facebook-icon

ผลงานเรื่องแรก คิมเมจงเจริญ

ตอนที่ 1: การเปลี่ยนแปลง (แก้ไขแล้ว)

ชื่อตอน : ตอนที่ 1: การเปลี่ยนแปลง (แก้ไขแล้ว)

คำค้น : คิมหันต์, เมษา, นิยายวาย, นิยายy, lastlove, รักสุดท้ายนายบ้านนอก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 128.5k

ความคิดเห็น : 149

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ส.ค. 2560 23:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1: การเปลี่ยนแปลง (แก้ไขแล้ว)
แบบอักษร

ท่ามกลางพื้นที่ที่รายล้อมไปด้วยทุ่งหญ้าทั่วทุกอาณาเขต ชายหนุ่มร่างสูงอยู่ในชุดเสื้อคลุมแขนยาวลายสก๊อตดำคาดสลับสีกากีสวมทับเสื้อสีเทาราคาแพงตัวใน คอเสื้อตัวนอกม้วนพับอย่างเป็นระเบียบเผยให้เห็นรอยสักรูปดอกกุหลาบลายเส้นชัดเจนน่าหลงใหล กางเกงยีนส์ราคาแพงสีอมเข้มชายขาสวมทับด้วยรองเท้าบูทคู่ข้อสูงสีกากีเข้ากับลายบนเสื้อตัวนอกที่สวมอยู่ ดวงตาคู่เฉี่ยวสีดำเข้มอยู่เหนือรอยสักรูปกากบาทคาดทับเลขอารบิคที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา จมูกสันโด่งเป็นคมเข้ารับกับรูปหน้าและผมรองทรงสูงแสกกลางได้ดี ริมฝีปากสีชมพูอ่อนพ่นควันบุหรี่สีขาวออกมาพวยพุ่งฟุ้งไปทั่วอากาศ

“อือหือ…สภาพ”

เขามุ่งมองไปที่บ้านไม้หลังเก่าตรงหน้า บ้านไม้หลังเก่าโทรมชั้นเดียวยกด้วยใต้ถุนสูง ตัวบ้านล้อมด้วยต้นไม้ปลูกประดับหน้าต่างเปิดอ้ารับแสงแดด ประตูเปิดอ้าทิ้งไว้ทำให้เห็นถึงบริเวณข้างในมีเพียงทีวีเก่าๆตั้งชิดกำแพง ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มคิ้วขมวดนิ่วหน้าด้วยความสงสัยถึงสถานที่ที่เขายืนอยู่ ก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโอนสายหาใครบางคน

“ฮัลโหล!!!พ่อ ไอ้ที่อยู่ที่พ่อให้มานี่ถูกรึเปล่า!!!”

‘…ก็ไม่มีอะไรผิดนี่ลูก’

เสียงปลายสายพูดตอบ

“บ้านไม้เก่าๆโทรมๆเนี่ยนะที่พ่อให้ผมมาอยู่ ผมว่าพ่อให้ที่อยู่มาผิดแน่ๆ”

‘ไม่ผิดลูก พ่อยังอิจฉาลูกเลยที่ได้ไปที่นั่น สมัยหนุ่มๆพ่อเคยไปค้างกับแม่แก โรแมนติกที่สุดไปเลย อ้อ !!! ซักครู่ๆ ผมจะเข้าไปเดี้ยวนี้ ฟังนะคิมหันต์พ่อต้องเข้าประชุมเดี๋ยวนี้ และถ้ากลับมาล่ะก็พ่อจะถอนเงินแกออกจากบัญชีให้หมด รักนะลูกชาย’

ตู้ด !!

“พ่อ!!! พ่ออย่าพึงวางดิ !! โห้ย”

สิ้นสุดบทสนทนา คิมหันต์ ชายหนุ่มไฮโซนิสัยเสีย ลูกชายคนเดียวของตะกูล พิพัฒนภูวดล หรือที่รู้จักกันในนาม คิมหันต์ พิพัฒนภูวดล หากพูดถึงเขาคงไม่พ้นเรื่องเงินและการใช้ชีวิตที่แสนสบายไม่สนใจใคร ในเมื่อพ่อของเขาป้อนทุกอย่างให้ตังแต่เด็ก ทั้งชื่อเสียง ธุรกิจที่ทำขึ้นให้ช่วยดูแล โตมาเพรียบพร้อมแล้วทุกอย่างจนไม่จำเป็นต้องขวนขวายหาอะไรอีก หน้าตาอันหล่อเหลาขัดกับนิสัยยอดแย่และสุดแสนจะเย็นชาเหย่อหยิ่ง แน่นอนว่าผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตไม่มีใครทนกับนิสัยของเขาได้นานนัก ความหงุดหงิดงุ่นง่านจากเหตการณ์ที่พบเจอ ทำให้ต้องหาที่ระบายลงกับอะไรซักอย่าง หันไปทางขวาข้างขาพบขวดน้ำขนาดถนัดมือ เขาแกว่งขาไปด้านหลังและดิ่งน้ำหนักลงเต็มที  แรงส่งจากปลายเท้าส่งผลให้ขวดน้ำที่เตะนั้นลอยละลิ่วคว้างไปกลางอากาศและตกลงที่ไหนซักแห่ง

“เอ๋ง!!!!!”

“โดนหมาหรอวะ ? ”

พูดกับตัวเองหันหน้าไปทางซ้ายทีขวาทีเพื่อหาต้นเสียงที่ร้องออกมาเพราะความเจ็บปวดเมื่อครู่  ยังไม่ทันที่จะหาต้นเสียงร้องนั้นเจอ เสียงเห่ากรรโชกก็ดังขึ้นต่อมาไม่ไกล

“โฮ่งๆๆ!!!!!!”

สุนัขขนสีน้ำตาลสลับดำอมเข้มตัวสูงระดับหัวเข่าขนสั้นท่าทางรูปร่างปราดเปรียว มันอ้าปากโชว์ให้เห็นเขี้ยวแหลมคมทั้งสองข้าง ขาหน้าควบวิ่งตรงมาหาพร้อมที่จะกระโจนเข้าใส่ทันทีโดยไม่รีรอ  คิมหันต์แทนที่จะยกแขนขึ้นป้องเพื่อป้องกันตัวเอง แต่ดันมาเป็นห่วงรถคันหรูลูกชายคู่ใจราคาแพงหลายล้าน อย่างBMW i8 ซูปเปอร์คาร์สีขาวสลับแถบฟ้า ไฟหน้ารถดุดันไม่ต่างจากดวงตาของเขาเช่นกัน สองมือยกมือขึ้นปัดป่ายไม่ให้สุนัขได้เข้าใกล้ตัวรถแม้แต่น้อย

“อย่านะเว่ย!!! หยุดๆ แกกัดฉันได้แต่อย่าทำรถฉันเป็นรอยเด็ดขาด”

“โฮ่งๆ!!!”

“หยุด!!น้ำตาลหยุด!!”

เสียงปริศนาจากที่ตะโกนดังเพื่อห้ามและหยุดการกระทำของสุนัขที่กำลังมุ่งมาหาเขา มันหยุดชะงักทันทีแต่ยังเดินวนไปมากันท่าเพราะหวงแหนพื้นที่ ทันทีที่สิ้นเสียงนั้น ชายหนุ่มร่างบางตัวเล็ก ผิวขาวผิดต่างกับคนต่างจังหวัด ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นดูสดใจ สมูกสันโด่งรับเข้ากับริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูเป็นกระจับ เสื้อยืดสีขาวสลับลายขวางคาดดำ กางเกงขาสั้นสีดำเรียบง่ายดูไม่น่าเกลียดนักก็ปรากฏตัวขึ้น เขาไม่ได้สนใจต่อรูปร่างหน้าตาที่ดูน่ารักสดใจของเด็กหนุ่มคนนั้นแม้แต่น้อย คิมหันต์หน้านิ่วคิ้วขมวดใส่ทันที เม้มริมฝีปากแน่นก่อนที่จะยกแขนขึ้นชี้ไปที่ใบหน้า พร้อมตะโกนกรรโชกเสียงดังกึกก้องไปทั่วบริเวณด้วยอารมณ์โกรธจัด

“เลี้ยงหมายังไงให้ออกมาเห่าคนอื่น!!!ห๊า!!! ถ้ารถฉันเป็นรอยแกจะรับผิดชอบยังไงไหววะ!!!”

“แล้วเดินยังไง ให้ขวดน้ำลอยมาโดนหัวหมาล่ะครับ คุณ…คิมหันต์”

สิ้นเสียงตระโกนกรรโชกจากคิมหันต์  เมษา เด็กหนุ่มต่างจังหวัดที่ตกเป็นคู่กรณีในเหตุการณ์ครั้งนี้ก็ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง ดวงตาคู่นั้นที่ดูสดใสปรับเปลี่ยนนิ่งเฉย พยายามทำใจให้เย็นเพื่อรองรับกับสถานการณ์  สองมือยืนขนาบข้างลำตัว ต่างจากคิมหันต์ที่ถกแขนเสื้อขึ้นทั้งสองข้างเผยให้เห็นรอยสักที่ข้างแขน เขาโมโหจนหายใจกระหืดกระหอบ ไม่วายเงื้อมมือขึ้นขยี้หัวตัวเอง ขบฟันแน่นแน่นอนว่าคงไม่ใช่สีหน้าของคนที่กำลังอารมณ์ดี

“ขอโทษที่ไม่ได้ออกมารับผมทำงานบ้านอยู่”

เห็นการกระทำของคิมหันต์ใช่ว่าจะพอใจในการพบกันครั้งแรก แต่ก็ยอมที่จะพูดดีด้วย เขาเดินลงมาจากบ้านโดยมีคิมหันต์ปรายตามองอยู่ห่างๆ สองมือหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าใบหรูราคาแพงสีน้ำตาลลายหลุยส์ให้พ่อหนุ่มไฮโซนิสัยเสีย ในใจคิดอยากกลับบ้านแต่ เมื่อนึกถึงคำพูดของผู้เป็นพ่อที่พูดออกมาเช่นนั้นเขาจึงตัดสินใจที่ต้องจำใจอยู่ที่นี่ แถมที่แบบนี้จะไปหาโรงแรมค้างที่ไหนได้ คิมหันต์เดินตามเมษาเพื่อเข้าสู่ตัวบ้าน ตอนนี้เขาอยู่ที่ลานหน้าบ้านซึ่งบนพื้นมีแต่หินดินทราย ก้อนกรวดก้อนเล็กก้อนน้อย

เมื่อก้าวขาข้างซ้ายออกไปเสียงไม่พึงประสงค์ก็ดังขึ้น  ‘แกร่ก’ มันทำให้เขาต้องหยุดชะงักที่จะก้าวเดินต่อ รองเท้าคู่แพงสีกากีเหยียบย่ำไปบนพื้นดินกับก้อนกรวดก้อนหยาบ ทำให้ฝุ่นตีขึ้นมาที่รองเท้าคู่รักคู่นั้น ก้มหน้ามองยืนคิดว่าพื้นแบบนี้มีหวังพื้นรองเท้าราคาแพงของเขาคงเสียหมด นั่งลงสองมือแก้เชือกรองเท้าให้คลายปมพอให้หลวมเพื่อถอดมันออก เมื่อถอดออกเรียบร้อยทั้งสองข้างก็ถือรองเท้าคู่รักเดินขึ้นบ้านไม้หลังเก่าโทรมตรงหน้า แทนที่จะไม่ให้เท้าต้องเจ็บและสกปรก แต่เขาทำแบบนี้เพราะห่วงความสะอาดของรองเท้ามากกว่าห่วงเรื่องของความสะอาดต่อตัวบ้านที่กำลังเหยียบย่ำขึ้นไป

“เพิ่งถูบ้านเสร็จนะ ทำไมถึงได้ย่ำดินมาบนบ้านอย่างงั้นล่ะ”

เด็กหนุ่มชายตามองคิมหันต์ที่เหยียบดินมาเต็มที่ ไรฝุ่นที่สกปรกทำให้พื้นบ้านขึ้นรอยชัดเจน

“ฉันคิดว่า…พื้นบ้านนายสกปรกยังดีกว่าพื้นรองเท้าต้องฉันสกปรก จริงมั้ยล่ะ”

คิมหันต์เลิกคิ้วเชิงกวน สองมือกระชับคอเสื้อตัวนอกแล้วยักไหล่ การกระทำตรงหน้าชวนหมั่นใส้ใช่ย่อย ถึงอย่างนั้นหาสนใจไม่ เจ้าตัวเดินทอดน่องสบายใจผิวปากผ่านหน้าเมษาไป ไม่วายยังวางรองเท้าไว้กลางบ้าน ไม่สนใจเลยว่าจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนหรือพื้นบ้านต้องสกปรกมากแค่ไหน นี่แหละ ผู้ชายที่ชื่อคิมหันต์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวของตะกูล พิพัฒนภูวดล สุดท้ายเขาก็แสดงออกถึงนิสัยแสนแย่ยากนักที่ใครต่างจะรับได้

เมษา Said. คนนิสัยไม่ดี

ยืนพูดกับตัวเองได้เพียงพัก คิมหันต์ก็โชว์นิสัยเสียออกมาอีกครั้งด้วยการออกปากสั่งชี้นิ้วให้เมษาเอากระเป๋าไปเก็บไว้ในห้องตน ไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นเพียงผู้อาศัยไม่ได้มาใช้บริการโรงแรมหรู

“มัวยืนมองอะไร กระเป๋า เอา ไป ไว้ ใน ห้อง ฉัน สิ”

“ที่นี่มีห้องผมห้องเดียว”

“ห้องเดียว ? งั้นฉันนอนห้องนาย นายก็...นอนหน้าทีวีละกัน”

“เดิมทีเป็นห้องของพ่อแม่ผม ผมจะนอนห้องนั้น”

“ยังไงฉันก็ไม่นอนหน้าทีวี”

“งั้นก็นอนด้วยกัน ผมจะเอากระเป๋าไปเก็บให้”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว