ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เสด็จนิวัตนครา

ชื่อตอน : เสด็จนิวัตนครา

คำค้น : ความรัก พญานาค

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 478

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ธ.ค. 2562 16:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เสด็จนิวัตนครา
แบบอักษร

เสด็จนิวัตนครา 

ณ เมืองนพรัตน์บาดาล... 

น้ำทิพย์นาคี นางพระพี่เลี้ยงคนสนิทของกัญญาวดีนาคี พระราชธิดาองค์เล็กของเจ้าเหนือหัวแห่งเหล่านาคาเมืองนพรัตน์ กำลังเดินกระวนกระวายใจไปมาอยู่ภายในพระตำหนักราตรี ด้วยว่าคลาดสายตาเพียงไม่นาน ระหว่างที่น้ำทิพย์นาคีกำลังไปสั่งการนางกำนัลต้นเครื่องให้เตรียมเครื่องเสวยยามเช้าให้แก่พระราชธิดาตามปกติ

ทว่าหวนกลับมาอีกครั้งผู้เป็นนายก็ไม่อยู่เสียแล้ว เดินหาจนทั่วตำหนักก็ไม่มี ในอุทยานหลวงก็ไร้วี่แวว ทำให้ฉุกใจระลึกได้ว่าสองสามวันมานี้ กัญญาวดีนาคีนั้นเปรยออกมาว่าเบื่อหน่ายอยู่เนืองๆ ชะรอยว่าจะแอบหนีออกไปเที่ยวซุกซนนอกเมืองนพรัตน์ตามประสานางนาคีจอมดื้อรั้นอีกเป็นแน่

" เฮ้อ...พระราชธิดานะ พระราชธิดา จะแอบเสด็จออกไปทำไมก็ไม่รู้ มิทรงรู้หรืออย่างไรว่าน้ำทิพย์เป็นห่วงเพียงใด นี่จะเสด็จเพลินไปถึงที่ใดแล้วก็ไม่รู้ ครั้งก่อนถูกองค์เหนือหัวกักบริเวณให้อยู่แต่ในตำหนักนับสิบวัน แล้วนี่ก็ยังดื้ออยู่อีก ไม่ทรงเข็ดหลาบบ้างหรืออย่างไรกัน "

นางพระพี่เลี้ยงบ่นพึมพำอย่างร้อนใจ ครั้นจะออกไปตามหานอกเมืองก็ไม่รู้ว่าจะไปหาที่ใด หากสวนทางกัน ผู้หนึ่งไป ผู้หนึ่งกลับ ก็คงจะเสียเวลาและเสียเที่ยวเก้อเป็นแน่ อีกอย่างถ้านางอยู่รอที่ตำหนัก หากมีผู้ใดเอ่ยถามถึงพระราชธิดาแล้วไซร้ น้ำทิพย์นาคีผู้นี้ก็พอจะแก้ต่างให้ได้อยู่บ้าง โดยเฉพาะเหล่าพระพี่นางบางองค์ของพระราชธิดากัญญาวดีนาคี รักใคร่กลมเกลียวอย่างแท้จริงนั้น...ก็มีจริงอยู่หรอก แต่ที่เป็นเพียงภาพมายานั้นก็มีเช่นกัน!

จริงใจ แต่ไม่จริงแท้!

แสนดี แต่ก็ดีแบบแอบแฝง!

พระราชธิดากัญญาวดีนาคีของนางน้ำทิพย์นาคีนั้น ถือกำเนิดแบบโอปปาติกะเบื้องหน้าพระพักตร์ขององค์เหนือหัวภุชงค์นาคราชและพระอัครมเหสี หลังจากการออกจากฌานบำเพ็ญเพียรในกาลหนึ่งราวสามร้อยปีก่อน เจ้าหญิงกัญญาวดีนาคีมีพระเชษฐาและพระเชษฐภิคินีหลายพระองค์ อันถือกำเนิดจากพระอัครมเหสีและเหล่าพระสนม

แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นวิรูปักษ์ และเกิดแบบโอปปาติกะทุกพระองค์ เช่น พระธิดาแก้วกิรณานาคี อันประสูติแบบชลาพุชะ (เกิดจากครรภ์มารดา) มีเกล็ดสีฟ้าใสเพทายแวววาวอยู่ในตระกูลฉัพยาปุตตะ เช่นเดียวกับพระสนมเอกผู้เป็นพระมารดา แม้นกายมนุษย์จำแลงของพระธิดาแก้วกิรณานาคีนั้นสวยสดงดงาม เลอโฉมไม่ด้อยไปกว่าผู้ใดในนพรัตน์บาดาล

กระนั้นในสายตาของนางน้ำทิพย์นาคี ก็ยังดูว่าทรงรูปโฉมด้อยกว่าพระราชธิดาของตนอยู่ดี! ทั้งรูปโฉมและพระหทัยที่ใสสะอาดนั้น ต่างกันมากโขทีเดียว...

" น้ำทิพย์ พระราชธิดากัญญาวดีประทับอยู่หรือไม่ "

เสียงแหลมสูงอันเป็นเอกลักษณ์ของนางบุญมานาคี นางพระพี่เลี้ยงของพระธิดาแก้วกิรณานาคีดังขึ้นจากทางด้านหลัง น้ำทิพย์นาคีอดที่จะสะดุ้งไม่ได้ ด้วยว่าเพียงแต่คิดเท่านั้นอีกฝ่ายก็พลันมาเยือนถึงที่พระตำหนักราตรีเลยเชียว

แน่นอนว่าผู้เป็นนายประทับอยู่ที่ใด ผู้เป็นขี้ข้าก็ต้องอยู่เสนอหน้าคอยรับใช้ถวายงานอยู่ ณ ที่นั่น

น้ำทิพย์นาคีไม่ทันได้ตอบอีกฝ่าย ก็รีบย่อตัวลงนั่งคุกเข่า พลางประนมมือขึ้นกราบทันทีที่ปรากฎร่างอรชรอ้อนแอ้นของสตรีสูงศักดิ์ที่เยื้องย่างกรีดกรายเข้ามาภายในตำหนักแห่งนี้บ่อยครั้ง ประหนึ่งว่าเป็นตำหนักของตนเองก็ไม่ปาน

แก้วกิรณานาคีเพียงปรายตามองนางนาคีตรงหน้าเท่านั้น มิได้ใส่ใจจะเอ่ยทักแต่อย่างใด ซึ่งท่าทีปฏิบัติต่อบริวารรอบข้างนั้นต่างกันกับตอนที่มีเหล่าพระพี่และพระน้องนางอยู่ด้วยอย่างสิ้นเชิง ภายใต้กิริยาอ่อนหวานอ่อนโยนของแก้วกิรณานาคี ยามอยู่ต่อหน้าผู้อื่นที่ศักดิ์เสมอกันหรือเหนือกว่าตน อาจรวมถึงนาคานาคีที่มีผลประโยชน์แล้วไซร้ มักดูเป็นสตรีที่คู่ควรแก่การยกย่องสมชาติกำเนิดอันสูงส่งเสมอ ทว่าอย่าให้เอ่ยถึงเพลาที่อยู่กับนาคานาคีที่ต่ำศักดิ์กว่าเลย...มิได้งดงามสมขัตติยนารี ทั้งกิริยา วาจา และจิตใจ

" อ้าว ข้าเอ่ยถามเจ้า ไยจึงไม่ตอบเล่าว่านายเจ้าอยู่หรือไม่...หรือว่าไปซุกซนก่อเรื่องอยู่แห่งหนใดอีกล่ะ "

นางบุญมานาคีจีบปากจีบคอเอ่ยถามซ้ำสอง ทว่าก็แอบจิกกัดนายสาวของอีกฝ่ายในที กล้าเฉพาะตอนนี้หรอก ครั้นอยู่ต่อหน้าพระพักตร์พระราชธิดากัญญาวดีนาคี ก็ได้แต่ก้มหน้านิ่งสงบเรียบร้อย มิต่างจากนายตน

ความจริงพระราชธิดากัญญาวดีนาคีนั้น มิได้เคยกระทำสิ่งใดให้นางขุ่นข้องหมองใจเลยสักครั้ง แต่นั่นล่ะ นายใคร ใครก็รักและภักดี ยามเห็นผู้อื่นได้รับพระเมตตาจากองค์เหนือภุชงค์นาคราชมากกว่านายสาวของตน นางบุญมานาคีก็ไม่ชอบทั้งนั้น เป็นธิดาเหมือนกันไยจึงได้รับความยกย่องต่างกันเพียงนี้

แม้ตามเสด็จพระราชบิดาไปที่ใด พระธิดาแก้วกิรณานาคีกลับต้องรั้งท้ายอยู่เบื้องหลังพระราชธิดากัญญาวดีนาคีเสมอมา ทั้งที่เป็นพระพี่นาง ทั้งที่ปฎิบัติตนเรียบร้อยสง่างามสมดั่งสตรีสูงศักดิ์ ผิดกับพระราชธิดาน้องเล็กที่เอาแต่หาเรื่องเที่ยวเล่นซุกซนไปวันๆ ดีแต่ออดอ้อนฉอเลาะพระราชบิดาและพระราชมารดาเท่านั้น ความน้อยเนื้อต่ำใจของพระธิดาแก้วกิรณานาคีนั้นมากมายเพียง เหตุใดนางบุญมานาคีจะไม่รู้...

" ระวังวาจาของเจ้าด้วยบุญมา สตรีที่เจ้าจาบจ้วงอยู่นี้คือพระราชธิดาแห่งนพรัตน์บาดาล นาคีต่ำศักดิ์เช่นเจ้าควรหรือจะใช้วาจากล่าวกระทบพระนางเช่นนั้น "

น้ำทิพย์นาคีตวัดสายตาไปทางบุญมานาคี พลางเอ่ยเสียงสะบัดด้วยไม่พอใจอย่างยิ่ง สูงต่ำเป็นเช่นไร ไยจึงไม่สำเหนียกตนบ้าง

" ข้ายังไม่ว่ากล่าวกระทบอะไรพระราชธิดาเลยสักอย่าง แค่เอ่ยถามและแสดงความคิดเห็นไปตามความจริงเท่านั้น ก็เห็นๆ อยู่ว่าพระราชธิดามิได้ทรงประทับอยู่ในพระตำหนัก "

" รู้ได้อย่างไร ว่าพระราชธิดามิได้ทรงประทับอยู่ในพระตำหนัก "

" ก็ถ้าประทับอยู่ แล้วอยู่ไหนล่ะ "

" ทรงบ่นว่าปวดพระเศียร จึงยังคงบรรทมอยู่ในห้องพระบรรทมเพคะ ทรงห้ามผู้ใดรบกวนเป็นอันขาด "

น้ำทิพย์นาคียื้อเวลาเอาไว้ ในใจนึกภาวณาขอให้พระราชธิดาเสด็จกลับมาโดยเร็วเถิด มิเช่นนั้นก็คงสมใจเหล่านาคีขี้ฟ้องเป็นแน่

" แม้กระทั่งข้าน่ะรึ...อีน้ำทิพย์ "

เสียงหวานเสนาะหูราวน้ำผึ้ง หากแต่วาจาที่กล่าวออกมาไม่ต่างกับบอระเพ็ดขม นี่น่ะหรือพระธิดาแก้วกิรณานาคีที่ร่ำลือว่าทรงมีกิริยาวาจาอันอ่อนหวานอ่อนโยน อยากให้ชาวนาคานาคีเหล่านั้นได้มายินยลอย่างที่นางพบเจอเสียจริงๆ

" เพคะ พระราชธิดาทรงรับสั่งกับหม่อมฉันเอาไว้เช่นนั้น "

น้ำทิพย์นาคียังคงกล่าวยืนยัน หากแต่พอคำพูดสุดท้ายหลุดจากปาก ใบหน้าก็สะบัดไปตามแรงปะทะจากหัตถ์ของพระธิดาแก้วกิรณานาคีทันที

เพี๊ยะ!

แก้วกิรณานาคีฉุนจัดกับท่าทีจองหองของนางนาคีตรงหน้า คิดว่าเป็นคนสนิทของกัญญาวดีนาคีแล้วจะไม่เห็นหัวนางอย่างนี้ได้หรือ

" อย่ามาทำอวดดีจองหองกับข้าอีน้ำทิพย์ หลีกไปข้าจะเข้าไปดูให้เห็นกับตา เดี๋ยวก็รู้ว่ากัญญาวดีอยู่ในห้องหรือไม่ "

นางไม่เชื่อหรอกว่าน้องสาวต่างมารดาจะอยู่ด้านใน ก็ในเมื่อนางสั่งให้นาคีที่ตำหนักของนางมาซุ่มแอบเฝ้าดูความเคลื่อนไหวในพระตำหนักราตรีหลายวันแล้ว ด้วยรู้ทันว่าพระราชบิดาทรงเข้าฌานบำเพ็ญเพียรเช่นนี้ ย่อมเป็นโอกาสทองที่กัญญาวดีนาคีจะหาเรื่องหนีออกไปเที่ยวเล่นหาความสนุกสนานเช่นเดิม และนางนี่ล่ะ จะนำความเรื่องนี้ทูลต่อพระราชบิดาเอง ด้วยเหตุผลเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของน้องสาว

" มีเรื่องอะไรกัน? เสียงดังทั่วตำหนักของน้องเชียวเพคะ พี่หญิงกิรณา "

เสียงหวานใสดังขึ้นจากด้านประตูทางเข้าพระตำหนัก ร่างสะโอดสะองของกัญญาวดีนาคีเคลื่อนเข้ามาด้านใน วงหน้างดงามฉายแววความไม่พอใจออกมาชัดเจน ด้วยมาทันได้เห็นนางนาคีผู้เป็นพระพี่เลี้ยงถูกทำร้ายร่างกายพอดี กระนั้นก็ยังเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลงกว่าแรงอารมณ์ขุ่นเคืองภายในจิตใจ เพราะยังไว้หน้าไว้พระเกียรติของพระพี่นางต่างมารดาอยู่บ้าง

" อ๊ะ อ้าว น้องหญิงวดีอยู่นี่เองหรอกหรือ พี่กำลังร้อนใจด้วยเป็นห่วงเจ้าอยู่พอดีเชียว ได้ยินน้ำทิพย์บอกว่าเจ้าปวดหัวหรือน้องพี่ เป็นอย่างไรบ้าง เรียกหลวงโอสถปรุงยามาดูอาการดีหรือไม่ จะได้แก้ไขอาการให้ดีขึ้นอย่างไรเล่า "

สีหน้าและท่าทางของแก้วกิรณานาคีพลิกง่ายราวพลิกฝ่ามือเลยทีเดียว น้ำทิพย์นาคีได้แต่ก้มหน้าซ่อนแววตาชิงชังสตรีสองหน้าผู้นี้จับใจ เสแสร้งได้แม้กับน้องสาวของตนเอง

" ขอบพระทัยเพคะ แต่น้องรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว คงไม่ต้องถึงกับเรียกหลวงโอสถมาดูอาการให้วุ่นวาย "

" อย่างนั้นเหรอ...ว่าแต่เมื่อครู่ พี่ได้ยินน้ำทิพย์บอกว่าน้องพักผ่อนอยู่ในห้อง มิใช่หรือ เอ๊ะ หรือข้าฟังผิดกันนี่ "

แก้วกิรณานาคีจี้จุดที่สังเกตได้ ฮึ นางพี่เลี้ยงบอกว่าเจ้านอนป่วยอยู่ในห้อง แต่ผู้เป็นนายกลับทะเล่อทะล่าเดินเข้ามาทางหน้าประตูทางเข้าตำหนักเสียได้ ก็ดูสิว่าอ้างอย่างไร

น้ำทิพย์นาคีหน้าเสีย เพราะรู้ว่าตนนั้นพลาดไป และอาจทำให้ผู้เป็นนายพลอยถูกตำหนิไปด้วย แต่กัญญาวดีกลับนิ่งสงบเพียงแต่เหลือบมองพี่เลี้ยงคนสนิทอย่างสงสารจับใจ เพราะเห็นว่าที่ใบหน้าของน้ำทิพย์นาคีนั้นขึ้นรอยแดงเป็นแถบทีเดียว เพราะฝีมือของพระพี่นางของตน

" ไม่ผิดหรอกเพคะ หม่อมฉันก็ได้ยินน้ำทิพย์กล่าวเช่นนั้น "

บุญมานาคีเอ่ยขึ้นรับกับคำกล่าวของแก้วกิรณานาคีอย่างเป็นปี่เป็นขลุ่ย

" น้องรู้สึกอุดอู้ที่นอนอยู่แต่ในห้อง พออาการดีขึ้นก็เลยออกไปเดินเล่นในอุทยานเพคะ ตอนนั้นพี่น้ำทิพย์ออกไปดูนางกำนัลจัดเตรียมอาหารให้น้อง คงเพิ่งจะกลับเข้ามาในตำหนัก มิทันได้เข้าไปดูว่าน้องมิได้นอนอยู่ในห้องแล้ว ประจวบกับที่พี่หญิงเสด็จเข้า จึงตอบพี่หญิงอย่างไม่รู้ความ "

" อ้อ เป็นเช่นนี้เอง เจ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว พี่ก็หายห่วง "

" เพคะ...แต่น้องกลับห่วงพี่น้ำทิพย์มากกว่า ด้วยเป็นสาเหตุที่ทำให้นางต้องเจ็บตัว.."

กัญญาวดีนาคีเอ่ยเพียงเท่านั้น ไม่ได้เอ่ยความขยายต่อว่าเจ็บเพราะอะไร และเพราะใคร ด้วยว่าคนประทุษร้ายพี่เลี้ยงของนางก็ยืนอยู่ตรงหน้า และคงรู้ถึงความผิดของตนเองดี ไม่ต้องพูดเอ่ยออกมาให้นางเสียหน้าต่อนางนาคีต่ำศักดิ์กว่า พระเชษฐภคินีของนางองค์นี้ค่อนข้างถือตัว ถือยศ ถือเกียรติมาก

" จริงสิ พี่ก็ใจร้อนเพราะห่วงเจ้า เผลอไปทำร้ายคนของน้องเข้า...เดี๋ยวข้าจะให้บุญมานาคีไปเอายาจากหลวงโอสถมาให้นะ น้ำทิพย์ "

เอ่ยยอมรับ แต่ก็มิวายหาข้ออ้าง...รับผิดชอบสิ่งที่ทำ แต่ไร้คำกล่าวขอโทษ ลืมเสียเถิดการที่จะให้แก้วกิรณานาคีผู้นี้ ยอมเอ่ยขอโทษนางนาคีต่ำศักดิ์ อวดดีจองหองผู้นั้น

" ว่าแต่พี่หญิงมาถึงตำหนักของน้อง มีสิ่งใดหรือเพคะ "

" ไม่มีอะไรจ้ะ แค่เหงาๆ เลยอยากจะมาหาน้องเท่านั้น แต่ในเมื่อน้องมิใคร่สบายนัก อย่างนั้นก็พักผ่อนเถอะ ไว้พี่จะมาคราวหลัง "

สองนายบ่าวรีบออกจากพระตำหนักราตรีไปด้วยจิตใจขุ่นมัว คิดว่าจะมาหาเรื่องเขาแต่กลับเป็นตัวเองที่ต้องหงุดหงิดใจเสียเอง

" พี่น้ำทิพย์เป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ วดีขอโทษที่ทำให้พี่เดือดร้อนนะจ๊ะ "

เสียงหวานเอื้อนเอ่ยด้วยความห่วงใย พลางก้มลงไปช่วยประคองพระพี่เลี้ยงคนสนิทอย่างรู้สึกผิดเต็มหัวใจ

" อย่าทรงขอโทษหม่อมฉันเลยเพคะ ทรงกลับมาอย่างปลอดภัยหม่อมฉันก็ดีใจแล้ว คราวหลังอย่าทรงทำเช่นนี้อีกนะเพคะ หม่อมฉันเป็นห่วงมากรู้หรือไม่ หากความล่วงรู้ไปถึงพระเนตรพระกรรณก็จะทรงถูกพระราชบิดาดุเอาได้ ทรงเป็นสตรีนะเพคะ ซ้ำยังเลอโฉมเพียงนี้ หากเกิดอันตรายผู้ใดจะไปช่วยได้ทัน "

พระพี่เลี้ยงกล่าวเตือนด้วยความหวังดี แต่กลับไปสะกิดความรู้สึกให้กัญญาวดีนาคีหวนคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาสดๆ ร้อนๆ ขึ้นมาเสียได้ อาการร้อนตัวจึงแสดงออกมาให้นางนาคีพี่เลี้ยงจับสังเกตได้เป็นอย่างดี ทว่าพอเอ่ยถามว่าเกิดสิ่งใดขึ้นผู้เป็นนายก็ไม่ยอมตอบ และเดินหนีเข้าห้องไป ไม่เอ่ยถึงการหนีออกไปเที่ยวนอกเมืองบาดาลครั้งนี้ ให้น้ำทิพย์นาคีฟังเช่นแต่ก่อน

ณ เมืองจันทรบาดาล... 

บัดนี้ในวังหลวงค่อนข้างครึกครื้นแลดูวุ่นวายกว่าทุกวันที่ผ่านมา เนื่องจากการเสด็จนิวัตกลับมายังจันทรบาดาลของพระโอรสองค์โต ผู้เป็นรัชทายาทแห่งเมืองนี้ เจ้าชายนิลกาฬนาคราช หลังจากที่กราบทูลลาพระราชบิดาไปบำเพ็ญเพียรตบะในถ้ำแห่งหนึ่ง ณ ป่าหิมพานต์เป็นเวลาหลายร้อยปี

" นิลกาฬลูกพ่อ! "

พญาศรีสินธุ์นาคราชลุกขึ้นจากตั่งทองคำเดินเข้าไปหาผู้เป็นโอรสด้วยความยินดีปรีดายิ่ง มือหนาตบลงบนไหล่กว้างของพระโอรส ทรงรอคอยการกลับมาของนิลกาฬนาคราชมาตลอด

" ถวายพระพรเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ "

นิลกาฬนาคราชคุกเข่าก้มลงกราบแทบพระบาทพระราชบิดา

" ดูเถิดลูกเอ๋ย เจ้าหลีกเร้นไปบำเพ็ญเพียรสร้างตบะบารมีเสียนาน กลับมาทีพ่อเกือบจำไม่ได้ หนวดเครามิโกนบ้างเลยหรือไร เช่นนี้แล้วนางนาคีตนใดจะกล้าเข้าใกล้ ฮึ "

ยังไม่ทันจะได้สารทุกข์สุกดิบ พระราชบิดาก็เอ่ยมาเสียอย่างนี้ ผู้เป็นโอรสจึงได้แต่ยืนยิ้มกริ่มต่างจากทุกครั้งที่หน้าเจื่อนลง ทั้งหาทางเอาตัวรอดจากการจ้องจับโอรสอภิเษกกับนางนาคีสาวงามอยู่ร่ำไปของพระราชบิดา

ด้วยเหตุผลที่ว่า...หากเจ้าอยากหนีไปบำเพ็ญเพียรอีก พ่อก็ไม่ห้าม แต่ช่วยแต่งชายาสักนาง แล้วมีหลานให้พ่อก่อน พอมีทายาทสืบบัลลังก์แล้วอยากจะไปไหนก็ไป

" คราวนี้ยิ้มรับ ไม่โอดคราวญเหมือนที่ผ่านมา ไหนจะกลับเมืองมาโดยไม่บอกไม่กล่าว ไหนมีสิ่งใดก็รีบเล่ามาสิ พ่อรอฟังอยู่ "

องค์เหนือหัวแห่งกัณหาโคตมะ ทอดสายพระเนตรมองพระโอรสนิลกาฬอย่างตะขิดตะขวงพระทัย ไอ้เจ้าโอรสคนนี้ก็ช่างกวนอารมณ์ให้พระองค์ใคร่รู้ยิ่งนัก แต่กลับยืนยิ้มไม่ยอมแถลงไข ลีลาจนน่าเตะโด่งกลับเข้าถ้ำเข้าป่าเหมือนเดิมเสียจริงๆ

" เสด็จพ่อ...ทรงเสด็จไปขอนางนาคีให้ลูกจะได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ "

ผู้เป็นโอรสกล่าวพลางยิ้ม ยอมเฉลยความให้พระราชบิดาล่วงรู้

" อ้อ ได้สิ นางนาคี...ห่ะ ขอนางนาคี แต่งเมียน่ะรึ? "

พญาศรีสินธุ์นาคราชเหวอจัด แทบไม่เชื่อหูของพระองค์เอง เวลาจะจับแต่งกับนางนาคีที่ทรงเตรียมเอาไว้ให้ก็ปฏิเสธอยู่ร่ำไป ไม่พอยังหนีพระองค์ไปบำเพ็ญเพียรเสียไกล พอกลับมาคราวนี้ดันบอกให้พระองค์ไปสู่ขอนางนาคีให้เสียเอง ก็น่าประหลาดใจว่าโอรสของพระองค์นั้น...มันเข้าป่าไปบำเพ็ญเพียรแน่หรือ

ผู้เป็นพระราชบิดาเหล่พระเนตรมองโอรสอย่างคาดคั้นจับผิด ก็เห็นแววตามุ่งมั่นจริงจังตอบกลับมา แม้รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้า พร้อมหนวดเครานั่น มันจะดูขัดพระเนตรหน่อยๆ ก็ตามที

" ว่าแต่นางนาคีตนใดกัน ที่โชคดีจะได้มาเป็นศรีสะใภ้ของข้าล่ะ "

" พระธิดาของพญาภุชงค์นาคราชแห่งนพรัตน์บาดาลพ่ะย่ะค่ะ "

" อ้อ...องค์ภุชงค์นาคราช ตระกูลวิรูปักษ์ ห่ะ...จะ เจ้า พูดจริงรึ! "

พอรู้ว่าจะต้องไปสู่ขอธิดาของใคร พญาศรีสินธ์ุนาคราชผู้มีพระอารมณ์ดีอยู่เป็นนิจก็ถึงกับยืนอึ้งไปนานพอสมควร

.................................................

อยากจะ แหม...ให้กับพ่อลูกคู่นี้ 5555

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว