ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Hate Suekrob :: Episode.22 {200%}

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.6k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ธ.ค. 2558 09:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Hate Suekrob :: Episode.22 {200%}
แบบอักษร

 

เครดิตภาพ tumblr , weheartit , pinterest , flickr

เครดิตเพลง youtube เนื้อเพลง aelitaxtranslate


 

  Song :: Call Me - Shinedown

 

 EPISODE 22

You make everything, I miss everything. Part.1

นายทำทุกๆ อย่าง, ฉันพลาดทุกๆ อย่าง 1

 

 

 

โกหกใช่มั้ย...

จะไม่เดินไปหรอก ไม่ได้จมจริงแน่ ไม่ไว้ใจเลย แล้วมันก็ไม่จำเป็นที่ฉันจะต้องห่วงเขา...

ฉันคิดในใจโดยยืนมองเขาอยู่ตรงนี้ พยายามทำใจให้สงบ จนมันชักนานเกิน และร่างของศึกรบก็จมลงเรื่อยๆ ไม่มีฟองอากาศขึ้นมาด้วย เหมือนจริงมาก... เหมือนเขาหายใจไม่ออกจน... ไม่หายใจงั้นเหรอ

ระ เรื่องจริงงั้นเหรอ...

“ศึกรบ!!

ฉันเบิกตาโพลง รู้สึกร้อนตรงขอบตาขึ้นมา วิ่งไปตรงสระน้ำแล้วนั่งลง รู้เลยว่าหน้าตัวเองต้องซีดมากแน่ๆ ศึกรบจมลงไปตรงริมสระพอดี เมื่อฉันขาฉันสัมผัสกับน้ำเย็นๆ และเอื้อมมือลงไปด้านล่าง

ฟุ่บ!!

จังหวะเดียวกับที่ฉันค้อมตัวลงไป ไอ้คนที่จมน้ำอยู่ก็พุ่งตัวขึ้นมาในทันที เหมือนเขาดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนน้ำกระเซ็นโดนฉัน

จุ๊บ...

ริมฝีปากบางรูปกระจับที่เปียกชื้นของศึกรบสัมผัสกับริมฝีปากฉันเพียงเสี้ยววินาที จากนั้นเขาก็ดำลงไปใหม่

“อะ...” ฉันพูดไม่ออก รีบเด้งตัวขึ้น

จุ๊บ!

แต่วินาทีต่อมาหมอนี่ก็พุ่งตัวขึ้นมาจูบฉันอีก ไม่สิ... ครั้งนี้เขางับริมฝีปากล่างของฉันเบาๆ ด้วย

"เหมือนมั้ย” ศึกรบใช้มือเปียกๆ กอดรอบเอวฉันไว้หลังจากผละออก ก่อนจะสะบัดหัวจนน้ำกระเซ็นเต็มไปหมด

"...!!" ฉันทำหน้าไม่ถูก เมื่อกี้นี้มัน... หลอกฉันอีกแล้วเหรอ

"เมื่อกี้ฉันเหมือนโลมารึเปล่า"

"..."

"ชอบโลมา อยากทดลองเป็นโลมา เมื่อกี้น่ารักมั้ย" พูดจบเอาหัวเปียกๆ มาไสหน้าท้องฉัน ขณะที่ฉันแทบหมดแรงและรู้ตัวว่าใจหายเก้อ

เมื่อกี้ตอนเขาจมลงไป วูบหนึ่งฉันกลัวว่าเขาจะเป็นอะไรไปจริงๆ

แต่หมอนี่ทำเหมือนเป็นเรื่องเล่นๆ เอาความรู้สึกฉันมาล้อเล่น... แกล้งจมน้ำแล้วแอบจูบ ยังจะมาถามว่าเหมือนโลมามั้ยอีก

ฉันผลักหัวศึกรบออก ทั้งเจ็บใจและตกใจจนน้ำตาแทบไหล

เพี๊ยะ!!!

ฉันตวัดมือตบในทันที นึกอยากให้มันแรงกว่านี้ แต่ฉันตกใจผนวกกับรู้ตัวดีว่าทำอะไรเขาไม่เคยได้ ถึงได้กลั้นใจลุกขึ้น

“ถ้าอยากเป็น นายก็ลงไปอยู่ในน้ำซะสิ” ฉันหันหลังให้พร้อมเดินเช็ดน้ำตาไปทางอื่น ปวดขา ปวดตัว ปวดหัว ปวดไปหมด เจ็บใจด้วย

โง่... โง่จริงๆ โง่ซ้ำโง่ซาก เมื่อกี้ฉันเป็นห่วงตัวอะไร โลมางั้นเหรอ

“นิสัยเสีย เธอตบโลมาได้ไง” เสียงศึกรบดังขึ้นจากด้านหลัง มือเปียกๆ คว้าต้นแขนฉันไว้

“ปล่อย” ฉันพยายามดึงแขนออก นึกอยากเกลียดเขาให้ได้จริงๆ สักที

แล้วพอเขาไม่ปล่อยฉันก็ดิ้นมันอยู่อย่างนั้น วูบหนึ่งที่ฉันเห็นว่าข้างแก้มของศึกรบแดงเป็นปื้นเล็กน้อย คิดว่าคงเจ็บ แต่ดูสีหน้าเขาไม่ได้สำนึกอะไรเลย

“จะไปไหน” ศึกรบก้มลงไล่ตามใบหน้าฉัน เขาจ้องใต้ขอบตาฉันที่มีน้ำตาอยู่แล้วกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ “เจอแค่นี้ถึงกับต้องร้องเลย?”

“...” ฉันเม้มปาก ไม่อยากจะพูดอะไรสักอย่างแล้ว

“ขี้แย บ่อน้ำตาตื้น ไม่ได้เรื่องสักอย่าง” หลอกฉัน ด่าฉัน ยิ้มตอนเห็นฉันน้ำตาไหล... แล้วนี่ยังอุ้มฉันเดินไปนั่งริมสระนั่งแล้วดึงฉันให้นั่งตักอีก

“ไม่อยากนั่ง” ฉันหยิกแขนศึกรบเมื่อเขานั่งหันข้างและดึงขาฉันให้ลงไปแช่น้ำ ร่างถูกแขนเปียกๆ กอดไว้จนไปไหนไม่ได้ “จะกลับบ้าน”

“ใส่เสื้อตัวเดียวจะไปไหนรอด วินมอไซค์ลากไปปล้ำแล้วจะรู้สึก”

ไม่ใช่แค่พูด แต่เขายังเอียงตัวไปทางด้านข้างแล้วพยายามจะมองลอดเข้ามาในเสื้อตัวใหญ่ที่ฉันส่วมอยู่ นั่นทำให้ฉันเอามือข้างหนึ่งวางทาบกับชายเสื้อที่ปิดต้นขาไว้

“ฉันจะเปลี่ยนชุดกลับบ้าน” ฉันตีขากับน้ำเพราะทำอะไรไม่ได้ ยกมืออีกข้างขึ้นปาดคราบน้ำตาออก

“ไหวเหรอ” ศึกรบพยายามจะหอมแก้มฉันให้ได้ ไม่ได้สนเลยว่าฉันทำหน้าแบบไหน

“ไหว” ฉันรีบเอามือดันหน้าเขา รู้สึกเลยว่ามีสองมือมันไม่พอให้สู้กับเขา “ไม่ ไม่ให้หอม”

“ถามอีกที จะไปไหน” เขาเปลี่ยนเป็นกอดเอวฉันไว้ด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกข้างก็ล็อกคอฉันให้หันไปมองหน้า

“บอกว่าจะกลับบ้าน” พอฉันเผลอเขาก็กดริมฝีปากลงกับสันจมูกฉัน นั่นทำให้ต้องกลืนน้ำลายลงคอเพราะน้ำที่เกาะอยู่บนใบหน้าศึกรบหยดลงบนแก้มฉัน “นะ... นี่”

“กลับไปกับใคร หืม?” เขาเลิกคิ้ว เหมือนเขาแค่ถามไปอย่างนั้น ไม่จำเป็นต้องตอบก็ได้

“กลับคนเดียว” เสียงฉันห้วนสุดๆ ตอนที่ทุบมือของศึกรบ ขณะที่ศึกรบจ้องฉันตาไม่กะพริบ สายตาเขาไล่ไปตามกรอบหน้าฉันจนต้องพูดอีกรอบ “ฉันจะกลับบ้าน ปล่อยด้วย”

แล้วเขาก็มองริมฝีปากที่เรียบตึงของฉัน...

“ทีนี้งานยากละ ลำบากด้วย” ศึกรบใช้มือข้างหนึ่งวางไว้กับขาอ่อนฉัน

“...” ฉันเม้มปากมองเขา เพราะดิ้นไม่หลุดถึงได้กำมือแน่น ยิ่งร่างเราเบียดกัน ฉันก็เปียกตามไปด้วย ต่อจากนั้นเสียงของศึกรบก็ดังขึ้น

“พอเธอกลับบ้าน หลังคามันก็อยู่ข้างล่าง พื้นก็อยู่ข้างบน”

“...” ไม่ใช่กลับบ้านแบบนั้น ฉันเถียงในใจเมื่อหมอนี่แกล้งโง่กับฉัน

“ที่นงที่นอน ตู้ โต๊ะ หม้อ ไห กะละมัง คว่ำฉิบหายหมด” แต่เขาก็ยังพูดต่อ

“...” ไม่ขำนะ... ฉันบอกตัวเอง

“นึกภาพได้มั้ย กลับตาลปัตรไปหมด วุ่นวายตายห่า”

เขาพูดเสียงเรียบ และพลิกมือคว่ำๆ หงายๆ ให้ฉันดูเป็นตัวอย่าง เมื่อเผลอหันไปมอง... เขาก็เลิกคิ้วด้วยสีหน้าประมาณว่า กูพูดจริงนะมึง’ มาให้

“ฮ่าๆ” มันทำให้ฉันยกมือขึ้นปิดหน้าแล้วขำออกมา รู้สึกเหมือนเป็นคนบ้ายังไงไม่รู้... ก็ใครใช้ให้ศึกรบพูดคนละเรื่องกับฉัน แถมยังอธิบายอีก

เขาเห็นฉันเป็นเด็กหรือไง เด็กที่เวลาโกรธแล้วต้องหลอกล่อด้วยเรื่องตลกถึงจะขำน่ะ

นี่มันน่าอายชะมัด...

แต่ศึกรบก็ดึงมือฉันออกจากใบหน้า ฉันพยายามกัดริมฝีปากเพราะรู้ว่าสามารถหลุดขำได้ตลอดเวลา สายตาเห็นว่ามุมปากของศึกรบยกขึ้นตอนที่มองหน้ากัน

มันยกขึ้นแค่นิดเดียว ถ้ามองผ่านๆ คงไม่สังเกตเห็น... จนได้ยินเสียงเขาพูดอีกรอบ

“ถ้าเธอกลับบ้านคนเดียวฉันจะอยู่ยังไง มันอยู่ยาก”

“นายก็อยู่ได้” ฉันพูดเบามาก จากที่ขำๆ อยู่ ตอนนี้มันร้อนไปทั้งหน้า

“ปล่อยเธอไปคนเดียว เดี๋ยวก็หายหัว ขี้เกียจตามหา” ศึกรบพูดและเริ่มไต่นิ้วจากขาอ่อนเข้ามาในเสื้อฉัน “หาเจอช้า ฉันจะหงุดหงิด”

“...” ฉันจับข้อมือเขาไว้

“เข้าใจมั้ย”

เขาถามเมื่อขยับเข้ามาจนชิด ใบหน้าของเขาเอียงไปทางด้านขวาเล็กน้อย ริมฝีปากเราเกือบจะสัมผัสกัน ขณะที่ฉันได้แต่บอกตัวเองในใจว่าต้องทำอะไรสักอย่าง

ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เมื่อมองริมฝีปากของศึกรบจนเผลอพูดอะไรแปลกๆ ออกไป

“ศึกรบ ทำไมก่อนหน้านั้นเราถึงเลิกกัน เพราะฉันไปทำแท้งเหรอ หรือเพราะว่านายมีลูกโซ่...”

เสียงฉันหายไปเมื่อศึกรบสลับเอียงใบหน้าไปทางด้านซ้าย ริมฝีปากของเขากดจูบปิดปาก แรงขยี้หนักๆ คล้ายจะลงโทษจนลิ้นชาทำให้รู้ว่าเขาไม่อยากได้ยินเรื่องนี้ กระทั่งเขาถอนริมฝีปากออก 

“ถ้าจำไม่ได้ก็ช่างอดีตมัน ไม่ต้องถามมาก เธอไม่อยากรู้หรอก”

และบางที... ฉันก็มีความคิดบ้าๆ ว่าเริ่มอยากจะจำให้ได้ขึ้นมาว่าระหว่างเรา...

ก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่

 

 

 

ศึกรบบอกว่าจะไปเอาชุดมาให้ เขาบอกด้วยว่าเพชรอยู่โรงพยาบาล แต่ไม่ให้ฉันโทรไปหา เอามือถือไปจนหมด แล้วก็ล็อกห้องขังฉันไว้

ฉันมองรอยสักสีแดงตรงกลางอกที่ปิดรอยแผลเป็นเล็กๆ อยู่ มองรอยจูบที่มีเต็มไปหมด ก่อนจะหลุบตามองรอยเขียนแบบใหม่ตรงท้องน้อยของตัวเอง รู้ตัวว่าโดนหลอกเข้าแล้ว ครั้งนั้น... คิดว่าช่างสักที่เป็นเพื่อนกับศึกรบสักให้ซะอีก ตอนแรกมันเป็นภาษาอังกฤษ แต่ตอนอาบน้ำฉันเห็นเต็มตาว่ามันถูกเปลี่ยนเป็นภาษาไทยว่า...

ของศึกรบ

ลบด้วยน้ำไม่ออก... จนฉันออกมานอกห้องแล้วเห็นว่ามีหมึกชนิดหนึ่งวางอยู่ มันถูกเขียนกำกับไว้ว่า Henna[1]

ไอ้นี่เองหรอกเหรอที่ศึกรบใช้หลอกฉัน ไม่เข้าใจ...

ฉันเม้มปากและหาเสื้อกับบ็อกเซอร์ของศึกรบมาใส่ ก่อนหน้านี้ฉันกินยาคุมที่เขาให้ ฉันกินข้าวที่เขาทำ แล้วตอนนี้ก็กำลังจะอ่านหนังสือสอบ

อ่านไปหลับไปตลอด... เลยว่าจะไปล้างหน้าอีกรอบ แต่เหมือนไม่ค่อยได้พัก ฉันถึงหน้ามืดจนต้องควานมือไปข้างหน้า

แกร๊ก!

“เผลอเป็นหลับ ขยับเป็นล้ม อีกหน่อยก็คงเป็นบ้า” แต่ศึกรบที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาก็ยื่นมือมากอดไว้พอดี

“ฉันบอกตอนไหนว่าหลับ” ฉันสะดุ้งนิดหน่อยก่อนจะตอบไป ดันตัวออก แต่มือหมอนี่เหมือนหนวดปลาหมึกชะมัด

“สีหน้าเธอมันฟ้อง” ศึกรบตอบอย่างขอไปที เขาโยนกระเป๋ากับชุดของฉันไว้ที่เตียงแล้วเหลือบตามองจานข้าวตรงโต๊ะข้างเตียง “ทำไมไม่กินข้าว”

“กินแล้ว” ฉันเบนสายตาลงต่ำ รู้สึกเหมือนโดนกอดพร่ำเพรื่อยังไงก็ไม่รู้ นี่ฉันอยู่ในจุดที่ยอมให้เขาแตะตรงไหนก็ได้ตามใจชอบตั้งแต่ตอนไหน

“กินใหม่” เขาผลักฉันไปทางด้านหลังจนนั่งลงที่เตียงเหมือนเดิม ก่อนจะหยิบจานข้าวที่พร่องไปนิดหน่อยมาใส่มือฉัน

“ไม่อยากกินแล้ว” ฉันมองจานข้าว และยังรู้สึกง่วงมากอยู่ดี

“ทำไมไม่อยากกิน” ศึกรบหลุบตามองฉัน จ้องด้วยสีหน้าบึ้งตึง “ไม่อร่อยใช่มั้ย”

“ฉันอิ่ม” หมอนี่ตักข้าวให้เยอะเกินไปต่างหาก มันเลยเหลือเยอะ

 

“อืม ไม่เป็นไร” เขากระชากจานข้าวคืน ก่อนจะนั่งลงที่พื้นแล้วกินเองโดยไม่มองฉัน ขณะที่ฉันยังมองเขาและนึกอยากจะพูดอะไรออกไป แต่เขาก็เงยหน้าขึ้นมามองค้อนพร้อมอมข้าวไว้ข้างกระพุ้งแก้ม “กินเองก็ได้ ไม่ต้องมาง้อ”

แล้วเขาก็ไม่สนใจฉันอีก ทำเหมือนฉันผิดด้วย จนข้าวหมด ฉันถึงเพิ่งรู้ตัวว่าหยิบแก้วมารินน้ำส่งให้เขาไปแล้ว

“ไม่ต้องมาเอาใจใส่!” เขารับไปแล้วดื่มจนหมด และยื่นมาอีก “รินมาอีก...”

“ครึ่งแก้ว ฉันรู้นานแล้ว ไม่ต้องสั่ง” จำได้ว่าศึกรบกินน้ำแก้วครึ่งทุกครั้ง

หลังจากนั้นศึกรบก็เงยหน้าขึ้นมองฉัน เขากำแก้วน้ำไว้ก่อนจะลุกพรวดเข้าห้องน้ำไปโดยไม่พูดอะไร ส่วนฉัน...

รู้เรื่องพวกนี้ได้ไง นี่มันเป็นครั้งแรกที่ศึกรบกินข้าวต่อหน้าฉันนะ

ฉันสลัดเรื่องแปลกๆ ทิ้ง ก่อนจะหยิบชุดมาถือไว้ คือมันมีหลายเรื่องอยากจะต่อว่าเขา... แต่ไม่รู้จะพูดให้ได้อะไรขึ้นมา ผ่านไปพักใหญ่ศึกรบถึงเดินถอดเสื้อออกมาจากห้องน้ำ

“จะไปไหน” เขาคว้าไว้ รู้เลยว่าหมอนี่เพิ่งอาบน้ำใหม่อีกรอบและอารมณ์ดีขึ้นด้วย

“เปลี่ยนชุดไปสอบ... นี่ ศึกรบ!” ฉันถูกผลักลงไปนอนที่เตียงจนชุดหลุดมือ

“นี่มันยังไม่ถึงเวลา จะรีบไปไหนนักหนา” ศึกรบโถมตัวขึ้นมา ไม่ได้คร่อมเต็มรูปแบบ แต่ใช้มือวางทาบไว้ระหว่างลำตัวฉันแทน

“อย่าคร่อม” ฉันยกมือกอดอกเพราะไม่ได้ใส่บรา เบี่ยงหน้าไปทางอื่นเนื่องจากหายใจติดขัดขึ้นมา “เข้ามาใกล้ทำไม”

“กินข้าวอิ่มแล้ว อยากกินของหวาน”

“ไปซื้อสิ” ฉันพูดเบามาก นึกไม่ออกว่าทำสีหน้าแบบไหนอยู่ จนกระทั่งศึกรบเอาหูฟังที่ต่อกับเครื่องอะไรสักอย่างมาใส่ที่หูข้างหนึ่งของฉัน “อะไร...”

ศึกรบใช้อุ้งมือจับใบหน้าฉันให้หันไปสบตาเขา หูฟังอีกข้างใส่อยู่ที่หูเขา ก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไรต่อ เสียงบุคคลที่สามก็ดังขึ้น

[นี่มันหมายความว่ายังไงยีสต์ นายต่อยแฟนฉันได้ยังไง!!] เสียงมายา...

[อะไรของเธอวะ ตามมาถึงนี่เพราะเรื่องแค่นี้เหรอ ไม่เห็นหรือไงว่าฉันแม่งก็น่วมไปทั้งตัวเธอไม่รู้หรอกว่าเมื่อคืนไอ้เด็กเรย์เพื่อนไอ้ศึกรบมันซ้อมฉัน!] ส่วนนี่เสียงยีสต์

“นี่มัน... นายให้เรย์ซ้อมยีสต์ทำไม” ฉันขมวดคิ้ว จับมือศึกรบที่กำลังจะสอดเข้ามาในเสื้อไว้

“ฟังไปเงียบๆ” เขากระตุกยิ้มชั่วร้ายมาให้ทั้งที่เริ่มคร่อมฉันไว้ ช่วงขาฉันสั่นเล็กๆ เมื่อถูกบังคับให้เกร็งรองรับลำตัวเขา แต่...

[โดนแค่นี้ยังน้อยไปยีสต์ นายหักหลังฉัน นายทำร้ายคนของฉัน!]

[เธอต่างหากที่หักหลังฉันมายา ทุกอย่างแม่งเกือบจะไปได้ด้วยดีแล้ว แต่เธอดันให้ผัวตัวเองไปฉุดลูกพีช ทำเพื่อ? ไหนเราตกลงกันแล้วไงถ้าแผนสำเร็จ เธอเอาไอ้รบ ส่วนฉันเอาลูกพีช]

[ฉัน...]

[เธอแม่งทำแรดจนพังฉันอุตส่าห์ทำให้พวกมันเข้าใจผิดกันได้ ควายรู้งี้ทำเองคนเดียวดีกว่า!]

[มันจะมากไปแล้วนะ ทำมาพูดดี ถ้าไม่ได้แผนของฉันที่หลอกใช้ไลน์กับเบอร์อีลูกพีชไปจ้างคนมาทำร้ายไอ้เพชร นายก็เอาอีพีชไม่ได้หรอก]

[เออ ถ้าไม่ได้แผนที่ฉันคอยใส่ร้ายไอ้รบ เอามีดไปจี้ท้องยัยลูกโซ่ให้พูดว่ารักไอ้รบให้ลูกพีชฟัง แผนเธอมันก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน แล้วตอนนี้ไอ้รบได้ตัวลูกพีชไปแล้ว!]

ยีสต์กับมายาทำให้ฉันชาไปทั้งตัว ไม่รู้ว่าศึกรบทำวิธีไหนถึงได้เอาคลิปเสียงพวกนี้มาได้ มายาคือเบื้องหลังคนที่ทำร้ายเพชร ยีสต์ก็ด้วย ทุกอย่างที่ได้ยินทำให้นึกถึงช่วงแรกๆ ที่ศึกรบเคยพูด

'เคยได้ยินประโยคนี้มั้ย คนที่ไว้ใจสุดท้ายร้ายที่สุด'

ศึกรบเคยเตือนฉันแล้ว ทั้งเรื่องยีสต์ เพชร มายา ตอนนั้นฉันพยายามเกลียดเขา ถึงไม่เคยเชื่อสักครั้ง

แต่...

“ศะ... ศึกรบ อย่า...”

ฉันดันศึกรบไว้เมื่อเขาซุกลงแถวๆ ต้นคอ เริ่มจะฟังเสียงจากหูฟังไม่รู้เรื่อง หูตาฉันลาย ในหัวมีหลายอารมณ์ กระทั่งศึกรบใช้ฟันงับเสื้อฉันแล้วเลิกขึ้น

“ลูกพีช เธอกินยาคุมแล้วใช่มั้ย?”

“ไม่” ฉันปฏิเสธ ใช้มือดึงเสื้อลง แต่ก็ถูกเขาคว้าไว้จนต้องเกร็งตัวสู้ “ฉันยังไม่ได้กิน”

[ว่าไงนะ ลูกโซ่คือใคร ใครรักใคร พูดอะไรน่ะยีสต์ แล้วทำไมศึกรบถึงได้ตัวอีลูกพีชไป เพราะความโง่ของนายใช่มั้ย!!] เสียงมายากับยีสต์ในหูฟังยังดังอยู่

ตาฉันค้างอยู่กับดวงตาของศึกรบในตอนที่เขาใช้มืออีกข้างเอื้อมไปตรงหัวเตียง หยิบเอาซองยาคุมที่แกะกินแล้วมาวางไว้ตรงกลางอกฉัน

“สงสัยต้องปรับทัศนคติใหม่สักหน่อย”

 “ปะ... ปรับอะไร ปรับทำไม” ฉันงอตัวทันทีที่รู้ว่าศึกรบเลิกเสื้อขึ้นมาถึงต้นคอ ไม่น่าเอาซองที่กินแล้วไปวางไว้ตรงหัวเตียงเลย “ฉัน...”

“...” เย็นวาบไปทั้งตัว... เมื่อเขาเหลือบตาขึ้นมองและใช้ริมฝีปากขบกับผิวใต้อกฉัน พร้อมเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่าจะพูดอะไร

“ฉันจะฟัง” ช่วงอกฉันชาวูบเมื่อศึกรบไล้ริมฝีปากไปทั่ว “ไม่... ฉันฟังไม่รู้เรื่อง จะทำอะไร”

“ฆ่าเวลา... ระหว่างรอเธอฟัง” ศึกรบพูดพร้อมวนเวียนจูบฉัน ฝ่ามือหนาสอดเข้ามารั้งแผ่นหลังที่เปลือยเปล่าของฉันไว้

“มะ... ไม่” ฉันพูดติดอ่าง นึกถึงอาการที่หูตาฝ้าฟางโดยไม่รู้สาเหตุ ริมฝีปากฉันเผยอขึ้นเมื่อศึกรบใช้ข้อนิ้วเกลี่ยไปตามขอบบ็อกเซอร์

[เพราะความเสือกของเธอมากกว่าว่ะมายา ออกไป จะไปไหนก็ไป อย่าให้ลงไม้ลงมือ!]

[นายกล้าทำฉันเหรอยีสต์ คอยดูเถอะ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าศึกรบจะชอบอีลูกพีชจริงๆ เขาไม่มีทางเอามันแน่มายาเถียงกับยีสต์ในหูฟังยังดังไม่หยุด [อย่างมากก็แค่ฟันแล้วทิ้ง!]

ฉันแทบฟังสิ่งที่สองคนนั้นตะคอกใส่กันไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ด้วยพวกเขาคุยกันที่ไหน แต่มันทำให้หัวใจฉันเต้นระทึกไปหมด

พวกนี้หลอกฉัน... แล้วศึกรบก็ยัง...

[หึ ไสหัวไปได้แล้วมายา แล้วอย่าให้รู้นะว่าไปทำร้ายลูกพีชอีก]

[ทำไมทุกคนจะต้องรักมัน ทำไมผู้ชายทุกคนต้องชอบมัน!!!]

[อย่ามาขวางทาง ไสหัวไป!!!]

หลังจากนั้นเสียงเหมือนคนทำร้ายร่างกายกันก็ดังขึ้น ดูเหมือนยีสต์กับมายาจะทำร้ายกันเอง แต่ทุกเสียงก็หายไปเมื่อศึกรบถอดเสื้อฉันออกจนหูฟังหลุด

ทำอะไรสักอย่างสิ นี่มันเหมือนยอมให้ทำอะไรก็ได้เลยไม่ใช่เหรอ

“อย่าทำ...” ฉันหรี่ตา ฝ่ามือที่ถูกกดไว้กับเตียงกำลังสั่น มองเห็นว่ามือถือของเราสองคนอยู่ในกระเป๋ากางเกงของศึกรบที่ถูกถอดอยู่ข้างตัวเราสองคน “มือถือ...”

ถอดเมื่อไหร่...

“จะเอาไปทำไม” ฝ่ามือของศึกรบบีบขยำไปตามร่างกายฉัน ไม่แรงมาก... แต่ก็ไม่ได้เบาเท่าไหร่

“เรื่องที่ฟัง... จะ... จะบอกเฮียเพชร”

“พูดชื่อคนอื่นตอนนี้ เธออยากร้องไห้อีกก็บอก” พูดจบเขาก็เคลื่อนริมฝีปากขึ้นมาจะจูบฉัน

“ไม่อยาก” ฉันหายใจแรงมากจนช่วงอกกระเพื่อม ตาลายเมื่อศึกรบขบริมฝีปากลงกับซอกคอ เขาปล่อยมือฉันก่อนจะดึงทุกอย่างออกไป “ไม่ให้ทำ จะไปสอบแล้ว”

“เดี๋ยวค่อยไป” เสียงเขางึมงำตรงข้างหู นะ... นี่มันอะไรกัน

“ศึกรบ ฉัน...” ความอายฉาบอยู่บนใบหน้าฉันเมื่อเห็นว่าร่างกายของเราแทบจะไม่เหลือเสื้อผ้าสักชิ้น “ไม่อยากเจ็บ ฉัน...”

“ไม่เจ็บ” เขาเกร็งริมฝีปากงับผิวที่ต้นคอจนสะดุ้ง พยายามจะหันหลังให้เพื่อหนีการรุกราน

“เจ็บ...” ฉันเถียงทันทีที่ถูกริมฝีปากหยักบางไล้ไปตามแผ่นหลัง ลมหายใจของศึกรบไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงท้ายทอย “มันนาน สอบ...”

สมองฉันไม่มีเวลาคิดแล้วว่าเขาจะทำอะไรต่อ

“ไม่นาน ทันสอบแน่” ศึกรบกระซิบที่ใบหูเมื่อทาบแผ่นอกชิดกับแผ่นหลังฉัน หัวใจฉันสะท้านเมื่อพยายามขยับเข่าหนีเขาไปทางด้านหน้า แต่ก็โดนฝ่ามือหนารั้งเอวไว้

“ไม่ใช่ตอนนี้ ศะ... ศึกรบ!

“...”

“อื้อ!!

หลังจากนั้น... ฉันรีบซุกหน้าลงและกรีดร้องใส่หมอนสุดเสียงเมื่อความต้องการดิบเถื่อนสะท้อนไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย หัวฉันหมุนทันทีที่พบกับความสั่นไหวภายใต้การควบคุมที่รุนแรงจนต้องหอบหายใจออกมา ใบหน้าฉันที่เสียดสีอยู่กับหมอนถูกศึกรบรั้งขึ้น ฝ่ามือฉันกำผ้าปูที่นอนแน่นเมื่อความบอบช้ำปะทุขึ้นเรื่อยๆ

ฉันยังไม่... ฉันยัง...

“ยอมฉันซะ เสร็จแล้วจะได้ฉลาดขึ้น”

นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายก่อนที่ศึกรบอาละวาดใส่ฉัน...

 

 

 

 

เราเพิ่งสอบเสร็จ แต่ต้องอยู่รออาจารย์ประชุมเรื่องทำโปรเจ็กต์ก่อน

รู้ตัวว่าสอบได้ แต่ก็ปวดหัวปวดตัวเกินกว่าจะคุยกับใคร วันนี้ฉันมาพร้อมศึกรบ ยังไม่ได้คุยกับเขาทั้งที่มีหลายอย่างอยากถาม ฉันรู้ว่าเพชรไม่มีสิทธิ์สอบจากป้ายประกาศหน้าบอร์ด ส่วนมายากับยีสต์... ไม่รู้ว่าหลังจากนั้นเป็นยังไง แต่ขอไม่ยุ่งกับคนพวกนั้นอีกแล้ว

“ไอ้รบ ไม่ไปเดินกับแฟนวะ”

“เออ มึงทำไรลูกพีชรึเปล่า เธอแม่งหน้าซีดทั้งวัน อากาศประเทศไทยก็ไม่ได้หนาว ทำไมช่วงนี้แฟนมึงใส่แต่เสื้อหนาววะ”

“ไม่มีไร กูเพิ่งปรับทัศนคติกับลูกพีชมา”

เสียงศึกรบกับเพื่อนคุยกันดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้ฉันกลั้นใจวิ่งไปทางหอประชุมทันที แต่เมื่อมาถึง ตรงหน้าหอมีบอร์ดติดที่ติดข่าวประชาสัมพันธ์อยู่ มีคนมุงอยู่ตรงนั้น...

“นี่ไงคนในรูป... แฟนศึกรบไม่ใช่เหรอ”

“หน้าตาก็ดี ไม่น่าเลยเนอะ คนแบบนี้ไม่น่าอยู่วิทยาลัยเราด้วยซ้ำ”

“โธ่ มีรูปประจานเป็นหลักฐานขนาดนี้ยังไงก็โดนไล่ออก มาจากต่างประเทศด้วย ถ้าจะมีรูปหลุดขนาดนี้สงสัยต้องเล่นยาด้วยแน่ๆ”

พอมีคนเห็นฉัน เสียงซุบซิบก็ดังขึ้น นักศึกษาจากหลายแผนกหันมามองฉันอย่างดูถูกจนต้องขมวดคิ้ว เมื่อเลื่อนสายตาไปตรงบอร์ด

ตรงนั้นมีรูปของฉันแปะอยู่ รูปตอนที่ฉันยังอยู่ฮ่องกงกับแม่เลี้ยงแล้วมีข่าวว่าฉันขายตัวให้ผู้อำนวยการมหาวิทยาลัย รูปตอนพวกนักศึกษาที่นั่นหาทางลวนลามฉัน โดนกอด โดนรุมทำร้าย รูปตอนฉันโดนยีสต์ดักฉุดในผับ แต่ละรูปเสื้อผ้าฉันหลุดลุ่ยไม่มีชิ้นดี

แคปชั่นของมันคือ นางสาว ภัทรนันท์ ปวส. แผนกอิเล็กทรอนิกส์เป็นผู้หญิงขายตัว คนแบบนี้สมควรอยู่ในวิทยาลัยของเราเหรอ

ฝ่ามือฉันชา หัวใจเต้นกระหน่ำ ความอับอายผุดขึ้นเมื่อทุกสายตามองมา แทบจะน้ำตาไหลเมื่อถอยไปเรื่อยๆ และทุกคนที่ล้อมอยู่ก็ถอยห่างอย่างรังเกียจ

ไม่นานเสียงกระซิบทางด้านหลังก็ดังขึ้น

“คงมีความสุขกับการแย่งของๆ ฉันไปอยู่สินะ ความจริงมันทำให้ตื่นจากฝันกลางวันบ้างมั้ยจ๊ะลูกพีช”

“มายา...” ฉันขยับปากพูดโดยไม่มีเสียง คนที่รู้เรื่องนี้ลึกๆ มีแค่มายา ฉันเคยจับได้ว่ามายารู้จักคนที่ฮ่องกง

แต่ฉันไม่อยากให้ใครเห็น ไม่อยากให้ใครรู้ ไม่อยากนึกถึงเรื่องเลวๆ พวกนั้น ไม่อยากให้ศึกรบรู้

“ถึงศึกรบจะโง่เชื่อว่าเธอไม่ได้ขายตัว... แต่คนอื่นมันจะเชื่อเหรอ? ดูสิ มีใครมองเธอดีๆ บ้าง”

“...”

 

“สังคมที่นี่ไม่ต้องการเธอแล้ว... ที่ไหนก็อยู่ไม่ได้ น่าสมเพชดีนะจ๊ะลูกพีช”

ไม่แปลกที่มายาจะอยู่ที่นี่ เพราะมหาลัยที่เธอเรียนอยู่เป็นเครือเดียวกับวิทยาลัยนี้ ไม่แปลกที่เธอจะทำ เพราะศึกรบอยู่กับฉัน เธอไม่ได้อยากจะแย่งศึกรบอย่างเดียว แต่อยากทำฉันด้วย

แค่รูปเอง ไม่กี่สิบใบคงทำอะไรเราไม่ได้ อย่างมากก็แค่เจ็บใจ... ไม่ถึงตายหรอก

ฉันลดตาลงต่ำ พยายามนึกถึงเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เมื่อก่อนฉันก็ทนได้ ทำไมตอนนี้จะไม่ได้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันเจอแบบนี้ และทุกครั้งฉันจะเงียบเพื่อให้ทุกอย่างจบ ฉันรู้ว่าการร้อนตัวมันไม่ต่างอะไรกับการยอมรับว่าทำจริงทางอ้อม

ฉันเดินไปตรงบอร์ดโดยไม่หันไปพูดกับมายา ดึงรูปเกือบสิบใบออกมาไว้ในกำมือ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับมายาแล้วเดินเข้าไปหาเธออีกรอบ

ระหว่างเดิน มีผู้ชายคนหนึ่งถือไฟแช็กอยู่ ฉันเอื้อมมือไปหยิบมันโดยยังจ้องมายาไว้

ใบหน้าเธอปูดโปนม่วงช้ำมีแต่พลาสเตอร์ปิดแผล ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคงโดนยีสต์ทำร้ายมา เธอน่วมไปทั้งตัว และใช่... เธอน่าสงสาร

แล้วทำไมเธอถึงไม่เคยสงสารฉันบ้าง... ช่างเถอะ ก็โดนเกลียดอยู่นี่

“ขอยืมหน่อยสิ” ไม่ว่าอ่อนแอแค่ไหนจะกลั้นไว้ กลัวแค่ไหนต้องกลั้นไว้ ศึกรบกับเพื่อนกำลังเดินมาทางนี้ ใกล้เข้ามามากขึ้นแล้วด้วย

“จะทำอะไรฉันจ๊ะลูกพีช ฉันไม่ได้ทำนะ แค่ได้กลิ่นคาวๆ เน่าๆ เลยแวะมาดู” มายารู้ว่าที่นี่มีคนเยอะ ถ้าฉันทำอะไรไป ฉันผิด

ศึกรบที่กำลังเดินมาทางนี้เริ่มขมวดคิ้ว เขาเดินเร็วขึ้น... แต่เขาจะไม่มีวันได้เห็นรูปพวกนี้ ฉันไม่สนว่าคนอื่นจะว่ายังไง แต่ศึกรบต้องไม่เห็น

ฉันจะบอกเขาว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่มันต้องไม่ใช่ตอนนี้ เพราะฉันรู้ว่าศึกรบขึ้นง่าย... ถ้าเขาโมโหเมื่อไหร่ ฉันไม่เคยรับมือได้เลยสักครั้ง

พรึบ!

“...” ฉันจุดไฟแช็กแล้วเผามันต่อหน้าทุกคน ยังจำเป็นต้องพูดอะไรอีกไหม ฉันเรียนรู้จากศึกรบตอนช่วงแรกๆ แล้วว่าวิธีลอบกัดไม่ใช่ทางออก

“แก...” มายากัดฟันพูดกับฉัน

“กับเรื่องพวกนี้ เสียเงินไปเท่าไหร่เหรอมายา” ฉันปล่อยรูปที่เริ่มเป็นเถ้าถ่านลงพื้น แล้วพูดต่อ “คงไม่เท่าไหร่หรอก”

ที่จริงได้แต่คิดในใจ ฉันทำผิดอะไรมากมั้ย ฉันเกิดมาเพื่อเจอเรื่องแบบนี้หรือเปล่า

“...” มายาทำท่าเหมือนอยากจะกรี๊ด แต่เธอก็ยิ้มให้ฉันต่อหน้าทุกคน

“ก็มันเงินฉันทั้งนั้น สองปีก็ได้ไปเยอะอยู่หรอก”

“พูดบ้าอะไรน่ะ อย่ามาใส่ความกันสิ ทำไมมายาต้องขอเงินผู้หญิงขายตัวอย่างลูกพีชด้วย” มายาตั้งท่าจะยื่นมือมาแตะไหล่ฉัน

“แทนที่จะมาหาเรื่องฉัน เอาเวลาไปโมหน้าใหม่ไม่ดีกว่าเหรอ” ฉันจ้องหน้ามายาและเบี่ยงตัวหลบ พยายามบอกตัวเองว่าต้องสงบให้มากกว่านี้

ในตอนที่ศึกรบเดินมาถึง รูปทั้งหมดก็ถูกเผาและตกลงบนพื้นแทบเท้าฉันกับมายา คนอื่นที่มุงอยู่รอบๆ ก็เงียบด้วย

“เผาอะไร”

ศึกรบถามฉันเมื่อยืนอยู่ฝั่งเดียวกับมายา ขณะที่เซินและเพื่อนคนอื่นๆ เดินมาหาฉัน

“ศึกรบ... เห็นสภาพมายามั้ยคะ” มายาหันไปพูดกับศึกรบด้วยเสียงออดอ้อนทันที “ไม่รู้หรอกนะว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้น มายารู้นะว่าศึกรบอยู่กับลูกพีช แต่ก่อนที่ลูกพีชจะไปหาศึกรบน่ะ... เธอมาหามายาแล้วก็ทำร้ายจนเป็นแบบนี้เลยนะ”

ยัยนี่ไม่รู้ว่าศึกรบรู้ทุกอย่างแล้วถึงได้พูดออกไป ขณะที่ฉันเม้มปาก เซินที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็เอื้อมมือมาแตะไหล่ฉัน

“ไม่ต้องกลัวลูกพีช ถ้าไอ้รบอยู่ข้างใคร คนนั้นก็ชนะไปแล้ว 99%” เขากระซิบกับฉัน ก่อนจะเดินเข้าไปหานักศึกษาคนหนึ่งเพื่อถามเรื่อง

“แฟนฉันทำเธอเหรอมายา” ศึกรบหลุบตาลงมองมายา ก่อนจะหันมามองฉัน เขาดูเหมือนยังไม่เข้าใจอะไรเท่าไหร่ แต่กลับเล่นไปตามน้ำซะอย่างนั้น “ทำไมแฟนฉันถึงโง่ ไม่ยอมฟาดปากเธอด้วย หืม?”

“เอาแล้วไง เอาแล้ว...” เสียงคนอื่นดังขึ้น ในขณะที่ศึกรบยังมองฉันอยู่ ไม่นานเขาก็พูดเหมือนอยากจะให้เราไปจากตรงนี้

“มีอะไรจะพูดกับเพื่อนเธออีกมั้ยลูกพีช”

“...” ฉันส่ายหน้าให้ และบางที... หัวใจมันก็เต้นกระหน่ำเมื่อนึกเข้าข้างตัวเองว่าศึกรบอาจจะกำลังปกป้องฉันอยู่

“ดี พวกคนพาลสันดานชั่ว อย่าลดตัวลงไปคุยด้วยให้มันมาก”

ศึกรบพูดกับฉัน แต่ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินมากระซิบอะไรบางอย่างกับเขาพร้อมทั้งยัดรูปอีกสองใบใส่มือศึกรบ ในตอนนั้นเองที่ศึกรบดูรูปแล้วตวัดสายตาขึ้นมองฉัน ดวงตาเขาค่อยๆ แข็งกร้าวขึ้น

เก็บมาไม่หมดงั้นเหรอ... เขาเห็นแล้วงั้นเหรอ

เมื่อศึกรบมองมาด้วยสายตากดต่ำและถอนหายใจออกมา มายาก็ยกยิ้มเหมือนกับว่าชัยชนะเป็นของเธอ

“มายาพยายามจะบอกศึกรบแล้วนะว่าเธอเคยขายตัวน่ะ” มายายิ้มพร้อมทั้งกอดแขนศึกรบ “กลับมาหามายาได้นะคะ”

“เออ ใช่ เหมือนส่วนใหญ่จะเป็นรูปตอนที่ยัยนี่อยู่ต่างประเทศอ่ะ มึงกำลังโดนหลอกนะไอ้รบ”

“แต่เธอแม่งเผารูปไปเยอะเลยว่ะ บอกอาจารย์เหอะ ให้มาจัดการไล่ออกไปเลย”

“ไอ้รบ ปกติมึงไม่ใช่คนโง่นี่หว่า ทำไมต้องเอากะหรี่ทำเมียด้วยวะ”

นักศึกษาพวกนี้อยู่แผนกอื่น ทุกคนดูรักศึกรบและโจมตีฉัน ศึกรบเก็บรูปเข้ากระเป๋ากางเกง เขาตวัดหางตามองคนที่ด่าฉันแรงที่สุด

ผัวะ!!

เขาผลักมายาออกและเหวี่ยงหมัดใส่ผู้ชายคนนั้นด้วยความรุนแรงจนล้มลงไปกับพื้น ฉันมองเห็นความหงุดหงิดของศึกรบ และเห็นว่าเขาหยิบมือถือขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง ก่อนจะพูดกับทุกคนโดยยังไม่มองหน้าฉัน

“พวกมึงดูคลิปที่กูอัพลงกลุ่มของ TK ด้วย” พูดจบศึกรบก็เก็บมือถือเข้ากระเป๋า

TK คือกลุ่มเปิดในเฟสบุ๊คที่มีทั้งนักเรียนมัธยม สายพาณิชย์ ช่าง และนักศึกษามหาวิทยาลัยในเครือเดียวกันอยู่เป็นหมื่นคน

และบางส่วนก็เริ่มหยิบมือถือขึ้นมาดู มายาเองก็ด้วย ในขณะที่ศึกรบเริ่มกระทืบคนที่โดนต่อยจนร่วงเล่น เซินก็เดินมาหาฉันพร้อมส่งมือถือให้ดู

"ไม่จริง นี่ไม่ใช่เรื่องจริงนะ คลิปนี่มันตัดต่อชัดๆ" หูฉันได้ยินเสียงมายาพูดปฏิเสธคลิปของเธอกับยีสต์ ความยาวของคลิปลามไปถึงตอนที่เธอโดนยีสต์ทำร้ายด้วย

“ไอ้รบอัพคลิปแล้ว ที่ไอ้ยีสต์กับมายาคุยกันไง เธอดูยัง” เซินบอกฉัน “ในคลิปไม่มีชื่อเธอกับไอ้รบแน่ มันเซ็นเซอร์ไว้แล้ว”

“ฉัน... ฟังเสียงแล้ว” ฉันเม้มปาก รู้สึกเหมือนเป็นตัวปัญหา คิดว่าคนแบบศึกรบต้องหาโอกาสอาละวาดใส่ฉันแน่

“ส่วนเรื่องของเธอ พวกเรารู้ว่าไม่จริง มีคนเกลียดก็ต้องมีคนชอบ เพื่อนคนอื่นจะช่วยพูดให้ด้วย แต่ถ้าใครยังไม่เชื่อก็ช่างหัวมัน”

"ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจ" ฉันพยักหน้า บอกตัวเองว่านี่มันปกติ สายตามองไปที่ศึกรบ

"โอ๊ย กูขอโทษ กูคะนองปากเอง" ส่วนคนที่โดนศึกรบใช้เป็นที่ระบายก็นอนร้องโอดโอยไม่หยุด นั่นทำให้ศึกรบหยุดการกระทำด้วย และตลอดเวลานั่น... เขามองฉัน

“คนไหนยังข้องใจมาถามกูตัวต่อตัว ถ้าใครไม่รู้แล้วยังเสือกพูด ดูตัวอย่างไว้” ศึกรบเดินข้ามผู้ชายที่โดนต่อยมาคว้าข้อมือฉัน เขาบีบจนแน่นพร้อมกระชากออกไป “ฉันหงุดหงิดเธอ รู้ตัวใช่มั้ย”

“เรามีประชุม” ฉันข่มความเจ็บตรงข้อมือไว้

“ไม่ต้องเข้าแม่งแล้ว ไม่มีอารมณ์” เขาหงุดหงิดมากจริงๆ

"แต่..."

"อย่าพูดมาก เธอไม่อยากให้ฉันเหวี่ยงใส่ต่อหน้าคนอื่นหรอก"

โกรธจริงๆ ด้วย... เรื่องรูปแน่ๆ ใครเห็นก็ต้องโกรธ ถ้าเขาแคร์... แคร์งั้นเหรอ นี่มันไม่ใช่เวลามาดีใจสักหน่อย

“กล้าดียังไงถึงมาทำแบบนี้กับฉัน” เสียงมายาดังไล่หลังมา “อ๋อ... ที่ฉันเลวแบบนี้มันเพราะใครล่ะ ก็เพราะพวกแกสองคนนั่นแหละ”

“...” ศึกรบไม่ได้หันไปมองมายาเลยด้วยซ้ำ เอาแต่กระชากฉันไปทางอื่น

“ก็ได้ ถ้าศึกรบจะชอบของเน่าๆ ก็เชิญไปเอาของเน่าๆ ได้เลย”

“...”

“เหมาะสมกันดีจะตายไป ผู้หญิงก็ร่าน ผู้ชายก็หน้าตัวเมีย!!” มายาตะคอกเสียงดังลั่นอย่างขาดสติ ฉันที่โดนศึกรบกระชากข้อมืออยู่ก็ถึงกับหยุดชะงัก

หน้าตัวเมียงั้นเหรอ... หน้าตัวเมีย...

"ปล่อยฉันศึกรบ"

"..."

“ปล่อย!

ฉันสะบัดมือออกจากศึกรบ จู่ๆ ก็รู้สึกโกรธขึ้นมาถึงได้หันไปมองมายา ตอนนี้พวกนักศึกษาบางส่วนกำลังเบนทิศจากคำอธิบายแล้วเซิน และส่วนที่เหลือกำลังมองมายาด้วยความไม่พอใจ

เพราะทุกคนที่นี่รักศึกรบ แล้วเธอก็กำลังด่าเพื่อนของพวกเขา

ฉันหันไปเห็นเก้าอี้ที่มีโคลงทำมาจากเหล็กตัวหนึ่ง นึกไม่ออกเลยว่าความโกรธจะทำให้เผลอหยิบเก้าอี้ตัวนั้นมาแล้วเดินเข้าไปหามายา

“เฮ้ย พีช... อย่า!

ฉันได้ยินเสียงศึกรบตะโกนขึ้น มายาเห็นฉันให้เริ่มถอยไป สายตาของไทยมุงมองมายาอย่างรังเกียจหลังจากดูคลิปจบ ตอนที่มายากำลังเผยอปากขึ้น...

ผัวะ!!!

“กรี๊ดดดดด...!!!” เสียงกรี๊ดของมายาดังขึ้นตอนที่ฉันเหวี่ยงเก้าอี้ใส่เธอด้วยแรงทั้งหมดที่มี ยัยนี่ล้มลงกับพื้น เธอยกมือขึ้นกุมหางคิ้วที่มีเลือดไหล

"แค่เค้าไม่เอาเธอก็ด่าว่าหน้าตัวเมีย?" แล้วยังไง มายาก็แค่ล้มลงไป ตอนนี้ฉันไม่มีแรงมากพอจะทำให้เธอเจ็บหนักๆ ด้วยซ้ำ "เป็นไรนักหนา ไม่เข้าใจ"

"อยู่เฉยๆ ลูกพีช" ศึกรบตามมาช้อนเอวฉันไว้ให้ออกห่างจากมายา "ฉันไม่ชอบให้เธอทำตัวเป็นนักเลงหัวไม้ เฮ้ย!"

ศึกรบพูดอะไรสักอย่าง แต่ฉันไม่ได้ฟังด้วยซ้ำ มันไม่เข้าหูเพราะฉันมองแต่มายา ส่วนไหนก็ได้ในร่างกายขอให้มันกระแทกเข้าปากเธอสักที

"มาสู้สิ ชอบให้มันเป็นแบบนี้ก็มาสิ"

"พีช!" ศึกรบเรียกฉันด้วยเสียงที่ดังขึ้น

"...ฮึก เลือด... เลือดฉัน" มายามองเลือดเล็กๆ ตรงหางคิ้วและทำเหมือนจะเป็นจะตายให้ได้

“ด่าฉัน... ฉันไม่ว่า แต่อย่ามาด่าคนของฉัน”

ฉันพูดทันทีที่แรงตะปบจากฝ่ามือศึกรบกดลงตรงหน้าท้อง ความแรงพอประมาณทำให้สติคืนมา แทบหมดแรงตอนที่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป ฉันโกรธที่ยัยนี่ด่าว่าศึกรบหน้าตัวเมีย รู้สึกว่าตัวเองโคตรบ้าที่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้

“นักศึกษา ทำอะไรกัน เสียงกรี๊ดใคร!!! มุงอะไรกัน!!!!” แต่เสียงอาจารย์ดังขึ้น พวกนักศึกษาช่างบางส่วนวิ่งไปทางอื่น

“เวรฉิบ!” ศึกรบสบถพร้อมอุ้มฉันขึ้นจนตัวลอย เขาพาฉันวิ่งหนีอาจารย์

“ฉันวิ่งเองได้” ฉันกำเสื้อศึกรบไว้ รู้ตัวว่าอารมณ์ยังมาคุอยู่

“เงียบปากแล้วสงบสติไว้ลูกพีช” ศึกรบพูดเมื่อเขาวิ่งออกมาจนไกล แต่ใบหูก็ยังได้ยินเสียงเซินตะโกนบอกอาจารย์อยู่ดี

“ก็ผู้หญิงคนนี้อ่ะครับจารย์ สงสัยเครียดจัดที่มีคลิปหลุดเลยทำร้ายตัวเองจนเป็นลมไปแล้วครับ!!

 

 

 

“มานี่

ศึกรบกระชากแขนฉันให้ลงจากรถเมื่อมาจอดที่หน้าบ้านของเขา ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็แล้วแต่ เขาดูโกรธและอาจจะกำลังพยายามควบคุมอารมณ์อยู่ แต่คงไม่สำเร็จอีกตามเคย

“ไม่ต้องกระชากได้มั้ย” ฉันบอกเขาเมื่อเลือดไม่ลงไปเลี้ยงที่ฝ่ามือ “ศึกรบ!

“ฉันรู้ว่าตัวเองชื่อศึกรบ ไม่ได้สมองเสื่อม” เขาตวัดหางตามามองฉันที่อยู่ทางด้านหลัง

“ฉันไม่ได้อยากสร้างปัญหา” ฉันรู้ว่าหมอนี่โกรธถึงได้พูดออกไป “ไม่ได้อยากทำร้ายมายา แต่...”

"แต่มายาด่าฉัน เธอขึ้น โอเค..." ศึกรบมองฉัน เม้มปากสักพักก็พูดต่อ "มันดี เออ ฉันดีใจ"

มันคงจะดีกว่านี้ถ้าเขาพูดคำว่าดีใจโดยที่ไม่ทำสีหน้าดุใส่ฉัน

"ฉันไม่ได้ขายตัว ไม่ได้มีอะไรกับคนพวกนั้น"

“พวกรูปเก่าๆ ฉันเคยเห็นแล้ว เผาไปก็ไม่มีประโยชน์ เออ รู้ เธอไม่ได้มี” ศึกรบผลักฉันติดประตูบ้าน ก่อนจะหยิบรูปอีกสองใบที่มีคนให้ก่อนหน้านี้ออกมา

“...” เขายัดมันใส่มือฉัน...

 

 

“แล้วนี่แม่งคือไร?”

TO BE CONTINUED...

 

____________________________________________

[1] Henna คือ สีมีคุณสมบัติคือติดทนได้ 7 - 30 วัน ตามคุณภาพ กันน้ำ สามารถเติมลายได้  การเพนต์เฮนนาได้รับความนิยมในกลุ่มผู้หญิงชาวอินเดีย อาหรับ ซึ่งคนอินเดียนิยมนำมาวาดลงแขนขาให้แก่หญิงสาวที่จะเข้าพิธีแต่งงาน

 

TALK

เรื่องนี้เปิดพรีออเดอร์เร็วๆ นี้นะคะ จุ้บ <3

 
 
 
 
 
 
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว