facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เป็นแฟนคนเถื่อน : 2

ชื่อตอน : เป็นแฟนคนเถื่อน : 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ม.ค. 2563 12:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เป็นแฟนคนเถื่อน : 2
แบบอักษร

 

 

เป็นแฟนคนเถื่อน : 2 

 

 

Rach Part : 

วันเสาร์ 

“คุณ” 

“หืม?” ผมละสายตาจากหนังสือขึ้นไปมองใบหน้าหล่อเหลาของใครอีกคน 

“ไปงานเลี้ยงกับคุณไม่ได้แล้ว” มารุตเดินหน้ายุ่งเข้ามาหาก่อนจะทิ้งตัวลงมานอนทับผมที่นอนอ่านหนังสือนิยายสยองขวัญอยู่บนเตียง 

“ทำไม?” ผมขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย  

“โดนแก้งาน ต้องส่งก่อนเที่ยงคืนนี้” มารุตผละใบหน้าออกจากซอกคอของผมแล้วก็บ่นพึมพำด้วยสีหน้าเซ็ง ๆ  

“อ่า ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเราขับรถไปเอง รุตก็อยู่แก้งานที่ห้องเถอะ” ผมพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ วันนี้เป็นวันที่เชนจะจัดงานวันเกิดที่สนาม LW ผมกับมารุตตกลงที่จะไปร่วมงานเลี้ยง แต่ตอนนี้ดูท่าแล้วคงต้องไปคนเดียวแล้วล่ะ 

“ไม่อยากให้คุณไปคนเดียวเลย” เขากอดผมไว้แน่น แขนยาว ๆ โอบรัดรอบตัวผมไว้ไม่ยอมปล่อย  

มารุตงอแงอีกแล้ว 

“รุต เราโตแล้ว” ผมยกมือขึ้นลูบหัวอีกฝ่ายเบา ๆ  

“ก็เป็นห่วง” เขาซุกหน้าเข้ากับซอกคอของผมแล้วก็บ่นเสียงงึมงำ  

“จะรีบไปแล้วรีบกลับ โอเคไหม?” ผมก้มหน้าลงไปหาอีกฝ่ายแล้วเอ่ยถามเสียงนุ่ม 

“โอเค” มารุตยอมพยักหน้ารับ เขาผละตัวออกไปแล้วทิ้งตัวลงนอนข้าง ๆ ผม 

“ขอกำลังใจในการทำงานหน่อย” มารุตพูดพร้อมทำปากจู๋ ผมหัวเราะเบา ๆ ในลำคอด้วยความเอ็นดูอีกฝ่าย แฟนผมน่ะขี้อ้อนมาก ๆ ดูเหมือนเป็นคนละคนกับช่วงที่รู้จักกันแรก ๆ เลยเนอะ  

จุ๊บ! 

“เราโทรสั่งข้าวให้ไหม?” ผมยื่นหน้าเข้าไปจุ๊บที่ริมฝีปากหยักหนัก ๆ หนึ่งทีก่อนจะผละออกมายิ้มหวานให้เขา 

“อยากกินพิซซ่า” มารุตลุกขึ้นไปยืนบิดตัวพร้อมกับหันมามองผมอ้อน ๆ  

“หน้าซีฟู้ด?” ผมอมยิ้มถาม พอจะเดาได้อยู่หรอกว่าอีกฝ่ายจะเลือกกินหน้าไหน ผมรู้หมดแหละว่ามารุตชอบอะไร ไม่ชอบอะไร  

“อื้อ” เขาพยักหน้ารับหงึกหงัก 

“โอเค” ผมปิดหนังสือแล้วเอาไปวางที่โต๊ะข้างตัวก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดสั่งพิซซ่าตามที่อีกคนต้องการ  

เมื่อจัดการเรื่องอาหารการกินของคุณแฟนเสร็จผมก็เดินไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวไปงานเลี้ยงวันเกิดของเชน ใช้เวลาเลือกเสื้อผ้าอยู่สักพักเพราะไม่ว่าจะหยิบชุดไหนออกมามารุตก็ดูจะไม่เห็นด้วยตลอด หยิบออกมาเป็นสิบชุด เลือกเสื้อผ้าสีสว่างเขาก็บอกว่ามันดูสวยไป(?) พอหยิบสีเข้มก็บอกว่าหล่อไปอีก เลือกเท่าไหร่ก็ไม่ถูกใจจนผมเริ่มหงุดหงิด สุดท้ายก็เลยได้เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวกับกางเกงยีนสีดำมา ผมแทบจะเอาหัวโขกตู้ เสียเวลาอยู่กับการเลือกเสื้อผ้าไปไม่ต่ำกว่าชั่วโมง กว่าจะแต่งตัวเสร็จก็ใกล้ได้เวลางานเริ่ม 

“ไปแล้วนะ” ผมเดินไปหามารุตที่นั่งจ้องหน้าจอโน้ตบุ๊คแบบเอาเป็นเอาตาย 

“ขับรถดี ๆ นะ รีบ ๆ กลับมาด้วย คิดถึง” เขาหันมาจับมือผมไปแนบแก้มตัวเองแล้วช้อนตาขึ้นมองอ้อน ๆ  

อือ อินเนอร์แฟนตัวเล็กตัวน้อยมาก ส่วนสูง 186 เซนฯ ทำอะไรความออดอ้อนของมารุตไม่ได้หรอก 

“งอแงอะไรขนาดนี้ หืม?” ผมยกมืออีกข้างขึ้นบีบจมูกโด่งเบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยว ไม่ใช่แค่มารุตที่ชอบเวลาผมอ้อน ผมเองก็ชอบเวลาที่มารุตอ้อนผมเหมือนกัน ขอคัดค้านกับฉายาที่ทุกคนเรียกมารุตว่ามารุตคนเถื่อน จริง ๆ แล้วแฟนผมไม่ได้เถื่อนนะ มารุตออกจะอ่อนโยนจะตาย ขี้อ้อนแถมยังน่ารักอีก  

ทุกคนไม่คิดอย่างนั้นเหรอครับ? 

“ติดคุณมาก ๆ เลย” แขนเรียวยาวตวัดรอบเอวของผมให้ขยับเข้าไปใกล้เขา ผมยอมโอนอ่อนตามอีกฝ่าย ไม่ว่ามารุตจะจุ๊บแขนหรือซุกหน้าอยู่กับหน้าท้องของผม ผมก็ปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามใจ ไม่ขัดและไม่ห้าม ยิ่งขัดขืนหรือห้ามปรามก็จะยิ่งงอแง แล้วคราวนี้ก็จะเสียเวลากันไปอีก มารุตน่ะเจ้าเล่ห์จะตาย ที่ทำเป็นซื่อ ๆ น่ะมันภาพลวงตา เขาเป็นจิ้งจอกในร่างโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ 

“จะกลับก่อนเที่ยงคืน โอเคไหม?” ผมบอกพร้อมใช้สองมือประคองใบหน้าหล่อเหลาขึ้นมาให้มองสบตากัน มารุตเริ่มจะขบเม้มที่หน้าท้องของผมแล้ว ขืนปล่อยให้เขาทำตามใจ ผมนี่แหละที่จะแย่ ก็บอกแล้วว่ามารุตน่ะร้าย ร้ายมาก ๆ เลยด้วย 

“รอนะ” เขามองหน้าผมตาละห้อย ทำหน้าทำตาได้น่าสงสารมาก 

“อื้อ” ผมขานรับสั้น ๆ ก้มหน้าลงไปกดจูบเบา ๆ ที่ริมฝีปากหยักหนึ่งทีแล้วรีบผละตัวออก มารุตที่ทำท่าจะคว้าตัวผมไว้ก็ช้ากว่าผมไปหนึ่งจังหวะเลยทำให้เขาคว้าได้แต่อากาศ ผมหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นสีหน้ายุ่ง ๆ ของอีกฝ่าย  

เอ็นดู  

ผมรีบพาตัวเองออกมาจากห้องก่อนที่จะถูกมารุตรั้งตัวไว้อีกรอบ คอนโดฯ นี้ที่เราอยู่กันเป็นคอนโดฯ ของมารุต ผมย้ายมาอยู่กับมารุตได้สักพักแล้ว ก็อยู่ด้วยกันตั้งแต่ยังไม่ได้คบนั่นแหละครับ ตอนนั้นก็ไป ๆ มา ๆ คอนโดฯ ของมารุตกับบ้านของตัวเอง แต่เดี๋ยวนี้ก็อยู่คอนโดฯ เป็นหลัก กลับบ้านบ้างบางอาทิตย์ ไม่ได้กลับบ่อยแต่ก็มั่นใจว่ากลับบ่อยกว่าคุณกลาง รายนั้นนาน ๆ จะกลับบ้านที นัดคุณกลางเจอนอกบ้านยังง่ายกว่ารอให้คุณกลางกลับบ้าน พี่ชายของผมเขาติดแฟนน่ะครับ แต่จะพูดมากก็ไม่ได้ เดี๋ยวเข้าตัว ผมเองก็ถูกคนรอบข้างบอกเหมือนกันว่าติดแฟน ผมก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองติดมารุตไหม ผมรู้แค่ว่าอยากใช้ทุกช่วงเวลากับมารุตก็เท่านั้น 

อือ แบบนี้อาจจะเรียกว่าติดแฟนก็ได้ 

  

 

 

 

 

21.18 PM 

ผมขับรถมาที่สนาม LW ของพี่มาวินเพียงลำพัง นาน ๆ ไปไหนมาไหนเพียงคนเดียวมันก็รู้สึกแปลก ๆ เหมือนกันนะครับ ปกติมีมารุตคอยขับรถให้แถมยังไปไหนด้วยกันตลอด พอมาขับรถเองก็เหมือนจะไม่ชิน ทุกทีต้องมีเสียงมารุตชวนคุยไม่หยุด แต่ตอนนี้มีเพียงแค่เสียงเพลงที่ผมเปิดเพื่อไม่ให้รถเงียบเพียงเท่านั้น ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะติดมารุตขนาดนี้  

คิดถึงมารุตจังเลย 

“คุณเล็ก ทำไมมาคนเดียวล่ะ?” เดินเข้ามาที่สำนักงานก็เจอกับคุณกลางที่ยืนคุยกับเชนอยู่ข้างหน้า ข้างในสำนักงานถูกจัดให้เป็นสถานที่สำหรับกินเลี้ยง แขกส่วนใหญ่ก็พวกลูกน้องพี่มาวินนั่นแหละครับ  

“มารุตต้องแก้งานเลยมาไม่ได้ครับ” ผมบอกเสียงอ่อย  

“น่าเสียดายเนอะ” ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่หน้าตากลับดูพออกพอใจเสียเหลือเกิน 

“ยิ้มทำไม?” พี่มาวินเดินเข้ามาพร้อมหรี่ตาคุณกลางอย่างจับผิด 

“อะไร? ใครยิ้ม?” คุณกลางแกล้งตีหน้าซื่อทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ 

“ไปนั่งตรงนู้นกันเถอะคุณรัชช์” เชนส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาจับมือผม 

“อือ” ผมพยักหน้ารับแล้วเดินตามแรงจูงของอีกฝ่าย  

ในงานเปิดเพลงเสียงดังอย่างครึกครื้น แต่ผมกลับไม่ได้รู้สึกสนุกตามไปด้วยเลย ถ้ามารุตมาด้วยก็คงดี ผมอาจจะรู้สึกสนุกมากกว่านี้ และแม้ในงานจะมีผู้คนมากมาย แต่ผมก็เลือกที่จะนั่งดื่มอยู่เงียบ ๆ เชนไม่ปล่อยให้ผมได้อยู่คนเดียว พี่นิลก็มานั่งคุยเป็นเพื่อน ลูกน้องของพี่มาวินเข้ามาทักทายผมหลายคนเพราะเราต่างก็รู้จักกันดีอยู่แล้ว  

จริง ๆ แล้ววันเกิดของเชนคือเมื่อวาน แต่เขาเลือกที่จะใช้ช่วงเวลาในวันเกิดกับครอบครัว เลยทำให้ต้องมาจัดงานเลี้ยงกันในวันเสาร์แทน ผมกับกรินและไทม์ก็ได้พาเชนไปเลี้ยงฉลองตามประสาเพื่อนกันมาก่อนแล้ว ความจริงก็แค่นั่งกินข้าวและพูดคุยกันเพียงเท่านั้น จากที่เมื่อก่อนเรามักจะกินข้าวด้วยกันบ่อย ๆ แต่เดี๋ยวนี้การรวมตัวกินข้าวด้วยกันดูจะเป็นเรื่องยากไปแล้ว ก็แต่ละคนก็มีแฟนแล้ว ช่วงเวลาของเพื่อนเลยถูกปันไปให้คนรักหมด ไม่ใช่แค่ผมกับมารุตหรอกที่ตัวติดกัน เชนกับพี่นิลก็เหมือนกันนั่นแหละ กรินก็ไปหาพี่หมอปัถย์ที่โรงพยาบาลทุกวัน ส่วนไทม์ ดูเหมือนว่าช่วงนี้จะสนิทกับพี่รหัสของตัวเองเป็นพิเศษ ทุกคนดูยุ่งไปหมดเลยเนอะ ใคร ๆ ก็ติดแฟนกันทั้งนั้นแหละ 

อ่า อยากกลับไปหามารุตจังเลย 

  

แกร๊ก! 

“คุณ!” ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในห้องเสียงร้องทักก็ดังขึ้นทันที 

“งานเสร็จหรือยัง?” ผมหันมองมารุตที่ยืนอยู่ตรงหน้าโซฟาด้วยความสงสัย เหลือบไปมองบนโต๊ะตัวเตี้ยหน้าทีวีก็เจอเข้ากับเศษซากของกล่องพิซซ่า กินพิซซ่าคนเดียวไปถาดหนึ่งเลยเหรอ? 

“เสร็จแล้ว” อีกฝ่ายยกยิ้มกว้าง 

“ไปอาบน้ำก่อนนะ” ผมบอกด้วยความเหนื่อยล้า เพิ่งรู้ว่าขับรถเองมันเหนื่อยขนาดนี้ เมื่อก่อนก็ขับไปไหนมาไหนเองก็ไม่เห็นจะเหนื่อยเลย พอมีคนมาขับให้ก็ดูเหมือนว่าผมจะติดสบาย ชอบนั่งให้มีคนขับรถให้มากกว่าจะขับรถเอง  

นิสัยไม่ดีเลยเนอะ 

“อาบด้วยสิ” ขาที่กำลังจะก้าวเดินเข้าไปในห้องนอนหยุดชะงักลง 

“…” ผมหันมองหน้ามารุตโดยที่ไม่ได้พูดอะไร 

“ได้ไหม?” เขาทำเสียงอ้อน 

“อื้อ” ผมยืนชั่งใจอยู่พักหนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ มารุตยกยิ้มกว้างจนตาหยี เขาเดินเข้ามาใกล้แล้วอุ้มผมเดินเข้าไปในห้องน้ำ มารุตวางผมลงที่ข้างอ่างอาบน้ำ เขาเอื้อมมือไปเปิดน้ำใส่อ่างโดยมืออีกข้างก็คร่อมตัวผมไว้  

ท่าแบบนี้มัน 

“เล็ก” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นอยู่ข้างใบหู ผมหันหน้าไปมองตามสัญชาตญาณ 

จุ๊บ! 

“รุต อืม~” แล้วก็ถูกมารุตทาบทับริมฝีปากลงมาอย่างเชื่องช้า เขาดูดดุนริมฝีปากของผมเบา ๆ แล้วเลื่อนมือขึ้นมาปลดกระดุมเสื้อของผมออกทีละเม็ดจนหมด ก่อนจะขยับมารูดซิบถอดกางเกงของผมออกอย่างรวดเร็วจนท่อนล่างเปลือยเปล่า แต่ถึงอย่างนั้นมารุตก็ยังไม่ยอมถอนจูบออกเลยแม้แต่น้อย เขาจูบผมอยู่อย่างนั้นเนิ่นนานเท่าไหร่แล้วผมก็ไม่รู้ 

“ผอมลงอีกแล้ว” เขาถอนจูบออกก่อนจะค่อย ๆ ไล้ริมฝีปากกดจูบไปตามลำคอ แผ่นอก แล้วก็หน้าท้อง มารุตพึมพำเสียงเบาพร้อมลูบไล้ฝ่ามือไปที่ช่วงเอวของผมด้วย 

“ไม่ดีเหรอ?” ผมยกมือขึ้นขยำเส้นผมสีเข้มเบา ๆ ในตอนที่อีกฝ่ายลากลิ้นไปทั่วหน้าท้องของผม  

มันเสียว 

“กลัวเอวคุณหัก” ฟันคมขบเม้มเบา ๆ ที่ผิวเนื้อตรงหน้าท้อง มารุตผละใบหน้าออกแล้วยืดตัวขึ้นมากดจูบแผ่วเบาที่ซอกคอ 

“ก็ทำเบา ๆ สิ” ผมยกขาทั้งสองข้างขึ้นเกี่ยวเอวสอบเอาไว้แล้วบดเบียดร่างกายของตัวเองเข้าหาอีกฝ่าย แขนข้างหนึ่งเกี่ยวรอบลำคอแกร่งเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างก็ลูบไล้ไปทั่วแผ่นอกหนา มารุตไม่ชอบให้ผมไปวิ่ง แต่เขาก็มักจะออกกำลังกายอยู่บ่อย ๆ เวลาว่างเขาชอบเข้ายิม ตอนนี้มารุตเลยตัวใหญ่กว่าผมตั้งเยอะ โตเร็วจริง ๆ เลย 

“ยั่วกันเหรอ?” เขาขยับใบหน้าเข้ามาคลอเคลียอยู่ข้างแก้ม ริมฝีปากหยักกดจูบซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ อยู่ที่มุมปากของผม ฝ่ามืออุ่นร้อนลูบไล้ไปทั่วผิวกาย มารุตปลุกปั่นอารมณ์ของผมไม่หยุด แต่เขาดูเหมือนจงใจแกล้งผมมากกว่า เพราะจนถึงตอนนี้ เขายังไม่แตะส่วนนั้นของผมเลย 

“อืม~ ไม่ทำเหรอ?” ผมครางเสียงแผ่วเมื่อริมฝีปากบางกดจูบไปทั่วแผ่นอกเปลือยเปล่าของผม  

ร่างกายมีเพียงแค่เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ถูกปลดกระดุมออกจนหมด ต่างจากมารุตที่เขายังคงมีเสื้อผ้าอยู่ครบ ผมเม้มปากแน่นชั่งใจคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะยื่นมือไปจับชายเสื้อยืดของอีกฝ่ายแล้วถลกขึ้นเพื่อถอดมันออก มารุตไม่ได้ว่าอะไร หนำซ้ำเขายังให้ความร่วมมือกลับมาอีกด้วย เสื้อยืดสีเข้มถูกถอดออกและมันก็ถูกมารุตโยนทิ้งไปไว้ข้างหลัง ผมเลื่อนมือลงมาจับที่ขอบกางเกงเอวยางยืดของมารุต เขาหัวเราเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วถอดมันออกต่อหน้าผม ร่างกายเปลือยเปล่าของคนเป็นแฟนทำเอาผมเขินจนหน้าแดงก่ำ แม้จะเคยเห็นมาบ่อยครั้ง แต่ผมก็ยังไม่ชินสักที ร่างกายของมารุตเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ หุ่นของเขาดีมาก มากจนผมหวง  

“ระเบียงไหม?” มารุตถามยิ้ม ๆ พร้อมขยับมาจูบปากผมเบา ๆ แถมยังแกล้งกัดปากผมด้วย 

“จะบ้าเหรอ” ผมยกมือขึ้นตีอกหนาเบา ๆ พูดอะไรก็ไม่รู้ ใครมันจะไปกล้าทำกันที่หน้าระเบียงห้องล่ะ 

“หึ ๆ” เขาหัวเราะในลำคอคล้ายชอบอกชอบใจ 

“อ๊ะ! อื้อ รุต” ผมสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจเมื่อมารุตก้มลงไปหยอกล้อกับยอดอกของผมโดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว 

“โคตรเซ็กซี่เลย” มารุตพึมพำเสียงแหบพร่า เขาคลอเคลียอยู่กับหน้าอกของผม ริมฝีปากอุ่นร้อนกดจูบซ้ำ ๆ ไม่ยอมห่าง  

“ระ รุต อืม~” ผมเผลอแอ่นอกรับเรียวลิ้นร้อนที่แตะลงมาบนยอดอก ความเสียวซ่านเริ่มแผ่กระจายไปทุกสัดส่วน อุณหภูมิในร่างกายของเราทั้งคู่เริ่มร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ผมคิดว่าเราคงต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะอาบน้ำเสร็จ 

  

 

 

 

 

 

 

09.39 AM 

“ตื่นได้แล้วครับที่รัก” เสียงกระซิบที่ดังอยู่ข้างหูปลุกให้ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา  

“อือ” ผมขานรับทั้งที่ยังไม่ลืมตา 

“ตื่นเร็ว กินข้าวเช้ากัน” มารุตเขย่าตัวผมเบา ๆ ทำให้ผมจำต้องลืมตาขึ้นมามองหน้าเขา 

“ไม่อยากกิน” ผมบอกออกไปตามตรง ตอนนี้ผมง่วงมาก ๆ เลย และยังไม่อยากกินอะไรทั้งนั้นด้วย ผมอยากนอนเพียงเท่านั้น 

“ไม่ได้ครับ ลุกมาเร็ว” มารุตไม่ยอมให้ผมนอนต่อ เขายื่นมือมาดึงแขนผมให้ลุกขึ้นนั่ง 

“อื้อ!” ผมส่งเสียงร้องในลำคออย่างขัดใจ ขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายอย่างเคือง ๆ  

“ไม่งอแงสิครับเล็ก” มารุตที่เห็นผมเริ่มหงุดหงิดก็รีบเข้ามากอดโอ๋ทันที  

“อยากนอน” ผมเอนหัวพิงกับอกกว้าง ช้อนตามองอ้อน ๆ ให้อีกฝ่ายเห็นใจ  

“เจ็บไหม?” เขาถามพร้อมลูบไล้ฝ่ามือลงไปที่สะโพกของผม การกระทำของมารุตทำเอาผมสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ รีบคว้ามือใหญ่เอาไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะจับไปถึงไหนต่อไหน 

“ปวดตัว” ผมผละตัวออกมามองหน้ามารุตนิ่ง ๆ เผลอไม่ได้เลยนะ 

“ขอโทษ” เขาว่าเสียงอ่อย หน้าตาดูรู้สึกผิด  

“ไม่เป็นไร” เห็นแบบนั้นแล้วผมก็โกรธไม่ลง จริง ๆ ผมก็ไม่เคยโกรธมารุตได้เลยสักครั้งเป็นผมเองที่ขี้ใจอ่อน แถมมารุตก็มีวิธีง้อในแบบฉบับของเขาด้วย เลยทำให้ผมโกรธมารุตไม่ลงเลยสักครั้ง 

“จะออกไปกินข้าวข้างนอกหรือให้ยกเข้ามา?” พอเห็นว่าผมไม่ได้ว่าอะไรอีกฝ่ายก็ยกยิ้มกว้างขึ้นมาทันที 

“ไปกินข้างนอก” ผมไม่อยากจะอยู่แต่ในห้องนอน อย่างน้อยออกไปนั่งกินข้าวที่โต๊ะกินข้าวหรือนั่งเล่นที่โซฟาก็ยังดีกว่านอนอยู่แต่บนเตียง 

“ลุกไหวไหม?” มารุตถามพลางยกมือขึ้นลูบแก้มผมแผ่วเบา 

“อุ้มหน่อย” ผมส่ายหน้าเบา ๆ พร้อมยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง 

“ขี้อ้อนแบบนี้ผมก็แย่สิคุณ” มารุตโน้มตัวลงมาอุ้มผมขึ้น ไม่แค่นั้นเขายังแอบหอมแก้มผมอีกด้วย 

“ไม่ชอบเหรอ?” ผมซบหน้าลงกับแผ่นอกแกร่งพร้อมช้อนตามขึ้นมองสบกับนัยน์ตาสีเข้ม 

“โคตรชอบเลย” อีกฝ่ายตอบกลับยิ้ม ๆ ยื่นหน้ามากดจูบที่ริมฝีปากผมแผ่วเบา 

“เราก็ชอบตอนรุตตามใจเราเหมือนกัน” ผมยกยิ้ม ถ้าให้พูดกันจริง ๆ แล้วก็คือมารุตไม่เคยขัดใจผมเลยสักครั้ง(ยกเว้นเรื่องไปวิ่ง) มารุตมักตามใจผมอยู่เสมอ และผมชอบที่มารุตทำอย่างนั้น แม้หลายคนจะบอกว่าผมดื้อขึ้นเพราะมีมารุตคอยตามใจ แต่ผมไม่คิดอย่างนั้นหรอกนะ เพราะถ้าจะให้พูดจริง ๆ แล้วก็คือผมน่ะดื้ออยู่แล้วต่างหาก 

“อ้อนผมเยอะ ๆ สิ” มารุตยกยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาพาผมเดินออกมานั่งที่โต๊ะกินข้าว มารุตวางผมลงนั่งที่เก้าอี้อย่างเบามือ ผมเผลอเบ้หน้าออกมาเมื่อรู้สึกเจ็บที่ช่วงล่าง เมื่อวานมารุตหนักมือกับผมอีกแล้ว  

“อยากกินต๊อกบกกี” ผมชอบอาหารเกาหลีที่สุด แต่ก็ไม่ได้กินบ่อยเพราะมารุตไม่ชอบกินอาหารเกาหลี นาน ๆ ผมถึงจะได้กินที 

“เดี๋ยวว่างแล้วพาไปกิน” คนตัวสูงเดินไปยกข้าวเช้าจากในครัวออกมาวางบนโต๊ะแล้วนั่งลงข้าง ๆ ผม 

“น่ารัก” ผมวาดยิ้มกว้างอารมณ์ดี ยิ่งมารุตตามใจผมมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งชอบ รู้สึกดีทุกครั้งที่เขาตามใจและคอยทำนั่นทำนี่ให้ 

“ขอรางวัลหน่อย” เขาพูดแล้วยื่นหน้าเข้ามาหาผม 

จุ๊บ! 

“ไปนั่งที่โซฟาได้ไหม?” ผมขยับไปจุ๊บริมฝีปากหยักเบา ๆ หนึ่งทีแล้วขยับเปลี่ยนท่านั่ง ผมว่าผมนั่งที่เก้าอี้ต่อไม่ไหวแล้วล่ะ 

“ได้ครับ ต้องการอะไรสั่งมาได้เลย ผมทำให้ได้ทุกอย่างนั่นแหละ” พูดจบเขาก็อุ้มผมไปนั่งที่โซฟาหน้าทีวีแถมมีบริการยกข้าวยกน้ำมาให้ถึงที่ บริการดีจนน่าประทับใจ 

“ศุกร์หน้าไปร้านเหล้ากับเพื่อนได้ไหม?” ผมนั่งมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่กำลังตักข้าวต้มขึ้นมาเป่าให้เย็นเตรียมป้อนใส่ปากผม 

“ไปทำไม?” พอได้ยินว่าผมจะไปร้านเหล้ามารุตก็ชะงักนิ่งไป ดวงตากลมโตตวัดมองหน้าผมนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงขึ้นมาทันที 

“วันเกิดเพื่อน” ผมกระพริบตาปริบ ๆ มองหน้าอีกฝ่ายงง ๆ จู่ ๆ ก็ปรับอารมณ์เร็วเหลือเกิน ผมตามอารมณ์เขาไม่ทันแล้วนะ 

“เพื่อนคนไหน?” หน้าเริ่มบึ้งและเสียงเริ่มดุ 

“เพื่อนในเซค รุตไม่รู้จักหรอก” หลังจากเมื่อวานที่ได้ไปงานเลี้ยงวันเกิดของเชนผมก็ได้คุยกับเชนถึงงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อนอีกคน เขาเป็นเพื่อนในเซค เราเคยร่วมงานกัน อีกฝ่ายชวนผมกับเพื่อน ๆ ไปงานเลี้ยงฉลองคืนวันศุกร์ที่จะถึงนี้ ตอนแรกผมก็ชั่งใจอยู่ว่าจะไปดีไหม ไทม์กับกรินก็รอดูว่าผมจะไปหรือเปล่า ถ้าผมไปพวกเขาก็จะไปด้วยแต่ถ้าผมไม่ไปพวกเขาก็จะไม่ไป จริง ๆ ก็ไม่ได้อยากไปหรอก แต่นี่ก็ปีสุดท้ายแล้ว เดี๋ยวก็ไม่มีโอกาสได้เจอกันแล้ว จะปฏิเสธก็คงจะดูน่าเกลียด เลยคิดว่าควรจะไปดีกว่า 

“มีใครไปบ้าง?” เขาเอ่ยถามพร้อมกับป้อนข้าวผมไปด้วย 

“ก็ทั้งเซค” ส่วนหนึ่งก็ได้รับแรงกดดันจากเพื่อนในเซคด้วย เขาไปกันหมด ผมเลยต้องไป 

“…” มารุตนั่งเงียบไม่พูดอะไรเหมือนกำลังขบคิดอะไรสักอย่างอยู่  

“รุต” ผมลองเรียกอีกฝ่ายดู ไม่รู้จะโมโหหรือเปล่า มารุตไม่ค่อยชอบให้ผมไปพวกร้านเหล้า เขาบอกว่ามันวุ่นวาย แต่เอาจริง ๆ ก็คือเขาหวงผมนั่นแหละ 

“อยากไปเหรอ?” คิ้วหนาขมวดชนกันแน่น มารุตมองผมด้วยสีหน้าที่ดูขัดใจ 

“ก็…เพื่อนไปกันหมด” มันไม่เชิงว่าอยากไป แต่มันเป็นเรื่องของมารยาท  

“เฮ้อ ผมเคยห้ามไม่ให้คุณไปไหนด้วยหรือไง?” อีกฝ่ายถอนหายใจออกมาก่อนจะระบายยิ้มบาง 

“ไม่เคย” ผมส่ายหน้าเบา ๆ มารุตไม่เคยห้ามผมไม่ว่าผมจะไปไหนหรือทำอะไร(ยกเว้นเรื่องวิ่ง)  

“ครับ อยากไปก็ไป แต่ห้ามกลับเกินเที่ยงคืนนะ” เขายกยิ้มคล้ายเอ็นดูแถมยังกำชับเสียงดุอีก 

“ครับ~” ผมรับคำเสียงหวาน แฟนใครก็ไม่รู้ ใจดีที่หนึ่งเลยเนอะ 

“ขอรางวัลอีกรอบ” พูดจบก็ยื่นหน้ามาหาผม ผมแลบลิ้นเลียริมฝีปากของตัวเองด้วยความประหม่า ยิ่งถูกนัยน์ตาสีเข้มจับจ้องอยู่ที่ใบหน้า ผมก็ยิ่งเขินอาย 

“อืม~” แต่สุดท้ายก็ทำใจกล้ายื่นหน้าไปกดจูบที่ริมฝีปากหยักแผ่วเบา แต่แทนที่จะได้ผละออกมาในทันทีผมกลับถูกมารุตจับล็อคใบหน้าเอาไว้จนไม่สามารถถอยหนีได้ 

“รุต พอก่อน เดี๋ยวไม่ได้กินข้าวเช้ากันนะ” สติที่แตกกระเจิงของผมกลับมาอีกครั้งเมื่อฝ่ามืออุ่นร้อนสอดเข้ามาภายใต้เสื้อยืดตัวหลวมของผม มือไวจริง ๆ เลย ผมต้องผละหน้าออกและรีบคว้ามือใหญ่เอาไว้ก่อนที่มันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ เราเพิ่งทำเรื่องอย่างว่ากันไปเมื่อคืนเองนะ เขาจะทำมันอีกแล้วเหรอ?  

“อือ” มารุตขานรับสั้น ๆ แต่ใบหน้าบ่งบอกอารมณ์ว่าขัดใจอย่างชัดเจน ผมขยับปีนไปนั่งบนตักแกร่งแล้วเอนหลังพิงกับอกหนา แม้ตัวผมจะสูงแขนขายาวจนดูเกะกะ แต่ผมก็ใช้อินเนอร์ความเป็นคนตัวเล็กเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของมารุตจนได้ อีกฝ่ายหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ เขากดจูบที่หัวของผมหนึ่งทีก่อนจะขยับไปตักข้าวมาป้อนผมต่อ  

หนึ่งวันของผมก็ไม่ได้มีอะไรมาก กินข้าวเสร็จก็นอนดูหนัง สลับกับอ่านหนังสือ แปบ ๆ ก็ถึงเวลากินข้าวอีก ผมไม่ได้ออกไปไหนเพราะด้วยสภาพร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวยทำให้ต้องเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง นอนอ่านหนังสือนิยายสยองขวัญโดยมีมารุตนอนเล่นเกมอยู่ข้าง ๆ มีบางช่วงบางตอนที่มารุตหันมาแกล้งแหย่ผม เข้ามาหอมแก้มบ้าง ดึงมือไปจูบบ้าง โอบกอดบ้าง แต่ที่น่ากลัวสุดคือสอดมือเข้ามาในเสื้อของผม ถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายจงใจแกล้งแต่ผมก็ไม่ไว้ใจ ยิ่งมือไวใจเร็วอยู่ด้วย จะว่าระแวงก็ใช่แหละ ก็มารุตทำตัวให้น่าระแวงจริง ๆ นี่นา 

“คุณ”  

“หืม?” เสียงเรียกที่ดังอยู่ข้าง ๆ หูทำให้ผมต้องละสายตาจากจอทีวีแล้วหันไปหาคนข้างตัว 

จุ๊บ! 

“อีกแล้วนะ” แต่เมื่อหันไปแล้วผมก็เจอเข้ากับใบหน้าหล่อคมที่ลอยอยู่ไม่ไกล มารุตยื่นหน้ามากดจูบที่ริมฝีปากของผมเบา ๆ ก่อนจะผละออกไปยกยิ้มกว้าง 

“อยากจูบคุณทั้งวันเลย” เขาบอกผมด้วยรอยยิ้มน่ามอง  

“เกินไป” เราสบตากัน ภาพที่อยู่ในดวงตาของมารุตคือภาพของผมที่นั่งอยู่ตรงหน้าของเขา แววตาที่สะท้อนออกถึงความรักและความหลงใหลทำเอาผมเขินจนทำตัวไม่ถูก แม้จะคบกันมาได้ระยะหนึ่งแล้วแต่ผมยังคงเขินอายเมื่ออยู่ต่อหน้ามารุต  

ผมรู้ว่ามารุตรักผมมาก เพราะผมเองก็รักเขามากเช่นกัน  

“กอดหน่อย” เขาบอกแล้วก็โถมตัวลงมาทับ ทำเอาผมที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเอนลงไปนอนราบกับโซฟา 

เป็นสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงมาก 

“ลุกก่อน” ผมพยายามดันคนตัวโตให้ลุกออกจากตัว 

“ไม่” แต่มารุตก็ไม่ยอมลุกออกไป เขาทิ้งตัวลงมาทาบทับจนผมเริ่มขยับตัวไม่ได้ ตัวหนักจริง ๆ เลย 

“รุต อย่าแกล้ง” ดันก็แล้ว ตีก็แล้ว หยิกก็แล้วแต่อีกฝ่ายก็ยังไม่เลิกแกล้ง ตัวผมจะแบนอยู่แล้ว 

“เล็ก” อยู่ดี ๆ มารุตก็นิ่งไป 

“อะไร?” ผมขมวดคิ้วมองด้วยความสงสัย แต่แล้วก็ต้องเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจเมื่อรับรู้ได้ว่ามีบางอย่างกำลังดุนดันอยู่ที่ต้นขาของผม 

“มันตื่นแล้ว” มารุตผงกหัวขึ้นมายกยิ้มแหย ๆ  

“รุต!” ผมร้องโวยพร้อมยกมือขึ้นตีไหล่หนาไปหนึ่งที เล่นจนได้เรื่องเลย  

“ขอนะ แค่รอบเดียวก็ได้” เขาทำหน้าอ้อน 

“นิสัย!” ผมตีหน้าดุใส่ มารุตนี่มันมารุตจริง ๆ  

จุ๊บ! 

“ขอโทษครับ อย่าโกรธรุตนะ” เขาจับมือผมขึ้นไปกดจูบที่หลังมือซ้ำ ๆ อยู่หลายครั้งเหมือนต้องการจะขอโทษผม 

“อือ” แล้วผมทำอะไรได้ล่ะ ก็ทำได้แค่พยักหน้าตอบรับเขาไปเพียงเท่านั้น  

ผมเองก็ไม่เคยขัดใจมารุตได้เลยสักครั้ง  

บทสนทนาถูกยุติลงเมื่อเรามองสบตากัน ผมเข้าใจดีว่ามารุตต้องการอะไร และมารุตก็รู้ว่าผมจะยอมตามใจเขา จูบครั้งที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่รู้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เราจูบกันอยู่อย่างนั้นสักพัก แต่เมื่อรู้สึกตัวอีกที เสื้อผ้าบนตัวผมก็หลุดหายออกไปแล้ว ผมได้แต่ขบคิดและตั้งคำถามกับตัวเองว่าแท้จริงแล้วผมตามมารุตไม่ทันใช่ไหม? ผมพลาดตรงไหนไป ทั้งที่ปกติผมก็คิดว่าตัวเองทันความคิดของมารุตตลอด  

ผมอาจทันความคิด แต่ไม่ทันการกระทำ  

“อ๊ะ!” ในระหว่างที่เผลอคิดอะไรไปเรื่อย มารุตก็แทรกตัวเข้ามาอยู่ตรงกลางระหว่างขาของผมแล้ว คงไม่ต้องบอกแล้วใช่ไหมว่าต่อจากนี้มันเกิดอะไรขึ้น ผมว่าตัดภาพไปที่โคมไฟเถอะครับ 

 

 

 

 

 

------------------------------ 

 

 

 

 

คิดถึงคู่นี้เลยมาลง  

พอจะทำให้หายคิดถึงได้ไหมคะ? 

ภาคนี้อาจทำให้ทุกคนเป็นเบาหวานกันได้นะคะ 

ตกลงแล้วคุณรัชช์ติดแฟนไหมคะ? 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว