facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

นางแบบสาวผู้ช้ำรักเพราะวิวาห์ล่ม โชคชะตาพัดพาให้มาพบกับการแต่งงานใหม่สายฟ้าแลบ จนชีวิตนางแบบของเธอเปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึง...

ตอนที่ 47 นิตยสารที่มีคนสองคน

ชื่อตอน : ตอนที่ 47 นิตยสารที่มีคนสองคน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 14k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ธ.ค. 2562 15:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 47 นิตยสารที่มีคนสองคน
แบบอักษร

หลังจากการถ่ายภาพเดี่ยวเสร็จสิ้นลง ถังหนิงก็ก้าวออกจากสตูดิโอเพื่อให้พนักงานเซตฉากใหม่ เธอเองก็ต้องเปลี่ยนชุดใหม่เช่นกัน ทว่าเมื่อเธอกลับมาถึงห้องนั่งคอย ผู้ช่วยของโม่อวี่โหรวก็กำลังยืนเฝ้าประตูพลางมองเธอด้วยสายตายียวน 

“ท่านประธานหันอยู่ด้านใน คุณคงต้องรอสักครู่นะครับ” 

ถังหนิงชำเลืองมองผู้ช่วยของโม่อวี่โหรวอย่างสงบนิ่งก่อนจะผลักเขาออกไปข้างๆ และเปิดประตู 

ภายในห้องนั่งคอย โม่อวี่โหรวกำลังนั่งอยู่บนตักของหันอวี่ฝาน ทั้งคู่กำลังดื่มด่ำช่วงเวลาหวานซึ้งกันอยู่ ฉากตรงหน้าของถังหนิงเหมือนกับคืนที่เธอพบว่าทั้งคู่กำลังเล่นชู้กันลับหลังเธอ แสดงท่าทีเย้าแหย่และไม่แยแสต่อคนรอบข้างราวกับตัวเองชนะเกมนี้แล้ว 

เมื่อได้เห็นทั้งคู่ ถังหนิงไม่ได้โกรธหรือเจ็บปวดเหมือนตอนที่เธอเพิ่งรู้เรื่องระหว่างสองคนนี้ครั้งแรก เธอกลับมองคนทั้งสองด้วยสายตาล้อเลียนและขำขัน 

โม่อวี่โหรวไม่คิดว่าถังหนิงจะเข้ามาในห้องรวดเร็วเช่นนั้น เมื่อเธอเห็นถังหนิงทำตัวปกติ เธอก็ไม่สามารถทำสิ่งที่กำลังทำอยู่ต่อไปได้ 

เมื่อเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด หันอวี่ฝานก็ดันโม่อวี่โหรวออกจากตักเขา “ไปต่อกันที่โรงแรมคืนนี้ดีกว่านะ” 

“ฉันรักคุณค่ะอวี่ฝาน” โม่อวี่โหรวใช้โอกาสสารภาพรักเขาอย่างภาคภูมิใจ อย่างไรเสียเธอก็ขโมยสิ่งที่ดีที่สุดของถังหนิงได้แล้ว และนั่นคือหันอวี่ฝาน...เธอคิดแบบนั้น 

“ผมก็รักคุณเหมือนกันที่รัก” หลังจากทำให้ผู้หญิงในอ้อมแขนของเขามั่นใจแล้ว หันอวี่ฝานก็ยืนขึ้นและเตือนถังหนิง “คุณทั้งคู่กำลังจะได้ถ่ายแบบร่วมกันอีกสักพักนี้แล้ว อย่าลืมร่วมมือกับอวี่โหรวล่ะ คุณก็ด้วยนะอวี่โหรว อย่าสร้างปัญหาให้กัน เราจะไม่ทำเรื่องขายหน้าเพิ่มอีก เข้าใจไหม” 

“อวี่ฝาน ตอนนี้คุณยังไม่เข้าใจถังหนิงอีกเหรอ ไม่ใช่ว่าจุดประสงค์ที่หล่อนมาถ่ายแบบครั้งนี้ก็เพื่อก่อปัญหาให้เราหรอกเหรอ อย่ากังวลไปเลยค่ะ ฉันจะคอยจับตาดูเธอไว้” 

ถังหนิงเงียบตลอดบทสนาของพวกเขา และหันมาขอให้ช่างแต่งหน้าและสไตล์ลิตส์เริ่มงานของพวกเขาต่อด้วยภาษาอังกฤษที่คล่องแคล่วของเธอ หันอวี่ฝานจากไปด้วยใบหน้าโกรธเคือง เมื่อเขาเดินสวนกับพนักงานในกอง ก็ถือโอกาสถามพวกเขาว่าการถ่ายแบบของโม่อวี่โหรวเป็นอย่างไรบ้าง 

พวกเขาทุกคนต่างตอบว่า “ก็ไม่แย่” “อีกหน่อยเธอไปได้ดีแน่” “เยี่ยมมาก” และ “เธอดังแน่นอน” แต่ทว่าเมื่อเขาถามถึงถังหนิง ทุกคนกลับยิ้มอย่างเป็นนัยและไม่พูดอะไร 

เพราะถังหนิงนั้นสมบูรณ์แบบมากจนพวกเขาไม่รู้จะอธิบายอย่างไร แต่ในความคิดของหันอวี่ฝาน เขาเข้าใจว่าโม่อวี่โหรวน่าจะต้องสร้างความประทับใจที่มากกว่าไว้แน่ๆ 

ขณะที่การถ่ายภาพคู่กำลังจะเริ่มขึ้น สไตล์ลิตส์ก็เตรียมชุดสีขาวและสีดำอย่างละหนึ่งชุดไว้ให้ทั้งสอง แผนของนิตยสารคือทำให้พวกเขาทั้งคู่ดูเหมือนพี่สาวและน้องสาว เดิมทีท่าทางยียวนของโม่อวี่โหรวเหมาะกับสีดำมากกว่า และท่าทางสุภาพอ่อนโยนของถังหนิงเหมาะกับสีขาวมากกว่า แต่เพราะว่าสีขาวนั้นเตะตามากกว่า โม่อวี่โหรวจึงรีบไปคว้าชุดสีขาวมาให้ตัวเองทันที 

“นี่มัน...” นักออกแบบเสื้อผ้าตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากทันที 

“ให้เขาใส่ชุดนั้นไปเถอะค่ะ” ถังหนิงตอบตาไม่กะพริบ “ตราบใดที่คุณโม่เขาแน่ใจว่าจะไม่มาเสียใจทีหลัง!” 

แต่หลงเจี่ยไม่ยอมรับสถานการณ์เช่นนี้ เธอยืนอยู่ข้างหลังถังหนิงพลางโยนระเบิดทางวาจาใส่โม่อวี่โหรว “คุณนี่เสพติดการแย่งสิ่งของจากคนอื่นเหรอคะ” 

“ถังหนิงก็เห็นด้วยกับฉันแล้วนี่ เป็นแค่ผู้ช่วยแล้วมีสิทธิ์อะไรมาแย้งล่ะจ๊ะ” โม่อวี่โหรวหยิบชุดสีขาวขึ้นมาอย่างภูมิใจ 

หลงเจี่ยแอบกระทืบเท้าของเธอเบาๆ ถังหนิงหันกลับมาพูดกับหลงเจี่ยว่า “ชุดนั้นก็เหมาะกับเขาจริงๆ นั่นแหละ” 

เมื่อได้ยินดังนั้น หลงเจี่ยก็เข้าใจทันที ไม่มีทางที่ถังหนิงจะยกชุดของเธอให้คนอื่นเฉยๆ แน่นอน หลงเจี่ยจึงสงบลง 

เมื่อเป็นเช่นนั้น นางแบบทั้งสองจึงสลับชุดกันใส่ ที่จริงแล้วทั้งสองชุดรายละเอียดไม่ต่างกันมากนักเพราะทั้งคู่เป็นชุดกี่เพ้า หลังจากโม่อวี่โหรวสวมชุดกี่เพ้าสีขาวแล้ว มันช่วยขับให้เธอดูสดใสมีชีวิตชีวา รู้สึกสดชื่นเมื่อพบเห็น การเย็บปักถักร้อยบนชุดกี่เพ้าทำให้เธอดูราวกับเป็นเทพธิดา ชุดเข้ากับเธอได้ดีทีเดียว 

โม่อวี่โหรวไม่ได้โง่ เธอรู้ดีว่าสีโทนสว่างนั้นจับสายตาคนดูได้มากกว่า นั่นเป็นเหตุผลที่เธอเลือกสีขาว ใครอยากจะใส่สีที่ไม่มีชีวิตชีวาแบบสีดำกันล่ะ แต่คิดอีกแบบ บุคลิกหม่นๆ ของถังหนิงก็เข้ากันได้ดีกับสีดำเหมือนกัน โม่อวี่โหรวอดหัวเราะเยาะถังหนิงไม่ได้ 

“สีดำก็เข้ากับเธอดีนี่” 

ตัดสินจากสถานการณ์ตรงหน้า หากถังหนิงสวมชุดสีดำ มันก็ไม่ต่างจากการเป็นฉากหลังให้เธออย่างไรอย่างนั้น โม่อวี่โหรวฝันกลางวันอย่างมีความสุข 

ถังหนิงยิ้มและเอ่ยชมกลับ “สีขาวก็เหมาะกับเธอเหมือนกัน” 

“การถ่ายแบบจะเริ่มขึ้นแล้วครับ รบกวนนางแบบทั้งสองท่านเตรียมตัวให้พร้อมด้วยครับ” ผู้ช่วยช่างภาพเรียกทั้งคู่จากหน้าประตู 

โม่อวี่โหรวเหลือบมองถังหนิงอย่างรวดเร็ว หัวใจของเธอเต้นระรัวเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ถ่ายแบบคู่กับถังหนิง โอกาสแสดงความสามารถของเธอที่ในที่สุดก็มาถึง เธอจะทำให้ทุกคนได้รู้ว่าถังหนิงเป็นเพียงนางแบบตกยุคที่เทียบเคียงเธอไม่ได้ไม่ว่าทางใด 

นางแบบทั้งสองเดินตามกันติดๆ เข้าไปยังสตูดิโอ ครั้งนี้ฉากหลังถูกเปลี่ยนเป็นถนนสมัยใหม่ที่ให้ความรู้สึกเศร้าโศก 

ช่างภาพหนุ่มมองถังหนิงและโม่อวี่โหรวก้าวเข้าไปยังฉาก ฉับพลันความคิดก็แล่นเข้ามาในหัวของเขาว่า ไม่เพียงแต่ถังหนิงจะมีพื้นฐานการเป็นนางแบบที่ดีกว่า เขายังสังเกตเห็นได้ถึงองศาที่ถังหนิงเลือกเพื่อให้เข้ากับไฟในฉาก เธอยังเข้าใจการใช้องค์ประกอบของสีอีกด้วย 

ทำไมช่างภาพถึงคิดเช่นนั้นน่ะหรือ ก็เพราะว่าฉากหลังของพวกเขาทั้งสองมีความเก่าและเศร้าในคราวเดียวกัน แต่ทว่าท้องฟ้าเป็นสีขาว หากลองจินตนาการการวางวัตถุสีขาวลงบนกระดาษที่ว่างเปล่าแล้ว ก็จะพบว่าวัตถุนั้นกลืนไปกับกระดาษ ในทางตรงกันข้าม อะไรจะเกิดขึ้นหากวางวัตถุสีดำลงไป 

ไม่ว่าวัตถุนั้นจะเล็กสักแค่ไหน มันก็จะดึงดูดความสนใจผู้ที่พบเห็นก่อนเป็นอันดับแรก 

เพื่อให้แน่ใจว่าเขาคิดถูก ช่างภาพจึงหันไปถามผู้ช่วยของเขาว่า “ถังหนิงเห็นตอนเราเปลี่ยนพื้นหลังฉากหรือเปล่า” 

“ผมว่าเธอน่าจะเห็นแค่ตอนเรายกฉากเข้ามาครับ...” ผู้ช่วยตอบ 

จริงๆ ด้วยสินะ... 

ถังหนิงเป็นมืออาชีพและเข้าใจว่าจะฉกฉวยผลประโยชน์จากสถานการณ์อย่างไร ถ้านางแบบอย่างเธอไม่ดังละก็ โลกนี้คงจะมีอะไรผิดเพี้ยนไปแล้วอย่างแน่นอน 

ช่างภาพประทับใจในตัวถังหนิงขึ้นไปอีก 

ในทางตรงกันข้าม สิ่งเดียวที่โม่อวี่โหรวคิดว่าทำได้คือเล่นไปตามน้ำ เธอรู้เพียงแต่ว่าต้องยืนอยู่ข้างหน้าถังหนิงเพราะการยืนอยู่ข้างหน้าจะทำให้เธอโดดเด่นขึ้นไปอีก... 

“มาเถอะครับ เตรียมพร้อมกันดีกว่า...เราต้องเริ่มกันแล้วครับ การถ่ายภาพเซตแรกจะเป็นภาพของคุณโม่ที่อยู่ฉากหน้าและจับมือคุณถังหนิงไว้ ส่วนคุณถังหนิงจะเหมือนกำลังเดินตามมาครับ ผมอยากให้คุณทั้งคู่แสดงท่าทางตื่นเต้นให้เหมือนกับนี่เป็นครั้งแรกที่พวกคุณออกมาเดินบนถนนแบบนี้”  

เมื่อได้ยินว่าจะได้อยู่ฉากหน้า โม่อวี่โหรวก็แสยะยิ้มกับตัวเอง ชุดสีขาวนี่เป็นตัวเลือกที่ดีจริงๆ ด้วยสินะ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอจะมีชื่อเสียงจากการถ่ายปกนิตยสารนี้ ท่าทีหยิ่งยโสของเธอเพิ่มขึ้นทันที เธอหันกลับไปจับมือถังหนิงอย่างไม่เต็มใจและโพสท่าเหมือนเธอกังวลที่จะเดินไปข้างหน้า... 

ส่วนถังหนิงโพสท่าไหนอย่างนั้นหรือ เธอเพียงจ้องมองไปยังคนขายของตัวเล็กๆ บนถนนในฉาก แม่ค้าคนนั้นกำลังขายผ้าสวยๆ จำนวนมากอยู่ ถังหนิงดูตื่นเต้นกับสิ่งนั้นมาก ถ้ามองไปที่เธอจะรู้เลยว่าเธออยากจะหยุดยืนดูอยู่ตรงนั้นและไม่อยากเดินไปข้างหน้าต่อมากแค่ไหน ในขณะเดียวกันเธอก็หันส่วนเว้าด้านข้างของเธอพลางดึงโม่อวี่โหรวกลับมายังฉากนั้น 

แต่เพราะท่าทางของถังหนิงนั้นแจ่มชัดมาก...ความสนใจจึงไปรวมอยู่ที่เธอ... 

จึงทำให้... 

...โม่อวี่โหรว... 

...กลายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของฉากทันที... 

ความคิดเห็น