facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

นางแบบสาวผู้ช้ำรักเพราะวิวาห์ล่ม โชคชะตาพัดพาให้มาพบกับการแต่งงานใหม่สายฟ้าแลบ จนชีวิตนางแบบของเธอเปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึง...

ตอนที่ 40 การต่อรองกับหันรั่วเสวี่ย

ชื่อตอน : ตอนที่ 40 การต่อรองกับหันรั่วเสวี่ย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.6k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ธ.ค. 2562 15:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 40 การต่อรองกับหันรั่วเสวี่ย
แบบอักษร

หันรั่วเสวี่ยหันมองไปยังทางเข้าห้องประชุม ในขณะเดียวกัน หันอวี่ฝานและโม่อวี่โหรวก็จ้องที่ประตูด้วยความโมโห คราวนี้ใครอีกล่ะที่ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของพวกเขา 

โม่อวี่โหรวรู้สึกเหมือนหัวใจเธอกำลังจะระเบิดด้วยความโกรธแค้น เดิมทีก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะกำจัดถังหนิง ใครจะคิดกันล่ะว่าเธอจะหนีเสือปะจระเข้แบบนี้ โม่อวี่โหรวรู้สึกแปลกใจที่มีคนอีกคนกำลังพยายามท้าทายพวกเขา 

บรรยากาศในห้องกดดันจนถึงขีดสุด ในตอนนั้นเองที่ประตูห้องประชุมถูกเปิดออก ร่างงามที่ทุกสายตาจับจ้องเดินเฉิดฉายเข้ามาภายในห้อง 

ถังหนิง! 

ถังหนิงจริงๆ ด้วย! 

นังถังหนิงอีกแล้ว! 

หันรั่วเสวี่ยกำหมัดแน่น เธอไม่เคยคิดเลยว่าถังหนิงจะสามารถทำให้มินากลับคำพูดได้ โม่อวี่โหรวและหันอวี่ฝานยืนขึ้นด้วยความตกใจอย่างพร้อมเพรียงกัน 

นี่มันเป็นไปไม่ได้ ถังหนิงถูกกำจัดไปแล้วนี่ เธอทำให้ซีเคร็ตเปลี่ยนใจได้อย่างไรกัน 

“หลังจากตัดสินใจอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทุกคนในซีเคร็ตก็ตกลงกันว่าจะใช้ถังหนิงเป็นนางแบบของเรา” มินาประกาศต่อหน้าทุกคนในห้องและมองไปที่ทั้งสองคนนั้นก่อนจะถามว่า “เท่าที่ฉันรู้ ถังหนิงก็เป็นนางแบบจากเทียนอี้นี่ แต่ทำไมฉันรู้สึกเหมือนพวกเธอไม่ดีใจเลย เป็นไปได้ไหมว่าถังหนิงไม่ใช่นางแบบในสังกัดของเธอน่ะ” 

“นังถังหนิง! แกใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรฮะ ทำไมแกต้องมาขโมยปกนิตยสารของฉันไปด้วย” โม่อวี่โหรวไม่สามารถกักเก็บความโกรธได้อีกต่อไปขณะถามถังหนิง 

“ปกนิตยสารของเธองั้นเหรอ” ใบหน้าของถังหนิงยังคงประดับด้วยรอยยิ้มที่ปกปิดความรู้สึกจริงๆ ของเธอ “เธอใช้ชื่อเสียงของฉันมาถึงต่างประเทศ แสร้งว่าเป็นการใช้เวทีร่วมกัน ใช้ฉันสร้างข่าวให้คนพูดกันเพื่อกลบกลิ่นข่าวฉาวๆ ของเธอ แล้วทันทีที่เราถึงอเมริกา เธอก็เขี่ยฉันทิ้งทันทีที่ฉันหมดประโยชน์ ป้ายสีฉันต่อหน้าลูกค้าแล้วยังปลอมพอร์ตของฉันอีก ทีนี้ไหนบอกฉันซิว่า ปกนี้เป็นของเธอยังไง” 

“ฉันก็แค่เอาของที่เป็นของฉันคืน แล้วก็ทวงความยุติธรรมที่ฉันควรได้รับเท่านั้นเอง” 

“เธอใช้คนอื่นมาเหยียบย่ำฉันเพื่อกอบโกยผลประโยช์ให้ตัวเอง ขณะที่ฉันใช้ความสามารถของตัวเองเพื่อให้ได้ปกนี้กลับมา ฉันไม่ได้ขโมยอะไรใครเลย... ฉันแค่ไม่ยอมให้คนอื่นมาข้ามหัวกันง่ายๆ เท่านั้นเอง” 

ทุกคำที่ออกมาจากปากถังหนิงชัดเจน รวบรัด และเปี่ยมด้วยอำนาจ ทำเอามินาผู้เคยเข้าใจเธอผิดมาก่อนมองเธออย่างชื่นชม 

ช่างเป็นบุคลิกที่แข็งแกร่งอะไรอย่างนี้! 

“ถังหนิง ผมเคยพูดมาก่อนแล้วว่านี่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากของโม่อวี่โหรว ทุกคนในเทียนอี้ควรจะช่วยให้เธอผ่านอุปสรรคนี้ไปได้” หันอวี่ฝานโจมตีถังหนิงด้วยคำพูดอย่างโกรธเกรี้ยว “คุณไม่เห็นแก่ตัวไม่ได้เลยหรือไง” 

“เหตุผลที่เธอต้องเจออุปสรรคอยู่ก็เพราะคุณนี่คะ ฉันเคยพูดแล้วว่าไม่ว่าคุณอยากจะซัปพอร์ตเธอมากแค่ไหน ฉันก็ไม่มีความเห็นแล้วก็ไม่สนใจด้วย แต่...ถ้าเธออยากจะก้าวหน้าด้วยการเหยียบฉันขึ้นไป ฉันก็จะทำให้เธอตกลงมาอย่างน่าสงสารเลยละค่ะ”  

“ถังหนิง มินาพูดว่า...ตราบใดที่คุณยอม อวี่โหรวก็ยังร่วมถ่ายปกนี้ได้อยู่ อวี่โหรวไม่มีเวลาเหลือมากนัก อีกไม่นานก็จะต้องเข้าชิงรางวัลท็อปเท็นโมลเดลแล้ว” 

“ทำไมฉันต้องยอมด้วยล่ะ ถ้าหล่อนลำบาก มันก็เป็นปัญหาของหล่อน ทำไมต้องมาเป็นภาระของฉันด้วยล่ะ มีกฎหมายข้อไหนบอกไว้หรือ” ถังหนิงถามด้วยน้ำเสียงขบขัน “พี่รั่วเสวี่ยช่วยเธอไม่ได้งั้นเหรอ ให้พี่เขาพาเธอไปหางานเอากับนิตยสารอื่นสิ...” 

“ถังหนิง ระวังคำพูดด้วย” หันรั่วเสวี่ยกระทืบเท้าด้วยความโกรธ 

มินาไม่อยากจะดูคนของเทียนอี้ทะเลาะกันต่อ จึงตบบ่าของถังหนิงเบาๆ และกล่าว “ถังหนิง ฉันจะไปรอข้างนอกนะ ตัดสินใจได้ยังไงก็บอกฉันภายในครึ่งชั่วโมง จะเป็นถ่ายเดี่ยวหรือถ่ายคู่กับโม่อวี่โหรว เธอตัดสินใจเลยจ้ะ” 

“ขอบคุณค่ะมินา” ถังหนิงพยักหน้า นี่เป็นจังหวะที่ดีมากเพราะเธอมีเรื่องจะพูดอีกมากมาย แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะจะพูดต่อหน้าคนนอก 

“ฉันสั่งใส่บอดีการ์ดสองสามคนเฝ้าอยู่หน้าประตูแล้ว ถ้าใครพยายามทำอะไรไม่ดี เธอกรี๊ดได้เลยนะ” 

ถังหนิงยิ้มอีกครั้งและสบตาหลินเวยกับหลงเจี่ยเป็นนัยๆ ว่าเธอไม่เสียเปรียบแน่นอนในสถานการณ์แบบนี้ ทันทีที่มินาออกจากห้อง หันรั่วเสวี่ยก็เอามือตบโต๊ะและถามถังหนิงว่า “เธอต้องการอะไร” 

“นี่ไม่ใช่วิธีปฎิบัติต่อคนที่คุณต้องขอความช่วยเหลือเลยนะ...” ถังหนิงกล่าวอย่างหนักแน่นกับหันรั่วเสวี่ย “ฉันแน่ใจว่าคุณรู้อยู่แล้วว่าน้องชายคุณทำอะไรลงไป ในวงการนี้ คนที่แข็งแกร่งก็ย่อมได้การสนับสนุนทั้งหมด ส่วนคนที่อ่อนแอก็ต้องโดนย่ำยี ฉันรู้ว่าพูดกับคุณไปก็เท่านั้น ในเมื่อเราเกลียดกันขนาดนี้ แล้วเราจะทำงานด้วยกันไปทำไมล่ะคะ คุณไปขอร้องคนอื่นดีกว่านะ” 

ดวงตาหันรั่วเสวี่ยแดงก่ำ แต่ในนาทีนี้เธอทำอะไรไม่ได้เลย 

อย่างไรก็ตาม ตัวเธอเองก็เป็นผู้จัดการให้กับบริษัทอื่น การที่เธอกำลังช่วยเทียนอี้ก็นับเป็นการละเมิดสัญญาของเธออยู่แล้ว ซึ่งก็หมายความว่าเธอไม่สามารถช่วยโม่อวี่โหรวอย่างเปิดเผยได้ 

อีกอย่าง โอกาสไม่ได้มีมาบ่อยๆ  

หันรั่วเสวี่ยจึงปรับน้ำเสียงให้นุ่มนวลขึ้นอย่างไม่มีทางเลือก “บอกฉันมาได้เลยว่าเธออยากได้อะไร ถังหนิง ถ้าเธอถลำลึกไปมากกว่านี้ เราจะไม่ได้อะไรกันทั้งคู่เลยนะ” 

“โม่อวี่โหรวพูดว่าฉันขโมยสิ่งที่เป็นของเธอมา” 

“ไม่จริงสักหน่อย โม่อวี่โหรวต้องการคำแนะนำจากรุ่นพี่อย่างเธอต่างหากล่ะ” หันรั่วเสวี่ยกัดฟันตอบถังหนิง แม้ในความเป็นจริงแล้ว เธออยากให้ถังหนิงหายไปจากโลกนี้ก็ตาม 

ถังหนิงเองก็อยากให้คนพวกนี้หายไปเหมือนกัน แต่การกวนประสาทจากสามคนนี้ทำให้เธอเข้าใจแล้วว่าเธอใช้เหตุผลกับพวกเขาไม่ได้แน่ เธอควรจะเลือกเอาผลประโยชน์ให้ตัวเองมากกว่า ดังนั้นหลังจากที่เหลือบมองท่าทีท้าทายของโม่อวี่โหร่วแล้ว เธอก็เลิกคิ้วขึ้นพูด “ฉันให้โอกาสโม่อวี่โหรวก็ได้...แต่มีเงื่อนไขหนึ่งข้อ” 

“ว่ามา” หันรั่วเสวี่ยกล่าวพลางอัดอั้นความโกรธเอาไว้ 

“ฉันอยากให้เทียนอี้สัญญามาว่านับจากนี้ ฉันจะเป็นคนตัดสินใจเองว่าฉันจะทำงานร่วมกับใคร พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าฉันอยากได้งานอะไร ฉันต้องได้ เทียนอี้ไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายหรือขัดขวาง แล้วพวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ยัดงานที่ฉันไม่อยากทำให้ฉัน” ถังหนิงกล่าวอย่างตรงไปตรงมา 

“นั่นมันเป็นไปไม่ได้” หันรั่วเสวี่ยกล่าว “งั้นมันก็ไม่ต่างกับยกเลิกสัญญาของเธอแล้วเปิดสตูดิโอส่วนตัวให้เธอเลยน่ะสิ” 

“คุณปฏิเสธข้อเสนอนี้ไม่ได้แน่ ไม่งั้นท้ายที่สุดแล้วฉันก็จะทำให้มันเกิดขึ้นได้อยู่ดี แต่แน่ใจหรือว่าโม่อวี่โหรวจะรอไหว” 

หันรั่วเสวี่ยจ้องไปยังหันอวี่ฝาน พวกเขาก้มหน้าครุ่นคิดกันอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันรั่วเสวี่ยก็พูดกับถังหนิง “อย่างมากที่สุดฉันก็ให้เธอออกความเห็นได้ พูดง่ายๆ ก็คือเราจะไม่จัดงานให้เธอโดยไม่แจ้งเธอก่อน ส่วนที่เธออยากเลือกลูกค้าเอง บริษัทจะต้องเข้ามามีส่วนตัดสินใจด้วยอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นถ้าเธอสุ่มเลือกงานกับบริษัทโนเนมขึ้นมา บริษัทจะไม่เสื่อมเสียชื่อเสียงแย่เลยหรือ“ 

“ถังหนิง ไม่มีศิลปินคนไหนยืนค้ำหัวบริษัทตัวเองได้หรอกนะ” 

“บริษัทจะจัดการก็ได้ แต่...ฉันอยากให้ผู้บริหารทุกคนร่วมตัดสินใจในทุกๆ เรื่องด้วย เพราะฉันไม่ไว้ใจหันอวี่ฝานอีกต่อไปแล้ว” 

“บริษัทอื่นๆ จัดหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ศิลปินของตัวเองอยู่แล้ว ฉันไม่คาดหวังให้คุณมาทำหน้าที่นั้นแทนหรอกนะ แต่ฉันไม่อยากให้คุณเข้าไปก้าวก่าย อีกเรื่อง... อย่าเอาโม่อวี่โหรวเข้าไปปนกับทุกเรื่อง” 

หันรั่วเสวี่ยหัวเราะเยาะ เธอไม่เคยคิดเลยว่าถังหนิงจะทำอะไรได้มากขนาดนี้ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการตัดสินใจอย่างใจร้อน เมื่อสถานะของโม่อวี่โหรวสูงขึ้น เทียนอี้ก็จะทำให้ถังหนิงตกต่ำอีกครั้งได้อย่างไม่ยากเย็น เมื่อเวลานั้นมาถึง เธอจะก่อเรื่องให้ถังหนิงและทำให้แน่ใจว่าเธอไม่พลาดอีกครั้ง 

ในตอนนี้เธอจึงตอบตกลง นี่เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

ถ้าหันรั่วเสวี่ยเหยียบหัวถังหนิงตรงๆ ไม่ได้ สิ่งที่เธอทำได้ตอนนี้ก็คือ...ทำให้ถังหนิงยอมให้โม่อวี่โหรวใช้เวทีร่วมด้วย เธออดใจรอดูไม่ไหวเลยว่าถังหนิงจะได้ดีกว่าโม่อวี่โหรวได้อย่างไรในเมื่อมีผู้จัดการระดับท็อปอย่างเธออยู่ทั้งคน 

“ฉันตกลง” หันรั่วเสวี่ยตอบพลางพยักหน้า 

ความคิดเห็น