ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

♫♬♪♩ ‘เสียง’เต้นรำในคืนเดือนมืด ✐ (กันย์xกุมภ์) - บทที่ 6 【END】

ชื่อตอน : ♫♬♪♩ ‘เสียง’เต้นรำในคืนเดือนมืด ✐ (กันย์xกุมภ์) - บทที่ 6 【END】

คำค้น : ❥ทำนายทายรัก✡THE SERIES : ♫♬♪♩ ‘เสียง’เต้นรำในคืนเดือนมืด ✐ (กันย์xกุมภ์),yaoi, y, วาย,เจ็บปวด

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ค. 2559 19:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
♫♬♪♩ ‘เสียง’เต้นรำในคืนเดือนมืด ✐ (กันย์xกุมภ์) - บทที่ 6 【END】
แบบอักษร

            

 

 

 

♩ เสียงเต้นรำในคืนเดือนมืด  (กันย์xกุมภ์)

 

 

 

 

 

 

บทที่ 4

  

 

 

           บรรยายระหว่างเขากับแอลที่เคยคิดว่าดีมันกลับแย่ลง..แย่กว่าคิดไว้เยอะซะด้วยสิ

 

 

            แชมป์เปี้ยนไม่ได้พูดอะไรกับแอลอีกเลยนับตั้งแต่วันนั้น แอลดูระวังตัวมากขึ้น พยายามไม่พูดคุยกับเขา ถึงขนาดหลีกเลี่ยงไม่เจอหน้าทั้งๆที่อยู่ในบ้านหลังเดียวกัน

 

            สวนหย่อมที่มักจะมีร่างเล็กๆนั่งอยู่หน้าเปียโนก็ไม่เห็นอีกต่อไป ร่างสูงทำเป็นไม่สนใจกับการหายไปของแอลนัก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะมองหาทุกครั้งก่อนออกไปทำงานหรือกลับบ้าน ทว่า..สิ่งที่พบคือความว่างเปล่าหรือไม่ก็เงารางๆเพราะทันทีที่แอลเจอเขาเจ้าตัวก็จะรีบหนีขึ้นห้องไปทันที

 

            หึ..ทำอย่างกับว่าเขาเป็นปีศาจน่าเกลียดน่ากลัวยังงั้นแหละ!

 

เพล้ง!

 

            “แอล!

 

            ร่างสูงเผลอตะโกนตกใจเมื่อได้ยินเสียงดังมาจากในครัว แชมป์เปี้ยนรีบวิ่งไปยังต้นตอของเสียง ภาพที่เห็นทำใจเขาตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม รอบข้างมีเศษกระเบื้องของจานแตก ขณะเดียวกันสายตาก็เหลือบไปเห็นเลือดที่ไหลออกจากหน้าผากของแอล

 

            “ดะ เดี๋ยวก่อน”

 

            แอลเรียกอีกคนไว้ที่ทำท่าจะลากเขาไปไหนก็ไม่บอกไม่กล่าว

 

            “จะพาไปไหน”

 

            “ทำแผล”

 

            “ไม่เป็นไร ทำเองได้

 

            “ทำเองได้งั้นเหรอ? แอลคิดว่าพี่จะให้แอลทำแผลเองงั้นเหรอ.. แอลต้องไปคลีนิค”

 

            “แต่ว่า”

 

            “ไม่มีแต่ พี่ไม่รู้นะแอลว่าโกรธอะไรพี่ แต่จะโกรธหรือจะเมินก็เอาไว้ที่หลัง ไปทำแผลก่อน”

 

            ร่างเล็กส่ายหัวรัว แต่สุดท้ายก็โดนเย็บไปสามเข็ม พอกลับขึ้นรถก็เจอใบหน้าเครียดๆของแชมป์เปี้ยนอยู่อย่างนั้น

 

            “แอลไม่ได้โกรธ”

 

            “...”

 

            “...”

 

            “ก็ดีแล้ว”

 

            ทั้งรถตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง แอลมองออกไปนอกหน้าต่างขณะที่รถขับกลับบ้าน ในหัวมีแต่เรื่องสับสน ที่จริงคนที่โกรธน่าจะเป็นพี่แชมป์เปี้ยนด้วยซ้ำที่ได้ยินเขาพูดไล่แบบนั้น

 

 

พอถึงบ้านแอลก็รีบลงจากรถ เดินตรงดิ่งเตรียมจะกลับเข้าห้องทันทีแต่ก็ไม่วายถูกแชมเปี้ยนรั้งมือเอาไว้ซะก่อน

 

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

 

“แอลบอกว่าแอลไม่ได้โกรธพี่”

 

“อืม”

 

“แล้วแอลหลบหน้าพี่ทำไม?”

 

“ไม่ได้หลบ”

 

 

แอลแก้ตัว แม้จะรู้ว่าอีกคนไม่มีทางเชื่อคำโกหกของเด็กอนุบาลแบบนั้นอยู่แล้ว

 

“งั้นเหรอ?”

 

“...”

 

“อืม พี่เชื่อแอล”

 

“...”

 

“ราตรีสวัสดิ์ครับ”

 

ร่างสูงยิ้มบางๆ ยกมือขึ้นมาลูบหัวร่างเล็กเบาๆก่อนจะผละมือออกเมื่อรู้สึกตัวว่าเผลอทำอะไรไงโง่ๆลงไป คนอย่างแชมป์เปี้ยนที่ไม่เคยรักใครเลยนะเหรอ? จะมีเผลอรักคนที่น้องชายเขารักหมดใจ นี่มันเรื่องตลกชัดๆ

 

 

แต่ปฎิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ว่าเขา.. เผลอรักแอลไปแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

            “คุณคือ.. คุณภานุวัตร?”

 

            นิคกี้เรียกชื่อคนตรงหน้าอย่างไม่แน่ใจนัก ขมวดคิ้วมองหน้าคนที่เพิ่งมาขอพอเขาถึงบ้านแต่เช้า จะไม่ให้แปลกใจได้ไงละ ก็คนที่เข้ามาขอพบนะเขาไม่รู้จักชื่อเลยสักนิด แต่รู้จักหน้าเป็นอย่างดี!

 

            “ครับ เรียกผมว่าแชมป์เปี้ยนก็ได้”

 

            “อ่อ แล้วคุณมีธุระกับผมงั้นเหรอครับ? คือผมค่อนข้างมั่นใจว่าไม่รู้จักชื่อคุณ”

 

 

            “มีครับ.. ผมเป็นพี่ชายของเชนท์”

 

            “นั่นไง! กูว่าแล้ว”

 

            นิคกี้ตบมือดังปาด เผลออุทานออกมาเสียงดังจนลืมว่าไม่ควรใช้คนหยาบกับคนเพิ่งรู้จัก

 

            “เอ่อ ขอโทษครับฮ่าๆ แล้วคุณแชมป์เปี้ยนมีธุระอะไรกับผมครับ”

 

            “ผมมีเรื่องจะเล่าแล้วก็อยากจะถามอะไรบ้างกับคุณ”

 

“ว่ามาเลยครับ ผมว่างทั้งวัน”

 

แผนที่คิดไว้ว่าจะเขียนเพลงใหม่เป็นอันยกเลิกเมื่อนิคกี้เจอเรื่องที่สำคัญกว่านั้น

 

“ตอนนี้ผมอยู่บ้านหลังเดียวกับแอล เป็นบ้านที่น้องชายผมซื้อไว้ให้เขา”

 

“อ่าว แล้วไอ้แอลมันยอมเหรอครับ? ทำไมถึงไปอยู่บ้านหลังเดียวกันได้”

 

“ถึงไม่เต็มใจผมก็เข้าไปอยู่แล้ว อาจจะฟังดูแปลกๆสักหน่อย ถ้าผมจะบอกว่า ที่ผมทำแบบนี้ก็เพราะผมฝันว่าเชนท์เขาขอให้ผมเข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้นแล้วก็คอยดูแลแอลจนกว่าเขาจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม”

 

นิคพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง

 

“ไม่แปลกหรอกครับ คุณรู้ไหมว่าตอนแรกผมก็คิดว่าตัวเองเป็นบ้าด้วยซ้ำ ผมโดนหนักกว่าคุณอีก”

 

“?”

 

“ผมก็เคยฝันถึงพี่เชนท์เหมือนกัน มันน่าแปลกมากที่พอแอลเล่าเรื่องระหว่างที่เขานอนอยู่โรงพยาบาลให้ผมฟัง มันเป็นเรื่องเดียวกันกับที่ผมฝัน ตอนนั้นผมร้องไห้เลยละที่เจอแอล แต่ก็งงว่าร้องไห้ทำไมเพราะจู่ๆก็จำไม่ได้ว่าแอลมันแอดมินนอนโรงบาลไม่ใช่ไปเที่ยวทะเลสบายใจแบบนั้น”

 

แชมป์เปี้ยนตั้งใจฟังคนตรงหน้านิ่ง ในหัวมีแต่ความคำถามเต็มไปหมด

 

“คุณช่วยเล่าเรื่องระหว่างแอลกับน้องชายของผมให้ฟังหน่อยได้ไหม”

 

            “ได้สิ”

 

            นิคกี้ยิ้มให้อย่างเข้าใจ ดูก็รู้ว่าคนตรงหน้าคงส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่น้อย เล่าไปก็คงไม่เสียหายอะไร

 

            “คุณคงรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าพี่เชนท์เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย”

 

            “อืม” ร่างสูงพยักหน้าเบาๆ

 

            “ที่ผมรู้ก็เพราะว่าบังเอิญไปเจอพี่เขาที่โรงพยาบาล แล้วผมก็ยังรู้มาอีกว่าพี่เชนท์ไปซื้อแหวนเตรียมตัวที่จะขอแอลแต่งงาน”

 

            “...”

 

            “ผมไม่เห็นด้วยหรอกนะแต่ก็รู้ดีว่าต่อให้แอลรู้ว่าพี่เชนท์กำลังจะตายแอลก็คงยืนยันที่จะแต่งงานด้วย.. แต่ไม่รู้ว่าฟ้าจะจงเกลียดจงชังพี่เชนท์ไปถึงไหน หนึ่งก่อนวันที่เขาจะทำเซอร์ไพร์ขอแอลแต่งงาน.. ก็อย่างที่พี่รู้ พี่เชนท์รถคว่ำ ชนกับสิบล้อที่อดนอนแต่งยังฝืนขับรถทำงานส่งของ”

 

            แชมป์เปี้ยนกำมือแน่นเมื่อนึกถึงวันที่ไปรับศพน้องชาย ไอ้บ้านั่นมันไม่สำนึกเลยด้วยซ้ำ กลับโวยวายบอกว่าเรื่องแค่นี้ต้องจำคุกตลอดชีวิตด้วยเหรอ คนทำมาหากินไม่ได้ตั้งใจชนสักหน่อย

 

หึ มันน่าจะได้รับโทษประหารไปเลยด้วยซ้ำ!

 

            “พอผมกับแอลไปถึงโรงพยาบาล แอลทำอะไรไม่ถูกได้แต่เดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องผ่าตัดตัวสั่นอย่างกันคนบ้า ตอนที่หมอเดินออกมาบอกว่าพี่เชนท์เสียชีวิต แอลร้องไห้หนักมาก เอาแต่กอดร่างพี่เชนท์ไม่ยอมปล่อย โวยวายให้หมอกลับเข้าไปรักษา ไม่ยอมให้ใครย้ายพี่เชนท์ไปไหน แอลร้องไห้จนสลบไปพอตื่นขึ้นมา หมอก็บอกว่าคุณมารับพี่เชนท์ไปแล้ว พวกเราไม่รู้เลยว่าคุณจัดงานศพพี่เชนท์ที่ไหน แอลมันร้องไห้แทบขาดใจที่แม้แต่งานอำลาครั้งสุดท้ายมันก็ยังไม่มีโอกาสไป”

 

            “การที่น้องผมตาย..ทำให้ผมลืมไปด้วยซ้ำว่ามันยังแฟนมีเพื่อน”

 

แชมป์เปี้ยนพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้าเมื่อนึกถึงเหตุการณ์วันนั้น

 

“ผมรู้แค่ว่าจะเอาน้องกลับไปอเมริกา บ้านเกิดพ่อ ตอนเด็กพ่อแม่เราหย่ากัน เราก็เลยแยกกันอยู่ เชนท์อยู่ที่นี่กับแม่ แต่ผมอยู่ที่อเมริกากับพ่อ แม่เราตายไปนานแล้วแต่เชนท์ไม่ยอมมาอเมริกาเพราะมันบอกว่า..มันกำลังตกหลุมรักคนๆหนึ่ง”

 

            คนๆนั้นก็คือแอล.. นิคกี้รู้ได้โดยสัญชาตญาณ

 

            “พ่อผมร่างกายไม่แข็ง ผมเลยอยากพานิคกี้กลับไปอเมริกาให้เร็วที่สุด.. อย่างน้อยก็ให้พ่อได้เห็นหน้ามันเป็นครั้งสุดท้าย ได้กอดร่างที่ยังไม่เย็นไปมากว่านี้”

 

            นิคกี้ไม่เอ่ยถามอะไรออกไป.. เรื่องของครอบครัวก็ปล่อยให้มันเป็นเรื่องส่วนตัวเถอะ

 

            “แอลมันขังตัวเองอยู่ในห้องสามวัน สุดท้ายก็ยอมออกมาข้างนอก สีหน้ามันดูแย่มากแต่มันยังยิ้ม มันบอกผมว่า ถึงมันจะเสียใจเรื่องพี่เชนท์แค่ไหนแต่มันต้องไม่ทำให้แม่ทุกข์ใจเพราะความเป็นห่วงมันไปด้วย”

 

            ยังจำสีหน้าของเพื่อนตนตอนนั้นได้ดี.. มันน่าสงสารจนนิคอยากบอกให้มันร้องไห้ออกมาซะยังจะดีกว่า

 

            “พอมันออกจากห้อง มันก็เข้าไปที่บริษัท ส่งเพลงที่มันแต่งแต่ว่าส่งแค่เพลงเดียว แล้วก็ขอลาออก แต่คุณเสือไม่อนุญาต ให้มันพักงานจนกว่ามันจะพร้อมกลับมาทำงานอีก”

 

แชมป์เปี้ยนรู้ทันทีว่าเพลงนั้นคือเพลงอะไร

 

“มันมาขออยู่กับผมสักพักเพราะไม่อยากให้แม่เห็นสภาพมัน”

           

           “...”

 

ร่างสูงไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าตอนนั้นแอลตกอยู่สภาพไหน

 

“ แอลมันเครียดมาก นอนไม่ค่อยหลับมันเลยพึ่งยา แต่ยิ่งนานไปยาก็ยิ่งไม่ได้ผล จนกระทั่งต้องกินยานอนหลับที่แรงขึ้นเรื่อยๆ จนวันหนึ่ง.. ผมกลับมาบ้าน เคาะเรียกมัน แต่ไม่เสียงตอบกลับเลยใช้กุญแจสำรองไขเข้าไปก็ตกใจแทบช็อก ยานอนหลัยชนิดแรงตกอยู่ที่พื้นหลายเม็ด ผมรีบพามันไปโรงพยาบาลทันที ไม่รู้ว่ามันกินยานอนหลับไปมากแค่ไหน ในใจมีแต่คำถามว่าทำไมมันต้องฆ่าตายด้วย ไหนบอกว่าเป็นห่วงแม่”

 

แชมป์เปี้ยนรู้สึกว่าหัวใจเขาเจ็บปวดขึ้นมาดื้อๆ..

 

นึกโทษตัวเองที่ไม่รู้จักแอลให้เร็วกว่านี้ เพราะถ้าเขารู้จักแอลเร็วกว่านี้ละก็ เขาไม่มีทางปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแน่!

 

“แอลสลบไปสองวันเต็มๆ พอฟื้นก็เอาแต่ร้องไห้เรียกหาพี่เชนท์ ผมเลยยิ่งมั่นใจว่ามันกินยาฆ่าตัวตาย แต่เปล่าเลย.. มันแค่เครียดมาก นอนไม่หลับ เบลอจนกินยาไปกี่เม็ดก็ยังไม่รู้ตัว ผมน่าจะเอ๊ะใจตั้งแต่ที่มันไม่ได้กินข้าวแล้วบอกว่าตัวเองกินข้าวไปแล้ว มันเล่าเรื่องความฝันของมันให้ผมฟัง มันบอกว่าสองวันที่มันนอนอยู่โรงพยาบาลคือสองเดือนที่มันติดอยู่ในความฝัน”

 

            ร่างสูงพยักหน้าเข้าใจ ตอนที่พาแอลมาดูบ้านครั้งแรกร่างเล็กถึงกับนิ่งไปสนิท ทั้งยังร้องไห้พูดเรื่องนี้ออกมาก่อนจะตกสระน้ำ

 

            “แอลบอกว่ามันคงเสียใจจนเป็นบ้า แต่คุณรู้อะไรไหมเรื่องที่มันเล่าว่าเจอผมที่ทะเล ผมก็ฝันแบบนั้นเหมือนกัน ทุกฉากทุกตอนไม่มีผิดเพี้ยน ตอนนั้นผมร้องไห้ที่เจอมันในความฝันมันยังสบายดีหน้าตาสดใส ไม่ได้นอนหน้าซีดอยู่โรงบาล”

 

“...”

 

“มันเก็บตัวอยู่บ้านผมสามเดือนก่อนจะกลับไปทำงานพยายามใช้ชีวิตตามปกติ สีหน้าแจ่มใสเหมือนเดิม มันยิ้ม มันหัวเราะแต่ผมรู้ว่าลึกๆในใจมันยังร้องไห้  หนึ่งปีผ่านไป มันตัดใจหยุดแต่งเพลง เพราะเพลงที่มันแต่งมีแต่ความเศร้า ไม่เหมือนเมื่อก่อน มันไปเรียนต่อที่อิตาลีสองปี เพิ่งกลับมาแล้วก็อย่างที่คุณเห็นตอนนี้นั้นแหละ

 

 

 

 

 

 

 

เสียง’ เต้นรำในคืนเดือนมืด 

 

 

 

 

 

 

 

            ยอมรับว่าเขาเองก็ช็อกไม่น้อยกับสิ่งที่บอกเล่าออกมาจากปากนิคกี้..

 

            “เลิกจ้องหน้าแอลสักทีจะได้ไหมครับ”

 

            ร่างเล็กเงยหน้าจากกระดาษเขียนเพลงมองแชมป์เปี้ยนอย่างไม่ชอบใจนัก

 

            “พี่ขอโทษ”

 

            สงสัยจะจ้องมากเกินไป..แต่คราวนี้ไม่ได้จ้องเพลงอยากมองหรือตั้งใจจะกวนประสาท แต่มองเพราะคำพูดของนิคกี้ยังวนเวียนในหัวไปจนทำให้เขารู้สึกสงสัยว่าตอนนี้แอลรู้สึกยังไง

 

            มีความสุขบ้างไปตั้งแต่วันที่น้องชายเขาจากไป...?

 

            “แต่งเพลงอะไรเหรอ ฟังดูเศร้าๆนะ”

 

            แชมป์เปี้ยนอยากจะด่าตัวเองเหลือเกินที่ปากไว!

 

            “เพลงเขียนถึงคนบนฟ้า”

 

            เขียนถึงน้องชายเขาสินะ..

 

            “ร้องให้ฟังหน่อยสิ”

 

            “แต่มันยังไม่สมบูณร์เท่าไรนะ”

 

            “อยากฟัง”

 

            แอลพยักหน้าเบาๆ จัดกระดาษ ตั้งท่าเตรียมเล่นเพลงที่เพิ่งเขียนสดๆร้อนๆเมื่อกี้

 

“เพิ่งรู้ว่าเหนื่อยแค่ไหน ที่ต้องใช้ชีวิตลำพัง.. ฟ้าทุกเช้ามันอ้างว้าง ตั้งแต่เธอจากไป”

 

ร่างสูงลากเก้าอี้นั่งฟังร่างเล็กใกล้ๆ เสียงหวานปนเศร้าขับร้องออกมาพร้อมเปียโนตัวโปรด..ตัวที่น้องชายของเขาซื้อให้


            “ชีวิตต้องเดินก็รู้ แต่ไม่รู้จะเดินเพื่อใคร

 

ดาวบนฟ้าคว้ามาได้ ใครจะร่วมชื่นชม”

 

ยามค่ำคืนยังยืนมองขอบฟ้า.. เธอสบตากับฉันบ้างหรือเปล่า?”

 

บางทีแชมป์เปี้ยนก็อดคิดไม่ได้..ว่าจะมีสักครั้งไหมที่ร่างเล็กอยากจะสบตากับเขาเหมือนที่อยากสบตากับเชนท์


            “คิดถึงเธอ คนที่ดีที่สุด
            ถึงแม้ได้พูดในวันที่มันสาย
            ยังคงรักเธอ เธอได้ยินฉันมั้ย”

 

“...”

 

แล้วทำไม.. ไม่คิดถึงเขาแบบที่คิดถึงเชนท์บ้าง

 

“อยู่แห่งไหน หัวใจมีแต่เธอ..”

 

ถ้าเกิดว่าแอลรักเขา..

 

“ได้ยินมั้ย คิดถึงเธอ”

 

รักเขาให้ได้สักเสี้ยวหนึ่งของชาย..

 

มันก็คงเป็นความรู้สึกที่ดีไม่น้อย แต่ว่าเขาคงไม่มีโอกาสนั้น ในเมื่อแอลยังคงเขียนแต่เพลงที่มีไว้ให้เชนท์ทุกครั้งไป

 

“เมื่อไหร่จะเลิกเขียนเพลงเศร้า”

 

“...”

 

“แอลไม่คิดจะเขียนเพลงแนวอื่นบ้างหรือไง”

 

“คิดสิ”

 

“...”

 

“แต่ทุกครั้งที่เริ่ม แอลก็คิดอะไรไม่ออก แอลเขียนมันไม่ได้จริงๆ”

 

“ถ้างั้น เป็นพี่ได้ไหม ที่จะช่วยให้แอลแต่งเพลงที่ไม่เศร้าออกมา”

 

“พี่ไม่เคยเรียนมันด้วยซ้ำ แล้วจะแต่งออกมาได้ไง”

 

“ใช่ ก็แล้วไงพี่อาจจะเล่นดนตรีไม่เป็น..”

 

“...”

 

“แถมยังไม่ค่อยชอบฟังเพลง”

 

“...”

 

“พี่อาจจะทำได้ไม่ดีเท่าใครบางคนแต่พี่ไม่แต่งเพลงคนเดียว..เพราะพี่มีแอล”

 

“...”

 

“แล้วแอลก็ไม่ได้แต่งเพลงคนเดียว.. แอลยังมีพี่”

 

“...”

 

“เพราะงั้นพี่เลยมั่นใจว่ามันจะออกมาดีและจะกลายเป็นเพลงที่อยู่ในใจของใครสักคน อย่างน้อยก็อยู่ในใจพี่คนหนึ่ง”

 

ดวงตากลมโตเหลือบมองใบหน้าคมเข้มนิ่ง.. นานนับนาทีที่ต่างฝ่ายต่างก็ตกอยู่ในภวังค์ของความเงียบ จนกระทั่งมีเสียงถอนหายใจเบาๆจากแอล

 

“พี่แชมป์เปี้ยนอยากจะพูดอะไรกับแอลก็พูดมาตรงๆ”

 

“แอลยังไม่ลืมเชนท์ใช่ไหม”

 

“มันไม่หน้าที่ของแอลที่ต้องมาตอบคำถามของพี่!

 

แอลตะโกนออกมาอย่างเหลืออด..ยิ่งนึกถึงข้อความในจดหมายที่พี่เชนท์เขียนทิ้งไว้ยิ่งทำให้เขาอดน้ำตาคลอไม่ได้

 

"แอลรู้ไหมว่านาฬิกากับเวลาต่างกันยังไง?”

 

แชมป์เปี้ยนถามอย่างไม่สนใจกับเสียงสั่นๆที่ตะคอกใส่เขา

 

นาฬิกาของแอลมันหยุดเดินไปตั้งนานแล้ว..

 

เสียงนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหูเขาซ้ำไปซ้ำมา ไม่รู้เพราะความบังเอิญหรือเพราะน้องชายเขาดลใจ แชมป์เปี้ยนถึงได้เห็นร่างเล็กนั่งอ่านจดหมายที่ซ่อนอยู่ใต้กรอบรูปของเขาด้วยใบหน้าเปื้อนน้ำตา

 

ตั้งแต่วันที่ชีวิตแอลไม่มีพี่

 

ถึงแอลจะไม่มีเชนท์ แต่แอลก็ยังแชมป์เปี้ยน.. เขาอยากจะพูดแบบนี้ออกไปแต่ก็เหมือนมีอะไรมาค้ำคอไว้

 

“พี่ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น แอลไม่อยากฟัง”

 

“นาฬิกาถ้าเราให้ใครไปมันยังขอคืนมาได้ แต่เวลา.. ถ้าให้ใครไปแล้วไม่มีวันที่จะเอาคืนมาได้"

 

“หยุดพูดเดี๋ยวนี้!

 

“เวลาที่แอลใช้กับเชนท์มันมีค่ามาก แต่ถึงไม่มีเชนท์ชีวิตแอลก็ต้องเดินก้าวไปข้างหน้าไม่ใช่หยุดอยู่กับอดีต”

 

“พอ! แอลบอกว่าไม่อยากฟังไง อื้อ ปล่อย!

 

มือเรียวพยายามดันร่างสูงออกเมื่อแชมป์เปี้ยนดึงเขาเข้าไปกอดแน่น มือใหญ่ลูบหัวเขาไปมาราวกับจะบอกว่า อย่าห้องไห้แต่นั่นยิ่งทำให้แอลรู้สึกสมเพชความอ่อนแอ่ของตัวเองจนต้องร้องไห้ออกมาหนักกว่าเก่า

 

“ฮึก ปล่อยแอล!ฮือ”

 

กำปั้นเล็กๆทุบเข้าที่หลังแกร่งไม่หยุด แต่ร่างสูงก็ยังกอดแอลไว้อย่างนั้น

 

“เข้ามายุ่งกับชีวิตแอลทำไม! ฮื่อ จะเข้ามาในชีวิตแอลทำไม!

 

            “พี่ขอโทษ”

 

            “ปล่อยแอล”

 

            ความรู้สึกเจ็บแปร๊บที่ใจมันคืออะไร.. แชมป์เปี้ยนยอมปล่อยคนในอ้อมแขนแต่โดยดีแม้ว่าจะไม่อยากปล่อยมันก็ตาม

 

            “แอลคบกับพี่ได้ไหม”

 

            “...”

 

            “พี่รักแอล.. รักทั้งที่รู้ว่าแอลคือคนที่น้องชายพี่รักหมดหัวใจ”

 

            ดวงตากลมโตเหลือบมองแชมป์เปี้ยนนิ่ง ก่อนจะเบื้อนหน้าหนีไปทางอื่น

 

            “ความจริงแล้ว แอลก็รู้สึกดีๆกับพี่”

 

มันเป็นสิ่งที่แชมป์เปี้ยนคิดไม่ถึง...

 

“แต่แอลไม่รู้ว่าเพราะอะไร แค่ใบหน้าของพี่ใช่ไหมที่มันเหมือนพี่เชนท์?”

 

            “...”

 

            “แต่ไม่ว่าจะเหตุอลอะไรก็ตาม คนที่แอลรักมากที่สุดก็ยังเป็นพี่เชนท์อยู่ดี ความรู้สึกที่แอลให้พี่มันก็แค่เศษเสี้ยวหนึ่งหนึ่งเท่านั้น มันเทียบกันไม่ได้”

 

            “...”

 

            “เลิกรักแอล..”

 

            “...”

 

            “แล้วก็ออกไปจากชีวิติแอลซะ”

 

            “ไม่..”

 

            เสียงทุ้มตอบกลับ ก่อนจะยิ้มจางๆให้แอล แล้วใช้นิ้วเช็ดคราบน้ำตาที่เกาะอยู่ตามแก้มใสออกเบาๆ

 

            “พี่ดีใจนะที่แอลบอกว่ายังพอมีความรู้สึกดีๆให้พี่บ้าง แม้ว่ามันจะไม่มากก็ตาม แต่ไม่ว่าจะหนึ่งปี..สองปี สามปี หรือสิบปี”

 

            “...”

 

            “พี่ก็จะรอ..”

 

            ดวงตากลมโตมองหน้าแชมเปี้ยนนิ่ง.. แม้จะเป็นน้ำตาที่ไหลออกมาจากตาของแอลเอง แต่แอลก็ตอบไม่ได้จริงๆว่ามันไหลด้วยความรู้สึกไหน?

 

“พี่จะรอให้แอลค่อยๆรักพี่มากขึ้น..มากขึ้น..แล้วก็มากขึ้นเรื่อยๆ”

 

ร่างสูงกดจูบลงบนกลีบปากบางอย่างแผ่วเบา.. จนแทบไม่รู้สึก มีเพียงลมหายใจอุ่นร้อนที่บอกว่าเขาอยู่ใกล้แอลมากแค่ไหน

 

 

“รอจนกว่าความรักมันจะเต็มหัวใจ” 

 

 

 

 

 

 

————————————————————————

 

Black Santa'Clause : ปล๑. ใครชอบจบแบบดิ้งๆมีความสุขสุดๆต้องขออภัยด้วยจ้า คิดว่าจบแบบนี้ดีสุดแล้ว อยากสื่อให้เห็นว่า

              แอลรักพี่เชนท์จนลืมไม่ได้จริงๆแต่ในขณะเดียวกันก็เริ่มรักพี่แชมป์บ้างแล้วเพียงแต่มันอาจต้องใช้เวลา

              ปล๒. ขอบคุณเพลงเขียนถึงคนบนฟ้าของพิง ลำพระเพลิงค่า

              ปล.๓ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่แวะมาเม้นมากดบวก กดชอบ กดคะแนนอะไรก็ว่าไป

             ปล.๔ เรื่องนี้กินมาม่าทั้งเรื่อง เรื่องหน้าขอแบบตลกๆแซ่บๆละกัน!  ขอเสียงราศีเมษกับตุลย์หน่อยยยยย

            ทำนายทายรักTHE SERIES :OHO! Gossipแฟนผมเป็นซุปเปอร์สตาร์’! (เมษ x ตุลย์)

          สปอย :‘จิ้น’ คืออะไร? ใครบัญญัติศัพท์คำนี้ไว้?

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น