facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

นางแบบสาวผู้ช้ำรักเพราะวิวาห์ล่ม โชคชะตาพัดพาให้มาพบกับการแต่งงานใหม่สายฟ้าแลบ จนชีวิตนางแบบของเธอเปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึง...

ตอนที่ 32 การต่อสู้ชิงตำแหน่ง

ชื่อตอน : ตอนที่ 32 การต่อสู้ชิงตำแหน่ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2562 13:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 32 การต่อสู้ชิงตำแหน่ง
แบบอักษร

เวลาเก้าโมงเช้า ณ ห้องประชุมของบริษัทเทียนอี้เอ็นเตอร์เทนเมนต์ หันอวี่ฝานกำลังจัดสรุปการเดินทางไปถ่ายแบบที่อมเริกาของโม่อวี่โหรวและถังหนิง

หันอวี่ฝานนั่งที่หัวโต๊ะในขณะที่โมอวี่โหรวและถังหนิงนั่งขนาบเขาอยู่ การเปลี่ยนแปลงเพียงอย่างเดียวจากการประชุมครั้งก่อนๆ ก็คือสถานะของพวกเขาที่แตกต่างกัน โม่อวี่โหรว ชู้รักที่เลื่อนขั้นตัวเองขึ้นมาและเตะผู้หญิงคนเก่าออกไปให้พ้นทางได้สำเร็จ

ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สาแก่ใจหล่อน โม่อวี่โหรวไร้ยางอายขนาดที่กล้ากุ๊กกิ๊กกับหันอวี่ฝานอย่างออกนอกหน้า ใครเห็นก็ทนดูไม่ได้

หลินเวยคอยมองถังหนิงอยู่ข้างๆ ถึงเธอจะนั่งอยู่ใต้โปรเจกเตอร์ แต่ก็ยังยากจะเดาได้ว่าเธอรู้สึกอย่างไร แต่หลินเวยกลับรู้สึกได้ว่าดวงตาของเธอได้ปิดกั้นภาพของหันอวี่ฝานและโม่อวี่โหรวไปแล้ว

นี่คือหนึ่งในหลายๆ สิ่งที่หลินเวยประทับใจเกี่ยวกับถังหนิง ไม่ว่าเธอจะเจ็บปวดอย่างไร เธอก็ไม่เคยเปิดเผยความรู้สึกก้นบึ้งของเธอเลย และเธอไม่มีทางยอมให้ใครหักหน้า

“สำหรับการถ่ายแบบกับซีเคร็ตในครั้งนี้ ผมจะเป็นคนพาคุณทั้งคู่ไปที่อเมริกา เราจะมีทีมล่ามมาร่วมงานด้วยสามสี่วัน ดังนั้นคุณควรทำความคุ้นเคยกับพวกเขาล่วงหน้าก่อนเพราะมันอาจจะส่งผลต่อกระบวนการทำงานของพวกเราได้” หันอวี่ฝานยื่นข้อมูลเกี่ยวกับซีเคร็ตให้ถังหนิงและโม่อวี่โหรวพร้อมกล่าว “ซีเคร็ตนั้นก่อตั้งเมื่อยี่สิบปีก่อนและแตะทุกอันดับในอเมริกา แม้ความนิยมของพวกเขาจะลดลงไปบ้างในปีผ่านๆ มา แต่เราก็ไม่ควรประเมินพวกเขาต่ำเกินไป และในครั้งนี้ เหตุผลที่พวกเขาเชิญนางแบบเอเชียก็เพื่อที่จะใช้ประโยชน์จากกระแสตะวันออกนิยมให้พวกเขาได้เกิดอีกครั้งในตะวันตก... ฉะนั้นแล้วงานของพวกคุณจึงสำคัญมาก!”

“ในแง่ของแฟชั่นแล้ว โม่อวี่โหรวคุ้นเคยกับสิ่งที่จำเป็นในการทำงานมากกว่า ดังนั้น ถังหนิง คุณต้องฟังความเห็นของเธอและให้เธอเป็นคนนำ...”

ทันทีที่คำพูดเหล่านั้นถูกเปล่งออกมา ทุกคนในห้องก็รู้ได้ในทันทีว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น หันอวี่ฝานกำลังพยายามทำให้ถังหนิงถอยออกมาเพื่อเป็นแค่ไฮไลต์ให้โม่อวี่โหรว

เมื่อได้เห็นท่าทางอวดดีของโม่อวี่โหรว หลงเจี่ยก็กัดฟันกรอดๆ ด้วยความโมโห

“ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ อวี่ฝาน ฉันไม่ทำให้ผิดหวังแน่!”

ถังหนิงไม่ได้ตอบโต้อะไร เพียงแต่ยืนขึ้น หันไปหาหลินเวยและหลงเจี่ย “กลับกันเถอะ...”

“ถังหนิง นี่มันหมายความว่ายังไงกันน่ะ”

ถังหนิงหันกลับมามองหันอวี่ฝานอย่างเรียบเฉย “หันอวี่ฝาน คุณคิดจริงๆ หรือว่าความอดทนของฉันมันไม่มีวันหมด โม่อวี่โหรวได้ชื่อว่าเป็นชู้ ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะได้งานในครั้งนี้ เลยต้องใช้ชื่อของฉันมาอ้าง ฉกฉวยจากความดังของฉันแล้วยังจะมาขอร้องให้ฉันเป็นไฮไลต์ให้เธออีกงั้นเหรอ เธอ...มีค่าพอแล้วหรือ”

“ถังหนิง!” โม่อวี่โหรวตะคอกด้วยความโกรธ “ไหนพูดใหม่อีกทีซิ”

“ถ้าเธอมีความสามารถนัก ก็ไปถ่ายเองเลยสิ!” ว่าแล้วถังหนิงก็หันหลังกลับ พร้อมจะจากไปกับหลินเวยและหลงเจี่ย แต่หันอวี่ฝานระงับความโกรธของเขาไว้และเปิดปากหยุดถังหนิงเสียก่อน

“เดี๋ยวก่อน...ถ้าเธอไม่พอใจในส่วนไหน เรามาคุยกันก่อนได้นะ”

“แต่ก่อนฉันเป็นคนที่โดนโน้มน้าวได้ง่าย นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันโดนเหยียบย่ำโดยหญิงร้ายชายกะล่อนคู่หนึ่ง หันอวี่ฝาน คุณก็รู้ดีนี่ว่างานถ่ายแบบที่อเมริกาครั้งนี้สำคัญขนาดไหน ถึงคุณจะทำเหมือนว่าคุณใจเย็นยังไงก็เถอะ...แต่ถ้าฉันไม่ตกลงรับงานละก็ ฉันมั่นใจว่าคุณขวัญหนีดีฝ่อแน่ อยากจะถ่ายอะไรก็ตามใจเลย สุดแล้วแต่คุณ ให้โม่อวี่โหรวไป..”

ถังหนิงพูดยังไม่ทันครบความ หลงเจี่ยก็แทบจะอดปรบมือเชียร์ไม่ไหว

หลินเวยเองก็อดแอบยิ้มไม่ได้ พวกเขายังฝันว่าจะรังแกถังหนิงได้อยู่งั้นหรือ ถึงเวลาต้องตื่นแล้ว…

“และไม่ว่าเซนส์ด้านแฟนชั่นของโม่อวี่โหรวจะดีกว่าฉันหรือไม่ ก็ต้องมาวัดกันดูละนะ คุณอย่าลืมสิหันอวี่ฝาน ถึงแม้สถานะของฉันจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่ฉันก็ยังเป็นคนเดียวในบริษัทเทียนอี้ที่เคยแสดงภาพยนตร์มาก่อน คุณแน่ใจหรือคะว่าจะส่งนางแบบเกรดบีไม่มีคุณภาพแบบนี้ไปอเมริกาเพื่อเป็นคนนำฉัน อ้อ...ลืมไม่ได้ด้วยนะว่าหล่อนเป็นนางแบบเกรดบีที่ต้องใช้ล่ามซะด้วย”

“ถังหนิง เดี๋ยวฉันจะตบปากหล่อนให้ฉีกออกจากกัน!” โม่อวี่โหรวลุกขึ้นทุบโต๊ะอย่างโมโห จ้องถังหนิงด้วยสายตาเกรี้ยวกราด

“อวี่โหรว ที่ถังหนิงพูดก็ไม่ได้ผิดไปเสียทีเดียวนะ ครั้งนี้คุณต้องฟังเธอ” แม้หันอวี่ฝานจะโกรธแค่ไหน แต่เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีแล้ว เขาจำต้องอดทน ถ้าเทียนอี้กลับมารุ่งอีกครั้ง เขาก็ไม่ต้องลังเลที่จะฝังลืมถังหนิงไปเสีย

“แต่ฉันไม่อยากฟังมัน!” โม่อวี่โหรวปฏิเสธอย่างโกรธเกรี้ยว

“ผมตัดสินใจแล้ว คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”

ถังหนิงแอบยิ้มเยาะ เธอเผยเพียงด้านเดียวของใบหน้าให้คนให้ห้องเห็น และในมุมนั้นเองที่หันอวี่ฝานได้เข้าใจว่าถังหนิงได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง เธอใจเย็นและชัดเจนขึ้น และทุกอย่างที่เธอทำไม่ได้พัวพันกับเขาอีกต่อไป หันอวี่ฝานค้นพบว่าทุกอย่างเปลี่ยนแล้วจริงๆ ถังหนิงคนนี้ไม่ใช่ถังหนิงคนเดิม มันทำให้เขารู้สึกกลัดกลุ้มเล็กน้อย

ภายในห้องประชุมที่ทุกคนได้จากไปหมดแล้ว โม่อวี่โหรวยังโมโหฉุนเฉียวขว้างปาข้าวของลงกับพื้นอยู่ด้านใน “หันอวี่ฝาน ฉันอดทนมามากพอแล้วนะ ทำไมฉันต้องฟังนังถังหนิงมันด้วย ไหนบอกว่างานถ่ายแบบครั้งนี้ก็เพื่อฉันไง ไม่เห็นมันจะเพื่อฉันตรงไหนเลย..”

“พอได้แล้ว!” หันอวี่ฝานระเบิดอารมณ์โกรธ “เมื่อไหร่คุณหัดเข้าใจอะไรซะบ้างฮะ ถ้าถังหนิงไม่ถ่ายแบบครั้งนี้ รางวัลท็อปเท็นโมเดลน่ะ.... อย่าหวังเลยว่าจะได้ คิดดูดีๆ สิ”

โม่อวี่โหรวนิ่งไป ตั้งแต่เมื่อไรกันที่หันอวี่ฝานตะคอกใส่เธอแบบนี้

เธอโต้ตอบโดยการโอบกอดตัวเองและเริ่มร้องไห้ “หันอวี่ฝาน คุณลืมไปแล้วหรือว่าฉันอุ้มท้องลูกของคุณอยู่”

“ถ้าไม่ใช่ว่าคุณกำลังท้องอยู่ละก็ ผมก็ไม่จำเป็นจะต้องไปอเมริกาเลย ที่ผมทำทุกอย่างนี่ก็เพื่อคุณ ทำไมถึงไม่ควบคุมอารมณ์สักนิดหนึ่งล่ะที่รัก คุณทำให้ทุกอย่างยุ่งยากขึ้นสำหรับผมตลอดเลย” เมื่อพูดจบหันอวี่ฝานก็เดินออกไปจากห้องประชุม ทิ้งให้โม่อวี่โหรวอยู่กับผู้ช่วยเพียงสองคน

“คุณอวี่โหรว ท่านประธานหันพูดถูกนะครับ คุณแย่งเขามาได้แล้ว เวลาที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือ ณ ตอนนี้ อดทนอีกสักนิด หลังจากที่คุณกลับมามีชื่อเสียงอีกครั้งแล้วเราก็ไม่ต้องกลัวถังหนิงอีกต่อไป” ผู้ช่วยของโม่อวี่โหรวค่อยๆ ชักแม่น้ำทั้งห้าโน้มน้าวเธอ “นิ่งๆ เข้าไว้ครับ อย่าให้ความโกรธมาทำลายตัวคุณเอง ไม่งั้นจะเสียมากกว่าได้นะครับ”

“ถังหนิง ฉันละอยากจะเห็นจริงๆ ว่านางแบบตกกระป๋องแบบแกจะมามีความสามารถกว่าโม่อวี่โหรวคนนี้ได้ยังไง! ” หลังจากที่โดนผู้ช่วยของเธอกล่อม โม่อวี่โหรวก็ตัดสินใจที่จะกักเก็บความโกรธจากความอับอายในวันนี้เอาไว้ชั่วคราวก่อน

“ป่านนี้โม่อวี่โหรวคงวีนแตกอยู่ในห้องประชุมแล้วมั้ง... หล่อนต้องกำลังชี้หน้าหันอวี่ฝาน แล้วก็ตะคอกใส่เขาที่ไม่ยอมให้เธอเป็นตัวหลักในการถ่ายแบบครั้งนี้แน่” หลงเจี่ยสามารถเดาปฏิกิริยาของโม่อวี่โหรวจากความอับอายของวันนี้ได้อย่างแม่นยำ ระหว่างทางกลับบ้าน หลงเจี่ยก็ยังคงทำท่าเลียนแบบเธออยู่ “ยังไงก็ตามนะถังหนิง อารมณ์คุณนี่พัฒนาขึ้นมากเลย...คำพูดของคุณมันช่างสดชื่นสุดๆ ไปเลย!”

หลินเวยหัวเราะ “ถังหนิง ไม่เคยคิดเลยว่าคุณจะระเบิดพลังได้ขนาดนั้น”

“ฉันเข้าวงการมาตั้งแต่อายุสิบเจ็ดและกลายมาเป็นนางแบบอันดับต้นๆ ของกรุงปักกิ่งตอนอายุยี่สิบสาม ผ่านมาถึงตอนนี้ก็เก้าปีแล้ว จะมีอะไรในวงการที่ฉันยังไม่เข้าใจอีกล่ะ เพราะงั้นตอนนั้นฉันก็เลยคิดว่าการมีคนรักและแต่งงานเป็นเรื่องจำเป็น แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าฉันพึ่งพาได้แค่ตัวเองเท่านั้น” แน่นอนว่าการที่โม่ถิงคอยหนุนหลังเธอนั้นเป็นข้อยกเว้น

“มันก็เป็นแบบนี้แหละนะ บางคนใช้ชีวิตอยู่ในวงการนี้มาทั้งชีวิตแต่ก็ยังไม่ระวังมากพอ”

“นั่นก็เพราะว่า พวกเขาไม่เคยโดนทำร้ายและโดนแทงข้างหลังยังไงล่ะ..” ถังหนิงวกกลับมายกตัวอย่างจากเรื่องของตัวเอง “เฮ้อ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม กลับบ้านไปเก็บกระเป๋าซะก่อน เตรียมบินไปอเมริกาพรุ่งนี้กัน...”

ความคิดเห็น