมเต้นแรงจัง ดันก็ดันไม่ออกยิ่งผลักยิ่งกอดแน่นกว่าเก่า

 

  "......."

 

 ผมพูดอะไรไม่ออก จะปลุกก็ปลุกไม่ได้ ปล่อยไว้แบบนี้แล้วกัน รอยสักใต้หางตาสวยจังแหะ กุหลาบที่คอก็สวย มองใกล้ๆรายละเอียดสวยมากจริงๆ แต่ผมหลงไหลไอ้รอยสักใต้หางตาของเขามากกว่า มันทำให้ดวงตาของเขาดูดุ 

 

นิ้วเรียวสวยถูกเกี่ยไปที่รอยสักรูปกากบาททับเลขอารบิคที่หางตาของคิมหันต์ แสงแดดเล็ดลอดสอดส่องเข้าหน้าต่างทำให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาชัดเจนมากขึ้น ปลายจมูกโด่งกำลังซุกซุนที่หน้าอกนุ่มนิ่มของคนตัวเล็ก ไม่นานนักเมษาก็ใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางไต่เล่นไปมาที่จมูกสันโด่ง ริมฝีปากสีชมพูอ่อน ดวงตาคู่เฉี่ยวตอนนี้กำลังหลับสนิท ภาพตรงหน้างดงามจริงๆ

 

ใช่ คิมหันต์นอนถอดเสื้ออยู่เผยให้เห็นแผงอกแกร่งคู่นั้น ดวงตาคู่สวยมองเห็นรอยสักที่แขนขึ้นเด่นชัด เลยอดใจไม่ไหวที่จะใช้มือลูบไปมาเบาๆ ผิวของเขาเนียนนุ่มจนสัมผัสได้ เมื่อบีบเบาๆ ทำให้รู้สึกถึงกล้ามเนื้อที่ชัดเจน ปลายนิ้วเรียวสวยซุกซนลดเลื่อนไปที่หน้าท้องของร่างสูงหปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้ออ่อนๆซึ่งขึ้นรูปเล็กน้อย กางเกงนอนเอวต่ำของร่างสูงเลื่อนลงจนเห็นขอบอันเดอร์แวร์สีขาว

 

หวา เซ็กซี่จังเลย  คนตัวเล็กได้แต่พูดในใจกับตัวเองจนกระทั่ง.........

[!!!!] เอ๊ ...ตื่นละหรอ

 

 

จั๊กจี้..จั๊กจี้แก้มใครมาเกามากวนอะไรแต่เช้าวะ คนจะนอน ผมลืมตามอง..

 

ภาพที่คิมหันต์เห็นตรงหน้าคือเมษากำลังนอนข้างเขาในระยะที่ใกล้ชิด เขาเหลือบมองรอบตัวพบว่าตัวเองนอนหนุนแขนคนตัวเล็กอยู่ เนื้อผ้าบางเผยให้เห็นยอดอก ขาของเขาทั้งสองปัดป่ายอยู่ด้วยกันรวมทั้งลำตัวและอ้อมแขนที่แนบชิดทำให้สัมผัสถึงไออุ่นของร่างกายภายใต้ผืนผ้าห่ม

 

"เห้ย!!!!!อะไรเนี่ย "

 

เมื่อเห็นเช่นนั้นร่างสูงรีบสะบัดตัวออกจากอ้อมกอดของเมษา ทั้งที่ตัวเองเป็นเข้าไปครอบครองอ้อมกอดนั้นก่อนมาทั้งคืนแท้ๆ

 

"ถ้ารู้ว่าฉันกำลังหลับอย่ามากวน!!!!เข้าใจมั้ย"

 

เชื่อว่าคงเป็นอีกหนึ่งวันที่พระเอกของเราต้องหงุดหงิดแต่เช้า

  

เมษา Said.

"........" 

 

ผมไม่ได้ตอบโต้อะไรปล่อยให้เขาโวยวายไปคนเดียว ชั่งเถอะผมทำเขาตื่นก็จริงแต่ตัวเองโผลมากอดเขาก่อนเองแท้ๆ ทำไมไม่รู้จักโทษตัวเองบ้างนะ เหมือนเด็กหกล้มแต่กลับโทษว่าเพื่อนผลัก ผมไม่โกรธหรอก

 

 

 

 

1 โหวต 1 ถูกใจ 1 Comment เป็นกำลังใจให้ผู้เขียนได้เยอะเลย http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Cartoon00021.gif

 

 

07.01.16

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว