facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

นางแบบสาวผู้ช้ำรักเพราะวิวาห์ล่ม โชคชะตาพัดพาให้มาพบกับการแต่งงานใหม่สายฟ้าแลบ จนชีวิตนางแบบของเธอเปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึง...

ตอนที่ 22 ฉันจะไม่ทำร้ายคนที่ไม่เคยทำฉันก่อน

ชื่อตอน : ตอนที่ 22 ฉันจะไม่ทำร้ายคนที่ไม่เคยทำฉันก่อน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2562 12:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22 ฉันจะไม่ทำร้ายคนที่ไม่เคยทำฉันก่อน
แบบอักษร

“คุณก็รู้เรื่องงานที่หันอวี่ฝานจัดให้ฉันด้วยหรือคะ” ถังหนิงหันไปมองหลงเจี่ยอย่างสงสัยเพราะคิดว่าเธอเป็นคนบอกโม่ถิง แต่หลงเจี่ยก็รีบโบกมือส่งสัญญาณว่าเธอไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ 

“ในวงการนี้ ถ้าอยากรู้อะไรผมสืบได้ทุกอย่าง” 

ถึงตอนนี้ถังหนิงไม่ได้รู้สึกประหลาดใจอีกต่อไปแล้ว โม่ถิงทำยังไงถึงขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดได้นะ ดังนั้นเธอจึงยิ้มให้เขา “อย่าห่วงเลยค่ะ คุณให้ดาบในการฆ่าศัตรูกับฉันแล้ว ฉันจะจบมันลงอย่างน่าพอใจแน่นอน” 

โม่ถิงไม่ได้ตอบอะไร แค่ยื่นมือออกไปลูบผมถังหนิง 

เมื่อเห็นการกระทำของพวกเขาแล้ว…หลงเจี่ยก็รู้สึกขนลุกไปหมด เป็นคู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามันแท้ๆ แต่ทำไมถึงเหมือนคู่รักที่แต่งงานมาหลายปีแล้วกันนะ 

หลังการถ่ายทำเสร็จสิ้นลง ทั้งสามคนก็เดินทางกลับปักกิ่ง ตอนอยู่บนเครื่องบิน ถังหนิงและโม่ถิงอิงแอบกันอย่างรักใคร่ ทว่าทันทีที่เครื่องบินลงจอด พวกเขากลับแยกกันไปคนละทางราวกับคนแปลกหน้า 

หันอวี่ฝานส่งหลินเวยผู้จัดการคนใหม่มารับพวกเขา ตรงทางออกปรากฏร่างของผู้จัดการหญิงนามหลินเวยยืนรออยู่ เธอสวมชุดเดรสชีฟองสีม่วงอ่อน ยืนบนรองเท้าส้นสูงสิบนิ้วและสวมแว่นตากันแดด กำลังมองที่นาฬิกาข้อมืออย่างต่อเนื่อง ร่างทั้งร่างแสดงออกถึงความร้อนรนราวกับว่าบทบาทนั้นกลับกัน โดยเธอเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับนานาชาติกำลังรอคอยคนมารับ 

ถังหนิงสังเกตเห็นป้ายชื่อของเธอวางไว้ข้างเท้าของหลินเวย แต่ตัดสินใจที่จะเพิกเฉยและเดินออกจากสนามบินไปพร้อมหลงเจี่ย 

หลงเจี่ยหัวเราะออกมาเบาๆ ถังหนิงค่อยๆ พัฒนาอารมณ์ตัวเองแล้ว เมื่อไปได้ครึ่งทาง ถังหนิงก็ได้รับโทรศัพท์จากหลินเวย “ถังหนิงคุณอยู่ไหน เที่ยวบินของคุณน่าจะมาถึงตอนเที่ยงไม่ใช่หรือ” 

“ฉันกำลังเดินทางกลับออฟฟิศแล้ว” ถังหนิงตอบอย่างใจเย็น 

“ตอนเดินออกมาคุณไม่เห็นฉันหรือไง” 

“เห็นค่ะ” ถังหนิงยังคงสงบนิ่ง ไม่แสดงอารมณ์ออกมาแม้เพียงเล็กน้อย 

“แล้วทำไมคุณไม่เดินมาหาฉัน” หลินเวยเดือด 

“คุณสวมแว่นตากันแดด ฉันก็คิดว่าคุณมาสนามบินเพื่อทำการแสดงอะไรสักอย่าง…” ถังหนิงตอบอย่างเสียดสีเล็กน้อย 

“…” ใบหน้าของหลินเวยแดงก่ำด้วยความโกรธขณะที่วางสายโทรศัพท์และรีบกลับไปที่ออฟฟิศ 

เธอทำงานในวงการนี้มานาน แต่กลับมองอะไรไม่ออกเลย แม้ว่าเธอจะช่วยสร้างชื่อเสียงให้ศิลปินเพียงไม่กี่คน แต่พวกเขาก็มักจะจบลงด้วยการปัญหากับผู้มีอิทธิพลหรือไม่ก็ถูกส่งตัวกลับ ดังนั้นในฐานะผู้จัดการ ชื่อเสียงของเธอจึงไม่ค่อยดีเท่าไรนักในอุตสาหกรรมนี้ แต่สำหรับเวลานี้ หลินเวยได้รับการร้องขอจากโม่อวี่โหรว เพราะเธอต้องการให้หลินเวยจัดการกับถังหนิงให้ได้ แต่ใครจะไปคาดคิดว่า แม้จะยังไม่ได้พบกับถังหนิง เธอก็ถูกทำให้ดูเหมือนคนโง่แล้ว 

เธอตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ยอมแพ้ เพราะถึงอย่างไรถังหนิงก็เป็นนางแบบตกกระป๋อง เธอกล้าดียังไงถึงไม่แสดงความเคารพ 

 

ยี่สิบนาทีต่อมา ถังหนิงกลับมาถึงออฟฟิศก่อน เมื่อมาถึงทางเข้าหลักของเทียนอี้เอ็นเตอร์เทนเมนต์แล้ว เธอก็มุ่งตรงไปยังห้องของหันอวี่ฝานและเปิดประตูออก 

“ฉันกำลังรอคำอธิบายจากคุณ” ถังหนิงเปล่งเสียงขณะตบสองมือลงบนโต๊ะ “ระหว่างคุณกับโม่อวี่โหรวมีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ สินะ” 

หันอวี่ฝานหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ ลังเลอยู่ชั่วครู่ แล้วเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างกลับกลอก “คุณเพิ่งมาถึง ทำไมตรงมาที่นี่เลยล่ะ” 

“นานแค่ไหนแล้ว” ถังหนิงยังคงพูดต่อเรื่องเดิม “คุณกับโม่อวี่โหรวอยู่ด้วยกันมานานแค่ไหนแล้ว” 

“ถังหนิง!” หันอวี่ฝานตะโกนออกมาทันที “ผมหมดความอดทนกับคุณแล้วนะ คุณรู้ตัวบ้างไหมว่าคุณมันน่ารำคาญแค่ไหน คุณช่วยทำสิ่งที่ผู้ชายชอบบ้างได้ไหม เหมือนที่อวี่โหรวทำน่ะ ผู้หญิงที่ไหนจะมาจ้องจับผิดทุกวันแบบคุณกัน” 

ถังหนิงค่อยๆ ดึงมือกลับ มองหันอวี่ฝานอย่างสงสัย “พวกคุณสองคนคิดว่าฉันเป็นอะไร ของเล่นเหรอ” 

“ถังหนิง เราเลิกกันเถอะ…ผมคบกับโม่อวี่โหรวจริงๆ…และพวกเราก็รักกันจริงๆ ด้วย” หันอวี่ฝานพูดกับถังหนิงราวกับว่าเขากำลังพูดกับคนแปลกหน้าที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับตนเอง “คุณจะมาว่าผมไม่ได้นะ ความรักไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายหรอก นับจากนี้ไปเรามีความสัมพันธ์กันแค่ว่าใครอยู่ต่ำกว่าและใครอยู่เหนือกว่าเท่านั้น ผมเป็นเจ้านายและคุณเป็นลูกจ้าง!” 

ถังหนิงเย้ยหยันขณะยกยิ้มมุมปาก เธอนิ่งกว่าที่หันอวี่ฝานคาดไว้เสียอีก “งั้นฉันเดาว่าคุณคงไม่ปล่อยให้ฉันยกเลิกสัญญา คุณคงคิดว่าถ้าปล่อยฉันไป โม่อวี่โหรวจะไม่มีวันประสบความสำเร็จสินะ” 

“ขอโทษที…คุณยังต้องรอไปอีกสามปี” 

“นี่เลยเป็นสาเหตุที่คุณจัดการให้ฉันไปปรากฏตัวที่งานนั้นสินะ” ถังหนิงยังคงถามต่อ 

“ดูจากสถานะของคุณตอนนี้ งานนี้เหมาะกับคุณที่สุดแล้ว” หลังจากพูดจบ หันอวี่ฝานก็กลับไปนั่งที่เก้าอี้และเปิดเอกสารไปมา “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว คุณออกไปได้ แล้วก็หลินเวยเป็นผู้จัดการของคุณ นับจากวันนี้ไปคุณต้องทำตามคำสั่งของเธอ” 

ความเพ้อฝันตลอดห้าปีของเธอสูญเปล่าไปกับผู้ชายปลิ้นปล้อน! 

ถังหนิงไม่สามารถพูดได้ว่าหัวใจของเธอไม่เจ็บปวด แต่ในเวลานี้เธอรู้สึกโกรธมากกว่า 

“คุณรู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคนที่ไม่ซื่อสัตย์ พวกเขาจะไม่มีทางจบแบบมีความสุขยังไงล่ะ” พูดจบถังหนิงก็หันหลังเดินออกไปจากออฟฟิศของหันอวี่ฝาน แน่นอนว่าความตั้งใจของเธอที่จะทำให้เทียนอี้หายไปจากวงการบันเทิงตลอดกาลนั้นแรงกล้ายิ่งกว่าที่เคยเป็นมา 

ถังหนิงกลับมาที่ห้องของตนเอง ในขณะนั้นหลินเวยก็เพิ่งกลับมาจากสนามบิน เธอเดินตรงเข้ามาในห้องโดยไม่เคาะประตู ชี้ไปที่ถังหนิงและตะโกนออกมา “คุณคิดบ้างไหมว่านับจากนี้ไปคุณเป็นศิลปินของฉัน ยังอยากเป็นนางแบบและรับงานอยู่ไหม กล้าทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง… ไม่มีสมองหรือไง” 

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ถังหนิงก็ลุกจากเก้าอี้ทันทีและเดินไปหาหลินเวยช้าๆ “พูดอีกทีซิ ประโยคสุดท้ายว่ายังไงนะ” 

“ฉันถามว่าไม่มีสมองเหรอ” หลินเวยพูดทวนอย่างจองหอง ทันทีที่คำพูดสุดท้ายหลุดจากปาก ถังหนิงก็ตบหน้าเธอไปแล้ว “ตบนี้เพื่อย้ำให้เธอรู้จุดยืนของตัวเอง” 

หลินเวยชะงักไป ตาเบิกกว้างและเตรียมพร้อมที่จะสู้กลับ แต่ถังหนิงหยิบโทรศัพท์ของเธอขึ้นและส่งให้หลินเวย “ในโทรศัพท์ของฉันมีรูปภาพอุจาดแบบนี้เยอะมาก เพราะคำที่คุณเพิ่งพูดออกมา ฉันเลยตัดสินใจว่าจะส่งรูปพวกนี้ไปให้สื่อที่ใหญ่ที่สุดสี่แห่ง” 

หลินเวยนิ่งไปชั่วครู่ ไม่ค่อยเข้าใจความหมายที่ถังหนิงต้องการจะสื่อเท่าไรนัก จนกระทั่งเธอมองไปที่โทรศัพท์และเห็นภาพของตนเองกำลังยั่วยวนผู้กำกับ สมองของเธอก็ว่างเปล่าทันที! 

เป็นไปไม่ได้ ถังหนิงมีรูปพวกนี้ได้ยังไง เธอระมัดระวังเต็มที่แล้ว…เป็นไปไม่ได้ มันต้องเป็นของปลอมแน่ 

“ฉันรู้ว่าโม่อวี่โหรวอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด ถ้าคุณไม่ล้ำเส้น ฉันก็คงไม่ต้องยุ่งยากจัดการกับผู้จัดการธรรมดาๆ อย่างคุณ แต่…ดูเหมือนว่าคุณจะไม่รู้ว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร…” 

หลินเวยเริ่มรู้สึกกลัว มือเริ่มสั่น หากเธอรู้ว่าถังหนิงมีข้อมูลเพื่อต่อกรกับเธอ เธอก็คงไม่ยอมรับข้อเสนอของโม่อวี่โหรวที่จะสร้างความวุ่นวายให้ถังหนิงอย่างแน่นอน 

ดังนั้น ใบหน้าของเธอจึงเปลี่ยนไปทันทีขณะที่คุกเข่าลง “ถังหนิง ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปฏิบัติกับคุณแบบนี้ ข้อร้อง อย่าปล่อยรูปพวกนั้นเลยนะ ไม่งั้นฉันจบเห่แน่…” 

ถังหนิงเหลือบตามองหลินเวย “คำพูดต่อไปนี้ฉันจะพูดแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ฉันจะไม่ทำร้ายคนที่ไม่เคยทำฉันก่อน แต่ถ้ามีใครมาทำร้ายฉัน…ฉันจะทำให้คนคนั้นกลับขึ้นมาจากขุมนรกไม่ได้เลย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทำงานของคุณให้ดีและฉันก็จะทำเหมือนกัน ถ้าคุณอยากวางแผนและเล่นเกม…ฉันก็ยินดีจะเล่นด้วย แต่ผลลัพธ์…จะไม่ง่ายเหมือนการปล่อยรูปพวกนี้แน่…” 

ถังหนิงในเวลานี้ทั้งโหดร้ายและมีอำนาจเหนือกว่า หลินเวยไม่รู้ว่าควรตอบโต้อย่างไร พวกเขาไม่ได้พูดเหรอว่าถังหนิงเป็นคนควบคุมง่าย 

“ฉันเข้าใจแล้ว ฉันรู้ว่าอะไรควรไม่ควร” หลินเกรงกลัวสีหน้าถังหนิงตอนนี้เอามากๆ  

หลังจากปล่อยความโกรธออกไปบ้างแล้ว อารมณ์ของถังหนิงก็กลับมาสงบเหมือนปกติ และน้ำเสียงของเธอตอนถามหลินเวยก็กลับมาเฉยเมยอีกครั้ง “ฉันต้องไปปรากฏตัวบนเวทีในงานตอนไหน” 

“คุณ…คุณจะไปหรือคะ” หลินเวยไม่อาจเข้าใจได้ว่าถังหนิงกำลังคิดอะไรอยู่  

“แค่บอกฉันมาว่าเมื่อไร” ถังหนิงย้ำ 

ความคิดเห็น