facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

นางแบบสาวผู้ช้ำรักเพราะวิวาห์ล่ม โชคชะตาพัดพาให้มาพบกับการแต่งงานใหม่สายฟ้าแลบ จนชีวิตนางแบบของเธอเปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึง...

ตอนที่ 48 หงอยเป็นไก่ป่วย

ชื่อตอน : ตอนที่ 48 หงอยเป็นไก่ป่วย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.5k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ธ.ค. 2562 15:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 48 หงอยเป็นไก่ป่วย
แบบอักษร

โม่อวี่โหรวคงไม่ได้นึกภาพชะตากรรมในอนาคตของเธอเลย จากตำแหน่งของเธอที่อยู่ข้างหน้าถังหนิง ไม่มีทางเลยที่เธอจะได้เห็นท่าทางของถังหนิง อีกอย่างตัวเธอเองก็มั่นใจมากเกินไป (คิดว่าตัวเองเทียบเท่ากับฮั่วจิงจิงได้) ดังนั้น...เมื่อได้ยินช่างภาพและลูกทีมของเขาปรบมือและร้องเชียร์ เธอจึงคิดว่าทั้งหมดนั่นก็เพื่อเธอ เพราะว่าถังหนิงอยู่ด้านหลังและเธอกำลังบังถังหนิงอยู่... 

“โอเคครับ ถ่ายเซตต่อไปกันเลยดีกว่า!” 

เพราะเสื้อผ้าสีขาวและดำของพวกเขา ถังหนิงจึงอยู่ด้านหลังของโม่อวี่โหรวเสียเป็นส่วนใหญ่ แม้ทั้งสองจะยืนอยู่ข้างกัน แต่โม่อวี่โรวก็มักจะเป็นคนนำ 

นี่ทำให้โม่อวี่โหรวภูมิใจอยู่ไม่น้อย... 

หลังจากเซตถ่ายภาพชุดสุดท้ายเสร็จสิ้นลง ช่างภาพทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะปรบมือให้ฝีมือที่น่าอัศจรรย์ของถังหนิง โม่อวี่โหรวทำท่าทางเหมือนตัวเองเป็นซูเปอร์โมเดลขณะยืนอยู่ด้านหน้าของถังหนิงพลางรับเสียงเชียร์จากทุกๆ คน ท้ายที่สุด โม่อวี่โหรวก็ออกจากสตูดิโอไปก่อน ซึ่งทำให้ช่างภาพมีโอกาสเข้าไปคุยกับถังหนิง “นางแบบคนนั้นน่ารำคาญสุดๆ ไปเลย แต่...ผมจะไม่พูดออกมาตรงๆ หรอกครับ เมื่อปกนิตยสารฉบับใหม่แพร่ออกไปและทุกคนเห็นการเปรียบเทียบระหว่างคุณสองคน เธอจะรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าเลยล่ะ มีคนอีกมากที่พร้อมจะช่วยคุณสั่งสอนบทเรียนเธอ” 

ช่างภาพคนนี้อยู่ในวงการนี้มานาน เหตุการณ์แบบนี้เป็นเรื่องปกติสำหรับเขา 

“ขอบคุณมากค่ะ” ถังหนิงยิ้ม 

“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณหรอกครับ คุณเป็นนางแบบที่มีความสามารถที่สุดที่ผมเคยทำงานด้วย ผมปฏิเสธไม่ได้หรอกครับว่าคุณเก่งพอๆ กับนางแบบชาวตะวันตกเลยล่ะ” ช่างภาพยกนิ้วโป้งให้เธอ “นิตยสารรายสัปดาห์นี้จะวางขายวันพุธหน้า รอดูเลยครับ...คุณต้องจุดประกายเทรนด์ตะวันออกได้อย่างแน่นอน” 

“นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันควบคุมได้หรอกค่ะ สิ่งที่ฉันทำได้คือทำให้ดีที่สุด” ถังหนิงรู้สึกว่าวงการนี้ไม่ได้ขาดแคลนคนที่ทำงานอย่างหนัก มีศิลปินอีกมากมายที่มีทักษะความสามารถ แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไปได้แค่ครึ่งทาง นอกเหนือจากการทำงานหนักแล้ว โชคก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน 

เมื่อกลับมายังห้องนั่งคอย โม่อวี่โหรวก็กระโดดเข้าใส่อ้อมกอดหันอวี่ฝานพลางเล่าว่าเธอได้รับการชื่นชมอย่างไร หลังจากได้ยินเช่นนั้น หันอวี่ฝานก็คล้องแขนรอบเอวเธอ เขารู้ว่าเธอจะประสบความสำเร็จ แต่เขาไม่ได้คิดเลยว่าเสียงปรบมือเหล่านั้นไม่ใช่ของโม่อวี่โหรว 

ในตอนนั้นเอง ถังหนิงก็กลับมาถึงห้องพอดี ทันทีที่เห็นเธอ สตาฟที่กำลังเก็บข้าวของในสตูดิโอก็ยกนิ้วโป้งให้เธอ “คุณเป็นนางแบบที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นเลยครับ” 

โม่อวี่โหรวไม่เข้าใจสิ่งที่สตาฟคนนั้นพูดเพราะภาษาอังกฤษของเธอไม่ดีนัก แต่... 

หันอวี่ฝานเข้าใจว่าสตาฟคนนั้นกำลังชมถังหนิง 

ที่สำคัญที่สุด สตาฟคนนั้นรู้ดีว่าโม่อวี่โหรวฟังภาษาอังกฤษไม่ออก เขาจึงคิดว่าหันอวี่ฝานไม่เข้าใจเช่นกัน เขามองไปที่โม่อวี่โหรวด้วยท่าทางรังเกียจแบบสุดๆ และพูดว่า “ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเพื่อนร่วมงานของคุณ เรียกเธอว่านางแบบยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เธอไม่มีความเป็นมืออาชีพเลย แต่คิดว่าตัวเองมีความสามารถสูงมาก แค่ฟังภาษาอังกฤษไม่ออกก็แย่แล้วนะครับ แต่ดันคิดว่าพวกเรากำลังชมเธออีก ผมว่าเธอไม่ปกติแล้วล่ะ” 

เมื่อพูดจบ สตาฟคนนั้นก็จากไป ถังหนิงหันหลังกลับมามองท่าทางของหันอวี่ฝานพลางยิ้มมุมปากบางๆ 

“อวี่โหรว คุณแน่ใจนะว่าสตาฟพวกนั้นชมคุณน่ะ”  

“อวี่ฝานคะ คุณไม่เชื่อฉันหรือไง” โม่อวี่โหรวพยักหน้าอย่างแน่ใจ “ที่ฉันพูดทั้งหมดเป็นความจริงค่ะ ถ้าคุณไม่เชื่อ คุณก็ไปถามช่างภาพได้เลย อวี่ฝาน ศรัทธาในตัวฉันหน่อยสิ ครั้งนี้ ฉันนี่แหละจะเป็นคนปลุกชีพนิตยสารซีเคร็ต...” 

หันอวี่ฝานจ้องไปที่แผ่นหลังของถังหนิง ใจเขาไม่สามารถหยุดคิดสิ่งที่สตาฟคนนั้นพูดได้เลย เขารู้สึกไม่สบายใจ แต่ปกนิตยสารก็ถ่ายไปแล้ว ถึงโม่อวี่โหรวจะไม่โดดเด่นกว่าถังหนิง แต่เธอก็ได้ขึ้นปกนิตยสารต่างประเทศซึ่งก็ยังมีประโยชน์กับการชิงรางวัลท็อปเทนโมเดลอยู่ดี 

เดิมที การถกเถียงเรื่องนิตยสารวันนี้จบลงแล้ว แต่หลงเจี่ยเดินเข้ามาในห้องและพูดกับถังหนิงอย่างปลาบปลื้มและตื่นเต้นว่า “คุณถังหนิงคะ รู้ไหมคะว่าฉันไปได้ยินอะไรมา ช่างภาพเล่าว่าตอนที่ถ่ายภาพเดี่ยว โม่อวี่โหรวดูเหมือน...ดาวยั่วเลยค่ะ” 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น โม่อวี่โหรวก็สลัดอ้อมกอดของหันอวี่ฝานออกและเดินไปหาหลงเจี่ยพร้อมยกมือขึ้นจะตบเธอ โชคดีที่ถังหนิงไวมากพอที่จะดึงให้หลงเจี่ยหลบแล้วคว้าข้อมือของโม่อวี่โหรวไว้ “เธอคิดว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่” 

“ถ้าเก่งนัก ก็บอกให้มันพูดเหมือนเมื่อกี้อีกทีสิ” โม่อวี่โหรวพูดขู่พลางสลัดมือเธอออกจากมือของถังหนิงก่อนจะชี้หน้าหลงเจี่ยพลางยิ้มเย้ย “ถังหนิง อย่ามาเป็นขี้แพ้ชวนตีหน่อยเลย ฉันรู้ว่าแกไม่พอใจกับการยืนอยู่ข้างหลังวันนี้ แต่ก็ช่วยไม่ได้นี่เพราะแกใส่สีดำ!” 

“ไม่ใช่เพราะว่าคุณแย่งอีกชุดไปหรอกหรือคะ” หลงเจี่ยสลับที่กับถังหนิงอย่างรวดเร็วเพื่อก้าวมาปกป้องเธอ “โม่อวี่โหรว ฉันจะไม่มาเสียเวลากับคุณอีกหรอกนะคะ ไม่ว่าทีมถ่ายภาพจะประทับใจกับคุณหรือไม่ คุณจะรู้เองวันพุธหน้าค่ะ” 

“ดี! และเมื่อวันนั้นมาถึง แกก็จะรู้เองว่าสื่อจะเข้าข้างใคร!” พูดจบโม่อวี่โหรวก็ใช้มือกวาดทุกสิ่งที่อยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งลงกับพื้น กระจกตกลงแตก ชิ้นกระจกเล็กๆ กระเด็นไปบาดขาทั้งสองข้างของถังหนิงจนเป็นแผลเล็กน้อย 

เห็นดังนั้นหลงเจี่ยก็ระเบิดปะทุ “โม่อวี่โหรว คุณทำอะไรลงไปน่ะ คุณทำขาของถังหนิงเป็นแผลแล้วนะ รู้ไหมว่าขาคู่นี้มีมูลค่าเท่าไร ขอโทษเดี๋ยวนี้เลยนะ!” 

“ขอโทษเหรอ” โม่อวี่โหรวมองหลงเจี่ยเหมือนหลงเจี่ยพูดเรื่องตลกออกมา “ฝันไปเถอะ” 

“แก...” 

“หลงเจี่ย...” ถังหนิงรั้งหลงเจี่ยไว้ “โทรหาบริษัทประกันของฉันและบอกให้พวกเขามารวบรวมหลักฐาน ไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอก เพราะฉันมีประกัน ยังไงก็ตาม...บริษัทประกันคงไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ ฉันแน่ใจว่าพวกเขาจะฟ้องคนที่ทำให้ฉันบาดเจ็บแน่นอน” 

เมื่อได้ยินถังหนิงพูด หันอวี่ฝานก็ตัวซีดทันที “คุณหมายความว่ายังไง” 

“ฉันหมายความว่า...ขาของฉันมีประกันชั้นสูงที่แพงมากๆ คุ้มครองอยู่ ถ้าโม่อวี่โหรวไม่ขอโทษ ฉันก็จะให้บริษัทประกันจัดการเรื่องนี้เอง...” 

“ถังหนิง ผมไม่คิดเลยนะว่าคุณจะใจดำขนาดนี้” หันอวี่ฝานกล่าว “มันเป็นแค่อุบัติเหตุ...” 

เมื่อได้ยินเขาพูดว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ถังหนิงก็หันกลับมาพร้อมหยิบขวดน้ำยาเช็ดเครื่องสำอางจากบนโต๊ะมาเหวี่ยงลงพื้นข้างหน้าโม่อวี่โหรว และเช่นเดียวกัน ขาของโม่อวี่โหรวมีรอยบาดเล็กๆ ทันที “งั้นนี่ก็เป็นอุบัติเหตุเหมือนกัน มือฉันลื่นน่ะ...” 

“เธอ...” 

ถังหนิงเห็นท่าทางโกรธเกรี้ยวของหันอวี่ฝาน ทว่ายังสงบนิ่งเหมือนเดิม “คุณจะโกรธเพราะความผิดพลาดที่ไม่ตั้งใจของฉันหรือคะ ถ้าเป็นแบบนั้น คุณจะไม่ยิ่งใจดำกว่าฉันอีกเหรอ” 

“ถังหนิง มาพนันกันดีกว่า นิตยสารจะออกวันพุธหน้า ถ้าเสียงสนับสนุนฉันมีมากกว่าเธอ เธอจะถอนตัวไปจากวงการนางแบบและไม่กลับเข้ามาอีก” 

โม่อวี่โหรวประกาศสงครามกับถังหนิงอย่างหุนหันพลันแล่นขณะที่ถังหนิงเพียงยิ้มบางๆ ตอบ “เธอคิดว่าเธอเป็นใครกัน เธออยากให้ฉันออกจากวงการนางแบบเพราะเธอเนี่ยนะ เธอประเมินตัวเองสูงเกินไปจริงๆ...”  

ทันทีที่พูดจบ ถังหนิงก็ออกจากห้องไปพร้อมหลงเจี่ย ขณะที่กำลังจะจากไป พวกเขาก็ได้ยินโม่อวี่โหรวกรีดร้องด้วยความหงุดหงิด 

“คุณถังหนิง ฉันขอโทษค่ะ วันนี้ฉันมองสถานการณ์ไม่ออกเลย” หลงเจี่ยขอโทษถังหนิง 

“ไม่เป็นไรหรอก ถึงจะไม่ใช่เพราะเธอ...โม่อวี่โหรวก็จะหาทางก่อปัญหาให้ฉันอยู่แล้ว” ถังหนิงตอบด้วยท่าทีที่ต่างออกไป “ไว้เรามาดูกันวันพุธหน้าเถอะ...” 

มารอดูกันดีกว่าว่าโม่อวี่โหรวจะหงอยเป็นไก่ป่วยขนาดไหน... 

ความคิดเห็น