facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

นางแบบสาวผู้ช้ำรักเพราะวิวาห์ล่ม โชคชะตาพัดพาให้มาพบกับการแต่งงานใหม่สายฟ้าแลบ จนชีวิตนางแบบของเธอเปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึง...

ตอนที่ 44 สู้ด้วยวิธีเหนือความคาดหมาย

ชื่อตอน : ตอนที่ 44 สู้ด้วยวิธีเหนือความคาดหมาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.5k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ธ.ค. 2562 15:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 44 สู้ด้วยวิธีเหนือความคาดหมาย
แบบอักษร

'โม่อวี่โหรวปะทะถังหนิง' 'เทพธิดาสุดแซ่บพร้อมฉะกับนางแบบตกยุค' 'ถังหนิงและโม่อวี่โหรววัดกันในเฟรมเดียวกัน' ทั้งหมดนี้คือพาดหัวข่าวที่กำลังมาแรงที่สุดที่หลงเจี่ยเจอบนโลกออนไลน์ในเช้าของวันถ่ายปก พวกเขารู้ว่ามันคือความพยายามของหันรั่วเสวี่ยที่จะดันหลังโม่อวี่โหรว โลกอินเทอร์เน็ตก็แบบนี้ เมื่อวานทุกคนยังพูดว่าโม่อวี่โหรวเป็นชู้อย่างโน้นอย่างนี้ แต่วันนี้ หญิงร้ายคนนั้นกลับกลายเป็นเทพธิดา กลายเป็นนางแบบที่แสนเพอร์เฟกต์ในสายตาทุกคน นี่แหละวงการบันเทิงที่คุณไม่มีทางรู้เลยว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับใครบ้าง 

แต่แน่นอนว่า เทียนอี้ลงทุนไปมหาศาลกับโม่อวี่โหรว 

ก่อนที่กองถ่ายนิตยสารจะเริ่ม งานทีมของโม่อวี่โหรวก็มาถึงทางเข้าสำนักงานใหญ่ของซีเคร็ตแล้ว  

“เพื่อโม่อวี่โหรว เจ้างั่งนั่นก็เทจนหมดหน้าตักเลย ฉันได้ยินว่าจะมีการสัมภาษณ์นางแบบก่อนเริ่มถ่ายด้วยค่ะ” หลงเจี่ยไล่ดูภาพบนอินเทอร์เน็ตอย่างไม่มีความสุขพลางพูดอย่างกังวล “คุณถังหนิงจะไม่ทำอะไรเลยจริงๆ เหรอคะ ดูโม่อวี่โหรวสิคะ วันหนึ่งมีข่าวออกมาตั้งสามรอบ คุยกับแฟนคลับอยู่เรื่อยๆ แล้วยังมีทีมคอยช่วยเหลืออีก ตอนนี้หล่อนไม่ต่างกับซูเปอร์สตาร์ระดับนานาชาติเลยนะคะ” 

“ตอนนี้หล่อนเด่นกว่าซูเปอร์โมเดลระดับนานาชาติหลายๆ คนซะอีก ไม่แปลกหรอกที่ทุกคนจะทำเหมือนว่าหล่อนเป็นซูเปอร์สตาร์” ถังหนิงนั่งพลิกหน้านิตรยาสารซีเคร็ตฉบับก่อนๆ อยู่บนรถ “วันนี้เธอสองคนต้องเรียนรู้ที่จะชื่นชมคนอื่นๆ และพัฒนามารยาทของตัวเองนะ” 

“มีอะไรให้ชมที่ไหนกันล่ะคะ!” หลงเจี่ยไม่เข้าใจว่าถังหนิงคิดอะไรอยู่ในใจ ขณะเดียวกัน หลินเวยก็เข้าใจถังหนิงทันทีจึงหันไปเตือนหลงเจี่ย “เธอลืมไปแล้วเหรอว่าเมื่อคืนคุณถังหนิงพูดว่าอะไร” 

หลงเจี่ยคิดอยู่สักครู่ก่อนจะจำได้ “อ๋อ ใช่ ให้ความมั่นใจเกินตัวของหล่อนย้อนมาทำร้ายหล่อนเอง” 

นี่เป็นกลวิธีทั่วไปที่ใช้ในวงการนี้ ผู้จัดการมากมายใช้วิธีนี้สั่งสอนบทเรียนให้กับศิลปินของตัวเอง โดยเฉพาะกับพวกที่ทะนงตนเมื่อเริ่มโด่งดังขึ้น ผู้จัดการจะดันให้ศิลปินนั้นๆ ขึ้นไปสู่จุดสุดยอด ให้พวกเขาและคนอื่นๆ คิดว่าพวกเขาอยู่จุดสูงสุดของโลกแล้ว จากนั้นก็กระชากลงมาจากคอนเพื่อให้ตระหนักว่าพวกเขาเป็นเพียงเศษฝุ่นบนโลกใบนี้ เล็กจ้อยเหมือนกับมดตัวเดียว 

ถ้าโม่อวี่โหรวอยากจะขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของโลกมากนัก พวกเขาก็จะปล่อยให้เธอได้ตามต้องการ หันรั่วเสวี่ยสร้างศัตรูมากมายไว้ให้เธอไปเรียบร้อยแล้ว 

แน่นอนว่าทุกอย่างที่หันรั่วเสวี่ยทำก็เพียงแค่ทำให้โม่อวี่โหรวเชื่อว่าตัวเองไม่มีทางเลือกนอกจากจะพึ่งเทียนอี้ มันเป็นสัญญาณเตือนว่าเมื่อเธอมีชื่อเสียงจริงๆ แล้ว เธอก็หมดสิทธิ์จะเปลี่ยนบริษัทอยู่ 

“หันรั่วเสวี่ยทุ่มเททุกอย่างเพื่อโม่อวี่โหรวก็จริง แต่น่าเสียดายที่ความสามารถของโม่อวี่โหรวไม่เพียงพอที่จะสานต่อความทะเยอทะยานของเธอได้” 

“หันรั่วเสวี่ยจะยังหนุนหลังโม่อวี่โหรวต่อหรือเปล่าก็ต้องมารอดูกันหลังจากถ่ายเซ็ตนี้เสร็จละนะ” ถังหนิงสงบนิ่งเหมือนเช่นเคย นี่เป็นท่าทีปกติของเธอเมื่อใดก็ตามที่เธอไม่ได้อยู่ใกล้โม่ถิง ไม่มีใครรู้เลยว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ รอยยิ้มของเธอเป็นเพียงหน้ากากที่เธอสวมเพื่อต่อสู้กับความจอมปลอมทั้งหลายบนโลกใบนี้ 

หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็มาถึงสำนักงานใหญ่ของซีเคร็ต ถังหนิงถูกนำทางไปยังห้องนั่งคอยที่ถูกจัดไว้โดยทีมของนิตยสาร และแน่นอนว่านี่คือห้องที่เธอต้องใช้ร่วมกันกับโม่อวี่โหรว 

แฟชั่นสไตล์ลิสต์ของซีเคร็ตวัดตัวของถังหนิงอย่างรวดเร็วพลางเอ่ยชมขาที่งดงามของถังหนิง หลังจากนั้นเธอก็ได้ยื่นกี่เพ้าให้ถังหนิง “ดูจากบุคลิกของคุณแล้ว ฉันคิดว่าคุณเหมาะกับสีสว่างมากกว่าค่ะ” 

ถังหนิงยิ้ม ไม่โต้แย้งคำแนะนำของสไตล์ลิสต์คนนั้น 

อาจเป็นเพราะพวกเขามีอาชีพที่ต่างกัน ความคิดจึงไม่เหมือนกัน แต่หลงเจี่ยอดเข้ามาแทรกไม่ได้ “คุณถังหนิงของพวกเราสวมชุดอะไรก็สวยค่ะ เธอไม่เรื่องมากหรอก” 

ในขณะเดียวกัน โม่อวี่โหรวก็เข้ามาในห้องพร้อมด้วยผู้ช่วยของเธอ ทันทีที่เห็นถังหนิงนั่งอยู่หน้ากระจก เธอก็พุ่งตัวไปหาถังหนิงอย่างเกรี้ยวกราด ใบหน้าเธอเปี่ยมไปด้วยความภูมิใจขณะคว้าลิปสติกจากมือของถังหนิงแล้วพูดว่า “คงจะเป็นเพราะว่าเธอเคยเป็นตัวสำรองที่เลือกเสื้อผ้าไม่ได้มาก่อน ก็เลยลืมไปแล้วว่าจะต้องเลือกยังไงมากกว่าละมั้ง” 

พูดจบโม่อวี่โหรวก็เดินทอดน่องตรงไปยังราวแขวนเสื้อ ชี้ไปที่ชุดสองสามชุดแล้วบอกดีไซเนอร์ว่า “ฉันอยากลองหมดนี่เลย” 

จริงๆ แล้วโม่อวี่โหรวเลือกเสื้อผ้าเก่งมากเพราะเธอรู้ว่าอะไรเหมาะกับร่างกายของเธอ 

แต่ทว่าถังหนิงเลือกเสื้อผ้าไม่เป็นก็เพราะ...เธอรู้สึกว่าเธอควรใส่เสื้อผ้าทุกชุดเหมาะ และนั่นคือสิ่งที่เธอจะแสดงให้ทุกคนเห็น แฟชั่นโชว์ในโลกนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับนางแบบคนเดียวและมันเป็นเรื่องปกติมากที่โชว์จะไม่มีเวลามาเช็กว่าชุดเหมาะกับนางแบบหรือไม่ก่อนที่โชว์จะเริ่ม... 

ดังนั้นไม่ว่าจะต้องใส่อะไร นางแบบก็ต้องนำเสนอออกมาให้ดี...ไม่ว่าชุดจะเหมาะกับพวกเขาหรือไม่ก็ตาม 

เพราะเข้าใจถึงจุดนี้ ถังหนิงจึงมีวิธีเฉพาะของเธอที่จะโดดเด่นในชุดหลายๆ แบบ 

“คุณอวี่โหรวของเราไม่ใช่นางแบบตกกระป๋องนะครับ ด้วยอาชีพนี้แล้ว การสวมเสื้อผ้าเป็นเรื่องสำคัญมาก คุณทำเฉยเมยกับเรื่องนี้ได้ยังไง” ผู้ช่วยของโม่อวี่โหรวพูดเสริม 

“ไม่ว่าผู้หญิงจะใส่อะไร ก็เหมือนกับในนิทานเรื่อง ‘ฉลองพระองค์ชุดใหม่ของพระราชา[1]’ ในสายตาของผู้ชายน่ะ ไม่ว่าเธอจะใส่อะไร ก็เปลือยเหมือนกันหมดนั่นแหละ...จะเลือกเสื้อผ้าดีๆ ใส่ไปทำไมกัน” 

“แก...” 

“คุณอวี่โหรว อย่าโมโหเลยครับ มันไม่เป็นผลดีต่อร่างกายของคุณเลยนะครับ” ผู้ช่วยของโม่อวี่โหรวปลอบ “การสัมภาษณ์กำลังจะเริ่มแล้ว ไปเตรียมตัวกันดีกว่าครับ...” 

ถังหนิงหันกลับมาหาหลินเวยและหลงเจี่ยพลางกระซิบ “เราก็ต้องไปเหมือนกันนะ” 

การสัมภาษณ์จะมีขึ้นตอนเวลาเก้าโมงเช้า ตอนนี้เวลาแปดโมงสี่สิบ และก่อนที่ทีมกำลังจะเริ่มการถ่ายทอดสดนั้น หันอวี่ฝานก็ลากทั้งสองมาเตือนว่า “ในสถานการณ์แบบนี้ พวกคุณควรจะคิดก่อนพูดนะ ผมรู้ว่าพวกคุณรู้ว่าอะไรควรพูดหรือไม่ควรพูด โดยเฉพาะคุณ ถังหนิง ควบคุมตัวเองหน่อยเพราะนี่คือการถ่ายทอดสด ถ้าคุณเริ่มพูดเรื่องลบๆ ใดๆ ก็ตาม พวกเราจะไม่สามารถรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นได้ และผมก็ไม่คิดว่าคุณจะได้ประโยชน์อะไรถ้าเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา” 

“เรื่องการใช้เวทีร่วมกัน คุณทั้งคู่ควรเตรียมคำตอบให้ดีและโฟกัสเรื่องหน้าปกของนิตยสาร” 

“อย่ากังวลเลยค่ะอวี่ฝาน ฉันแค่ไม่แน่ใจว่าจะมีคนมีแรงจูงใจแย่ๆ หรือเปล่ามากกว่า” โม่อวี่โหรวกล่าวพลางคล้องแขนของเธอรอบแขนหันอวี่ฝาน 

“ฉันจะพยายามให้ดีที่สุดค่ะ” ถังหนิงตอบอย่างสงบนิ่ง แต่ด้วยเคยเห็นเหตุการณ์ที่ผ่านมา หันอวี่ฝานชักกลัวเล็กน้อยเมื่อเห็นความสงบนิ่งของถังหนิง...ยิ่งเธอเก็บซ่อนอารมณ์มากเท่าไร เธอก็ยิ่งมีแผนการซ่อนไว้มากเท่านั้น เขาอยากรู้จริงๆ ว่าในตอนนี้ถังหนิงกำลังคิดอะไรอยู่ 

“อวี่ฝานคะ เข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ...” โม่อวี่โหรวเขย่าแขนของเขา เธอทนไม่ได้ที่จะเห็นหันอวี่ฝานจ้องมองถังหนิงแบบนั้น 

หันอวี่ฝานมองถังหนิงเหมือนเป็นการเตือน ถ้าวันนนี้ถังหนิงทำตัวดี ในอนาคต...เมื่อโม่อวี่โหรวกลับมาดังอีกครั้ง เขาอาจจะพิจารณาให้โอกาสเธออีกครั้ง 

ทั้งสามเข้าไปยังห้องสัมภาษณ์ แต่มีเพียงโม่อวี่โหรวและถังหนิงเท่านั้นที่ได้นั่งด้านใน หันอวี่ฝานยืนเงียบๆ ท่ามกลางนักข่าวมากมาย ถ้าถังหนิงก่อเรื่อง เขาจะสามารถกระโดดเข้าไปควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที... 

ทว่าวันนี้ ถังหนิงไม่ได้จะเดินเกมแบบที่พวกเขาคาดไว้ 

 

------ 

[1] ฉลองพระองค์ชุดใหม่ของพระราชา (皇帝的新装) นิทานว่าด้วยเรื่องการหลอกลวงผู้อื่นโดยคิดว่าตนนั้นฉลาด แต่กลับไม่สามารถหลอกลวงเด็กไร้เดียงสาที่พบเห็นอะไรก็พูดออกไปอย่างใจจริงได้ 

ความคิดเห็น