ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เกมส์ร้อนอ้อนรัก Ep.4

ชื่อตอน : เกมส์ร้อนอ้อนรัก Ep.4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 82k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.พ. 2565 00:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เกมส์ร้อนอ้อนรัก Ep.4
แบบอักษร

“ไปคอนโดแซมมี่นะคะ” เสียงแข็งของเธอทำให้ภาสกรถอนหายใจออกมา ร่างสูงใหญ่เดินไปเรื่อยๆ

“พี่ภีมได้ยินที่แซมมี่พูดหรือเปล่าคะ?” สาริสากระชากเสียงใส่ เธอเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อให้ทันเขา สาริสากระชากแขนเขาเต็มแรง ภาสกรหันกลับมามองเธอด้วยสายตาเรียบเฉย

“คุยที่ลานจอดรถดีกว่าครับ คุยเสร็จจะได้แยกย้ายกัน” น้ำเสียงเย็นชาของเขาทำให้สาริสาหน้าเสียทันที

“แซมมี่จะคุยที่คอนโดแซมมี่” ทำใจดีสู้เสือต่อรองกับเขา ภาสกรส่ายหน้าไปมา ความอดทนของเขาตอนนี้มันเหลือไม่มากแล้ว เธอไม่ให้เกียรติเขาไม่พอ แถมยังไม่ให้เกียรติตัวเธอเองอีก ถึงเขาจะชื่นชอบคนสวย แต่เขาก็ชอบคนฉลาดด้วยเหมือนกัน เขายิ้มยกที่มุมปาก มองเธอด้วยสายตาเรียบเฉย

“งั้น!” เขาขยับตัวก้าวเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ ร่างบอบบางในชุดเดรสกระโปรงสั้นเหนือเข่าสีดำ รีบก้าวขึ้นไปนั่งเคียงข้างเขา ภาสกรขับรถไปเงียบๆ บรรยากาศในรถไม่มีแม้เสียงเพลง ภาสกรเลือกที่จะเงียบ สาริสาเม้มริมฝีปากบางเอาไว้แน่น เขาทำเหมือนเธอเป็นคนผิดทั้งที่เขาต่างหากละที่ผิดเต็มๆ

“พี่ภีมทำแบบนี้กับแซมมี่ไม่ได้นะคะ” ทันทีที่ร่างสูงของเขาหย่อนก้นแตะกับโซฟา เธอก็เปิดฉากต่อว่าเขาทันที

“ผมทำอะไร” เขานั่งพิงโซฟาด้วยท่วงท่าสบายๆ มองเธอด้วยสายตาเรียบเฉย ปล่อยให้เธอกรีดเสียงใส่เขาได้ตามสบาย

“พี่ภีมหายไปทั้งวัน แซมมี่โทรหาพี่ภีมก็ไม่รับ ไปไหนก็ไม่บอก นี่หรอคะคนเป็นแฟนกัน คนคบกัน” เธอกอดอกมองเขาด้วยสายตาเอาเรื่อง

“ผมไปทำงาน” เขาเคาะนิ้วกับเข่าตัวเองเบาๆ กระตุกยิ้มมุมปาก

“ทำงาน! งานอะไรคะ แซมมี่โทรเข้าไปที่ทำงานพี่ภีมคนที่นั่นบอกพี่ภีมไม่ได้เข้าไปด้วยซ้ำ พี่ภีมโกหกแซมมี่ทำไม?” เพราะภาสกรขึ้นชื่อเรื่องผู้หญิง เธอก็ต้องหวาดระแวงเป็นเรื่องธรรมชาติ ที่สำคัญเธอไม่อยากเสียเขาให้ผู้หญิงหน้าไหนทั้งนั้น เพราะเขาไม่ใช่แค่ร่ำรวย หล่อเหลา เรื่องบนเตียงเขาก็ไม่แพ้ใครเช่นกัน แล้วเธอจะปล่อยให้เขาหลุดมือไปได้ยังไง ทั้งไม้อ่อนไม้แข็งเธอล้วนใช้กับเขามาหมดแล้ว แต่ดูเหมือนก็ยังไม่สามารถหยุดผู้ชายคนนี้ได้

“ผมบอกว่าทำงานก็คือทำงาน ดูเหมือนตอนนี้คุณจะลืมข้อตกลงที่เราเคยคุยกันก่อนนี้นะแซมมี่” น้ำเสียงกระด้างแต่ทว่าเย็นชาของเขา ยังไม่ทำให้เธอหวั่นไหวเท่ากับแววตาเย็นชาที่เขาส่งมาให้เธอ

“ผมว่าถ้าคุณยังไม่รู้ว่าตอนนี้คุณควรยืนอยู่ตรงไหน เราก็ควรจะต่างคนต่างไปดีกว่า” สาริสาเบิกตากว้างมองเขาอย่างตกใจ เพราะเรื่องบนเตียงเธอและเขาล้วนไปกันได้ดี เธอรู้ว่าเขาต้องการอะไรเธอก็ไม่เคยขาดตกบกพร่อง

“มะ หมายความว่ายังไงคะ” เธอพยายามบังคับน้ำเสียงที่สั่นเครือให้เป็นปกติที่สุด

“ผมรู้สึกว่าคุณก้าวก่ายผมมากจนเกินไป ที่สำคัญเราไม่ได้เป็นแฟนกัน ที่ผมมีคุณคนเดียวก็เพราะช่วงนี้ผมและคุณมีความสัมพันธ์กันอยู่ มันเป็นข้อตกลงของเรา แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่าคุณต้องการมากกว่าที่เราตกลงกัน ซึ่งผมคงให้คุณไม่ได้” สาริสาถึงกับขาอ่อนแทบทรุดกับคำพูดของเขา มองเขาอย่างผิดหวัง ภาสกรลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของเขา

“นี่เป็นค่าเสียเวลาที่คุณต้องมาเสียเวลาเพราะผม” เขาเซ็นเช็คเป็นตัวเลข 7 หลักยื่นให้เธอ แต่เธอก็ยังนั่งเงียบเฉย มองเขาด้วยสายตาตัดพ้อเสียใจ

“แซมมี่ไม่เลิกกับพี่ภีมนะคะ ยังไงก็ไม่เลิก” เธอลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเขา ภาสกรยิ้มยกที่มุมปาก มองเธอด้วยสายตาเย็นชา

“ก็ตามใจคุณ แต่ผมคงไม่มีเวลามาหาคุณอีกแล้ว เช็คนี่ผมจะวางเอาไว้ก่อน ที่เหลือก็แล้วแต่คุณ ลาก่อนครับ” เขาขยับถอยห่างออกไป ไม่สนใจเสียงร้องไห้ของคนที่วิ่งตามหลังมา เขาเบื่อที่สุดคือคนที่ไม่เห็นค่าของตัวเอง หึ! แม้แต่ตัวเองยังไม่เห็นค่าของตัวเอง แล้วเขาที่เป็นคนอื่นจะมองเห็นได้ยังไง สาริสานั่งร้องไห้มองเช็คที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างเคียดแค้น เธอทุ่มเทให้เขาทุกอย่างยอมเขาทุกอย่างแต่เขากลับตอบแทนเธอแบบนี้ หึ! คิดหรือว่าเธอจะปล่อยเขาไปง่ายๆ ก็เธอเที่ยวไปป่าวประกาศบอกใครต่อใครว่าคบกับเขาอยู่ นางร้ายแห่งยุคแบบเธอโดนผู้ชายปฏิเสธ ถ้าเป็นข่าวขึ้นมาเธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เธอหยิบเช็คที่เขาเขียนตัวเลขให้ถึงกับตาโต

“หนึ่งล้าน!” เธอยกมือปิดปากตัวเอง เธอแค่ควงกับเขาแค่ 6-7 เดือนเขายังให้เธอขนาดนี้ นี่ยังไม่นับรวมข้าวของเครื่องประดับและไปเที่ยวด้วยกันที่เขาจัดสรรให้ แต่ถ้าเธอได้แต่งงานกับเขาละ แน่นอนเธอต้องได้มากกว่านี้เป็นแน่ เธอนั่งมองเช็คอย่างครุ่นคิดว่าจะเอายังไงต่อดี จะตื้อเขาต่อไปหรือจะหยุดทุกอย่างแค่ 1 ล้านบาทที่เขาเซ็นมาให้แล้ว

ภาสกรขับรถตรงออกที่คอนโดหรูของเขา เรื่องใช้เงินแก้ปัญหาเขาถนัดอยู่แล้ว เขารู้ว่าผู้หญิงที่เข้าหาเขาส่วนใหญ่ล้วนต้องการสิ่งไหน เมื่อเธอต้องการเงินและเขามีกำลังจ่ายก็แลกเปลี่ยนกันไป และสิ่งที่เขาต้องการพวกเธอล้วนมีให้เขาอยู่แล้ว ถ้าไม่อยากให้เขาเบื่อพวกเธอก็แค่ทำตัวดีๆอย่าล้ำเส้นเขา เพราะถ้าล้ำเส้นเขาแม้แต่นิดเดียว บทส่งท้ายมันมักไม่สวยงามเสมอไป ต่อให้สวยแค่ไหนวิเศษวิโสแค่ไหนเขาก็สลัดทิ้งได้ไม่ยากเช่นกัน

1 สัปดาห์ถัดมา

ปิ่นมุกทำตัวเสมือนว่าตัวเองอกหักแค่ วันสองวันแรกเท่านั้น เธอยังทำงานของตัวเองไปเรื่อยๆ

“น้องปิ่นค่ะ” พี่บอลลูนเดินตรงเข้ามาหาเธอช่วงพักเบรค ยื่นไอแพดมาตรงหน้าปิ่นมุก

“อะไรคะ” เธอรับไอแพดมาถือไว้งงๆ

“รูปที่เราไปถ่ายเมื่ออาทิตย์ก่อนน่ะค่ะ ส่งมาให้แล้ว น้องปิ่นเลือกก่อนว่ารูปที่ส่งมาให้ใช้ได้ไหม เพราะเขาจะตีพิมพ์แล้วนะคะ” ปิ่นมุกสไลด์รูปดูไปเรื่อยๆ ใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นรูปที่เธอถ่ายกับภาสกรแบบแนบชิด มีบางจังหวะที่เธอจงใจแกล้งเบียดตัวเองเข้าหาเขาแบบแนบชิด ยิ่งมองรูปเขาเธอก็ยิ่งถูกใจเข้ามากขึ้นทุกที

“ท่องเอาไว้ปิ่นเขามีแฟนแล้ว มีแฟนแล้ว มีแฟนแล้ว” ปิ่นมุกได้แต่บอกตัวเองในใจ เธอยื่นไอแพดส่งคืนผู้จัดการสาวสวย

“รูปไหนก็ได้ค่ะ ปิ่นไม่ติด ได้ทุกรูปค่ะ” เธอกวักมือเรียกเด็กเขามาซับหน้าเติมแป้ง เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกตัวเอง บอลลูนได้แต่มองนางแบบเบอร์หนึ่งของประเทศอย่างเห็นใจ เพราะปิ่นมุกไม่ใช่คนที่จะถูกใจใครง่ายๆ ทั้งนักธุรกิจ นายแบบ ดารา ไฮโซ ล้วนแย่งกันจีบเธอมาแล้วทั้งนั้น แต่เธอก็ยังไม่ถูกใจใคร สำหรับภาสกรปิ่นมุกคงโดนใจจริงๆเพราะเธอถึงขนาดให้เธอจัดหาข้อมูลให้ แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะเขาดันมีแฟนเสียแล้ว คิดแล้วก็น่าเห็นใจเพราะอกหักตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ถ้าเป็นเธอนะ หึ! แย่งค่ะ! มือใครยาวสาวได้สาวเอา! ความสวยรึก็พอฟัดพอเหวี่ยง เรื่องรวยเนี่ยไม่ต้องพูดถึง เรื่องชาติตระกูลการศึกษา ปิ่นมุกล้วนมาตรฐานดีอยู่แล้ว ปิ่นมุกนี่คือเพชรของวงการเลยก็ว่าได้ เพราะเธอถือว่าเป็น Celebrity From Thailand ปิ่นมุกนี่คือตัวแม่เลยนะเอาจริงๆ เอาเถอะในเมื่อมันไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ อีกไม่นานก็คงมีผู้ใหม่ๆเข้ามาเผื่อปิ่นมุกจะโดนใจบ้าง

เสียงโทรศัพท์ที่กรีดร้องเสียงดัง ทำให้ภาสกรเหล่ตาขึ้นไปมองนิดนึง

“เบอร์ใคร?” เบอร์ไม่คุ้นเคยซะด้วย

“ครับผม” เขากรอกเสียงเข้มลงไป นั่งพิงพนักเก้าอี้

— เบอร์คุณภีมใช่ไหมครับ ผมเป็นช่างภาพที่ถ่ายแบบคุณภีมเมื่ออาทิตย์ก่อน ผมส่งรูปที่ถ่ายทั้งหมดไปให้คุณภีมเลือกนะครับว่ารูปไหนใช้ได้รูปไหนใช้ไม่ได้ รบกวนคุณภีมช่วยเช็คแล้วโทรกลับได้ไหมครับ — ภาสกรขยับตัวนิดนึงตั้งใจฟังปลายสายพูดทุกคำ

“ได้ครับผมขอเวลาสัก 10 นาที ผมโทรกลับนะครับ” ปลายสายถูกตัดไปแล้ว เขาลืมเรื่องถ่ายแบบไปเลย เพราะช่วงนี้เขาก็กำลังยุ่งกับงานของตัวเองเสียสนิท ไหนจะสาริสาที่ยังแวะเวียนมาหาเขาบ้างเป็นครั้งคราว แต่เขาก็ไม่คิดจะสานสัมพันธ์ใดๆต่อทั้งนั้น เพราะยังเบื่อหน่ายกับนิสัยของเธอ ภาสกรเปิดรูปที่ตากล้องส่งมาให้ เขาไล่ดูไปทีละรูปทีละรูป มีบางรูปที่เขาถึงกับยิ้มออกมา

ปิ่นมุกแสดงออกอย่างชัดเจนว่าชอบเขามาก แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็หายเงียบไปเช่นกัน นั่นนะสิ! หรือว่าเธอไม่ได้สนใจเขาจริงๆจังๆ แต่เขาก็ไม่น่าจะดูเธอผิดไป เพราะจะว่าไปแล้วมีหลายต่อหลายครั้งที่ปิ่นมุกจงใจใกล้ชิดเขา จงใจแต๊ะอั๋งเขา เขานั่งดูรูปไปเรื่อยๆ บอกตัวเองว่าเธอน่าสนใจไม่น้อย......

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว