ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ ๓

คำค้น : เรือสำราญสีเลือด,นิยายฆาตกรรม,นิยายสืบสวน,golffinee,golffee

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2558 13:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ๓
แบบอักษร

ตอนที่ ๓

                บรรยากาศบนดาดฟ้าของเรือสำราญนั้นมีลมเย็นสบาย พัดผ่านไปมา รอบๆ เรือเป็นน้ำทะเลสีครามกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา และมีเกลียวคลื่นสีขาวเป็นระลอก...บรรดาฝูงนกต่างๆ ที่บินเกาะกลุ่มกันนั้นเหมือนจะกำลังเดินทางแข่งกับเรือกยักษ์ที่กำลังทะยานไปข้างหน้าอย่างช้าๆ เพื่อให้ผู้คนบนดาดฟ้าได้ดื่มด่ำกับทัศนีภาพรอบตัวได้เต็มที่

                ดาดฟ้าของเรือสำราญนั้นมีสระว่ายน้ำอยู่จัดวางไว้ตรงกลาง บริเวณสระมีศาลาไม้สักที่มุงด้วยใบจากตั้งไว้ล้อมรอบ ด้านหน้าสุดเป็นหน้าผาจำลองขนาดย่อม สนามกอล์ฟ และสนามบาสเกตบอลตามลำดับ ถัดมาเป็นภัตตาคารสองชั้น...ชั้นบนมีระเบียงยื่นออกมาเพื่อให้ลูกค้าได้เห็นบรรยากาศบนรอบตัวอย่างเต็มที่ วิที่กำลังยืนอยู่หน้าสระว่ายน้ำกวาดสายตารอบตัวอย่างตื่นตะลึง เธอไม่เคยขึ้นมาบนเรือสำราญเลยสักครั้ง และไม่คิดว่าข้างบนนี้จะมีอะไรที่ดึงดูดสายตาเธอจนละไม่ได้เลยเช่นนี้

                วิมองไปยัยสระว่ายน้ำที่ตอนนี้ไกด์กำลังดำผุดดำว่ายในสภาพเปลือยท่อนบนและอยู่ในกางเกงขาสั้นสีดำรัดรูปเพียงตัวเดียว ส่วนติ๋วและณัฐนั้นเธอยังไม่เห็น....พลันนั้นเธอก็เหลือบไปเห็นกอล์ฟที่กำลังนั่นอยู่ในตัวศาลาไม้ เพื่อนสาวกำลังนั่งพิงเสาและเหม่อมองไปด้านนอกทะเล...

                ใครๆ บนเรือสำราญต่างก็รู้ว่าพักนี้กอล์ฟไม่ค่อยมีอารมณ์เป็นปกตินัก เนื่องจากเธอเพิ่งเลิกกับคนรักที่คบหากันได้สามเดือนกว่าๆ วิที่เป็นเพื่อนสนิทกอล์ฟดูเหมือนจะได้รับรู้และเข้าใจเรื่องราวของเพื่อนเป็นอย่างดี เพื่อนของเธอน่าเห็นใจที่โดนฝ่ายชายบอกเลิกไปเพียงเพราะแฟนเก่ามาขอคืนดี เธอเข้าใจว่าเพื่อนเจ็บและพยายามจะใช้ชีวิตในแต่ละวันให้ผ่านไปด้วยดี แต่เพราะเพื่อนเธอก็คือผู้หญิงคนหนึ่ง ผูหญิงที่หัวใจอ่อนแอมากเพราะโดนบอกเลิกมาแล้วหลายครั้ง...และเธอก็รู้ดีว่านับจากนี้เพื่อนคงจะไม่ศรัทธาในความรักและคงปิดตายประตูหัวใจไปอีกนาน

                “กอล์ฟ...”

                วิเดินเข้ามาใกล้เพื่อนสาวพร้อมด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ ฝ่ายนั้นกะพริบตาปริบๆ หันมาสบตากับเธอพลางยิ้ม...ไม่สิ ต้องเรียกว่าฝืนยิ้มมากกว่า

                “มานั่งทำอะไรคนเดียว ทำไมไม่ไปว่ายน้ำกับพี่ไกด์”

                “ฉันว่าน้ำไม่เป็น” หญิงสาวผมสับสั้นซอยตอบเสียงเบา

                “ว่ายไม่เป็น เลยมานั่งจับเจ่าอยู่ในศาลาเนี่ยนะ”

                “ก็ฉันไม่รู้จะทำอะไร”

                “แกยังไม่เลิกคิดมากอีกหรอ” วิหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ “...เรื่องความรักอีกใช่มั้ย”

                กอล์ฟยิ้มเล็กน้อย แล้วเสมองออกไปยังผืนน้ำที่กว้างสุดลูกหูลูกตา

                “ฉันพยายามไม่คิดแล้วนะ แต่ทำไมเรื่องพวกนี้ยังวกวนเข้ามาในสมองอยู่เรื่อย”

                “กอล์ฟ” วิจับมือเพื่อนมาบีบเบาๆ “...ฉันจะไม่ปลอบอะไรแกนะ ยังไงคำปลอบโยนต่างๆ ก็จะช่วยให้แกทุเลาได้ชั่วคราว แต่สิ่งที่จะทำให้แกผ่านช่วงเวลาแย่ๆ นี้ไปได้คือเวลาเท่านั้น”

                “แล้วมันต้องนานอีกแค่ไหนหรอ ฉันทรมาน...”

                “ไม่มีใครตอบได้ แต่ฉันอยากจะบอกแกว่า แกไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลก...แกยังมีพ่อ แม่ พี่ไกด์ ฉัน...วิ และอีกหลายคนที่เป็นห่วงแก แต่กับผู้ชายห่วยๆ คนนั้นมันไม่ได้มีผลได้เสียกับชีวิตแกเลย”

                “ฉันรู้...” กอล์ฟบอกเสียงแผ่ว

                “แล้วแกรู้มั้ยว่า ถ้าเนื้อคู่ในอนาคตของแกมาเจอแกในสภาพนี้ เค้าจะรู้สึกยังไง”

                “ฉันชักไม่แน่ใจแล้วว่าฉันจะมีเนื้อคู่รออยู่ข้างหน้า”

                “มีสิ...” วิยิ้มอ่อน “หลายครั้งที่มีมองแก ชอบแก...แกไม่ใช่คนไม่มีที่ไป แต่แกกำลังเอาอดีตมาตัดสินปัจจุบันและอนาคต อนาคตที่มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร”

                “หืม?” กอล์ฟหันมาขมวดคิ้วแน่นให้วิ “...ฟังไปฟังมาฉันเริ่มงงกับคำพูดแก”

                “สรุปว่าแกมีเนื้อคู่แน่ๆ และเนื้อคู่แกต้องดีมากๆ ด้วย”

                “นี่แกเป็นพระเจ้าหรอถึงรู้ถึงอนาคต”

                วิหัวเราะร่วน “ไม่รู้สิ...ฉันเป็นเพื่อนกับแกมานาน แกเป็นคนที่ดีและมีค่ามาก เนื้อคู่แกต้องเหมาะสมกับแกแน่นอน แต่กับคนที่ไม่เหมาะมันก็ไม่แปลกที่จะจูนกันยังไงก็ไม่ติด”

                “พูดน่าคิดเนอะ”

                วิเห็นสีหน้าเพื่อนเริ่มดีขึ้นแล้วจึงเปลี่ยนเรื่อง เธอไม่อยากให้เพื่อนเศร้ามากไปกว่านี้

                “ไปว่ายเดินเล่นกันดีกว่า” หางตาเหลือบไปเห็นติ๋วเดินมาพอดี “...ยัยติ๋วมาแล้วพอดี ปะ”

                กอล์ฟจำใจต้องลุกขึ้นเดินตามวิไปอย่างช้าๆ แต่พลันนั้นเองสายก็เหลือบไปเห็นติ๋วเดินมาพร้อมกับผู้ชายใบหน้าขาวตี๋คนที่ขึ้นเรือมาทีหลังเพื่อน...พ็อต ! หญิงสาวตัวชาดิกจนต้องยืนนิ่งงันอยู่กับที่ วิเองก็ตกใจไม่น้อยกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า เธอขึ้นมาบนเรือก่อนจึงไม่รู้ว่าพ็อตขึ้นมาอยู่บนเรือได้อย่างไร แต่สิ่งนั้นดูเหมือนจะไม่ใช่ประเด็นหลัก...เพราะสิ่งที่เธอกังวลคือเพื่อนข้างตัวที่ยืนหน้าขาวเผือดเป็นกระดาษอยู่นี่เอง

                 วิเดินเข้ามาบังกอล์ฟไว้ทันที เมื่อติ๋วและพ็อตเดินมายังพวกเธอ

                “ฉันบังเอิญเจอพี่พ็อตตรงทางขึ้นลิฟต์จะมาบนดาดฟ้าน่ะ เลยขึ้นมาพร้อมกัน พวกแกน่ะไม่รอฉันเลย” ติ๋วบ่นงึมงำ “...แต่ก็ดีนะ มาล่องเรือกันเยอะๆ จะได้สนุกมากกว่าเดิม”

                “พี่มาได้ยังไงคะ” วิยิ้มน้อยๆ ให้พ็อต เธอรู้ว่าเขาเข้าใจเจตนาที่เธอถามแน่นอน

                “ณัฐเป็นเพื่อนพี่ พี่มาเที่ยวกับมันก็ไม่เห็นแปลก”

                “แต่ว่า...” วิอ้ำอึ้ง เธออยากจะถามต่อเหลือเกินว่าทำไมตอนขึ้นมาทีแรกไม่เห็นพ็อต และณัฐเองก็ไม่เอ่ยถึงพ็อตเลย ทั้งที่ตอนนั้นเรือกำลังจะออกจากฝั่ง...

                กอล์ฟที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังวิแอบเบ้ปาก ในใจคิดแย้งเต็มกำลัง เพราะตอนที่เธอยืนอยู่หน้าประตูเรือกับณัฐสองต่อสองนั้น พ็อตก็โผล่มาจากไหนไม่รู้...เดินขึ้นเรือมาเฉยเลย เธอเห็นสีหน้าของณัฐในตอนนั้นแล้วก็พอจะเข้าใจได้ว่า เขาไม่ได้ชวนว่าที่คุณหมอคนนี้มาด้วยแน่ๆ แต่จะไล่ให้กลับหรือปฏิเสธก็ดูจะเป็นการทำร้ายน้ำใจอีกฝ่ายเกินไป เธอเข้าใจว่าทั้งสองคนนั้นเป็นเพื่อนกัน จึงไม่แปลกที่จะเห็นณัฐอนุญาตให้พ็อตขึ้นมาบนเรือด้วยสีหน้าไม่เต็มใจนัก

                ไม่มีใครรู้ว่าพ็อตทราบข่าวเรือทัวร์เรือสำราญนี้ได้อย่างไร นอกจากเจ้าตัวเองเท่านั้น...

                และก็ไม่มีใครกล้าถาม

                “เอาเถอะค่ะ งั้นฉัน ติ๋ว และกอล์ฟขอตัวนะคะ”

                วิพยายามยิ้มก่อนจะคว้าแขนกอล์ฟและติ๋วเตรียมพาเดินผ่านหน้าพ็อตไป แต่เขาพูดแทรกขึ้นมาก่อนว่า

                “ไหนน้องติ๋วบอกพี่ว่า จะไปเดินชมวิวกับพี่ไงครับ”

                ติ๋วหน้าเสียทันที...เธอรู้ว่าเพื่อนไม่ชอบใจแน่ๆ ถ้าเธอจะตัดสินใจไปกับพ็อตแล้วทิ้งเพื่อนไว้สองคน อีกอย่างเธอก็รู้ว่าเพื่อนทั้งสองคนไม่มีใครชอบหน้าพ็อตเลย เพราะเขาเป็นแฟนเก่าของกอล์ฟ

                “ไม่เป็นไร” กอล์ฟที่นิ่งงันมานานเอ่ยแทรกขึ้น “ติ๋วไปเป็นเพื่อนพี่เค้าก็ได้ เดี๋ยวเรากับวิไปหาไรทานก่อน”

                “เอางั้นหรอ” ติ๋วเริ่มไม่แน่ใจ

                “เอาอย่างนั้นแหละ ไปเป็นเพื่อนเค้าหน่อย มาที่นี่ไม่มีใครชวนก็ว่าแย่แล้ว...เดี๋ยวเค้าเหงาแย่ !

                พูดจบกอล์ฟก็เดินผ่านหน้าพ็อตไปทันที โดยมีวิยิ้มกริ่มเดินตามมาติดๆ อย่างสะใจ วูบหนึ่งในหางตาที่กอล์ฟเห็นพ็อตมองมาที่เธอ...เขาทำหน้านิ่งยากจะคาดเดาว่าคิดอะไร

                แต่ช่างเถอะ เลิกกันไปตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว จะตามมาหลอกอะไรมากมายก็ไม่รู้ !

                เธอเบื่อผีแฟนเก่าจริงๆ

 

                บรรยากาศยามค่ำคืนบนดาดฟ้าของเรือสำราญถูกประดาประดาไปด้วยไฟแสงสีหลอดเล็กที่ติดตามต้นไม้ และลูกโป่งสีสันสวยงามที่ถูกผูกติดตามมุมต่างๆ ของศาลา ทั้งหมดเป็นฝีมือของณัฐและไกด์ที่พยายามจะจัดงานนนี้เพื่อให้กอล์ฟประทับใจและหายเศร้าเร็วที่สุด...แต่เหมือนจะผิดแผนไปบ้างก็ตรงที่มีพ็อตโผล่มาอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่อีกคน อารามทีแรกที่ไกด์รู้ว่าพ็อตขึ้นมาบนเรือ เขาแทบจะปรี่เข้าไปชกหน้าเพื่อนด้วยความโกรธสุดขีด ยังไงเขาก็รักน้องสาวมากกว่าเพื่อนอยู่ดี...ไกด์พยายามถามว่าพ็อตรู้เรื่องทัวร์เรือสำราญได้อย่างไร แต่เขาก็ไม่ตอบ และเกือบจะชกต่อยกันจริงๆ แน่ถ้าณัฐไม่เข้ามาห้ามก่อน

                ไกด์ที่ยืนอยู่ที่มุมหนึ่งของโต๊ะอาหารบุฟเฟ่ต์เหล่มองพ็อตที่กำลังนั่งเล่นกีต้าร์อยู่ข้างสระว่ายน้ำอย่างกรุ่นโกรธจนณัฐที่กำลังขนอาหารออกมานั้นต้องเดินเข้าไปถาม

                “มองไอ้พ็อตอยู่นั้นแหละ มองชอบมันหรอวะ”

                ไกด์หันขวับกลับมามองตาเขียวปัด “ถ้ากูเป็นเกย์จริงๆ กูก็ไม่เอาไอ้นี่เป็นแฟนหรอก”

                “อย่าพูดแบบนี้กูขนลุก”

                “มึงมาจุดประเด็นก่อนทำไมล่ะ”

                “พอๆ มึงมาขนอาหารออกไปเสิร์ฟสาวๆ กับกูดีกว่า”

                ณัฐบุ้ยปากไปทางกอล์ฟ วิ และติ๋วที่กำลังหัวเราะครื้นเครงกับการเป่าลูกโปร่งเพื่อประดับประดาตกแต่งบริเวณศาลา พักหนึ่งติ๋วก็เดินออกมาจากกลุ่ม และตรงมายังณัฐและไกด์ที่กำลังมองอยู่

                “มีอะไรให้ติ๋วช่วยมั้ยคะ”

                หญิงสาวหน้าหวาน ผมยาวถูกรวบไว้เป็นหางม้า และตัดผมหน้าม้าปรกคิ้ว...ผมทรงนั้นเข้ากับผมสีน้ำตาลอ่อนอย่างมาก ทำให้ขับใบหน้าเรียวรีของเธอให้ขาวสว่างน่ามองยิ่งนัก

                “ไม่เป็นไรครับ” ณัฐยิ้มเล็กน้อย “เดี๋ยวพี่กับไอ้ไกด์ช่วยกันเองดีกว่า”

                “พี่ณัฐนี่หล่อแล้วยังใจดีอีกนะเนี่ย ให้พวกเรามาเที่ยวเรือฟรีแล้วยังบริการแบบวีไอพีอีกด้วย”

                “แหม...ขอบคุณที่ชมพี่นะครับคนสวย”

                “ว่าแต่พี่มีแฟนยังคะเนี่ย หนูนึกว่ามาเที่ยวครั้งนี้จะเห็นพี่พาแฟนมาด้วยซะอีก”

                “มันยังไม่มีแฟนหรอก” ไกด์หันไปมองเพื่อนแล้วยิ้ม “...แต่คนมีแฟนแล้วนี่คือพี่ กะว่าจะพาแฟนมาด้วยไอ้นี่ดันไม่ให้มา บอกว่าอิจฉาซะงั้น”

                “แย่จังเลยนะคะพี่ไกด์ แต่พี่ณัฐเนี่ย...ติ๋วไม่ค่อยอยากเชื่อว่าจะไม่มีแฟน”

                “มันเลือกมาก” ไกด์ได้ทีตอบแทนอีกรอบ

                “กูว่าน้องเค้าถามกูนะไอ้ไกด์ ไม่ได้ถามมึง”

                ติ๋วมองสองหนุ่มทะเลาะกันแล้วอมยิ้ม นึกขำในใจ...เพียงไม่นานติ๋วก็เห็นวิเดินตามมาสมทบ รายนั้นลูบท้องตัวเองป้อยๆ พร้อมกับบ่นหน้าง้ำงอ

                “หิวแล้ว พี่ๆ มีอะไรให้หนูรองท้องปะเนี่ย”

                “เยอะเลยครับ” ณัฐผายมือไปยังโต๊ะอาหารแบบบุฟเฟต์ที่เขาและไกด์จัดทำเอง “...เคยเรียนทำอาหารกับแม่มาบ้าง จะอร่อยไม่อร่อยก็น่าจะทำให้ไม่อดตายนะครับ ฮ่าๆ”

                ติ๋วเลื่อนสายตาไปมองอาหารบนโต๊ะขนาดยาว

                “หน้าตาน่ากินทั้งนั้นเลย ชิมได้ปะคะ”

                “อย่าใช้คำว่าชิมเลยครับ ใช้คำว่ากินเลยดีกว่า ชิมอย่างเดียวกลัวว่าจะไม่อิ่ม” ไกด์แซวเพื่อนน้องสาวหน้าระรื่น

                “งั้นลงมือได้เลยนะครับ เดี๋ยวพี่จะเอาอาหารลงไปให้กัปตันไรอัน แล้วจะอยู่คุยเล่นกับแกซักหน่อย เหงาแย่เลย”

                ณัฐว่าพลางยกถาดที่เตรียมเอาไว้ให้กัปตันไรอันโดยเฉพาะ แล้วเดินมุ่งตรงไปทางลิฟต์ที่ใช้ขึ้นมาบนดาดฟ้าเพื่อลงไปยังห้องควบคุมเรือที่อยู่ชั้นหนึ่ง

                “เดี๋ยวก่อนค่ะ” ติ๋ววิ่งมาขวางทาง “วันนี้พี่ณัฐเหนื่อยมามากแล้ว น่าจะพักได้แล้วนะคะ เดี๋ยวติ๋วช่วยเอาอาหารลงไปให้กัปตันเองดีกว่า พี่อยู่กับทุกคนบนนี้ดีกว่า”

                “จะดีหรอครับ” ณัฐมองอีกฝ่ายอย่างไม่แน่ใจ

                “ดีสิคะ ห้องควบคุมเรือที่กัปตันอยู่นั้นอยู่ชั้นล่างมั้ยคะ เดี๋ยวติ๋วเอาลงไปเสริ์ฟเองค่ะ”

                ไม่เพียงแต่ว่า เธอยังคว้าถาดอาหารในมือของณัฐมาถือไว้เสียเอง ก่อนจะยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวสวยที่เรียงซี่กันอยู่อย่างเป็นระเบียบ..เธอพยักหน้าอีกครั้งเป็นเชิงบอกว่าไม่ต้องห่วง ณัฐจึงยอมปล่อยถาดอาหารในมือ แล้วมองตามร่างบางที่เดินเข้าไปในประตูลิฟต์ ก่อนที่ประตูจะค่อยๆ ปิดแล้วร่างเธอก็หายวับไปกับตา

                ณัฐหันหันไปมองยังวิและไกด์ที่กำลังยืนคุยกันอยู่ข้างๆ โต๊ะอาหารบุฟเฟต์ ก่อนจะเลื่อนสายตไปมองพ็อตที่เขาเห็นตอนทีแรกนั่นนั่งเล่นกีต้าร์อยู่ริมสระว่ายน้ำคนเดียว เขาว่าจะเข้าไปชวนมากินข้าวเสียหน่อย...แต่เมื่อมองไปคราวนี้กลับไม่พบร่างของเพื่อนแล้ว มีเพียงกีต้าร์โปร่งและหนังสือเพลงที่วางทิ้งไว้ ส่วนเจ้าตัวนั้น...

                กำลังเดินไปหากอล์ฟที่นั่งเป่าลูกโป่งอยู่ !

 

                กอล์ฟกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อเห็นชายหนุ่มในเสื้อแขนสั้นสีขาวกับกางเกงขาสามส่วนแบบสบายๆ กำลังเดินตรงมายังที่เธอนั่งอยู่ หญิงสาววางลูกโป่งที่ถือไว้ลงทันที และเตรียมลุกขึ้นเดินไปหาไกด์กับติ๋ว

                “พี่น่ารังเกียจขนาดนั้นเลยหรอ”

                เสียงทุ้มห้าวที่ครั้งหนึ่งเคยคุ้นหูเธอดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง ทำให้เธอหลับตาพริ้ม...ถอนหายใจยาวก่อนจะจำใจหันไปมอง

                “...” เธอไม่พูดอะไร เพียงแต่มองหน้าเขานิ่งๆ

                “สบายดีมั้ย” พ็อตยืนอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว เขายังคงหล่อเหลาเหมือนเดิมไม่ทิ้งดีกรีอดีตเดือนมหาวิทยาลัย “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”

                “สบายดีค่ะ สบายดีตามยถากรรม”

                “เห็นผมสั้นทีแรกนึกว่าใครที่ไหน ตัดผมหรอ...เพราะตอนคบกับพี่ยังไว้ผมยาวอยู่เลย”

                “พี่มีอะไรหรือเปล่าคะ” กอล์ฟเอามือไพล่หลัง สองมือกำแน่นจนเล็บแหลมจิกเนื้อตัวเอง...เขากำลังทำให้บาดแผลทางความความรู้สึกเธอที่กำลังจะหายดี...เจ็บแปลบอีกครั้ง...

                “พี่คุยกับเราไม่ได้เลยหรือไง”

                “อย่าดีกว่าค่ะ” หญิงสาวเสมองไปทางอื่น “...อย่าคุยกันเลยเป็นดีที่สุด”

                “ยังโกรธพี่เรื่อง...” พ็อตพยายามกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะคายคำพูดออกมา “...เรื่องวันนั้น”

                “ไม่ได้โกรธค่ะ แต่กอล์ฟไม่มีอะไรจะพูดกับพี่”

                “แต่พี่มี...มีอะไรหลายๆ อย่างอยากจะเล่า อยากจะอธิบาย”

                “พี่มีโอกาสตั้งสามปีนะคะ แต่พี่ไม่เคยใช้มันเลย”

                “พี่...”

                “พอเถอะค่ะ”

                “กอล์ฟ !

                ไม่เพียงแต่พูดเปล่า พ็อตยังคว้ามือเรียวนุ่มของหญิงสาวมาจับ...ไออุ่นที่คุ้นเคยกำลังทำให้หญิงสาวตรงหน้าเจ็บปวดราวกับเขาเอาค้อนขนาดใหญ่มาทุบตีที่หัวใจเธอซ้ำแล้วซ้ำแล้ว...

                “พี่ขอโทษ”

                “พะ...พอ... พอเถอะค่ะ ฮือ...”

                ถึงที่สุดแล้ว ความอดทนของผู้หญิงคนหนึ่งก็หมดไป เธอปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาอาบสองข้างแก้มอย่างไม่อายชายหนุ่มตรงหน้า ทำให้เขาเองลนลานทำอะไรไม่ถูกและงงงวยไปหมดว่าเธอร้องไห้เพราะอะไร...เขาไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะร้องไห้เพราะเขา...

                “พี่...”

                “อย่ายุ่งกับเธอ”

                พลันนั้นเองมือหนาของใครบางคนก็มาคว้ามือเรียวเล็กของกอล์ฟไปจากพ็อตต่อหน้าต่อหน้า เขาหันไปมองทันที และก็ต้องแปลกใจเล็กน้อยเมื่อพบว่าผู้ชายคนนั้นคือ ณัฐ นั่นเอง

                “ไปห่างๆ จากเธอซะ” ณัฐเอ่ยเสียงขรึม จ้องตาเพื่อนอย่างไม่ลดละ

                “ทำไมกูต้องฟังที่มึงพูด”

                “มึงกำลังทำให้คนๆ นึงเสียใจซ้ำซาก มึงไม่ละอายบ้างเลยหรือไง”

                “มันเรื่องของกู และอีกอย่างกูก็แค่คุยกับเค้า ไม่ได้ด่าว่าอะไรซักหน่อย”

                “แล้วเค้าจะร้องไห้ทำไมถ้ามึงไม่พูดอะไร”

                “มึงอย่ามาเสือกได้มั้ยไอ้ณัฐ”

                ณัฐตาวาวทันทีกับคำพูดของอีกฝ่าย

                “กูต้องเสือก เพราะกูทนไม่ได้ที่ต้องเห็นผู้หญิงคนนี้เจ็บซ้ำๆ เพราะมึง”

                “เมื่อไหร่มึงจะเลิกโง่” พ็อตด้วยพูดน้ำเสียงเยาะเย้ย “...เค้าไม่เคยรักมึงเลย แต่เค้ารักกู เลิกกันไปกี่ปีเค้าก็ยงรักกู มึงลองถามเค้าสิ”

                ท้ายประโยคพ็อตหันไปหากอล์ฟที่ยืนนิ่งงันคล้ายถูกสาป มีเพียงน้ำตาเท่านั้นที่บ่งบอกว่าเธอรู้สึกอย่างไร

                “กอล์ฟไม่ได้รักมึงแล้ว กูมั่นใจ” ณัฐเหลือบไปมองหญิงสาว ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงดัง

                “ทำไมมึงถึงมั่นใจ มึงเป็นอะไรกับเค้า”

                “เค้าไม่ได้เป็นอะไรกับกู”

                “นั่นไง...”

                “แต่เค้าคือผู้หญิงของกู !

                ณัฐจ้องหน้าพ็อตอย่างไม่ลดละ ฝ่ายนั้นก็จ้องตอบอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน...มีเพียงเสียงสะอื้นของหญิงสาวคนกลางเท่านั้นที่เป็นตัวทำลายความเงียบ

                “กอล์ฟเป็นแฟนกับมันหรอ” พ็อตหันมาจ้องหญิงสาวข้างกายแทน สายเขาตอนนี้คาดคั้นราวกับต้องการคำตอบ...คำตอบที่ตรงกับที่เขาคิด เผื่อว่าไอ้เพื่อนข้างๆ มันจะได้หน้าหงายจนสะสาแก่ใจของเขาบ้าง

                “...”

                กอล์ฟสบตากับพ็อตวูบหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองณัฐที่มองมายังเธอ...สายตาเขายากที่เธอจะคาดเดาว่าคิดและรู้สึกเช่นไร

                “ตอบมาสิกอล์ฟ !” จู่ๆ พ็อตก็ตรงเข้ามาเขย่าของหญิงสาวตรงหน้า ใบหน้าเขาถมึงถึงดังและเสียงดังจนกอล์ฟไม่ทันตั้งตัว เธอกรีดร้องออกมาอย่างตกใจและหวาดกลัวสุดขีด

                “ปล่อยเธอ !

                ไวเท่าความคิด ณัฐเหวี่ยงหมัดใส่หน้าพ็อตเต็มกำลัง ทำให้ฝ่ายนั้นต้องปล่อยร่างหญิงสาวแล้วร่างเซถลาจนล้มลงไปกองกับพื้น เจ้าตัวแตะมุมปากนิดๆ แววตาขวางกราดทันทีเมื่อเห็นเลือดที่ปลายนิ้วมือ

                ณัฐหมายลงจะไปซ้ำด้วยอารมณ์ที่โกรธสุดขีด...แต่ไกด์และวิวิ่งมาขวางก่อน ไกด์ดึงณัฐออกจากร่างพ็อตที่เกือบจะโดนหมัดไปอีกรอบ ขณะที่วิก็โอบกอดกอล์ฟแน่นเพราะเธอเอาแต่ร้องไห้จนตัวโยนเหมือนลูกนกเจอพายุใหญ่

                “หยุด ! กูบอกให้หยุด !

                ไกด์รั้งร่างณัฐไว้ แต่เพื่อนพยายามขืนตัวเองออกและจะไปหาพ็อตให้ได้ จนไกด์ต้องเหวี่ยงร่างณัฐลงกับพื้นก้นจ้ำเบ้า

                “ถ้าพวกมึงไม่หยุด กูจะเหวี่ยงพวกมึงลงไปตีกันกลางทะเล !” เขาพูดพลางตวัดสายตาไปยังน้ำทะเลสีครามเบื้องหน้า

                “มันเกิดเรื่องอะไรกัน” วิที่กอดปลอบพลางลูบหลังกอล์ฟอยู่มองเหตุการณ์เบื้องหน้าอย่างไม่เข้าใจ

                “ก็ไอ้ณัฐ...”

                ทันทีที่พ็อตกำลังจะเอ่ยบอก เสียงกรีดร้องของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังบาดโสตประสาทมาจากทางลิฟต์ ทำให้ทุกคนชะงักงัน มองไปยังต้นตอของเสียงทันที

                ติ๋วหน้าซีดเผือด ก่อนจะทรุดลงนั่งกับพื้นคล้ายไม่มีแรงจะยืนไหว

                “ช่วยด้วย ! กัปตัน...กัปตันโดนฆ่าปาดคอตาย !


ความคิดเห็น