ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 2

ชื่อตอน : แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.5k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 01 เม.ย. 2564 17:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 2
แบบอักษร

 

 

 

 

 

แผลงฤทธิ์ ครั้งที่2 

 

 

 

 

“หมูอยู่ไหนเนี่ย!!” 

“หนูเวียณ” 

“ผักบุ้งที่ให้ไปล้างอยู่ไหนเนี่ย!!” 

“เอ่อ...หนูเวียณจ้ะ” 

“หม้อแกงไหม้รึยัง ไปดูรึเปล่าเนี่ย!” 

“เวีย-“ 

“อ๊ากกก! ช่วยรอสักครู่ได้ไหมครับ!”  ป้านุตร ป้าใจ และน้ำหวานต่างชะงักสิ่งที่กำลังทำอยู่ตรงหน้า เงยหน้ามองผมแล้วทั้งสามก็เบิกตากว้าง 

“ตายแล้ว! ทำไมหนูทำเยอะขนาดนี้ละคะ?!” ป้านุตรผละออกจากการหั่นผัก แล้วรีบวิ่งมาดูผม 

  เหอะๆ ไม่อยากจะบอกว่า โครตเหนื่อย!! หอบแฮ่กๆเป็นหมาเหนื่อยเลย 

              มือขวาผมกำลังล้างผักบุ้งในกะละมังใหญ่ๆ มือซ้ายเอื้อมไปคนน้ำซุปในหม้อที่กำลังเดือดปุดๆ และตรงหน้าผมก็คือหมูที่กำลังหั่นเป็นแผ่นบางๆอยู่ ทั้งๆที่อยู่ในห้องแอร์แต่ผมกลับรู้สึกเหงื่อมันท่วมไปถึงหลังผมจนเปียกชุ่มไปหมด 

“แล้วนังปราง! แกไปนั่งอยู่เฉยๆทำไม? ทำไมไม่ช่วยหนูเวียณ!” ป้านุตรหันมาดุปราง ที่กำลังนั่งบนโต๊ะเล็กๆที่วางวัตถุดิบแล้วก้มหน้าก้มตากดมือถือหยิกๆ 

 

เพราะนังคนนี้หละ… 

              พอผมรีบวิ่งหนีสายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวที่ทำให้ผมแก้มร้อนจี๋ก็ป๊ะกับปรางพอดิบพอดี  คุณเธอหอบของพะรุงพะรัง  ผมเลยใจดีไปช่วยเธอถือ เอาของเข้าไปเก็บที่ห้องครัวเจอป้านุตรกับป้าใจกำลังหัวหมุนกับการเตรียมกับมื้อเย็นเพราะเจ้านายดันกลับบ้านกะทันหันพร้อมมีดินเนอร์กับหญิงสาวอีก 

              แหม ผมก็แสนจะใจดีรีบไปช่วยป้าแก ป้าใจเลยบอกให้ผมไปจัดการล้าง หั่น แล่ สับ บดกับวัตถุดิบที่มี ขฯะที่ปรางกำลังล้างผัก ผมเลยคว้าหมูชิ้นโตมาหั่น แต่เธอบอกจะไปเข้าห้องน้ำฝากทำให้หน่อยผมก็เออออไป และล้างผักให้เธอต่อ พอออกจากห้องน้ำปุ๊บโดนป้าใจใช้เฝ้าหม้อที่กำลังต้มแกงเขียวหวานอยู่ แต่ผมอยู่ใกล้กับเตาแก๊สเธอเลยให้ผมช่วยเฝ้าต่อ ผมก็เออออทำต่อไป 

 

 ไปๆมาๆ ผมเริ่มรู้สึกตัวว่าตัวเองทำอยู่คนเดียวนะ ว่าไหม? 

 

แล้วนังคุณปรางมันหายหัวไปไหน? 

 

คำตอบผมถึงกับบางอ้อเมื่อเห็นคุณเธอนั่งกดโทรศัพท์! 

 

หลังจากนั้นเหล่าป้าๆก็ถามหาวัตถุดิบกันให้วุ่น คนทำก็ทำไม่ทันกัน ส่วนคนไม่ทำก็ไม่มีน้ำใจมาช่วยอีก 

 

“มาแกล้งหนูเวียณอะไรตอนนี้! เจ้านายแกจะมาทานข้าวเย็นนะรู้ไหม!” 

               ป้าใจก็ผละจากหม้อแกงเขียวหวานที่จะเริ่มไหม้แหล่มิไหม้แหล่หันมาดุปราง ปรางมันทำหน้าเจื่อนนิดหน่อยแต่พอป้าพูดคำว่า’เจ้านาย’ ดวงตาคุณเธอก็แวววาวทันที 

“จะ เจ้านายกลับมาเหรอป้า!! “ 

“ก็เออสิยะ!” น้ำหวานหันมาตอบแทนป้าใจ ปรางรีบวางโทรศัพท์แล้วผลักผมออกจากเขียงหั่นหมูอย่างรวดเร็ว 

“หลีกไป! ชั้นจะทำให้เอง” ไอ้ท่าทีกระตือรือร้นนี่มันอะไรวะ? ผมละสับสนกับอารมณ์ผู้หญิงจริงๆ เปลี่ยนไวเหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้า 

  แล้วปรางก็หั่นหมูด้วยสายตามุ่งมั่นเหมือนกลัวเนื้อหมูจะเละเพียงแค่ปรายมีดแตะเบาๆ ดูแล้วคนละคนกับเมื่อกี้เลยแหะ 

ป้านุตรส่ายหน้าน้อยๆแล้วแตะแขนผมให้เดินมาหยุดที่หน้าเตาแก๊สไฟฟ้า ซึ่งมีกระทะแบนมีน้ำมันที่กำลังค่อยๆเดือดและเครื่องเคียงที่วางใกล้ๆกัน 

“หนูเวียณทำกะเพราไก่เป็นไหมจ๊ะ?” 

“ครับ” แค่กะเพราไก่เอง ผมทำมาตั้งแต่ม.5ละ ของจิ๊บๆ 

“ช่วยทำให้ป้าทีนะจ้ะ ค่อยๆทำไปไม่ต้องรีบ แล้วก็ทำให้สุดฝีมือนะจ๊ะ ป้าเชื่อมั่นในการทำอาหารของหนู^^” 

“ครับ ผมจะตั้งใจทำเลย!” 

              ผมยิ้มกว้างแล้วหันกลับมาหยิบเนื้อไก่ที่สับแล้ว ทอดลงกระทะแบน หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงต่างๆในห้องครัวแห่งนี้ ทุกคนต่างทำอย่างตั้งอกตั้งใจ ผมก็ขอทำด้วยความตั้งใจบ้างละกัน 

 

 

 

21:24น. 

 

.“เสร็จซักที…” 

              ผมทรุดตัวลงนอนที่โซฟาห้องไอ้เพลิง มันกำลังนั่งอ่านหนังสืออะไรสักอย่างของมันไม่รู้  หลังจากที่ทำอาหารเสร็จ ป้านุตรก็บอกให้ผมไปอาบน้ำแต่งตัวให้ดีๆแล้วค่อยกลับบ้าน ผมจะอยู่ช่วยไปจัดโต๊ะอาหารแต่ป้านุตรก็บอกว่าให้เป็นหน้าที่ของเด็กๆแทน 

พอหัวถึงโซฟานุ่มๆตาก็แทบจะปิด แต่ก็ต้องลุกมาบิดขี้เกียจและคลานลงโซฟาไปอาบน้ำ ดีที่ป้านุตรพามาส่งที่ห้องไอ้เพลิง ถ้ารอไอ้เพลิงมารับ ผมรอยันลูกบวชมันก็ไม่มาซักทีหรอก  

“กูอุตส่าห์รอมึงมาดริ้งค์สงสัยคงไม่มีแรงแดกละ พี่เขาดันกลับมากะทันหันซะได้..โทษทีนะ ที่ทำให้มึงเหนื่อย” 

“เหอะ เปลี่ยนจากคำขอโทษเป็นเงินเพิ่มได้ป่ะ? อีกอย่างมึงตัดสายกู ยังมีหน้าไม่ขอโทษกูอีก!” 

“ก็กูรำคาญเสียงแง้วๆมึงอ่ะ โอ๋เอ๋นะๆ”  ผมเบ้หน้าแล้วปิดประตูห้องน้ำลง ไม่สนใจท่าทางปัญญาอ่อนของไอ้เพลิง 

 

 เพลียมากๆ อยากกลับบ้านไวๆอ่า เหนียวตัวไปหมด! 

 

ผมใช้เวลาอาบน้ำประมาณ 10 นาทีก็ออกมาด้วยหน้าตาสดชื่นแจ่มใส ฮร้า…. 

“จะกลับแล้วเหรอ? ให้กูไปส่งไหม” เพลิงเงยหน้าจากโทรศัพท์เอ่ยถามผม ผมส่ายหัวเดินไปส่องกระจกสำรวจความเรียบร้อยของตัวเอง 

“ไม่ล่ะ เชิญมึงอยู่กับคุณญาติมึงเถอะ” 

 มันพยักหน้าหงึกหงักแล้วก้มหน้าเล่นต่อ ผมคว้ากุญแจรถฟีโน่ไอ้เพลิงมา(ฉกเอาหน้าด้านๆ) จะขี่ไปที่คอนโด เรื่องนี้ผมไม่ต้องเอ่ยขอยืมรถไอ้เพลิงเพราะผมมักจะขโมยรถมันมาใช้จนมันจะยกให้ผมละ ดีนะที่ผมเกรงใจไม่รับของเพื่อน แต่ใช้บ่อยกว่าเพื่อน ฮ่าๆ 

 

 

 

 

 

Reno talk's 

 

“ขออนุญาตค่ะ” 

 

แกร๊ก.. 

 

“ให้ผมช่วยไหมครับ ป้านุตร?” 

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณเรย์โญ่ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ป้านะคะ” 

“ยกมาเสิร์ฟได้เลยครับ” เจ้านายเอ่ยเสียงเรียบ เงยหน้ามองป้านุตร แม่บ้านคนเก่าแก่ในบ้านหลังนี้กำลังทยอยให้เมดสาวยกอาหารมาเสิร์ฟบนโต๊ะ 

ผ้าคลุมโต๊ะสีขาวสะอาดตา ปักด้วยดอกกุหลาบสีแดงที่กำลังผลิบานอยู่ตรงกลางผ้าผืนใหญ่ อาหารมากมายถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ เพียงไม่นานมื้อค่ำก็พร้อมสำหรับเจ้านายผมแล้ว เมดสาวพร้อมกับป้านุตรยืนอยู่ข้างๆไม่ไกลมากนักเพื่อสะดวกแก่การเรียกใช้ และยังมีเลขาคนสนิทของอย่างผมยืนอยู่ข้างหลังเจ้านายอีก 

“จะดีเหรอครับ....อุส่าห์ชวนคุณริสามาดินเนอร์ แต่อาหารกลับเป็นอาหารไทยเรียบง่าย?” ผมก้มหน้าลงกระซิบข้างๆหูเจ้านาย 

“ที่นี่ที่ไทย ก็ต้องดินเนอร์แบบไทยๆสิ” เจ้านายยกแก้วน้ำใบเตยขึ้นมาจิบพร้อมกับตอบคำถามของผมด้วยน้ำเสียงเรียบ 

“แต่ว่า..” 

“ใครกินไม่ได้ก็ไม่ต้องกินมัน ชั้นจะกินเอง” ผมก้มหัวรับทราบ เจ้านายตัดบทโดยการยกน้ำใบเตยมาดื่มอีกเป็นสัญญาณว่าผมไม่ควรถามเรื่องนี้กับเจ้านายอีกครั้ง แล้วก้าวเดินถอยหลังอยู่ที่ด้านหลังเจ้านายเช่นเดิม 

“คุณริสายังไม่มาเหรอ?” ดวงตาคมเหลือบมองผม ยกข้อมือที่มีนาฬิกาเรือนหรูขึ้นดู 

“อ่า..เกินเวลาที่นัดมา 3นาทีครับ” ผมกล่าวออกมาเบาๆ รู้สึกกระวนกระวายเกรงว่าเจ้านายของตนจะเดือดซะก่อนที่จะได้รับประทานอาหาร อาหารคงได้เสียรสชาติหมดพอดี  ก็เจ้านายของผมน่ะ เข้มงวดเรื่องเวลามากนี่นา... 

“หึ พรุ่งนี้เตรียมเอกสารให้ชั้นด้วย” 

“ครับ? เอกสารอะไรเหรอครับ?” 

 “ให้คนที่มาสายนัดของชั้นน่ะสิ คงไม่ต้องบอกสินะว่าเอกสารอะไร?” 

อ่า..ซวยแล้วไง เพิ่งทำได้ 1อาทิตย์ก็โดนเจ้านายไล่ออกซะแล้ว อุตส่าห์จบจากอเมริกา เกรดนิยมอันดับหนึ่ง เจ้านายก็ไม่คิดจะสนใจหรือปราณีหล่อนเลย นี่ก็เพิ่งสั่งไล่พนักงานในบริษัทไปราวๆสิบกว่าคนแล้วด้วย เป็นเลขานายนี่มันเหนื่อยจริงๆ... 

“พาคุณคนสวยมาแล้วคร้าบ!” 

“เอริค เบาๆ” ผมดุเอริค บอดี้การ์ดสุดกวนแต่ฝีมือดันตรงกันข้ามกับไอ้นิสัยปัญญาอ่อนของเขา 

              เอริคมาพร้อมกับหญิงสาวชุดเดรสยาวสีแดงสด เป็นเดรสเกาะอกที่ดูเหมือนหน้าอกของหล่อนกำลังจะทะลักออกมาจากเดรส ชุดเดรสที่รัดรูปรัดสัดส่วน ปลายกระโปรงถูกตัดให้แหวกขึ้นมาจนแทบเห็นขาอ่อนด้านใน ชวนให้เสียวเล่นๆเวลาขาเรียวก้าวเดิน ..เสียวมันขาดน่ะนะ  

อ่า..ถึงภายนอกผมจะเป็นคนนิ่งๆเงียบๆแต่เรื่องจิกกัดชาวบ้านเป็นงานอดิเรกผมเลยล่ะ โดยเฉพาะผู้หญิงที่สมัยนี้มาแรงซะผมสยอง 

              ใบหน้างามเคลือบด้วยเครื่องสำอางทั่วทั้งหน้า ริมฝีปากสีแดงสดยกยิ้มให้เจ้านายผม หล่อนโค้งเคารพเจ้านายผมน้อยๆ แต่ก็เห็นหน้าอกหน้าใจเป็นร่องเต็มๆเลยล่ะ เหอะ พลาสติกรึป่าวนะ 

“ขอโทษที่มาสายนะคะ ริสาอยากให้คุณประทับใจในตัวริสาน่ะค่ะ..” คุณริสากล่าวเสียงนุ่ม เอียงหน้าเล็กน้อยเหมือนเขินอายที่เจ้านายเล่นจ้องคุณริสาอย่างไม่วางตา 

“ไม่สายเท่าไหร่หรอกครับคุณริสา แค่เกือบๆ 5นาทีเอง เชิญครับเชิญ นั่งเลยครับ” ผมแอบจิกกัดเธอเล็กน้อย คุณริสาทำหน้าเจื่อนแล้วรีบปรับสีหน้ามายิ้มแย้มให้ผมก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งเก้าอี้ที่ผมเลื่อนให้ 

“แหม คุณเรย์โญ่ยังขี้เล่นเหมือนเคยนะคะ” คิ้วผมกระตุกทันทีเมื่อเธอพูดจบ ผมไปรู้จักสนิทสนมกับคุณเธอตอนไหน? 

ถ้าบอกว่าเอริคขี้เล่นผมจะไม่หงุดหงิดเท่าว่าผมขี้เล่นหรอกนะ 

 

พวกผู้หญิงนี่…น่ารำคาญ 

“อะ..อะไรกันเนี่ย? ดินเนอร์บ้าอะไรเป็นแกงเขียวหวาน ต้มยำกุ้ง ผัดวุ้นเส้น ไก่ทอดกระเทียมแล้วก็กะเพรานี่อีก!? แม่บ้านคุณทำงานพลาดรึป่าวคะ ท่านประธาน!” 

               แล้วคุณเธอก็กรีดร้องเมื่อเห็นอาหารบนโต๊ะ ซึ่งไม่ได้เข้ากับชุดที่คุณริสาจัดมาซะเต็มเลย ตอนแรกก็บอกให้ป้านุตรทำพวกสเต็กเนื้ออยู่หรอกนะ เจ้านายดันแคนเซิลให้ทำอาหารไทยอีก ดูไม่สนอะไรเลยจริงๆนะเจ้านายของผมเนี่ย 

“ไม่นี่ คุณก็ไม่ได้บอกว่าจะทานอะไร ผมเลยสั่งแต่ของที่ผมชอบ....หรือคุณไม่พอใจ?” ถามได้เฉียบคมทำเอาคนฟังสะอึก เหมือนคุณริสาจะได้สติ เธอรีบปรับสีหน้าแล้วส่ายหน้าหวือ 

“ปะ..ป่าวค่ะ! ริสาแค่แปลกใจ แหม..คุณทำริสาตื่นเต้นตลอดเลยนะคะ ฮ่าๆ” ไม่ได้หัวเราะจากใจเล้ย..เสแสร้งไม่เนียนด้วย 

“เชิญ”  

               เจ้านายของผมผายมือให้คุณริสา หลังจากนั้นทั้งสองก็ลงมือทานอาหารค่ำ ดูเจ้านายผมจะแฮปปี้นะ เจ้านายผมน่ะถึงจะเป็นคนอังกฤษแท้ๆแต่ก็โปรดปรานอาหารไทยมาก โดยเฉพาะกะเพราไก่น่ะครับ ทานได้ทุกวันไม่มีเบื่อแต่ก็น้อยมากที่ฝีมือจะถูกใจเจ้านาย แต่คราวนี้ดูเหมือนป้านุตรจะทำอาหารไทยได้ถูกใจเจ้านายมาก แม้ปากจะไม่ได้เอ่ยชมอะไรแต่กลับกินเอาๆทำเอาป้านุตรที่ยืนข้างๆผมอมยิ้ม ส่วนอีกคน.. 

 

ทำไมทำหน้าเหมือนกินของแสลงเข้าไปล่ะ?  

ผมว่าอาหารไทยสุดยอดมากนะ ทำไมหล่อนทำหน้าเหมือนจะอาเจียนให้ได้ล่ะ 

“แหม..ก็กังวลตั้งนานว่าหนูเวียณเขาจะทำกะเพราไก่ได้ถูกใจเจ้านายรึป่าวน้า..แต่ตอนนี้ไม่ต้องบอกก็รู้แล้วค่ะ คริๆ” 

“หนูเวียณ?” ผมหันมายืนอยู่ข้างๆป้านุตร ทวนชื่อคนที่ป้านุตรพูดออกมาเมื่อกี้เบาๆ 

“อ้อ..หนูวิเวียณ คนทำอาหารคนใหม่แทนแม่บ้านที่ลาคลอดน่ะค่ะ ป้ายังไม่ได้พามาแนะนำกับเจ้านายเลย แต่คนนี้ทำอาหารเก่งนะคะ คนที่ทำกะพราไก่ไม่ใช่ป้าหรอกค่ะ เป็นหนูเวียณน่ะค่ะ ดูสิ เจ้านายทานใหญ่เลย ไม่แตะอย่างอื่นเลยค่ะ”  

 ป้านุตรเล่าไปยิ้มไป ดูจะปลื้มกับเด็กที่ชื่อ วิเวียณ พอสมควร 

“ป้าไปหามาจากที่ไหนเนี่ย?”

“เพื่อนคุณเพลิงค่ะ” ผมทำปากอ้อ แล้วเดินกลับไปยืนข้างๆเจ้านายต่อ เพราะเจ้านายเหลือบมองทางผมพอดี

 

“ครับนาย?”

“เรียกป้านุตรมานี่”

“ครับ” ผมโค้งหัวให้เจ้านาย แล้วหันมาสบตากับป้านุตร พยักหน้าเบาๆเป็นเชิงบอกให้อีกคนเดินเข้ามา

 

“คะเจ้านาย?”

 “ป้านุตรเปลี่ยนสูตรเหรอครับ? …กะเพราน่ะ”

“อ้อ ป่าวค่ะ วันนี้มีเด็กช่วยทำน่ะค่ะ อร่อยใช่ไหมคะ^^” ป้านุตรถามยิ้มๆ เจ้านายนิ่งไปสักพักก็พยักหน้า

“ครับ”  

 

เจ้านายยิ้ม! เจ้านายผมยิ้ม!

ผมอ้าปากเหวอๆตกใจกับภาพเมื่อครู่ แม้จะไม่ยิ้มกว้างแต่ก็ถือว่ายิ้มแล้ว!

 

 

 ดูท่าเด็กคนนี้จะไม่ธรรมดาสำหรับเจ้านายผมแล้ว 

 

ป้านุตรยิ้มกว้างก่อนจะโค้งให้เจ้านายแล้วเดินกลับไปยืนข้างๆเมดต่อ 

“เอ่อ..ท่านประธานคะ เรื่องงาน…” 

“หือ? ผมไล่คุณออกแล้วนิ” 

“อะไรนะคะ!!”  

โถ่ ตอบได้เย็นชามากเจ้านายผม ไล่คนออกหน้านิ่งๆแบบนี้ผมเห็นทุกวันจนเกือบจะหมั่นไส้ด้วยถ้าไม่ติดว่าเป็นนายนะ เหอะ 

“คุณน่าจะรู้ว่าคุณตกงานตั้งแต่ 1 วินาทีแรกที่คุณมาสาย…คุณริสา” 

“ระ..ริสาแค่..อยากให้คุณประทับใจ” 

เรื่องอะไร? ตัวคุณ? ผมไม่สนหรอก มีผู้หญิงสวยกว่าคุณเข้าหาผมเป็นร้อย ผมจะสนคุณทำไม” 

“กะ—กรี๊----!!!” 

“เชิญ” 

เจ้านายผมผายมือไปทางประตู ไม่สนใจเสียงกรีดร้องของเลขาสาวที่ตอนนี้กลายเป็นอดีตเลขาแล้ว  

 เล่นเอ่ยปากไล่ซะขนาดนี้ ช่างไม่แคร์โลก แคร์ผู้คนสมกับเป็นนายผมจริงๆ คุณริสากัดฟันกรอด นิ้วเรียวจิกเข้ามือเล็กๆ เธอยืนตัวสั่นแล้วชี้นิ้วตรงหน้าเจ้านาย 

“Hola!” เอริคพึมพำเบาๆ ดวงตาสีน้ำตาลแวววับราวกับเจอเรื่องน่าสนุก 

 “ชั้นก็ไม่สนผู้ชายที่ไม่มีความปรารถนาอย่างคุณหรอก!! คุณรอน เดนเกล ฟิออนส์!! 

เสียงแหลมเปร่งออกมาอย่างโกรธแค้น ดวงตาเรียวแดงกล่ำด้วยความโกรธ

 

ช่างเป็นมนุษย์ที่ไม่กลัวตายจริงๆ 

 

เจ้านายผมเงยหน้ามาสบตากับริสานิ่งๆแต่ดวงตากลับเข้มขึ้น สักพักก็เปลี่ยนเป็นราบเรียบเช่นเดิม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบจนผมอดขนลุกไม่ได้

 

“ไม่อยากเป็นโสเภณีตามซ่องมืด ก็หุบปากแล้วไสหัวไป” 

 

“เฮ้อ..” ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ สงสารผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างคุณริสาอยู่นะ แต่ดันเป็นฝ่ายเปิดฉากกับเจ้านายผมเอง ช่วยไม่ได้ตัวใครตัวมันละกัน 

“เอริค ส่งแขก” 

“Sir, My boss! ”  

คุณริสากำหมัดแน่นแล้วเชิดหน้าเดินออกจากประตู โดยมีเอริคคอยเดินตามอยู่ห่างๆ 

 

ปัง.. 

 

“กลับกันเรย์โญ่” 

“ครับ” 

ร่างสูงส่งภูมิฐานของเจ้านายก้าวเดินอย่างช้าๆแต่สง่างาม ผมสีทองพลิ้วไหวไปตามสายลม ใบหน้าเรียว ดวงตาคม จมูกโด่งเป็นสัน  

 ริมฝีปากหนาสีคล้ำเล็กน้อยเพราะบุหรี่ ไหล่กว้างแข็งแรง รูปร่างสมส่วนเหมือนนายแบบฝรั่ง  

               นี่แหละมั้งเสน่ห์เจ้านาย นอกจากจะรวยล้นฟ้าแล้วยังดูดี แถมยังโสดไม่ผ่านมือสาวง่ายๆนอกจากผู้หญิงระดับสูงที่น้อยคนเจ้านายจะเล่นด้วย แต่ก็เล่นด้วยแค่ครั้งเดียวก็ทางใครทางมัน ถ้าเจ้าหล่อนตื๊อเจ้านายก็จะสั่งเก็บ.. 

เก็บแบบโดนข่มขืนบ้างละ เล่นยาบ้างละ ทำเอาคุณเธอไม่มีสติ ได้นอนโรงพยาบาลบำบัดจิตแทน เจ้านายผมไม่ได้โหดร้าย แต่ถ้าพวกเธอมาพัวพันกับเจ้านายก็อาจจะโดนศัตรูเข้าใจผิดว่าเป็นคนสำคัญ คงโดนมากกว่าที่เจ้านายทำหลายเท่า ดีไม่ดีถูกฆ่าโดยไม่ต้องคิดอะไรเลยละ 

 

หึ ก็นอกจากจะมีดีภายนอก ภายในเจ้านายร้ายกาจจะตายไป สืบทอดธุรกิจคอนโดฝ่ายแม่ก็สืบทอดธุรกิจมาเฟียฝ่ายพ่อควบคู่กัน 

 

นี่แหละ ท่าน 

 

Ron Dengell FiOn  

 

รู้อย่างนี้แล้ว 

 

ยังจะตกหลุมรักเขาอีกไหมครับ? 

J 

 

 

 

xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx 

 

TBC. 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว