ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 8

คำค้น : พ่อเลี้ยงเถื่อน หื่น ส้ม สวนส้ม ก่อการ รินท์

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ธ.ค. 2562 21:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8
แบบอักษร

บทที่ 8

 

หลังจากที่เคลียร์งานที่ไร่เสร็จ ก่อการก็รีบมาโรงพยาบาลทันทีตามที่บอกปภาวรินท์ไว้ พอมาถึงเขาก็ตรงไปที่ห้องพักผู้ป่วย เห็นปภาวรินท์ก้มหน้าหลับอยู่ข้างเตียงคนป่วยก็อดที่จะสงสารไม่ได้ ยิ่งเห็นห้องพักคนป่วยแบบรวมก็ยิ่งไม่ชอบใจมันแออัดเกินไป

เห็นแบบนั้นก่อการก็ไม่รอช้า เขาโทรหาหมอที่เป็นคนดูแลอาการป่วยของยายปภาวรินท์ทันที ซึ่งก็คือคนที่ก่อการรู้จักอยู่แล้ว เขาเข้าไปคุยกับหมอในห้องทำงาน ถามถึงอาการและวิธีการรักษา รวมไปถึงการย้ายห้องพักไปห้องพิเศษเดี่ยวด้วย

“ขอบคุณนะครับพี่หมอ”

“เรื่องเล็กน้อยนะพ่อเลี้ยง หากมีอะไรให้ช่วยติดต่อพี่ได้เลยนะ ส่วนเรื่องห้องพักพี่ให้พยาบาลจัดการให้แล้ว ”

“ครับพี่หมอ ขอบคุณอีกครั้งครับ”

ก่อการออกมาจากห้องทำงานหมอเมื่อคุยกันเสร็จแล้ว ยิ่งได้คุยและปรึกษาอาการป่วยของยายของปภาวรินท์เขาก็ยิ่งเครียด โอกาสที่ยายของปภาวรินท์จะอาการดีขึ้นนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย การผ่าตัดไม่ได้แปลว่าจะดีขึ้นเพราะร่างการที่แก่ชราไม่อาจจะทนเจ็บปวดได้นาน แต่ถ้าผ่าตัดแล้วรอดก็จะอยู่ได้นานหลายปี ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับร่างกายคนป่วยด้วยว่าจะสู้ต่อไปได้ไหม

“หยุดนะ!! จะพายายไปไหน”ยังไม่ทันที่ก่อการจะเดินถึงห้องพักรวม เขาก็ได้ยินเสียงปภาวรินท์ถามบุรุษพยาบาลที่เข็นเตียงคนป่วยออกมาจากห้องพักรวม

“รินท์”ก่อการร้องเรียก

“พ่อเลี้ยง ช่วย...ช่วยหนูด้วย เขาจะเอายายไปไหนก็ไม่รู้”ปภาวรินท์พูดออกมาอย่างร้อนรน

“ใจเย็นๆก่อน เขาแค่จะย้ายห้องพักเท่านั้น”

“ย้าย ย้ายไปไหนคะ ทำไมต้องย้ายด้วย”

“ย้ายไปห้องพิเศษยังไงหละ” ปภาวรินท์ตาโตกับคำตอบของก่อการ เธอตกใจมาก

“ไม่เอา ไม่ย้ายห้อง พ่อเลี้ยงไปบอกหมอให้หนูหน่อยนะคะ อยู่ห้องเดิมก็ดีแล้ว”ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้ยายอยู่ห้องดีๆ แต่แค่อยู่ห้องพักรวมเธอก็แทบจะไม่มีเงินจ่ายอยู่แล้ว

“ทำไมถึงไม่อยากย้ายห้อง ไม่อยากให้ยายอยู่ห้องสบายกว่านี้หรอ”

“ฮือๆ ฮือๆ”ปภาวรินท์ไม่ตอบ เธอร้องไห้แล้วส่ายหัวอย่างเดียว

“ไม่ร้องสิรินท์ บอกฉันหน่อยทำไมถึงไม่อยากย้ายห้อง”ก่อการดึงปภาวรินท์มากอดทันทีที่เห็นเธอร้องไห้

“หนูไม่มีเงินมากพอที่จะจ่ายค่าห้องแพงๆ อึก อึก”ปภาวรินท์ตอบพร้อมเสียงสะอื้น

“เด็กน้อย”ก่อการลูปหัวปลอบปภาวรินท์

“เรื่องนั้นรินท์ไม่ต้องกังวล ค่าใช่จ่ายทั้งหมดฉันจะเป็นคนออกให้เอง”ก่อการประกบมือทั้งสองข้างกับแก้มของปภาวรินท์ เขาใช้นิ้วเกลี่ยหยดน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย

“ไม่ได้นะคะ มันแพง”

“ไม่รู้หรือไงว่าผัวตัวเองรวย”ก่อการพูดหยอก

“อือ...พ่อเลี้ยงนะ”ปภาวรินท์หน้างอใส่

“ฉันพูดเรื่องจริงนี่นา”

“ไม่อยากพูดเรื่องนี่กับพ่อเลี้ยงแล้ว มาว่าหนูเป็น เอ่อ...”

“เป็นอะไร หือ...ที่ฉันพูดไปเรื่องจริงทั้งหมดเลย”

ปภาวรินท์อายหน้าแดง เธอก้มหน้าซุกอกของก่อการ ปล่อยให้ก่อการกอดอย่างลืมตัว

“เราจะยืมกอดกันตรงนี้จริงๆหรอ”

“อ่ะ ปะ ป่าวกอดนะคะ หนู หนู จะไปหายาย”ปภาวรินท์ลนลานตอบ เธออายหน้าแดงดั่งลูกตำลึงสุด

'บ้าจริง ทำไมถึงลืมตัวมากอดกับพ่อเลี้ยงตรงนี้'

ปภาวรินท์คิดในใจ เธออายมากยิ่งเห็นหน้าตาล้อเลียนของก่อการยิ่งอาย รีบเดินก้มหน้าเดินออกมาทันที

“จะรีบไปไหน” ก่อการถามแล้วก็เดินตามมา

“จะไปหายายค่ะ”ปภาวรินท์ตอบพร้อมกับก้าวเดินอย่างไว ไม่กล้ามองหน้าก่อการกลัวเขาจะเห็นหน้าแดงๆของเธอ

“รีบเดินแบบนั้นเดี๋ยวก็สะดุดหรอก แล้วรู้หรอว่ายายอยู่ห้องไหน”

ขาที่กำลังก้าวไปข้างหน้าหยุดชะงักทันทีที่ได้ยินคำพูดของก่อการ เธอไม่รู้ว่าห้องไหนนี่นา

“เอ่อ...”

“ป่ะ ไปกับฉัน”ก่อการเดินมาจับมือของปภาวรินท์เขาดึงเบาๆให้เธอเดิมตาม

ปภาวรินท์มองแผ่นหลังกว้างของคนที่เดินนำเธอไปห้องพักยาย แล้วไล่มามองมือของเขาที่กุมมือเธอไว

'ตอนนี้เธอพึ่งเขาได้ใช่ไหม ไม่ต้องโดดเดี๋ยวแล้วใช่หรือป่าว'

ปภาวรินท์คิดในใจในขณะที่เดินตามก่อการ เธอยิ้มกับตัวเอง

.

.

.

.

“เราย้ายไปอยู่ห้องอื่นได้ไหมคะ”

“ทำไมหละ ห้องนี้ก็ดีแล้วนะหรือยากได้ห้องที่ดีกว่านี้ ถ้างั้นต้องยายไปเอกชนนะ เดี๋ยวฉัน...”

“ไม่ใช่ค่ะ รินท์หมายถึงห้องมันดีเกินไป น่าจะแพง”

“ฉันก็นึกว่าอะไร เรื่องนั้นเธอไม่ต้องห่วง ฉันจะจัดการเอง”

“แต่...”

“ไม่มีแต่หรืออะไรทั้งนั้น เพื่อความสะดวกสบายของเมียฉันให้ได้ เข้าใจไหม”

ยังไม่ทันที่ปภาวรินท์จะแย้ง ก่อการก็เอ่ยออกมาอย่างจริงจังเสียก่อนบวกกับหน้าตาที่ดูขึงขังกับน้ำเสียงดุๆยิ่งทำให้เธอไม่กล้าที่จะพูดอะไร สุดท้ายแล้วปภาวรินท์ก็ไม่อาจจะมองหน้าก่อการได้นาน เธอรู้สึกกลัวนิดๆเมื่อเขาทำหน้าดุใส่ เธอเลยเดินไปที่เตียงคนไข้ที่ยายของเธอนอนอยู่ แล้วนั่งกุมมือของยายไว้

“ยายจะปลอดภัยใช่ไหมคะพ่อเลี้ยง”ปภาวรินท์ช้อนตามองไปที่ก่อการ เธอถามขึ้นมาอยากคาดหวังคำตอบ

ก่อการเดินมาปลอบปภารินท์ข้างๆเตียงคนไข้ เขายกมือสัมผัสเส้นผมเงางามลูบไล้อย่างปลอบโยน แล้วดึงเธอเข้ามากอด

“ทุกอย่างมันจะผ่านไปได้ด้วยดี”ก่อการปลอบ

“หนูกลัวจังเลย กลัวว่ายายจะไม่อยู่กับหนู ถ้าหาก...ฮือๆ ถ้าหากยายไม่อยู่ ละ แล้วหนูจะอยู่ยังไง ฮือๆ”ปภาวรินท์ร้องไห้ออกมาอย่างหนักน้ำตาไหลออกมาเป็นสาย เธอกอดก่อการเอาไว้อย่างต้องการที่พึ่ง

“ฉันอยู่ตรงนี้รินท์ ฉันไม่ปล่อยให้เธอต้องโดดเดี่ยวแน่นอน เราจะกอดกันและผ่านมันไปให้ได้ อดทนนะคนเก่งของฉัน”

“ฮือๆฮือๆ”

 

“รินท์ รินท์”ปภาวรินท์หันมาตามเสียงเรียกอันแผ่วเบา เธอรีบเช็ดน้ำตาแล้วก้มไปหายายทันที

“ยาย ยายจ๋า...”

“ยายขอน้ำหน่อย”ก่อการที่อยู่ข้างๆปภาวรินท์รีบเดินไปรินน้ำใส่แก้วแล้วยื่นให้ปภาวรินท์

“ค่อยๆดูดนะยาย”

“พอแล้วลูก”รินท์ดึงหลอดออกมาแล้วส่งแก้วน้ำคืนให้ก่อการ

“เป็นยังไงบ้างจ๊ะยาย ปวดตรงไหนไหม”

“ถามยายทุกรอบเลยนะ ยายไม่เป็นไรแล้ว”

“รินท์เป็นห่วงยายนี่จ๊ะ”ปภาวรินท์ตอบยายแล้วเอามื้อของยายมาแนบที่แก้มของตัวเอง

คนป่วยนอนมองหลานสาวของตัวเองด้วยสายตาอ่อนโยน ไม่นานสายตาก็เหลือบไปเห็นว่าในห้องพักนี้ไม่ได้มีแค่ตนกับหลานสาว แต่มีชายหนุ่มอยู่ด้วย ซึ่งยายนั้นไม่รู้ว่าเขาคือใคร

“แล้วพ่อหนุ่มคนนี้ใครจ๊ะ”คนป่วยหันมามองก่อการและถามด้วยน้ำเสียงอย่างใจเย็น

“เอ่อ...”

“สวัสดีครับคุณยาย ผมก่อการครับ เป็นคนรักของรินท์”คำแนะนำตัวของก่อการทำให้ปภาวรินท์ตกใจ เธอไม่คิดว่าเขาจะแนะนำตัวกับยายแบบนี้

“อย่างงั้นหรอ ”คุณยายยิ้มอย่างใจดี แล้วหันมามองหลานสาวตัวเอง เธอเห็นใบหน้างามของหลานนั้นแดงก่ำ

“หลานยายมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่กันหือ หล่อซะด้วย”คุณยายอดที่จะแซวหลานตัวเองไม่ได้

“เอ่อ...คือ...”ปภาวรินท์ไม่รู้จะตอบยายยังไงดี ความจริงแล้วเธอกับก่อการยังไม่ได้ตกลงเป็นแฟนกันซะหน่อย ถึงแม้จะเลยเถิดกันไปแล้ว และเขาก็เอาแต่พูดเรื่องผัวๆเมียๆ แต่เธอก็ไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเอง

“คุณยายอย่าว่ารินท์เลยนะครับ เรื่องนี้ผมเป็นคนเริ่มจีบรินท์ก่อนครับ และพึ่งจะจีบได้ไม่นาน”เมื่อเห็นสีหน้าของปภาวรินท์ ก่อการก็ช่วยตอบทั้นที ความจริงเขาอยากบอกว่าได้หลานสาวยายเป็นเมียแล้วก็กลัวว่าคนป่วยจะตกใจ เลยบอกว่าแค่เป็นแฟน

ยายของปภาวรินท์ยิ้มออกมานิดๆเมื่อเห็นแฟนของหลานสาวรีบพูดแก้ให้หลานตัวเอง สายตาของคนที่ผ่านอะไรมาเยอะดูออกว่าพ่อหนุ่มตรงหน้าจริงจังกับหลานตัวเอง แบบนี้เธอก็ว่างใจที่จะมีคนดูแลรินท์ต่อจากเธอ

“ยายยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนะ เด็กพวกนี้ตื่นตูมกันไปได้”ยายว่าเบาๆ

“ยายจ๋า...รินท์ขอโทษนะ คือ รินท์ เอ่ย...”ปภาวรินท์ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี

“มีแฟนก็ดีแล้วนี่ ยายจะได้หมดห่วงสักที”

“ไม่จ้ะ ยายต้องห่วงรินท์นะ”ปภาวรินท์ทำเสียงเหมือนจะร้องไห้ เธอไม่ชอบเลยกับคำว่าหมดห่วงของยาย ฟังแล้วมันเหมือนว่ายายจะไม่อยู่กับเธอแล้ว

“ดูสิโตจนมีแฟนแล้วยังจะร้องไห้เป็นเด็กๆไปได้”

ปภาวรินท์ทำท่าจะร้องจริงๆก่อการที่เห็นเช่นนั้นก็รีบเดินอ้อมเตียงคนป่วยมากอดปลอบทันที ซึ้งการกระทำเช่นนี้อยู่ในสายตาคนป่วยตลอดเวลา เห็นแบบนี้ก็ทำให้คนป่วยวางใจได้

'คงมีคนดูแลรินท์ต่อจากยายแล้วสินะ'

“พ่อหนุ่มยายขอมือหน่อย”ก่อการยื่นมือไปให้ตามคำขอ แล้วก็ถูกคุณยายจับมือของเขากับปภาวรินท์มาแนบไว้ด้วยกัน

“ยายฝากพ่อหนุ่มดูแลน้องด้วยนะ หากน้องดื้อไปบ้างพ่อหนุ่มก็อย่าทิ้งน้องนะลูก ผิดถูกยังไงก็อย่าได้ใช้อารมณ์เป็นตัวตัดสิน คนหนึ่งร้อนอีกคนต้องเย็น ชีวิติคู่ถึงจะไปรอด รินท์เองก็อย่าดื้อกับพี่เขามากนะลูก เราอายุน้อยกว่าต้องเชื่อฟังพี่เขารู้ไหม”

“ยาย รินท์ไม่ได้จะแต่งงานนะจ๊ะ”ปภาวรินท์อายแก้มแดง

“คุณยายไม่ต้องหวงนะครับ ผมสัญญาว่าจะปกป้องดูแลน้องให้ดีที่สุด จะเป็นคู่ชิวิตที่ดี คอยรับฟังปัญหา จะอยู่กับน้องเมื่อน้องทุกข์และจะทำให้ชีวิตของน้องดีขึ้นกว่าที่ผ่านมาครับ”

ก่อการมองสบตากับคุณยายและกระชับมือที่จับกับปภาวรินท์ให้แน่นขึ้นขณะที่สัญญาว่าจะดูแลปภาวรินท์ เพราะเขารู้ว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงนั้นห่วงหลานสาวมากแค่ไหนและก็อยากให้ปภาวรินท์รู้ว่าเขาไม่ได้จะมาหลอกลวงอะไรทั้งนั้นอยากให้เธอมั่นใจในตัวเขา

ด้านปภาวรินท์ที่ได้ยินคำสัญญาของก่อการที่บอกกับยายของเธอนั้นส่งผลให้แก้มทั้งสองข้างแดงก่ำ เธอก้มหน้ามองมือที่ถูกมือของก่อการกุมไว้ ไม่กล้าที่จะเงยหน้ามองใครทั้งนั้น ความรู้สึกเขินอายที่ได้ฟังก่อการพูดกับยายมันทำให้เธอไม่กล้าที่จะสบตาใครและก็อายเกินกว่าที่จะพูดจึงทำได้เพียงแค่หลบซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำเท่านั้น

“หลายยายหน้าแดงไปแล้วนั้น”ยายอดที่จะแซวหลานไม่ได้

“ป่าวนะ...ไม่ใช่ซะหน่อย รินท์ไม่ได้เขิน”

“คนไม่ได้เขินของยายนี่หน้าแดงแล้วนะ”ยายยังคงแกล้งหลาน

“ยายอ่ะ”

ปภาวรินท์หน้าหงอ มองยายที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข เห็นแบบนี้เธอยิ่งไม่อยากแก้ตัวอะไรทั้งนั้นกลัวยายจะคิดมาก

“รินท์เขาก็เขินผมแบบนี้ประจำครับยาย”ก่อการก็อยากที่จะแกล้งคนน่ารักบ้าง ยิ่งหน้าแดงๆแบบนี้ยิ่งน่าแกล้ง

“พ่อเลี้ยงอ่ะ หนูป่าวนะ”

“ป่าวอะไรจ้ะหนู แก้มแดงขนาดนี้” ก่อการเอื้อมมือไปจับแก้มทั้งสองข้างปภาวรินท์แล้วบีบเบาๆ

“อือ...พ่อเลี้ยงบ้า”

ปภาวรินท์มองค้อนก่อการ ไม่นานคนโดนแกล้งทนเขินไม่ไหว จึงรีบเดินไปที่ห้องน้ำทันที ก่อการมองตามแล้วก็หัวเราะเบาๆ หากอยู่กันสองคนเขาคงดึงแก้ม ดึงปาก ดึงจมูก มาจูบให้หนำใจไปแล้ว เห็นแล้วหมั่นเขี้ยวเมียตัวเอง

 

“ก่อการ”เมื่อได้อยู่ลำพังกันแค่สองคนยายของปะภาวรินท์ก็เรียกก่อการทันที เธอมีเรื่องที่จะคุยกับชายหนุ่มตรงหน้า

“ครับ”

“เราคงจะรู้อาการป่วยของยายแล้วใช่ไหม”

“รู้แล้วครับ”ก่อการตอบ

“ยายรู้ตัวดีว่าคงอยู่ได้อีกไม่นาน”

“คุณยายอย่าพึ่งคิดมากสิครับ”

“ยายรู้ตัวเองดี ความจริงที่อยู่มาถึงทุกวันนี้ยายก็คิดว่ามันมากแล้ว เมื่อก่อนยายห่วงรินท์มากกลัวว่าเขาจะอยู่ไม่ได้หากยายไม่อยู่ แต่วันนี้ที่ยายเห็นรินท์กับคุณ มันทำให้ยายหายห่วงรินท์เขาได้ ยายไม่ได้มองคนผิดไปใช่ไหม”

คนป่วยสบตากับก่อการด้วยรอยยิ้ม

“ไม่ผิดแน่นอนครับ ผมขออนุญาติเป็นคนดูแลรินท์นะครับยาย”

“ยายฝากน้องด้วยนะ”

“ครับยาย”

 

เมื่อปภาวรินท์ออกมาจากห้องน้ำยายของเธอก็หลับไปซะแล้ว ส่วนก่อการก็นั่งอยู่ตรงโซฟาภายในห้องพักคนป่วย และตอนนี้เขาก็กำลังนั่งจ้องหน้าเธออยู่

“เออ...ยายหลับแล้วหรือคะ”

“หลับแล้ว”เขายังไม่เลิกจ้องหน้าเธอ

“แล้ว...พ่อเลี้ยงจะกลับตอนไหนคะ เออ...จะกลับเลยไหมคะ”

ปภาวรินท์อยากให้ก่อการกลับไปเร็วๆเธออายที่จะเห็นหน้าเขา

“คืนนี้ฉันจะนอนที่นี่”

“นอนไม่ได้นะคะ”

“ทำไมจะนอนไม่ได้”

“ก็...ก็โซฟามันแคบ แล้ว...เอ่อ...”

ก่อการเห็นท่าทางปภาวรินท์ก็อดขำไม่ได้ ดูก็รู้แล้วว่าคงเขินเขานั้นแหละ

“เดี๋ยวฉันไปอาบน้ำก่อนนะ เธอก็นอนไปก่อนเลย”

พูดเสร็จก่อการก็เดินไปที่ห้องน้ำทันที ส่วนปภาวรินท์นั้นเธอทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนอึ้งอยู่ที่เดิม

'เขาจะนอนนี่จริงๆหรอ ตายแหน่ๆเลยรินท์'เธอคิดเองในใจ แก้มทั้งสองข้างเริ่มแดงอีกครั้ง เมื่อคิดว่าคืนนี้ต้องอยู่กับเขาทั้งคืน

เมื่อไม่รู้ว่าจะทำยังไง หากยืนอยู่แบบนี้แล้วเขาออกมาจากห้องน้ำก็ไม่กล้ามองหน้าเขา ดังนั้นปภาวรินท์จึงรีบนอนบนโซฟาทั้งทีเพื่อที่ว่า ตอนที่ก่อการออกจากห้องน้ำเธอจะได้ไม่ต้องคุสกับเขา

และเมื่อก่อการอาบน้ำเสร็จเขาก็เดินออกจากห้องน้ำตรงมาที่โซฟา เห็นคนดื้อนอนอยู่ ไม่รู้ว่าเเกล้งหลับหรือหลับจริงๆ

“รินท์ รินท์”

“...”

เมื่อลองเรียกแล้วไม่ยอมตื่น ก่อการจึงโน้มใบหน้าไปใกล้ๆแล้วฝังจมูกไปที่แก้มนวลฟอดใหญ่ ส่งผลให้คนที่แกล้งหลับสะดุ้งทันที

“พ่อเลี้ยง...ยายอยู่นะคะ”เธอกระซิบบอก

“แสดงว่าถ้ายายไม่อยู่ทำได้ใช่ไหม”

“มะ...ไม่ได้ค่ะ อือ...พ่อเลี้ยงอย่าสิคะ”ดูเหมือนว่าก่อการจะไม่ฟังที่เธอห้าม ยิ่งได้หอมแก้มไปแล้วครั้งหนึ่งความอยากที่จะหอมอีกมันก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปภาวรินท์ต้องใช้มือดันหน้าเขาเอาไว้

“โถ่...รินท์ เห็นใจฉันเถอะ ฉันคิดถึงเธอจะแย่ อยากทำมากกว่าหอมแก้มเสียอีก”ก่อการทำหน้าตาให้ดูน่าสงสาร

คนขี้โกงทำท่าทางออดอ้อนได้น่าตีจริงๆ

“อย่าเกเรสิค่ะ อ่ะ! พ่อเลี้ยง”

ฟอด ฟอด ฟอด

ก่อการระดมหอมแก้มเธออย่างรัวๆๆ

“ขอหอมให้ชื่นใจหน่อยก็ไม่ได้ รินท์ไม่คิดถึงฉันบ้างหรอ”ตอนนี้ก่อการนั่งลงบนโซฟาแล้วยกตัวปภาวรินท์มานั่งอยู่ในอ้อมกอดเขา

“บ้า ใครจะไปคิดถึงพ่อเลี้ยงกัน ปะ...ปล่อยหนูก่อนนะคะ พ่อเลี้ยงอย่าซนสิ”

ใช่ว่าจะนั่งเฉยๆมือก็ลูปไล้ไปทั่วตัวปภาวรินท์

“ไปนอนโรงแรมกันไหมรินท์” จู่ๆก่อการก็ชวนขึ้นมาดื้อ

“บะ...บ้า พ่อเลี้ยงหื่น”ปภาารินท์หน้าแดงกับคำชวนของเขา ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าชวนไปนอนโรงแรมทำไม

“เธอไม่อยากกอดฉันหรอ”ก่อการเอาคางวางไว้บนไหล่ของปภาวรินท์ แขนทั้งสองข้างก็โอบกอดเธอเอาไว้

“ใครจะอยากกอดกัน”

“ตอนคุยโทรศัพท์กันเธอยังบอกว่า อยากกอดฉันอยู่เลยนี่”ก่อการแกล้ง

“กะ...กอด เอะ!”อยู่ๆปภาวรินท์ก็นึกถึงคำพูดที่เคยคุยกับก่อการ

“นั่น...นั่นนะ...ไม่ใช่กอดแบบนั้นนะคะ”เธอรีบแย้งทันที

“อ้าวหรอ ฉันก็นึกว่ากอดของเธอคือ การกอดกันอย่างแนบแน่นบนเตียงซะอีก”ก่อการกระซิบเบาๆใกล้หูเธอ แล้วขบเม้มเบาๆตรงใบหู

“อือ...พ่อเลี้ยง แกล้งหนู”ปภาวรินท์ยกมือมาปิดหน้าตัวเอง เธอได้ยินเสียงเขาหัวเราะเบาๆด้วย

“ไม่แกล้งแล้ว นอนกันดีกว่า ฉันกลัวจะอดใจไม่ไหว จับเธอกินตรงนี้นี่แหละ”

“ใครจะให้ทำแบบนี้กัน ยายอยู่นะคะ”

“ถ้ายายไม่ยะ...”

“อือ...พ่อเลี้ยงหยุดพูดเลยนะ”ปภาวรินท์หน้างอใส่ก่อการ เขาจะทำให้เธออ้ายไปถึงไหนกัน

“คนอะไรขนาดหน้างอยังน่ารักเลย”

“พ่อเลี้ยงนิสัยไม่ดี” แทนที่ก่อการจะโกรธที่เธอว่า เขากลับหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ

“หึหึหึ ฉันไม่แกล้งแล้วเดี๋ยวคนแถวนี้จะหน้าร้อนหน้าแดงไปซะก่อนเนอะ”

‘ยังมาเนอะใส่อีก คนบ้า’ปภาวรินท์ว่าก่อการในใจ

“งั้นรินท์นอนบนโซฟาตัวนี้นะ”ก่อการเสียสละที่นอนให้เธอ

“แล้วพ่อเลี้ยงหละคะ”

“ฉันนั่งหลับตรงนั้นได้”ก่อการชี้ไปที่โซฟาอีกตัวแต่เป็นแบบนั่ง

“เออ...รินท์เห็นมีชุดผ้าห่มกับหมอนอยู่ในห้องนี้ เราปูนอนตรงพื้นกันไหมคะ”ปภาวรินท์เสนอขึ้น จะให้เธอนอนบนโซฟาแล้วให้เขานั่งหลับเธอก็เกรงใจเขา ค่าห้องพักก่อการก็เป็นคนจ่าย

ก่อการไม่ได้ตอบอะไร เขายืนมองปภาวรินท์ที่เดินไปหยิบผ้าห่มมาปูนอนที่พื้น ดีที่ว่าห้องนี้มีชุดผ้าห่มกับหมอนให้สองชุด เมื่อจัดการกับที่นอนเสร็จแล้วปภาวรินท์ก็หันมาหาก่อการที่ตอนนี้กำลังนั่งมองเธอจากโซฟา ปภาวรินท์หน้าแดงเมื่อเห็นสายตาของก่อการ ตาเขากำลังยิ้มล้อเธออยู่

“เออ...คือ...เดี๋ยวหนูนอนพื้นนะคะ พ่อเลี้ยงนอนตรงโซฟาได้เลย”

“เมื่อกี้เธอบอกว่าจะนอนด้วยกันบนพื้นไง ทำไมไล่ฉันไปนอนที่โซฟาหละ”

“คือ...”

“นอนด้วยกันนี่แหละหมอนผ้าห่มก็มีครบ”ก่อการสรุปให้ เขาเดินไปตรงที่ปภาวรินท์เตรียมที่นอนไว้แล้วล้มตัวลงนอนพร้อมทั้งดึงปภาวรินท์ให้นอนลงไปจัดท่านอนให้เธออยู่ในอ้อมกอดของเขาแล้วกระชับกอดให้แน่นขึ้น

“ปล่อยหนูนะ ไม่นอนท่านี้นะคะพ่อเลี้ยง”เธอดิ้นอยู่ในอ้อมกอดเขา

“นอนได้แล้วเด็กดื้อ”

“คนบ้า ไม่ฟังหนูเลย”เธอทุบอกเขาเบาๆ

“ก็ฟังอยู่นี่ไง นอนกอดกันแบบนี้แหละดีแล้ว อบอุ่นดีออก”

“คนเอาแต่ใจ”

ปภาวรินท์พูดด้วยน้ำเสียงงอนๆในเมื่อพูดไปเขาก็ไม่ฟังเลยได้แต่ปล่อยเลยตามเลย ยอมนอนให้ก่อการกอดแต่โดยดี

“ฝันดีครับคนเก่ง”เสียงอันอบอุ่นของก่อการบอกฝันดี เขาจรดจมูกกับหน้าผากของปภาวรินท์ แล้วต่างฝ่ายต่างก็หลับตาเข้าสู่นิทราอันแสนหวานภายใต้อ้อมกอดของกันและกัน

.

.

.

.

.

 

สวัสดีค่ะทุกคน มาแล้วนะคะเอาตอนใหม่มาเสิร์ฟให้ถึงที่กันเลย ตอนนี้ก็จะยืดเยื้อไปหน่อยอย่าพึ่งเบื่อกันนะคะ ไม่รู้ว่าอ่านตอนนี้แล้วจะงงกันหรือเปล่า ยังไงก็ช่วยแนะนำติชมผลงานของสิงโตสีรุ้งด้วยนะ

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ 💕💕💕

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว