email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Lollipop 12

คำค้น : Lollipop Nanaกะหอยทาก น่ารัก อบอุ่น ฟิน ละมุน สบาย ฟีลกู้ด พระเอกน่ารัก ฟินๆจิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ธ.ค. 2562 20:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Lollipop 12
แบบอักษร

Lollipop 12 

 

 

“ก็นิดหน่อยครับ จะได้เจอพ่อแม่แฟนนะครับมันก็ตื่นเต้นแหละ”  

“พ่อกับแม่ใจดี” ฉันก็ไม่รู้ว่าจะปลอบเขาไม่ให้กลัวยังไง แต่พ่อกับแม่ใจดีจริง ๆ นะ ท่านไม่ดุเลย 

“ครับ บอกทางพี่ด้วยนะ”  

เราใช้เวลาหลังจากนั้นเกือบชั่วโมงกว่าจะเดินทางมาถึงบ้าน เมื่อเข้าเขตรั้วบ้านเสียงเพื่อนทั้งสองก็อุทานอย่างตกใจ ไม่รู้ว่าตกใจอะไรกันแน่ ระหว่างบ้าน ทะเล หรือความเวอร์ของแม่ที่ให้คนงานมายืนรอรับ ฮื่อ บอกแล้วไงว่าไม่ต้องเล่นใหญ่ 

“บ้านใหญ่มาก สวยมากด้วย”  

“ไม่ขนาดนั้นหรอก ปะไปกันแม่มารับแล้ว” ฉันเอ่ยชวนเพื่อน ๆ เมื่อเปิดประตูรถลงไป แม่ที่เดินยิ้มมาจากตัวบ้านก็เข้ามากอด ฉันเองก็ยกแขนกอดแม่ด้วยความคิดถึงเช่นเดียวกัน 

“คิดถึงแม่จัง”  

“แม่ก็คิดถึง ลูกชายคิดถึงแม่ไหม?” หลังจากผละกอดออกแม่ก็หันไปถามลูกกวาด รายนั้นยิ้มกว้างเข้าไปกอดแม่เช่นเดียวกัน เพื่อนฉันลงมาจากรถมายืนข้าง ๆ รวมถึงพี่ ๆ ที่เพิ่งเดินตามมา 

“พี่ ๆ คะ นี่แม่หนูเองค่ะ แม่วาว” ฉันเอ่ยแนะนำแม่ให้พี่ ๆ และเพื่อนรู้จัก 

“สวัสดีค่ะ//ครับ แม่วาว” ทั้งเพื่อนและพี่เอ่ยทักทายแม่พร้อมกับยกมือไหว้ 

“สวัสดีจ๊ะลูก” แม่รับไหว้พร้อมกับยิ้มกว้าง 

“แม่คะนี่เพื่อนหนูเอง กู๊ด เอส แล้วก็บอส ส่วนนี่พี่ ๆ ค่ะ พี่อาร์ พี่เอ็ม พี่ฟาร์ม พี่บูทแล้วก็พี่เกรท...” ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่าแม่กำลังสนุกยิ่งขึ้นเมื่อได้ยินฉันแนะนำพี่เกรทให้รู้จัก 

“รบกวนด้วยนะครับแม่” พี่อาร์ที่อารมณ์ดีที่สุดเอ่ยบอกกับแม่ 

“ยินดีลูก คนกันเองทั้งนั้น ไป ๆ ขนของเข้าบ้านกันจะได้ทานมื้อเที่ยงด้วยกันเลย” พี่ ๆ กับเพื่อน ๆ ลากกระเป๋าเข้าบ้าน มีแม่บ้านพาไปส่งตามห้องพัก โดยพักห้องละสองคน ส่วนฉันนอนห้องตัวเอง เรานัดเจอกันตอนเที่ยงตรงที่ข้างล่างนับจากนี้ให้พักผ่อนก่อนไปทานข้าว ฉันล้างหน้าเสร็จก็เดินลงไปช่วยแม่ทำกับข้าวที่ห้องครัว แต่จังหวะที่ออกจากห้องพี่เกรทที่พักห้องตรงข้ามก็เปิดประตูออกมาพอดี ฉันส่งยิ้มให้เขา เขาเองก็ส่งยิ้มกลับมาให้ 

“ไม่พักเหรอคะ?”  

“ไม่ครับ หนูจะไปไหน”  

“ลงไปช่วยแม่ทำกับข้าวค่ะ”  

“อือ พี่ไปด้วยได้ไหม” พี่เกรทเอ่ยถามอย่างเป็นกังวล ฉันยิ้มพร้อมกับพยักหน้าให้เขา 

“ได้สิคะ” เราทั้งสองเดินลงไปข้างล่างก่อนจะคุยกันเรื่อยเปื่อยกระทั่งมาถึงห้องครัว แม่กำลังทำกับข้าวโดยมีแม่ครัวและคนงานยืนช่วยอยู่สามคน แม่หันมาส่งยิ้มให้เราทั้งสองก่อนจะฝากงานไว้กับแม่ครัวแล้วเดินเข้ามาใกล้ฉันและพี่เกรท 

“ไม่พักกันเหรอลูก” แม่เอ่ยถาม 

“ไม่ค่ะ ว่าจะลงมาช่วยแม่ทำกับข้าว” ฉันเอ่ยบอก 

“ไม่ต้องช่วยหรอก มีแม่ครัวอยู่ ไป ๆ เทน้ำให้พี่เขาดื่มหน่อย พี่เกรทเหนื่อยไหมลูก ลูกแม่ซนไหม” แม่ถามพี่เกรทพร้อมกับรอยยิ้มเอ็นดู 

“แม่คะ หนูไม่ใช่เด็กแล้วนะไม่ซนซะหน่อย” ฉันบ่นอุบอิบแต่ขาก็ก้าวเดินไปเทน้ำให้พี่เกรท  

“น้องไม่ซนครับ ผมไม่เหนื่อยเลย” พี่เกรทตอบ ฉันเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ พี่เกรทหลังจากวางแก้วน้ำให้เขา 

“ขอบคุณครับ”  

“คบกันนานหรือยัง?”  

“แม่คะ ถามอะไรแบบนั้นล่ะ” ฉันเหวลั่น เมื่อได้ยินคำถามที่แสนตรงของแม่ 

“อ้าว ก็แม่มีลูกสาวคนเดียวนี่ก็หวงเป็นธรรมดาอยากรู้ว่าไปถึงไหนกันแล้ว”  

“แม่อ่ะ” ฉันทำหน้างอ พี่เกรทยิ้มบาง ๆ ก่อนจะยื่นมือมาจับมือฉันไว้แล้วเอ่ยตอบคำถามแม่ 

“สักพักแล้วครับ ผมรู้จักน้องครั้งแรกตอนน้องรู้จักกับกู๊ดแรก ๆ ครับ ตอนนั้นน้องคงไม่สนใจผมเท่าไหร่” พี่เกรทเล่าพร้อมกับรอยยิ้ม 

“ก็ตอนนั้นไม่ได้เจอบ่อยนี่ ไม่สนิทด้วย” ฉันเถียงกลับทันที 

“แล้วดูแลลูกสาวแม่ได้ไหม น้องงอแงเก่งนะ ดื้อด้วย” แม่ฉันถามแต่ครั้งนี้น้ำเสียงจริงจังถูกเปล่งออกมาไม่มีแววล้อเล่นอย่างกับก่อนหน้านี้ 

“เท่าที่ผ่านมาผมดูแลน้องได้ครับ และผมเองก็มั่นใจว่าต่อไปผมก็ยังสามารถดูแลน้องได้และจะพยายามดูแลให้ดีกว่าเดิม” พี่เกรทตอบน้ำเสียงจริงจัง แต่ฉันน่ะ เขินร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งหน้าแล้ว ยิ่งพอได้ยินเขาพูดกับแม่ตรง ๆ แบบนี้แล้วฉันก็ไม่กล้าเงยหน้ามองเขาเลยล่ะ เขินหนักมาก 

“แล้วถ้าวันหนึ่งลูกสาวแม่งอแงแล้วทำตัวงี่เง่า ไม่ฟังเหตุผล พี่เกรทจะทำยังไงลูก”  

“ผมต้องดูก่อนครับว่าที่น้องงอแงเพราะอะไร แล้วคงต้องหาทางที่จะลดหย่อนให้น้อง ถ้าเกิดน้องป่วยแล้วงอแงอยากทานไอศกรีมผมคงยอมให้ทานวันนั้นไม่ได้ถึงแม้น้องจะงอน แต่ถ้าน้องหายผมคงไม่รีรอที่จะพาน้องไปทาน”  

“หึ ถ้าทำได้แบบนั้นก็ดี แม่มีลูกสาวคนเดียวแล้วยังอยู่ไกลบ้านอีก แม่คงวางใจให้พี่เกรทช่วยดูแลลูกสาวแม่ ฝากน้องด้วยนะลูก”  

“ด้วยความยินดีครับ” พี่เกรทยิ้มรับ 

“แล้วก็เรียกแม่เถอะนะ ไม่ต้องเรียกน้าแล้ว”  

“ขอบคุณครับ” มือที่เราจับกันอยู่ใต้โต๊ะบีบกันแน่นด้วยความดีใจ แม่มองเราสองคนยิ้ม ๆ ก่อนจะเอ่ยขอร้องอะไรบางอย่าง 

“ยิ้มพาพี่เกรทไปรับพ่อที่รีสอร์ทหน่อยลูก จะเที่ยงแล้วกลัวลืมนัด”  

“ได้ค่ะ แต่หนูเดินไปนะ ใกล้ ๆ เอง”  

“ได้ ดูทางดี ๆ เดี๋ยวได้แผลกลับบ้านอีก”  

 

ระหว่างเดินเรียบหาดไปยังรีสอร์ทพี่เกรทก็ชวนคุยเรื่องก่อนหน้านี้ว่าโอเคไหมที่ตอบไปแบบนั้น ฉันเองก็ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้วถ้าจะตอบแบบนั้น แม่เองก็เข้าใจเราแต่พ่อนี่สิหวังว่าพี่เกรทจะผ่านด่านพ่อไปได้นะ เราเดินมาจนถึงรีสอร์ทพนักงานที่เห็นฉันก็เอ่ยทักทายพร้อมกับรอยยิ้มเป็นกันเอง ฉันเดินไปยังห้องทำงานของพ่อเคาะห้องสามครั้งเมื่อมีเสียงตอบรับจึงเปิดประตูห้องเข้าไป พ่อเงยหน้าขึ้นมองพอเห็นเป็นฉันก็ยิ้มกว้างลุกเดินเข้ามาสวมกอด 

“คิดถึงพ่อจังเลย”  

“พ่อก็คิดถึง มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่” พ่อผละออกห่างก่อนที่สายตาจะจ้องไปยังพี่เกรทที่ยืนอยู่ด้านหลังฉัน 

“สวัสดีครับ” พี่เกรทยกมือไหว้ 

“สวัสดี” พ่อรับไหว้เสียงเข้ม น้ำเสียงคนละคีย์กับที่คุยกับฉันเมื่อกี้เลย 

“พ่อคะนี่พี่เกรทค่ะ”  

“อือ กลับบ้านกันเถอะลูกเพื่อนหนูมาเยอะไหม” พ่อเมินพี่เกรทอย่างชัดเจน ฉันมองพี่เกรทอย่างให้กำลังใจพี่เกรทเองก็มองฉันพร้อมกับส่งยิ้มมาให้ ราวกับกำลังบอกผ่านสายตาว่าไม่ต้องกังวล 

“ไม่เยอะค่ะ มีพี่ ๆ มาด้วยนะ”  

“งั้นเหรอ เย็นนี้เดี๋ยวจัดปาร์ตี้ให้ พ่อไปเหมาของสดที่ท่าเรือมาแล้ว อันนี้รอบเช้านะ เดี๋ยวสักบ่ายแก่ ๆ เขาจะเอามาส่งอีกรอบ”  

“โหพ่อคะ อย่าเวอร์เลยน่าเดี๋ยวเพื่อนกับพี่ ๆ ตกใจ” ฉันยิ้มขำ พ่อหัวเราะน้อย ๆ เดินไปเก็บของก่อนจะโอบไหล่ฉันแล้วเดินออกจากห้องทำงาน ฉันยื่นมือไปจับมือพี่ไว้เช่นเดียวกัน ให้เขาเดินตามออกมาด้วย ฉันเป็นห่วงความรู้สึกเขาเหมือนกันนะ พ่อคลายกอดเดินไปสั่งงานกับเลขาให้เข้าไปตรวจงานส่วนโรงแรมให้เพราะพ่อจะกลับบ้านพร้อมกับฉัน  

ระหว่างทางเราเดินกันเงียบ ๆ พี่เกรทและพ่อเดินขนาบข้างฉันไม่สิพี่เกรทน่ะเดินเยื้องลงไปด้านหลังเล็กน้อยเพื่อให้พ่อเดินขนานคู่กับฉันแทน พี่เกรทเองก็เงียบ พ่อก็เงียบ แล้วแบบนี้ฉันควรจะทำยังไงดี มันเงียบเกินไป ระยะทางจากรีสอร์ทมาบ้านไม่ได้ไกลกันแต่พวกเขาทั้งสองเดินช้าแล้วยังเงียบแบบนี้ ความรู้สึกฉันเลยเลยเนิ่นนานกว่าทุกครั้ง 

“พ่อคะ...”  

“คบกันนานหรือยัง?” จู่ ๆ พ่อก็เอ่ยถาม พร้อมกับหยุดเดิน พ่อหันมามองหน้าเราทั้งสองสลับกันไปมา 

“สักพักแล้วครับ ขอโทษด้วยครับที่ไม่ได้บอกตั้งแต่ต้น” พี่เกรทยกมือไหว้พ่อ พ่อมองนิ่ง ๆ ไม่ได้พูดอะไร 

“คิดว่าจะดูแลลูกสาวผมได้ไหม?”  

“ผม...”  

“ไม่ต้องรีบตอบหรอก เย็นนี้ก็มาดื่มกันหน่อยนะ” พี่เกรทยังไม่ทันจะเอ่ยตอบ พ่อก็เอ่ยแทรกก่อนจะรีบเดินนำกลับบ้าน ฉันมองหน้าพี่เกรทอย่างเห็นใจเช่นเดียวกัน  

“ขอโทษนะคะที่ทำให้ต้องเครียดแบบนี้ ทั้งที่อยากให้มาสนุกด้วยกัน”  

“ไม่เป็นไรครับ ก็ลูกสาวน่ารักแบบนี้พ่อกับแม่ก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา” พี่เกรทพยายามไม่เครียด เขาดึงมือไปจับก่อนจะรั้งให้เดินกลับบ้านพร้อมกับเขา โดยมีพ่อเดินอยู่ข้างหน้าห่างออกไปเกือบห้าก้าว เมื่อถึงบ้านพ่อก็ขอตัวขึ้นข้างบนฉันกับพี่เกรทได้แต่มองหน้ากันอย่างให้กำลังใจกันเงียบ ๆ แม่เองที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องครัวก็มองฉันสลับกับพี่เกรทแล้วถอนหายใจ  

“ไม่ต้องกังวลหรอกลูก โรคขี้หวงลูกสาวน่ะ เดี๋ยวก็ดีขึ้น”  

“ผมไม่เป็นไรครับแม่”  

 

========================== 

ตอนนี้ได้แต่ส่งกำลังใจให้พี่เกรท คุณว่าที่พ่อตาหวงลูกสาวเหลือเกิน 

ความคิดเห็น