facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

นางแบบสาวผู้ช้ำรักเพราะวิวาห์ล่ม โชคชะตาพัดพาให้มาพบกับการแต่งงานใหม่สายฟ้าแลบ จนชีวิตนางแบบของเธอเปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึง...

ตอนที่ 7 หันอวี่ฝาน คุณมันโหดเหี้ยม!

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 หันอวี่ฝาน คุณมันโหดเหี้ยม!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.6k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ม.ค. 2563 13:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 หันอวี่ฝาน คุณมันโหดเหี้ยม!
แบบอักษร

นางแบบระดับโลก? เธอไม่เคยคิดไปไกลขนาดนั้นเลย เธออยากสนใจแค่ปัจจุบันเท่านั้น… 

…นั่นคือทำให้หันอวี่ฝานกับโม่อวี่โหรวได้รับกรรมที่ก่อไว้ 

เวลาสิบสองนาฬิกา ก่อนการประชุมที่เทียนอี้จะเริ่มขึ้น หันอวี่ฝานที่ไม่ได้ทานมื้อเที่ยงกับถังหนิงมานานแล้ว จู่ๆ ก็ตัดสินใจพาเธอมาภัตตาคารหรูชั้นล่าง ถึงขนาดจองโต๊ะและจัดเตรียมมื้อเที่ยงใต้แสงเทียนไว้ด้วย ถังหนิงมองดอกกุหลาบที่เข้าคู่กับเทียนโดยไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆ ก่อนจะนั่งลงหลังจากหันอวี่ฝานเลื่อนเก้าอี้ให้ 

“ผมสั่งสเต๊กเนื้อสันนอกจานโปรดของคุณไว้ให้แล้ว…” 

ถังหนิงรู้สึกประหลาดใจจนไม่มีคำใดจะเอ่ย ดูเหมือนว่าตลอดห้าปีที่อยู่ด้วยกันมา หันอวี่ฝานก็ยังไม่รู้ว่าเธอชอบอะไร 

“เป็นอะไรไป คุณไม่ชอบเหรอ” 

ถังหนิงกำลังจะตอบกลับ หัวหน้าพ่อครัวก็มาปรากฏตัวข้างพวกเขาพร้อมถาดอาหารในมือ เขาหันมาหาถังหนิง “คุณถัง วันนี้เรามีสเต๊กสันในจานโปรดของคุณด้วยครับ ผมในฐานะตัวแทนภัตตาคารเฟรเดอริก ขอแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันแต่งงานของคุณครับ…” 

หันอวี่ฝานสีหน้าเปลี่ยนทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น แต่เขาก็ขายหน้าเกินกว่าจะพูดอะไรออกไป แค่เปลี่ยนจานของถังหนิงอย่างเงียบๆ “รสนิยมของคุณเปลี่ยนไปแล้วสินะ” 

“ขอบคุณค่ะ แต่พวกเรายังไม่ได้แต่งงานกันหรอกค่ะ” ถังหนิงอธิบายให้หัวหน้าเชฟเข้าใจ และไม่สนใจหันอวี่ฝาน “คุณช่างเอาใจใส่จริงๆ ฉันพูดถึงแค่ครั้งเดียวแต่คุณก็จำได้แล้ว” 

เชฟจากไปอย่างสุภาพ ถังหนิงก็หันกลับมาสนใจหันอวี่ฝานต่อ 

“ครั้งต่อไปผมต้องจำได้แน่นอนว่าภรรยาของผมชอบทานอะไร!” หันอวี่ฝานเตือนตัวเอง 

“รีบทานเร็วๆ เข้าเถอะ เรายังต้องกลับไปและคุยกันเรื่องบทพูดนะ” ถังหนิงยิ้มเย้ยหยันอยู่ในใจ แต่ก็ยังคงความสงบนิ่งไว้ และตอนนั้นเอง…เธอได้รับข้อความหัวเรื่อง ‘1908’ เมื่อเปิดดูก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นข้อความจากโม่ถิง 

วันที่สิบเก้าเดือนแปดคือเมื่อวาน วันที่พวกเขาแต่งงานกัน 

[สเต๊กนั่นมาจากผมเอง สิ่งที่เชฟต้องการจะสื่อก็คือ…แสดงความยินดีกับการแต่งงานของเรา] 

ถังหนิงหัวเราะออกมา พลางตอบกลับข้อความจากใต้โต๊ะ [คุณรู้ได้ยังไงคะว่าฉันอยู่ที่ไหน] 

[ผมอยากรู้อะไรผมหาได้อยู่แล้ว] โม่ถิงตอบอย่างสบายๆ 

ถังหนิงจับโทรศัพท์ไว้ สายตาส่อดสายไปรอบๆ ภัตตาคาร แต่ก็ไม่พบโม่ถิงเลย แม้เธอจะไม่รู้ว่าเขามีวิธีจัดการกับสิ่งต่างๆ อย่างรอบคอบได้อย่างไร แต่เธอก็สัมผัสได้ว่าเขาอยู่ใกล้ๆ... 

…เขามีความยิ่งใหญ่ดั่งราชา ที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถมองข้ามได้  

“ถังหนิง คุณมองอะไรอยู่” หันอวี่ฝานถามพร้อมโบกมือไปมาตรงหน้าเธอ สายตาเขาเต็มไปด้วยสงสัย 

“อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก…” ถังหนิงส่ายศีรษะ แล้วเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างใจเย็น “อวี่ฝาน เมื่อไรเราจะกลับไปจดทะเบียนสมรสกันล่ะ” 

“หลังจากที่ทุกอย่างลงตัวแล้ว คุณก็รู้ดีว่างานประกาศรางวัลท็อปเทนโมเดลคือโอกาสที่โม่อวี่โหรวจะก้าวหน้าในสายอาชีพของเธอ ถังหนิง เธอโชคดีจริงๆ ที่มีคุณ…ไม่งั้นอวี่โหรวคงต้องจบลงแค่นี้แน่” หันอวี่ฝานรินไวน์แดงให้ถังหนิงก่อนจะชนแก้วกับเธอ 

“ฉันจะช่วยให้คุณได้สิ่งที่คุณควรได้” ถังหนิงยิ้มอย่างอ่อนโยน ลักยิ้มบนใบหน้าขับเน้นให้เธอดูสวยสง่ายิ่งขึ้นไปอีก 

แต่หันอวี่ฝานในตอนนี้ไม่ได้สนใจเธอแม้แต่น้อย หัวใจเขาหมกมุ่นมัวเมาอยู่กับโม่อวี่โหรวมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ฉุกคิดว่าคำพูดของถังหนิงมีนัยแอบแฝง 

“ถังหนิง ลำบากคุณแล้วละ…” 

ถังหนิงรู้ทุกอย่างที่เธอกำลังจะทำ มื้อกลางวันนี้ก็เป็นแค่รางวัลเล็กๆ เป็นรางวัลที่ใช้ปิดบังเจตนาที่แท้จริงของเขา  

“แล้วก็นะ หลังจบงานแถลงข่าวแล้ว ช่วยโทรหาผู้จัดการของคุณด้วย เราคงต้องใช้วิธีทางกฎหมายจัดการกับเธอ” 

“ค่ะ” ถังหนิงยิ้มอ่อนหวาน 

 แต่ไม่มีทางที่เธอจะปล่อยให้เขาแตะต้องหลงเจี่ยแน่นอน 

เวลาสิบสี่นาฬิกา ณ ห้องประชุมหลักของเทียนอี้ นักข่าวจากสื่อทุกแขนงมารวมกันที่นี่ พวกเขาอยากรู้ว่าถังหนิงจะพูดอะไร 

ทุกคนต่างก็มีคำถามมาถามเธอ ตั้งแต่สาเหตุที่ถังหนิงถอยห่างจากวงการอย่างรวดเร็ว ไปจนถึงสาเหตุที่เธอเซ็นสัญญากับเทียนอี้ หรือความจริงแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เธอถึงไปแทนที่โม่อวี่โหรวได้ ซึ่งตั้งแต่เธอถอยห่างจากวงการไป เธอก็หลีกเลี่ยงการเป็นจุดสนใจ ดังนั้นจึงหาเรื่องฉาวเกี่ยวกับเธอได้ยาก  

วันนี้ช่างเป็นวันที่เหมาะเจาะของเหล่านักข่าวจริงๆ 

เวลาบ่ายสามโมง ถังหนิงแต่งกายอย่างเรียบง่ายและปรากฏตัวพร้อมบอดีการ์ดข้างกาย เธอเดินไปที่เวทีอย่างช้าๆ และหันหลังกลับมาพบปะฝูงชน นักข่าวต่างก็แย่งกันเพื่อที่จะได้ถามเธอเป็นคนแรก 

“ถังหนิง ชื่อของคุณติดอันดับหนึ่งในอันดับคำค้นหา และดูเหมือนว่าจะยังไม่ลดอันดับเลย คุณจ่ายเงินเพื่อให้ได้ตำแหน่งนี้หรือเปล่าคะ” 

“ถังหนิง ทั้งคุณและโม่อวี่โหรวต่างก็เป็นนางแบบในสังกัดของเทียนอี้ แต่ทำไมช่วงหลายปีมานี้ถึงมีแต่โม่อวี่โหรวที่ได้รับความสนใจล่ะคะ คุณโดนบริษัทดองเหรอ คุณก็เลยอิจฉาชื่อเสียงของเธอใช่ไหม” 

“ถังหนิง คุณสร้างเรื่องทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะสร้างกระแสใช่ไหมครับ” 

เมื่อสถานการณ์เริ่มยุ่งเหยิง สตาฟของบริษัทก็รีบออกมากันนักข่าวออก และทำให้ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิม ในที่สุดถังหนิงก็ได้รับอนุญาตให้พูด 

“ก่อนอื่นฉันอยากขอโทษทุกคนที่ทำให้บริษัทเสียชื่อเสียง และทำให้ทุกคนสงสัยในความซื่อสัตย์ของโม่อวี่โหรวค่ะ” 

“ส่วนที่งานแสดงมงกุฎดาราของอัชแอ็ฟ ฉันตัดสินใจด้วยตัวเอง บริษัทและโม่อวี่โหร่วไม่รู้เรื่องที่ฉันไปปรากฏตัวบนเวที ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับเทียนอี้ บริษัทของฉัน หรือว่าโม่อวี่โหรวเลยค่ะ” 

“ความจริงแล้ว…ฉันพยายามที่จะสร้างกระแส! แต่ผู้จัดการของฉันก็ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เธอแค่ถูกฉันหลอกใช้เท่านั้น ฉันตัดสินใจที่จะรับผิดชอบทุกอย่าง ขอบคุณที่ทนรับฟังค่ะ ขอบคุณค่ะ” 

หลังจากที่ถังหนิงพูดจบ ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความวุ่นวาย… 

นักข่าวต่างก็ไม่สบายใจ…พวกเขาแทบไม่เคยเห็นคนดังคนไหนยอมรับความผิดอย่างง่ายดายและตรงไปตรงมาขนาดนี้ หากเป็นคนอื่นคงพยายามหลบเลี่ยงสถานการณ์ แต่เธอกลับยอมรับผิดทั้งหมด และประกาศว่าผู้จัดการของเธอ บริษัท หรือโม่อวี่โหรว ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ด้วย 

ถังหนิงคิดว่าเรื่องทุกอย่างจบลงแล้ว ทว่าหันอวี่ฝานกลับเตรียมอย่างอื่นไว้โดยที่เธอเองก็ไม่คาดคิด เพื่อที่จะยืนยันว่าเธอเป็นคนเรียกร้องความสนใจ เขาอนุญาตให้ผู้ดูแลศิลปินเข้าหาถังหนิงและเผชิญหน้ากับสื่อ “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอทำเรื่องแบบนี้ครับ แต่…บริษัทและผมจะให้โอกาสเธอเป็นครั้งสุดท้าย ถังหนิง ผมหวังว่าคุณจะเรียนรู้จากความผิดพลาด และไม่ทำอะไรล้ำเส้นอีก” 

ไม่ใช่ครั้งแรก…จุดประสงค์ของคำพูดเหล่านั้นคือโต้กลับคำกล่าวของหลงเจี่ยอย่างชัดเจน ตอนนี้เลยดูเหมือนว่า ทุกครั้งที่เธอทำหน้าที่แทนโม่อวี่โหรวในอดีตก็เพื่อต้องการสร้างกระแสให้ตัวเอง! 

หันอวี่ฝาน คุณมันโหดเหี้ยม! 

ถังหนิงยังคงนิ่งเงียบขณะโค้งขอโทษให้สื่อ จากนั้นพนักงานก็คุ้มกันเธอออกจากห้องประชุมไป... 

และทันใดนั้นชาวเน็ตก็เต็มไปด้วยความเกลียดชัง หลังจากถังหนิงยอมรับทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา สาธารณชนที่มองเห็นเพียงแค่ผิวเผินก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้น แม้แต่พนักงานของไห่รุ่ยก็ยังทำเหมือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องน่าเยาะเย้ย 

เมื่อออกมาจากการประชุมแล้ว โม่ถิงก็ได้ยินบทสนทนาของพนักงาน เขาหันไปหาผู้ช่วยที่กำลังรีบอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในงานแถลงข่าววันนี้ให้ฟัง “ท่านประธานครับ คุณอยากทำอะไรเพื่อช่วยคุณผู้หญิงไหมครับ” 

“ยังไม่ใช่ตอนนี้ ฉันอยากรู้ว่าเธอจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเองยังไง” โม่ถิงตอบอย่างสุภาพ เขาเคยพูดไปก่อนหน้านี้แล้วว่าเขาสงสัยว่าถังหนิงจะมีปฏิกิริยาแบบไหน เพราะว่าเขาช่วยเธอมาแล้วสองครั้ง จึงอยากรู้ว่าเธอจะแก้ไขประเด็นนี้ด้วยตนเองได้อย่างไร 

ในฐานะภรรยาของโม่ถิง เธอจะยอมปล่อยให้เรื่องแบบนี้บั่นทอนจิตใจอย่างนั้นหรือ 

ความคิดเห็น