facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เป็นแฟนคนเถื่อน : 13

ชื่อตอน : เป็นแฟนคนเถื่อน : 13

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 685

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2564 10:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เป็นแฟนคนเถื่อน : 13
แบบอักษร

 

 

เป็นแฟนคนเถื่อน : 13 

 

 

Marut Part :  

“ที่รักครับ~” ผมที่เห็นรัชช์นอนคว่ำหน้าอ่านหนังสืออยู่บนเตียงเลยเดินเข้าไปหาพร้อมร้องเรียกเสียงหวาน

“ครับ?” รัชช์หันมามองเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ผมเดินเข้าไปถึงตัวรัชช์พอดี

“อยากกอดที่รักจังเลยครับ~” ผมว่าพร้อมทิ้งตัวลงนอนทับอีกฝ่าย

“อ้อนอะไร?” รัชช์วางหนังสือแล้วหันมาลูบหัวผมแทน

“อยากกด” ผมบอกพร้อมกดจมูกเข้ากับซอกคอหอมของอีกฝ่าย

“กอด” รัชช์เอ่ยแก้ให้

“อยากทั้งกอดทั้งกดเลย” ผมฉีกยิ้มกว้างทิ้งตัวลงนอนบนเตียงแล้วพลิกร่างผอมให้ขึ้นมานอนทับตัวเองแทน

“หื่นนักหรือไง?” รัชช์ว่าเสียงดุ แต่มันกลับไม่ได้ดูน่ากลัวเลยในสายตาผม กลับกันมันดูน่ารักมากเสียด้วยซ้ำ

“อือ ชอบสีหน้าของคุณตอนใกล้จะเสร็จ โคตรเซะ โอ๊ย!” ผมว่าเสียงหื่น แต่ยังพูดไม่ทันจบดีก็โดนอีกฝ่ายหยิกเอวจนเนื้อบิด

“พูดมาก!” แถมถลึงตามองดุ ๆ ใส่อีก แต่แก้มกลับขึ้นสีแดงก่ำ

เขิน ดูออก

“ก็พูดความจริง คุณน่ะโคตรเซ็กซี่เลย” ผมแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเอง นึกถึงตอนที่เราทำเรื่องอย่างว่ากันแล้วมันแบบ ใจบางว่ะ รัชช์เวลาที่นอนอยู่ใต้ร่างผมเป็นอะไรที่โคตรน่ามองเลย หุ่นบาง ๆ ผิวขาว ๆ แขนขาเรียวยาว อื้อหือ พูดแล้วขึ้น

“หยุดพูดได้แล้ว” มือเรียวยกขึ้นปิดปากผมไม่ยอมให้ได้พูดต่อ

“เขินล่ะสิ” ผมยักคิ้วกวน ๆ

“น่าอายนะรุต” รัชช์มองค้อนทำหน้าบึ้ง

“อายทำไม? เรื่องปกติไม่ใช่เหรอ เราก็เห็นกันมาหมดแล้วนะ” ผมแกล้งแหย่พร้อมเลื่อนมือไปรูปตามเอวบาง

“รุต~ พอแล้ว” อีกฝ่ายพยายามดิ้นหนี แต่ผมก็ไม่ปล่อยไปง่าย ๆ

จุ๊บ!

“ระเบียงได้ไหม?” กดจูบที่ริมฝีปากสีอ่อนเบา ๆ แล้วยกยิ้มหื่น เออ ตอนนี้โคตรหื่นเลย

“รุต!” รัชช์หวีดเสียงแหลมด้วยความตกใจ

“หยอก~” ผมหัวเราะร่วนเลยโดนหยิกเข้าที่เอวไปอีกที

“ไปอาบน้ำก่อน” รัชช์ว่าพร้อมทำท่าจะลุกออกไปจากตัวผม

“ไม่ต้องคิดหนีเลย” แต่ผมก็กอดเอวเขาไว้แน่น ไม่ปล่อยไปง่าย ๆ หรอกนะ เนื้อเข้าปากเสือแล้วใครจะยอมปล่อยไปล่ะจริงไหม?

“รุต~” รัชช์ร้องโวย พยายามอย่างมากในการที่จะเอาตัวเองออกไปจากผม

“หึ ๆ ไม่แกล้งแล้ว”

ฟอด!

กลัวอีกฝ่ายจะทุบเข้าให้เลยต้องยอมปล่อยไป แต่ก่อนจะปล่อยก็หอมแก้มนิ่มไปฟอดใหญ่ ผิวเนียนลื่นมือ แถมยังตัวหอมอีก ผมไม่รู้เลยว่าอะไรที่ทำให้ผมหลงรัชช์ได้มากขนาดนี้ เขาจะรู้ไหมว่าผมต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการหักห้ามใจตัวเอง แม้ว่าที่ผ่านมาจะดูเหมือนว่าผมไม่เคยได้ห้ามใจตัวเองเลยก็ตาม

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“เดี๋ยวเราไปดูเอง” เสียงเคาะประตูห้องทำให้เราทั้งคู่ต่างชะงักไป หันมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะเป็นรัชช์ที่ลุกเดินออกไป

“คุณกลาง พี่มาวิน”

“ขอเข้าไปหน่อยได้ไหมครับ?”

“เข้ามาสิครับ”

“มีอะไร?” เห็นสองผัวเมียประสาทแดกเดินหน้าเครียดเข้ามาแล้วก็อดจะถามไม่ได้ ไม่บ่อยนักที่มาวินและเร็กซ์จะมีสีหน้าแบบนี้

มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?

“นิโคลมาท้าเฮียมาร์โลว์แข่งรถ” เร็กซ์ว่าเสียงเครียดหน้าตาดูเป็นกังวลมาก คำบอกเล่าของอีกฝ่ายทำเอาทั้งผมและรัชช์ต่างนิ่งไป

“มันรู้แล้วว่าไอริสอยู่กับเฮีย มันเอาไอริสมาเป็นเดิมพัน ใครชนะก็ได้ไอริสไป” มาวินพูดเสริมขึ้นมา ผมกับรัชช์หันมองหน้ากันอย่างเป็นกังวล นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลย มันทำแบบนี้ไม่ต่างจากเอาชีวิตคนมาเป็นของเล่น ชีวิตไอริสทั้งชีวิตขึ้นอยู่กับการแข่งรถในครั้งนี้  ถ้าพลาดนั่นเท่ากับว่าชีวิตของไอริสจบทันที

“แต่มาร์โลว์ไม่ได้แข่งรถมานานแล้วนะ” ผมว่าตามที่รู้มา มาร์โลว์ไปอยู่เมืองนอกหลายปี ช่วงที่กลับมาก็ไม่ได้จับรถแข่งเลย เพราะลงงานบริหารอย่างเดียว

“อืม ตอนนี้เฮียมันก็เครียด ๆ อยู่” มาวินเองก็เครียดไม่น้อย ในเวลานี้พวกเราเครียดกันหมด ทำไมมันถึงได้กล้าเอาชีวิตคนมาเป็นเครื่องเดิมพันได้วะ มันมองชีวิตคนเป็นอะไร?

เหี้ยจริง ๆ

“แข่งวันไหน?” เราจะทำอะไรได้มากกว่านั่งเครียดไหมนะ ผมเองก็กังวลไม่น้อยเลย ห่วงไอริส ไม่ได้ห่วงเพราะว่าอีกฝ่ายเป็นแฟนเก่า แต่ห่วงความรู้สึกของคนคนหนึ่งต่างหาก ไอริสจะรู้สึกยังไงที่ถูกใช้เป็นสิ่งเดิมพันแบบนี้

“อีก 2 อาทิตย์”

“ให้ผมไปเป็นคู่ซ้อมให้ไหม?” รัชช์ที่เงียบไปนานเอ่ยถามขึ้นมา

“นั่นแหละที่พวกเราอยากปรึกษา” มาวินหันมาพยักหน้า สีหน้าดูโล่งอกโล่งใจที่รัชช์อาสาช่วยขึ้นมาเองแบบนี้

“กูกับเล็กจะช่วยมาร์โลว์ซ้อมแข่งเอง พวกมึงก็ดูเรื่องรถให้มาร์โลว์ก็แล้วกัน” ผมบอกออกไป เรื่องแข่งรถผมไม่ห่วงเท่าไหร่ มาร์โลว์เองก็มีฝีมือ ผมกับรัชช์เองก็ไม่ใช่กระจอก เวลา 2 อาทิตย์นี้มาร์โลว์ต้องท็อปฟอร์ม เชื่อผมสิ นิโคลไม่มีทางชนะได้แน่

“อืม ขอบใจนะ” มาวินเอ่ยบอกด้วยสีหน้าโล่งใจ

“ไม่เป็นไรหรอกครับ” รัชช์ยกยิ้ม เราต่างรู้ดีว่าไอริสมีความสำคัญกับมาร์โลว์มากขนาดไหน ถึงไม่ใช่มาร์โลว์ แต่แค่เป็นไอริส ทั้งผมและรัชช์ต่างก็ยินดีช่วยอยู่แล้ว

“พรุ่งนี้ถ้าว่างก็เข้าไปที่สนามพร้อมกันนะ” เร็กซ์เอ่ยชวน

“ได้ครับ” ผมกับรัชช์หันมองหน้าปรึกษากันก่อนจะพยักหน้าออกมา ถ้ารีบซ้อมได้เร็วเราก็มีโอกาสที่จะชนะมากขึ้น ถึงผมจะไม่ได้ไปดูการแข่งของนิโคลนานแล้วแต่ผมก็ค่อนข้างมั่นใจว่ามาร์โลว์จะชนะ ยกเว้นเสียแต่ว่าถ้าอีกฝ่ายมันเล่นตุกติกเราก็อาจเป็นฝ่ายแพ้ได้ แต่คนอย่างมาร์โลว์ ให้ตายยังไงก็คงต้องชนะให้ได้ ยิ่งมีไอริสเป็นเดิมพัน คงทุ่มหมดหน้าตักแน่ ๆ ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปคงต้องจริงจังกันสักหน่อยแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

สองอาทิตย์ต่อมา 

ตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมาเราทุ่มเวลาทั้งหมดให้กับการซ้อมแข่งรถของมาร์โลว์ ผมกับรัชช์ช่วยเป็นคู่ซ้อมให้และสอนเทคนิคทั้งหมดที่ตัวเองมีให้กับมาร์โลว์จนหมด ถึงแม้ว่ารัชช์จะไม่ได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์มานานแล้วแต่ฝีมือเขาไม่มีตกเลย ผมก็แอบภูมิใจอยู่หน่อย ๆ แฟนคนดีของผมทำอะไรก็ดีไปหมด น่าปลื้มใจจริง ๆ เลยครับ และตอนนี้ก็ถึงวันนัดแข่งแล้ว ทุกคนดูจะตึงเครียดกันน่าดู 

“ต้องแข่งกันจริง ๆ เหรอ?” ไอริสที่ดูจะเป็นกังวลมากกว่าใครเอ่ยถามมาร์โลว์ด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก  

“อืม” มาร์โลว์ขานตอบเบา ๆ ในลำคอพลางเช็คสภาพตัวเองก่อนลงสนาม 

“คุณ…” ไอริสหน้าเครียดยิ่งกว่าเดิม 

“เชื่อใจฉันไหม?” มาร์โลว์ที่เห็นคนตัวเล็กมีอาการกังวลมากก็เดินเข้ามาจับไหล่บางเอาไว้  

“คุณต้องชนะกลับมาให้ได้นะ” ไอริสเงยหน้ามองมาร์โลว์ด้วยสายตาเป็นห่วง และกังวลใจ 

“ฉันไม่ปล่อยให้ใครมาเอานายไปหรอกนะ” มาร์โลว์บอกด้วยสีหน้าและท่าทางจริงจัง 

“อื้อ” ไอริสดูมีท่าทางลังเล แต่สุดท้ายก็ยอมพยักหน้ารับเบา ๆ มาร์โลว์ยกยิ้มบางเขามองเลยมาที่ผมกับรัชช์ พวกเรามองสบตากัน แม้จะมีความกังวลอยู่บ้างแต่เราก็เชื่อมั่นในตัวของมาร์โลว์ และเชื่อมั่นในตัวของทุกคน รถที่มาร์โลว์ใช้แข่งในวันนี้มาวินกับเร็กซ์และลูกน้องอีกหลายคนปรับแต่งเครื่องยนต์จนมันออกมาดีที่สุด ผมกับรัชช์ก็ช่วยซ้อมให้มาร์โลว์อย่างเต็มที่ พวกเราเชื่อมั่นมากว่ามาร์โลว์จะต้องชนะ 

มาร์โลว์เดินออกไปแล้ว ข้างสนามแข่งตรงนี้เลยเหลือแค่ผม รัชช์ และไอริส จุดที่เรายืนกันตกอยู่ในความเงียบ หน้าตาไอริสดูไม่สู้ดีเลย เขาคงเป็นห่วงมาร์โลว์ เห็นรัชช์บอกว่าไอริสไม่ได้กังวลเรื่องตัวเอง แต่ห่วงความปลอดภัยของมาร์โลว์มากกว่า เรามาแข่งที่สนาม G ถิ่นของพวกมัน และที่นี่ไร้กฎ หากพวกมันเล่นตุกติก มาร์โลว์แย่แน่ 

“ไม่ต้องห่วงนะไอ มาร์โลว์ไม่ได้กระจอก สองอาทิตย์ที่เรากับรัชช์ช่วยซ้อมให้มาร์โลว์มันจะไม่เสียเปล่า” ผมยื่นมือไปแตะบ่าเล็ก ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยร่องรอยของความกังวลและตึงเครียด เห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้ พวกเราทุกคนดูออกว่ามาร์โลว์คิดยังไงกับไอริส และเราก็รู้ว่าไอริสคิดยังไงกับมาร์โลว์  

“เรากลัวจังเลยรุต” ไอริสเงยหน้าขึ้นมองสบตากับผม ดวงตาคู่กลมมีน้ำสีใสเอ่อคลอ สำหรับไอริสแล้วมาร์โลว์คงเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาเหลืออยู่ ถ้ามาร์โลว์เป็นอะไรไป หรือเขาต้องแยกจากมาร์โลว์ ไอริสคงเจ็บปวดไม่น้อยเลย 

“ไม่ต้องกลัวนะไอริส มาร์โลว์จะต้องชนะ” รัชช์ช่วยพูดให้กำลังใจอีกแรง รอยยิ้มอ่อนโยนผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา 

“ครับ” คำพูดและท่าทีของรัชช์ช่วยให้ไอริสสบายใจขึ้นมาได้ แม้จะมีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ แต่ลึก ๆ แล้วไอริสก็เชื่อใจมาร์โลว์ เหมือนที่พวกเราทุกคนเชื่อมั่นว่ามาร์โลว์จะต้องปกป้องไอริสได้ 

ไม่นานการแข่งขันก็เริ่มขึ้น การแข่งขันในครั้งนี้แข่งโดยใช้รถมอเตอร์ไซค์แข่งรอบเดียวจบ ไม่มีกฎกติกาใด ๆ ทั้งสิ้น เข้าเส้นชัยก่อนก็คือชนะไป เริ่มแรกที่ออกตัวมาร์โลว์ช้ากว่านิโคลไปหนึ่งจังหวะ และเขาก็ไล่หลังตามนิโคลมาเรื่อย ๆ จนเข้าโค้งแรกเขาก็ตีเสมอขึ้นมาได้ แต่พอมาถึงทางตรงนิโคลก็เร่งเครื่องหนีออกไปอีก มาร์โลว์ตามหลังนิโคลอยู่หลายเมตร และแม้จะเข้าโค้งที่สองแล้ว แต่มาร์โลว์ก็ยังแทรกนิโคลขึ้นมาไม่ได้ พวกเราต่างลุ้นจนนั่งไม่ติดที่ เข้าทางโค้งที่สามมาร์โลว์เร่งเครื่องตีเสมอขึ้นมาได้อีกครั้ง แต่ก็ถูกนิโคลเบียดออกจนเกือบหลุดโค้งไป คราวนี้รถของนิโคลเริ่มห่างออกไปไกล มาร์โลว์ที่เกือบเสียหลักล้มกลับมาประคองรถได้ก็รีบเร่งเครื่องตามให้ทัน พอเข้าโค้งที่สี่ก็เร่งเครื่องตีเสมอขึ้นมาได้ เหลืออีกเพียงโค้งเดียวเท่านั้นก่อนเข้าเส้นชัย มาร์โลว์ตีเสมอนิโคลขึ้นมาได้ และในจังหวะที่เข้าโค้งเขาก็ขับเบียดนิโคลเข้าทางโค้งทำให้รถของนิโคลเสียหลักจนเกือบจะล้ม มาร์โลว์ใช้จังหวะนั้นเร่งเครื่องแซงหน้านำนิโคลเข้าเส้นชัยไป 

“ชนะแล้ว!” ไอริสที่นั่งแทบไม่ติดที่พอเห็นว่ามาร์โลว์เข้าเส้นชัยแล้วก็กระโดดดีใจจนตัวลอย 

“เยี่ยม!” มาวินร้องออกมาด้วยรอยยิ้มกว้าง พวกเราต่างยินดีกับชัยชนะในครั้งนี้ แต่คนที่ดีใจมากที่สุดคงไม่พ้นไอริส คนตัวเล็กวิ่งออกจากที่นั่งลงไปหาใครอีกคนที่เพิ่งได้รับชัยชนะในครั้งนี้ 

“มาร์โลว์!”  

หมับ! 

ไอริสวิ่งเข้าไปกระโดดกอดมาร์โลว์ด้วยท่าทางที่ดีอกดีใจ ทำเอาพวกเราที่เดินตามหลังถึงกับหลุดเสียงหัวเราะด้วยความเอ็นดู ผมว่าไอริสคงลืมตัวแหละ กระโดดตัวลอยเชียว 

“ไอริส” มาร์โลว์ที่ถูกคนตัวเล็กกอดหนึบก็ยืนงงไปหลายวิฯ แต่แล้วใบหน้าหล่อก็เผยรอยยิ้มกว้างออกมา ให้เดาคงไม่ได้ยิ้มดีใจที่ชนะหรอก แต่น่าจะดีใจที่ถูกไอริสกอดมากกว่า 

“ชนะแล้ว” ไอริสฉีกยิ้มกว้างสดใส หน้าตาดูมีความสุขผิดจากก่อนหน้านี้ 

“ไม่ต้องกังวลแล้วนะ” มาร์โลว์ยกมือขึ้นลูบแก้มขาวเนียนด้วยรอยยิ้มอบอุ่นและอ่อนโยน 

“อื้อ” ท่าทางดูมีความสุขจริง ๆ นั่นแหละ แต่ยืนคุยกันได้ไม่นานพวกเราก็ต้องหยุดเมื่อนิโคลที่ขับรถเข้ามาในเส้นชัยทีหลังเดินเข้ามาหาพร้อมลูกน้องจำนวนหนึ่ง 

“ตามที่ตกลงกันไว้ ใครแพ้ต้องเลิกยุ่งกับไอริส” รัชช์เดินเข้าไปขวางหน้านิโคลที่ทำท่าจะเดินเข้าไปหามาร์โลว์กับไอริส มาร์โลว์รีบดึงคนตัวเล็กให้ไปยืนหลบข้างหลังตัวเอง กราฟ วิคและโช ที่เป็นลูกน้องของมาวินรีบพุ่งเข้ามายืนประกบหลังไอริสทันที คุ้มกันแน่นหนามาก 

“รัชช์ อัศวบุญโชค” นิโคลมองหน้ารัชช์นิ่ง ๆ ก่อนจะเหยียดยิ้มออกมาราวกับตัวร้ายในหนัง 

“เรารู้จักกันเหรอ?” รัชช์เลิกคิ้วมองด้วยท่าทางยียวนกวนประสาท 

“ฉันรู้จักนาย” นิโคลแสยะยิ้มออกมาอย่างน่ารังเกียจ 

“อ๋อ เหรอ” แล้วรัชช์ก็ยกยิ้มกวน ๆ กลับไป 

“ได้ข่าวว่าไปคว้าไอ้เด็กอันธพาลมาเป็นแฟนนี่” นิโคลว่าก่อนจะปรายตามองมายังผมที่ยืนอยู่ข้างหลังรัชช์ 

ไอ้เวร! หลอกด่ากูนี่ 

“ปากหมาขอไม่คุยด้วย” ดวงตาคู่กลมกลอกมองไปมาก่อนจะเบ้หน้าใส่อีกฝ่ายที่พูดจาไม่เข้าหู 

“ฮึ! ปากดี” แม้จะโดนด่าแต่นิโคลก็ยังคงยิ้มเหมือนคนบ้า ประสาทเปล่าวะ โดนด่าเสือกยิ้มรับ 

“อย่ายุ่งกับน้องกู” เร็กซ์ที่เห็นท่าไม่ดีเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างรัชช์กับนิโคลเพื่อขัดบทสนทนานั้น 

“ระวังตัวไว้เถอะ พวกมึงทุกคนเลย” นิโคลยกนิ้วชี้หน้าพวกเราทุกคนที่ยืนอยู่ด้วยสายตาและท่าทางมาดร้าย 

“หมา…ยังไงมันก็เป็นหมา และมึงก็เป็นแค่ไอ้หมาขี้แพ้” มาร์โลว์เหยียดยิ้มที่มุมปากท่าทางดูไม่ได้เกรงกลัวต่อคำข่มขู่แต่อย่างใด  

“เดี๋ยวมึงก็รู้ว่าใครหมาหรือไม่หมา” นิโคลชี้หน้ามาร์โลว์อย่างเอาเรื่อง 

“กลับกันเถอะ” มาวินหันมาบอกกับพวกเราที่ยืนเตรียมไฟท์กับอีกฝ่าย มาถิ่นเขาแต่ไม่กลัวหรอกครับ พอดีวันนี้ยกพวกมาเยอะ นิโคลเองก็คงไม่กล้าเล่นตุกติกอะไรเพราะพวกเราก็เยอะเอาเรื่อง และถึงแพ้จริง ๆ มาวินก็เตรียมแผนสำรองไว้แล้ว ยังไงก็ไม่มีทางยกไอริสให้กับนิโคลแน่ ๆ สรุปแล้วจะแพ้หรือชนะก็ไม่สำคัญ เพราะไม่ว่ายังไงมาร์โลว์ก็จะไม่ยอมให้ไอริสไปไหน สมมติถ้าวันนี้มาร์โลว์แพ้ เราก็จะยกพวกตีกับเจ้าถิ่นครับ วันนี้ทุกคนพร้อมไฟท์มากพูดเลย 

“คนเหี้ยไรแพ้ในบ้านตัวเอง” ระหว่างเดินออกมาขึ้นรถที่จอดอยู่ด้านนอกเร็กซ์ก็พูดขึ้นมา  

“ก็คนอย่างไอ้นิโคลนี่แหละ” มาวินว่ากลั้วเสียงหัวเราะ แล้วสองผัวเมียคู่ประสาทแดกก็หัวเราะคิกคักกันสองคน 

“ฉลองกันมึง” เร็กซ์หันมาเอ่ยชวนด้วยรอยยิ้มฉีกกว้าง 

“ฉลองอะไรอีก?” มาวินว่าคล้ายเอือมระอา ฉลองได้ทุกเทศกาลและทุกโอกาสจริง ๆ  

“กูให้ไอ้โชโทรสั่งไก่ทอดมาแล้ว” เร็กซ์พูดยิ้ม ๆ หันไปมองโชก็เห็นลูกน้องคนเก่งยืนยิ้มแหย นายสั่งอะไรก็ต้องทำล่ะเนอะ น่าสงสารว่ะ ยิ่งมีนายชื่อเร็กซ์นี่ยิ่งปวดหัว 

“เรื่องกินนี่มึงไวตลอดเลยนะ” มาวินส่ายหน้าเอือม ๆ  

“อะ แน่นอน” เร็กซ์ไหวไหล่เหมือนไม่แคร์ พวกเราได้แต่มองหน้ากันด้วยรอยยิ้มแหย ๆ เอาเถอะ ใครจะกล้าขัด อำนาจล้นมือขนาดนั้น ซ้อ(เล็ก)เร็กซ์ แต่อำนาจไม่เล็กเลยนะครับ 

  

 

 

 

 

พอกลับมาถึงสนามพวกเราก็เข้ามาที่บ้านของมาร์โลว์และมาวิน บนโต๊ะกินข้าวมีของกินวางเรียงรายเต็มไปหมด ไม่ใช่แค่ไก่ทอดนะครับ แต่ยังมีพิซซ่าด้วย พวกเราก็ได้แต่มองหน้ากันอย่างเหนื่อยอกเหนื่อยใจ ดูจากจำนวนของกินแล้วน่าจะหมดไปหลายพัน แล้วคิดว่าใครเป็นคนจ่ายล่ะครับ? แน่นอนว่าปกติแล้วต้องเป็นมาวินอย่างแน่นอน แต่ด้วยความที่มาร์โลว์เป็นพี่ใหญ่และการฉลองนี้ก็ฉลองให้กับชัยชนะของเขา มาร์โลว์เลยออกเงินค่าอาหารเองทั้งหมด คนสั่งยิ้มรับหน้าบานอารมณ์ดี ส่วนคนจ่ายเงินนี่ขมวดคิ้วแล้วขมวดคิ้วอีก แต่ถามว่าพวกเรากินไหม ก็กินสิครับ สั่งมาแล้ว เสียเงินแล้วจะปล่อยทิ้งได้ยังไง เสียดายของ 

“ฉลองให้กับความพ่ายแพ้ของไอ้นิโคล” เร็กซ์ยกน่องไก่ทอดขึ้นมาชูแทนแก้วเครื่องดื่ม  

เอากับเขาสิ 

“สมน้ำหน้ามัน” มาวินยกยิ้มเยาะ  

“ขอบใจพวกมึงทุกคนนะที่ช่วยกู” มาร์โลว์หันมาบอกกับพวกเราทุกคนที่นั่งกันอยู่ 

“เล็กน้อยน่าเฮีย เรื่องแค่นี้เอง” เร็กซ์บอกอย่างไม่คิดอะไร 

“เออ ยังไงก็ขอบใจ ถ้าไม่ได้พวกมึงนี่กูแย่เลย”  

“เลี้ยงเหล้าพวกกูสักครั้งสิเฮีย” ผมฉีกยิ้มกว้าง จะว่าไปก็ไม่ได้ดื่มนานแล้ว เพิ่งมีวันนี้นี่แหละที่ได้จับแก้วเหล้า แต่มันก็ไม่ได้เยอะเท่าไหร่ เหมือนซื้อมาประดับการฉลองกันเฉย ๆ  

“ที่มึงกินอยู่นี่กูก็จ่ายนะ” มาร์โลว์ว่าพร้อมมองมายังแก้วเหล้าที่อยู่ในมือผม 

“เลี้ยงอีกสักครั้งจะเป็นอะไรไปล่ะเฮีย” เร็กซ์พูดเสริม ซึ่งผมก็เห็นด้วย ไม่บ่อยนักที่เราจะมีความคิดตรงกัน ครั้งนี้ถือว่าผ่าน 

“ผัวมึงเลี้ยงไม่ดีเหรอ?” มาร์โลว์ว่าเสียงเอือมพลางมองเลยไปทางมาวินที่นั่งจิบเหล้าอยู่ คนเป็นผัวที่ถูกพาดพิงถึงกับสำลักเหล้ากันเลยทีเดียว 

“แหม เฮียก็” เร็กซ์ทำท่าเอียงอาย แต่ดูก็รู้ว่าแสดง 

“อะไรมึง?” มาวินมองหน้าคนรักของตัวเองด้วยความสงสัย 

“นั่งกินไปเงียบ ๆ เลย” เร็กซ์ตวัดตาดุใส่มาวิน 

“พาลใส่กูเฉย” มาวินยกมือขึ้นเกาหัวตัวเองงง ๆ เขาได้แต่ยิ้มเก้อ เลี้ยงเมียดีแค่ไหนแต่ก็ยังไม่พอใจเมียอยู่ดี ผมเลิกสนใจคนอื่นแล้วหันกลับมามองเมียตัวเองบ้าง 

“อ๊ะ!” รัชช์สะดุ้งตกใจเบา ๆ เมื่อผมยื่นมือไปเช็ดที่มุมปากให้อีกฝ่าย กินยังไงซอสเลอะปากเนี่ย 

“ปากเลอะแล้ว” ผมปากด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน บางทีรัชช์ก็มีมุมที่เป็นเด็ก ๆ เหมือนกันนะครับ 

น่ารักน่าเอ็นดูจัง 

จุ๊บ! 

เห็นแล้วก็อดที่จะก้มหน้าลงไปกดจูบที่ริมฝีปากสีอ่อนไม่ได้ มันเขี้ยวว่ะ 

“รุต!” รัชช์หวีดร้องเสียงดังด้วยความตกใจกับการกระทำของผม เขายกมือขึ้นทำท่าจะตีผมแต่ก็ไม่ได้ตี คนดีมองตาดุแล้วก็สะบัดหน้าหนีไป  

อาการแบบนี้เขินชัวร์ 

“ต่อหน้าต่อตากูเลยนะ!” เร็กซ์ร้องโวยเสียงดังแล้วทำท่าจะเข้ามาฟาดหัวผม แต่โชคดีที่มีมาวินจับไว้ได้ทัน  

รอดตัวไปครับ 

“กินเข้าไปเยอะ ๆ ผอมจะแย่แล้ว” เสียงของมาร์โลว์ดังขึ้น เมื่อหันไปมองก็เห็นมาร์โลว์หยิบไก่ทอดหลายชิ้นไปใส่จานของไอริส 

“พอแล้ว ผมกินไม่หมดหรอก” คนตัวเล็กรีบร้องบอก 

“กินไป ถ้ากินไม่หมดเดี๋ยวฉันกินเอง” แต่มาร์โลว์ก็ไม่ฟัง ยังหยิบพิซซ่ามาใส่จานของไอริสอีกชิ้น  

“ขี้บังคับ โอ๊ย!” คนตัวเล็กบ่นอุบ แต่ยังพูดไม่ทันจบประโยคดีก็ร้องโวยวายออกมาเมื่อถูกมือหนาหยิกเข้าที่ข้างแก้มขาวเนียน 

“ขี้ดื้อ” มาร์โลว์ว่าเสียงดุ 

“นี่คุณ!” ดวงตาคู่กลมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ไอริสทำท่าจะต่อว่าอีกฝ่ายกลับไป 

“เถียงเหรอ?” แต่ก็ถูกมาร์โลว์พูดดักเอาไว้ 

“ฮึ่ย!” คนตัวเล็กเลยได้แต่นั่งฟึดฟัดฮึดฮัดอยู่กับที่ จะเถียงก็ไม่ได้จะโวยวายก็ไม่ได้อีก แต่ถึงอย่างนั้นไอริสก็ดูมีความสุขดีนะครับ ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น หวังว่าหลังจากนี้ไปไอริสจะอยู่กับมาร์โลว์อย่างมีความสุขนะครับ 

 

 

 

 

 

------------------------------ 

 

 

 

 

 

 

กลับมาแล้วค่ะ คิดถึงกันไหมเอ่ย? 

มาเสิร์ฟความหวานพร้อมตัดขาให้แล้วนะคะ 

ไทม์ไลน์ของภาคนี้จะอยู่ในช่วงเดียวกับเรื่องคนสุดท้าย 

ที่เป็นคู่ของมาร์โลว์กับไอริสค่ะ  

คือจริง ๆ จะมีอีกคู่หนึ่งที่เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน 

แต่คงต้องค่อย ๆ ไปทีละเรื่องเนอะ ไปพร้อมกันไม่ไหว ซ้อนสามเดี๋ยวโดนตำรวจจับ 

ตอนนี้ก็แบกอยู่สองเรื่อง แล้วก็ดองไว้อีกสองเรื่อง  

ดิฉันมีโลกมากกว่าสองใบอีกค่ะ ซึ่งก็ยังหาทางแก้ไม่ได้ 

กราบขอความเห็นใจอย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหน อยู่ด้วยกันก่อนนะคะ *กอดขาอ้อนวอน*  

 

ฝากเพจ 

ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ 

ด้วยนะคะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว