facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 พบเจอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 พบเจอ

คำค้น : แอชตัน,แพรวา

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.6k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มี.ค. 2559 12:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 พบเจอ
แบบอักษร

ตอนที่ 2 พบเจอ

 

 แอชตัน มารีโน่ แค่ได้ยินชื่อเธอก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว เจ้าพ่ออุตสาหกรรมการบินที่เปลี่ยนคู่ควงไม่ซ้ำหน้าภายในไม่เกินสามวันนั่นนะหรือที่เป็นคู่แต่งงานของเธอ

“แอชตัน มารีโน่ เจ้าของแอชตัน แอร์เพลน ที่เป็น...”

“พอๆๆค่ะแด๊ด ลูกแพรรู้จักเขา ชื่อเสียงเขาออกจะโด่งดังขนาดนั้นทั้งเรื่องงานเรื่องผู้หญิง แต่ลูกแพรไม่เข้าใจว่าทำไมต้องแต่งงานด้วยคะ”

“ลูกแพรก็ดังใช่ย่อย นางฟ้าคาสโนวี่ ชื่อเสียงของน้องก็ดังพอๆกับแอชตันนั่นแหละ”

“หยุดนะ พี่โลฟ อย่าเอาลูกแพรไปเปรียบกับผู้ชายคนนี้เด็ดขาด” ถึงลูกแพรจะเปลี่ยนคู่ควงบ่อยแต่ลูกแพรไม่ใช่ผู้ใจง่ายที่จะยอมนอนกับใครง่ายๆนะ

“เอาเป็นว่า ลูกแพรจะแต่งงานกับแอชตัน มารีโน่ เพื่อช่วยบริษัทของเราหรือเปล่า”

แพรวาต้องคิดหนักกว่าเดิม เพราะผู้ชายที่เธอจะต้องแต่งงานด้วยเป็นถึงประธานหนุ่มเนื้อหอม เพลย์บอยตัวพ่อ ที่สาวๆทั่วทั้งโลกต่างหมายปอง ถึงเธอจะได้ฉายา นางฟ้าคาสโนวี่ แต่นั่นก็เป็นเพียงเปลือกนอกที่เธอสร้างไว้กันตัวเองออกจากพวกที่ชอบเข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตของเธอเท่านั้นเองมันจึงเป็นเรื่องที่ทำให้ปวดหัวยิ่งกว่าการวางแผนพลางตัวหลบสายตาผู้คนเสียอีก

“พี่เข้าใจ ว่าลูกแพรคงไม่อยากแต่งงานกับผู้ชายเจ้าชู้แบบนั้น พี่ยังคงยืนยันคำเดิมว่าถ้าหากลูกแพรไม่อยากแต่งงานพวกเราก็จะไม่บังคับ ส่วนเรื่องคุณแม่ลูกแพรไม่ต้องเป็นห่วง สักพักคุณแม่ทำใจได้แล้วอาการก็คงจะดีขึ้น” โลฟพี่ชายคนรองมีสีหน้าเศร้าหมองลงถนัดตาเมื่อมองไม่เห็นวี่แววของความหวังจากน้องสาวคนสุดท้องที่จะตอบรับงานแต่งงานครั้งนี้

ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากช่วยวิกฤติครอบครัวครั้งนี้ แต่เป็นเพราะเธอต้องแต่งงานกับผู้ชายคนนั้นมากกว่าที่ทำให้เธอต้องคิดมากขนาดนี้ ถ้าหากเป็นผู้ชายคนอื่นเธออาจจะตอบตกลงทันทีก็เป็นได้ เพราะเธอมั่นใจว่าสามารถหาวิธีจัดการต่อรองแลกเปลี่ยนกับผู้ชายพวกนั้นได้แน่นอน แต่กับ แอชตัน มารีโน่ เธอไม่มั่นใจเลยจริงๆแต่ว่าทั้งบริษัท ทั้งครอบครัว ฝากความหวังไว้กับเธอเพียงคนเดียว แล้วจะให้เธอทำลายความหวังเพียงหนึ่งเดียวนี้ได้ยังไงกัน ไหนคุณแม่ก็มาล้มป่วยอีก เธออยากจะถามเหลือเกินว่าทำไมทางออกของปัญหามันถึงออกมาในรูปแบบนี้ แต่ใครที่จะเป็นคนตอบคำถามนี้ได้ละ

“แต่งก็แต่งค่ะ”

เฮ้ออ! แทบจะพร้อมกันที่ทุกคนถอนหายใจกับคำตอบของแพรวา รอยยิ้มกลับมาประดับบนใบหน้าของทุกคนอีกครั้งด้วยความยินดี

“แต่มีข้อแม้นะคะ”

ทุกคนหันหน้ามองคนเอาแต่ใจที่เกิดอาการตั้งแง่ขึ้นมาอีกครั้งด้วยความเป็นกังวล จนแทบจะหุบยิ้มกันในทันทีกับข้อแม้ของเธอที่ไม่รู้ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน

“ข้อแม้อะไรลูกแพร”ลูคัสถามลูกสาวสุดที่รักด้วยอาการสั่นเล็กน้อย

“เราต้องปลดหนี้บริษัทให้ได้ภายในหนึ่งปี และลูกแพรจะหย่าทันทีค่ะ”

“อะไรนะ!/อะไรนะ!/อะไรนะ!

“ตกใจอะไรกันคะ”

“ปะ..เปล่า คือ แด๊ดว่ามันจะดูไม่ดีนะลูกแพร เราเป็นผู้หญิงจะเป็นฝ่ายเสียหายนะลูก แต่งงานกันแค่ปีเดียวก็หย่าแบบนี้”

“ลูกแพรไม่แคร์ค่ะ เอาตามนี้ก็แล้วกันนะคะ”

แพรวาลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วก้าวขึ้นบันไดไม่สนใจฟังคำคัดค้านของพ่อและพี่ๆที่ส่งเสียงเรียกให้เธอกลับมาคุยอีกครั้ง แพรวายกมือบางปิดหูทั้งสองข้างก่อนเดินหายลับไปตามทางเดินเพื่อตรงไปยังห้องพักของมารดาที่นอนป่วยด้วยอาการช็อกกับเรื่องที่เกิดขึ้น

“แด๊ด ผมว่าแล้วไหมละ ลูกแพรยอมง่ายๆซะที่ไหน จะให้แต่งงานแค่ปีเดียวละก็หย่า ฝ่ายนู้นเขาจะยอมเหรอครับ”

“ใจเย็นๆลูฟ แด๊ดว่าคอยดูกันไปก่อน แล้วค่อยหาวิธีทำให้ทั้งคู่รักกันทีหลังก็ยังไม่สาย เรายังเหลือเวลาอีกตั้งหนึ่งปี”

“โธ่แด๊ด ถ้าเจ้าแอชตันรู้นะว่าผมรู้เห็นเกี่ยวกับงานแต่งงานครั้งนี้ มันเลิกคบกับผมแน่”

“พี่ลูฟ ก็อย่าทำให้พี่แอชตันรู้ก็หมดเรื่อง”

“พูดง่ายนะโลฟ แต่มันทำยากนะจะบอกให้”

.............................................................................................................................

“มัม แด๊ด นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมถึงประกาศว่าผมจะแต่งงานสายฟ้าแลบแบบนั้น”แอชตันเอ่ยถามทันทีที่เข้ามาในบ้านแล้วเห็นหน้าบิดามารดานั่งอยู่หน้าจอทีวีในห้องนั่งเล่น

“กลับมาก็ดี จะได้คุยกันให้รู้เรื่อง” คุณหญิงสุชาดาที่นั่งอยู่เคียงข้างสามีสะบัดหน้าใส่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่หนีหน้า หายตัวไปกับสาวๆไม่เว้นแต่วัน จนเธอทนไม่ไหวกับพฤติกรรมฉาวโฉ่ต้องทำอะไรสักอย่าง

“ผมขอคุยเรื่องแต่งงานก่อนเลยครับ มันหมายความว่ายังไง ที่มัมกับแด๊ดประกาศออกสื่อไปแบบนั้น ผมไม่แต่งงานกับใครทั้งนั้น ผมรักชีวิตโสดของผม ผมไม่ยอมให้มัมกับแด๊ดจับผมแต่งงานกับผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น”

“อายุปูนนี้แล้วจะมารักชีวิตโสดอะไร ควงคนนั้นทีคนนี้ที มีแต่เรื่องขึ้นหน้าหนึ่งไม่เว้นแต่ละวัน แต่ละคนมัมเห็นละปวดหัว ลูกจะต้องแต่งงานกับคนที่มัมหามาให้คนนี้เท่านั้น”

“มัมครับ ที่นี่ไม่ใช่ประเทศไทยที่มัมจะจับคู่ให้ผมแต่งงานกับใครตามที่มัมต้องการได้นะครับ”

“ยะ แต่มัมเป็นคนไทย มีอะไรไหม แล้วลูกก็เป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกัน เพราะฉะนั้นมัมก็มีสิทธิ์ครึ่งหนึ่งในตัวลูก”

“แต่อีกครึ่งหนึ่งต้องไม่ยอมแน่ ใช่ไหมครับ แด๊ด”

“ยอม”

“โธ่แด๊ดครับ” แอชตันขยี้ผมตัวเองด้วยความโมโหจนไม่เป็นทรง ที่จริงมันก็ไม่ได้เป็นทรงมาตั้งแต่แรกแล้วเพราะความรีบร้อนในการเดินทางข้ามน้ำทะเลกลับมาที่นี่

“แต่ยังไงผมก็ไม่แต่ง ถ้ามัมกับแด๊ดอยากจะจัดงานแต่งงานขึ้นมาก็ตามใจ แต่ผมจะไม่อยู่เป็นเจ้าบ่าวหรอกนะครับ มัมกับแด๊ดคงต้องหาเจ้าบ่าวคนใหม่ไว้แก้หน้ากับนักข่าวเองก็แล้วกัน”

ว่าแล้วแอชตันก็ลุกจากเก้าอี้บุนวมอย่างดีตรงไปยังประตูห้องแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเสียงที่ลอยตามหลังมานั้นกำลังจะทำให้เขาล้มทั้งยืน

“ถ้าอย่างงั้นมัมก็จะให้แด๊ดยึดตำแหน่งประธานบริษัทคืนพร้อมกับรายได้ทั้งหมดในบัญชี รถ คอนโด เพนส์เฮ้าส์ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้มาจากบริษัทคืนให้หมด แล้วก็จะขายหุ้น ขายกิจการทั้งหมดทิ้ง แล้วยกให้การกุศลแทนซะ แล้วทีนี้ลูกจะไปไหนก็ไป”

“อะไรนะมัม บริษัทนั่นเป็นของผมนะครับ แม้แต่ชื่อยังเป็นชื่อผมด้วยซ้ำ แล้วผมจะเหลืออะไรติดตัวละครับ”

“เราตั้งชื่อลูกตามชื่อบริษัทต่างหากละ” อาร์เธอร์ที่นั่งอยู่ข้างภรรยากล่าวเสริมขึ้นมาทันที

“ลูกเลือกเองว่าจะเอายังไง ถ้าแต่งทุกสิ่งทุกอย่างก็ยังจะเป็นของลูกเหมือนเดิม แต่ถ้าไม่ ก็จะตกเป็นของการกุศลทันที”

ชายหนุ่มกำหมัดแน่นสูดลมหายใจเข้าไปจนเต็มปอดอย่างแรงเพื่อสงบสติอารมณ์ เรื่องอะไรจะปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างหลุดมือไปเพียงแค่เอื้อม

“แล้วผมต้องแต่งกับใคร”

“แพรวา โฮเมอร์”

“หึ แล้วมันจะต่างอะไรกับผู้หญิงที่ผมควงละครับ ผู้หญิงคนนี้ก็เปลี่ยนผู้ชายไม่ซ้ำหน้าเหมือนกัน”

“ลูกแพรไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นแน่ มัมมั่นใจ”

“ได้ฉายาว่า นางฟ้าคาสโนวี่ นี่นะครับไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น”

“ไม่แต่งก็ตามใจ ที่รักคะ จัดการเลยค่ะ” คุณหญิงสุชาดาสะบัดหน้าใส่ลูกชายก่อนจะหันไปหาสามีสุดที่รักแล้วสั่งการให้ลงมือจัดการตามที่เอ่ยออกไปแล้วทันที

“เฮ้! เดี๋ยวก่อนครับ ผมยังไม่ได้บอกสักคำว่าจะไม่แต่ง”

“งั้นก็แปลว่าลูกตกลง”

แอชตันหลับตากำมือแน่นก่อนจะพยักหน้าตอบตกลงบุพการีทั้งสองด้วยความไม่เต็มใจ แต่ก็ต้องยอมตามใจทั้งสองคนไปก่อน แล้วค่อยหาวิธียกเลิกงานแต่งนี้ทีหลังก็ยังไม่สาย

“ดีมากจ๊ะ ลูกรัก มัมนัดทานข้าวกับครอบครัวฝ่ายนู้นเย็นพรุ่งนี้ที่บ้านเราหนึ่งทุ่มตรง อย่าสายนะ” แอชตันมองมารดาของตนที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เดินเข้ามากอดแล้วกลับไปนั่งดูทีวีตามเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชายหนุ่มเดินออกจากห้องนั่งเล่นตรงไปยังรถสปอร์ตคู่ใจแล้วขับรถออกจากคฤหาสน์มุ่งตรงไปยังสถานบันเทิงชื่อดังใจกลางนิวยอร์กซิตี้

“มาพบฉันที่เดิม ฉันให้เวลานายไม่เกินครึ่งชั่วโมง”

“จะบ้าหรือไง ฉันอยู่แอลเอจะไปหานายที่นิวยอร์กทันได้ยังไงในครึ่งชั่วโมง”

“ฉันรู้ว่าตอนนี้นายอยู่นิวยอร์ก อีกครึ่งชั่วโมงเจอกันที่เดิม ถ้านายไม่มาคงรู้นะว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

แอชตันตัดสายทันทีก่อนจะเลี้ยวรถมุ่งหน้าไปตามทางที่คุ้นเคย จนกระทั่งถึงที่หมายภายในไม่กี่นาที ร่างสูงใหญ่ที่วันนี้ไม่ได้เนี๊ยบเหมือนกับทุกวันแต่ยังคงความหล่อเหลาได้อย่างไม่มีตกหล่นก้าวลงจากรถเข้าไปยังผับชื่อดัง พนักงานต้อนรับที่เห็นว่าใครกำลังเดินเข้ามาก็รีบกุลีกุจอเข้ามาต้อนรับแล้วนำทางไปยังห้องวีไอพีส่วนตัวที่เป็นห้องประจำสำหรับชายหนุ่ม

ยี่สิบห้านาทีสำหรับการขับรถมายังที่นัดหมาย ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีเขียวเข้มพับแขนขึ้นเหนือข้อศอกกับกางเกงยีนส์ตัวเก่งสลัดคราบนักธุรกิจพันล้านเหลือเพียงชายหนุ่มในลุคสบายๆกับแว่นตาสีดำปิดบังใบหน้า หักเลี้ยวรถสปอร์ตคันหรูที่มีสัญลักษณ์วัวกระทิงดุเข้าช่องจอดรถโดยไม่ทันสังเกตรถยนต์คันเล็กที่เปิดไฟขอทางกำลังถอยเข้าช่องจอด

“นี่คุณ ไม่เห็นหรือไงว่าฉันกำลังถอยรถจะเข้าจอดช่องนี้ ไม่มีมารยาท”

ร่างสูงเพรียวในชุดรัดรูปสีดำอวดเน้นรูปร่างจนเห็นสัดส่วนโค้งเว้าชัดเจนลงมาจากรถคันเล็กเพื่อต่อว่าเจ้าของรถสปอร์ตคันหรูที่ตัดหน้าเข้าที่จอดรถทั้งๆที่เธอมาก่อน

“ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”

ชายหนุ่มดับเครื่องยนต์แล้วก้าวลงจากรถเพื่อเผชิญหน้ากับร่างยั่วยวนที่ทำให้ใจเต้นผิดจังหวะ ผมสีน้ำตาลเข้มบวกกับเครื่องหน้าแบบคนเอเชียทำให้ชายหนุ่มสนใจเธอเป็นพิเศษ สัดส่วนโค้งเว้าพร้อมกับเรียวขาสวยที่โผล่พ้นชายกระโปรงที่แหวกขึ้นจากข้อเท้าจนเห็นขาอ่อน ทำให้ชายหนุ่มมัวแต่จ้องอีกฝ่ายจนไม่ได้ยินเสียงของร่างบางที่กำลังต่อว่าเขาอยู่ในขณะนี้

“นี่คุณ ฉันกำลังพูดกับคุณอยู่นะ ได้ยินไหม ไม่มีมารยาทแล้วยังหูตึงอีก คนแก่ก็แบบเบี้ย”

แก่!!เขานี่นะแก่ หนุ่มฮ็อตอันดับหนึ่งของแอลเอที่สาวๆรุมล้อมจนต้องเรียงคิวเข้าหา และเป็นหนุ่มโสดเนื้อหอมที่ใครที่ถูกจัดอันดับให้เป็นผู้ชายน่ากอดที่สุดในโลก แต่กลับถูกผู้หญิงคนนี้กล่าวหาว่าเป็นคนแก่หูตึง มันน่าจับหอมแก้มเป็นการลงโทษสักทีสองที

“ผมต้องขอโทษจริงๆครับ ผมไม่ทันเห็นว่าคุณกำลังถอยรถเข้าที่จอดรถตรงนี้อยู่”

“ไม่ทันเห็นหรือตั้งใจกันแน่ รถทั้งคันนะไม่ใช่มดที่จะมองไม่เห็นหน้าตาก็ดีขับรถก็หรู แต่นิสัยใช่ไม่ได้ นี่แหละเค้าถึงว่าเงินซื้อความดีไม่ได้”

พูดจบร่างบางก็สะบัดตัวเดินกลับไปขึ้นแล้วขับวนออกไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆให้ชายหนุ่มได้สูดหายใจเข้าไปจนเต็มปอด ก่อนจะเดินเข้าไปพบคนที่นัดหมายเอาไว้ในสถานบันเทิงแห่งนี้

“นายมาช้า”

“ขอโทษทีวะ ที่จริงฉันมาถึงที่นี่ก่อนเวลานัดหมายนะแต่พอดีมีเรื่องที่ลานจอดรถนิดหน่อยวะ”

“มีเรื่องอะไร”

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แค่เข้าใจผิดกันนิดหน่อยนะ”พลันสมองของเขาก็คิดถึงร่างเพรียวบางในชุดรัดรูปสีดำคล้องคอปิดหน้าปิดหลังโชว์หัวไหล่เนียนและสัดส่วนโค้งเว้า กลิ่นหอมอ่อนๆราวกับกุหลาบแรกแย้มทำให้เขาจินตนาการไปถึงไหนต่อไหนถ้าได้เธอกลับไปขึ้นเตียงด้วยในคืนนี้

“เฮ้ ฟังฉันอยู่หรือเปล่าลูฟ”

“วะ..ว่าไงนะ”

“นายเป็นอะไร ใจลอยไปถึงไหน ฉันถามว่านายรู้เรื่องที่ฉันจะต้องแต่งงานกับน้องสาวนายหรือยัง”

“อ้อ..เรื่องนั้นฉันก็เพิ่งรู้เหมือนกัน”

“แต่นายดูเหมือนไม่ตกใจกับข่าวนี้เท่าไหร่เลยนะ”แอชตันหรี่ตามองเพื่อนสนิทที่ไม่มีสีหน้าตกใจกับข่าวแม้แต่น้อย

“เฮ้ย ตกใจซิวะ ทำไมฉันจะไม่ตกใจ แต่ฉันตกใจไปก่อนหน้าที่จะมาเจอนายแล้วไง”

“แล้วนายรู้ไหมว่าทำไมพวกผู้ใหญ่ถึงต้องจับฉันแต่งงานกับน้องสาวนายด้วย”

“ไม่รู้เหมือนกันวะ” อันนี้เขาไม่รู้เหตุผลจริงๆนั่นแหละ

“ฉันไม่อยากแต่งวะ ยังใช้ชีวิตโสดไม่คุ้มเลยนะเว้ย แล้วน้องนายเขายอมหรือไง”

“ก็คงต้องยอม”

“อะไรนะ” แอชตันไม่ค่อยได้ยินคำตอบที่เบาจนแทบจะอยู่ในลำคอของเพื่อนสนิทเท่าไหร่เพราะเหมือนฝ่ายตรงข้ามจะมัวแต่มองลงไปด้านล่างยังกลุ่มคนที่เพิ่งเข้ามาในร้าน ซึ่งมีหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งในชุดรัดรูปสีดำเด่นสะดุดตากำลังเดินนำกลุ่มเพื่อนไปยังที่นั่งด้านใน

“ลูฟ!

“อะ..อะไร”

“นายต้องรู้เห็นกับเรื่องแต่งงานนี้แน่”

“ฉันไม่รู้จริงๆแอชตัน พรุ่งนี้ค่อยคุยกันนะ” ลูฟลุกจากเก้าอี้เปิดประตูออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วแล้วลงไปยังชั้นล่าง

หญิงสาวออกสเต็ปลวดลายกับกลุ่มเพื่อนทั้งชายหญิงเพื่อคลายเครียด หลังจากที่เหนื่อยจากการบินระยะไกลไม่ได้พักมาเกือบหนึ่งเดือนเต็มๆ แอร์โฮสเตสสาวประจำสายการบินโฮเมอร์ แอร์ไลน์ จึงขอสนุกสุดเหวี่ยงกับการออกมาเที่ยวในรอบหนึ่งเดือนอย่างเต็มที่

“อุ๊ย ขอโทษค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ”

“คุณ..”

เธออยากจะเก็บขอโทษคืนจากผู้ชายตรงหน้าขึ้นมาทันที มีอย่างที่ไหนช่วยแล้วไม่ยอมปล่อยแบบนี้ สู้ปล่อยให้เธอล้มไปบนพื้นยังจะดีกว่า

“ปล่อยได้แล้วค่ะ”

ลูฟไม่อยากจะปล่อยร่างนุ่มนิ่มที่หอมกลิ่นกุหลาบไปทั่วทั้งตัวแบบนี้ออกจากอ้อมกอดเลยสักนิด เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองยื่นมือเข้าไปประคองร่างเธอได้ยังไง รู้ตัวอีกทีก็มีร่างนุ่มนิ่มอยู่ในอ้อมแขนเสียแล้ว ยังไม่ทันที่เขาจะปล่อยมือจากเธอทั้งคู่ก็ถูกดันไปติดอยู่ในมุมหนึ่งของร้านจนไม่สามารถขยับตัวได้ ต้องขอบคุณเหล่านักเที่ยวทั้งหลายที่เบียดเสียดกันเข้ามายังสถานที่แห่งนี้จนแน่นขนัดและเหมือนจะแน่นมากขึ้นทุกทีจนตอนนี้กลายเป็นว่าชายหนุ่มกอดร่างบางไว้ทางด้านหลัง

“มันเกิดอะไรขึ้นเนี้ย”

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน” แต่ขออยู่แบบนี้นานๆจะดีมาก

“โอ๊ย ฉันอึดอัดหายใจไม่ออก”

ลูฟหมุนตัวให้หญิงสาวเข้าไปอยู่ด้านในแทนที่เขาแล้วใช้ตัวเองเป็นเกราะกำบังผู้คนที่เบียดเสียดเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ตอนนี้กลายเป็นว่าทั้งคู่หันหน้ามาเผชิญหน้ากันในระยะที่ใบหน้าห่างกันไปถึงห้านิ้ว ยิ่งได้เห็นใบหน้าใกล้ๆแบบนี้ยิ่งทำให้รู้ว่าคนตรงหน้านั้นสวยมากจนทำให้ใจเขาเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“คุณหน้าคุ้นๆเหมือนฉันเคยเห็นที่ไหนมาก่อน”

“คงเป็นที่ลานจอดรถเมื่อกี้ละมั้ง”

“เปล่า ฉันหมายถึงที่อื่น”

“งั้นก็คงเป็นตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือไม่ก็นิตยสารทั่วไปละมั้ง”

“โอ้โห คุณดังขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ผมถูกโหวตให้เป็นผู้ชายที่น่ากอดที่สุดในโลกนะครับคุณผู้หญิง รู้ไหมว่าคุณโชคดีขนาดไหนที่คืนนี้คุณได้กอดผมแนบสนิทขนาดนี้”

“ตาแก่หูตึงอย่างคุณไม่น่าจะใช่ผู้ชายที่น่ากอดที่สุดในโลกหรอก แต่เป็นผู้ชายที่ไร้มารยาทที่สุดในโลกต่างหากละ”

“คำก็แก่ สองคำก็แก่ ถ้าอย่างนั้นก็ลองจูบตาแก่หน่อยเป็นไงละ”

ริมฝีปากหยักวูบฉกลงมาประทับริมฝีปากอิ่มอย่างไม่ทันตั้งตัว สองมือเล็กดันร่างใหญ่ให้ออกห่างแต่เพราะผู้คนที่เบียดเสียดและถูกชายหนุ่มกอดไว้แนบสนิททำให้ไม่สามารถขยับไปไหนได้ ปากอิ่มหวานละมุนทำให้อยากจะรู้ว่าข้างในจะหวานขนาดไหน ว่าแล้วชายหนุ่มก็ส่งลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากที่กำลังอ้าปากเพื่อสูดอากาศหายใจ ความหวานที่ไม่เคยพบพานกำลังจะทำให้เขาคลั่งตาย ลิ้นร้อนดูดดึงลิ้นเล็กไม่ให้หนีไปไหน หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ หัวสมองมึนงงไปกับรสจูบหอมหวานที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนความร้อนพุ่งระอุไปทั่วร่าง แขนขาของเธอรู้สึกอ่อนแรงก่อนสติอันน้อยนิดของเธอจะดับวูบ

“อ้าว เฮ้ย”

ร่างบางหมดสติเพราะจูบอันร้อนแรงของชายหนุ่ม ยังดีที่ลูฟกอดเธอไว้แน่นไม่อย่างนั้นคงหล่นลงไปกองกับพื้นเป็นแน่

เมื่อหันไปรอบๆจึงเห็นว่าผู้คนเริ่มเคลื่อนย้ายออกจากตรงนี้จนบางตากันไปหมดแล้ว ชายหนุ่มจึงอุ้มร่างบางกลับไปยังโต๊ะที่เพื่อนๆของเธอนั่งอยู่ แต่ก็พบกับความว่างเปล่า ลูฟจึงพาร่างบางออกจากร้านตรงไปยังรถสปอร์ตส่วนตัวของเขาแล้วขับออกไปพร้อมกับความมืดมิดในยามค่ำคืน

...............................................................................................................................

งานเลี้ยงทานอาหารระหว่างสองครอบครัวดำเนินไปด้วยความราบลื่นจนกระทั่งทั้งหมดเคลื่อนย้ายจากห้องอาหารมายังห้องรับแขกขนาดใหญ่ของคฤหาสน์มารีโน่ ชายหนุ่มที่ทำตัวเงียบมาตลอดก็เปิดปากพูดขึ้นเมื่อทุกคนนั่งลงโดยพร้อมเพรียงกัน

“ผมต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้เหรอ เฮอะ! ก็สวยอยู่หรอกนะ ถ้าจะให้ควงเล่นๆละก็พอทน ผมกลัวว่าลูกที่ออกมาจะใช่ลูกของผมจริงหรือเปล่า”

“แหมๆๆๆ อย่ากลัวเลยค่ะว่าจะใช่ลูกของคุณจริงหรือเปล่า ดูตัวเองก่อนไหมคะ คุณก็ไม่ต่างอะไรจากฉันเลยสักนิด ว่าฉันก็เหมือนกับว่าตัวเองนั่นแหละค่ะ”

“ผมเป็นผู้ชายไม่มีอะไรเสียหาย แต่คุณเป็นผู้หญิงมันไม่เหมือนกัน”

“อย่ามาแบ่งว่าผู้ชายทำอะไรได้ผู้หญิงทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้สิทธิชายหญิงเท่าเทียมกันหมดแล้วค่ะ หึ..อีกอย่างมันจะเป็นอะไรไปละคะคุณก็นอนกับผู้หญิงมากหน้าหลายตาไม่รู้ว่าเธอมีผัวมาแล้วกี่คนเหมือนกัน ส่วนฉันก็แค่คิดว่าคุณคือของเล่นชิ้นใหม่ก็แค่นั้นเองไม่เห็นจะยาก”

แอชตันกำหมัดแน่นเขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนกล้าพูดกับเขาแบบนี้มาก่อน ของเล่นชิ้นใหม่ยังงั้นเหรอ ไม่มีทาง! เธอต่างหากละที่จะเป็นของเล่นชิ้นใหม่ของเขา

“คุณคิดว่าเราแต่งงานกันเล่นๆหรือไง”

“แล้วแต่คุณว่าจะคิดยังไง สำหรับฉันมันเป็นแค่เกม”

 

*** ขอกำลังใจให้รักลดาด้วยนะคะhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Cartoon00027.gif

 
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว