ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บุพเพสันนิวาส

ชื่อตอน : บุพเพสันนิวาส

คำค้น : ความรัก พญานาค

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 714

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ธ.ค. 2562 16:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บุพเพสันนิวาส
แบบอักษร

บุพเพสันนิวาส 

 กัญญาวดีนาคีพยายามขัดขืนออกจากอ้อมแขนแกร่งของนาคาหนุ่ม ซึ่งบัดนี้ได้กลับคืนมาสู่ร่างมนุษย์ นับตั้งแต่ที่ฉุดหญิงสาวเข้ามาภายในถ้ำได้สำเร็จ นางนาคีออกฤทธิ์ออกเดชอย่างสุดกำลัง มือน้อยนั้นทุบตีไปทั่วทุกที่บนลำตัวของอีกฝ่ายไม่ยั้ง กระนั้นชายหนุ่มก็มิได้ตอบโต้หรือว่ากล่าวนางแต่อย่างใด เพียงแต่ยิ่งเพิ่มแรงโอบรัดร่างอรชรนุ่มนิ่มในวงแขนมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม กลิ่นหอมอ่อนหวานจากกายนางนาคีนั้นกรุ่นมาต้องนาสิกของนาคากัณหาโคตมะ จนใคร่อยากจะเชยชมนางให้สมแรงสิเน่หาที่ถาโถม จนแม้แต่เจ้าตัวเองก็อดประหลาดใจไม่ได้ต่อความรู้สึกที่มี

ทว่าที่พานางมาในถ้ำนี้ ก็เพียงแต่ต้องการจะเกี้ยวพา พูดคุยสนทนาทำความรู้จักกับนางเท่านั้น มิได้คิดล่วงเกินนางไปมากกว่านี้ให้เสียเกียรติ หากแต่นางนาคีนั้นช่างฤทธิ์เยอะไม่น้อย ต้องทำให้นางสิ้นฤทธิ์และยอมฟังถ้อยคำจากเขาเสียก่อน

เมื่อครู่ที่สระอโนดาตนั้น นิลกาฬนาคราชมัวแต่ตกตะลึงอยู่ในภวังค์ยามทอดมองนางนาคีวิรูปักษ์ จนเผลอกระทำการเสียมารยาทไป หากแต่เขายังไม่ทันได้กล่าวสิ่งใดออกไป นางก็ต่อว่าเขาเสียแล้ว ทั้งยังเอ่ยย้ำเรื่องตระกูลที่ด้อยกว่า นิลกาฬนาคราชไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองคำต่อว่าของนางนาคีแต่อย่างใด เพราะสิ่งที่นางกล่าวนั้นก็ล้วนแต่เป็นความจริงทั้งสิ้น ตระกูลวิรูปักษ์อยู่เหนือกัณหาโคตมะ...

หากแต่เขาอาจจะปลีกวิเวกบำเพ็ญเพียรแต่เพียงลำพังมานานหลายร้อยปีกระมัง จึงทำให้พอพบเจอนางนาคีที่พึงพอใจ จึงยืนนิ่งงันไม่รู้ว่าจะเริ่มจากสิ่งใดก่อนดี ครั้นเห็นนางหันหลังกำลังจะหนีห่าง ก็รู้สึกร้อนรนเหมือนกับว่าหัวใจกำลังจะหลุดลอยไปพร้อมกับนาง เขาจึงคืนร่างพญานาคราชโอบรัดนางนาคีอย่างลืมตัว หากแต่เพราะนางไม่ยอมอยู่เฉยเสียเลย นิลกาฬจึงต้องพานางหลบมาพูดคุยสนทนาภายในถ้ำแห่งนี้ กระนั้นตั้งแต่ตอนนั้น จวบจนตอนนี้นางก็ยังไม่ยอมหยุดดิ้นโดยง่าย จนเขานึกมันเขี้ยวยิ่งโอบรัดนางแน่นยิ่งขึ้นเป็นการหยอกเย้า

" เจ้านาคต่ำช้า ปล่อยข้าบัดเดี๋ยวนี้ "

วงหน้างามพิลาสเงยหน้าขึ้นเอ่ยน้ำเสียงที่หวานใส บัดนี้เกรี้ยวกราดกรุ่นไปด้วยแรงโทสะ

" เจ้านาคีน้อยเอ๋ย ข้าเพียงอยากพูดคุยสนทนาด้วย แต่เจ้ากลับไม่หยุดประทุษร้ายแก่ร่างกายข้า แล้วเจ้าจะให้ข้าคลายอ้อมแขนนี้ออกจากเจ้าได้อย่างไร "

ใบหน้าที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้หนวดเคราเขียวครึ้มอย่างผู้ที่เคร่งในการบำเพ็ญเพียร จนมิได้ใส่ใจดูแลรูปลักษณ์ของตน เอ่ยพลางยกยิ้มกริ่ม แววตาเจ้าเล่ห์นั้นมิอาจรอดพ้นสายตาของกัญญาวดีนาคีไปได้ นางชักสีหน้าด้วยความขุ่นเคืองใจอย่างยิ่ง

" เจ้าจะไม่ปล่อยใช่ไหม ได้สิ แล้วอย่าหาว่าข้าไม่เตือนก็แล้วกัน "

กัญญาวดีคืนร่างเดิมแต่กำเนิดเป็นนางนาคีเกล็ดสีสุวรรณมลังเมลือง นัยน์ตาสีอัญมณีมรกตคู่งามดูน่าหลงใหลเย้ายวนให้ยลโฉมนางมิรู้เบื่อ แม้นในร่างนาคีแล้วไซร้ นางก็ยังงดงามเหนือเหล่านาคีทั้งปวงที่นิลกาฬนาคราชได้เคยพบพานเสียอีก

นาคาหนุ่มเห็นนางคืนร่างนาคี เพื่อใช้ต่อกรและหลบหลีกออกจากอ้อมแขนของตน จึงคืนร่างกลายเป็นนาคาตัวใหญ่บ้าง ยิ่งนางแสดงอิทธิฤทธิ์ขยายกายใหญ่ข่มเขาเท่าไหร่ นิลกาฬนาคราชก็ใช้อิทธิฤทธิ์ขยายร่างกายให้ใหญ่โตเหนือนางนาคีหนึ่งเท่าเสมอ กอดรัดพันตูกันอยู่อย่างนั้นเป็นนาน จนนางนาคีสาวเริ่มอ่อนแรงและเหนื่อยใจ อดประหลาดใจไม่ได้ว่าเหตุใดนาคาหนุ่มจึงเหนือกว่านางด้วยฤทธานุภาพเช่นนี้

กัญญาวดีนาคีมองร่างกัณหาโคตมะ บุรุษผู้นี้มีกายนาคาที่ใหญ่โตคล้ายไม่สิ้นสุด มีเกล็ดเป็นนิลปาศรอมรสุภรัตน์ ดวงเนตรนั้นเล่าเป็นสีน้ำเงินเข้มจัดดุจไพลินนิลกาฬ

" เอ่ยเรียกข้าว่าเจ้าพี่ก่อนสิ แล้วข้าจะคืนอิสระแก่เจ้า...นาคีน้อยของข้า "

แม้จะวุ่นวายอยู่กับการโอบรัดพันตูและปัดป้องการประทุษร้ายอยู่เนืองๆ จากนางนาคีสีสุวรรณ กระนั้นนิลกาฬนาคราชก็ยังมิวายเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยนปนเย้าแหย่

" ไม่มีทาง "

" อย่างนั้นก็อยู่ในอ้อมกอดข้าเช่นนี้ล่ะ อันที่จริงข้าก็ปรารถนาร่างนุ่มนิ่มของเจ้าให้อยู่เช่นนี้ตลอดไป ข้าไม่ขัดข้องหรอกนะ "

เสียงทุ้มทอดเสียงเอื่อยๆ เรื่อยๆ คล้ายสบายอุรา ผิดกับนางนาคีที่ได้ยินเช่นนั้นก็แววตาวาวโรจน์ขึ้นมาอีกหนึ่งคำรบ กัญญาวดีนาคีโกรธจัดที่ถูกหยามเกียรติจากนาคาต่ำศักดิ์กว่าจนเกินจะทน จึงขยับศีรษะเข้าไปฉกกัดที่บริเวณหนึ่งอันอยู่ใกล้และเอื้ออำนวยต่อการเคลื่อนใหว

" โอ๊ย! "

นิลกาฬนาคราชเผลอร้องออกมาด้วยไม่ทันตั้งตัว และไม่คิดว่านางจะประทุษร้ายต่อตนถึงขั้นฉกกัดเขาเสียได้เลือดเช่นนี้ จำต้องคลายอ้อมกอดปล่อยนางเป็นอิสระอย่างแสนเสียดาย

กัญญาวดีใช้โอกาสนี้ ผละหนีออกมาจนเกือบจะออกจากถ้ำสำเร็จ แต่แผ่นหินกลับเลื่อนปิดปากถ้ำด้วยแรงมนตราของผู้เป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้เสียก่อน นางหงุดหงิดที่อีกฝ่ายเร็วกว่านางหนึ่งก้าวเสมอ ก่อนจะรีบร่ายมนต์เพื่อเปิดแผ่นหินปากถ้ำ หากแต่ยังไม่ทันได้ร่ายมนต์จนจบบท นาคาตนนั้นก็ก้าวเดินเข้ามาทางด้านหลังเสียก่อน บัดนี้อีกฝ่ายอยู่ในร่างมนุษย์ บริเวณต้นแขนขวามีบาดแผลเป็นรอยเขี้ยวอยู่ โลหิตสีแดงฉานรินไหล หากแต่สายตาของกัณหาโคตมะที่ทอดมองนางในตอนนี้ กลับไร้แววตาขึ้งโกรธ

ทำไมล่ะ? เขาควรโกรธนางที่สร้างบาดแผลให้แก่เขามิใช่หรือ แล้วไยจึงมองนางด้วยสายตาราวกับกำลังตัดพ้อนางอยู่ในทีกันเล่า

นางนาคีสาวไม่เข้าใจ บัดนี้นางอยู่ในร่างมนุษย์เช่นเดียวกันกับอีกฝ่าย เพื่อง่ายแก่การสนทนา ใช่แล้ว สนทนา...

ในเมื่อเกรี้ยวกราดและใช้ฤทธิ์เดชนาคีไม่ได้ผล ก็คงต้องใช้ความนิ่งเข้าข่มนั่นล่ะ อันที่จริงนางควรใช้วิธีสันติเช่นนี้แต่แรก แต่ก็เพราะการกระทำจาบจ้วงของอีกฝ่ายนั่นล่ะ ที่ทำให้นางไม่อาจใจเย็นรับฟังเขาโดยดีในคราแรก

" เจ้ากัณหาโคตมะ ข้าจะคิดเสียว่าเจ้านั้นเป็นนาคป่านาคถ้ำ มิใช่นาคเมือง จึงไม่รู้สิ่งใดควร สิ่งใดไม่ควรปฏิบัติ แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าก็คงจะรู้ว่าตระกูลข้านั้นคือนาควิรูปักษ์ ควรหรือไรที่นาคตระกูลเช่นเจ้าจะหมิ่นเกียรติข้าเช่นนี้ อีกอย่างถึงเป็นนาคป่านาคถ้ำก็คงจะเคยได้ยินกิตติศัพท์พระบารมีของพญาภุชงค์นาคราชแห่งนพรัตน์บาดาลมาบ้าง ข้าคือราชธิดาแห่งองค์ภุชงค์นาคราช ขอเตือนด้วยหวังดี จงเปิดทางให้ข้าบัดเดี๋ยวนี้ อย่าได้สร้างเรื่องขุ่นเคืองพระราชหฤทัยต่อพระบิดาข้า มิเช่นนั้นวิรูปักษ์กับกัณหาโคตมะคงเกิดศึกสงครามเป็นแน่ "

กัญญาวดีนาคีร่ายยาวข่มขู่ปนหว่านล้อม หากแต่อีกฝ่ายกลับยืนกอดอกนิ่ง ซ้ำยังอมยิ้มกริ่มอยู่เช่นนั้น จนนางนาคีขี้โมโหชักเริ่มหงุดหงิดใจขึ้นมาอีกแล้ว พยายามข่มใจท่องขันติไปมาเสียหลายตลบ ก็รอยยิ้มคล้ายรู้ทันนางนี่อย่างไรเล่า เป็นสิ่งรบกวนจิตใจของนางอยู่ในตอนนี้

ร่างสูงใหญ่ผมยาวประบ่า เครื่องหน้าคมนั้นจะเป็นเช่นไรก็ดูไม่ชัดเท่าไหร่ ด้วยหนวดเครานั้นเจ้าตัวไม่เคยโกนออกให้เกลี้ยงเกลาเสียหลายปีกระมัง เห็นเพียงแววตานั่นล่ะที่ดูจะแจ่มชัดที่สุด เหลือบมองดูอาภรณ์ที่แม้จะเป็นเนื้อผ้าอย่างดีมองปราดเดียวนางก็รู้ได้ว่าเป็นแพรพรรณที่ชนชั้นสูงนุ่งห่มกัน ทว่ากลับไร้เครื่องประดับอันวิจิตรใดติดกายสักชิ้นก็ไม่มี ท่อนบนเปลือยเปล่ามีเพียงผ้าแพรสีนิลพาดบ่าเท่านั้น บุคลิกภาพภายนอกตอนนี้ ต่างจากนาคาชั้นต่ำ แต่ดูคล้ายกับนาคาชั้นสูงที่กำลังบำเพ็ญเพียรราวกับฤษีกระนั้นล่ะ

เมื่อมีสติรู้คิด จิตคลายโทสะลงบ้างเล็กน้อย ดวงตารู้แจ้งก็เริ่มบังเกิด ทว่าทิฐิในใจนางนาคีก็แสร้งทำเป็นมองข้ามไป...

แล้วอย่างไรล่ะ เขามิใช่หรือ ที่บังอาจฉุดคร่านางเข้ามายังถ้ำแห่งนี้ นางไม่ผิด ไม่ผิดเลยสักนิด!

" ขออภัยเถิดนะ แม่นางนาคีน้อย ที่ข้ากระทำการให้เจ้าโกรธเคืองเช่นนี้ ด้วยความสัตย์จริงมิได้ตั้งใจดูหมิ่นลวนลามเจ้าให้เสียนวลมากไปกว่าต้องการอยากจะสนทนา ใคร่อยากจะรู้จักเจ้าเท่านั้น แต่ข้าอยู่ป่าอยู่ถ้ำมานาน ทั้งมิเคยเกี้ยวพานางนาคีตนใดเลย จึงไม่รู้ว่าจะต้องทำเช่นไร ครั้นพอเห็นเจ้ากำลังหนีหาย ตัวข้าก็กระทำการเช่นนี้ไปเสียแล้ว อย่าได้โกรธเคืองข้าเลยหนา "

แววตาคู่คมมองนางนาคีที่ยืนฟังเขากล่าวนิ่งเงียบ ปฏิกิริยาของนางคล้ายจะดูเหวอไปนิดหนึ่งก่อนจะปรับสีหน้าราบเรียบอย่างรวดเร็ว ทั้งยังเชิดขึ้นอย่างถือดีและไว้ตัว

" ก่อนนั้นเจ้าอาจไม่รู้ แต่ตอนนี้คงรู้แล้วว่าข้าคือใคร และเจ้าคือใคร ต่างกันเพียงใด อย่าได้คิดเกินเลยกับข้าเด็ดขาด เอาเป็นว่าข้า เอ่อ..ข้ารับรู้ความในใจของเจ้า แต่ว่าข้าคงรับมันไว้ไม่ได้ โปรดจงเข้าใจด้วย เรื่องในวันนี้ข้าจะถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ฉะนั้นนับจากนี้ต่างคนต่างอยู่ อย่าได้เจอกันอีกเป็นดีที่สุด "

กัญญาวดีนาคีเอ่ยตัดความสัมพันธ์ทันที นางนาคีสาวแรกรุ่นไม่เคยมีความรักฉันชายหญิงกับผู้ใด และไม่คิดจะมีในเร็ววันนี้ด้วย นางเพิ่งถือกำเนิดมาได้เพียงสามร้อยปีเท่านั้น ยังต้องการอิสระในชีวิตโสด ไม่ต้องใช้ชีวิตคู่กับนาคาตนใดทั้งนั้น อีกอย่างเรื่องคู่ครองของนาง ด้วยเป็นถึงราชธิดาของพญาภุชงค์นาคราชผู้เป็นใหญ่ จะเลือกคู่ครองเองโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากพระบิดาย่อมเป็นไปไม่ได้ แล้วนาคาตรงหน้าคือกัณหาโคตมะล้วนต่างกันด้วยความเหมาะสม อย่าว่าแต่พระบิดาเลย แม้จะผ่านคณะอำมาตย์ราชครูชั้นผู้ใหญ่ในเมืองนพรัตน์ก็คงยาก นางเดาได้เลยว่าต้องลงความเห็นพ้องกันเป็นเอกฉันท์อย่างแน่นอนว่า...ไม่เหมาะสม

" เจ้าไม่คิดจะมอบโอกาสให้ข้าได้พิสูจน์ความจริงใจสักนิดเชียวหรืออย่างไร นาคีน้อยเอ๋ย...ตัวข้าแม้เป็นกัณหาโคตมะ แต่ก็ถือกำเนิดในว่านวงศ์หน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์เช่นกัน พระบิดาของข้าเองก็เป็นราชาของเหล่านาคากัณหาโคตมะ ปกครองเมืองจันทรบาดาล ข้านี้มีนามว่า นิลกาฬนาคราช ตำแหน่งรัชทายาทครองเมืองคงไม่ทำให้เจ้าต่ำต้อยด้อยค่าจนเกินไปนักหรอก หากเจ้าจะเมตตาเห็นใจในรักแท้ที่ข้ามีให้ ยอมมาเป็นพระชายาและว่าที่พระมเหสีคู่บารมี เป็นนางแก้วคู่เมืองจันทร เป็นศรีของเหล่านาคากัณหาโคตมะ "

นิลกาฬนาคราชกล่าวความในใจ และเปิดเผยฐานันดรศักดิ์ของตนให้นางนาคีน้อยได้รับรู้ ซึ่งก็ดูเหมือนว่านางจะไม่แปลกใจเท่าไหร่ คล้ายกับว่าพอจะฉุกใจคิดอะไรได้บ้างแล้ว

" เป็นนาคเมือง แต่กระทำตนไม่ต่างกับนาคป่าเช่นนั้นล่ะ "

กัญญาวดีนาคีเหล่มองอีกฝ่าย มิวายค่อนขอด แม้จะรู้ฐานันดรศักดิ์ของอีกฝ่ายแล้วก็ตาม นิลกาฬนาคราชหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ กับคำพูดจิกกัดนั้น พร้อมใบหน้ามุ่ยที่ดูก็รู้ว่าเจ้าตัวน่าจะมีนิสัยดื้อรั้นและเจ้าแง่แสนงอนไม่น้อย ทว่าเขากลับมองว่ามันช่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียนี่กระไร

" น้องนางเอ๋ย ตัวพี่นั้นเกิดเบื่อหน่ายเมืองอันมากไปด้วยนาคานาคี ใคร่จะปลีกตัวออกมาบำเพ็ญเพียรสร้างตบะและบารมี เพื่อให้คู่ควรในการเป็นพ่อเมืองที่ดี ครบถ้วนด้วยบารมีและคุณธรรมของเหล่านาคทั้งหลาย พี่บำเพ็ญเพียรที่ถ้ำแห่งนี้มานานหลายร้อยปีแล้ว พบพานเหล่านาคี กินรี ยักษี นางมนุษย์ หรือแม้แต่นางสวรรค์มาก็มาก แต่มิเคยต้องใจอิสตรีใดสักครั้ง มุ่งบำเพ็ญเพียรมาตลอด กระทั่งมาพบเจ้านั่นล่ะ ความตั้งใจครองพรหมจรรย์จึงทลายลง ใคร่ถูกเจ้าพรากพรหมจรรย์เสียยิ่งกว่าสิ่งใด "

เขาเอ่ยกึ่งยิ้มกึ่งจริงจัง แสร้งตีสีหน้าขึงขังจนนางนาคีที่ได้ฟังถึงกับมีสีหน้าเหวอทีเดียว

แหนะ...นางไปเกี่ยวอะไรด้วยเล่า กัญญาวดีนาคีวางสีหน้าไม่ถูก คราแรกฟังตอนต้นก็ดูเป็นนาคาที่เข้าท่าอยู่หรอก รู้คิด มีคุณธรรม แต่ประโยคตอนท้ายที่ใคร่จะให้นางพรากพรหมจรรย์เขานี่สิ คิดได้อย่างไรกัน

ไหนจะคำสรรพนามแทนตนที่เปลี่ยนไป แทนตัวเองว่า 'พี่' อีกเล่า ช่างตีขลุมเนียนได้อย่างลื่นใหลเช่นนี้ ก็คงเจ้าชู้ไม่เบาหรอกหนา...

" นี่อย่าได้กล่าวเรื่องน่าอับอายเช่นนั้นนะ เจ้า เอ่อ...ท่านจะไปถูกนางนาคีใดพรากพรมจรรย์ก็เรื่องของท่าน อย่าได้ลากข้าเข้าไปเกี่ยวกับเรื่องลามกบัดสีด้วย อีกอย่างผู้จะมาเป็นราชบุตรเขยแห่งองค์ภุชงค์นาคราช ก็ต้องผ่านพระวินิจฉัยจากพระองค์เสียก่อน ว่าคู่ควรกับราชธิดาของพระองค์หรือไม่ หากจะแสดงความจริงใจต่อข้า ก็ต้องแสดงความจริงใจต่อพระบิดาของข้าด้วย ท่านกล้าหรือไม่ล่ะ? "

กัญญาวดีนาคียกยิ้มอย่างคิดว่าเหนือกว่า ในใจไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าหาญชาญชัยจนถึงกับไปเข้าเฝ้าพญาภุชงค์นาคราช เพื่อกราบทูลขอพระราชธิดาของพระองค์ไปเป็นพระชายาหรอก แน่ล่ะ เหตุผลมีหลายประการทีเดียว

หนึ่ง เพราะต่างตระกูล สูงสุด และต่ำสุด แทบไม่เคยได้ยินเรื่องการครองคู่ของนาคทั้งสองตระกูลด้วยซ้ำ อย่างน้อยนางก็ไม่เคยได้ยินเลยสักครั้ง ใช่ว่าจะไม่มีการครองคู่ของนาคต่างตระกูล แต่นาควิรูปักษ์นั้น ส่วนใหญ่จะสมรสกับนาคตระกูลเท่าเทียมกันหรืออาจต่ำกว่าเล็กน้อย เช่น เอราปถ และฉัพยาปุตตะ กับกัณหาโคตมะนั้น...ไม่เคยไม่ยิน

สอง พญาภุชงนาคราชผู้เป็นพระบิดาของนางนั้น เลื่องลือด้วยพระบารมีและทรงคุณธรรม ทว่าก็มีกิตติศัพท์เรื่องความหวงเหล่าพระราชธิดาด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะนางผู้เป็นราชธิดาองค์เล็ก เหล่านาคในเมืองนพรัตน์บาดาลล้วนรู้กันถ้วนทั่วว่าคือราชธิดาที่ทรงโปรดปรานเป็นที่สุด

สาม ตัวของนางเองนั่นล่ะ ใจของนางเองนั่นล่ะ ยังไม่ต้องการใช้ชีวิตคู่กับผู้ใด ตั้งแต่ถือกำเนิดจวบตอนนี้ ก็ยังไม่เห็นมีนาคาตนใดจะทำให้นางรู้สึกได้ถึงความรัก มันเป็นเช่นไรกันหนอ ความรักและความสนิทเสน่หาที่พูดกัน นางไม่เห็นจะเคยเกิดความรู้สึกนั้นกับนาคาตนใดเลยสักตน

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ต่อให้กล้าไปเยือนยังนพรัตน์บาดาล ก็ใช่ว่าพระบิดาจะยอมมอบนางให้กับนาคราชตรงหน้าเสียเมื่อไหร่ แต่ก็นั่นล่ะ ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีใครกล้าสักราย พี่ๆ ของนางจึงครองตัวถือพรมจรรย์เสียหลายนาง (เพราะไม่มีนาคาตนใดกล้าไปสู่ขอ) วางใจได้เลย...

แววตายินดีปรีดาฉายชัดขึ้น ดั่งถูกจุดประกายความหวังในใจของนิลกาฬนาคราช นางกล่าวเช่นนี้ เขาถือว่านางเปิดทางให้กับเขาแล้วนั่นเอง

" นาคีน้อย เจ้าพูดเองนะ เช่นนั้นเจ้าจงกลับไปเตรียมตัวเถิด รอท่าการไปเยือนของพี่ที่นพรัตน์บาดาล พี่จะกลับไปทูลต่อพระบิดาของพี่ ให้ไปเจรจาสู่ขอเจ้ามาเป็นชายาคู่บารมี "

" นี่...ท่านพูดจริงหรือ "

กัญญาวดีนาคีหน้าเจื่อนไปทันที มองบุรุษตรงหน้าอย่างเหลือเชื่อ เขาตอบกลับมาในทันทีโดยไม่หยุดคิดสักนิดเชียวหรืออย่างไร

" พี่กล้าที่จะแสดงความจริงใจให้น้องรับรู้ และกล้าที่จะแสดงความจริงใจต่อพระบิดาของเจ้าด้วย กลัวแต่ว่าพอถึงคราวที่พี่ไปเยือนเมืองเจ้าแล้ว จะมีนาคีเจ้าเล่ห์ตีเนียนไม่รู้ไม่ชี้ ไม่รับผิดชอบต่อหัวใจที่มีรักแท้เต็มเปี่ยมของพี่ให้ชอกช้ำเสียมากกว่า "

นิลกาฬนาคราชดักทางนางนาคีแสนพยศอย่างรู้ทัน

" เฮอะ ให้ถึงเวลานั้นเสียก่อนเถิด กลัวว่าจะดีแต่พูดเสียมากกว่า "

นางนาคีสวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ครั้งพอพูดไปแล้วก็ตะครุบปากตนเองแทบไม่ทัน ด้วยเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าการกล่าวเช่นนั้น ก็เหมือนเร่งรัดและท้าทายให้อีกฝ่ายกระทำอย่างที่พูดขึ้นไปอีก ซึ่งพอมองเจ้าชายแห่งจันทรก็ยิ่งหงุดหงิดใจกว่าเดิม เพราะหมั่นไส้อาการยืนยิ้มด้วยแววตากรุ้มกริ่มราวกับรู้ทันนางไปเสียหมด

" พี่สัญญาว่าจะไปแน่นอน "

นิลกาฬนาคราชขยับเข้ามาใกล้กัญญาวดีนาคี หากแต่อีกฝ่ายกลับถอยหนี

นางนาคีมองนาคาตรงหน้าอย่างไม่ค่อยจะไว้ใจเท่าไหร่นัก ฮึ...ไปแล้วอย่างไรล่ะ ราชธิดาของพระบิดามีตั้งหลายองค์ นางไม่เคยบอกให้อีกฝ่ายรับรู้ว่ามีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร สุดแต่บุญกรรมก็แล้วกัน

ไม่แน่ว่าบุพเพสันนิวาสอาจชักนำให้พระพี่นางพระองค์ใดพระองค์หนึ่งของกัญญาวดีนาคี ถึงคราวออกเรือนไปก็เป็นได้ ใครจะรู้...

กัญญาวดีนาคีนึกยิ้มให้กับแผนการของตนเองในใจ ฉลาดแท้ๆ เรา โดยไม่รู้เลยว่าแผนการที่คิดว่าลึกล้ำนี้ ใช่ว่านิลกาฬนาคราชจะรู้ไม่เท่าทัน

รู้ แต่แสร้งไม่รู้ ปล่อยน้องนางไปก่อน ไว้ถึงคราวสมรัก เขาจะคิดบัญชีเสียให้สมกับความน่ามันเขี้ยวทีเดียว

.....................................................

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว