facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

นางแบบสาวผู้ช้ำรักเพราะวิวาห์ล่ม โชคชะตาพัดพาให้มาพบกับการแต่งงานใหม่สายฟ้าแลบ จนชีวิตนางแบบของเธอเปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึง...

ตอนที่ 23 กักตัวเป็นเวลาสามปี

ชื่อตอน : ตอนที่ 23 กักตัวเป็นเวลาสามปี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2562 20:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 23 กักตัวเป็นเวลาสามปี
แบบอักษร

ขอบตาหลินเวยยังมีน้ำตาคลออยู่ เธอปาดน้ำตาออกแล้วลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ หยุดคิดชั่วครู่ก่อนตอบถังหนิง “วันที่ยี่สิบหก วันพุธหน้า” 

“โม่อวี่โหรวยังบอกให้คุณปฏิเสธงานทั้งหมดของฉันอยู่ใช่ไหม” ถังหนิงเดา 

“ใช่…” 

“จดบันทึกทุกๆ งานและเก็บอีเมลทุกฉบับจากลูกค้าทุกคนไว้เป็นหลักฐาน วันพุธหน้าฉันจำเป็นต้องใช้” ถังหนิงสั่งอย่างเยือกเย็น “ถ้าคุณยังมีความฉลาดในการตัดสินใจอยู่ คุณจะรู้ว่า ทำตามฉันมีความหวังมากกว่าทำตามโม่อวี่โหรว แค่เรื่องที่เธอเป็นชู้อย่างเดียว ก็ทำให้เธอไม่มีโอกาสกลับมายืนบนเวทีระดับนานาชาติแล้ว” 

หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านี้ หลินเวยก็คิดว่าทำไมโม่อวี่โหรวถึงได้มีปัญหาบ่อยเหลือเกินในช่วงนี้ ขณะที่ความนิยมของถังหนิงกลับสูงขึ้นเรื่อยๆ เธอตระหนักได้ว่าเป็นเพราะโม่อวี่โหรวอาศัยการแสดงแสร้งว่าอ่อนแอและได้รับความเห็นใจเสมอมา ในขณะที่ถังหนิง…ใช้โม่อวี่โหรวเพื่อทำให้ตนเองกลับมา 

หลินเวยชั่งน้ำหนักข้อได้เปรียบเสียเปรียบ และตัดสินใจว่าน่าจะดีที่สุดหากทำตามถังหนิง “ฉันจะช่วยคุณเตรียมทุกอย่างเอง” 

ถังหนิงพยักหน้าและกำลังจะเดินออกไป แต่เมื่อถึงประตูก็ดูเหมือนว่านึกอะไรบางอย่างออก เธอจึงหันกลับมาเตือนหลินเวย “ถ้าคุณไม่มีความสามารถในการจัดการกับวิกฤติเรื่องข่าวต่างๆ ก็อย่าทำอะไรอับอายขายหน้าให้ฉันเป็นคนแก้ไข” 

พูดง่ายๆ ก็คือ หากเธอระวังตัวเองเรื่องการโดนถ่ายรูปไม่ได้ ก็ไม่ควรไปยั่วยุใครต่อใครที่ไม่ควร 

ใบหน้าหลินเวยซีดเผือดไป นี่เป็นครั้งแรกที่เธอพบกับศิลปินที่มีการวางแผนมาอย่างยาวนานโดยที่ไม่มีใครรู้ หากมองจากตรงนี้ นอกเหนือจากการยั่วยวนผู้ชายแล้ว โม่อวี่โหรวก็ไม่ได้มีอะไรที่เธอทำได้อีกเลย เธอกำลังรอให้ถังหนิงทำให้เทียนอี้เอ็นเตอร์เทนเมนต์หายไปอย่างไม่รู้ตัว 

เมื่อออกมาจากตึกก็พบว่ายังไม่ค่ำ ถังหนิงกลับไปที่รถด้วยใบหน้าเหน็ดเหนื่อย เมื่อเห็นเช่นนั้น หลงเจี่ยก็เสียใจอย่างมาก “คุณทะเลาะกับหันอวี่ฝานมาหรือเปล่าคะ” 

“หันอวี่ฝานขอเลิก” ถังหนิงตอบอย่างสงบนิ่งพลางเอนศีรษะหลับตาลงช้าๆ ดูเหมือนว่าเธอกำลังพยายามก็บซ่อนความรู้สึก “หลงเจี่ย รู้ไหมว่าตอนที่หันอวี่ฝานพูดคำพวกนั้นออกมา มันฟังดูเหมือนกับว่าเขากำลังอ่านจากหนังสือเรียนเลย” 

“เขายังจะดองงานฉันไปอีกสามปีด้วย” 

“อีตาบ้านั่น ทำหน้าไม่อายขนาดนี้ได้ยังไง นี่เขาไม่กลัวโดนฟ้าผ่าบ้างเหรอ!” หลงเจี่ยค้านเสียงแข็งขณะหันมองไปด้านข้าง เมื่อเห็นถังหนิงเจ็บปวด เธอจึงเอื้อมมือออกไปลูบแขนเบาๆ เป็นการปลอบโยน “อย่ายอมให้ผู้ชายแบบนั้นมาทำให้คุณรู้สึกไม่ดีนะคะ โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังจะทำให้นายกะล่อนนั่นต้องจ่ายคืนคุณเป็นสิบเท่า”  

“ฉันยังควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ไม่ดีพอ พาฉันกลับบ้านที” ถังหนิงร้องขอด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบา 

“ได้ค่ะ…พักผ่อนเถอะ” 

หากตัดสินจากทัศนคติที่ย่ำแย่และไม่ใส่ใจของหันอวี่ฝานแล้ว ถังหนิงรู้ดีว่าเขาจะไม่ยอมหยุดส่งให้เธอไปออกงานขยะเช่นนี้แน่ เพียงโม่อวี่โหรวออกคำสั่ง เขาก็สามารถทำสิ่งที่แย่กว่านี้ได้อีก เธอจะต้องหาทางทำลายแผนการของโม่อวี่โหรวที่มาขัดขวางเธอ 

กว่าโม่ถิงจะกลับถึงบ้านก็เป็นเวลาสองทุ่มแล้ว แต่ในวันนี้เขาไม่ได้กลิ่นหอมของอาหารค่ำที่ทำไว้ สิ่งที่เขารู้สึกได้คืออากาศอันหนาวเย็น ในตอนแรกเขาคิดว่าถังหนิงยังไม่ถึงบ้าน แต่เมื่อเข้าไปในห้องนอน เขาก็เห็นเธอกำลังนอนเงียบๆ อยู่บนเตียง ไม่ต้องอธิบายอะไรก็รู้ว่าเธอต้องได้รับการปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรมในวันนี้ 

โม่ถิงเดินเข้าไปนั่งที่ขอบเตียง เมื่อถังหนิงรู้สึกได้ถึงร่างที่คุ้นเคยก็ลุกขึ้นนั่งและกอดเขาทันที 

“คุณอยากร้องไห้ก็ร้องออกมา จะได้รู้สึกดีขึ้น” โม่ถิงลูบไหล่ถังหนิงอย่างอ่อนโยน 

ถังหนิงอดกลั้นไว้ทั้งวัน แต่เมื่อได้รับการปลอบโยนจากโม่ถิง เธอก็ยอมปลดปล่อยและร้องไห้ออกมาอย่างหนักทันที “ขอโทษค่ะ ฉันสัญญาไว้แล้วว่าจะไม่ร้องไห้ให้กับเรื่องที่ไม่มีค่า…” 

“ไม่เป็นไร ร้องออกมาเถอะ…นอกจากผมแล้ว จะมีใครที่คุณแสดงตัวตนที่แท้จริงได้อีก” โม่ถิงให้กำลังใจ บางทีอาจเป็นเพราะมือโม่ถิงอ่อนโยนเกินไป หรืออาจเพราะโม่ถิงอายุมากกว่าถังหนิงถึงเจ็ดปี และเขาก็ให้ความรู้สึกของความปลอดภัยและเป็นผู้ใหญ่ ถังหนิงจึงร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของโม่ถิงเป็นเวลานานจนไม่มีน้ำตาแม้สักหยดหลงเหลืออยู่ 

“ดีขึ้นไหม” โม่ถิงถาม 

“ค่ะ” ถังหนิงผละออกจากอ้อมกอดโม่ถิง “คุณยังไม่ได้ทานอะไรมา ฉันจะไปเตรียมกับข้าว…” 

โม่ถิงเชยคางของถังหนิงมาโดยไม่สนใจสิ่งอื่นใด ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีประกบจูบที่ริมฝีปากเธออย่างแนบแน่น เขาไม่ได้ต้องการจูบเพื่อเช็ดน้ำตาให้เธอเท่านั้น แต่เขายังอยากใช้ช่วงเวลาที่แสนพิเศษนี้ปลอบโยนผู้หญิงที่เจ็บปวดในอ้อมแขนคนนี้ด้วย 

จูบ…เป็นยาที่ดีที่สุดและเป็นยาบรรเทาความเจ็บปวดที่ดีที่สุดด้วยเช่นกัน ทั้งสองคนประคองจุมพิตอย่างรักใคร่ โลกทั้งใบเหมือนกำลังหมุนคว้างยามสองร่างสูดเอาอากาศหายใจ 

“ถังหนิง ไม่ว่าคุณจะสุขหรือเศร้า ผมหวังว่าผมจะเป็นคนแรกที่คุณหันหา ผมไม่สนใจว่าคุณจะสวมหน้ากากมากเท่าไรตอนอยู่ข้างนอก แต่เมื่อคุณกลับบ้านมาแล้ว เราต้องเผชิญหน้ากันอย่างจริงใจ เราควรเป็นเหมือนคู่แต่งงานทั่วๆ ไป เราก็แค่ต้องการกันและกัน” โม่ถิงเช็ดน้ำตาออกจากแก้มของถังหนิงขณะลุกขึ้นยืน “ผมบอกแล้วนะว่าคุณไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องครัวอีกแล้ว” 

ถังหนิงเห็นโม่ถิงหันหลังกำลังจะจากไป ดังนั้นเธอจึงรีบคว้าเขาไว้ “ฉันต้องการคุณ ฉันต้องการคุณตอนนี้…ฉันอยากให้คุณอยู่กับฉัน กอดฉัน จูบฉัน…” 

“ผมต้องการพลังงานในการจูบคุณนะ” 

ถังหนิงหยุดร้องไห้ เอาผ้าห่มออกเพื่อลุกออกจากเตียงและจับมือโม่ถิงไว้ “ถ้างั้น ฉันจะไปกับคุณ…” 

ทั้งคู่กินมื้อค่ำที่แสนสำราญใจ เสร็จแล้วก็อาบน้ำ หลังจากกลับมาที่เตียง โม่ถิงเอนพิงหัวเตียงอ่านเอกสารบางอย่าง ในขณะที่ถังหนิงพยายามนอนหลับ แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร เธอก็นอนไม่หลับเสียที 

“มีอะไรหรือ” 

“ฉันนอนไม่หลับ คุณอ่านหนังสือให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ” ถังหนิงโผล่ออกมาจากใต้ผ้าห่ม เว้าวอนโม่ถิง 

ต่อหน้าโม่ถิงเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เธอไม่ต้องทำตัวไร้อารมณ์ ไม่จำเป็นต้องใจเย็นและทำเป็นเก่งเหมือนตอนอยู่หน้าหลงเจี่ย ต่อหน้าโม่ถิงเธอก็เป็นเพียงแค่ภรรยาตัวเล็กๆ ที่ต้องการการเอาใจใส่ 

แน่นอนว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าถังหนิงแล้ว โม่ถิงก็ไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นโม่ถิงที่ใครๆ ก็รู้จัก หากเธอเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา เขาก็อาจจะปากระดาษใส่หน้าเธอไปแล้ว แต่คนที่อยู่ข้างหน้าคือถังหนิง เขาจึงหยิบหนังสือออกมาจากชั้นแล้วกลับไปที่เตียง เขากอดถังหนิงไว้ในอ้อมแขนขณะที่ทั้งคู่เปิดหนังสือด้วยกันและเริ่มอ่าน 

นี่เป็นการกระทำที่แสนธรรมดา แต่ดูเหมือนว่าหันอวี่ฝานคนกะล่อนจะไม่เคยทำอะไรแบบนี้ให้ถังหนิงเลย ใครจะคาดคิดว่าคนที่เต็มใจทำสิ่งไร้สาระไปกับเธอจะกลายเป็นราชาแห่งวงการบันเทิงแทน 

บาดแผลในจิตใจเหมือนได้รับการเยียวยาช้าๆ ไม่นานนักถังหนิงก็หลับใหลไปในอ้อมแขนของโม่ถิง…และเธอก็นอนหลับฝันหวานเหมือนอย่างเคย 

เช้าวันถัดมาอากาศชื้นเล็กน้อย ถังหนิงตื่นขึ้นเพราะเสียงโทรศัพท์ดัง หลินเวยโทรมา น้ำเสียงของเธอสุภาพกว่าวันก่อน “ถังหนิง ฉันเพิ่งมาถึงบ้านคุณ แต่ฉันพบแค่ผู้ช่วยของคุณอยู่ในบ้าน” 

“ฉันย้ายออกแล้ว” 

“ฉันมาบอกคุณว่าหลังจากที่ท่านประธานหันประกาศว่าคุณจะเข้าร่วมงานของบริษัทนั้น แฟนคลับของคุณต่างก็สับสนในตอนนี้ พวกเขาโต้เถียงกันอย่างรุนแรงท่ามกลางแฟนคลับด้วยกันเอง พวกเขาบอกว่าถ้าคุณปรากฏตัวที่งานนี้ ก็หมายความว่าคุณสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่เชื่อถือไม่ได้ ไม่มีทางที่พวกเขายอมรับได้และพร้อมจะละทิ้งคุณ…” 

“แล้วปฏิกิริยาของโม่อวี่โหร่วเป็นยังไง” ถังหนิงถามหลินเวยอย่างตรงไปตรงมา 

“เธอรอดูคุณเจ็บปวดไม่ไหวแล้ว การเข้าร่วมงานนี้เป็นความคิดของเธอตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เธอไม่ได้ต้องการเพียงแค่เหยียบย่ำคุณเท่านั้น แต่ยังอยากให้ชีวิตของคุณเหมือนอยู่ในนรกด้วย”  

"งั้นก็มารอดูกันว่าวันพุธหน้า ชีวิตใครกันแน่ที่ต้องตกอยู่ในนรก…” ถังหนิงตอบกลับอย่างแฝงความนัย “ในระหว่างนี้คุณก็ไม่ต้องกังวลเรื่องแฟนๆ หรอก ปล่อยให้พวกเขาด่าว่าฉันเท่าที่พวกเขาต้องการเลย!” 

ความคิดเห็น