email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Lollipop 13

คำค้น : Lollipop Nanaกะหอยทาก น่ารัก อบอุ่น ฟิน ละมุน สบาย ฟีลกู้ด พระเอกน่ารัก ฟินๆจิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ธ.ค. 2562 23:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Lollipop 13
แบบอักษร

Lollipop 13 

ปาร์ตี้ตอนเย็นถูกจัดที่สนามหญ้าหน้าบ้าน มีอาหารทะเลหลากหลายรวมถึงเครื่องดื่มด้วย พ่อยึดตัวพี่เกรทไว้นั่งข้าง ๆ ทั้งสองนั่งดื่มและนั่งคุยอะไรกันสักอย่าง พ่อไม่ยอมให้พี่เกรทเดินออกห่างจากเขาเลยสักวิ ฉันเอากุ้งกับหมึกไปให้ทั้งพ่อและพี่เกรท โดยมีแม่กระซิบบอกให้นั่งข้างพี่เกรทก่อน เพราะเหมือนพ่อจะมอมเหล้าพี่เกรทเลย แต่ฉันว่าพวกเขาทั้งสองน่ะคอแข็งทั้งคู่ไม่รู้ว่าคืนนี้จะดื่มเยอะขนาดไหนถึงจะหยุดดื่มกัน

“อย่าดื่มเยอะนะคะ” ฉันเอียงหน้ากระซิบบอกพี่เกรทด้วยความเป็นห่วง พี่ ๆ คนอื่นก็ดื่มจนเริ่มไม่ไหวกันแล้วล่ะ

“พ่อจะมอมพี่” พี่เกรทเอียงหน้ากลับมากระซิบ

“ก็อย่าดื่มเยอะ แกล้งดื่มไงคะ”

“แกล้งไม่ได้อ่ะดิ ช็อตต่อช็อตขนาดนี้” พี่เกรทบอกอย่างงอแง ฉันเองก็ไม่รู้จะช่วยเขายังไงเหมือนกัน ลอบมองพ่อก็เห็นว่ากำลังจ้องทั้งฉันและพี่เกรทตาเขม็ง

“พ่อคะ ดึกแล้วนะ”

“หนูก็ไปนอนสิลูก พ่อขอดื่มกับ...รุ่นพี่หนูก่อน” พ่อยังมองพี่เกรทดุ ๆ

“แต่หนูไม่อยากให้พ่อดื่มเยอะนี่ หนูเป็นห่วงนะคะ”

“พ่อรู้ครับ เดี๋ยวพ่อก็หยุดแล้ว พรุ่งนี้จะพาไปไหว้พระ” พ่อบอกพร้อมกับส่งยิ้มมาให้ ฉันว่าคืนนี้ทั้งพ่อและพี่เกรทดึกแน่ ๆ

“ขึ้นไปนอนพักได้แล้ว ดึกแล้ว” นั่งอยู่นาน คนอื่น ๆ เริ่มขอตัวกลับขึ้นไปพัก ตอนนี้เหลือเพียงคนงานที่กำลังทยอยเก็บจาน ส่วนพ่อกับพี่เกรทก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมเหลือบมองนาฬิกาตอนนี้ตีหนึ่งจะครึ่งแล้ว พี่เกรทบอกให้ไปนอน พอพ่อเห็นว่าฉันยังไม่ไปนอนก็เอ่ยไล่อีกคน ฉันปล่อยให้ทั้งสองนั่งดื่มด้วยกัน ส่วนตัวเองพอกลับเข้าห้องพักก็รีบเข้าไปอาบน้ำหวังจะทิ้งตัวนอนลงบนเตียงแล้วเล่นโทรศัพท์ แต่ก็ไม่คิดว่าเพียงแต่อาบน้ำเย็น ๆ จนสบายกาย ร่างกายที่เหนื่อยจากการเดินทางจะผ่อนคลายมากจนทำให้ฉันเผลอหลับไปโดยที่โทรศัพท์ยังอยู่ในมือแบบนี้

ช่วงสายฉันตื่นพร้อมกับความหิวที่กระตุ้นให้ท้องฉันร้องโครกคราก ใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงถึงได้ย้ายตัวเองลงมาชั้นล่างของบ้าน เพื่อน ๆ และพี่ ๆ นั่งทานมื้อเช้ากันอยู่ที่โต๊ะอาหารส่วนพี่เกรทยังไม่เจอ เมื่อทุกคนเห็นฉันก็รีบเรียกให้ไปทานข้าวด้วยกัน

“นั่ง ๆ ” พี่อาร์เรียกทั้งยังกวักมือเรียกไม่หยุด

“เมื่อคืนนอนหลับกันไหมคะ”

“หลับสบายมาก อากาศดีมาก ๆ เลยล่ะบ้านเราน่ะ” พี่เอ็มบอกมาแบบนั้น เพื่อนฉันเองก็ยิ้มคุยกันเฮฮา แม่บ้านเมื่อเห็นฉันนั่งก็ยกข้าวต้มมาให้

“รับผลไม้เหมือนเดิมไหมคะคุณหนู” ป้าแม่บ้านเอ่ยถามพร้อมกับรอยยิ้มใจดี

“ขอบคุณค่ะป้า ว่าแต่พ่อกับแม่ไปไหนคะ?” ฉันเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะมองยังไงก็ยักจะเจอทั้งพ่อและแม่

“คุณหญิงทานมื้อเช้าเสร็จก็ขึ้นไปดูแลคุณชายค่ะ ส่วนคุณหนูลูกกวาดเห็นว่าออกไปหาเพื่อน กลับประมาณสิบเอ็ดโมงค่ะ”

“ขอบคุณค่ะป้า ป้าพักบ้างนะ”

“ค่ะคุณหนู” ป้าแม่บ้านยิ้มกว้างก่อนจะเดินกลับเข้าห้องครัว ฉันกลับมามองเพื่อนก็เกิดอาการลังเลไม่รู้ว่าควรจะถามออกไปหรือเปล่าว่าพี่เกรทไปไหนทำไมยังไม่ลงมา

“พี่เกรทไปไหนคะ” ท้ายที่สุดฉันก็เอ่ยถามพี่ ๆ กับเพื่อน ไม่ไหวเลย ฉันกังวลใจเรื่องเขาจนทานมื้อเช้าไม่ลงแล้ว

“มันยังไม่ตื่นเลย มันกลับเข้าห้องตอนตีสามเห็นจะได้” พี่เอ็มบอก นี่เขาดื่มกับพ่อจนถึงตีสามเลยเหรอเนี่ย

“พี่ไม่เคยเห็นมันเมาขนาดนั้นเลย บุญตา ฮา ๆ ๆ ”

“กูจะฟ้องมันว่ามึงนินทามัน” พี่ฟาร์มเอ่ย

“เอาเลย ๆ กูอยากเห็นว่ามันจะทำยังไง” เมื่อมีคนสนับสนุนก็เริ่มมีการถกเถียงและยื่นข้อเสนอเพื่อไม่ให้บอกพี่เกรทเรื่องที่คุยกันเช้านี้

“สักหน่อย ไปเล่นน้ำที่หาดไหม” ฉันเอ่ยถามเพื่อน พวกมันทั้งสามเงยหน้ามองฉันก่อนจะรีบพยักหน้าตกลง

“ไป ๆ ถ่ายรูปด้วย”

“ได้ แล้วอยากไปไหนกันอีกไหม” ฉันถามเพื่อน เพราะฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะพาไปเที่ยวไหน ให้เพื่อนเลือกน่าจะดีกว่า

“วันนี้ไม่อยากไปอ่ะเล่นที่นี่ได้ปะ แต่ว่าพรุ่งนี้ค่อยไปเกาะมันนอกไม่ก็เกาะไหนสักเกาะ”

“โอเคแบบนั้นก็ได้” ฉันตกลงตามที่เพื่อนบอก ไม่มีอะไรเสียหายอยู่แล้ว ตามใจเพื่อน หลังจากเราทานข้าวเสร็จเราก็ขนย้ายเสื่อกระติกน้ำแข็งเครื่องดื่มขนมไปที่สนามหญ้าบ้าน ดีที่ว่าจุดนี้เป็นสนามหญ้าของที่บ้านแล้วยังติดกับชายหาดที่สำคัญมีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาด้วย แต่กลัวว่าเพื่อนกับพี่ที่ลงไปเล่นน้ำขึ้นมาจะร้อนเลยขอให้คนงานเอาร่มสนามมากางไว้ให้ เราปูเสื่อตามด้วยเบาะนั่ง เพื่อนกับพี่ ๆ วิ่งลงไปเล่นน้ำฉันก็นั่งรอในร่ม ชายหาดนี้ยังมีนักท่องเที่ยวเดินผ่านไปมาบ้างประปรายแต่ไม่เยอะ เพราะชายหาดฝั่งนี้ค่อนข้างเป็นส่วนตัว ที่เดินไปมาอาจจะเช่าบ้านพักตากอากาศอยู่ไม่ไกลจากที่นี่เลยเดินไปมาดูทะเล ไม่ก็ลูกค้าวีไอพีของทางโรงแรมพ่อ แต่ก็ส่วนน้อยจริง ๆ นั่นแหละ ถ้าจะวีไอพีจริง ๆ ก็ต้องมีทั้งบัตรสมาชิกและเงินถึง...

“โอ๊ะ” ฉันอุทานตกใจเมื่อจู่ ๆ ก็มีร่างสูง ๆ เดินมาทรุดตัวนอนอยู่ข้าง ๆ พี่เกรทนั่นแหละ

“ทานข้าวหรือยังคะ” ฉันเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง มือก็ยื่นไปแตะแก้มคนตัวขาวเบา ๆ

“ไม่ครับ ไม่ไหวอ่ะพี่จะอ้วก” พี่เกรทบอกเสียงงอแง

“เมื่อคืนแยกกับพ่อกี่โมง”

“เกือบตีสามครับ กว่าจะประคองกันไปถึงห้องพี่ก็แทบจะวูบ”

“ดื่มหนักเลยเหรอ?”

“ครับ พอหนูขึ้นไปนอนก็คุยกันยาวเลยแบบดื่มเรื่อย ๆ รู้ ตัวอีกทีก็แทบจะไม่ไหวกันเลยชวยกันขึ้นไปนอน”

“คุยอะไรกันคะ”

“เรื่องของเรานั่นแหละ ไม่มีอะไรครับ พ่อเข้าใจแล้ว แต่ตอนนี้พี่ไม่ไหวอ่ะ ขอนอนก่อนนะ”

“พี่อยากทานอะไรเปรี้ยว ๆ ไหม”

“ก็ดีครับ แต่ขอนอนนะครับ”

“ได้ค่ะ” ฉันขยับตัวนิดหน่อยให้พี่เกรทได้นอนสบายยิ่งขึ้น พี่เกรทนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาฉันก่อนจะเงียบไป นับว่าดีที่วันนี้มีลมพัด อากาศไม่ร้อนและติดจะไปทางครึ้มๆ เลยทำให้พี่เกรทหลับสบายยิ่งขึ้น ฉันส่งข้อความไลน์หาลูกกวาดที่กำลังกลับบ้านให้ซื้อของเปรี้ยว ๆ มาให้พี่เกรทด้วย น้องชายรับปากก่อนจะปิดท้ายด้วยการส่งสติกเกอร์มาให้ ระหว่างที่พี่เกรทหลับ เพื่อนพี่เกรทก็วิ่งกลับขึ้นมายังชายหาดที่ฉันนั่งอยู่ พอเห็นว่าพี่เกรทหลับพวกเขาก็ยิ้มเจ้าเล่ห์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปพี่เกรทไว้หลายรูป

“มันทานอะไรหรือยัง?” พี่ฟาร์มนั่งลงฝั่งตรงข้ามเอ่ยถามฉันพรางเปิดกระติกน้ำแข็งตักใส่แก้ว

“บอกว่ายังไม่ทานค่ะ”

“อือ มันคงแฮงค์ดื่มหนักขนาดนั้น ดูแลมันด้วยนะ” พี่ฟาร์มยิ้ม ฉันเองก็ยิ้มเขิน ๆ ตอบกลับไป จะไม่เขินได้ยังไงเพื่อนเขาฝากให้ฉันดูแลเขาขนาดนี้ เป็นใครก็ต้องเขินบ้างล่ะ

“อ้าว ทำไมพี่ชายฉันหมดสภาพแบบนั้นล่ะ” กู๊ดวิ่งขึ้นมาถึงจุดที่เรานั่งก็เอ่ยถามอย่างสงสัย แต่เหมือนเพื่อนฉันมันจะไม่ต้องการคำตอบถามเสร็จเดินผ่านไปล้างตัวที่มุมสนามหญ้าเสร็จแล้วถึงได้เดินกลับมา ฉันยื่นเสื้อคลุมให้เพื่อนมันรับไปก่อนจะคลุมตัวนั่งลงบนเสื่อข้าง ๆ ฉัน และไม่สนใจพี่ชายตัวเองเลย ชักจะสงสัยแล้วสิว่านี่พี่น้องกันจริง ๆ หรือเปล่าทำไมเพื่อนฉันถึงได้เมินพี่ชายตัวเองขนาดนั้น

“เออนี่ เดี๋ยวบ่าย ๆ พวกพี่จะออกไปเดินดูของมาย่างกันตอนเย็นนะ แบบอยากออกไปช็อปเองอ่ะเกรงใจแม่เรา” พี่อาร์มบอก

“ได้ค่ะ”

“ไม่บ่ายว่ะมึง ตอนนี้มันบ่ายสองละ ขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวเลย”

“สาว ๆ รออยู่นี่หรือจะไปด้วยกัน”

“ไปด้วย ๆ ” ทั้งกู๊ดและเอสยกมือบอกพร้อมกัน จนพี่ ๆ หัวเราะ ทีมที่จะไปซื้อของก็แทบจะทุกคนนั่นแหละยกเว้นพี่บูทที่หมดสภาพจากการเล่นน้ำตากแดด เขาขอขึ้นไปนอนบนห้องแล้วก็มีพี่เกรทที่หลับไม่รู้เรื่องอยู่ข้าง ๆ ฉัน ระหว่างที่เพื่อน ๆ ทยอยไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด พี่เกรทก็งัวเงียตื่นพอเห็นว่าฉันยังนั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ทิ้งศีรษะลงบนเบาะเช่นเดิมเพิ่มเติมคือยื่นมือมาจับมือฉันไว้

“อะแฮ่ม” เสียงกระแอมของลูกกวาดดังขึ้นใกล้ ๆ พร้อมกับผลไม้เต็มมือ ส่วนมากจะเป็นมะม่วงแล้วก็ของดอง ลูกกวาดวางผลไม้ลงบนเสื่อตรงกลางจากนั้นก็ทิ้งตัวนั่งลงฝั่งตรงข้ามฉัน น้องชายเหลือบตามองพี่เกรทแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมามองหน้าฉัน

“เมื่อคืนเฮียเกรทคุยกับพ่อเหรอ?”

“ใช่ แต่ไม่รู้คุยอะไรกัน ดื่มกันหนักมาก”

“หนักจริง ๆ แม่ก็ยังดูแลพ่ออยู่บนห้องอยู่เลย ขนาดบอกจะพาไปไหว้พระก็เลื่อนเพราะเจ้าทริปไม่สบาย”

“อ่า พ่อป่วยเลยเหรอ พี่ยังไม่ได้ไปดูพ่อเลยอ่ะ” แย่จริงฉันเป็นลูกยังไงเนี่ยถึงไม่ไปดูพ่อทั้งที่พ่อไม่สบาย

“ไม่ขนาดนั้น อ้อนแม่เฉย ๆ เมื่อเช้าขึ้นไปพ่อจ้างห้าร้อยบอกว่าไม่ต้องกวนแม่ให้แม่มาดูแลพ่อ”

“จริง ๆ เลยเชียว” ฉันส่ายหน้าขำกับสิ่งที่น้องเล่า ตกอกตกใจหมดนึกว่าไม่สบายหนักที่ไหนได้อยากอ้อนแม่นี่เอง และฉันก็คิดว่าแม่เองก็รู้ว่าพ่ออยากอ้อนนั่นแหละเลยยอมขลุกตัวดูแลพ่ออยู่บนห้อง

“แล้วเมื่อเช้าไปไหนมา?” ฉันเอ่ยถามน้องชายทันที

“ไปหาเพื่อนมาน่ะ ไปเอาแผ่นเกม”

“กลับมานี่ตั้งใจอ่านหนังสือนะรู้ไหม จะได้สอบให้ติดคณะที่อยากเข้า”

“ครับ จะตั้งใจ นั่นเฮียกรทตื่นแล้วหรือเปล่า?” ลูกกวาดเหลือบตามองพี่เกรทพี่เริ่มขยับตัว คนที่เพิ่งตื่นกระพริบตาถี่ ๆ เมื่อปรับแสงได้ถึงได้ค่อย ๆ ขยับลุกนั่งโดยที่มือก็ยังไม่ยอมปล่อยจากมือฉัน

“พี่หลับนานไหม?”

“นิดหน่อยค่ะ น้องซื้อมะม่วงมาให้” ฉันชี้นิ้วบอก พี่เกรทพยักหน้าหยิบมะม่วงมานั่งทาน

“ไม่ทานข้าวก่อนเหรอ?”

“ไม่ดีกว่าครับ เดี๋ยวพี่รอทานตอนเย็นเลย แล้วคนอื่น ๆ ไปไหนหมด”

“ออกไปซื้อของค่ะ บอกว่าอยากย่างซีฟู้ดทานกัน”

“ครับ”

ท่าทางน่าสงสารเขานี่ฉันเองก็เพิ่งเคยเห็นเหมือนกัน พ่อนะพ่อชอบแกล้งนักนะ พี่เกรทหมดสภาพเลยอุตส่าห์จะพาเที่ยวที่ไหนได้โดนเจ้าบ้านมอมเหล้าซะอย่างนั้น

“ทำอะไรกันอยู่เด็ก ๆ ” เสียงที่คุ้นเคยเอ่ยร้องถาม ไม่นานร่างสูงโปร่งของแม่ก็ก้าวเข้ามาใกล้และนั่งลงข้าง ๆ ลูกกวาด แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าพ่อเองก็ตามมาด้วย

“ทานขนมอยู่ค่ะแม่ พ่อเป็นไงบ้างคะ”

“ปวดหัวลูก” พ่อตอบกลับเสียงแหบ พี่เกรทก็เสียงแหบเหมือนกัน ฉันได้แต่ส่ายหน้าให้กับความขี้แกล้งของพ่อ แกล้งเก่งดีนักเป็นไงล่ะ แทบจะล้มป่วยกัน

“แน่สิ ใครบอกให้ไปห้าวใส่ลูกเขยขนาดนั้น” ลูกเขยอะไรกันคะแม่! เรียกแบบนั้นไม่ได้นะ

“ลูกเขยอะไรกัน ยอมให้คบเฉย ๆ รอตั้งตัวได้ค่อยมาคุยกัน”

“ครับคุณพ่อ” พี่เกรทขานรับพร้อมกับมองพ่อยิ้ม ๆ

“ก็อย่างที่แม่บอกไปนั่นแหละลูก ฝากดูแลน้องด้วยนะ” แม่ยิ้มให้พี่เกรท

“ผมจะดูแลน้องให้ดีที่สุดครับ ขอบคุณพ่อกับแม่ที่ไว้ใจให้ผมมีโอกาสดูแลน้อง”

“ฝากด้วยแล้วกัน แต่เรื่องที่เราคุยกันเมื่อคืน...” พ่อเว้นเสียงเข้ม มองพี่เกรทอย่างดุ ๆ

“มันจะไม่มีวันเกิดขึ้นครับ”

“ดี! แต่ตอนนี้เอามะม่วงมาให้พ่อทานด้วย ไม่ไหวเลย ห้าวจัด” พ่อเปลี่ยนเรื่องเป็นบ่นแทน แม่เองก็แกะมะม่วงแกะผลไม้ให้พ่อได้ทาน ลูกกวาดเองที่ทานอยู่ด้วย เรานั่งทานผลไม้ด้วยกันไม่นานก็ย้ายกลับเข้าบ้าน ฉันกับพี่เกรทนั่งเล่นที่ห้องรับแขก จังหวะที่พี่เกรทเดินไปเข้าห้องน้ำฉันก็ส่งข้อความถามช่องทางการโอนเงินกับคุณ Don’ t know เพราะเขาส่งรูปงานมาให้แล้วแต่ไม่ยอมคิดค่าออกแบบ ฉันกดพิมพ์ข้อความก่อนจะส่งไปยังปลายทาง

 

LLp :: คุณคะ รบกวนคิดราคาออกแบบให้ด้วยค่ะ 

LLp :: เราไม่สบายใจจริง ๆ ที่เป็นแบบนี้ 

LLp :: ถ้าคุณไม่ยอมคิดค่าออกแบบ เราก็ไม่สามารถนำรูปของคุณไปใช้ได้ 

 

แต่พอกดส่งฉันก็ต้องขมวดคิ้วสงสัย เพราะโทรศัพท์ที่เกรทที่วางอยู่ข้าง ๆ สั่นและหน้าจอสว่างขึ้นจากการแจ้งเตือน ฉันจะไม่ตกใจอะไรเลยถ้ารูปที่โชว์ไม่ใช่รูปที่ฉันใช้เป็นโปรไฟล์ในทวิตเตอร์ ฉันลองส่งข้อความไปอีกครั้งและผลที่ได้คือแจ้งเตือนและแสงสว่างบนหน้าจอ ฉันนั่งรอพี่เกรทกลับเข้ามาเงียบ ๆ เมื่อเขากลับเข้ามาฉันจึงลองกดส่งข้อความไปอีกครั้ง

 

LLp :: ว่าไงคะ? คิดราคาได้หรือยัง 

 

ฉันส่งไปก็มองพี่เกรท เขาลอบมองฉันน้อย ๆ ก่อนจะกดพิมพ์ตอบกลับมา

 

Don’ t know :: ขอเป็นเสื้อแทนแล้วไงครับคุณลูกค้า 

 

เขาตอบกลับมาแบบนั้น ฉันจึงส่งไปอีกครั้งก่อนจะวางโทรศัพท์ข้าง ๆ ตัวเอง

 

LLp :: ให้ส่งห้องตรงข้ามเหรอคะ?  

 

“ยิ้ม...” พี่เกรทเอ่ยเรียกเสียงอ่อน เขาทิ้งโทรศัพท์ในมือลงบนโซฟาพร้อมกับเอื้อมมือมาจับมือฉันไว้

“...”

“ขอโทษครับที่ไม่ได้บอกตั้งแต่ต้น” ไม่เลย ฉันไม่ได้งอนเขาเรื่องที่ไม่ได้บอกว่าเขาคือคุณนักวาดรูป Don’ t know แต่ฉันโกรธที่เขาไม่ยอมคิดราคาวาดรูป และยิ่งรู้ว่าเป็นเขาฉันยิ่งไม่พอใจ เขาจะไม่คิดราคาเพราะรู้ว่าฉันคือคนที่สั่งวาดรูปกับเขาไม่ได้

“ช่วยคิดราคาวาดรูปนะคะ”

“แต่พี่อยากวาดให้เฉย ๆ อยากวาดให้หนู”

“แต่หนูอยากจ้างวาด ถ้าไม่คิดค่าวาดหนูก็จะไปจ้างที่อื่น” ฉันยื่นคำขาด พี่เกรทบีบมือแน่นเขาเงียบไปราวกับกำลังขบคิดทางออกสำหรับเรื่องนี้

“ได้ พี่จะคิดค่าวาด แต่ถ้ามีอีกเดินมาบอกพี่ที่ห้องไม่ต้องจ้างคนอื่นพี่จะวาดให้เอง”

“มันเอาเปรียบพี่เกินไป...” ฉันบอกเขาไปตรง ๆ และรู้สึกไม่ดีจริง ๆ ที่เขาจะมาวาดให้ฟรี ๆ แบบนี้

“ไม่ครับ พี่ไม่เคยคิดแบบนั้น นะครับ ครั้งนี้พี่คิดแต่ต่อไปมาบอกพี่เลย พี่จะวาดให้เอง”

“ขอคิดดูก่อนค่ะ แต่ตอนนี้คิดค่าวาดมาด้วยค่ะ...” ฉันไม่ยอมรับข้อเสนอ พี่เกรทถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยบอกราคาในที่สุด

“เท่ากับครั้งก่อนก็ได้ครับ อย่าเมินพี่สิ”

“ก็ได้ค่ะ ๆ เดี๋ยวหนูโอนให้เลย” ฉันหยิบโทรศัพท์ออกมาจัดการโอนเงินให้พี่เกรทด้วยความสบายใจ คนที่กำลังงอแงอยู่ข้าง ๆ เอาแต่บ่นเสียงงุ้งงิ้งไม่หยุดไม่หย่อน ขนาดเพื่อน ๆ เขาและเพื่อนฉันกลับมาเขาก็ยังคงบ่น อะไรก็ไม่รู้ มื้อเย็นเราปาร์ตี้ปิ้งย่างกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีแอลกอฮอล์เพราะเราจะไปที่เกาะมันนอกกัน ระหว่างมื้อเย็นพี่เกรทก็เทคแคร์ฉันอย่างดีแล้วก็ไม่ลืมที่จะเทคแคร์กู๊ด ฉันเองก็ดีใจที่เขาดูแลน้องสาวอย่างดี สามทุ่มเราแยกกันกลับเข้าห้องนอนเตรียมพร้อมไปเที่ยวในวันพรุ่งนี้ พี่เกรทเดินมาส่งถึงหน้าห้อง เขาไม่ยอมปล่อยมือจนต้องโกหกว่าง่วง นั่นแหละคนตัวโตถึงได้ยอมปล่อยมือ

“ฝันดีนะคะ”

“ฝันดีครับ พรุ่งนี้เช้าเราไปเที่ยวกันนะ”

 

============================ 

ขำความกอดคอว่าที่ลูกเขยเมา 55555  

ความคิดเห็น