ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ ๕

คำค้น : เรือสำราญสีเลือด,นิยายฆาตกรรม,นิยายสืบสวน,golffinee,golffee

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ม.ค. 2559 10:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ๕
แบบอักษร

ตอนที่ ๕

                “ทำไมยังไม่ขึ้นมาอีกวะ”

                “นั่นน่ะสิ”

                ณัฐเลิกคิ้วสูงเห็นด้วยกับพ็อต ระหว่างที่กำลังนั่งรอสาวๆ รุ่นน้องลงมาจากห้องพัก ตอนนี้เขา ไกด์ และพ็อตกำลังนั่งรอรับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารขนาดใหญ่ บริเวณชั้น ๓ ของเรือสำราญ เขาสีหน้าไม่สู้ดีนักเมื่อจินตนาการไปว่าหญิงสาวพวกนั้นอาจจะกำลังตกอยู่ในอันตราย คิดได้ดังนั้นชายหนุ่มจึงลุกพรวดขึ้นทันที

                “กูว่าจะขึ้นไปดูพวกน้องเค้าหน่อย”

                “กูไปด้วย” ไกด์ลุกขึ้นตาม สีหน้าไม่สู้ดีไม่แพ้กัน เขาเป็นห่วงน้องสาวขึ้นมาตงิดๆ เสมือนมีลางสังหรณ์อะไรบางอย่าง

                พ็อตมองหน้าเพื่อนสลับกันไปมาแล้วยักไหล่...เขาอย่างไรก็ได้ ในเมื่อเรื่องราวเหล่านั้นไม่ได้มีผลได้เสียอะไรกับเขาอยู่แล้ว

                “มึงอยู่กับไอ้พ็อต” ณัฐหันไปตบไหล่ไกด์เบาๆ “...เราควรเกาะกลุ่มกันไว้ เพื่อความปลอดภัย”

                “อ้าว แล้วมึงจะขึ้นไปตามน้องๆ คนเดียวเนี่ยนะ”

                “กูไม่เป็นไร กูมีไอ้นี่”

                ว่าแล้วณัฐก็หันไปคว้าขวานด้ามยาวขนาดเหมาะมือที่วางไว้ข้างๆ เก้าอี้ที่นั่งขึ้นมาให้เพื่อนดู เขาเจอมันอยู่ในตรงข้างๆ ถังดับเพลิงที่ติดอยู่บนผนังก่อนจะมาขึ้นลิฟต์ เลยฉุกคิดว่าควรคว้าเอาไว้มาเป็นอาวุธป้องกันตัวยามฉุกเฉิน

                “มึงจะเอางั้นใช่มั้ย” ไกด์หรี่ตามองเพื่อนที่ถือขวานตรงหน้าอย่างชั่งใจ...

                “อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด มันคงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้แล้วล่ะ”

                ณัฐหันไปสบตากับพ็อตและไกด์ ทั้งสองคนพยักหน้ารับรู้ในการตัดสินใจของเขา เมื่อตกลงกันได้ณัฐจึงก้าวเท้าฉับๆ ออกไปจากห้องอาหารอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตรงไปยังลิฟต์แล้วกดปุ่มที่มีลูกศรชี้ลง แม้จะเพียงอึดใจเดียว...แต่เขากลับรู้สึกว่ามันนานมากเมื่อต้องทำหน้าที่รอด้วยใจที่กระวนกระวาย ชายหนุ่มจึงเปลี่ยนใจเดินแกมวิ่งมาลงบันไดข้างๆ ลิฟต์แทน

                ห้องพักของกลุ่มหญิงสาวอยู่ข้างๆ กันกับห้องพักของเขา...เขาใช้เวลาเพียงไม่นานก็เดินมาถึงด้านหน้าประตูห้อง เขาเคาะประตูถี่รัวทันที รู้สึกใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อเห็นประตูเปิดกว้างออก

                กอล์ฟนั่นเองเป็นคนเปิด...

                “อ้าว พี่ณัฐ” หญิงสาวมองชายหนุ่มอย่างแปลกใจเล็กน้อย เมื่อพบว่าเขามีสีหน้าตื่นตะหนก อีกทั้งในมือก็ขวานมาด้วย

                “มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า พี่กับเพื่อนๆ รอพวกเราลงไปทานข้าวเช้ากันที่ห้องอาหารนานแล้วนะ”

                “อ้อ...” กอล์ฟยิ้มบางๆ “ขอโทษทีค่ะ รอวิอาบน้ำแต่งตัวอยู่ รายนั้นเพิ่งนอนตื่น”

                ณัฐชำเลืองผ่านประตูห้องเข้าไปด้านใน ทุกอย่างในห้องถูกจัดไว้อย่างเป็นประเบียบเรียบร้อยสมกับเป็นห้องนอนของพวกหญิงสาว ผ้าปูเตียงที่เรียบตึง หมอนที่ถูกจัดวางบนหัวเตียงอย่างเป็นระเบียบ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกแปลกใจขึ้นมาเมื่อมองหาแล้วไม่เจอ

                “ติ๋วล่ะ ไม่ได้อยู่ในห้องด้วยหรอ”

                “อ้าว กอล์ฟนึกว่าพวกพี่เจอติ๋วแล้วซะอีก เค้าบอกว่าจะลงไปก่อนเพราะขี้เกียจรอยัยวิทำตัวเหี่ยวในอ่างอาบน้ำ”

                “เวรล่ะไง !

                “คะ?” หญิงสาวเบิกตาเล็กน้อย หน้าเหลอหลาไม่เข้าใจที่เขาพูด

                “เอ่อ...ขอโทษครับ พี่ไม่ได้ว่าเรา แต่พี่หมายถึงว่าซวยแล้ว เพราะติ๋วยังไม่ลงไปที่ห้องอาหารเลย”

                “ก็ลงไปนานแล้วนะคะ”

                ณัฐเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี ถ้าลงไปนานแล้วก็น่าจะเจอกัน...หรือตอนเขาลงมาก็น่าจะสวนทางกันบ้าง หรือว่ารายนั้นขี้เกียจเดินบันไดเลยขึ้นลิฟต์แทน

                “หมายความว่าติ๋วหายตัวไปหรอคะ” กอล์ฟดูสีหน้าท่าทางของผู้ชายตรงหน้าแล้ว เธอก็ใจเต้นผิดจังหวะขึ้นมาทันที “...เกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้างหรือเปล่า เราต้องออกตามหากันเดี๋ยวนี้นะคะ”

                “กอล์ฟอยู่เป็นเพื่อนรอวิอาบน้ำให้เสร็จแล้วรีบตามลงมาที่ห้องอาหารให้เร็วที่สุด เดี๋ยวเรื่องติ๋วพี่จะจัดการเอง”

                “พี่จะทำอะไร”

                “จะออกตามหา ติ๋วเป็นทั้งผู้ต้องสงสัยในการฆ่ากัปตัน การหายตัวไปแบบนี้มีพิรุธมาก แต่ถ้าติ๋วไม่ได้ฆ่ากัปตัน...การหายตัวไปแบบนี้ของเธอแปลว่าเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย”

                “กอล์ฟไม่น่าปล่อยให้ติ๋วไปคนเดียวเลย...” หญิงสาวหน้าซีด รู้สึกผิดขึ้นมาในอก

                “นี่ไม่ใช่เวลามาโทษตัวเอง กอล์ฟทำดีที่สุดแล้ว” เขายิ้มให้หญิงสาวตรงหน้าเล็กน้อยเพราะไม่อยากให้เธอคิดมาก “..ทำตามที่พี่บอก แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น”

                หญิงสาวพยักหน้ารับ

                ณัฐยิ้มให้เธออีกครั้ง ก่อนจะเดินกลับออกไปยังบันไดที่ขึ้นมาตอนแรกอีกครั้ง...ไม่มีร่องรอยของติ๋ว เขาหันไปยังลิฟต์แล้วเดินไปกดปุ่มเปิดย้ำๆ หลายครั้ง จนประตูลิฟต์ค่อยๆ แง้มออกมาและเปิดกว้าง

                ติ๋วอยู่ในนั้นนั่นเอง

                แต่อยู่ในสภาพถูกฆ่าปาดคอ...เธอคือเหยื่อรายที่สองของฆาตกร !

 

                วิกรีดร้องไห้ละล่ำละลักไม่เป็นภาษาคนเมื่อเห็นสภาพศพของเพื่อนที่เพิ่งคุยกันตอนเช้านอนตายอย่างน่าอนาถใจ สภาพศพของติ๋วนอนตัวงอแน่นิ่งจมกองเลือดสีแดงฉานคาวคละคลุ้ง ที่คอมีรอยถูกเชือดไม่ต่างจกสภาพศพของกัปตัน แต่ต่างกันตรงที่เธอไม่ได้เบิ่งตากว้างอย่างทรมาน สองเปลือกตาของเธอปิดสนิทราวกับจะรับรู้เรื่องสาวสยดสยองตรงหน้ามามากพอแล้ว

                พ็อตถอนหายใจยาวเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพศพ เขาไม่คิดจะเข้าไปตรวจหรือทำอะไรทั้งนั้นเหมือนอย่างกับที่เคยทำกับกัปตันไรอัน เขาก็เห็นเหมือนอย่างที่ทุกคนเห็น...เธอตายแล้ว ส่วนไกด์นั้นกำลังยืนกอดกอล์ฟแน่น เพราะหญิงสาวเอาแต่ร้องไห้และโทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้เพื่อนต้องตายเช่นนี้

                “ฮือ...เพราะกอล์ฟ...กอล์ฟไม่น่าให้ติ๋วขึ้นไปห้องอาหารคนเดียว...” หญิงสาวซบลงที่ไหล่ของพี่ชายอย่างไม่มีแรงที่จะยืนต่อไปเมื่อมองไปยังศพของเพื่อนสาว...เธอสะเทือนใจเกินกว่าจะรับได้...

                ณัฐนั่งยองๆ อยู่ข้างๆ ศพของติ๋ว ก่อนจะหันมาพูดกับทุกคนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

                “การตายของติ๋วบ่งบอกชัดเลยนะว่าบนเรือนี้มีฆาตกร”

                “ใครกันที่มันโรคจิต ฆ่าคนเป็นผักปลาเล่นแบบนี้ !” วิร้องไห้พลางตะโกนลั่นไปทั่วบริเวณ ราวกับต้องการจะร้องให้ฆาตกรได้ยินด้วย “...ใคร ! แกเป็นใคร ! แกแน่จริงแกก็ออกมาสิ ฮือ...”

                “พอเถอะ ร้องให้ตายยังไงมันก็ไม่โง่ออกมาหรอก” พ็อตบอกปัดอย่างรำคาญ

                “แล้วไงคะ พี่จะให้เราอยู่รอความตายแบบนี้กันอีกหรอ ใครจะเป็นเหยื่อรายต่อไปของมันอีกก็ไม่รู้”

                “แล้วมันความผิดของใครล่ะ ถ้าเธอไม่อาบน้ำนานเป็นปีมะโว้ขนาดนั้นมันจะเกิดเรื่องแบบนี้มั้ย”

                “พี่พ็อต ! ฮือ...”

                “แกหุบปากซักนาทีไม่มีใครว่าอะไรหรอกนะไอ้พ็อต” ไกด์เดินเข้ามไกล่เกลี่ย “น้องเค้าตกใจแทนที่มึงจะปลอบ กลับมาซ้ำเติมให้มันแย่ลงไปกว่าเดิมทำไม”

                พ็อตถอนหายใจฟึดฟัดออกมาอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเสยผมที่ปรกหน้าขึ้น...พยายามไม่โต้ตอบอะไรใครทั้งนั้น ตอนนี้เขาไม่ได้กลัวว่าตัวเองจะตายเพราะฆาตกรโรคจิต แต่เขารำคาญพวกที่เอาแต่แหกปากร้องไห้มากกว่า นอกจากที่มันจะไม่ช่วยอะไรดีขึ้นแล้ว มันยังน่ารำคาญมากๆ จะเขาอยากจะหาอะไรมาอุดปากให้รู้แล้วรู้รอด

                “ทุกคนอย่าเพิ่งทะเลาะกันดีกว่า” ณัฐมองไปศพติ๋ว ขณะที่ปากก็พูดต่อไป “ต่อจากนี้เราคงจะห่างจากกันไม่ได้อีกแล้ว ไอ้ฆาตกรมันคงจับตามองพวกเราทุกคนอยู่ ใครเผลออยู่คนเดียวเมื่อไหร่...เสร็จมันแน่”

                “แล้วเราจะเอาไงกันต่อวะไอ้ณัฐ” ไกด์น้ำเสียงเนือยๆ บ่งบอกว่าเริ่มถอดใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว

                “ก่อนอื่นต้องจัดการศพติ๋วก่อน คงต้องเอาลงไปเก็บไว้ที่ห้องเก็บศพใต้ท้องเรือรวมกับศพกัปตันไรอัน”

                “เรื่องนี้เดี๋ยวกูช่วยมึงเอง” ไกด์พยักอาสา จริงๆ เรื่องแบบนี้มันก็ควรจะเป็นงานของผู้ชายอยู่แล้ว แต่ถ้าเขาไม่อาสาก็คงไม่มีใครช่วยอะไรณัฐ...ส่วนพ็อตนั้นก็อย่างที่เห็น ความรู้ที่ท่วมหัวมากกว่าคนอื่นนั้นไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาแม้แต่น้อย

                “ส่วนจากนั้นก็อย่างที่กูเคยบอก จากนี้เราคงต้องอยู่รวมกันตลอดเวลา...” ณัฐกวาดสายตามองทุกคน

                “หมายความว่าตอนนอนก็ต้องนอนรวมกันด้วยว่างั้น”

                “ถูก” ณัฐหันไปพยักหน้ากับไกด์ “ถ้าเราไม่อยากให้ใครตายอีก เราก็ต้องทำแบบนั้น”

                พ็อตยิ้มกริ่ม ก่อนจะเหลือบมองไปยังกอล์ฟ

                “กูว่าแบบนี้ก็โอเค กูเห็นด้วย”

                “สาวๆ มีใครจะแย้งอะไรมั้ย”

                ณัฐหันไปมองกอล์ฟสลับกับติ๋ว แต่ไม่มีเสียงตอบโต้แย้งอะไร นอกจากอาการสะอื้นเป็นพักๆ เพราะร้องไห้ เขาจึงคิดว่านี่อาจเป็นคำยอมรับกลายๆ ของพวกเธอ

                “โอเค งั้นเดี๋ยวพี่กับไอ้ไกด์จะจัดการเอาศพติ๋วไปไว้ที่ห้องเก็บศพใต้ท้องเรือ ให้น้องๆ อยู่กับไอ้พ็อตไปก่อน...มึงดูแลน้องๆ ได้ใช่มั้ยไอ้พ็อต”

                ท้ายประโยคณัฐหันไปมองพ็อต...สายตาของเขาแน่นิ่งเหมือนจะไม่ได้ต้องการคำตอบจากที่ถามไปเมื่อครู่ แต่มันคือการ บังคับว่าเขาจะต้องทำให้ได้ และดูเหมือนพ็อตเองก็จะเข้าใจเจตนาในน้ำเสียงและสายตาของอีกฝ่ายเช่นกัน ความอยากเข้าชนะทำให้เขาฮึดสู้ตัดสินโพล่งออกไปอย่างท้าทาย

                “กูดูแลได้ดีกว่ามึงแน่”

            ณัฐยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เขารู้ว่าเพื่อนต้องการจะสื่ออะไร...พ็อตกำลังเข้าใจว่าเขากำลังพยายามจะจีบกอล์ฟ ฉะนั้นประโยคที่เขาเอ่ยออกมาจึงเป็นการบอกทางอ้อมว่าเขาสามารถดูแลหญิงสาวคนนี้ได้ดีกว่า เพราะเขากำลังจะทวงเธอคืน !

                “แต่กอล์ฟอยากไปกับพี่ไกด์และก็พี่ณัฐ” หญิงสาวผมสับสั้นหยุดสะอื้นไห้แล้ว เมื่อตั้งสติได้เธอจึงรีบบอกเจตนาของตัวเองทันที...เธอไม่อยากอยู่กับพ็อต...

                “งั้นวิก็ไปด้วย” วิรีบสวนขึ้นมาทันที เพื่อนไปไหนเธอก็ไปด้วย เรื่องอะไรที่จะอยู่กับผู้ชายนิสัยไม่ดีคนนั้นตามลำพัง

                “งั้นก็ไปกันหมดเนี่ยแหละ” ไกด์มองหน้าทั้งสองสาวอย่างเข้าใจ เขารู้ว่าไม่มีใครชอบพ็อตมากนัก “...มึงด้วยไอ้พ็อต”

                “จริงๆ กูอยู่คนเดียวได้นะ ไม่เห็นจะกลัวแม่งไร” เจ้าของใบหน้าคมสันเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหยิ่งยโย จะไปก็ไปสิ ไม่เห็นจะต้องง้ออะไร !

                “มึงอย่ามาปากดีไอ้พ็อต ตายห่าขึ้นมาจะเป็นเรื่องอีก”

                “กูคงไม่ตายหรอกมั้ง เว้นเสียแตมึงจะเป็นเป็นฆาตกร...ไอ้ไกด์”

                “ไอ้พ็อต !

                ไกด์ตาลุกวาว โผเข้าไปหวังจะชกกำปั้นใส่ใบหน้าขาวยียวนนั้นเต็มแรง แต่ณัฐไวกว่าถลาเขาไปดึงร่างไกด์ออกมาทันท่วงที ก่อนจะนิ้วหน้าพลางเอ่ยเสียงเข้ม

                “พวกมึงจะทะเลาะกันทำไมฮะ แค่นี้ยังวุ่นวายไม่พอหรือไง”

                “มึงดูมันพูดให้กูก่อนดิ พูดเหมือนกูไม่ใช่เพื่อนมันอย่างนั้นแหละ” ไกด์มองพ็อตด้วยความอาฆาต พลางชี้หน้าอย่างไม่เกรงใจ

                พ็อตยิ้มเยาะเย้ย “กูก็พูดไปตามที่กูรู้สึก”

                “หยุด ! กูบอกให้หยุด !” ณัฐตวาดใส่หน้าเพื่อนทั้งสองคน เหมือนคามอดทนของเขาจะเหลือน้อยเต็มที “ทะเลาะห่าอะไรกันสาระก็ไม่มี จัดการสิ่งตรงหน้าให้รอดก่อนเหอะ แล้วพวกมึงจะชกกันตายกูจะไม่ห้ามซักคำ ไอ้พ็อต...มึงน่ะไปกับกู แบกศพนี่ลงไปชั้นล่างช่วยกัน ส่วนไกด์กับพวกผู้หญิงอยู่รอในห้องพัก อย่าออกไปไหน เดี๋ยวพวกกูจะรีบขึ้นมา...”

                ทุกคนเงียบกริบกับคำพูดของณัฐ เขาจึงถือวิสาสะว่ามันคือการยอมรับ

                “ไป แยกย้ายกันไปตามที่กูบอก”

                ไกด์หันไปคว้ามือของกอล์ฟ และพยักหน้าให้กับวิ...ก่อนจะพากันเดินกลับไปยังหอพักที่อยู่ข้างหน้า ส่วนณัฐกับพ็อตนั้นหันมาจัดการกับศพของติ๋ว โดยณัฐอุ้มในส่วนหัวและพ็อตอุ้มในส่วนเท้า ก่อนจะพากันเดินลงไปยังชั้นล่างอย่างทุลักทุเลโดยไม่มีใครพูดอะไร นอกจากเสียงหอบถี่ของลมหายใจที่ดังเป็นพักๆ

                เมื่อมาถึงห้องเก็บศพ ชายหนุ่มทั้งสองวางศพของติ๋วลงบนผ้าสีขาวข้างๆ ศพของไรอัน จากนั้นณัฐจึงจัดการห่อผ้านั้นคลุมร่างของเธอให้เรียบร้อย โดยมีพ็อตยืนมองอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาสงสัย...

                ใช่...เขาสงสัย เพราะวูบหนึ่งในสายตานั้น เขาเห็นผ้าที่ตรงกับรูจมูกของติ๋วขยับเล็กน้อย !

                “ไปกันเถอะ ไอ้พ็อต”

                ณัฐหันไปพูดกับพ็อตที่ยืนนิ่งงัน ก่อนจะเดินนำออกมา แต่ครั้งยังไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของเพื่อนเดินตามมาก็แปลกใจ หันขวับกลับไปมอง

                “มึงจะยืนไว้อาลัยกับศพของคนนั้นอีกนานมั้ย”

                “กู...” พ็อตยังยืนนิ่ง เอ่ยเสียงแผ่ว

                “มึงเป็นอะไร”

                “กูว่า...กูเห็น...”

                ความอดทนของณัฐขาดผึ่ง ก้าวฉับๆ เข้ามาจ้องหน้าพ็อตอย่างไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายเป็นอะไร

                “มึงเป็นอะไร”

                “กูว่ากูเห็นติ๋วยังหายใจอยู่”

                สุดท้ายพ็อตก็เอ่ยออกมา เขาคิดว่าติ๋วอาจจะยังไม่ตาย

                “งั้นมึงเข้าไปตรวจไปว่าตายหรือยังไม่ตาย มึงเรียนหมอมาน่าจะรู้ดีกว่ากู”

                พ็อตส่ายหน้าหงึก เพราะเหตุใดไม่รู้ที่ทำให้เขาไม่อยากแตะต้องตัวผู้หญิงคนนั้น ไม่ใช่ว่ากลัวผีหรือว่าขยะแขยงเลือดหรือว่าอะไร เพราะการเรียนแพทย์ทำให้เขาก้าวข้ามจุดนั้นมาแล้ว แต่เข้ากลัวว่าหากเขาตรวจจริงๆ สิ่งที่เขาพบจะตรงกับสิ่งที่เขาคิด

                “มึงนี่...เออ ! กูเองก็ได้” สุดท้ายณัฐก็จำใจเดินไปแกะผ้าส่วนที่คลุมใบหน้าออก ก่อนจะเอามืออังจมูกของติ๋ว “...ไม่มีลมหายใจ มึงจะมาพิสูจน์เองมั้ย”

                “...กูคงตาฝาด” พ็อตกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก ใช่...เขาคงเครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนตาฝาด

                “งั้นก็ไปกันได้แล้ว เพื่อนๆ ข้างบนรออยู่”

                ณัฐจัดการมัดผ้าที่คลุมใบหน้าติ๋วให้เรียบร้อยอีกครั้ง ก่อนจะหันมาลากร่างพ็อตให้เดินออกไป พ็อตยอมเดินตามเพื่อนออกมาแต่โดยดี ทว่าในใจยังคงรู้สึกตงิดแปลกๆ ตกลงเขาตาฝาดจริงหรือ...หรือว่าเขาสติแตกจนเบลอไปหมดแล้ว ให้ตายเถอะ เขายอมรับว่าตัวเองกำลังสับสนมาก

                แต่ช่างเถอะ เรื่องคนอื่นเอาไว้ก่อน ในสภาวกาณ์เช่นนี้เขาควรจะใส่ใจในชีวิตตัวเองมากกว่า

ความคิดเห็น