facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

นางแบบสาวผู้ช้ำรักเพราะวิวาห์ล่ม โชคชะตาพัดพาให้มาพบกับการแต่งงานใหม่สายฟ้าแลบ จนชีวิตนางแบบของเธอเปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึง...

ตอนที่ 37 ถูกกำจัด

ชื่อตอน : ตอนที่ 37 ถูกกำจัด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 13k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ธ.ค. 2562 15:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 37 ถูกกำจัด
แบบอักษร

เช้าวันต่อมา ณ สำนักงานใหญ่ของซีเคร็ต ถังหนิงนั่งรออยู่ที่ห้องประชุมเรียบร้อยแล้วตอนเวลาเจ็ดโมงครึ่ง หลังจากที่ได้รับการต้อนรับจากพนักงานที่เคาน์เตอร์ด้านหน้า เธอมาก่อนเวลาซึ่งเช้ากว่าหันอวี่ฝานและคนอื่นๆ ถึงครึ่งชั่วโมง 

ขณะเดียวกัน โม่อวี่โหรวกำลังสันนิษฐานในใจว่าถังหนิงกำลังหลับสบายอยู่บนเตียงอย่างแน่นอน 

แต่ไม่คิดเลยว่าตอนที่พวกเขาถึงห้องประชุมนั้น ถังหนิงจะนั่งรออยู่เป็นเวลาสักพักแล้ว 

หันรั่วเสวี่ยสับสนมาก เธอตั้งใจว่าจะให้ถังหนิงมาถึงตอนเก้าโมงเช้า หล่อนควรจะมาสายจนไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในห้องประชุมด้วยซ้ำ เธอวางแผนไว้แบบนี้ก็เพื่อจะทำให้ถังหนิงไม่รู้ว่าเธอจงใจบอกเวลาประชุมผิด แต่ตอนนี้ ถังหนิงมาถึงก่อนเวลา เห็นได้ชัดว่าถังหนิงรู้ว่าเธอมีเจตนาอยากจะกำจัดหล่อน แต่เธอก็ไม่สนใจหรอกเพราะว่าเธอเป็นคนจัดการงานนี้และไม่มีใครมาท้าทายเธอได้  

“ถังหนิง ทำไมเธอมาเช้าล่ะ” โม่อวี่โหรวถามอย่างเหนื่อยหน่าย กลายเป็นว่าแผนของหันรั่วเสวี่ยใช้ไม่ได้ผล 

“เพื่อนฉันขับรถไปทำงานผ่านทางนี้น่ะ ก็เลยแวะส่งฉันก่อน” ถังหนิงตอบอย่างเรียบเฉย 

“หยุดคุยกันได้แล้ว การประชุมกำลังจะเริ่มนะ” หันรั่วเสวี่ยเตือนให้ทั้งคู่เงียบเสียง 

หลังจากนั้นไม่นาน บุคคลที่ดูแลอีเวนต์นี้ก็เข้ามายังห้องประชุม เป็นหญิงวัยกลางคนอายุอานามราวสี่สิบกว่าปี ด้านหลังของเธอตามมาด้วยเลขาสองคนที่กำลังยกเอกสารกองโต 

“รั่วเสวี่ย ฉันได้อ่านข้อมูลเกี่ยวกับนางแบบสองคนนี้แล้ว” ผู้หญิงคนนั้นเงยหน้าขึ้นมามองถังหนิงและโม่อวี่โหรวก่อนจะพูดต่อว่า “ฉันต้องการนางแบบแค่คนเดียวเท่านั้น ฉันรู้ว่าเวลาของทุกคนล้ำค่าดังนั้นฉันจะไม่พูดวกวน ฉันอยากได้โม่อวี่โหรว เพราะฉันคิดว่าถังหนิงไม่เหมาะกับธีมครั้งนี้ของเรา” 

เธอโยนแฟ้มของถังหนิงลงบนโต๊ะต่อหน้าต่อตาของพวกเขา 

“ถ้าคุณไม่อยากได้ถังหนิงก็ไม่เป็นปัญหาค่ะ ฉันมีนางแบบคนอื่นๆ ให้คุณเลือก” สถานการณ์เป็นไปตามที่หันรั่วเสวี่ยอยากให้เป็น ก่อนหน้านี้หันรั่วเสวี่ยได้ฝังความคิดลบๆ เกี่ยวกับถังหนิงใส่หัวของผู้หญิงคนนี้มาสักพักแล้ว หันรั่วเสวี่ยรีบหยิบประวัตินางแบบคนอื่นๆ ของเธอออกมายื่นให้ผู้หญิงตรงหน้าทันที เธอไม่เพียงแต่กำจัดถังหนิงได้ แต่เธอยังได้ประโยชน์จากเรื่องนี้อีกด้วย โม่อวี่โหรวได้ถ่ายแบบเดี่ยว หันรั่วเสวี่ยก็มีโอกาสได้เสนอนางแบบคนอื่นๆ ในสังกัดตน 

“ฉันขอดูก่อนจะตัดสินใจก็แล้วกัน” หญิงวัยกลางคนสั่งให้เลขาของเธอรวบรวมประวัติทั้งหมดและเตรียมตัวออกจากห้องประชุม แต่ถังหนิงดึงเธอกลับมาด้วยการพูดขึ้นว่า 

“ฉันขอทราบธีมในรอบนี้ได้ไหมคะ คุณมินา” 

ผู้หญิงคนนั้นไม่คิดเลยว่าถังหนิงจะพูดออกมา เธอจึงตอบไปว่า “กระแสตะวันออกน่ะ ฉันเดาว่าคนหมองๆ อย่างเธอคงไม่เหมาะเท่าไร” 

“คุณมินาเคยเห็นฉันในงานถ่ายแบบหรือในโชว์ไหนบ้างหรือยังคะ” ถังหนิงยิ้มสู้ 

“เธอไม่ได้เป็น...เด็กหน้าใหม่หรอกเหรอ” หญิงวัยกลางคนถาม ไม่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามถังหนิงอย่างแน่นอน 

“ฉันขอถามก่อนนะคะ ใช่คุณหันหรือเปล่าคะที่บอกคุณว่าฉันเป็นหน้าใหม่ในวงการ” ถังหนิงยังคงสงบอยู่ เธอไม่อยากดูเป็นคนเอาแต่ใจ 

“ถังหนิง ระวังคำพูดหน่อย!” หันรั่วเสวี่ยคำรามและจ้องไปยังถังหนิง “นี่เป็นการตัดสินใจระหว่างเรา เธอไม่มีสิทธิ์ถามอะไรทั้งนั้น” 

“คุณใช้ความดังของฉันพาโม่อวี่โหรวมาอเมริกาแล้วยังใช้ชื่อฉันหนุนเด็กใหม่ของคุณอีก ใช้ฉันเสียขนาดนี้แล้วฉันยังไม่ได้รับอนุญาตให้ถามอีกงั้นหรือคะ” ถังหนิงยิงคำถามอย่างเฉียบคมพลางยิ้มให้หันรั่วเสวี่ย 

“ถังหนิง เธอนี่ไม่รู้จักใจกว้างเสียเลยนะ” 

“ความใจกว้างของฉันไม่ได้มีไว้ใช้กับคนกะล่อน หญิงสำส่อนหรือเครือญาติของคนพวกนี้หรอกนะคะ...” ถังหนิงตอบหันรั่วเสวี่ยก่อนจะหันกลับมาพูดกับคุณมินา “เนื่องจากคุณยังไม่เคยเห็นโชว์ของฉันเลย งั้นลองชั่งน้ำหนักเรื่องนี้ใหม่นะคะ เอาแบบนี้ไหม พนันกันเลยว่า...ก่อนจะถึงเช้าวันพรุ่งนี้ คุณจะเสียใจกับการตัดสินใจนี้แล้วด้วยซ้ำ” หลังจากพูดจบ ถังหนิงก็สวมแว่นกันแดดพลางก้าวออกจากห้องตามด้วยหลงเจี่ยและหลินเวย  

คุณมินาตะลึงกับความมั่นใจของถังหนิง เมื่อถังหนิงจากไปแล้ว เธอก็ถามหันรั่วเสวี่ยทันทีว่า “นางแบบคนนี้เป็นใคร” 

หันรั่วเสวี่ยโกรธมากเสียจนหน้าแดง เธอตอบกลับทันที “ก็แค่นางแบบหน้าใหม่ที่จะไม่พัฒนาไปมากกว่านี้ ไม่ใช่คนสำคัญอะไรหรอกค่ะ” 

คุณมินาไม่ได้คิดเช่นนั้นเสียทีเดียวขณะที่เธอหันหลังและออกจากห้องประชุมเพื่อมอบหน้าที่ให้พนักงานคนอื่นจัดแจงเรื่องค่าใช้จ่ายต่อ ขณะเดียวกันโมอวี่โหรวก็ยืนขึ้นและเริ่มราดน้ำมันใส่เพลิงโทสะของหันรั่วเสวี่ยทันที “เจ้คะ! นังถังหนิงมันชักจะเหิมเกริมใหญ่แล้วนะ นี่มันไม่ให้เกียรติเจ้ ไม่เห็นแก่หน้าเจ้เลย” 

หันอวี่ฝานแทบจะล่องหนไปเลย เขาปล่อยให้มันเป็นศึกระหว่างสาวๆ หันรั่วเสวี่ยไม่ต้องอดกลั้นอีกต่อไปแล้ว “มันอยากให้ฉันเสียใจงั้นเหรอ นี่มันดูตัวเองในกระจกบ้างหรือเปล่า ส่วนเธอ เตรียมตัวเอาไว้เลย ทันทีที่ค่าตัวเธอเพิ่มขึ้น นังถังหนิงจะต้องมาคุกเข่าเช็ดรองเท้าให้เธอ” 

“ได้ค่ะเจ้ ฉันจะไม่ทำให้เจ้ผิดหวัง” 

โม่อวี่โหรวสัญญากับตัวเองว่าเธอจะสอนบทเรียนให้กับถังหนิง ถึงถังหนิงจะตอบโต้ได้แต่ไม่มีโอกาสชนะเธอได้แน่ 

เมื่อออกจากสำนักงานใหญ่ของซีเคร็ตแล้ว ถังหนิงก็กลับไปยังคฤหาสน์พร้อมกับหลินเวยและหลงเจี่ย แม้ว่าพวกเขาจะเตรียมตัวเตรียมใจมาแล้ว หลงเจี่ยก็ยังตัวสั่นด้วยความโกรธ 

“ฉันไม่เคยเห็นใครหน้าไม่อายขนาดนี้เลย คนตระกูลหันนี่นับวันยิ่งเลวลง” 

“คุณถังหนิงจะทำยังไงต่อไปคะ” หลินเวยถามถังหนิง “ตอนนี้เราตั้งตัวเป็นศัตรูกับพี่น้องตระกูลหันแล้วนะคะ” 

“คุณคิดว่าถ้าฉันไม่ทำแบบนั้นพวกเขาจะให้ฉันออกมาง่ายๆ แบบนี้เหรอ” ถังหนิงหัวเราะ “ก็อย่างที่ฉันพูดก่อนหน้านี้น่ะแหละ พรุ่งนี้ซีเคร็ตต้องโทรหาฉันเป็นการส่วนตัวแน่ หรือบางที พวกเขาอาจจะทนรอวันพรุ่งนี้ไม่ไหว” 

“โอเคค่ะ ถ้าคุณถังหนิงวางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้ว พวกเราก็จะนั่งนิ่งๆ รอดูผลลัพธ์” 

หลินเวยสงสัยมากว่าถังหนิงจะพลิกเกมนี้อย่างไร เพราะเธอก็รู้ดีว่าถังหนิงเป็นคนที่ระมัดระวังมาก ถ้าถังหนิงไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์จะไม่ปริปากเด็ดขาด ดังนั้นสิ่งที่เธอทำได้ก็เพียงแต่นั่งรอเฉยๆ อย่างอดทน  

ความจริงก็คือ ก่อนหน้าที่โม่ถิงจะได้ให้บัตรเชิญงานนิทรรศการภาพถ่ายอเมริกันกับเธอไว้ในเช้าวันนั้น ถังหนิงก็มีแผนอื่นที่จะจัดการกับสถานการณ์แบบนี้ไว้ในใจแล้ว แต่เจตนาของโม่ถิงนั้นชัดเจน โม่อวี่โหรวยังได้รับความช่วยเหลือจากหันรั่วเสวี่ย แล้วทำไมถังหนิงจะพึ่งเขาสักครั้งไม่ได้ เพราะถึงอย่างไรโม่ถิงก็ให้สัญญากับถังหนิงว่าจะไม่พุ่งเข้ามาช่วยเข้าหาคนให้เธอ เขาแค่จะมอบโอกาสให้ถังหนิงได้สู้กับโม่อวี่โหรวแบบแฟร์ๆ เท่านั้น ถังหนิงจึงยอมรับแผนนี้ 

ในงานนิทรรศการจะมีช่างภาพชื่อดัง กองแมกาซีน ดารามากหน้าหลายตาเข้าร่วม รวมถึง...คนของนิตยสารซีเคร็ตด้วย ที่สำคัญที่สุดคือเมนเทอร์เก่าของเธอ หรือบรรณาธิการนิตยสารรอยัลนั้นก็เป็นเจ้าภาพของงานนี้ 

งานนิทรรศการจะจัดในคืนวันเดียวกันนั้น ดังนั้นหลังจากที่กลับมายังคฤหาสน์แล้ว ถังหนิงจึงไปเตรียมตัวทันที แม้ว่าวงการบันเทิงจะมีกฏของมัน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีโอกาสที่มันจะเปลี่ยนไป 

หันรั่วเสวี่ยอาจจะคิดว่าเธอเอาอยู่ แต่คืนนี้ ถังหนิงจะทำให้เธอรู้ว่า ในความเป็นจริงแล้วหันรั่วเสวี่ยไม่มีค่าอะไรเลย ผลจากความยโสของเธอก็คือเธอจะทำได้แค่บงการนางแบบเกรดบีอย่างโม่อวี่โหรวเพื่อสนองอีโก้ของตัวเองเท่านั้น 

ถังหนิงไม่จำเป็นต้องบอกใครต่อใครว่าเธอคือคีร่า สิ่งที่เธอต้องทำก็เพียงแค่ยืนอยู่ข้างๆ เมนเทอร์ของเธอและทุกคนก็จะรู้เอง เพราะสถานะของเธอมันอยู่เหนือความธรรมดาไปอีกอย่างไรล่ะ 

ถังหนิง? เด็กหน้าใหม่ในวงการ? ใครว่ากันล่ะ 

ความคิดเห็น