email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Lollipop 10

คำค้น : Lollipop Nanaกะหอยทาก น่ารัก อบอุ่น ฟิน ละมุน สบาย ฟีลกู้ด พระเอกน่ารัก ฟินๆจิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.1k

ความคิดเห็น : 44

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ธ.ค. 2562 21:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
Lollipop 10
แบบอักษร

Lollipop 10 

 

เทศกาลสอบไม่ใช่สิ่งที่ฉันชอบมากเท่าไหร่ เพราะทั้งอ่านหนังสือสอบ แล้วเคลียงานที่อาจารย์เร่งสั่งก่อนจะสอบนี่อีก ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมาพอเคลียงานเสร็จก็เร่งติวและอ่านหนังสือกับเพื่อน ๆ กลับถึงห้องลูกกวาดก็ทำกับข้าวไว้รอแล้ว ทานข้าวเสร็จก็ต้องอ่านหนังสือโดยมีลูกกวาดนั่งอยู่เงียบ ๆ เป็นเพื่อน บางวันพี่เกรทก็เป็นฝ่ายเข้ามาทำกับข้าวให้ เขาไม่มีสอบแล้วล่ะพี่เกรทสอบเสร็จวันก่อนแต่ฉันสอบเสร็จพรุ่งนี้ ไม่ไหวอ่ะ เหมือนจะไม่สบายเลย ฮื่อ! ฉันเกลียดการสอบ

“ยิ้มทานข้าวก่อน” เสียงพี่เกรทเรียกพร้อมกับฝ่ามือร้อนที่วางลงบนไหล่ ฉันเงยหน้ามองเจ้าของเสียงก่อนจะพยักหน้ารับ ตอนนี้จะห้าโมงเย็นแล้วล่ะ พรุ่งนี้สอบเช้าเสร็จเที่ยง เสร็จแล้วฉันจะกลับมานอน นอนให้เต็มอิ่มไปเลย

“เหลือกี่วิชา” พี่เกรทถาม ระหว่างที่โอบฉันเดินไปยังห้องครัว ลูกกวาดเองก็ตักข้าวใส่จานไว้รอแล้วเช่นเดียวกัน น้องคงรู้ว่าฉันเครียดเรื่องสอบเลยไม่งอแงหรือกวนอะไรมาก แต่ยังดูแลอยู่ใกล้ ๆ ไม่ไปไหน

“พรุ่งนี้วิชาสุดท้ายแล้วค่ะ”

“ครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปส่ง แล้วรอรับกลับนะ”

“ไม่เป็นไร...”

“ไม่ต้องดื้อเลย พี่จะไปส่งแล้วก็รับกลับ”

“ก็ได้ค่ะ” ก็ตอนนี้เขาดุอ่ะ ฉันต้องเป็นเด็กดีก่อนสิ เมนูง่าย ๆ สามอย่างถูกจักเรียงไว้บนโต๊ะ พร้อมกับน้ำส้มคั้นได้ลองชิมก็มั่นใจว่าเป็นฝีมือของน้องชาย

“ทำเองใช่ปะ?” ฉันถามน้อง รายนั้นพยักหน้าก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม ส่วนข้าง ๆ ฉันมีพี่เกรทจับจองที่นั่งแล้ว

“ใช่ เป็นไง?”

“อร่อยเหมือนเดิม” ฉันเอ่ยชม น้องชายหัวเราะน้อย ๆ ก่อนจะตักกับข้าวมาใส่จานให้

“พรุ่งนี้สอบเสร็จจะทำต้มยำให้”

“ว้าว พี่จะตั้งหน้าตั้งตารอเลยล่ะ” น้องฉันทำต้มยำอร่อยมาก เหมือนที่แม่ทำเลย ฉันเลยชอบให้น้องทำต้มยำให้ทานบ่อย ๆ ส่วนฉันทำได้แค่ทั่วไปต้มยำทำได้แต่รู้สึกว่ามันยังอร่อยไม่เท่าน้องกับแม่ทำ ทุกครั้งที่ต้องทำอาหารฉันเลยเลี่ยงที่จะทำต้มยำ

“ได้เลย” หลังจากทานข้าวเสร็จฉันก็กลับไปอ่านหนังสือ พี่เกรทยังไม่ได้กลับห้อง เขานั่งเล่นโทรศัพท์ที่โซฟาเงียบ ๆ ถัดไปเป็นลูกกวาดที่นอนเล่นเกม พวกเขาอยู่กันเงียบ ๆ ระหว่างที่ฉันอ่านหนังสือ บางทีพวกเขาก็เข้ากันได้ดีจนไม่นึกกลัวปัญหาที่เขม่นกันหรือไม่ชอบหน้ากันอะไรแบบนั้นน่ะ ไม่รู้ว่านั่งอ่านหนังสือไปนานเท่าไหร่ รู้สึกตัวอีกทีตอนที่มีคนมาแตะที่ไหล่เบา ๆ พร้อมกับวางนมอุ่น ๆ ไว้บนโต๊ะ พี่เกรทก้มหน้าลงจนใบหน้าเราใกล้กัน

“อย่าหักโหมนะครับรู้ไหม”

“ค่ะ”

“ถ้าหิวบอกพี่นะ เดี๋ยวทำอะไรให้ทานรองท้อง”

“พี่กลับไปพักก็ได้ หนูอยู่ได้” ปกติก็อยู่คนเดียวอ่านคนเดียวตลอดนี่นา ไม่อยากให้เขามาลำบากด้วย

“พี่เต็มใจอยู่ครับ รู้ตัวไหมว่ากำลังไม่สบาย” พี่เกรทถามมือก็ยกแผ่นคูลฟีเวอร์มาฉีกติดหน้าผากให้ด้วยความใส่ใจ อ่า เพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้ทานยาดักไว้เหมือนกัน รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวอยู่ไม่น้อย คิดว่าคงไม่สบายแน่ ๆ

“พี่ให้เวลาอีกแค่หนึ่งชั่วโมงนะครับ จากนั้นทานยาแล้วนอนพักเลย ถ้าพรุ่งนี้ไม่ไหวหนูไม่ได้ไปสอบแน่ ๆ ”

“ค่ะ หนูอ่านใกล้เสร็จแล้ว”

“ครับ ไม่ไหวเรียกพี่นะ”

“ขอบคุณนะคะ”

“ด้วยความยินดีครับ” พี่เกรทยกมือลูบที่ผมเบาๆ ก่อนจะผละออกห่างกลับไปนั่งที่โซฟาดังเดิม หันกลับไปมองก็เห็นว่าพี่เกรทและลูกกวาดปรับโซฟาเบดเป็นที่นอน บนนั้นมีทั้งผ้าห่มและหมอนวางกองกันอยู่ ลูกกวาดนอนเล่นเกมไม่ได้สนใจอะไรเลย พี่เกรทตวัดผ้าห่มคลุมร่างน้องชายฉันจากนั้นเขาก็หยิบไอแพดของเขามานั่งเล่นรอ ฉันพอดื่มนมเสร็จก็กลับมาอ่านหนังสือต่อ เวลาหนึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว พี่เกรทเดินมาเตือนจากนั้นก็บังคับให้เข้าไปนอนในห้องนอน เขานั่งเฝ้าจนฉันหลับ ตื่นเช้ามาก็รีบอาบน้ำแต่งตัวไปสอบ โดยมีพี่เกรทมาส่งและรอรับกลับ สอบวิชาสุดท้ายหนักหน่อยตรงที่ฉันไข้ขึ้น ก่อนเข้าห้องสอบพี่เกรทก็มองอย่างเป็นห่วง เขาติดแผ่นคูลฟีเวอร์ให้ บังคับให้ทานยาแต่ฉันยังไม่ทานเพราะกลัวไปหลับในห้องสอบ เพื่อนฉันทั้งสามก็มองอย่างเป็นห่วง รู้เลยว่าพวกมันหันมามองบ่อย ๆ ตอนอยู่ในห้องสอบ ปกติเพื่อนฉันจะทำข้อสอบเสร็จเร็วมากและจะส่งทันทีที่ถึงเวลาที่กำหนดส่งข้อสอบ แต่ครั้งนี้เพื่อนฉันยังไม่ยอมลุกออกไปสักคน กระทั่งฉันลุกขึ้น พวกนั้นถึงลุกตาม เดินตามหลังมาติด ๆ ด้วยความที่นั่งนานและนั่งในห้องแอร์จังหวะที่ลุกจึงเวียนศีรษะทบจะเซล้ม บอสพุ่งเข้ามาประคองก่อนจะรีบพาเดินไปส่งข้อสอบ เอสกับกู๊ดส่งเสร็จก็วิ่งไปหยิบกระเป๋าที่วางหน้าห้องสอบให้และทันทีที่ออกจากห้องสอบฉันก็หน้ามืดภาพตัดไปทันที เสียงผู้คนดังรอบข้างแต่ไม่สามารถลืมตาขึ้นมองได้เลยฉันไม่ไหวแล้วล่ะ ขอพักก่อนนะ

 

Great Talk

เทศกาลสอบทำให้ใครหลาย ๆ คนป่วย ไม่สบาย อาจเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอหรือเครียดจนเกินไป ดังนั้นทุกคนต้องดูแลตัวเองดี ๆ แต่เหมือนคนที่ผมเป็นห่วงหนึ่งในสองคนนั้นมีหนึ่งคนที่ไม่สบาย น้องสาวตัวแสบของผมน่ะรายนั้นไม่มีทางที่จะป่วย ผมเองก็ส่งข้าวส่งน้ำน้องเหมือนกันระหว่างที่น้องสอบ ส่วนอีกคน อมยิ้ม น้องป่วย ป่วยหนึ่งวันก่อนสอบวันสุดท้ายนี่แหละ เมื่อคืนไข้ขึ้นผมต้องเช็ดตัวลดไข้ให้สลับกับลูกกวาดที่ช่วยดูแลพี่สาวตัวเอง ตอนนี้มาส่งน้องเข้าสอบแล้วล่ะ ส่วนลูกกวาดรออยู่ที่ห้อง ผมรอน้องอยู่หน้าห้องสอบไม่ได้เดินไปไหน ใจผมกระตุกวูบเมื่อเห็นบอสประคองอมยิ้มออกมาจากห้องสอบ ตามด้วยเอสและน้องสาวผมอย่างกู๊ด ผมเดินเข้าไปช่วยประคองอมยิ้มแต่เหมือนน้องจะเป็นลมทันทีเมื่อผมประคอง น้องตัวร้อนจนสัมผัสได้

“กลับห้องหรือยังไงพี่” เอสเอ่ยถามเมื่อผมรวบน้องมาอุ้มไว้

“จะพาไปหาหมอก่อน”

“เดี๋ยวไปด้วย” กู๊ดบอก สายตาทั้งสามมองอมยิ้มอย่างเป็นห่วง ผมพยักหน้ารับรู้ก่อนจะพาน้องเดินลงไปที่ลานจอดรถ

“บอสกับเอสเย็นนี้ไปทานข้าวห้องพี่ก็ได้นะ ไปรอห้องยิ้มก็ได้เดี๋ยวพี่บอกลูกกวาดไว้”

“ครับพี่”

“กู๊ดจะไปกับพี่ใช่ไหม” ผมถามน้องสาวอีกครั้ง พอเห็นน้องพยักหน้าก็เปิดประตูหลังให้น้องขึ้นไปนั่งเป็นเพื่อนอมยิ้ม ใช้เวลาไม่นานก็พาน้องมาที่คลินิกที่ใกล้ที่สุด น้องยังสะลึมสะลือเมื่อถูกปลุกให้ตื่น หลังตรวจเสร็จหมอฉีดยาให้น้องและเราก็รอรับยา น้องหลับไปอีกครั้งคราวนี้หลับยาวไปจนถึงคอนโด กู๊ดถือกระเป๋าให้ยิ้มส่วนผมก็อุ้มน้องไปส่งที่ห้องนอน ลูกกวาดทำหน้าตกใจที่เห็นพี่สาวป่วย กู๊ดเดินไปวางของลงบนโซฟาที่ยังถูกปรับเป็นที่นอน

“กู๊ดง่วงไหม?” ผมเดินเข้าไปถามน้อง น้องเงยหน้าขึ้นมองทำหน้าตลกก่อนจะยิ้มกริ่ม

“ไม่ค่ะ”

“เช็ดตัวให้ยิ้มหน่อยนะ เดี๋ยวพี่ออกไปซื้อของกับกวาด”

“ได้เลยพี่ชาย” กู๊ดยิ้มกว้างส่งมาให้ อ้อ ยังมีเรื่องที่ผมยังไม่ได้คุยกับน้องสาวสินะ

“อ้อ กลับมาเรามีเรื่องต้องคุยกันนะ” ฉันมองน้องพร้อมกับส่งสายตาดุไปให้

“คะ? เรื่องอะไรอ่ะ?” ยัง ยังจะทำหน้าไม่รู้อีก

“แอบมีแฟนไม่บอกพี่”

“กรี๊ด! หนูไม่รู้หนูง่วงนอนแล้ว ฝันดีค่ะ” กู๊ดวิ่งเข้าห้องนอนปิดประตูเรียบร้อย ผมน่ะหวงน้องก็จริงแต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นน้องขนาดนั้น ก็รู้แหละว่ามีซัมติงกับเพื่อนผู้ชายที่ชื่อบอส แต่พ่อน่ะ พ่อหวงน้องมากเลยนะ เพราะน้องเหมือนแม่มากพ่อเลยหวงเป็นพิเศษ ส่วนเกรย์รายนั้นกำลังจะขึ้นม.หก น่าจะอายุเท่ากับลูกกวาดนี่แหละ ซนมากเลยแต่เพราะมีผมที่คุยกับน้องได้ทุกเรื่องเพราะเป็นผู้ชายเหมือนกันพ่อเลยไม่ห่วงน้องมาก ผมเองก็คุยกับพ่อแทบจะทุกเรื่องขนาดเรื่องอมยิ้มผมก็ยังปรึกษาเลยว่าควรจะเข้าไปคุยกับน้องยังไง เรื่องนี้โดนแม่แซวมาเหมือนกัน เพราะแม่บอกว่ากว่าพ่อจะกล้ากลับมาคุยกับแม่ก็นานเหมือนกัน

“ลูกกวาดปะ เราไปซื้อของกัน” ผมเอ่ยชวนน้องชายอมยิ้ม น้องพยักหน้ารับไปคว้ากระเป๋าสตางค์และกุญแจห้องก่อนที่เราทั้งสองจะออกจากห้องไปยังซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้ ๆ เพื่อซื้อของมาทำอาหารเย็น เราเลือกซื้อของกันอยู่นานกระทั่งซื้อครบเราก็เดินทางกลับ ระหว่างที่เตรียมของผมก็แอบเข้าไปดูอมยิ้มในห้องนอน พอเห็นว่าเปลี่ยนชุดแล้วก็สบายใจที่กู๊ดเช็ดตัวให้อมยิ้มแล้ว สวนน้องสาวตัวเองคิดว่าคงไปอาบน้ำที่ห้องผม ผมออกมาช่วยลูกกวาดทำกับข้าวจนเสร็จน้องสาวผมก็เดินเข้ามา พอเจอหน้าผมก็ส่งยิ้มแหยมาให้ทันที

“อยากทานอะไรไหมพี่จะทำให้”

“ไก่ทอดได้ไหมคะ?”

“ได้ครับ นั่งรอก่อน มานั่งนี่พี่จะคุยด้วย” ผมเรียกน้องสาวเพียงหนึ่งเดียวให้เข้ามาใกล้ กู๊ดเดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้มองผมอย่างขอความเห็นใจ แต่ผมแค่อยากรู้ว่าคบกันนานหรือยังแค่นั้นแหละน่า ไม่ได้จะบอกให้เลิกกันเสียหน่อย

“คบกันนานหรือยัง” ผมเอ่ยถามเสียงนุ่ม

“ก็สักพักแล้วค่ะ” กู๊ดตอบเสียงเบา

“เขาดูแลดีใช่ไหม”

“ดูแลดีค่ะ ไม่เคยเกินเลยแล้วก็ไม่มีเรื่องเจ้าชู้ด้วย” น้องสารยายแฟนตัวเองให้ผมได้ฟัง

“พี่ไม่ได้จะบอกให้เลิกกันหรอกนะ ชีวิตเราต้องเลิกเอง ถ้าเจ็บก็บอกให้รู้ว่ายังมีพี่เข้าใจไหม”

“ค่ะ”

“แต่สำหรับพ่อ พี่ไม่รู้นะ คบกันไปสักพักก่อนถ้ามั่นใจก็ค่อยบอก แต่พี่ว่าพ่อก็คงจะรู้แหละว่าเรามีแฟน”

“พี่ต้องช่วยหนูนะ ไม่งั้นพ่อดุแน่เลย” น้องอ้อนมา

“ถ้าไม่เกเรพี่ก็จะช่วยคุยให้”

“เย้! ขอบคุณค่ะ”

ผมส่ายหน้ากับความดีใจของน้องสาว ก่อนจะยิ้มน้อย ๆ ยังไงน้องก็ยังคงเป็นน้องล่ะนะ ผมปล่อยให้น้องออกไปนั่งเล่นรอที่โซฟาก่อนจะเร่งทำกับข้าว เมื่อทำเสร็จก็ตั้งโต๊ะเพื่อนน้องก็มาถึงพอดีผมให้ทุกคนเตรียมของรอและทานกันไปก่อน ส่วนผมเดินไปปลุกอมยิ้มให้ออกมาทานข้าว เมนูที่น้องได้ทานเป็นข้าวต้มใส่ขิง น้องยังทานอาหารรสจัดไม่ได้เลยต้องทานข้าวต้ม ทำเอาคนป่วยหน้างอไปแล้วล่ะ

“ก็ป่วยอยู่พี่ต้องทานข้าวต้ม” ลูกกวาดบอกพี่สาวพร้อมกับหัวเราะ

“ก็อยากทานต้มยำบ้าง”

“เดี๋ยวรอหายก่อนเดี๋ยวทำให้เลย”

“พูดแล้วนะ”

“ครับๆ”

สองพี่น้องคุยกันเสียงเล็กเสียงน้อย ผมเองก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้ ยิ้มกับเพื่อน ๆ ย้ายไปนั่งที่ห้องนั่งเล่นเสียงบ่นเสียงหัวเราะดังมาให้ได้ยิน ลูกกวาดเป็นคนช่วยผมเก็บกวาดห้องครัวจนกลับมาสวยสะอาดดังเดิม

“พี่มะรืผมจะกลับแล้วนะ” ลูกกวาดเอ่ยบอกผมน้ำเสียงจริงจัง ไม่มีวี่แววล้อเล่นอย่างก่อน

“กลับยังไง?” ผมถามด้วยความเป็นห่วง

“กลับพร้อมกับพี่ยิ้ม พี่จะกลับไปพักที่บ้านด้วย”

“งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่ง” ผมอาสา จะปล่อยให้สองพี่น้องกลับกันเองได้ยังไงกัน ผมห่วงเหมือนกันนะ

“ต้องถามพี่ยิ้มอ่ะ แต่พี่...ผมไม่อยู่อ่ะช่วยอะไรอย่างหนึ่งได้ไหม?” สายตาจริงจังนั้นถูกส่งมายังผมอีกครั้ง

“ช่วยอะไรล่ะ ถ้าพี่ช่วยได้ พี่เองก็จะช่วย” ผมบอกน้องไป

“ช่วยดูแลพี่ยิ้มแทนผมหน่อยนะ อีกหนึ่งปีผมจะรีบขึ้นมาดูแลพี่สาวผม”

“...”

“...”

“ถึงเราไม่บอกพี่ก็จะดูแลยิ้มให้ดีที่สุดเท่าที่พี่จะทำได้อยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง” ผมยิ้มให้เด็กน้อยตรงหน้า คงจะห่วงพี่สาวมากเลยสินะ ผมเองก็รักและห่วงอมยิ้มเหมือนกัน ดังนั้นถึงไม่บอกให้ผมดูแลอมยิ้ม ผมก็ยังคงดูแลเธอด้วยหัวใจของผมอยู่ดี ไม่ต้องห่วงน้องชาย...

End Talk

 

 

======================== 

คอมเม้นหายยยย ไม่สนุกกันหยอออ เม้นได้น้า เค้าไม่ดุ ^_^ อัพอีกตอนเอาใจคนอ่านเลยน้า ฝากเม้นด้วยนะคะ T_T อยากอ่านคอมเม้น เหงามากๆเลย  

ความคิดเห็น