facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เป็นแฟนคนเถื่อน : 9

ชื่อตอน : เป็นแฟนคนเถื่อน : 9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ค. 2563 13:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เป็นแฟนคนเถื่อน : 9
แบบอักษร

 

 

เป็นแฟนคนเถื่อน : 9 

 

 

Rach Part : 

หลังจากใช้เวลาอยู่นานในการขบคิดหาวิธีที่จะรับมือกับมารุต แต่จนแล้วจนรอดผมก็คิดไม่ออก ชีวิตนี้คงได้เป็นบอสทาสหมาไปทั้งชีวิตแน่ ๆ แต่ก็เอาเถอะ มารุตเองก็ต้องเป็นคนของบอสไปตลอดชีวิตเหมือนกัน แบบนี้ก็แฟร์ ๆ กันเนอะ 

“เชน” ผมเอ่ยทักเชนเมื่อเดินเข้ามาในห้องเรียนแล้วเห็นอีกฝ่ายนั่งอ่านหนังสือแนวประวัติศาสตร์อยู่ รู้เลยนะว่าติดแฟน เอ้ย! หมายถึง ติดนิสัยชอบอ่านหนังสือแนวประวัติศาสตร์มาจากแฟน  

“คุณรัชช์” พอหันมาเห็นผมเชนก็ยกยิ้มหวาน  

“มาเช้าจัง” ตั้งแต่อยู่กับพี่นิลมาก็ดูเหมือนว่าเชนจะมาเช้าอยู่บ่อย ๆ เห็นแบบนี้แต่คู่นี้เขาก็หวานกันเอาเรื่องอยู่นะครับ  

“ไปกินโจ๊กมา” เชนบอกยิ้ม ๆ 

“อีกแล้วเหรอ?” ผมหัวเราะเบา ๆ ดูเหมือนว่าพี่นิลจะชอบโจ๊กร้านนั้นมาก ได้ยินมาว่าตอนจีบเชนพี่นิลก็พาเชนไปกินโจ๊ก จีบโดยการชวนไปกินมื้อเช้า โรแมนติกเนอะ 

“ซื้อน้ำเต้าหู้มาฝากคุณรัชช์ด้วย” เชนทำหน้านึกขึ้นได้ก่อนจะหันไปหยิบน้ำเต้าหู้มาให้ผมหนึ่งถุง เห็นที่เก้าอี้ยังมีน้ำเต้าหู้อีกสองถุงเดาเอาว่าน่าจะเป็นของไทม์กับกริน 

“ขอบคุณนะ” ผมยกยิ้มแล้วรับถุงน้ำเต้าหูมาเปิดดื่ม ร้านนี้ทำน้ำเต้าหู้อร่อย ผมชอบมาก ปาท่องโก๋กับซาลาเปาก็ดี แต่กินเยอะมากไม่ได้ เดี๋ยวอ้วน 

“สองคนนั้นมาช้าจัง” เชนก้มหน้ามองนาฬิกาแล้วบ่นเบา ๆ  

“ไทม์ออกมาแล้ว กรินอีกสักพักน่าจะถึง” ผมมองเวลาแล้วบอกกับอีกฝ่าย ก่อนมาถึงผมโทรเช็คกับทั้งสองคนแล้ว ผมว่ายังไงก็ทันเข้าเรียนนั่นแหละ 

“ได้ข่าวว่าเจอไอริสเหรอ?” เชนทำท่าคิดหนักอยู่พักหนึ่ง เขามองหน้าผมเหมือนลังเลแต่สุดท้ายก็ยอมพูดออกมา 

“อื้ม เกิดเรื่องนิดหน่อย” คุณกลางคงคุยเรื่องนี้กับพี่นิล ตอนนี้คุณกลางกับพี่นิลก็กลับมาสนิทกันเหมือนเดิม ไม่สิ สนิทกันมากกว่าเดิมอีก เป็นเพื่อนที่รู้ใจกันมาก ไม่รู้ว่าพี่มาวินกับเชนจะแอบหึงหรือเปล่า แต่เห็นทั้งสองคนก็เฉย ๆ นะ ผมคิดว่าพวกเขาคงจะเข้าใจ ไม่ว่าเรื่องอะไรที่เกิดขึ้นในสนาม LW พี่นิลกับเชนจะข่าวไวมาก เพราะรู้มาจากซ้อ(เล็ก)เร็กซ์ของสนาม คุณกลางกับเชนก็สนิทกันมาก คุยอะไรก็ถูกคอกันไปหมดจนพี่นิลเริ่มกลัวว่าเชนจะติดนิสัยบางอย่างมาจากคุณกลาง แต่ผมว่าอีกไม่นานหรอกครับ 

“เห็นนิลกาฬเล่าให้ฟังว่าตอนนี้ไอริสอยู่กับมาร์โลว์” เชนเม้มปากแน่นก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบา  

“ใช่” ผมเห็นท่าทางของอีกฝ่ายก็พอจะเดาได้ เชนรู้จักไอริสเป็นอย่างดี เมื่อปีที่แล้วช่วงที่ไทม์ตามจีบไอริสเราก็เจอไอริสกันค่อนข้างบ่อย และเชนเองก็เคยทำเรื่องไม่ดีไว้กับไอริสด้วย 

“รู้เรื่องที่ไอริสทำไว้ไหม?” เชนมองหน้าผมแล้วเอ่ยถามเสียงเบา 

“รู้แล้ว เพราะอย่างนี้เหรอเชนถึงทำร้ายไอริส?” ผมพยักหน้าเบา ๆ ผมไม่สามารถคิดเป็นอย่างอื่นได้เลย ต้นเหตุของการกระทำนั้นมันมาจากผมสินะ 

“อืม จริง ๆ เราไม่ควรทำแบบนั้นเลย” เชนพูดพึมพำเสียงแผ่ว แววตาดูรู้สึกผิดและเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น 

“รู้สึกผิดใช่ไหม?”  

“อื้อ” 

“ไปหาไอริสกับเราไหม?”  

ผมคิดว่ามันคงดีกว่าหากเชนได้ทำอะไรสักอย่าง อย่างน้อยเอ่ยคำว่าขอโทษก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย ผมรู้ว่าการขอโทษมันไม่สามารถแก้ไขการกระทำในอดีตได้ แต่เราสามารถสร้างมิตรภาพและความรู้สึกดี ๆ ขึ้นมาใหม่ได้ ถ้าเชนไปขอโทษไอริสด้วยความรู้สึกผิดจากใจจริง ผมเชื่อว่าไอริสจะต้องยกโทษให้เชนแน่ ๆ ลึก ๆ แล้วไอริสเป็นเด็กน่ารัก เป็นคนอ่อนไหวง่ายและเขาน่าสงสาร ผมเองก็อยากที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลความรู้สึกของไอริส ผมอยากให้เขาเจอแต่สิ่งดี ๆ และอยากให้เขามีความสุข ผมไม่รู้ว่าการที่เชนไปขอโทษไอริสนั้นจะทำให้ไอริสรู้สึกดีขึ้นมาบ้างหรือเปล่า แต่ผมก็หวังว่าเขาจะรู้สึกดีขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อย 

“จะให้เราไปขอโทษไอริสใช่ไหม?” เชนเหมือนอ่านใจผมได้ 

“ถ้าเชนไม่อยาก…” ผมก็จะไม่บังคับ 

“ไปสิ เราอยากไป” เชนพูดขัดขึ้นก่อนที่ผมจะได้พูดจบ 

“ถ้าอย่างนั้นไปวันนี้เลยนะ” ผมยกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ ผมอยากให้เชนหลุดพ้นจากความรู้สึกแย่ ๆ นี้เร็ว ๆ 

“ไม่เร็วไปเหรอ?” เชนทำท่าคิดหนัก ใบหน้าหล่อเหลาแลดูมีความกังวลซุกซ่อนอยู่ 

“เราว่าจะเข้าไปหาคุณกลางแล้วก็ดูไอริสด้วย” ผมตั้งใจไว้แล้วว่าวันนี้จะเข้าไปที่สนาม LW ถือโอกาสนี้พาเชนไปด้วยกันเลยก็แล้วกัน 

“วันนี้วันศุกร์ คงไม่ได้อยากไปดูแข่งรถหรอกใช่ไหม?” อีกฝ่ายว่าอย่างรู้ทัน 

“รู้ทันเราอีกแล้ว” ผมหัวเราะเบา ๆ แก้เก้อ โดนรู้ทันแบบนี้ก็เขินสิครับ แย่จริง ๆ เลย 

“เอาสิ เราก็อยากไปดูแข่งรถเหมือนกัน ครั้งก่อนไปยังดูได้ไม่เท่าไหร่ก็เกิดเรื่องเสียก่อน” เชนยกยิ้มกว้างพูดอย่างอารมณ์ดี 

“ครั้งนี้หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องอะไรอีกนะ” ผมได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้มีเรื่องกันอีกเลย ครั้งที่แล้วที่ผมกับเชนไปสนาม LW ก็เกิดเรื่องเพราะทาโก้เอาพวกมาป่วนที่สนาม ครั้งนั้นทั้งมารุต พี่มาวินและพี่นิลกาฬต่างเจ็บตัวไปตาม ๆ กัน ส่วนผม คุณกลาง และเชนปลอดภัยดี ไม่มีรอยบุบสลายแม้แต่น้อย 

“ถ้าอย่างนั้นก็เจอกันที่สนามเลยนะ” คราวนี้เราไม่ต้องขออนุญาตใครเพราะเราต่างอนุญาตตัวเองแล้วครับ ล้อเล่นครับ จริง ๆ ทั้งผมและเชนเข้าออกสนาม LW บ่อยจนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว มารุตกับพี่นิลไม่มีปัญหาเรื่องนี้แล้ว เพราะเวลาผม คุณกลาง กับพี่เชนอยู่ด้วยกัน สามหนุ่มเขาก็ชอบชวนกันไปทำนั่นทำนี่ พักหลังมานี้เลยดูเหมือนว่าทั้งสามจะสนิทกันมากเป็นพิเศษ 

“โอเค เดี๋ยวเรานัดเวลากับคุณกลางแล้วจะทักไปบอกนะ” ผมยกยิ้มอารมณ์ดีเมื่อตกลงกันได้ 

“ได้ครับผม” เชนรับคำเสียงทะเล้น 

“คุยอะไรกันดูสนุกเชียว” เสียงหวานใสดังขึ้นจากทางด้านหลัง ผมกับเชนชะงักแล้วหันไปมองผู้มาใหม่ กรินกับไทม์ยืนยิ้มหวานมองพวกเราอยู่ 

“ก็…คุยไปเรื่อย” เชนมองหน้าผมก่อนจะหลุดยิ้มออกมา เขาทำเป็นเฉไฉไม่พูดความจริง ก็ถ้าบอกออกไปตรง ๆ คงโดนกรินบ่นกันทั้งคู่แน่ 

“ไทม์” ผมมองหน้าเพื่อนอีกคนในกลุ่มของตัวเองแล้วก็ยกยิ้มขึ้นมาน้อย ๆ เมื่อนึกถึงเรื่องบางอย่างได้ 

“ครับ?” ไทม์มองหน้าผมงง ๆ แต่ก็ยกยิ้มตอบกลับมา 

“ไปเที่ยวสวนสนุก…สนุกไหม?” ผมพูดขึ้นแล้วก็เว้นช่วงไปนิดก่อนจะพูดต่อจนจบ หน้าไทม์เปลี่ยนสีเมื่อได้ยินคำถามของผม 

“รู้ได้ยังไง?” อีกฝ่ายชะงักตาโตมองผมด้วยความตกใจ  

“ความลับ” ผมอมยิ้ม 

“ไทม์ นายไปกับใคร?” กรินหันไปมองหน้าไทม์ด้วยความสงสัย 

“…” ทำเอาคนถูกถามนิ่งเงียบไป เชนเองก็มองหน้าไทม์งง ๆ ดูเหมือนว่าเชนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไทม์ไปไหนกับใคร 

“อย่ามาเงียบใส่นะ” กรินโวยเสียงดุ ไทม์มองหน้าผมคล้ายกับต้องการขอความช่วยเหลือ 

“บอกไปเถอะไทม์” แต่ผมก็ช่วยอะไรไม่ได้ ก็ผมเป็นคนจุดชนวนขึ้นมาเองนี่ครับ อย่าหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยแต่ขอสักหน่อย ถือว่าเอาคืนที่ชอบใช้ให้ผมไปจีบคนนู้นคนนี้ให้ก็แล้วกันเนอะ 

“พี่แองจี้” ไทม์พูดออกมาเสียงเบา นัยน์ตาคู่สวยมองค้อนใส่ผมเคือง ๆ   

“ห๊ะ!? พูดจริงเหรอ?” เชนถึงกับร้องถามเสียงหลง 

“อือ” ไทม์พยักหน้ารับเบา ๆ 

“เดี๋ยวนะ ตกลงนายกับพี่แองจี้นี่ยังไง?” กรินที่ดูเหมือนจะเริ่มคิดอะไรได้ก็รีบเอ่ยปากถามออกมาทันที 

“ก็…คบกัน” ไทม์มองหน้าผมก่อนจะตอบออกมา แววตาดูโกรธเคืองกันไม่น้อยเลย  

“คบแล้วเหรอ?” ผมแกล้งทำหน้าตกใจ เรื่องของเพื่อนน่ะผมรู้หมดแหละ ไม่มีเรื่องไหนที่ผมไม่รู้ ไม่ว่าจะเรื่องเชนกับพี่นิล เรื่องกรินกับพี่หมอปัถย์หรือแม้กระทั่งเรื่องของไทม์กับพี่แองจี้ ความลับไม่มีในโลก และความลับของเพื่อนก็ไม่มีทางรอดพ้นผมไปได้ 

“อือ จะว่ายังไงดีล่ะ ก็ต่างฝ่ายต่างเหงาเลยลองคบกันดู” ไทม์ยกมือขึ้นเกาแก้มเบา ๆ คล้ายกับว่าเขินอายถึงสิ่งที่กำลังพูดอยู่นั้น 

“ดอกฟ้ากับหมาวัด” เชนสบถออกมาเสียงดัง 

“เฮ้ย! เกินไป” ไทม์เบิกตากว้างร้องแย้งเสียงดังไม่ต่างกัน ทำเอาเพื่อนในเซคหันมามองด้วยความสนใจ ไทม์ได้แต่ยิ้มขอโทษเพื่อน ๆ ก่อนจะหันมาทำหน้าดุใส่เชนที่พูดจาทำร้ายจิตใจกัน 

“อย่าให้หลุดมือนะไทม์ พี่แองจี้น่ะดีจะตาย” กรินบอกด้วยเสียงจริงจัง 

“เออ อย่าทำพี่เขาเสียใจนะ” เชนพยักหน้าเห็นด้วย 

“ทำไมไม่คิดว่าพี่แองจี้จะเป็นฝ่ายทำให้เราเสียใจบ้าง?” ไทม์หน้าเหวอเมื่อถูกเพื่อน ๆ รุมว่า 

“ไม่จ้ะ” กรินตอบกลับทันควันทำเอาไทม์มองค้อนใส่ทันที 

“ตอนนี้กลุ่มเราก็มีแฟนกันหมดแล้วสิ” เชนมองสบตากับผมแล้วพูดพึมพำเสียงเบา แต่นั่นทำเอาเราทั้งกลุ่มชะงักค้าง 

“จริงด้วย รู้สึกแปลก ๆ เนอะ” กรินยิ้มแหย ๆ กลุ่มเราตอนโสดก็โสดพร้อมกันหมด พอตอนมีแฟนก็มีไล่เลี่ยกันอีก  

“เปลี่ยนเรื่องเถอะ” ไทม์ทำหน้าปั้นยาก 

“อ่านหนังสือดีกว่า” ผมรีบเนียนเปลี่ยนเรื่อง คนที่มีแฟนก่อนใครเพื่อนอย่างผมก็รู้สึกร้อนตัวแปลก ๆ  

“ไม่เนียนเลย” แล้วก็โดนเชนยื่นมือมาหยิกแก้มเบา ๆ ผมหันไปมองค้อนใส่อีกฝ่ายแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร กรินกับไทม์ที่เห็นอาการของผมก็หัวเราะชอบอกชอบใจใหญ่ ทำเอาต้องหันไปมองค้อนอีกสองคนด้วย 

 

 

 

 

 

ชีวิตในหนึ่งวันของผมก็วนเวียนอยู่แต่มหา’ลัยกับคอนโดฯ อ้อ บางวันก็จะมีไปห้างฯ ด้วย แต่วันนี้หลังเลิกเรียนมารุตก็มารับผมตรงกลับห้องทันที ช่วงบ่ายผมใช้เวลาหมดไปกับซีรี่ส์ใน Netflix ตอนนี้รู้สึกว่าเริ่มจะใช้คุ้มขึ้นมาบ้างแล้ว มารุตมีงานเลยต้องนั่งทำงานในห้อง เพราะถ้าออกมาทำที่โซฟาก็จะไม่มีสมาธิ ผมไม่ได้วอแวกับมารุตนะ มีแต่เขานั่นแหละที่ชอบวอแวกับผม 

“ที่รักครับ~” หลังจากที่ดูหนังจบไปหนึ่งซีซั่นผมก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปหามารุตที่อยู่ในห้องนอน 

“ครับ~” มารุตรับคำเสียงหวานหยด แอบเขินอยู่เหมือนกัน เพราะปกติมีแต่มารุตที่เรียกผมด้วยคำนี้ พอมาพูดเองมันก็ทั้งรู้สึกดีและรู้สึกเขินในเวลาเดียวกัน ไม่รู้ว่ามารุตจะเป็นเหมือนผมไหม 

“วันนี้เข้าไปที่สนาม LW นะ” ผมเดินเข้าไปกอดคอเจ้าลูกหมายักษ์ที่นั่งทำงานอยู่ตรงโต๊ะทำงาน บนโต๊ะเต็มไปด้วยกระดาษมากมาย และที่หน้าจอโน้ตบุ๊คก็เปิด Microsoft word เอาไว้อยู่ด้วย 

“ไปหาไอริสเหรอ?” มารุตเอียงหน้ามามอง จมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับข้างแก้มของผมอย่างจงใจ 

“ใช่ เชนอยากไปขอโทษไอริส” ผมกดจูบที่ข้างแก้มสากเบา ๆ ก่อนจะผละตัวออกมาแต่กลับถูกอีกฝ่ายรั้งข้อมือเอาไว้ มารุตออกแรงดึงเบา ๆ ผมที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็เซไปตามแรงของอีกฝ่าย มารุตดึงผมให้ล้มลงไปนั่งบนตักแกร่ง ผมยอมนั่งนิ่ง ๆ ให้อีกฝ่ายกอดโดยไม่โวยวายอะไร 

“อ๋อ จะไปกี่โมง?” มารุตกอดผมเอาไว้แน่น คางเรียววางเกยบนไหล่ของผมโดยที่จมูกโด่งก็ซุกซนอยู่กับผิวแก้มของผมไม่หยุด  

มารุตเก็บกดอะไรหรือเปล่าครับ? 

“นัดไว้ทุ่มตรง” ผมเบี่ยงหน้าหลบ มารุตเริ่มที่จะลวนลามผมอีกแล้ว ผมเลยตัดสินใจหันไปหาเขาตรง ๆ  

“โอเค” มารุตยกยิ้มชอบใจ สิ้นเสียงตอบรับของมารุต ริมฝีปากเรียวบางก็ประกบลงมาทาบทับกับปากของผม จูบแผ่วเบาที่มาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ผมก็ไม่ได้เบี่ยงหลบหรือผลักอีกฝ่ายออกแต่อย่างใด มารุตจูบผมอย่างอ่อนโยน จูบซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้นเหมือนไม่รู้จักพอ ยิ่งพอผมจูบตอบกลับไป มารุตก็ยิ่งได้ใจ 

เราไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าการจูบกัน มารุตเองถึงบางครั้งจะดูหื่นกามและหมกมุ่นไปบ้าง แต่เขาก็ไม่ได้เอาแต่ใจกับผมขนาดนั้น พอหกโมงตรงเราก็พากันออกมาจากห้อง กะเวลาแล้วคงไปถึงสนาม LW ก่อนหนึ่งทุ่ม และก็เป็นไปอย่างที่คิด ถึงก่อนเวลานัด 10 นาที รถติดจนผมเซ็งเลย รู้อย่างนี้ให้มารุตขี่มอเตอร์ไซค์มาดีกว่า มาถึงได้สักพักพี่นิลกับเชนก็ตามมาถึง ผมเลยเดินนำทั้งสองเข้าไปที่บ้านของสองพี่น้องมาร์โลว์และมาวิน 

“พี่รัชช์!”  

หมับ! 

“ตกใจหมดเลย” เสียงร้องเรียกมาพร้อมแรงปะทะที่พุ่งเข้าหาตัว ผมชะงักด้วยความตกใจเมื่ออีกฝ่ายวิ่งเข้ามากอดผมเอาไว้แน่น  

“คิดถึงพี่รัชช์จังเลยครับ” ไอริสเงยหน้าขึ้นมายิ้มตาหยีให้ ผมยกยิ้มด้วยความเอ็นดูแล้วยกมือขึ้นลูบหัวอีกฝ่ายแผ่วเบา ไอริสเป็นเด็กน่ารัก ผมดีใจที่เขากลับมาร่าเริงและสดใสได้แบบนี้อีกครั้ง 

“อะแฮ่ม!” เสียงกระแอมไอดังมาจากทางด้านในตัวบ้าน มาร์โลว์เดินหน้าตึงออกมา ดวงตาคู่คมมองหน้าผมคล้ายกับไม่พอใจอะไรสักอย่าง ซึ่งผมขอเดาว่าต้นเหตุมาจากคนตัวเล็กที่ยืนกอดผมอยู่ตรงนี้ 

“เดี๋ยวดีดให้ปลิวเลย” มารุตว่าเสียงดุพร้อมกับดึงคอเสื้อไอริสให้หลุดออกไปจากตัวผม มาร์โลว์ที่เห็นการกระทำของมารุตก็รีบเข้ามาดึงมือใหญ่ออกจากคอเสื้อของคนตัวเล็ก 

“รุตขี้หวง” ไอริสยู่หน้าใส่ ไม่ได้สนใจกับการกระทำของอีกฝ่ายเลย 

“ก็นี่แฟนเรา” มารุตพูดพร้อมยกแขนขึ้นมากอดผมไว้ ท่าทางราวกับเด็กหวงของ  

เจ้าลูกหมาเอ๊ย! 

“รู้แล้วน่า” ไอริสทำหน้าบึ้งส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างขัดใจ 

“ไอริส มานี่” มาร์โลว์ที่ถูกคนตัวเล็กลืมก็เอ่ยเรียกพร้อมดึงแขนเรียวให้เข้าไปหาตัว มาร์โลว์กำลังเรียกร้องความสนใจจากไอริส แต่น่าเศร้าที่ไอริสไม่ได้หันไปให้ความสนใจกับเขาเลย 

“ไอริส พี่มีคนที่อยากให้ไอริสเจอ” ผมตัดสินใจพูดขึ้นเมื่อคิดว่ามันถึงเวลาแล้ว เชนกับพี่นิลยังยืนอยู่นอกรั้วอยู่เลย เขาไม่กล้าเดินเข้ามาเพราะกลัวโดนไอริสไล่ เชนคิดว่าตัวเองจะต้องถูกไอริสเกลียดเข้าให้แล้ว 

“ใครเหรอครับ?” ไอริสมองอย่างแปลกใจ ผมหันมองหน้าสบตากับมารุตก่อนจะหันไปพยักหน้าเรียกเชนที่ยืนรออยู่ข้างนอกรั้วให้เดินเข้ามาในบ้าน 

“พี่เชน” ไอริสที่เห็นหน้าเชนก็ตกใจจนผงะถอยหลังไป แต่มาร์โลว์ก็ขยับไปยืนซ้อนข้างหลังแล้วโอบกอดร่างเล็กเอาไว้ 

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” เชนที่เห็นท่าทางของไอริสก็หน้าเสียไปทันที ผมแอบลุ้นอยู่ในใจเงียบ ๆ และภาวนาขอให้เรื่องนี้ผ่านไปได้ด้วยดี ทั้งสองจะได้ไม่มีอะไรติดค้างกันอีก 

“พี่มาหาผมทำไม?” ไอริสเอ่ยถามเสียงเบา มาร์โลว์ยังคงยืนกอดไอริสอยู่จากทางด้านหลัง เหมือนเขาเองก็น่าจะรู้เรื่องทุกอย่างของไอริสจากคุณกลางและพี่มาวินแล้ว 

“จะมาขอโทษ ขอโทษกับสิ่งที่ทำไป ขอโทษจากใจ” เชนหันมองหน้าพี่นิลคล้ายกับขอกำลังใจ เขาใช้เวลารวบรวมความกล้าอยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดกับไอริสด้วยสีหน้าและแววตาที่รู้สึกผิดอย่างแท้จริง 

“ผมรู้ว่าพี่รักพี่รัชช์มาก ผมเข้าใจ” ไอริสดูเหมือนจะตกใจไม่น้อยที่ได้ยินอย่างนั้น เขามองหน้าเชนแล้วมองเลยมาที่ผม คนตัวเล็กยืนกัดปากตัวเองแน่น เหมือนเขาเองก็ประหม่าไม่น้อยเลย 

“ต่อยฉันคืนไหม?” เชนย่อตัวลงไปหาคนที่ตัวเล็กกว่า ไอริสสูงไม่ถึงร้อยเจ็ดสิบเซนฯ ด้วยซ้ำ เขาตัวเล็กมาก ตัวเล็กพอ ๆ กับผู้หญิงเลย 

“ไม่เอา มันเจ็บ” ไอริสส่ายหน้าเบา ๆ เขามองหน้าผมคล้ายกับต้องการตัวช่วย ผมทำเพียงแค่ส่งยิ้มบาง ๆ ให้อีกฝ่ายเพียงเท่านั้น 

“ขอโทษนะไอริส ขอโทษจริง ๆ” เชนยกมือขึ้นไหว้ขอโทษไอริส 

“ผมไม่โกรธพี่แล้วล่ะ” ทำเอาไอริสตกใจต้องรีบยกมือขึ้นมาดึงมือของเชนลงอย่างรวดเร็ว การกระทำของไอริสทำเอามาร์โลว์และพี่นิลจ้องตาเขม็งเลย เห็นเงียบ ๆ แต่ก็ขี้หึงเหมือนกันนะครับ 

“ขอบใจนะ” เชนหลุดยิ้มออกมาได้เมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย ทั้งเชนและไอริสต่างยืนมองหน้ากัน เหมือนต่างฝ่ายต่างก็รู้สึกเก้อเขินกับการกระทำของตัวเอง พอยืนจ้องหน้ากันสักพักก็หลุดเสียงหัวเราะออกมาทั้งคู่ ทำเอาสองหนุ่มที่จ้องทั้งสองอยู่นั้นหลุดยิ้มตามออกมา ผมพรูลมหายใจยาวอย่างโล่งอก ดีแล้วล่ะที่เรื่องมันจบลงแบบนี้ ถึงจะดูมึน ๆ งง ๆ ไปบ้างแต่โดยรวมก็ถือว่าออกมาดีนั่นแหละ  

“เฮ้ย! หมูกระทะเปล่า!” เสียงร้องตะโกนที่ดังมาจากทางสนามข้างบ้านทำให้พวกเราหยุดชะงักแล้วหันไปมอง คุณกลางที่ยืนอยู่กับพวกลูกน้องอีกสามคน ที่สนามมีโต๊ะม้าหินอ่อนตัวใหญ่ตั้งอยู่และบนโต๊ะก็มีเตาหมูกระทะกับอาหารมากมายวางเต็มไปหมด 

“ชวนกินตลอดเลยนะมึงเนี่ย” พี่มาวินที่เพิ่งเดินมาจากทางสนามแข่งรถส่ายหน้าเบา ๆ คล้ายเอือมระอากับคนรัก 

“กองทัพต้องเดินด้วยท้อง มาฉลองมิตรภาพอันน่างงงวยของพวกเราด้วยหมูกระทะกันเถอะ!” คุณกลางเอาตะเกียบที่อยู่ในมือชี้มาทางพวกเราก่อนจะหันไปคีบเนื้อหมูลงกระทะ 

“กูงงหรือมันพูดงงวะ?” พี่มาวินขมวดคิ้วแน่นสีหน้าดูไม่เข้าใจและมึนงงเป็นอย่างมาก 

“เมียมึงนี่เก่งแกทเชื่อมโยงจริง ๆ” พี่นิลส่ายหน้าเบา ๆ ซึ่งมาร์โลว์ก็มีอาการไม่ต่างกัน 

“จะกินไหม? ไม่กินก็กลับไป!” คุณกลางใช้ตะเกียบชี้หน้าพี่นิลด้วยท่าทางเอาเรื่อง ทำเอากราฟกับวิคต้องคอยจับเจ้านายตัวเองเอาไว้กันคุณกลางวิ่งไปต่อยพี่นิล คู่นี้เขาเป็นเพื่อนสนิทที่ขัดกันทุกเรื่อง และตีกันเป็นปกติ เป็นความสัมพันธ์แปลก ๆ ที่หาได้ยาก 

“อำนาจล้นมือมาก” มาร์โลว์ขมวดคิ้วมองด้วยสีหน้ายุ่ง ๆ เป็นอันรู้กันดีว่านายใหญ่ของสนาม LW นั้นไม่ใช่มาร์โลว์หรือมาวิน แต่เป็นซ้อ(เล็ก)เร็กซ์ ลูกน้องกี่คนต่อกี่คนต่างก็เกรงกลัวต่ออำนาจของซ้อเร็กซ์กันทั้งนั้น เจ้าของสนามตัวจริงยังไม่กล้าหือเลย คนที่มีอำนาจล้นมืออีกคนก็คงเป็นซ้อ(ใหญ่)ของสนาม แน่นอนว่าเป็นใครไปไม่ได้นอกจากไอริส 

“ไอ้วิน ดูเมียมึงหน่อย”พี่นิลพยักพเยิดหน้าไปทางคุณกลางที่ยืนคีบเนื้อสัตว์ลงกระทะโดยมีสามลูกน้องคนสนิทอย่างกราฟ วิค และโชคอยเป็นผู้ช่วย 

“กูก็ดูอยู่เนี่ย กูว่าเมียกูอ้วนขึ้น” พี่มาวินกอดอกมองแฟนตัวเองด้วยสีหน้าและท่าทางคิดหนัก 

“มาวิน ไอ้ถั่วงอก” แล้วก็โดนคุณกลางตะโกนด่ากลับมาเสียงดังฟังชัด ทำเอาพวกเราหลุดขำพรืด พวกลูกน้องที่กระจายตัวกันอยู่ตามที่ต่าง ๆ ของบ้านก็กลั้นยิ้มกันเอาไว้ไม่อยู่ 

“ด่าได้โคตรเจ็บเลย” มาร์โลว์หัวเราะเยาะใส่หน้าน้องชายตัวเอง 

“ไปกินกันเถอะ” มารุตหันมาเอ่ยชวนผม 

“อื้อ” ผมพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะหันไปมองเชนและไอริส ทั้งสองพยักหน้ารับพวกเราเลยพากันเดินมาหาคุณกลาง และเราก็พบว่ามีโต๊ะม้าหินอ่อนอีกหลายตัว และมีเตาหมูกระทะอีกหลายเตา ผมพอจะเข้าใจแล้วล่ะ พี่ชายผมคงเตรียมตัวมาอย่างดี อาหารพร้อม เครื่องดื่มพร้อม สมกับเป็นซ้อเร็กซ์ เรื่องกินขอให้บอก ไม่เคยมีคำว่าพลาดในพจนานุกรมของเร็กซ์ อัศวบุญโชค ยิ่งเป็นเรื่องกินด้วยแล้วทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบ 

และมื้อเย็นติดค่ำของเราก็ฉลองกันด้วยหมูกระทะ มิตรที่ผูกกันด้วยของกิน ถึงจะฟังดูแปลก ๆ แต่มันก็เข้าท่าดีนะครับ เชื่อมความสัมพันธ์ด้วยหมูกระทะกับน้ำอัดลม ไอริสกับเชนที่ต่างฝ่ายต่างเกร็งกันก่อนหน้านี้ก็ดูเหมือนจะผ่อนคลายขึ้นเยอะ พามีอาหารเข้าปากก็ชวนกันคุยได้ไหลลื่น ผ่านไปได้ไม่นานพวกเราก็สามารถพูดคุยกันได้อย่างสนุกสนาน คงต้องขอบคุณคุณกลางที่ใช้หมูกระทะมาเชื่อมความสัมพันธ์ในครั้งนี้แล้วล่ะ พี่มาวินที่ก่อนหน้านี้ทำเป็นบ่นใส่คุณกลาง ตอนนี้ก็มานั่งออดอ้อนให้คุณกลางคีบหมูป้อนใส่ปาก คุณกลางน่ะนะ ปากก็บ่น แต่มือก็คีบป้อนไม่หยุด ไอริสกับเชนนั่งกินกันสบาย มีคนย่างหมูให้ แถมยังคีบใส่ให้เต็มจานอีก ส่วนผมนั่งกินเพียงอย่างเดียว มารุตย่างหมูให้ คีบใส่จานให้ และป้อนให้ถึงปาก เสียงพูดคุยดังขึ้นไม่ขาดสาย ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแหละว่าพวกเราสามารถสนิทกันได้ แม้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเรามันจะดูแปลก ๆ ไปหน่อยก็เถอะ 

 

 

 

 

 

 

------------------------------ 

 

 

 

 

 

 

 

ช่วงนี้เราก็ไม่ค่อยว่างเท่าไหร่ แต่จะพยายามหาเวลามาลงนิยายให้นะคะ  

นิยายเราก็ฟีลกู๊ดเนอะ อ่านง่าย ๆ สบาย ๆ ไม่ซับซ้อน 

ใครเครียดใครเหนื่อยก็มาอ่านนิยายคลายเครียดกันนะคะ 

ตอนนี้สถานการณ์โควิดก็ยังไม่หมดไปยังไงก็รักษาสุขภาพกันด้วย เป็นห่วงทุกคนนะคะ 

แล้วก็เราเปิดคู่มาร์โลว์กับไอริสแล้ว ไปลองอ่านกันดูเนอะ 

คนสุดท้าย 

คิดเห็นยังไงก็คอมเม้นต์พูดคุยกันได้นะคะ 

ฝากกดติดตามเพจกันด้วยนะคะ 

ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว