ขอบคุณมากๆนะคะที่ให้การสนับสนุน กราบบบงามๆ

โคเวลล์ ชายหนุ่มผู้เคยล้มล้างอำนาจกษัตริย์แห่งอาณาจักรโรเซียร์

ชื่อตอน : โคเวลล์ ชายหนุ่มผู้เคยล้มล้างอำนาจกษัตริย์แห่งอาณาจักรโรเซียร์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ธ.ค. 2562 19:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โคเวลล์ ชายหนุ่มผู้เคยล้มล้างอำนาจกษัตริย์แห่งอาณาจักรโรเซียร์
แบบอักษร

 

 

โคเวลล์ ชายหนุ่มผู้เคยล้มล้างอำนาจกษัตริย์แห่งอาณาจักรโรเซียร์ 

 

 

-ไรท์ตั้งใจเขียนเรื่องนี้พอๆกับนิยายจีนอีกเรื่องเลยนะคะ เนื้อหาใหญ่ไม่ใช่แต่งเล่นๆค่ะมี ถามว่าเรทไหม เรทแน่นอน- 

-ช่วงหลังมีเนื้อหาของโคลด์อยู่- 

 

 

 

 

ซู่มมมมมมมมมมมม!

เสียงน้ำจากบ่อพลังเวทก่อตัวเป็นพายุลอยอยู่หลังของผมก่อน สัญชาตญาณสั่งให้ผมโจมตีอีกฝ่ายที่เข้ามาโดยพลการทันที!

บ่อแช่น้ำเดิมทีมีพลังเวทหมุนเวียนอยู่ภายในกระแสน้ำยิ่งถูกนำมาใช้ทำให้พลังเวทที่ปล่อยออกมายิ่งรุนแรงมากยิ่งขึ้น มันหมุนเกลียวอย่างบ้าคลั่งแล้วซัดใส่ร่างสูงที่ยืนอยู่อย่างนิ่งสงบ

พลันน้ำจากบ่อแช่กลับหยุดชะงักก่อนจะค่อยๆแข็งค้างจับตัวเป็นก้อนกลุ่มน้ำแข็งทันที!

นอกจากธาตุสายฟ้าแล้วโคลด์ยังมีธาตุน้ำแข็งอีกด้วย!

ผมเบิกตากว้างหลบอยู่หลังฉากกั้นก่อนจะหยิบเสื้อผ้า…แต่แล้วมันกลับว่างเปล่า!

ใช่ว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เศษผ้าชิ้นเล็กๆให้ผมปกปิดได้ด้วยซ้ำ!

“เจ้าหาสิ่งนี้อยู่?” โคลด์ชูผ้าคลุมรวมถึงเสื้อผ้าของผมขึ้นสูง ผมรีบชะโงกหน้าออกไป ใบหน้าของมเริ่มบึ้งตึงเพราะไม่รู้ว่าชายคนนี้แอบเอาเสื้อผ้าของผมไปตั้งแต่เมื่อไหร่

“คืนเสื้อผ้าให้ข้าด้วย!”

“ได้ แต่เจ้าต้องบอกมาก่อนว่ามีเหตุผลอะไรเดินทางมาอยู่ที่โรเซียร์” ใบหน้าของโคลด์เรียบเฉย ดวงตาจากที่เคยประกายเริ่มมืดลงอย่างน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวมีกลิ่นอายอันตรายแฝงอยู่

“ถ้าข้าตอบแล้วท่านจะคืนเสื้อผ้าให้จริงๆใช่ไหม” อีกฝ่ายพนักหน้าไม่เอ่ยคำพูด

ดูเหมือนว่าโคลด์จะเห็นใบหน้าสีผมและดวงตาแล้วจริงๆ ยิ่งโกหกยิ่งทำให้สถานการณ์ดูแย่ ถ้าเขาคิดจะนำตัวผมส่งให้ราชสำนักจริงๆคงง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือและไม่ต้องเสียเวลาตั้งคำถามเพื่อให้ผมตอบอยู่แบบนี้หรอก

“ข้าอยากหาบ้านดีๆใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเท่านั้น…ข้าบอกแล้วส่วนท่านจะเชื่อหรือไม่ก็เรื่องของท่าน”

ใบหน้าเรียบเฉยของโคลด์จ้องมองใบหน้างามยิ่งกว่าเทพสวรรค์อย่างเปิดเผย เขาจับพิรุธว่าอีกฝ่ายโกหกเขาหรือไม่แต่ทว่ามีเพียงดวงตาสีทองประกายสดใสจ้องมองเขาอย่างหวาดหวั่นมองไม่เห็นถึงสิ่งที่กำลังปิดบังเขาอยู่

โคลด์สงสัยไวท์ตั้งแต่อีกฝ่ายพยายามช่วยเหลือคนของเขาโดยไม่ใช้แม้แต่พลังธาตุ หากบอกว่าเป็นหมอยิ่งไม่ใช่เพราะไวท์ไม่ได้มีป้ายขึ้นทะเบียนให้กับทางสภา หมอทุกคนจะต้องเรียนและฝึกฝนอย่างหนักภายในสถานศึกษาสำหรับหมอโดยเฉพาะและเมื่อจบออกมาทุกคนจะได้ป้ายทะเบียนอาชีพไว้และเพื่อป้องกันไม่ให้รักษาประชาชนโดยพลการ

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโคลด์ เขาเคยเห็นหมอรักษารวมถึงผู้ใช้เวทธาตุแสงมาหลายคนก็ยังเทียบไม่ได้กับการรักษาของไวท์ พลังธาตุแสงรักษาได้มีประสิทธิภาพสูงก็จริงแต่ย่อมต้องใช้เวลานานเพื่อฟื้นฟูอาการบาดเจ็บภายในหากไม่ใช่อัจฉริยะยิ่งไม่อาจเย็บเส้นเลือดจากอวัยวะภายในของคนได้

การรักษาที่แปลกประหลาด สามารถพลิกชีวิตคนใกล้ตายได้หากเรื่องนี้แพร่กระจ่ายออกไปด้านนอกคงทำให้ผู้ใช้ธาตุแสงต้องหวาดหวั่นอย่างแน่นอน

ผู้ใช้ธาตุแสงเดิมทีมีน้อยอีกทั้งมักจะหยิ่งยโสในพลังธาตุที่ตัวเองมีกลับต้องมาสั่นคลอนเพราะชายตัวเล็กๆเพียงคนเดียว

“ข้าเชื่อ” พูดจบโคลด์ก็โยนเสื้อผ้าให้ผมแต่ไม่ใช่เสื้อตัวเดิม เป็นเสื้อคอตั้งสีขาวมีกระดุมเม็ดสีม่วงเหลือบทอง กางเกงขายาวขลิบทอง รองเท้าหนังสีขาวสะอาด ทั้งหมดเป็นของคุณภาพชั้นเลิศแต่ผมกลับเบ้หน้าเล็กน้อย จริงๆผมชอบสีดำนะแต่ให้ใส่สีขาวกลัวสะดุดตามากไป

“ไม่มีชุดอื่นแล้วเหรอ”

“ไม่มี”

ผมจึงจำใจยื่นมือไปรับเสื้อผ้าชุดนั้นแต่แล้วมือใหญ่ของอีกฝ่ายกลับตวัดโอบเอวผมเข้าใกล้เสียก่อน

“ทะท่านโคลด์!”

“รูปร่างดีแต่ผอมไปหน่อย”

จู่ๆใบหน้าเรียบเฉยก็ฉายแววเจ้าเล่ห์!

ดวงตาของโคลด์ราวกับดวงตาของจิ้งจอก ริมฝีปากยกยิ้ม ใบหน้าที่คิดว่าอบอุ่นกลับกลายเป็นใบหน้าของคนโรคจิตแทน

“ปล่อยนะขอรับ!” ผมสบตาด้วยความโมโห ใบหน้าเห่อร้อนเพราะมือของโคลด์พยายามลูบไล้บริเวณกระดูกสันหลังก่อนจะลงมายังบั้นท้าย

“ข้าไม่แปลกใจเลยที่พวกเขายอมสละชีวิต กำลังพลไปกับเรื่องงมงาย”

“ข้าเองก็ไม่รู้ว่าพวกเขาตามล่าข้าทำไม!” ผมพยายามสะบัดหนีแต่ยิ่งดิ้นแขนทั้งสองของโคลด์ยิ่งกอดผมแน่น ความร้อนแผ่ซ่านระหว่างร่างทั้งสองพลอยทำให้ผมหายใจติดขัดเล็กน้อย

“เจ้าไม่รู้จริงๆ? อย่างนั้นก็ดี อย่ารู้เลยจะดีกว่า ในตอนนี้เจ้าก็มีบ้านดีๆใช้ชีวิตอย่างสงบสุขแล้ว เรื่องภายนอกปล่อยให้ข้าจัดการดีไหม?”

เขาต้องการจะรู้จักไวท์ให้มากขึ้น คนอย่างเขาไม่เคยเสนออะไรเช่นนี้มาก่อน เขาไม่ชอบให้คนมาวุ่นวายในคฤหาสน์แม้กระทั่งปรึกษาหรือขุนนางคนอื่นมาเยี่ยมเขาก็ไม่เคยต้อนรับพวกนั้นให้เข้ามาอยู่ในคฤหาสน์เลยสักคน

เดิมทีเขาสนใจฝีมือการรักษาหวังจะต้อนรับไวท์เพื่อให้ไว้ใจและให้อีกฝ่ายกลายเป็นคนสนิทแต่คิดไม่ถึงว่าคืนนั้นบทสวดสูงศักดิ์ถูกกล่าวออกมาทั้งๆที่ไวท์ไม่ใช่คนสูงศักดิ์และไม่ได้มีธาตุแสง

ความคิดของโคลด์เริ่มเปลี่ยนไปหวังจะค้นหาความลับอันมากมายที่ซุกซ่อนอยู่ทำให้เกิดความคิดสกปรกจึงแอบเข้าไปดูไวท์อาบน้ำแอบเอาเสื้อผ้าให้คนรับใช้ออกไปทิ้งก่อนจะเล่นละครตบตาเล็กน้อยจนกระทั่งเมื่อได้เห็นตัวจริงของอีกฝ่าย หัวใจของเขาเต้นระรัวราวกับกำลังค้นพบสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจ คิดไม่ถึงว่าเรื่องงมงายที่หลายอาณาจักรตามหาจะกลายเป็นเรื่องจริง!

และคนคนนั้นกำลังถูกเขากอดอยู่ในตอนนี้!

“ไม่ดีๆ ท่านเป็นถึงดยุก ขุนนางแวะเวียนมาหาไม่น้อยหากใครมารู้ตัวตนของข้า…”

“เจ้าคิดว่าพวกมันกล้า?”

ฉับพลันบรรยากาศรอบข้างเริ่มต่ำลง ดวงตาของโคลด์มีประกายดำมืดเผยออกมา ใบหน้าเฉยชาเยียบเย็นจนทำให้ผมรู้สึกอึดอัดรีบหลบสายตาเขาทันที อุณหภูมิยังคงต่ำลงเรื่อยๆจนกระทั่งบริเวณรอบๆเริ่มกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งแผ่นบาง

ร่างกายของผมที่ยังคงเปล่าเปลือยถึงกับสั่นสะท้านจากความหนาว น้ำแข็งพุ่งตรงมายังปลายเท้าผมเรื่อยๆทำให้ผมมีความคิดใจกล้าใช้เท้าทั้งสองข้างเหยียบลงบนรองเท้าของโคลด์ทันทีทำให้เขาชะงักก่อนจะดึงสติสลายพลังเวทของตัวเองออก เขากอดผมแน่นอยู่ครู่หนึ่งแล้วทิ้งเสื้อผ้าไว้ให้ก่อนจะเดินออกไป

ผมยังสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บเมื่อครู่ก่อนจะรีบสวมใส่เสื้อผ้าแล้วเดินออกไป เบนและบรูคยืนรออยู่ พวกเขาเบิกตากว้างเล็กน้อยก่อนจะเก็บอาการตกใจได้อย่างรวดเร็วแล้วพาผมไปที่ห้องโถงใหญ่เพื่อทานมื้อค่ำกับโคลด์ อีกฝ่ายมองผมแวบหนึ่งก่อนจะยกยิ้มอย่างพึงพอใจแล้วก้มลงเซ็นเอกสารเวทมนตร์ต่อ เขาใช้อุปกรณ์เวทติดต่อสื่อสารกับขุนนางบางคน ภาษาที่พวกเขาพูดเป็นภาษาทางการเกี่ยวกับปัญหาประชากรน้อยมากไปไม่มีคนงานหรือช่างฝีมือมาพอในแต่ละเมือง ผมคิดว่านี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่อาณาจักรโรเซียร์ไม่ได้เจริญมากพอเท่ากับอาณาจักรอื่นถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีกองทัพแข็งแกร่งอันดับหนึ่งแต่หากไม่มีทรัพยากรสำหรับทหารพวกเขาย่อมเหมือนมดที่ไร้พิษสง

จุดเด่นอาณาจักรโรเซียร์คือ หนึ่ง กองทัพแข็งแกร่ง สอง เก่งเรื่องการค้าขาย สาม รับประกันได้ว่าพวกเขาจะไม่อดตาย

จากที่ผมเคยสำรวจหมู่บ้านและเมืองเซนนาร์ดส่วนมากพวกเขาทำการเกษตรและค้าขาย สิ่งนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีเพราะอาณาจักรไม่อาจขาดชาวไร่พวกนี้ได้ บ้านเมืองอยู่อย่างสันติแต่เพราะประชาชนอยู่อย่างสงบสุขมากไปทำให้เกิดการขาดแคลนประชากรสายงานอาชีพ ลูกของพวกเขาที่เกิดออกมาส่วนมากจะรับหน้าที่ต่อจากพ่อและแม่จะมีเพียงแค่ส่วนน้อยที่ต้องการเป็นทหาร

การเป็นทหารนอกจากจะได้เงินเดือนสูงแล้วยังได้เกียรติอีกด้วย หากประชาชนยากจนพวกเขามักจะส่งลูกหลานมาเป็นทหารทว่าความสงบสุขเช่นนี้ใครเล่าอยากจะออกจากอ้อมกอดของครอบครัวเพื่อเดินทางไกลมาเป็นทหารในขณะที่อาณาจักรโรเซียร์ไม่ได้มีสงคราม

“เจ้าทำหน้าราวกับรู้ว่าข้าคิดอะไรอยู่” เสียงของโคลด์ทำให้ผมหลุดจากภวังค์ก่อนจะยิ้มเก้อให้เขา

“แล้วท่านกำลังคิดเสนอออกกฎหมายใหม่หรือเปล่าล่ะ”

“นอกจากเจ้าจะเป็นหมอแล้วยังอ่านภาษาทางการออกด้วย ใช่ ข้ากำลังจะเสนอออกกฎหมายใหม่ โรเซียร์ขาดแคลนคนงานช่างฝีมือ ข้าจึงจะร่างกฎหมายสำหรับคนต่างถิ่นที่ย้ายเข้ามาเป็นคนงานจะได้รับค่าตอบแทนสูงมีบัตรกฎหมายคุ้มครองครอบครัวให้” มีสิ่งใดบ้างที่คนร่างเล็กไม่รู้? ภาษาทางการสำหรับขุนนางชั้นสูงเพื่อป้องกันไม่ให้มีสายแฝงตัวเข้ามา หากข่าวใดข่าวหนึ่งรั่วไหลออกไปอย่างผิดกฎหมาย พวกเขาสามารถตามจับได้ในแวดวงขุนนางได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

“เห หากท่านออกกฎหมายบัตรคุ้มครองไม่เท่ากับว่ากำลังให้คนงานมีเสมอศักดิ์เท่ากับขุนนางหรอกเหรอ? ท่านคงคิดแล้วผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร”

“ผลลัพธ์ไม่สำคัญขึ้นอยู่กับว่าจะหาคนงานได้มากพอหรือเปล่า”

ผมนิ่งอึ้ง…โคลด์ ชายคนนี้ไม่สนถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาแม้แต่น้อย หมายความว่าเขาเป็นดยุกที่มีอำนาจอย่างแท้จริง!

ใบหน้าของเขามีความมั่นใจมาก รอบตัวแฝงไปด้วยกลิ่นอายอบอุ่นแต่ภายในแล้วกลับเยือกเย็นชวนให้คนหวาดผวาราวกับกำลังจมดิ่งอยู่ใต้มหาสมุทรลึก เหตุการณ์ในห้องอาบน้ำยังทำให้ผมหวาดกลัวอยู่ไม่หายและจิตนาการถึงคนที่กล้าขัดคำสั่งเขาแล้วผลที่ตามมาคงจบไม่สวยเท่าไหร่นัก

หากเขามีอำนาจกระทั่งขุนนางไม่อาจต่อต้านได้หมายความว่าผมโชคร้ายดันมาเจอคนที่น่ากลัวที่สุดในอาณาจักรโรเซียร์อย่างนั้นเหรอเนี่ย!

หนีเสือปะจระเข้โดยแท้!

ผมได้แต่โอดโอยภายในใจก่อนจะคิดว่าแบบนี้คงไม่ต้องให้คำแนะนำโคลด์อีกต่อไปแล้วจึงหยุดคิดเรื่องนั้นแล้วหันมาคิดวางแผนหนีจากปากถ้ำจระเข้แทน

ผมยังอยากหนีนะ เคยได้ยินไหมคำว่า ความลับไม่มีในโลกน่ะ

แม้เขาจะมีอำนาจมากในโรเซียร์แต่สักวันยังไงพวกคนเหล่านั้นก็ต้องตามล่าหาตัวผมเจอดังนั้นผมจะคิดหาทางหนีทีไล่ก่อนก็คงไม่แปลกหรอกใช่ไหมล่ะ อย่างน้อยๆในตอนนี้ก็ขออยู่อย่างสงบพลางสำรวจพื้นที่ทางหนีไปก่อนก็แล้วกัน

มื้อค่ำทั้งหมดเต็มไปด้วยอาหารเลิศหรู หรูจริงๆนะ! ดูเนื้อนั่นสิกำลังส่งกลิ่นหอมฉุยออกมาอบอวลตลบไปทั่วโต๊ะ ไหนจะมันเยิ้มๆและซอสที่ราดลงบนตัวเนื้อนั้นอีก ดูเหมือนโคลด์จะรู้ว่าผมชอบ เขาจึงพยายามสรรหาอาหารและของหวานมาให้ผมทานแม้กระทั่งมื้อดึกก็ไม่เว้น!

คนรับใช้ที่นี่เมื่อเห็นใบหน้าและสีผมต่างพากันตกใจ บางคนถึงกับอ้าปากค้างส่วนบางคนก็สลบไปทันที ผมเข้าใจนะพวกเขาคงได้ยินประกาศจากทางราชสำนักแม้จะมีซุบซิบต่อหน้าและลับหลังบ้างกลับไม่มีใครกล้าทำตัวกลั่นแกล้ง มีแต่นอบน้อมถึงขนาดก้มลงคุกเข่าหมอบกราบราวกับกำลังบูชาผมเสียอย่างนั้น

การที่โคลด์ให้ผมแต่งตัวเหมือนคนปกติทั่วไปส่วนหนึ่งเขาคงมั่นใจได้ว่าคนภายในคฤหาสน์จะไม่เผยความลับของผมออกไปแน่นอนดังนั้นผมจึงใช้ชีวิตอยู่ที่นี่นานราวเกือบสองเดือนก่อนจะพบว่าทางออกมีอยู่สามทางแต่วิธีการออกไปนั้นมีอยู่หลายวิธี!

ดังนั้นผมจึงฉวยโอกาสใช้เบนและบรูคออกไปทำธุระให้ส่วนตัวผมคำนวณเวลาไว้ก่อนจะเปิดประตูออกไป ภายในคฤหาสน์จะมีคนรับใช้เป็นยามคอยหมุนเวียนผลัดกันทุกๆสามสามสิบนาที ผมมองซ้ายขวาเมื่อทางสะดวกจึงรีบแอบไปหลบอยู่มุมโต๊ะวางแจกันซึ่งสูงกว่าผมไปหนึ่งช่วงศีรษะ โชคดีที่ตัวเล็กถ้าตัวโตกว่านี้คงถูกพบเห็นได้ง่ายๆ คนรับใช้เดินผ่านไปตรงหน้าโต๊ะแจกันอย่างเฉียดฉิวผมจึงแอบย่องตามหลังพวกเขาลงบันไดแล้วย่องไปทางห้องครัวของคฤหาสน์

ห้องครัวคฤหาสน์มีคนอยู่จำนวนมากแต่ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับผม ผมใช้โอกาสที่พวกเขาหันหลังให้ก่อนจะก้มตัวลงต่ำติดโต๊ะแล้วคลานไปทางประตูเล็ก หัวใจของผมเต้นระรัว มือทั้งสองเหงื่อซึมเพราะความตื่นเต้นทว่าในขณะที่ผมเปิดประตูเล็กออกไปกลับพบร่างของสองคนที่อยู่เบื้องหน้าเสียก่อน…

“เจ้ากำลังเล่นซ่อนแอบอยู่เหรอ?”

“คะโคลด์!”

อ๊ากกกกกกกกกกกก! ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้!

“ทำไมเจ้ามาถึงมาอยู่ที่นี่ได้!”

“ถามตัวเจ้าก่อนคิดจะทำอะไร”

ผมนั่งลงอย่างปลงตก คนรับใช้รีบพากันออกจากห้องครัวจะเหลือเพียงแต่โคลด์กับชาร์ลีที่กำลังรินชาให้อีกฝ่ายอยู่

ใบหน้าของเขายังคงแววอบอุ่น ดูไม่ทุกข์ร้อนพลางจิบชาบนโต๊ะสีขาวที่เต็มไปด้วยขนม ผมกลืนน้ำลายลงอึกก่อนจะตีหน้าแสร้งเดินเลียบๆเคียงๆเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขา

“ขะข้าแค่อยากออกมาเดินสูดอากาศน่ะ”

“อ้อ ท่าคลานสูดอากาศของเจ้าดูแปลกดีนะ”

“แหม ออกกำลังกายไงเจ้ารู้ไหม นี่เป็นท่าสูดอากาศแบบใหม่ได้อากาศเข้าเต็มปอดเลยล่ะ!”

“อย่างนั้นเจ้าก็คลานสูดอากาศไปก็แล้วกัน พอบ่ายแล้วค่อยกลับเข้าไป”

“ละล้อกันเล่นอยู่เหรอไง”

“ไม่ได้ล้อเล่น ข้าก็อยากจะรู้นักไอท่าคลานสูดอากาศของเจ้าเนี่ยมันจะช่วยได้จริงๆหรือเปล่า” ใบหน้าของโคลด์มีแววจริงจัง ผมพยายามใช้มือหยิบขนมที่อยู่ตรงหน้าแต่แล้วเขาก็ตบบนหลังมือผมเบาๆ

ดวงตาของเขากำลังบอกว่า…ถ้าเจ้าไม่ทำอย่าหวังเลยว่าจะได้กินขนม!

“ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยย”

 

 

ผมเอ่ยปากบ่นพลางลูบเอวตัวเองในขณะที่กำลังเดินขึ้นไปบนห้อง ถึงจะมีเบนและบรูคคอยปลอบใจทั้งยังตักเตือนก็ไม่ได้ช่วยอะไรผมหรอก เจ้าโคลด์นั้นดันพูดจริงและให้ทำจริงแต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้ว่าผมกำลังจะแอบออกทางประตูเล็ก เขายังปฏิบัติกับผมเสมอต้นเสมอปลายแม้จะมีระยะห่างกันบ้างเพราะเขาทำงานหนักหาเวลาปลีกตัวมาพบผมยาก

ถามว่าเขาดีไหม ดีสิ ดีมากแต่นิสัยแปรปรวนไปหน่อย เขาไม่ชอบให้คนขัดคำสั่งเท่าไหร่นักนั่นเลยทำให้ผมโดนลงโทษอยู่บ่อยๆ พอเขามีเวลาว่างจริงๆก็ชอบมาวนเวียนใกล้ตัวผมไม่ยอมห่างเพียงแค่ไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดเหมือนครั้งก่อน

เฮ้ ผมเป็นแขกนะไม่ใช่คนของเขาเสียหน่อย จะออกไปข้างนอกต้องให้คนรับใช้ติดตามไปสามคน เบนและบรูคส่วนอีกหนึ่งเป็นองค์รักษ์ฝีมือดี

ดีจนกระทั่งเวลาแอบหนีเขายังตามจับผมกลับมาได้!

สุดท้ายก็โดนโคลด์ลงโทษกักบริเวณไม่ให้ออกไปอีก เขาอ้างเหตุผลว่า ถึงเจ้าจะใส่ผ้าคลุมปลอมตัวออกไปก็กลัวว่าจะมีคนจับพิรุธได้

ข้ออ้างกับผีน่ะสิ!

เมื่อเข้าสู่เดือนที่สามในเวลากลางคืนผมใช้โอกาสนี้แอบปีนออกหน้าต่าง ผมไม่มีธาตุลมดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ผ้าที่ผมแอบสะสมไว้มามัดผูกกันต่อจากขาเตียงแล้วหย่อนตัวเองลงไปด้านล่าง ในใจผมภาวนาจะไม่เจอโคลด์แต่แล้วดูเหมือนว่าคำอธิฐานของผมจะไม่เป็นผล

“ดึกดื่นไม่ยอมนอน ดี! เจ้ามาช่วยข้าทำงานหน่อยก็แล้วกัน”

“ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยย”

ครั้งที่สิบ

“เจ้าอยากเดินเล่นทำไมไม่บอกข้า? มา…ข้าจะพาเจ้าไปเดินเล่นเอง”

ทันใดนั้นเขาพาผมไปสวนเขาวงกตด้านหลังคฤหาสน์ทันที…

ครั้งที่ยี่สิบสาม

“เจ้านี่ชอบเล่นเกมซ่อนแอบมากสินะ ถ้าอย่างนั้นก็ยืนซ่อนอยู่ตรงนั้นถ้าใครเจอเจ้าถือว่าเจ้าชนะ”

เขาสั่งให้คนทั้งหมดในคฤหาสน์เมินผมราวกับผี ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งเขาทำให้ผมต้องยืนซ่อนอยู่อย่างนั้นครึ่งวัน…

ครั้งที่ห้าสิบเอ็ด

“ข้าคิดว่าบทลงโทษอาจจะน้อยไป พวกเรามาเปลี่ยนบทลงโทษดีไหม?”

ไม่ทันให้ผมตอบเขาก็ประกบจูบผมทันที…

ผมได้แต่บ่นอู้อี้เพราะมันคือจูบแรกของผมเลยนะ!

เฮ้อ แต่เมื่อคิดได้ผมเคยจูบบนหัวเจ้านอร์ฟและสัตว์เวทตัวอื่นมาแล้ว…ถ้าคิดว่าเขาเป็นสัตว์เวทตัวหนึ่งก็คงไม่ได้เป็นอะไรหรอกมั้ง?

ครั้งที่หกสิบหก

“ดูเหมือนเจ้าจะไม่เข็ด ถ้าอย่างนั้นข้าจะเปลี่ยนบทลงโทษ ไวท์ เจ้าอย่าได้กระตุ้นความอดทนข้ามากเกินไป”

พูดจบเขาก็บีบคางผมก่อนจะประกบจูบอีกครั้ง ผมบ่นอู้อี้ในลำคอก่อนจะกรอกตาไปมาทว่าการเปลี่ยนบทลงโทษครั้งนี้ทำให้ผมผวาเพราะเขากำลังใช้สองมือลูบไล้ทั่วร่าง ตัวผมอ่อนระทวยใต้อ้อมแขนของเขาปากบอกให้เขาหยุดแต่อีกฝ่ายไม่สนใจใช้สองมือบีบเค้นหน้าอกของผมเล่น

ตะต้องคิดใหม่แล้ว! แบบนี้ไม่ดีแน่ๆ ไม่ดีจริงๆ!

 

 

“เฮ้อ” ผมถอนหายใจ

“ท่านไวท์ ทำไมถึงเอาแต่ยั่วโมโหท่านดยุกล่ะขอรับ?” เบนนวดไหล่ให้ผมในขณะที่พวกเราทั้งสามออกมานั่งโต๊ะจิบชาในศาลาดอกไม้หลังคฤหาสน์

“พวกเจ้าคิดว่าข้ากำลังยั่วโมโหเขาเหรอ”

“ท่านก็รู้ว่าท่านอยุกไม่ชอบคนขัดคำสั่ง การที่ท่านทำแบบนี้ก็เท่ากับว่ากำลังยั่วโมโหเขาอยู่ขอรับ” บรูครินชาให้ก่อนจะยืนตัวตรงอยู่ด้านข้าง

“แต่เขาก็ลงโทษข้าตลอดเลยนี่!”

“ปกติไม่เคยมีใครกล้าขัดคำสั่งแล้วยังยั่วโมโหท่านดยุกได้หลายครั้งเหมือนท่านเลยนะขอรับ เมื่อสองปีก่อนข้าน้อยเคยได้ข่าวว่ามีขุนนางจงใจยั่วโมโหท่านดยุก ก่อกวนการค้าขายสินค้าลดราคาให้กับผู้ซื้อหนึ่งครึ่งของราคาเต็ม”

“แล้วเป็นอย่างไร” เรื่องนี้ทำให้ผมสนใจ หูกระดิกรอฟังบรูคเล่า

บรูคไม่ตอบแต่ใช้นิ้วชี้ทำท่าปาดคอตัวเอง…ผมกลืนน้ำลายเล็กน้อยก่อนจะไม่ถามอะไรต่อไปอีก ผมจะใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุขจริงๆเหรอแต่ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่ผมต้องการเลย คฤหาสน์หลังใหญ่มากไปทำให้ผมรู้สึกอ้างว้าง ไหนจะคนรับใช้ที่มีมากมายคอยแต่หลบหน้าหนีผม

ผมแค่อยากได้บ้านหลังเล็กๆพื้นที่สวนกว้างสักหน่อย เลี้ยงสัตว์สักสองสามตัวแค่นั้นเอง

“ท่านไวท์” จู่ๆก็มีเสียงของชาร์ลีดังขึ้นอยู่เบื้องหน้าทำให้ผมมองเขาด้วยความสงสัยเพราะไม่ง่ายเลยที่หัวหน้าพ่อบ้านคนนี้จะมาปรากฏอยู่ที่นี่

“ชาร์ลี มีธุระอะไรเหรอ”

ชาร์ลีสบตากับเบนและบรูค ทั้งสองก้มหัวลงเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไป ผมมองซ้ายขวาดูเหมือนว่าเขาต้องการจะพูดคุยกับผมแบบส่วนตัว

“ข้าน้อยมีเรื่องหนึ่งอยากจะเล่าให้ท่านฟังขอรับ” ยากมากที่ชาร์ลีจะว่างงานแล้วออกมาหาผมเพื่อต้องการเล่าเรื่องบางอย่างให้ฟังเพราะปกติหัวหน้าพ่อบ้านคนนี้มักจะงานยุ่งพอๆกับเจ้านายของเขา

เมื่อเห็นใบหน้าที่ยิ้มอยู่ค่อยๆเคร่งขึม ดวงตาที่อ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยทำให้ผมตื่นตัวไม่กล้ามองข้ามทันทีและเรื่องที่ชาร์ลีจะเล่านั้นเป็นเรื่องของใครไม่ได้นอกจาก โคลด์

ตระกูล เดอ เซนเทียร์ เป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่สุดในอาณาจักรโรเซียร์ เป็นผู้บุกเบิกขยายแผ่นดินร่วมกับตระกูลของกษัตริย์ มีกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในกว่าอาณาจักรอื่น นั่นเป็นเพราะตระกูล เดอ เซนเทียร์ให้กำเนิดผู้มีพรสวรรค์ อัจฉริยะและคนเก่งกาจอีกมากแม้แต่ตระกูลราชวงศ์เองก็ไม่กล้าต่อต้านจนกระทั่งเมื่อถึงคราวยุคสมัยของดยุก แกริค หรือก็คือท่านพ่อของโคเวลล์ เขาเกิดมาอยู่เหนือกว่าคนในราชวงศ์ทั้งยังโดดเด่นมากไปทำให้กษัตริย์ไม่พอใจจึงเข้าหาฝ่ายขุนนางคนอื่นและยกบรรดาศักดิ์ให้แก่ตระกูลสามัญชน

เรื่องนี้เป็นที่ไม่พอใจอย่างมากสำหรับขุนนางชั้นสูงแต่ทว่าดยุกแกริคกลับไม่ขัดข้องทั้งยังช่วยส่งเสริมไม่ว่าจะฐานะต่ำต้อยแค่ไหนหากพวกเขามีความสามารถย่อมได้บรรดาศักดิ์อย่างแน่นอนทำให้ประชาชนต่างสรรเสริญเขาแทนที่จะเป็นกษัตริย์แต่ใครจะรู้ล่ะเพราะสิ่งนี้จะทำให้ตระกูล เดอ เซนเทียร์ถึงคราวพลิกผันจนยากจะเปลี่ยนแปลง…

ดยุกแกริคฉลาดถึงขนาดที่คนกล่าวขานว่าเขาคืออัจฉริยะแต่ไม่ว่าจะเก่งกาจแค่ไหนหากปราศจากเล่ห์เหลี่ยมก็เท่ากับกลายเป็นคนโง่ในสายตาของใครบางคน

พื้นฐานของสามัญชนย่อมต่ำต้อยกว่าชนชั้นสูงมาก พวกเขาไม่ได้เรียนรู้ทุกอย่างเพื่อพัฒนาอาณาจักรดั่งเช่นคำกล่าวที่ว่า ไม่ว่าจะมาจากที่ใดพื้นเพก็เป็นเพียงแค่สามัญชน คนเหล่านี้ไม่เคยสัมผัสถึงความหรูหราหรือได้ยศบรรดาศักดิ์มาก่อนย่อมถูกชักจูงโดยง่ายจากขุนนางจิ้งจอกหลายคน ขุนนางเหล่านี้เป็นคนคอยประจบทั้งยังยุยงกษัตริย์อยู่เบื้องหน้า ใช่ว่าดยุกแกริคจะไม่รู้แต่เพราะความเชื่อใจในตัวของกษัตริย์ทำให้เขาต้องพลาดก้าวขาลงน้ำลึกอย่างไม่ทันตั้งตัว

เมื่อขุนนางเริ่มแข็งข้อ ดยุกแกริคจึงหาหลักฐานที่พวกเขาทำผิดกฎหมายทั้งหมดแล้วยื่นฟ้องต่อสภา…ใช่แล้ว เขาไม่ได้คิดจะปรึกษากับกษัตริย์แต่กลับยื่นฟ้องแทน ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเวลารวดเร็วแม้แต่กษัตริย์ก็ไม่อาจทัดทานได้ ทุกอย่างกลับกลายเป็นปกติจนกระทั่งเวลาผ่านไปสิบห้าปี ในช่วงสิบห้าปีสำหรับเผ่าพันธุ์ของพวกเขานั้นแสนสั้นแต่ทว่าเป็นช่วงเวลาแสนสั้นที่ตระกูล เดอ เซนเทียร์นั้นมีความสุขมากที่สุดเพราะดยุกแกริคและดัชเชสของเขาได้ให้กำเนิดทายาททั้งหมดด้วยกันห้าคน

 โคลด์เป็นพี่คนกลางเพียงคนเดียวที่มีใบหน้าและรอยยิ้มอ่อนโยนเหมือนกับท่านแม่ของเขา

ช่วงเวลานั้นเป็นเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของตระกูล เดอ เซนเทียร์…จวบจนกระทั่งพี่ชายคนโตรับตำแหน่งขุนนางต่อจากดยุกแกริคโดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าการรับตำแหน่งครั้งแรกจะกลายเป็นคลื่นใต้น้ำที่โหมกระหน่ำพัดพาเขาไปสู่สิ่งที่เรียกว่านรกทั้งเป็น!

พี่ชายคนโตเป็นคนหัวอ่อนแม้จะฉลาดแต่ยังขาดประสบการณ์และเล่ห์เหลี่ยมจากราชสำนัก กษัตริย์ใช้ช่วงนี้คอยหลอกล่อยุแยงและแต่งเรื่องราวทำให้เขาหลงเชื่ออย่างงมงาย เขามักจะชอบอยู่ในปราสาทมากกว่าอยู่ที่คฤหาสน์แม้จะทำให้บรรดาพี่น้องสงสัยแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากตักเตือนอีกทั้งช่วงนั้นท่านพ่อและท่านแม่ของพวกเขากำลังล้มป่วยจึงไม่มีเวลามาสนใจเรื่องราวภายนอก

อาการป่วยแปลกประหลาดไม่ว่าจะตามหาหมอหรือผู้ใช้ธาตุแสงคนไหนก็ต่างส่ายหัว โคลด์ในช่วงนั้นอายุสิบห้าปี เขาเก่งและฉลาดที่สุดในบรรดาพี่น้องจึงเริ่มสงสัยในตัวของกษัตริย์ของพวกเขา หลายปีมานี้แม้ท่านพ่อจะไม่กล่าวหากษัตริย์ทว่าไม่ใช่กับเขา เขาไม่ได้โง่และไร้เดียงสาเหมือนกับพี่น้องคนอื่นเพราะท่านแม่ไม่อยากให้เขาทำตัวโดดเด่นเกินไปโดยเฉพาะพี่ชายคนโต หนึ่งปีให้หลังท่านพ่อและท่านแม่ก็ป่วยตายจากไปและปีนั้นเป็นปีแห่งการเริ่มต้นเข้าสู่ช่วงสงครามภายในของอาณาจักรโรเซียร์

ดยุกคอลลินหรือก็คือพี่ชายคนโตของตระกูล เดอ เซนเทียร์ เกิดความระแวงในบรรดาพี่น้องเพราะถูกปั่นหัว กษัตริย์โรเซียร์ใช้อุบายให้เขามอบป้ายคำสั่งกองทัพเพื่อป้องกันไม่ให้พี่น้องในตระกูลคิดก่อกบฏแต่ท้ายที่สุดตระกูล เดอ เซนเทียร์กลับโดนตั้งข้อหากบฏโดยคนของกษัตริย์เสียเอง

เมื่อภัยมาถึงตระกูล เดอ เซนเทียร์ คนฉลาดอย่างโคเวลล์จึงกอบกู้สถานการณ์พร้อมทั้งหาหลักฐานเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตระกูล กษัตริย์ไม่สามารถทำให้ตระกูลนี้ล่มสลายได้จะเนรเทศประชาชนก็ต่อต้านดังนั้นเขาจึงลดบรรดาศักดิ์พวกเขาแล้วให้ย้ายไปประจำอยู่ต่างเมือง ช่วงนั้นโคเวลล์อายุยี่สิบปี เขาไม่อาจทนเห็นสภาพตกต่ำถูกขุนนางด้วยกันหัวเราะถูกคนรับใช้ที่แฝงตัวกดขี่จึงตั้งปณิธานจะนำพาตระกูล เดอ เซนเทียร์ไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง โชคดีที่มีชาร์ลีคนรับใช้ข้างกายท่านพ่อของเขาช่วยเหลือไว้คอยติดต่อทหารผู้ภักดีหลายคนกระทั่งกลายเป็นกองทัพเล็กๆ

โคเวลล์แอบสร้างอำนาจอยู่เบื้องหลังโดยการติดต่อค้าขายกับอาณาจักรอื่น เมื่อมีเงินทองมีอำนาจเขาทำการแอบซื้อคนที่ไว้ใจได้จำนวนหนึ่งก่อนจะส่งให้ชาร์ลีฝึกพวกเขาเพื่อแฝงตัวเข้าไปในปราสาทของกษัตริย์ เวลาเกือบผ่านไปสามปีเหล่าพี่น้องเริ่มแตกแยกเพราะความตกต่ำของตระกูลจึงหันเข้าไปพึ่งกษัตริย์โรเซียร์และกลายเป็นคนของอีกฝ่ายในที่สุดจะมีเพียงแค่เขาที่ทำตัวเป็นกลางพลอยทำให้กษัตริย์เกิดความไม่ไว้วางใจส่งพี่น้องมาลอบฆ่าเขาอย่างเปิดเผย

เรื่องนี้ทำให้เขาแค้นใจมาก พี่น้องที่เคยรักใคร่กลมเกลียวกลับต้องแตกแยกเพราะกษัตริย์เพียงคนเดียว ทุกๆวันไม่ว่าจะเป็นยาพิษในอาหาร ชาหรือนักฆ่าในแต่ละวันเขากลับปล่อยผ่านไม่คิดจะโทษหรือเอาความกับพี่น้องตัวเองแต่ทว่าสิ่งนี้ทำให้เขาเริ่มมองเห็นความเป็นจริงของเผ่าพันธุ์ หากมนุษย์สามารถฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของตัวเองได้แล้วทำไมเผ่าปีศาจของพวกเขาจะทำไม่ได้…ทว่าเขากลับพบความจริงอยู่เรื่องหนึ่ง

ท่านพ่อและท่านแม่ของเขาไม่ได้ตายเพราะกษัตริย์แต่เป็นเพราะพี่ชายคนโตลอบวางยาพิษพวกท่านก่อนที่พี่ชายของเขาจะรับตำแหน่งดยุก!

ยัง! ยังไม่จบเพียงแค่นี้!

ผู้สมรู้ร่วมคิดคือพี่น้องทั้งหมดของเขา!

เขาอยากจะให้มันกลายเป็นเพียงแค่ฝันแต่กระนั้นก็ไม่อาจหลีกหนีความจริง เพราะอำนาจของกษัตริย์แอบทำสัญญาลับกับคนภายในตระกูลสุดท้ายพวกเขาก็โดนกษัตริย์ใช้เล่ห์อุบายหลอกทำให้ท่านพ่อท่านแม่ตายเปล่า

น่าขำ…

หัวใจของเขาเริ่มด้านชา ใบหน้าเรียบเฉย เฝ้าหลอกตัวเองว่าไม่ใช่ความจริงจนกระทั่งชาร์ลีได้ปลุกสติและเป้าหมายของตัวเอง…ในวันนั้นเขาลอบไปยังคฤหาสน์หลังเก่าก่อนจะแอบสั่งให้คนเผามันทั้งหมดแม้แต่สวนด้านหลังก็ไม่เว้น!

คืนนั้นเพลิงประกายไฟโหมกระหน่ำราวกับความแค้นของเขากำลังถูกจุดขึ้นมาภายในใจ ความแค้นลุกช่วงโชติในดวงตาดั่งเปลวไฟสะท้อนภาพของคฤหาสน์ที่กำลังมอดไหม้อยู่ ภายในเวลาเดียวกันพลังธาตุสายฟ้าอันแสนหากยากของเขาก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับช่วงเวลาอายุขัยที่ถูกหยุดลง

เขาสร้างกองทัพจากขนาดเล็กกลายเป็นขนาดใหญ่รวบรวมประชาชนที่ต่อต้านกษัตริย์ รวบรวมเผ่าเร่ร่อนเพื่อคิดทำการล้มล้างอำนาจครั้งใหญ่ของกษัตริย์โรเซียร์!

สายสืบที่แฝงตัวเข้าไปทำการสับเปลี่ยนป้ายคำสั่งกองทัพใหญ่ ป้ายคำสั่งจริงถูกเขาควบคุมอยู่เบื้องหลัง เมื่อทุกอย่างพร้อม ในคืนก่อนวันราชสมภพของกษัตริย์โรเซียร์เขาสั่งให้กองทัพทั้งหมดแบ่งแยกประจำพื้นที่สกัดไม่ให้คนเข้าออกทั่วสี่ทิศในปราสาทก่อนจะเดินเข้าไปฆ่าล้างเชื้อพระวงศ์ทั้งหมดและเหลือเจ้าชายหลายคนไว้เพื่อคอยบงการพวกเขา

ทางเดินโล่งยาว แสงจันทร์จากด้านนอกสอดส่องเข้ามาภายในหน้าต่างบานกระจกดูงดงามทว่าแฝงไปด้วยกลิ่นอายของคาวเลือด ทั่วทุกพื้นที่ภายในปราสาทย้อมไปด้วยเลือด ทหารลากพี่น้องของเขาให้คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า พวกเขาอ้อนวอนขอความเมตตาร้องไห้แทบจะกลายเป็นสายเลือด

เขาใช้ดาบที่สืบทอดจากผู้นำตระกูลทุกยุคสมัยตัดศีรษะพี่น้องของเขาทั้งหมดทันที เลือดสีแดงย้อมทั่วผสานกับพรมสีแดงสด ส่วนหัวกลิ้งตกอยู่บนพื้น ใบหน้าซีดขาวดวงตาถลนปากอ้าค้าง ลำตัวที่ตั้งอยู่เผยให้เห็นกระดูกสีขาวปนหลอดเลือดที่กำลังปล่อยของเหลวสีแดงสดราวกับน้ำพุกลางสวนปราสาท มันกระฉูดเปรอะเปื้อนไปทั่วใบหน้าของเขากระทั่งกระเด็นเข้าสู่ดวงตาย้อมนัยน์ตาขาวให้กลายเป็นสีแดงของเลือด

ลำตัวค่อยๆล้มลงทำให้ชิ้นเนื้อในร่างหลุดกระจายออกมาบ้างเล็กน้อย ครอบครัวของเหล่าพี่น้องตระกูลได้แต่ก้มหน้าร้องไห้หวังให้โคเวลล์จะพอเมตตาปล่อยผู้บริสุทธิ์…ในขณะที่พวกเขากำลังจะเอ่ยปากศีรษะก็ถูกตัดออกเสียแล้ว

เขาฆ่าล้างพี่น้องครอบครัวรวมไปถึงขุนนางเกือบทั้งหมด โค่นล้มอำนาจใช้กองทัพทำสงครามกับทหารองค์รักษ์ภายในปราสาท เพียงเวลาชั่วข้ามคืนบ้านเมืองเดือดร้อน เปลวเพลิงลุกลามไปทั่วทุกที่ ผู้สมรู้ร่วมคิดถูกกำจัดจวบจนรุ่งเช้าของอีกวัน

“มะ…ไม่จริง” ผมเบิกตากว้าง มือสั่นเทา เหงื่อผุดซึมไปทั่วใบหน้า

“ข้าน้อยเป็นพ่อบ้านมาให้ตระกูลหลายรุ่น หากท่านไวท์ไม่เชื่อนั่นก็เป็นสิทธิของท่านขอรับ”

“ละแล้วเหตุการณ์หลังจากนั้นล่ะ?”

เหตุการณ์หลังจากนั้นโคเวลล์ใช้อำนาจสถาปนากษัตริย์องค์ใหม่ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของเขา ก่อนจะฟื้นฟูบ้านเมืองขึ้นมาใหม่ เมื่อผู้คนล้มตายจำนวนมากทำให้อาณาจักรไม่อาจเจริญรุ่งเรืองได้เหมือนวันก่อนแต่ก็ทำให้โรเซียร์กลายเป็นอาณาจักรที่สงบสุขมายาวนาน

โคเวลล์กลายเป็นดยุกผู้มีอำนาจช่วงสิบปีแรกเขากลายเป็นผู้สำเร็จงานแทนกษัตริย์ด้วยอายุของกษัตริย์ยังน้อยจึงไม่อาจทำงานได้ เมื่อบ้านเมืองเริ่มสงบสุขแต่เขากลับไม่สงบสุขด้วยเหตุการณ์โค่นอำนาจในวันนั้นยังตราตรึงกลายเป็นภาพหลอกหลอนทำให้จิตใจของเขาบิดเบี้ยว อาการเนื้อตัวสั่นเทาและยิ่งมีคนขัดคำสั่งเขาเกิดอยากจะฆ่าคนทุกเวลา

“อาการของท่านดยุกเพิ่งดีขึ้นบ้างในช่วงสองปีนี้ขอรับ มีผู้ใช้ธาตุแสงช่วยเหลือท่านดยุกไว้”

ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่ผมไม่หลุดมาอยู่โลกนี้ก่อนไม่อย่างนั้นโคลด์อาจจะบีบคอเขาตายไปแล้วก็ได้

“ที่นี่ไม่มีจิตแพทย์เหรอ?”

“จิตแพทย์? เป็นหมอให้คำแนะนำหรือเปล่าขอรับ”

“ฉลาดมากชาร์ลี! เจ้าบอกว่ามีผู้ใช้ธาตุแสงช่วยเหลือโคลด์ไว้ใช่ไหม?”

“ขอรับ ท่านผู้นั้นเป็นทั้งหมอและผู้ใช้ธาตุแสง เขาจะปรุงยาแล้วส่งให้กับท่านดยุกทุกๆเดือน”

“อาการของโคลด์จะกำเริบทุกๆเดือน?”

“ตลอดเวลาขอรับแต่ยาตัวนี้ช่วยระงับอาการไว้ได้ทุกๆหนึ่งเดือน”

“ข้าอยากจะเจอผู้ใช้ธาตุแสงนั่นจริงๆ…เฮ้อ แบบนี้เมื่อไหร่โคลด์จะหายได้เล่า”

“ทะท่านพอมีหนทางเหรอขอรับ!” ใบหน้าของชาร์ลีฉายแววตื่นเต้น ตลอดระยะเวลาหลายปีหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นท่านดยุกก็มักจะควบคุมตัวเองไม่อยู่เผลอพลั้งฆ่าคนรับใช้ คนข้างกาย คนสนิทรวมถึงขุนนางไปหลายร้อยชีวิต

ชาร์ลียังจำสีหน้าท่าทางของท่านดยุกได้ ดวงตาคู่นั้นกำลังหัวเราะเยาะ ใบหน้าเปื้อนยิ้มตลอดเวลา ทั่วร่างเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสด เมื่อตัดศีรษะคนได้ท่านดยุกก็จะหัวเราะอย่างอารมณ์ดี บางครั้งก็บ้าคลั่งเผลอแทงเขาอย่างไม่รู้ตัว ท่านดยุกมีพลังธาตุหายากจึงยากนักจะหาคนต่อกรกับเขาได้ดังนั้นเรื่องนี้จึงทำให้ประชาชนหวาดกลัว ขุนนางหวาดผวา เวลางานจะทำอะไรพวกเขาล้วนเห็นดีเห็นงามไม่กล้าขัดขืน

“อาการป่วยของเขามาจากตรงนี้” พูดจบผมก็ชี้มือของตัวเองไปที่หัวใจ ชาร์ลีงุนงงเล็กน้อยก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่ง

“ไม่มีสิ่งใดรักษาเขาได้นอกจากตัวเขาเอง ต่อให้มียาล้ำเลิศเพียงไหนยังไงเขาก็ต้องกินไปชั่วชีวิต เกิดวันใดวันหนึ่งเขาไม่มียาตัวนั้นแล้วจะทำอย่างไร เรื่องนี้เจ้าเคยคิดหรือเปล่า”

“ข้าน้อยก็เคยคิดอยู่ขอรับ ท่านดยุกเคยให้คนแยกส่วนประกอบในตัวยาอยู่หลายครั้งแต่ก็ล้มเหลวทุกครั้ง ไม่รู้ว่าท่านโอลิส…เอ่อผู้ใช้ธาตุแสงคนนั้นปรุงมันขึ้นมาได้อย่างไร”

“ถ้าไม่อยากให้เอาชีวิตโคลด์ไปเสี่ยงแบบนั้นก็ต้องดูแลให้ความใส่ใจเขาโดยเฉพาะความรักน่ะความรัก สิ่งรอบข้างไม่ว่าจะเป็นคน สิ่งของก็เป็นสิ่งที่สำคัญนะ”

“ทะท่านหมายถึงความรัก!?”

“มีอะไรน่าตกใจกันก็แค่ให้ความรักเขามากๆหน่อย ชาร์ลีเองก็ด้วยนะ”

“ตะแต่ท่านดยุกไม่เคยมีภรรยาจะ ขะข้าน้อยไม่อาจเป็นภรรยาท่านดยุกได้นะขอรับ!”

“ชาร์ลี! ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น! อย่างน้อยก็ต้องมีคนดูแลเขาในแบบที่สามารถให้ความรักความเอาใจใส่เขาได้ พื้นแพเขามาจากตระกูลที่ดี ท่านดยุกแกริคและดัชเชสให้ความรักเอาใจใส่เขาเสมอ ขอเพียงเอาใจใส่รักเขามากๆหน่อยก็จะทำให้นิสัยเขาเปลี่ยนไปได้ เจ้าลองคิดพอจะมีคนใกล้ชิดเขาบ้างไหม?”

“มีแต่ท่าน…โอลิสขอรับ”

“อ้อ ผู้ใช้ธาตุแสงคนนั้นสินะ แล้วเขาอยู่ไหนล่ะ?”

“ท่านโอลิสทำงานให้กับทางราชสำนักขอรับ ท่านดยุกเองก็ไปหาท่านโอลิสบ่อย ข้าน้อยคิดว่าพวกท่านทั้งสองสนิทสนมกัน”

“อย่างนั้นก็ดีเลย!”

จะได้เลิกลงโทษผมสักที! มีคนสนิทแล้วยังชอบมาลงโทษผมอยู่เรื่อย สงสัยต้องหาข้ออ้างนี้ไปบอกเขาให้เลิกทำเหมือนผมเป็นสัตว์เลี้ยงเสียที เดี๋ยวก็กัดเดี๋ยวก็จูบ ถ้าไม่คิดว่าเหมือนสุนัขพันธุ์อลาสกันแล้วล่ะก็คงได้เตะเขาไปนานแล้ว…แต่คิดอีกทีก็ทำไม่ได้เพราะเขาดันมีอำนาจมากไปทั้งยังตัดศีรษะคนมาเยอะแล้วด้วย พูดพลางผมก็ลูบคอตัวเองไปทันที

“แต่มีอีกคนหนึ่งทีท่านดยุกให้ความใกล้ชิดสนิทสนมมากเป็นพิเศษ…”

“ใครล่ะ ถ้าเจ้ารู้เจ้าก็ไปบอกเขาให้ช่วยโคลด์หน่อยแล้วกัน”

“ก็…ท่านไวท์อย่างไรล่ะขอรับ ท่านไม่รู้เลยเหรอท่านดยุกไม่เคยให้ใครเรียกชื่อเล่นของท่านแม้แต่ท่านโอลิสเองก็ไม่เคยได้รับอนุญาตให้เรียกชื่อเล่นเลยนะขอรับ”

“ข้า…ไม่รู้เลย”

ตายแน่ งานนี้นายตายแน่ๆ ไวท์!

 

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ตอนนี้ลงให้อ่านฟรีค่ะ ถ้าทุกคนอ่านคงรู้แล้วว่าความเป็นมาของโคลด์เป็นยังไงมายังไงและยังไม่จบแค่นี้แน่นอน

ตอนหน้าncมีปริศนาให้ตามเรื่อยๆ ตัวละครเอกทุกคนไม่ค่อยมีใครปกติสักคนค่ะ ฮาา

ตอนนี้ไรท์กลับมาแล้วจริงๆหายไปแค่ไม่กี่เดือนแต่ต้องโฟกัสนิยายจีนก็เลยหายไป4เดือนเต็มเลย

กราบขออภัยและสัญญาว่าจะไม่หายนานแบบนี้อีกค่ะเพราะเรื่องนี้ไรท์ตั้งใจเขียนออกมาด้วยจิตนาการสนองความต้องการตัวเองล้วนๆ

แต่ไม่ทำให้เนื้อเรื่องมั่วซั่วออกทะเลไกลลิบแน่นอน

ขอบพระคุณที่ยังสนับสนุนกันนะคะ ใครที่อ่านแล้วชอบใจมาก บอกเพื่อนๆที่ชอบนิยายแนวนี้ให้มาลองเปิดใจอ่านกันได้นะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ

แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ รักนะสามพัน

ความคิดเห็น