facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เป็นแฟนคนเถื่อน : 11

ชื่อตอน : เป็นแฟนคนเถื่อน : 11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ส.ค. 2563 12:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เป็นแฟนคนเถื่อน : 11
แบบอักษร

 

 

เป็นแฟนคนเถื่อน : 11 

 

 

Marut Part : 

“แม้กระทั่งปิดเทอมกูก็ยังต้องเจอหน้าพวกมึงเหรอ?” เสียงหวีดร้องแหลม ๆ ของเร็กซ์ทำเอาผมถึงกับเบ้หน้าอย่างไม่ชอบใจ ตอนเด็ก ๆ ออมม่าเลี้ยงด้วยอะไรวะ? ทำไมถึงได้ผ่าเหล่าผ่ากอจากพี่น้องขนาดนี้ 

“ไม่อยากเจอหน้าพวกกูมึงก็ออกจากบ้านไป” ผมขมวดคิ้วแล้วยกนิ้วชี้ไปทางประตูบ้าน 

“เดี๋ยว นี่บ้านกู” เร็กซ์ชักสีหน้าส่งเสียงจิ๊จิ๊ะขัดใจ 

“พี่มึงไม่อยู่เหรอ?” มาวินหันมาถามเมื่อไม่เห็นพี่ชายคนโตของบ้าน 

“ถ้าอยู่ก็เห็น” ลูกชายคนกลางของบ้านอัศวบุญโชคลอยหน้าลอยตาตอบกลับแบบกวน ๆ  

“กวนตีน” ผมสบถออกมาเสียงดัง ไม่ใช่แค่มาวินหรอกที่กวนประสาท เมียมันก็ประสาทแดกพอกัน 

“มึงพูดกับพี่เมียแบบนี้เหรอ?” เร็กซ์เบิกตากว้างทำหน้าทำตาตกอกตกใจ  

แสดง ดูออก 

“เออ ทำไม?” พี่เมียแล้วไง กูไม่เคารพ กูเคารพแค่เมียคนเดียวพอ 

“อย่าทะเลาะกันเลย กูปวดหัว” มาร์โลว์ที่นั่งเงียบอยู่นานรีบเอ่ยห้ามทัพขึ้นมาอย่างรวดเร็ว  

“ใครก็ได้มาช่วยทางนี้หน่อยครับ” เสียงตะโกนของรัชช์ที่ดังมาจากในห้องครัวทำให้พวกเราหยุดเถียงกันแล้วหันไปมองทางต้นเสียง 

“ผมไปช่วยพี่รัชช์ตรงนั้นนะ”  

“อืม” ผมที่กำลังจะลุกไปหาคนรักของตัวเองก็ชะงักเมื่อไอริสพูดขึ้นมารัวเร็วแล้วลุกออกไปหารัชช์ที่ห้องครัวทันทีโดยมีเชนตามออกไปติด ๆ ผมมองตามแผ่นหลังเล็กไปแล้วก็ได้แต่ขบคิดในหัวไปด้วยว่าคนตัวเล็กนั้นเลิกชอบคนรักของผมไปแล้วหรือยัง 

“ไอริสเวลาไม่ร้ายนี่ก็น่ารักดีนะ” เร็กซ์พูดขึ้นหลังจากที่ไอริสเดินออกจากห้องนั่งเล่นไป 

“อืม หมดฤทธิ์ไปเยอะเลย” มาร์โลว์พยักหน้าเบา ๆ  

“น่าสงสารนะ” นิลกาฬว่าอย่างเห็นใจ 

“มึงก็ดูแลไอริสดี ๆ ก็แล้วกัน” ผมหันไปบอกกับมาร์โลว์ เรื่องราวของไอริสยังไม่จบดี เพราะอย่างนั้นมาร์โลว์ถึงได้เป็นกังวลมาก อีกฝ่ายคอยตามประกบคนตัวเล็กไม่ให้คาดสายตาเลยทีเดียว 

“ก็ทำเท่าที่จะทำได้แล้ว” อีกฝ่ายถอนหายใจยาว มาร์โลว์เองก็เหมือนกับจะเจอปัญหาใหญ่ มีเรื่องให้ต้องคิดเยอะแยะไปหมด ไหนจะต้องคอยตามแก้ปัญหาให้ไอริสอีก 

“แล้วมึงจะจัดการยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับไอริส?” ผมอดที่จะสงสัยไม่ได้ เรื่องที่เกิดขึ้นกับไอริสมันเป็นเรื่องใหญ่ เราจะมาทำเล่น ๆ ไม่ได้ 

“กูให้คนตามหาลุงเขยของไอริสอยู่” มาร์โลว์รับแก้วน้ำจากเร็กซ์มากระดกขึ้นดื่มก่อนจะมองเลยไปทางห้องครัว 

“แล้วเรื่องหนี้?” ได้ยินมาว่าลุงของไอริสเป็นหนี้อยู่หลายล้าน ไม่รู้ว่ามาร์โลว์จะจัดการกับเรื่องนี้ยังไง 

“กูกำลังแก้ปัญหาอยู่ ตอนนี้รู้แล้วว่าเจ้าหนี้ของลุงไอริสคือใคร” อีกฝ่ายว่าออกมาเสียงเครียด ทำเอาผมอดที่จะแปลกใจไม่ได้  

“ใคร?” นิลกาฬเอ่ยถามด้วยความสงสัย 

“นิโคล” 

“นิโคล? เจ้าของสนาม G น่ะเหรอ?” มาวินที่ได้ยินถึงกับชะงักตาโต พวกเราหันมองหน้ากันด้วยความตกใจ 

“ใช่” มาร์โลว์พยักหน้าเบา ๆ  

“ศัตรูตัวฉกาจเลยนี่หว่า” เร็กซ์ว่าหน้าเครียด 

“กูไม่เคยหาเรื่องมันนะ มีแต่มันที่ชอบมาหาเรื่องกู” มาร์โลว์ส่ายหน้าเบา ๆ ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว นิโคลเปิดสนามแข่งรถแข่งกับมาร์โลว์และมาวิน ถึงจะอยู่กันคนละเขตพื้นที่แต่สนามของนิโคลก็ไม่ได้ดังและมีคนเข้าใช้บริการเยอะเท่าสนาม LW ของสองพี่น้องมาร์โลว์มาวิน ผมเคยไปสนาม G อยู่ไม่กี่ครั้ง สนามเล็กและไร้กฎ คนที่ไปแข่งกันสนามนั้นมักจะเจ็บตัวกลับมาตลอดเพราะคู่แข่งใช้วิธีเล่นตุกติก และทางสนามไม่รับประกันความปลอดภัยของลูกค้า ที่หนักไปกว่านั้นมีข่าวลือว่านิโคลค้าประเวณีและยาเสพติด เรื่องนี้ผมไม่แน่ใจนักแต่ก็ได้ยินคนเขาพูดต่อ ๆ กันมา 

“กูว่าเรื่องนี้ไม่จบง่าย ๆ แน่” นิลกาฬทำหน้าหนักใจ เขาเองเป็นเพื่อนสนิทกับเร็กซ์มานานย่อมรู้เรื่องราวพวกนี้ดีอยู่แล้ว 

“มึงก็เคยมีปัญหากับมันใช่ไหม?” มาร์โลว์หันมาถามผมที่นั่งคิดหนักอยู่ 

“เออ เคยไปที่สนามมันแล้วไอ้ชัยชนะแม่งไปกวนตีนไอ้นิโคล เกือบตายคาสนามมันแล้ว” ผมว่าอย่างเซ็ง ๆ ไอ้ชัยชนะ ไอ้ตัวดี เกือบพาเพื่อนไปตายห่ากันหมด เคยบอกมันแล้วว่าอย่าปากดีมันก็ไม่เชื่อ ไปถิ่นเขาแล้วยังไปลองดีกับเจ้าของสนามอีก ดีที่แข่งรถชนะเลยรอดมาได้ไม่อย่างนั้นโดนยิงทิ้งแล้ว 

“พวกมึงนี่ก็มีเรื่องกันเก่งเนอะ” เร็กซ์ขมวดคิ้วขัดใจ 

“กูไม่เกี่ยวนะ” มาวินรีบออกตัว ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แต่ผมรู้ว่ามันน่ะศัตรูเยอะพอ ๆ กับผมนั่นแหละ 

“มึงไม่ต้องเลย อย่าคิดว่ากูไม่รู้นะว่ามึงมีปัญหากับใครบ้าง” เร็กซ์ยกนิ้วชี้หน้าคนรักอย่างเอาเรื่อง คู่นี้อยู่ด้วยกันมานาน ถึงจะเพิ่งตกลงปลงใจคบหากันได้ไม่ถึงปีแต่ความสัมพันธ์แนบแน่นมาก มาวินทำอะไรเร็กซ์รู้หมด ส่วนเวลาเร็กซ์ไปไหน มาวินก็รู้หมดเช่นกัน เป็นคู่ที่เหมาะสมกันที่สุดแล้วล่ะ 

“โธ่ เรื่องปกติของลูกผู้ชายไหม?” มาวินรีบแก้ตัวทันควัน 

“เรื่องของมึง” มือที่จะยื่นไปจับแขนคนรักชะงักค้างกลางอากาศเมื่อโดนคนรักหันมาพูดใส่หน้าเสียงดัง 

“กูโดนอีกแล้วเหรอ?” มาวินหน้าเหวอมองหน้าแฟนตัวเองด้วยสายตาตัดพ้อและน้อยใจ แต่ถามว่าอีกฝ่ายสนใจไหม? ก็ไม่ เร็กซ์เมินหนีไม่แม้แต่จะมองหน้า ทะเลาะกันอีกแล้ว ทะเลาะกันเก่งขนาดนี้ลูกน่าจะดกนะ 

“กูไปดูรัชช์นะ” ผมที่เห็นว่าทางนี้ไม่มีอะไรให้ต้องสนใจแล้วก็ลุกขึ้นเตรียมเข้าไปดูรัชช์ที่เตรียมอาหารอยู่ในครัวกับไอริสและเชน 

“อืม” มาร์โลว์พยักหน้ารับเบา ๆ เขามองสบตากับผมเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่แต่กลับไม่ได้พูดอะไรออกมา ผมมองด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากถาม แยกตัวเดินออกมาจากห้องนั่งเล่นเพื่อนเดินไปหาคนรักที่ห้องครัว 

“เล็ก” เดินเข้ามาก็เจอกับแผ่นหลังเล็กที่ยืนทำอะไรสักอย่างตรงเคาน์เตอร์ เชนกับไอริสกำลังช่วยกันจัดเตรียมจานชามและช้อน 

“อ้าว รุต” รัชช์ที่หันมาเห็นผมก็ยกยิ้มหวานส่งมาให้ 

“ให้ช่วยอะไรไหม?” ผมเดินเข้าไปโอบเอวบางไว้ เชนหันมาหรี่ตามองอย่างจับผิด แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไร แกล้งเมินแล้วหันมาให้ความสนใจกับสุดที่รักแทน 

“ชิมน้ำจิ้มนี่หน่อย” รัชช์บอกพร้อมตักน้ำจิ้มซีฟู้ดที่ตัวเองกำลังทำอยู่มาให้ผมชิม 

“เป็นไง?” ทันทีที่ลิ้นสัมผัสถึงรสชาติจัดจ้านของน้ำจิ้มซีฟู้ดรัชช์ก็เอ่ยถามขึ้นมา 

“ดีแล้วนะ” ผมพยักหน้าเบา ๆ เปรี้ยวหวานเผ็ดเค็มกำลังดี ครบรส 

“ถ้าอย่างนั้นก็ยกออกไปได้เลย” รัชช์พยักหน้าแล้วหันไปตักน้ำจิ้มใส่ถ้วย วันนี้เราจะกินปิ้งย่างและหมูกระทะกัน ถึงแม้เราจะเพิ่งกินหมูกระทะกันไปไม่นานแต่เราก็จะกินอีกครับ ปิดเทอมนี้ก็จะวนเวียนอยู่กับการกินไม่หยุด แถมต้องกินกันเยอะ ๆ ด้วยนะ ช่วงนี้ก็จะเจอกันบ่อยเพราะมีคนชวนกินอย่างเร็กซ์ ซึ่งผมก็ชอบนะ กินเยอะ ๆ จะได้มีแรงมาก ๆ  

“เสร็จหมดแล้วเหรอ?” ผมที่เห็นรัชช์จัดของสดที่หมักทิ้งไว้ลงใส่ถาดเตรียมเอาไปย่างก็เอ่ยถาม ผมไปดูรายการที่เร็กซ์จดไว้มันเยอะมาก ไม่ใช่แค่พวกอาหารทะเลและหมูไก่ แต่อีกฝ่ายยังให้แฟนผมทำกับข้าวให้อีก รัชช์เลยทำเป็นพวกยำ ต้มยำ แล้วก็ผัดผัก เห็นแล้วก็สงสารแฟนตัวเองครับ นี่ดีนะที่ก่อนหน้านี้ได้นิลกาฬกับมาวินมาช่วยเตรียมของ ไม่อย่างนั้นแฟนผมก็ต้องทำคนเดียวหมด ไอ้ตัวคนสั่งนั่งสบาย ไม่ทำอะไรสักอย่าง ของก็ให้คนอื่นซื้อ เงินก็ให้ผัวออก เป็นเร็กซ์นี่สบายสุดแล้วมั้ง 

“เอาไปย่างได้เลย” รัชช์พยักหน้าเบา ๆ  

“โอเค” ผมยกถาดอาหารออกไปข้างนอก เราจัดที่นั่งกินกันข้างสระน้ำครับ นิลกาฬที่เห็นเชนกับไอริสยกของออกไปก็รีบวิ่งเข้ามาช่วย ใช้เวลาไม่นานบนโต๊ะข้างสระว่ายน้ำก็เต็มไปด้วยของกิน 

“เล็ก นั่งตรงนี้นะ เดี๋ยวรุตไปย่างมาให้กิน” ผมบอกให้รัชช์นั่งรอที่โต๊ะส่วนตัวเองก็ตักเอาของสดไปเตรียมย่าง ตั้งแต่ช่วงบ่ายมารัชช์เตรียมของจนไม่ได้พักเลย ผมอยากให้เขานั่งสบาย ๆ แล้วเดี๋ยวผมเอาของมาป้อนให้ถึงปากเอง รักเมียครับ เห็นเมียเหนื่อยแล้วปวดใจ 

“เอากุ้งเยอะ ๆ เลยนะ” คนตัวเล็กกว่าชี้นิ้วไปที่กะละมังกุ้งตัวโต 

“ได้ครับ” รัชช์ชอบกินกุ้ง เพราะฉะนั้นต้องตักไปเยอะ ๆ  

“เชนนั่งกับรัชช์นะ เดี๋ยวพี่ไปย่างของมาให้” ระหว่างที่ผมตักของสดอยู่นั้นนิลกาฬที่เพิ่งเดินออกมาหลังจากเข้าไปหยิบน้ำและแก้วน้ำในห้องครัวเอ่ยบอกกับคนรักด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม  

คนนี้เขาสายอ่อนโยน ละมุนละไม 

“ครับ” เชนพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก 

“นายนั่งนี่แหละ เดี๋ยวฉันจัดการเอง” ไอริสที่กำลังจะลุกไปย่างกุ้งก็ถูกมาร์โลว์ดันไหล่ไว้ คนตัวเล็กเลยจำต้องนั่งลงที่เดิม 

“อะ อื้อ” ไอริสพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะก้มหน้างุดไม่มองหน้าหรือสบตากับใคร คงจะเขินแหละ 

“วิน” 

“อะไร?” 

“ลุก” 

“ลุกทำไม?” มาวินที่นั่งคีบหมูลงกระทะหันมามองหน้าแฟนตัวเองงง ๆ ผม นิลกาฬ และมาร์โลว์ที่ยืนอยู่หันมองหน้ากันนิด ๆ เมื่อพอจะรู้ชะตากรรมของอีกฝ่าย อยากยืนไว้อาลัยให้ล่วงหน้าเลย 

“มึงจะให้กูไปย่างกุ้งเองเหรอ?” เร็กซ์ร้องถามเสียงสูง หน้านิ่วคิ้วขมวดไปหมดแล้ว 

“มีมือไหมล่ะ?” มาวินเลิกคิ้วถามด้วยสีหน้ายียวนกวนประสาท มาร์โลว์กับนิลกาฬต่างพากันส่ายหน้าแล้วเดินหนีไปที่เตาย่างขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างออกจากโต๊ะที่เรานั่งกันเพียงไม่กี่เมตร 

“มึงอยากพิการไหม?” เร็กซ์เท้าเองมองหน้าคนรักของตัวเองอย่างเอาเรื่อง 

“หยอก เดี๋ยวกูไปย่างมาให้” มาวินหัวเราะร่วน คีบหมูที่สุกแล้วใส่จานเร็กซ์ก่อนจะเดินมาหยิบกะละมังกุ้งทั้งหมดไป ผมกลอกตามองเซ็ง ๆ มาวินมันก็หาเรื่องให้โดนเมียด่าได้ไม่เว้นแต่ละวันเลยเนอะ ขยันหาเรื่องเก่ง ผมยังรำคาญเลยตอนเร็กซ์บ่น แล้วมาวินมันไม่รำคาญเมียตัวเองบ้างเหรอครับ? 

“วิถีพ่อบ้านเหรอ?” พอผมกับมาวินเดินไปที่เตาย่างนิลกาฬก็หันมาแสยะยิ้มใส่ 

“ตั้งสมาคมได้เลยนะมึง” ไม่ใช่แค่ผมกับมาวินหรอก ไอ้ที่ยืนกันสี่คนนี่ก็พ่อบ้านทั้งนั้น แต่แค่นี้ก็ตั้งสมาคมได้แล้วล่ะครับ 

“ชีวิตพ่อบ้านของไอ้วินน่าสงสารสุด” มาร์โลว์ว่ากลั้วเสียงหัวเราะ ทำเอาทั้งผมและนิลกาฬอดจะหัวเราะตามไม่ได้ พ่อบ้านใจกล้า แต่กล้าไม่จริง พอเมียอ้าปากทีก็หงอแล้ว สงสัยกลัวโดนเมียแดกหัว แต่ถ้ามีเมียอย่างเร็กซ์ผมก็กลัวนะ อยากขอบคุณทุกสิ่งอย่างที่พาให้รัชช์มาเป็นคนรักของผม และขอบคุณที่รัชช์ไม่นิสัยเหมือนเร็กซ์ 

“ขอร้อง อย่าแขวะกู” มาวินยืนคีบกุ้งลงเตาด้วยท่าทางเซ็ง ๆ 

“ไอริสดูเกร็ง ๆ นะ” ผมที่ยืนมองรัชช์อยู่เหลือบไปเห็นไอริสที่นั่งข้าง ๆ รัชช์ดูเหมือนจะทำตัวไม่ค่อยถูกสักเท่าไหร่ 

“คงต้องใช้เวลาปรับตัวอีกเยอะ” มาร์โลว์มองตามสายตาของผมก่อนจะถอนหายใจออกมา 

“ชีวิตดีเลยสิพวกมึงสองคนน่ะ” มาวินหันมาพยักพเยิดหน้าใส่ผมกับนิลกาฬที่ยืนอยู่ติดกัน 

“เมียดีชีวิตดี” อยากประกาศให้โลกรู้ว่าเมียนายมารุตแสนดีมาก เชนที่เห็นร้าย ๆ พอมาอยู่กับนิลกาฬก็เหมือนจะร้ายไม่ออก เขาก็คงมีวิธีปราบพยศของเขาล่ะเนอะ  

“เรียบจบแล้วจะไปทำอะไร?” มาร์โลว์เอ่ยถามถึงสองคนที่เรียบจบในปีนี้ จริง ๆ ก็เพิ่งจบมาหมาด ๆ เลย ปีหน้าก็ถึงรับปริญญา  

“ทำอะไรได้วะ ก็ต้องสืบทอดธุรกิจต่อจากที่บ้านสิ” มาวินว่าเสียงเซ็ง ๆ เห็นว่าที่เรียนกฎหมายก็เพราะชอบ แต่เรียนไปก็ไม่ได้ทำงานตรงสายเพราะต้องบริหารธุรกิจต่อจากที่บ้าน ไหนจะกิจการสนามแข่งรถและอู่ซ่อมรถยนต์อีก ได้ยินมาจากเร็กซ์ว่ามาวินจะเรียนบริหารต่อด้วย เร็กซ์ก็มีแววเรียนต่อเหมือนกัน ส่วนแฟนผมนี่ก็ดูแล้วว่าน่าจะต่อปริญญาโทเช่นกัน 

“แล้วมึงล่ะนิล?” ผมหันไปถามคนข้าง ๆ ผมเหลืออีกสองปีถึงจบ แต่ตัวเองก็มองอนาคตไว้แล้ว ลูกชายคนเดียวของบ้านจะทำอะไรได้ล่ะนอกจากสานต่อธุรกิจ ถึงพ่อกับแม่จะไม่ได้บังคับแต่โตขนาดนี้ก็ต้องรู้แล้วว่าควรทำอะไร ผมไม่อยากให้พ่อกับแม่มาเหนื่อยกับผมเพิ่ม จริง ๆ พวกท่านก็เหนื่อยกับผมมามากแล้ว 

“กูอยากเป็นผู้พิพากษาเหมือนพ่อ” นิลกาฬนิ่งไปนิดก่อนจะตอบออกมา พวกเราที่เหลือหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก อยู่ ๆ บรรยากาศก็ดูเศร้าหมองเตรียมตัดเข้าซีนดราม่า อย่างที่เรารู้กันดีคือพ่อของนิลกาฬเสียไปนานแล้ว เขาเป็นผู้พิพากษาชื่อดัง ที่อีกฝ่ายเลือกเรียนกฎหมายก็เพราะพ่อของเขา 

“ก็ดีนี่ แล้วธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของแม่มึงเป็นยังไงบ้าง?” มาวินรีบกู้สถานการณ์ให้กลับมาเป็นปกติ 

“ก็ดี” แต่ก็ดูเหมือนจะช่วยอะไรไม่ได้มาก  

“แล้วมึงจะมาช่วยแม่มึงทำงานไหม?” มาร์โลว์พยายามชวนคุย พวกเราไม่อยากให้นิลกาฬจมอยู่กับความเศร้า ถึงจะดูเหมือนเกลียดกันแต่จริง ๆ แล้วก็เกลียดกันมาก  

หยอก จริง ๆ เราค่อนข้างที่จะแคร์ความรู้สึกกันอยู่นะครับ 

“ก็ต้องทำแหละแต่กูก็อยากทำสิ่งที่กูตั้งใจเอาไว้ก่อน” 

“อืม” ก็เข้าใจนะ เรียนมาขนาดนี้ แถมยังมีความฝันเป็นรูปเป็นร่างอีก ใคร ๆ ก็อยากทำตามความฝันตัวเองกันทั้งนั้น ผมยังอยากทำงานตามสายที่เรียนเลย แต่ในความเป็นจริงแล้วเราทำแบบนั้นไม่ได้  

คิดว่าผมดราม่าเหรอ? 

ก็นิดหน่อย ปาดน้ำตาเบา ๆ  

“เราคุยเรื่องเครียดกันทำไม?” มาร์โลว์ที่เห็นว่าบรรยากาศเริ่มจะดิ่งลงเรื่อย ๆ เอ่ยขัดขึ้นมา  

“ถ้าไม่ให้คุยเรื่องนี้มึงจะให้คุยเรื่องไหน? เรื่องเมียเหรอ?” ผมเลิกคิ้วถามกวน ๆ ปากพูด มือก็พลิกย่างกุ้งย่างหมึกให้เมียไม่หยุด หันไปมองเมีย ๆ ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะแล้วก็ได้แต่ยิ้มอ่อน นั่งคีบหมูเข้าปากกันสนุกเชียว ผัว ๆ ที่ยืนอยู่ตรงนี้คอแห้งมาก น้ำยังไม่มีลงคอสักหยด แต่เมีย Happy ผมก็ Happy ครับ 

“ถ้าพูดเรื่องเมียกูพูดได้ทั้งวัน” มาวินโพล่งขึ้นมากลางวง ทำเอาผมที่ยืนมองรัชช์เพลิน ๆ สะดุ้งด้วยความตกใจ 

“มึงจะนินทาเมียใช่ไหม?” นิลกาฬตวัดสายตาไปมองเพื่อนรุ่นเดียวกันด้วยท่าทางเซ็ง ๆ ผมเองก็คิดเหมือนนิลกาฬนะ ถ้าพูดถึงเมียในความหมายของมาวินคือนินทาเมียครับ 

“มึงอย่าพูดอย่างนั้นสิ แต่ก็ใช่ กูขอนินทาเมียหน่อย” มาวินชักสีหน้าใส่คล้ายขัดใจก่อนจะหันไปมองเร็กซ์ด้วยท่าทางหวาดระแวง 

“อะ พวกกูพร้อมฟัง” เปิดขนาดนี้ก็ต้องฟังแล้วล่ะครับ 

“กูว่าอีกไม่นานกูต้องล้มละลาย” อีกฝ่ายว่าด้วยหน้าตาท่าทางจริงจัง 

“ทำไม?” นิลกาฬมองอย่างไม่เข้าใจ 

“อาทิตย์ก่อนเร็กซ์แม่งไปห้าง กลับมาไม่บอกด้วยนะว่าหมดไปเท่าไหร่ แต่พอยอดชำระเงินแจ้งเข้ามาเท่านั้นแหละ กูแทบลมจับ” หันไปมองหน้าคนเป็นเมียแวบหนึ่งก่อนจะหรี่เสียงให้เบาลงคล้ายกลัวเมียได้ยิน 

“เยอะมากเลยเหรอ?” นิลกาฬขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แต่ผมนี่เตรียมยืนไว้อาลัยให้มาวินแล้ว ผมรู้จักเร็กซ์ดี ผมรู้ว่าเงินที่หมดไปต้องไม่น้อยแน่ 

“ล้านสี่!” 

“ห๊ะ!?” ผมกับนิลกาฬถึงกับร้องเสียงหลง ทำเอาบรรดาเมีย ๆ หันมามองด้วยความสงสัย 

“หนึ่งล้านสี่แสนบาท?” มาร์โลว์ทวนถามด้วยสีหน้าอึ้ง ๆ 

“นาฬิกา” มาวินพยักหน้าเบา ๆ  

“อย่างเดียวเหรอ?” ผมย้อนถามกลับด้วยความตกใจ เงินตั้งล้านกว่าบาทซื้อนาฬิกาแค่เรือนเดียวเหรอ?  

“เออ นาฬิกาเรือนละล้านสี่ กูแบบงงมาก 199 ใช้ไม่ได้เหรอวะ?” มาวินขมวดคิ้วแน่น หน้าตาดูสงสัยและข้องใจมาก แต่ถ้าให้เดาอีกฝ่ายก็คงไม่กล้าไปถามเร็กซ์ตรง ๆ หรอก ดีไม่ดีจะโดนด่ากลับมาด้วย 

“มันไม่เหมือนกันมึง”  

“กูรู้ แต่แบบ ล้านสี่ กูเป็นท้อ” ถ้าร้องไห้ได้มาวินคงทำไปแล้ว ก็น่าสงสารนะครับ ทำงานแทบตายเมียผลาญหมดในวันเดียว แล้วเร็กซ์ฉลาดด้วยนะ เงินตัวเองไม่มีให้กระเด็นออกจากระเป๋าสักบาท แต่เงินผัวนี่ใช้ได้ใช้ดีจริง ๆ  

“ทำใจนะ” มาร์โลว์ยกมือขึ้นตบบ่าน้องชายตัวเองเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ 

“อะ มีใครอยากแชร์อะไรไหม?” ก่อนจะหันมามองหน้าผมกับนิลกาฬสลับกัน 

“มึงก่อนเลยเฮีย” ผมพยักพเยิดหน้าใส่อีกฝ่ายกลับไป 

“ถ้าจะพูดกับกูขนาดนี้ก็ไม่ต้องเรียกกูเฮียแล้วมั้ง” มาร์โลว์ว่าหน้าดุ น้ำเสียงฟังดูประชดประชันเอาเรื่องเชียว 

“มึงว่ามาเลย” เมื่อพูดมาขนาดนี้แล้วผมจะทำให้ทุกคนผิดหวังได้ยังไง 

“มารุต ไอ้เด็กเหี้ย”  

เอ๊า! โดนด่าเฉยเลยว่ะ ทำอะไรก็ผิด น่าสงสารเนอะ  

“ใครจะเล่าก็เล่ามา กูพร้อมฟัง” มาวินยืนเท้าเอวคีบกุ้งใส่จานเปล่าที่เตรียมไว้ แต่ดูท่าแล้วคงยังไม่ไปง่าย ๆ หรอก เล่นยกกุ้งมาทั้งกะละมังขนาดนี้คงกะย่างไปทีเดียวเลยมั้ง 

“ใครมีวิธีจัดการกับพวกแมลงหวี่แมลงวันบ้าง?” นิลกาฬที่เงียบไปนานเอ่ยขึ้นมาบ้าง 

“คือยังไงนะ?” ทำเอาพวกเรางงกันไปเป็นแถบ ๆ  

“เวลาเชนไปไหนชอบมีคนเข้ามายุ่ง ส่วนใหญ่ก็พวกผู้หญิง” นัยน์ตาคู่คมมองเลยไปทางคนรักของตัวเองก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ คล้ายหนักอกหนักใจ 

“ก็มันหล่อ ลุคแบดบอยกร๊าวใจสาวมาก” มาวินพยักพเยิดหน้าไปทางเชนที่นั่งคุยกับเร็กซ์ด้วยท่าทางสนุกสนาน 

“เออ บางทีก็มีผู้ชายตัวเล็ก ๆ เข้ามาหา” พูดไปก็ขมวดคิ้วไป เขาคงเก็บกดล่ะครับ 

“มันเรื่องปกติว่ะมึง ถ้าเรื่องนี้เมียกูกับเมียไอ้มารุตก็เจอ” มาวินพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะหันมามองหน้าผม พูดอีกก็ถูกอีก มีเมียหล่อก็ต้องทำใจ ทั้งหนุ่มทั้งสาวต่างพากันเข้าหา เหนื่อยใจครับ  

“แล้วเวลาเกิดเรื่องแบบนี้มึงทำยังไงกัน?” เป็นคำถามที่ดี 

“ยืนดูเฉย ๆ” และนี่คือคำตอบของผมและมาวินก็พยักหน้าเห็นด้วย 

“ไม่ทำอะไรเลยเหรอ?” มาร์โลว์ถามอย่างแปลกใจ 

“บางทีก็เข้าไปขัด ถ้ารู้สึกว่าอีกฝ่ายเกาะไม่ยอมปล่อย” มาวินพูด ซึ่งอันนี้ผมก็ทำเหมือนกัน แต่ปกติจะปล่อยไปเฉย ๆ เพราะรัชช์จะให้ใครมายุ่งกับตัวเองได้นานหรอกเดี๋ยวเขาก็หาทางเลี่ยงได้เองแหละ 

“มีเมียหล่อก็เหนื่อยหน่อยนะ” มาวินยกมือขึ้นตบบ่านิลกาฬเบา ๆ อย่างเห็นอกเห็นใจ 

“เฮ้อ~” อีกฝ่ายถึงกับถอนหายใจแรงเลยครับ 

“แล้วมึงล่ะเฮีย?” มาวินหันมาถามพี่ชายตัวเองบ้าง 

“ไอริสยังไม่ค่อยยอมรับกูเท่าไหร่ บางทีก็ทำเหมือนกลัวกู” มาร์โลว์หันไปมองหน้าไอริสแวบหนึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ไอริสก็หันมามองมาร์โลว์พอดี ทั้งสองสบตากัน แต่ไอริสเป็นฝ่ายหลบตาไปก่อน  

นี่น่าสงสารกว่าไอ้คนเมื่อกี้อีก 

“ปัญหานี้กูช่วยมึงไม่ได้ว่ะ” ผมบอกจากใจจริง ถึงผมจะเคยคบกับไอริส แต่ผมไม่เคยเจอปัญหานี้ไง ผมช่วยไม่ได้ มาวินกับนิลกาฬเองก็ดูเหมือนจะไม่รู้ว่าควรให้คำแนะนำยังไงดี 

“กูพยายามทำให้ไอริสชินกับการอยู่กับกู แต่เขาก็ดูเหมือนระแวงและกลัวอยู่ตลอด” มาร์โลว์ว่าเสียงแผ่วเบา 

“ให้เวลาเด็กมันหน่อย เจอเรื่องแบบนั้นมาก็คงกลัวนั่นแหละ” มาวินว่าอย่างเห็นใจ 

“อืม” 

“นี่เราอยู่ในช่วงปรับทุกข์พ่อบ้านเหรอ?” ผมขมวดคิ้วมุ่นมองหน้าอีกสามคนด้วยความสงสัย  

นี่เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไงวะ? 

“วิถีชีวิตพ่อบ้าน” นิลกาฬเอ่ยเสียงเบา 

“มึงดูเมียพวกเราสิ คุยกันสนุกสนานเลย” มาร์โลว์เอ่ยชักชวนให้พวกเราหันไปมองบรรดาเมีย ๆ ที่นั่งคุยหัวเราะกันคิกคักมือก็ไม่ได้ว่างหยุดจากการคีบหมูใส่ปากกันเลย  

“สดใสเจิดจ้าเหมือนแดกดวงอาทิตย์” มาวินกลอกตาไปมาเซ็ง ๆ 

“กูรู้แล้วว่าทำไมเร็กซ์ถึงชอบด่ามึงบ่อย ๆ” นิลกาฬปรายหางตามองเพื่อนรุ่นเดียวกันก่อนจะส่ายหน้าคล้ายเอือมระอา 

“ถึงคิวมึงแล้ว” มาวินไหวไหล่เบา ๆ ก่อนจะหันมาพยักพเยิดหน้าใส่ผม 

“ก็ไม่มีอะไร กูไม่ค่อยชอบให้รัชช์ออกไปวิ่งตอนเช้า แต่เขาก็ชอบไป” ผมถอนหายใจยาว พูดเรื่องนี้แล้วเหนื่อยครับ ผมบอกรัชช์ไปหลายรอบแล้วว่าไม่ชอบให้เขาออกไปวิ่ง แต่อีกฝ่ายก็ไม่ฟัง ดื้อมาก ๆ เลย ชวนไปยิมด้วยกันก็ไม่ยอม ชอบนักออกไปวิ่งที่สวนสาธารณะตอนเช้าเนี่ย 

“ไปวิ่ง? ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ? ออกกำลังกายจะได้ไม่อ้วนเหมือนเมียกู” มาวินขมวดคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ ไม่วายยังแขวะเร็กซ์ให้อีก ไม่แปลกใจแล้วทำไมถึงได้ทะเลาะกันทุกวัน ก็กวนตีนเก่งขนาดนี้ ไม่ตีกันตายก็บุญแล้ว แต่ผมคิดว่าถ้ามาวินมันกวนตีนเร็กซ์มาก ๆ อาจถูกเร็กซ์ฆ่าทิ้งก็ได้ 

“แต่เวลาเมียกูไปวิ่งทีไรชอบมีคนเสนอหน้าเข้ามาหา กูรำคาญ” ไม่ใช่ว่าไม่ห่วงสุขภาพรัชช์นะ ผมชอบให้เขาออกกำลังกาย แต่ต้องไม่ใช่การออกไปวิ่งคนเดียวแล้วมีคนเข้ามาหาเขาแบบที่เป็นอยู่นี่สิ ตอนผมไปด้วยก็ไม่มีใครกล้ามาทักรัชช์หรอก แต่ถ้าปล่อยรัชช์ไปคนเดียวเมื่อไหร่นี่หายเงียบตลอด  

“กรณีคล้าย ๆ กับของไอ้นิล แต่เดาว่าน่าจะหนักกว่า อดีตเดือนมหา’ลัยน่ะเนอะ” ครับ รัชช์เป็นอดีตเดือนมหา’ลัย ดังมาก และคนชอบกันเยอะมาก คนเกลียดผมเกินครึ่งมหา’ลัยก็เพราะเป็นแฟนกับรัชช์นี่แหละ แต่แล้วไง เกลียดได้เกลียดไป ผมไม่เลิกกับรัชช์หรอก แรงกดดันจากรอบข้างทำอะไรผมไม่ได้หรอกบอกไว้เลย 

“เออ บางทีไปห้างก็มีคนเข้ามาทักรัชช์ แล้วก็ชอบทำเหมือนไม่เห็นกู” อันนี้บ่อยครับ ทั้งหญิงทั้งชาย แล้วเมินผมกันหนักมาก ทำเหมือนกูเป็นวิญญาณสัมภเวสีผีเร่ร่อนอย่างนั้นแหละ 

“คนเกลียดมึงเกินครึ่งมหา’ลัยนะ ไม่รู้เหรอ?” นิลกาฬหันมาเลิกคิ้วถาม 

“มีเพจแอนตี้กูด้วย” ผมรู้ เผลอ ๆ เกลียดเกินครึ่ง แถมยังมีเพจแอนตี้อีก ชีวิตผมโคตรบันเทิง 

“สงสาร” มาร์โลว์ทำหน้าเห็นใจ แต่ดูโคตรไม่จริงใจเลย 

“ช่างแม่ง พวกขี้อิจฉา” ผมว่าอย่างไม่คิดอะไร แช่งให้ผมเลิกกับรัชช์ให้ตายผมก็ไม่เลิกหรอก  

กูหน้าด้าน ใครจะทำไม? 

“พวกกูจะได้กินกันชาติไหนเอ่ย?” ระหว่างที่กำลังคุยกันเพลิน ๆ เสียงของเร็กซ์ก็ดังแทรกขึ้นมา พวกเราต่างสะดุ้งตกใจไปตาม ๆ กันก่อนจะหันไปมองทางต้นเสียง เร็กซ์ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะกับรัชช์ ไอริส และเชน 

“ชาตินี้แหละจ้า~ ใจเย็นนะ กำลังย่างให้อยู่ ใจร่ม ๆ นะเมีย” มาวินรีบตะโกนกลับไป ฉีกยิ้มกว้างเหมือนคนโง่  

“เร็ว ๆ” 

“จ้า~” 

“ชีวิตแม่งผัวทาสมาก” นิลกาฬหัวเราะเบา ๆ กับท่าทางของอีกฝ่าย ผมกับมาร์โลว์ก็แอบกลั้นยิ้มอยู่ไม่กล้าหัวเราะแรง เดี๋ยวหาว่าซ้ำเติม 

“ขอบคุณสำหรับคำซ้ำเติมนะ!” พ่อบ้านเบอร์หนึ่งตวัดสายตามามองเคือง ๆ ก่อนจะหันกลับไปย่างกุ้งต่อ ในวันที่รู้สึกท้อแท้ขอให้ทุกคนหันมามองที่มาวิน ยังมีคนที่ชีวิตน่าสงสารกว่าพวกคุณอีกเยอะนะครับ อย่าได้ท้อและอย่าได้เศร้า เพราะคนที่ควรเศร้ายังยิ้ม(โง่ ๆ)ออกมาได้ 

 

 

 

 

 

 

------------------------------ 

 

 

 

 

 

 

 

ถ้าใครมีเพื่อนผู้ชายก็จะรู้ว่าผู้ชายขี้นินทามาก นินทาเก่งกว่าผู้หญิงอีก  

และใช่ค่ะ ถ้าผู้ชายได้พูดเรื่องแฟนเมื่อไหร่นี่หยุดยากเลยนะคะ 

วิถีชีวิตพ่อบ้านอะเนอะ ทาสเมียสุด  

 

ฝากเพจด้วยนะคะ 

ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว