ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

♫ ♬ ♪ ♩ ‘เสียง’ เต้นรำในคืนเดือนมืด ✐ - บทที่ 5

ชื่อตอน : ♫ ♬ ♪ ♩ ‘เสียง’ เต้นรำในคืนเดือนมืด ✐ - บทที่ 5

คำค้น : ❥ทำนายทายรัก✡THE SERIES : ♫♬♪♩ ‘เสียง’เต้นรำในคืนเดือนมืด ✐ (กันย์xกุมภ์),yaoi, y, วาย,เจ็บปวด

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ย. 2562 13:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
♫ ♬ ♪ ♩ ‘เสียง’ เต้นรำในคืนเดือนมืด ✐ - บทที่ 5
แบบอักษร

 

เสียง 

 

เต้นรำใน 

คืนเดือนมืด 

 

(กันย์ 

x 

กุมภ์) 

บทที่ 5 

“ข้าวเช้าไม่กิน” 

“...” 

“ข้าวกลางวันก็ยังไม่ยอมกิน อยากจะเป็นลมตายนักเหรอ?” 

เสียงทุ้มเอ่ยอย่างไม่ชอบใจนักที่แอลเอาแต่นั่งอยู่หน้าเปียโนตัวสีขาว วันนี้ไม่ใช่วันหยุด.. แต่ก็เป็นวันที่มีประชุม ทว่าแชมป์เปี้ยนกลับสั่งเลขายกเลิกประชุมที่ไม่สำคัญในความคิดเขาออกไปแล้วเอางานที่บริษัทหอบกลับมาทำที่บ้าน 

เหตุผลที่แน่ชัดคืออะไรเขาก็บอกไม่ได้เหมือนกัน แต่ที่รู้ๆต้นเหตุที่ทำให้เขารวนได้ขนาดนี้ก็คงเป็น.. 

“ยุ่ง” 

เจ้าของประโยคโหดร้ายที่เอาแต่จับดินสอกับแป้นเปียโนจนไม่ยอมกินข้าวนั้นแหละ 

“ทำไมถึงดื้อขนาดนี้ หึ?” 

แชมป์เปี้ยนรู้สึกว่าตัวเองคงไม่ต่างอะไรกับลุงแก่ๆที่บังคับหลานจอมซนให้กินข้าว ก็อยากจะเมินอยู่หรอกนะแต่จนแล้วจนรอดจากตะวันขึ้นยันตะวันเกือบตกร่างเล็กก็ไม่มีท่าทีว่าจะลุกขึ้นมาหาอะไรกินเลย 

“ก็ผะ..ก็แอลไม่หิว” 

ร่างเล็กเบรกคำพูดแทบไม่ทัน.. ทำเป็นไม่สนใจใบหน้ากวนๆของแชมป์เปี้ยนที่จ้องมองเขาราวกับหาโอกาสอยู่ หึ คิดว่าเขาจะยอมทำง่ายๆหรือไง แต่เพราะไม่ยอมเรียกแบบนั้นนะสิถึงได้โดนลวนลามทางปากไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ใครจะไปคิดว่าหน้าดุๆเข้มๆแบบนั้นจะมาทำเรื่องแบบนี้กับคนอย่างเขาได้ 

“แต่นายต้องกิน” 

“อ่อ เหรอครับ?” 

แอลวางมือจากดิอสอ สูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วฉีกยิ้มกว้าง หันมองแชมป์เปี้ยนที่ยืนจ้องหน้าเขาตาไม่กระพริบ 

“ไม่ทราบว่าเมื่อไหร่พี่แชมป์จะเลิกใช้ระบบเผด็จการกับแอลสักทีครับ? นี่มันประเทศไทยที่มีการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนะครับ” 

แอลยังคงฉีกยิ้มพูดจนจบประโยคสุดท้าย หึ 

! 

อยากให้เรียกพี่ก็จะเรียก แต่จะใช้คำศัพท์ที่ฟังแล้วดูห่างเหินไปเลย อยากรู้นักว่าจะบังคับอะไรได้อีก 

! 

“แอล..” 

“ว่าไงครับพี่แชมป์เปี้ยน” 

ร่างเล็กพูดเสียงหวาน รู้สึกพอใจสุดๆที่ได้ยินน้ำเสียงติดโมโหของอีกฝ่าย 

“พี่มีตัวเลือกให้แอลสองข้อ” 

“ระบบเผด็จการนี่มีตัวเลือกให้ด้วยเหรอครับ?” 

แอลถามกลับหน้าซื่อชนิดที่เด็กอนุบาลดูก็รู้ว่าแกล้ง 

! 

“แล้วตัวเลือกที่ว่านี่คือ?” 

“จะกินข้าวหรือจะกินจูบ” 

“ข้าว 

! 

 

แอลถอนหายใจแรง หุบยิ้มแทบไม่ทัน เอะอะก็เอาเรื่องจูบมาขู่ คอยดูเถอะ สักวันแอลนี่แหละจะหาเรื่องขู่กลับบ้าง 

แชมเปี้ยนมองดูแอลที่กำลังกินกับข้าวฝีมือเขาท่าทางอร่อย ขณะที่สายตาก็จ้องทีวีดูรายการเอ็มวีเพลง 

“หมดจาน” 

ร่างสูงพูดขึ้นลอยๆ แต่จงใจให้ได้ยินถึงหูเจ้าของตาใสที่กำลังยกน้ำขึ้นมาดื่ม 

“อร่อยละสิ” 

“พอใช้ ที่จริงหิวก็เลยกินหมด” 

“แล้วตอนแรกบอกให้กินทำไมไม่กิน” 

“ก็ตอนนั้นมันเพลิน พี่ไม่เคยหมกหมุ่นอยู่กับอะไรนานๆจนลืมหิวหรือไง?” 

“เคยแต่กินไม่ลง” 

“อกหัก?” 

“ทำงาน” 

“ทำงานนี่มันเครียดมากเลย?” 

“ก็มีบ้าง” 

“แล้วพี่แชมป์ทำงานอะไร” 

ร่างสูงเงียบไปสักพัก ก่อนจะยกยิ้มตอบออกมา 

“ขายกาแฟ” 

“แล้วต้องใส่สูทด้วย?” 

แอลถามงงๆเพราะจำได้ว่าเคยเห็นร่างสูงใส่สูทไปทำงาน 

“ก็ใส่เวลาเข้าบริษัท” 

“ร้านคิตตี้มันยิ่งใหญ่มากเลยเหรอ ถึงได้มีเป็นบริษัท?” 

ร่างสูงแอบยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นแอลทำหน้าสงสัยอย่างไม่ปิดบัง ดูท่าว่าบรรยากาศระหว่างเขากับคนตัวเล็กข้างๆนี้จะดีขึ้นมาบ้างแล้ว อย่างน้อยการที่อีกฝ่ายซักถามประวัติส่วนตัวเขามันก็เป็นเครื่องยืนยันได้ดี 

“ไม่ได้มีสาขาเดียว ขยายจากอเมริกาเพิ่งมาเปิดที่ไทย แล้วก็ขายเป็นเฟรนด์ซายน์ นอกจากนั้นคอบเรื่องคุณภาพของเมล็ดกาแฟ บางทีก็มีเรื่องลิขสิทธิ์คิตตี้ด้วย เรื่องเยอะ จะไปทำคนเดียวหมดได้ไง” 

นับว่าเป็นประโยคที่ยาวที่สุดตั้งแต่ที่เขารู้จักกับแอล 

“ฟังดูปวดหัวดีเน๊าะ” 

“ถามเยอะ อยากเปลี่ยนอาชีพ?” 

“หึ ไม่มีทาง” 

“ทำไมถึงชอบแต่งเพลง” 

“ก็เพลงมันทำให้คนฟังความสุข.. เฮ้ย ดูดิ ยังมีคนโทรมาขอเพลงนี้ด้วยอะ ขนานผ่านไปตั้งสามปีแล้วนะ” 

ร่างสูงมองตามนิ้วที่แอลชี้ไปยังหน้าจอทีวีด้วยความตื่นเต้น เขาไม่แปลกใจเท่าไรที่ยังมีคนโทรมาขอเพลงเก่าๆเพราะนี่เป็นช่วงเพลงเก่าเล่าใหม่ที่ผู้ฟังจะโทรเข้ามาขอกันสดๆ แต่ที่คนข้างๆเขาตื่นเต้นขนาดนี้คงเป็นเพราะว่า นี้เป็นเพลงที่เจ้าตัวเขียนเองกับมือ 

 

ท่าทีน้องจะเป็นแฟนคลับวง 

Drak Sun 

ตัวจริงเลยนะคะเพราะว่าจำอัลบั้มแรกได้ทุกเพลงเลย 

 

แอลนั่งมองวีเจคุยหยอกล้อกับคนทางบ้านยิ้มๆ ไม่ทันสังเกตเลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งมองมาที่เขาใช่กัน 

 

เอ๊ะ หนูเปลี่ยนใจดีกว่าค่ะพี่ ไม่เอาเพลงนี้ละ 

 

 

อ่าว ไม่เอาเพลงวง 

Drak Sun 

แล้วเหรอคะ 

 

 

วงเดิมค่ะ แต่ขอเปลี่ยนเพลง ขอเพลงเรื่องจริงดีกว่าค่ะเพราะว่าเพลงนี้เป็นเพลงเปิดตัวของพี่ๆเขา 

 

“...” 

รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าเมื่อครู่ค่อยๆจางหายไปพร้อมกับเสียงเพลงที่ดังขึ้นจากทีวี 

เธอคงพอรู้ ในสิ่งเหล่านี้ 

โดยไม่มีถ้อยคำบอกไว้ 

เธอคงพอรู้ จากทุกความเป็นไป 

ในวันที่สองเราใกล้กัน 

แชมเปี้ยนลอบมองใบหน้าคนข้างๆ มันดูเศร้าหม่องลงอย่างชัดเจน แม้หน้าจะมองตรงไปยังจอสี่เหลี่ยม ทว่าดวงตากลับดูเหม่อลอยราวกับคนจมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง 

แม้ในวันนั้น ยั่งยืนเพียงฝัน 

เป็นแค่เพียงเมื่อวานผ่านไป 

เธอคงพอรู้ไม่ว่านานเพียงใด 

ไม่นานเกินไปให้ใจฉันจำ 

ริมฝีปากบางขยับร้องตามเนื้อเพลงเบาๆแต่ไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกมา 

จะเก็บมันเอาไว้ในใจ เมื่อครั้งมีเธอ 

และฉันรู้สึกครั้งนี้ยังไง 

ให้เป็นความคิดถึง แม้นานเท่าไหร่ 

เธอจะอยู่ในใจ.. เป็นเรื่องจริงในความทรงจำ 

ดวงตากลมโตคลอไปด้วยหยาดน้ำใส ริมฝีปากบางเม้มหากันแน่นอย่างคนพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา 

จะเก็บมันเอาไว้ในใจ เพราะฉันไม่อาจ 

ฝืนย้อนคืนวัน ให้หวนได้ใหม่ 

แหมะ.. 

แต่ก็ล้มเหลว น้ำตาอุ่นๆไหลอาบแก้มใสนองหน้า 

ทำได้เพียงคิดถึง นับจากนี้ไป 

เธอจะอยู่ในใจ เป็นเรื่องจริงในความทรงจำ 

ริมฝีปากเรียวบางยังคงพยายามร้องเพลงแบบไม่ออกเสียงอีกครั้ง ปลายจมูกเปลี่ยนเป็นสีแดงหน่อยๆจากการร้องไห้ แต่ก็ไม่คิดจะยกมือเล็กๆขึ้นมาเช็ดน้ำตา 

จะเก็บมันเอาไว้ในใจ เมื่อครั้งมีเธอ 

และฉันรู้สึกครั้งนี้ยังไง 

มันก็คงเหมือนกับ.. 

ให้เป็นความคิดถึง แม้นานเท่าไหร่ 

เธอจะอยู่ในใจ เป็นเรื่องจริงในความทรงจำ 

คงเหมือนกับการที่แอลยังไม่ยอมตัดใจและหวังว่าสักวันพี่เชนท์คนเดิมจะกลับมาหา ไม่ใช่ แชมป์เปี้ยน ผู้ชายที่มีใบหน้าเหมือนเขาคนนั้น 

จะเก็บมันเอาไว้ 

จะเก็บมันเอาไว้ 

 

ร่างสูงโน้มตัวกดจูบลงบนริมฝีปากแดงสดที่ยังสั่นไม่หยุดเบาๆ รสเค็มของน้ำตาจางห่างไปพร้อมกับลิ้นร้อนที่เกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของแอลอย่างอ่อนโยน มือเล็กบีบไหล่แกร่งของแชมป์เปี้ยนแน่น ลิ้นเล็กเกี่ยวตอบด้วยท่าทีที่สับสน เดี๋ยวสู้เดี๋ยวหนี 

“แอล..” 

เสียงทุ้มกระซิบเรียกชื่อร่างบางที่ข้างหูเบาๆ มองคนใต้ร่างหอบแหกๆทั้งที่ใบหน้ายังเปื้อนน้ำตาหน่อยๆ 

“แล้วคนแต่งละ?” 

“?” 

“ที่บอกว่าเพลงทำให้คนฟังมีความสุข แล้วคนแต่งมีความสุขบ้างไหม” 

“มีสิ” 

“แล้วตอนนี้ละ มีความสุขอยู่หรือเปล่า” 

“...” 

“...” 

“มี” 

“...” 

“แต่แอลคงจะมีความสุขมากกว่านี้” 

“..” 

“ถ้าพี่แชมป์เปี้ยน.. ออกไปจากชีวิตของแอล” 

 

เสียง 

 

เต้นรำใน 

คืนเดือนมืด 

 

อดีต.. คือสิ่งที่ผ่านไปแล้ว 

ทุกเรื่องราวที่เราเจอในตอนนี้ไม่ว่ามันจะทุกข์หรือสุข สุดท้ายแล้วมันก็จะกลายเป็นเพียงอดีตที่เราไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไข้อะไรได้ 

บางอย่าง..ก็สวยงามน่าจดจำ 

บางอย่าง..ก็เลวร้ายจนจนอยากลืม 

แต่บางอย่าง.. ก็ก่ำกึ่ง มันสวยงามแต่ก็เจ็บปวดในเวลาเดียวกัน จะมีสักกี่ล้านคนที่ติดอยู่กับอดีต และแอลคงเป็นหนึ่งในนั้น เขารู้ดีว่าทุกคนต่างก็มีอดีต แล้วเขาอยากติดอยู่กับมันไปตลอดชีวิตหรือไงกันละ? ก็เปล่า.. 

เหมือนฟ้าจะเล่นตลก ถามหาพี่เชนท์แต่ส่งหน้าคนหน้าเหมือนมาให้ 

ส่วนนิสัยนะเหรอ? ต่างกันยังกับขั้นบวกขั้วลบ พี่เชนท์คือผู้ชายที่อ่อนโยน พูดเพราะ ทำอาหารเป็น เอาใจเก่ง และมักจะช่วยเขาผ่อนคลายจากการทำงานด้วยการเล่นดนตรีเพราะๆให้ฟัง แถมยังเข้าใจเขายิ่งกว่าตัวเขาเองซะอีก 

ส่วนแชมป์เปี้ยน.. 

คนที่ตังค์เป็นถุงเป็นถังแต่กลับมาเบียดเบียนที่อยู่อาศัยเขาตอนนี้นะ ชอบทำหน้าเข้ม พูดขู่ เอาใจไม่เป็น แล้วยังจะก่อกวนการทำงานของเขาด้วยวิธีแปลกๆสารพัด ไม่ว่าจะเป็นการดีดกีต้าร์แทรกเสียงเปียโนแล้วบอกว่ากำลังหัดเล่น หรือจะเป็นการจ้องหน้าตลอดเวลาจนเขารู้สึกอึดอัดเขียนเพลงต่อไม่ได้ 

จะเหมือนกันก็แค่หน้ากับฝีมือการทำอาหารเท่านั้นแหละ 

! 

“ทำไมรูปนี้พี่เชนท์ทำหน้าดุจัง” 

บทสนทนาที่เขาเคยคุยกับพี่เชนท์ดังขึ้นมาในหัวเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นรูปใบนั้น แอลเดินไปที่โต๊ะไม้ หยิบกรอกรูปขึ้นมาหวนนึกถึงสีหน้าท่าทีพี่เชนท์ในตอนนั้น 

“ยังกับร็อตไวเลอร์” 

ตอนนั้นพี่เชนท์ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาทำเพียงส่งยิ้มเบาๆมาให้แทน 

“พี่ต้องการให้แอลทำอะไร?” 

เสียงสั่นๆเอ่ยถามคนที่ไม่อาจลุกขึ้นมาตอบได้อีก 

“ทำไมต้องเอารูปพี่ชายของพี่มาตั้งไว้ในห้องนี้ด้วย” 

บางทีแอลก็เกลียดที่ตัวเองอ่อนแอ่ขนาดนี้ แค่นึกถึงคนที่จากไปน้ำตาก็คลอขึ้นมาเสียดื้อๆ ดวงตากลมโตมองดูรูปที่ตั้งอยู่ในห้องนอนของเขากับพี่เชนท์นิ่ง ก่อนที่จะตัดสินใจแกะรูปใบนั้นออกมาเมื่อมันไม่ใช่รูปของพี่เชนท์อีกต่อไป 

ตุบ... 

กระดาษสี่เหลี่ยมที่ถูกพับไว้ล่วงตกพื้นหลังจากที่แอลแกะกรอบรูปออก มือเรียวหยิบมันขึ้นมาแกะดู สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าคือลายมือที่แอลคุ้นเคยเป็นอย่างดี..ลายมือเดียวกับคนที่ช่วยเขาเขียนเพลงเรื่องจริง 

 

แอล ถ้าแอลเปิดอาจอ่านจดหมายฉบับนี้แปลว่าตอนนั้นพี่คงไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้วสินะ 

 

เพียงแค่ประโยคแรก.. เพียงแค่นั้นแอลก็กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลไม่ได้อีกต่อ มือเล็กที่จับกระดาษสั่นน้อยๆ ยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาก่อนจะกลั้นใจอ่านมันต่อไป 

 

ไม่รู้ว่าแอลจะได้อ่านมันเมื่อไร อาจจะหนึ่งอาทิตย์ สองเดือน สามเดือน หนึ่งปี หรือห้าปีหลังจากนั้น แต่ถ้ามันนานมากกว่านั้นพี่คงต้องว่าตัวเองแล้วละที่ซ่อนมันไว้ดีเกินไป แอลอาจจะเคยสงสัย เคยรำคาญ ว่าทำไมพักหลังพี่ถึงเกาะติดแอลมากจนเกินไป ทำไมพี่ต้องลาออกจากงานแล้วมาตามแอลอยู่ได้ทั้งวัน ทำไมพี่ต้องชวนแอลไปเที่ยวทุกวันทั้งที่แอลก็งานยุ่ง พี่ขอโทษนะที่พี่เห็นแก่ตัว ปิดบัง ไม่ยอมบอกแอลว่าพี่ป่วย.. เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย 

 

“ฮ่ะ.. ฮ่าๆๆๆ ฮึก 

! 

ฮื่ออ” 

แอลเค้นเสียงหัวเราะ.. แต่ก็จบลงที่เสียงร้องไห้ มันบ้ามาก บ้าจริงๆที่เขาไม่เคยรู้เลยสักนิดว่าพี่เชนท์ป่วยเป็นอะไร เพิ่งมารู้ความจริงก็ตอนที่ได้อ่านจดหมายฉบับนี้ 

“พี่รู้ไหมว่าแอลมันโง่” 

เพล้ง 

! 

แจกันที่วางอยู่ไม่ไกล ถูกมือเล็กปัดทิ้งระบายอารมณ์อย่างแรง 

“แอลมันโง่ โง่ที่ไม่เคยเอ๊ะใจเลยว่าทำไมที่เชนท์ต้องไปโรงพยาบาลบ่อยๆ ไม่เคยเอ๊ะใจเลย ว่าทำไมพี่ถึงโทรมลงทุกวัน แอลคิดว่าพี่นอนดึกหรือแอบไปทำงานอะไรมาแต่ไม่บอกแอล ฮึก 

! 

 

แอล..แกมันโง่จริงๆ 

พี่เชนท์ได้ยินไหมว่าแอลคนนี้มันโง่มากแค่ไหน 

! 

? 

‘พี่รู้ดีว่าเวลาที่เหลือบนโลกใบนี้ของพี่มันน้อยแค่ไหน ความจริงพี่ควรทำเหมือนพระเอกละครที่แอลชอบดูเป็นประจำ ประมาณว่าขอเลิกแล้วก็จากไปโดยไม่บอกไม่กล่าวเพื่อที่ว่าคนที่เรารักจะได้ไม่เจ็บปวดกับการจากไปของเรา แต่ว่า.. พี่ก็ไม่ทำแบบนั้น พี่คงคิดถึงตัวเองมากเกินไป พี่เลือกที่จะขอแอลแต่งงาน.. แล้วพี่ก็มั่นใจว่าแอลจะต้องตอบตกลง วันนั้นคงเป็นวันที่แอลมีความสุขมากที่สุด แต่แอลก็ไม่รู้เลยว่าความสุขที่พี่มอบให้แอล มันจะมาทำร้ายแอลในอีกสองเดือนข้างหน้า 

 

“พี่เชนท์..” 

แอลเค้นเสียงออกมาอยากยากลำบาก เมื่อนึกถึงเรื่องเก่าๆที่เคยเกิดขึ้นในอดีต 

ภาพที่พี่เชนท์บอกให้เขาลางาน 

ภาพที่พี่เชนท์ลากเขาออกมาจากเปียโนตัวโปรด 

แม้กระทั่งภาพที่พี่เชนท์ไปโรงพยาบาลแล้วบอกว่าแค่รู้สึกไม่สบาย.. 

แต่พี่เชนท์ก็คงคิดไม่ถึงเช่นกัน..ว่าการตายของตัวเองจะจบลงแบบนี้ ไม่ใช่มะเร็งอย่างที่คิด 

 

พี่ไม่รู้ว่าแอลจะโกรธ จะเกลียดที่พี่ไหมที่ทำแบบนี้ แต่พี่ก็อยากจะขอบคุณ.. ขอบคุณที่แอลมอบความรักให้พี่และอยู่ข้างๆพี่เสมอมา แอลรู้ไหมความเห็นแก่ตัวของพี่ยังไม่หมดแค่นั้น แอลคงรู้แล้วว่ารูปใบนี้ไม่ใช่พี่ แต่เป็นรูปของพี่แชมป์เปี้ยน พี่ชายเพียงคนเดียวที่พี่เคยเล่าให้ฟัง เหตุผลที่พี่เอารูปใบนี้มาตั้งไว้นั่นก็เพราะว่า พี่หวังว่านอกจากพี่แล้ว คนที่จะแอลรักก็คือผู้ชายคนนี้ พี่ไม่ห้ามถ้าแอลจะรักคนอื่นหลังจากที่พี่ตาย แต่พี่แค่อยากเป็นคนๆนั้นเป็นพี่แชมป์ เพราะพี่รู้จักพี่ชายคนนี้ของพี่ดีกว่า เขาจะรัก และสามารถดูแลแอลได้ไปจนวันตาย แต่ถ้าแอลเจอคนที่คิดว่าใช่กว่าพี่แชมป์ พี่ก็จะไม่ว่าแต่พี่ขอเพียงอย่างเดียว.. อย่าจมอยู่กับอดีต อย่าปิดใจไม่รักใครเพียงเพราะคนที่ไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้วอย่างพี่ 

 

“...” 

ทำไมหัวใจมันถึงให้ชาหนึบขนาดนี้นะ.. 

บางทีอาจเป็นเพราะว่าพี่เชนท์พยายามผลักไสให้เขาไปรักคนอื่นละมั้ง.. เสียงสะอื้นที่ดังอยู่เบาๆถึงได้หายไป ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า..  แอลไม่ได้โวยวาย ไม่ได้ฟูมฟาย มีแค่สีหน้าและน้ำตาที่ไหลออกไม่มาหยุดเป็นเครื่องบ่งบอกว่าในเวลานี้.. 

หัวใจของแอลมันเจ็บปวดมากแค่ไหน 

“พี่คงรู้สึกยินดีมาก ถ้ามีจะมีใครสักคนมาดูแลแอลแทนพี่..พี่ขอโทษสำหรับทุกอย่างและขอบคุณที่แอลมอบวันเวลาดีๆให้กับพี่.. เด็กน้อยของพี่จะต้องโตเป็นผู้ใหญ่จริงๆสักที แอลจะต้องเข้มแข็งและไม่จมอยู่กับอดีตแต่จงเอาอดีตไว้เป็นบทเรียนและเก็บมันไว้เป็นความทรงจำดีๆ เหมือนกับเนื้อเพลงท่อนหนึ่งที่พี่ตั้งใจจะเขียนให้แอลและพี่หวังว่าแอลจะเอามันไปใส่ไว้ในเพลงใดเพลงหนึ่งของแอลนะ.. 

 

ให้เป็นความคิดถึง แม้นานเท่าไหร่ 

เธอจะอยู่ในใจ เป็นเรื่องจริงในความทรงจำ 

 

พี่ยังรักแอลเสมอ แอลอาจจะมองไม่เห็นพี่ นั่นก็เพราะว่าพี่อยู่ในใจของแอล.. ไม่ได้หายหรือตายจากไปไหน 

ด้วยรักและคิดถึง.. พี่เชนท์ 

 

“พี่เชนท์..ฮึก” 

มือเล็กยกขึ้นมาปิดปากตัวเองแน่น แต่ก็ไม่อาจกลั้นเสียงสะอื้อได้ น้ำตาที่เคยคิดว่าเหือดแห้งไปหมดแล้วกลับยังคงไหลออกมาได้อีกราวกับไม่มีวันหมดปราบใดที่ความเสียใจยังไม่จางหาย 

ภาพในความฝัน ภาพในความจริง ภาพในอดีต..แต่ไม่มีภาพในอนาคต 

แอลไม่สามารถจินตนาการมันได้อีกต่อไปเมื่อไม่มีคนที่เคยสัญญาว่าจะรักและจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป หรือว่านั่นก็เป็นเพียงความฝัน? สองวันที่นอนอยู่โรงพยาบาล หรือว่าความจริง.. สองเดือนที่อยู่ในบ้านหลังนี้ 

“พี่เชนท์..” 

แอลหวัง..ว่าจะได้ยินเสียงที่คุ้นเคยตอบกลับมา แต่สุดท้ายก็ได้ยินเพียงความเงียบงัน ในห้องนี้ยังคงมีเพียงแอล.. เหลือแค่แอล.. ตัวคนเดียว 

“นาฬิกาของแอลมันหยุดเดินไปตั้งนานแล้ว.. ตั้งแต่วันที่ชีวิตแอลไม่มีพี่” 

_______________ 

____________ 

____________ 

____________ 

Black 

Santa'Clause 

:ตอนหน้าจบบบบบบบ คู่นี้กินมาม่าทั้งเรื่องเลย ฮ่าๆๆ 

ความคิดเห็น