facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

นางแบบสาวผู้ช้ำรักเพราะวิวาห์ล่ม โชคชะตาพัดพาให้มาพบกับการแต่งงานใหม่สายฟ้าแลบ จนชีวิตนางแบบของเธอเปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึง...

ตอนที่ 10 ความตั้งใจที่จะกลับมา

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 ความตั้งใจที่จะกลับมา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.7k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ธ.ค. 2562 19:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 ความตั้งใจที่จะกลับมา
แบบอักษร

โม่ถิงหยุดพูดและเพ่งความสนใจไปข้างหน้า ในขณะที่สายตาถังหนิงก็จับจ้องอยู่ที่ไฝสีดำบนติ่งหูของโม่ถิง ราวกับว่าเขาเกิดมาพร้อมกับต่างหู ขับให้เขาดูมีออร่าชั่วร้ายและอันตรายเล็กน้อย  

“มองผมแบบนี้… นี่คุณกำลังยั่วให้ผมจูบ กอด หรือว่า…” 

ถังหนิงซ่อนอาการประหม่าไว้ เธอยื่นมือไปจับแขนโม่ถิง พยายามหลีกเลี่ยงสายตาที่มองมาอย่างเร่าร้อน “ก่อนที่เราจะไปบ้านใหม่กัน คุณช่วยไปที่ที่หนึ่งกับฉันก่อนได้ไหมคะ” 

“ถ้าไปแล้ว เรามาสะสางเรื่องที่ยังค้างคาเมื่อคืนให้เสร็จได้ไหม ฮึ” 

โม่ถิงถามอย่างไม่จริงจัง แต่ถังหนิงกลับไม่สามารถเก็บอาการตื่นเต้นไว้ได้ เพราะลึกๆ เธอรู้ว่าตนเองอาจจะไม่สามารถรวบรวมความกล้าได้อย่างคืนก่อนหน้าอีกแล้ว โม่ถิงไม่ได้กดดันหรือพูดอะไรต่อ เขาแค่ปล่อยให้เธอจับแขนเอาไว้ขณะที่เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ 

ทั้งสองไม่ได้มุ่งหน้ากลับบ้านตามคำขอของถังหนิง แต่ไปที่สวนซากุระอันโด่งดังแทน มันเป็นสถานที่ที่ถังหนิงมาออกเดตกับหันอวี่ฝานบ่อยๆ แต่ว่าในวันนี้เธอกำลังจะลบเขาออกจากใจอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจรับโทรศัพท์ในที่สุด “ฉันอยู่ที่สวนซากุระที่เรามักจะมาเดตกัน ถ้าคุณยังอยากจะพบฉันอยู่ละก็ มาพบฉันที่นั่น... แล้วเจอกัน” 

“ได้เลย ผมจะไปที่นั่นเดี๋ยวนี้” หันอวี่ฝานตกลงทันที แม้ว่าเขาจะมีความสัมพันธ์กับโม่อวี่โหรว แต่เขาก็ไม่มีความตั้งใจจะเลิกกับถังหนิง เขาจะไปหาผู้หญิงที่ชักจูงง่ายขนาดนี้ได้จากที่ไหนอีก เธอซื่อสัตย์ต่อเขาตลอดมา มีพื้นเพครอบครัวที่ดีและก็เป็นคนอารมณ์ดี 

ถังหนิงวางสายและมองไปยังโม่ถิงที่นั่งอยู่ตรงข้าม เธอสัญญากับเขาด้วยความซื่อสัตย์ แต่น้ำเสียงกลับสั่นพร่า “นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันคุยกับเขาทางโทรศัพท์เกี่ยวกับความรู้สึกส่วนตัวของเรา จากนี้ไป…ไม่มีอีกแล้ว” 

โม่ถิงเลิกคิ้วขึ้น เขาตบที่นั่งข้างกายโดยไม่พูดอะไร ส่งสัญญาณให้ถังหนิงมานั่งข้างๆ ให้ความรู้สึกของการเป็นเจ้าของ 

ถังหนิงนั่งลงข้างๆ อย่างเชื่อฟัง ทั้งสองคนมองออกไปนอกหน้าต่างของร้านอาหาร ชมทิวทัศน์เบื้องล่าง ไม่นานหลังจากนั้น ร่างที่วิตกกังวลก็ปรากฏขึ้นใต้ต้นซากุระ 

หันอวี่ฝานมาถึงแล้ว... 

หลายครั้งในอดีต เธอยืนอยู่ที่เดียวกันกับหันอวี่ฝานตอนนี้ รอคอยอย่างใสซื่อทั้งวัน ห้าในสิบครั้งเธอจะถูกทิ้งให้คอยเก้อ พอมาคิดในตอนนี้ ความจริงใจที่เธอแสดงออกมาช่างถูกทำลายได้ง่ายเหลือเกิน ดังนั้น… 

…การรอคอย การถูกนอกใจ การถูกหักหลัง…เธออยากให้หันอวี่ฝานพบเจอทั้งหมด 

“ทำแบบนี้จะช่วยให้ความเกลียดลดลงจริงๆ หรือครับ” โม่ถิงถามพร้อมเอาแขนโอบไหล่ถังหนิง พลางมองไปที่ร่างที่อยู่ด้านล่าง 

“แน่นอนว่าไม่ค่ะ แต่ฉันต้องการให้เขาพบเจอทุกอย่างที่ฉันเคยสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่!” 

โม่ถิงยื่นนิ้วเรียวยาวของเขาออกไปจับคางถังหนิง มองลึกเข้าไปในดวงตา พบผู้หญิงที่บอบบาง ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดทางอารมณ์ กลับสามารถจัดการกับทุกอย่างได้อย่างหมดจด เธอจบทุกอย่างได้รวดเร็วดังเช่นที่เธอเคยพูดไว้ว่าจะไม่เสแสร้ง 

“ตอนสั่งอาหาร ฉันสั่งฟัวกราไปด้วย พนักงานเสิร์ฟบอกว่ามันมาจากฝรั่งเศสโดยตรง ฉันคิดว่ามันน่าจะดี” 

โม่ถิงปล่อยเธอให้เป็นอิสระ แย้มยิ้มประหลาดใจ “คุณรู้ได้ยังไงว่าผมชอบ” 

“ไม่ใช่เรื่องยากที่จะหาว่าสามีของฉันชอบอะไร” ถังหนิงส่งสัญญาณให้พนักงานเริ่มเสิร์ฟอาหาร “ทานด้วยคุยไปด้วยดีกว่านะคะ” 

โม่ถิงมองริมฝีปากบางสีชมพูดุจดอกกุหลาบ สายตาก็เผยให้เห็นอันตรายที่ซ่อนอยู่ “แต่…ผมไม่อยากคุย ผมแค่อยาก…จูบคุณ!” 

ใครบอกว่าเขาเป็นยาพิษของวงการบันเทิงนี้กัน เห็นได้อย่างชัดเจนว่า…ผู้หญิงตรงหน้าเขาก็มีความอันตรายแฝงอยู่โดยไม่รู้ตัวเช่นเดียวกัน   

ที่ชั้นล่าง หันอวี่ฝานยังคงยืนอยู่ที่เดิม ในขณะที่ชั้นบนด้านในของร้านอาหาร ถังหนิงและโม่ถิงกำลังเพลิดเพลินกับมื้ออาหาร ถังหนิงไม่อยากคุยกับโม่ถิงเรื่องงานของเธอเท่าไรนัก และเขาก็เข้าใจดี หลังจากช่วยถังหนิงมาแล้วสองครั้ง เขาก็พบว่าครั้งนี้เธอสามารถจัดการสิ่งต่างๆ ได้อย่างราบรื่นด้วยตนเอง ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ไม่ได้อ่อนแอเลยสักนิด 

อย่างไรก็ตาม…แม้ว่าเธอจะไม่ได้อ่อนแอ แต่เธอก็ยังเป็นภรรยาของโม่ถิง และตราบใดที่เธอยังเป็นภรรยาของเขาอยู่ เขาจะต้องมั่นใจว่าเธอจะไปแกล้งคนอื่น ไม่ใช่ให้คนอื่นมาแกล้ง  

หนึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว หันอวี่ฝานยังคงยืนรออยู่ที่ชั้นล่าง แม้ว่าเขาเริ่มจะหมดความอดทนแล้วก็ตาม ในระหว่างนี้เขาพยายามโทรหาถังหนิง แต่เธอก็ปิดการแจ้งเตือนทั้งหมด ตอนนี้ เขาไม่รู้ตัวเลยว่าในสายตาของถังหนิงและโม่ถิง เขาเหมือนยามที่ยืนเฝ้าต้นไม้อยู่อย่างไรอย่างนั้น 

ในที่สุดทั้งคู่ก็ทานอาหารเสร็จ โม่ถิงเหลือบมองไปที่ชั้นล่าง และถามว่า “คุณอยากอยู่ดูต่อไหม” 

“ไม่ค่ะ ฉันอยากให้คุณช่วยย้ายบ้าน” 

โม่ถิงพยักหน้า รีบจ่ายเงิน แล้วพาถังหนิงออกมาทางประตูด้านข้าง เดินทางไม่นานก็ถึงบ้านของถังหนิง แต่เมื่อโม่ถิงกำลังจะเข้าไปข้างใน ถังหนิงกลับขอให้เขารอข้างนอกห้านาที และห้านาทีผ่านไปเขาก็เข้าไปในบ้าน ร่องรอยของความสัมพันธ์ระหว่างถังหนิงและหันอวี่ฝานได้หายไปแล้ว ถังหนิงไม่ต้องย้ายของอะไรมากนัก เพราะหันอวี่ฝานไม่เคยมาพักอยู่ดี 

“โม่ถิง รอสักครู่นะคะ ฉันจะไปเก็บของสักสองสามอย่าง” 

โม่ถิงสำรวจบ้านของถังหนิง พบรูปภาพใบใหญ่อยู่ในห้องนั่งเล่น เป็นรูปของถังหนิงตอนได้รับรางวัลนางแบบอันดับหนึ่ง หากเธอไม่ถอยห่างจากวงการ… ก็คงได้โกอินเตอร์ไปแล้ว 

ห้านาทีผ่านไป ถังหนิงปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งจากห้องนอน กอดตุ๊กตาหมีไว้ในอ้อมแขน “นี่คือของของฉันทั้งหมด” 

“คุณไม่ต้องการอะไรอีกหรือ” 

“ไม่ค่ะ ทิ้งความทรงจำต่างๆ ไว้ข้างหลังเถอะ” ถังหนิงส่ายหัวอย่างมั่นใจ ทันใดนั้นโม่ถิงก็ดึงเธอเข้ามาหาและประกบริมฝีปากเย็นเฉียบของเขาลงบนปากเธอ 

ในตอนแรก ถังหนิงรู้สึกประหลาดใจแต่หลังจากนั้นไม่นานเธอก็หลับตาและจูบตอบ เมื่อมือของโม่ถิงไม่สามารถควบคุมไว้ได้และ…สอดไปใต้กระโปรงของเธอ ทั้งสองจึงหยุดชะงักทันที “เก็บไว้ไปทำต่อที่บ้านเถอะ แต่ตอนนี้ จูบของผมทำให้ความทรงจำของคุณดีขึ้นบ้างไหม” 

ถังหนิงโอบกอดโม่ถิง เธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่สงบของเขา นับแต่นี้ไป เธอจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายได้อีก เธอจะเก็บรักษาสิ่งที่เป็นของเธอไว้ในมืออย่างดี 

กลับไปที่ต้นซากุระ หันอวี่ฝานรอคอยมาสี่ชั่วโมงแล้ว ทีแรกก็ตั้งใจว่าจะรอต่อไป แต่ทันใดนั้น…เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากโม่อวี่โหรว “อวี่ฝาน คุณอยู่ที่ไหนน่ะ ฉันอยู่บ้านคุณแต่ไม่เห็นคุณเลย ฉันปวดท้องมาก…อวี่ฝาน ทำไมรูปภาพพวกนั้นถึงยังไม่ถูกลบอีก ฉันกลัวว่าฉันจะเสื่อมเสียนะ” 

หันอวี่ฝานได้สติก็รีบตรงดิ่งกลับบ้านทันที เขาเห็นโม่อวี่โหรวยืนอย่างน่าเวทนาด้วยขาข้างเดียวนอกประตูบ้าน เขารีบวิ่งไปหาเธอ “ผมไม่ยอมให้คุณถูกทำลายแน่ และผมก็จะไม่ยอมให้เทียนอี้ถูกทำลายเช่นกัน” 

“อวี่ฝาน ฉันมีแค่คุณนะ อย่าทิ้งฉันกับลูกไป” 

หันอวี่ฝานปลอบโม่อวี่โหรวด้วยการลูบหลังอย่างแผ่วเบา คืนนั้นเขาบังคับให้พนักงานปล่อยแถลงการณ์ว่าตอนนั้นที่นั่นก็มีคนอื่นๆ อยู่ด้วย ความจริงก็คือ โม่อวี่โหรวสูญเสียการทรงตัวเพราะอาการบาดเจ็บที่ขาขวา ทำให้เธอพลาดเท้าล้มใส่อ้อมแขนหันอวี่ฝานอย่างไม่ตั้งใจ และพวกเขาทั้งคู่ก็ล้มลงบนเตียง 

มันไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นในภาพ พวกเขาไม่ได้จูบกันบนเตียง 

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือแม้แต่ในเวลาแบบนี้ หันอวี่ฝานก็ยังอยากให้ถังหนิงเสียสละตนเองโดยการบอกใบ้ว่ามีบางคนอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี่ และบอกกับสาธารณชนว่าอย่าไปหลงกล  

ความคิดเห็น