ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

♫ ♬ ♪ ♩ ‘เสียง’ เต้นรำในคืนเดือนมืด ✐ - บทที่ 3

ชื่อตอน : ♫ ♬ ♪ ♩ ‘เสียง’ เต้นรำในคืนเดือนมืด ✐ - บทที่ 3

คำค้น : ❥ทำนายทายรัก✡THE SERIES : ♫♬♪♩ ‘เสียง’เต้นรำในคืนเดือนมืด ✐ (กันย์xกุมภ์),yaoi, y, วาย,เจ็บปวด

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ค. 2559 19:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
♫ ♬ ♪ ♩ ‘เสียง’ เต้นรำในคืนเดือนมืด ✐ - บทที่ 3
แบบอักษร

 

 

 

♩ เสียงเต้นรำในคืนเดือนมืด  (กันย์xกุมภ์)

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่ 3

 

 

 

3ปีต่อมา..

 

 

“กูลงจากเครื่องแล้ว”

 

ร่างเล็กในชุดไปรเวทสอดสอดส่องสายตามองหาชื่อไฟต์ที่ตนเพิ่งลงเครื่อง อีกมือก็ถือโทรศัพท์คุยกับนิค

 

“กูหาเลขช่องรับกระเป๋าเจอละ แค่นี้นะ อีกไม่เกินสิบนาทีจะ..”

 

 

โครม!

 

 

            “โอ้ย!

 

            ยังไม่ทันได้พูดจบสายก็ตัดไป เสียงโอ้ย! ไม่ใช่ของแอลอย่างที่คิด แต่เป็นเสียงของคู่กรณีที่ต้องมาซวยเพราะความรีบร้อนของแอล

 

            “ขอโทษครับ”

 

            ร่างเล็กรีบลุกขึ้นเมื่อพบว่าตัวเองนอนทับร่างใหญ่โตของใครบางคนอยู่ แอลยื่นมือไปฉุดแขนคนเจ็บให้ลุกขึ้น แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ต้องการเพราะมือเล็กโดนสะบัดออกอย่างไม่ใยดี

 

            “คือผมไม่ได้ตั้งใจจะชนคุณ...”

 

            “มีอะไร”

 

คนเจ็บถามเสียงขุ่นเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าชะงักคำพูด มองเขาด้วยแววตาตื่นๆ

 

“พี่เชนท์..”

 

            แอลมองใบหน้าคมคายไม่วางตา คิ้วเข้มๆ จมูกโด่งๆและริมฝีปากหยักที่ไม่ว่าจะดูยังไงก็ใช่คนที่เขาฝันถึงทุกคืน ภานุวัตรรีตามองร่างเล็กงงๆที่จู่ๆก็โผลเข้ามากอดตนเสียแน่น คิ้วเข้มเลิกขึ้นแทนคำถาม ก่อนจะดันร่างในอ้อมแขนตนออก

 

            “พี่เชนท์ใช่ไหม”

 

            ดวงตากลมโตคลอเป็นด้วยน้ำสีใส น้ำตาเม็ดโตล่วงเผาะอย่างที่ใครเห็นก็ต้องบอกว่าน่าสงสาร..แต่ไม่ใช่สำหรับคนอย่างภานุวัตรแน่ๆ

 

            “นายทักคนผิดแล้ว”

 

แม้แต่เสียงก็ยังเหมือน...

 

ใบหน้าและส่วนสูงไม่ว่าจะมองมุมไหนก็หาความแตกต่างได้ยาก ที่ต่างกันจริงๆก็คงเป็นความรู้สึก น้ำเสียงนั้นแม้จะเหมือนแต่กลับให้ความรู้สึกดุดัน ใบหน้าก็คมคายกว่าเล็กน้อย บรรยากาศรอบตัวดูกดดันไม่ได้อบอุ่นอ่อนโยนแบบพี่เชนท์ที่แอลรู้จักสักนิด

 

นั้นสินะ.. เขาคงจำคนผิด

 

ในเมื่อพี่เชนท์ตายไปตั้งแต่สามปีที่แล้ว จะมายืนให้เขากอดอย่างไม่อายใครที่สนามบินแบบนี้ได้ยังไงละ

 

“ขอโทษครับ”

 

แอลบอกเสียงสั่น ยังคงไม่ยอมละสายตาไปจากใบหน้าของอีกฝ่าย

 

“อืม”

 

น้ำเสียงไม่สบอารมณ์ตอบกลับ ร่างสูงจ้องตาใสๆเขม็งก่อนจะเดินหนีไปทิ้งให้แอลมองตามแผ่นหลังกว้างจนลับสายตา..

 

 

 

 

 

 

 

“แม่มึงต้องดีใจมากแน่ๆ นี่กูปิดปากเงียบสนิทไม่บอกใครเลยนะเรื่องที่มึงกลับไทยอะ”

 

นิคหัวเราะเสียงดังเต็มรถ หันไปเปิดเพลงเบาๆขณะติดไฟแดงบนท้องถนน

 

“เออ มึงแวะหาไรกินก่อนเข้าบ้านไหม”

 

“...”

 

“แอล”

 

“...”

 

“แอล!

 

“ห๊ะ?”

 

“เหม่ออะไรของมึง”

 

นิคถามแอลที่เอาแต่เหม่อมองออกไปนอกกระจกรถ

 

“เปล่า เดินทางนานไปหน่อยเลยเหนื่อยนะ”

 

“ก็แหงสิ อิตาลีนะไม่ใช่สิงคโปรจะได้บินแปปๆก็ถึง”

 

นิคว่า แล้วขับรถต่อเมื่อไฟแดงเปลี่ยนเป็นเขียว ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงในการฝ่ารถที่แน่นขนัดของเมืองกรุงจนถึงบ้าน

 

“ไม่ต้องเกร็งใจ พ่อกูแม่กูไม่อยู่”

 

“ขอบใจมึงมาก”

 

“ขอบจงขอบใจอะไร เปลี่ยนไปมากนะมึงฮ่าๆ เดี๋ยวกูตามลุงบุญให้เอาของขึ้นมึงไปเก็บแปป”

 

“ไม่ต้องหรอก มันดึกแล้วเดี๋ยวกูยกเอง”

 

 

แอลรีบห้ามเมื่อนิคทำท่าจะเดินไปเรียกลุงบุญที่บ้านคนงาน

 

“มึงจะยกเอง?”

 

“อื้อ”

 

“มึงอยากแขนหักหรือไง เมื่อก่อนก็ตัวเล็กอยู่แล้วนะ แต่กลับจากอิตาลียิ่งตัวเล็กกว่าเดิมอีก ถามจริงที่นั่นอาหารไม่อร่อยเหรอ” นิคว่าพรางจับแขนแอลมาบีบเล่น

 

“กูก็ตัวเท่าเดิม”

 

แอลผลักหัวเพื่อนเบาๆ ก่อนที่จะช่วยกันยกกระเป๋าขึ้นไปเก็บในห้องที่อยู่ถัดไปจากห้องนิค กระเป๋าสีดำใบใหญ่ถูกวางให้ข้างเตียงโดยมีเสียงหอบของนิคผู้ที่ไม่เคยยกแบกของหนักๆดังอยู่ข้างๆ

 

“กูขอพักสักคืนละกัน พรุ่งนี้ก็กลับ”

 

“โอ้ย กูไม่ได้จะไล่ ไม่ต้องพูดแบบนั้น มึงจะอยู่ตลอดชีวิตเลยก็ได้ ดีซะอีกกูจะได้มีเพื่อน”

 

“ไม่ดีมั้ง กูต้องกลับไปหาแม่ฮ่าๆ”

 

“เออ งั้นวันนี้มึงพักผ่อนละกัน ดึกแล้วกูไปนอนก่อนละ”

 

“อืม”

 

แอลโบกมือลาเพื่อนปรอยๆ แม้ใจอยากจะโดนขึ้นไปนอนบนเตียงให้หายเหนื่อยแค่ไหนก็ต้องอาบน้ำเสียก่อน มือเล็กรูดซิปเปิดกระเป๋าใบใหญ่ออก แต่ทันทีที่เห็นของที่อยู่ข้างในแอลก็ต้องหน้าซีดไปทันที!

 

กระเป๋าใบนี้มัน.. !?

 

 

 

 

 

 

“ของใคร?”

 

เสียงเข้มติดไม่สบอารมณ์เอ่ยขึ้นลอยๆหลังเปิดกระเป๋าใบโตแล้วพบว่ามันไม่ใช่ของเขาเอง ถ้าเป็นปกติภานุวัตรคงจะปิดกระเป๋าทันทีเพราะไม่อยากเสียมารยาท แต่สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นใบเห็นภาพถ่ายใบหนึ่งที่ถูกใส่กรอบไว้อย่างดีสอดอยู่ในช่องตาข่ายด้านบนของกระเป๋า

 

“เหอะ ที่แท้ก็เด็กนั่น”

 

ภานุวัตรมองรูปเด็กนั่นที่ว่าหรือก็คือคนที่เดินชนเขาที่สนามบิน ไม่นึกว่าจะมาสลับกระเป๋ากันอีก ในรูปร่างเล็กกำลังยิ้ม ดูร่าเริงแจ่มใสมีความสุขซะจนน่าหมั่นไส้ เขาคงคิดแค่นั้นถ้าไม่ติดว่า.. ผู้ชายในรูปถ่ายที่ยืนอยู่ข้างๆหน้าตาเหมือนเขายังกับแกะ!

 

พี่เชนท์

 

ภานุวัตรนึกถึงเสียงใสที่เรียกชื่อเขาผิดในตอนนั้น ทำไมเขาไม่เอ๊ะใจตั้งแต่แรกนะ

 

 

 

 

 

 

 

จะเก็บมันเอาไว้ในใจ เพราะฉันไม่อาจ..ฝืนย้อนคืนวัน ให้หวนได้ใหม่

 

 

 

 

 

 

            “แอลไปเถอะ แม่ก็อยู่แค่อยุธยาเองขับรถแปปเดียวก็ถึง ค่อยแวะมาเยี่ยมแม่ก็ได้”

 

            “แต่แอลอยากดูแลแม่ให้มากกว่า แอลไปอิตาลีสองปีกลับมายังอยู่ห่างแม่อีก แอลหางานทำแถวนี้เอาก็ได้”

 

            “ที่กรุงเทพจะทำอะไรก็สะดวกกว่าไม่ใช่เหรอ”

 

            “แต่ว่า”

 

            “ไม่มีแต่ แม่อยากให้ลูกกลับไปทำงานที่ลูกรักเหมือนเดิมนะแอล”

 

            ใบหน้าที่มีริ้วรอยตามวัยส่งยิ้มให้ลูกชายอย่างจริงใจ ตลอดเวลานางรู้ดีกว่าลูกชายของตนยังคงตกอยู่ในอดีตที่ยังไม่สามารถก้าวผ่านไปได้ แต่ก็ยังทำเหมือนว่าตัวเองสบายดีเพราะไม่อยากให้นางต้องกลุ้มใจ

 

            “แอลมาให้แม่กอดทีสิลูก”

 

            ร่างเล็กเข้าไปกอดผู้เป็นแม่แน่น ก่อนที่จะช่วยกันลงมือทำมื้อเย็นกินด้วยกัน แอลมีเวลาอยู่กับแม่น้อยกว่าที่คิด พอรุ่งเช้าเจ้าของกระเป๋าที่แอลหยิบผิดก็โทรตามให้มาแลกกระเป๋าคืนตอนเย็นๆ แอลกอดเอวบอกลาแม่ วนกลับเข้าเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยผู้คนแต่กลับให้ความรู้สึกเหงาราวกับอยู่ตัวคนเดียว

 

            “ผมอยู่ในร้านกาแฟแล้วนะครับ”

 

            แอลบอกปลายสาย ทำตัวไม่ถูกนึกเมื่อเห็นคนมองมาที่เขาเป็นตาเดียวกัน..ก็แน่ละใครเขาแบกกระเป๋าใบโตเข้าร้านกาแฟกันบ้าง

 

            “ฮัลโหลครับ ได้ยินไหม ฮัล.. เอ้า” ร่างเล็กอุทานเมื่อโดนตัดสายโทรศัพท์ใส่

 

            “คุณแอลใช่ไหมครับ”

 

            “เอ่อ ใช่ครับ” แอลพยักหน้ารับคำพนักงานชายงงๆ

 

            “เชิญทางนี้ครับ”

 

 

พนักงานแย่งกระเป๋าไปถือ ก่อนจะเดินนำขึ้นไปยังชั้นสาม ลูกค้ายังแน่นทุกโต๊ะคงเพราะสไตล์ที่น่ารักและแหวกแนวของร้านทำให้มีลูกค้าเยอะขนาดนี้ โดนเฉพาะลูกค้าผู้หญิงที่ชอบคิตตี้ เพราะธีมของร้านตกแต่งด้วยสีชมพูหวานแววคิตตี้ทั้งหมด

 

“กรุณารอสักครู่ครับ”

 

“เออคือ..”

 

 

แอลไม่ทันได้ถามก็ถูกพนักงานปิดประตูหนีไปซะก่อน ร่างเล็กได้แต่ถอนลมหายใจออกมาเบาๆ หย่อยก้นนั่งลงบนโซฝาสีชมพูเข้มแล้วสำรวจไปรอบๆห้องเล็กๆนี้ ดูเหมือนจะเป็นมุมส่วนตัวสำหรับลูกค้า บนพนังมีโมเดลคิตตี้ที่ทำจากแก้วหลายแบบวางเรียงเป็นคอลเล็กชั่นเห็นแล้วหวาดเสียวตกแตก แม้แต่โต๊ะยังออกแบบเป็นหัวคิตตี้

 

“น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย”

 

แอลว่าพรางหยิบโมเดลคิตตี้ตัวหนึ่งขึ้นมาดู

 

“อยากได้ก็เอาไป”

 

 

เพล้ง!

 

 

            “...”

 

 

มันตก..แล้วมันก็แตก ละเอียดเลย

 

“เอ่อคือ..คุณ?

 

ร่างเล็กได้แต่อ้าปากค้าง ชี้เศษแก้วคิตตี้สลับกับหน้าคนที่เดินชนที่สนามบินเมื่อสามวันก่อน ไม่รู้จะตกใจกับเรื่องไหนก่อนดี

 

“ระวังหน่อย”

 

ร่างสูงว่าไม่จริงจังนัก ก่อนจะเดินไปนั่งบนโซฟา ตอนนั้นแหละแอลถึงเห็นว่าในห้องมีกระเป๋าเพิ่มขึ้นมาอีกใบ ตอนโทรไปก็เหมือนเป็นเสียงคนแก่ๆรับนะ?แต่ทำไมคนที่โผล่กลับเป็นคนละเสียงแบบนี้ละ

 

“นั่งสิ”

 

เอลเดินไปนั่งบนโซฟาตรงข้ามกับอีกฝ่าย แอบเหลือบมองของที่ตนทำตกแตกเพราะกลัวว่าพนักงานจะมาเห็นแล้วเอาเรื่องซะก่อน

 

“เดี๋ยวฉันเรียกพนักงานมาเก็บทีหลัง”

 

 

ร่างสูงพูดอย่างรู้ทัน แต่แอลยังมีสีหน้าเลิ่กลั่กไม่เลิก

 

“เป็นอะไร”

 

ปกติภานุวัตรไม่ถามเซ้าซี้ เพียงแต่เขาไม่ชอบให้ใครไม่สนใจเวลาเขาจะพูดเรื่องสำคัญ

 

“คือผม ไม่ได้พกตังค์มาเยอะ แล้วเพิ่งทำของตกแต่ง คือแบบว่า..”

 

“ฉันไม่คิดตังค์”

 

“ห๊ะ?”

 

แอลอ้าปากค้างอีกรอบ คราวนี้จ้องหน้าคนที่ดูยังไงก็เหมือนพี่เชนท์ของเขาสลับกับภาพคิตตี้ในร้านไปมา

 

หน้าเข้มๆแบบนี้?

 

บุคลิกแบบนี้?

 

เปิดร้านกาแฟคิตตี้!?

 

“เอ่อ ขอบคุณมากครับ”

 

แอลบอกเสียงเบา ที่จริงก็อยากจะคืนตังอีกรอบหรอกนะ แต่ถ้าต้องมาเจอหน้าคนที่เหมือนพี่เชนท์แต่ไม่ใช่พี่เชนท์แบบนี้เขายังทำใจไม่ไหวจริงๆ

 

“นี่กระเป๋าคุณ เปิดดูก่อนได้ว่าของหายหรือเปล่า ส่วนนั่นกระเป๋าผมใช่ไหม”

 

แอลว่าพรางเดินไปที่กระเป๋าของตนก่อนที่ร่างสูงจะทันพยักหน้าเสียอีก ภานุวัตรมองร่างเล็กๆเปิดกระเป๋ารื้อของไปมาด้วยสีหน้าร้อนรน

 

“คุณเห็นกรอบรูปของผมบ้างไหม”

 

แอลถามเสียงรน จำได้ว่าขนกลับมาจากอิตาลีแล้ว หวังว่าคงไม่ลืมไว้ที่นั่นหรอกนะ

 

“นี้นะเหรอ”

 

ร่างสูงยกกรอกรูปขึ้นมาโชว์ แอลรีบพยักหน้าตอบจะคว้ารูปคืนแต่กลับถูกอีกฝ่ายจับรูปหลบซะก่อน

 

“เอาของผมคืนมา”

 

“ไม่”

 

“นี่คุณ!

 

“นายชื่ออะไร”

 

“ผมไม่จำเป็นต้องบอก”

 

“แต่นายต้องบอก”

 

ภานุวัตรไม่ว่าเปล่า ดึงรูปออกมาจากกรอบพร้อมหยิบไฟแช็คในกระเป๋ากางเกงขึ้นมา ได้จุดกระดาษแทนบุหรี่ก็งานนี้แหละ

 

“ชื่อแอล”

 

“นายเป็นอะไรกับผู้ชายในรูป”

 

“คนรัก”

 

ร่างสูงไม่หือไม่อืออะไรเพราะเดาคำตอบได้ไม่ยากจากข้อความหลังภาพ ยิ่งรู้จักชื่อคนตรงหน้าเขาก็นึกได้ขึ้นมาทันทีว่าแอลที่ว่านี่คือใคร

 

“เอาคืนมาได้หรือยัง”

 

“ยัง”

 

“มันจะมากไปแล้วนะ เอาของของผมคืนมา”

 

ร่างเล็กถอนหายใจเฮือกใหญ่ พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ ถ้าเป็นอย่างอื่นเขาจะไม่ว่าเลย แต่นี้เป็นรูปถ่ายที่พี่เชนท์ให้เป็นของขวัญวันเกิด ผู้ชายคนนี้มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้กัน ก็แค่คนที่หน้าเหมือนพี่เชนท์แค่นั้น!

 

“ฉันชื่อแชมป์เปี้ยน” ภานุวัตรเลือกบอกชื่อเล่นกับคนตรงหน้า

 

“ผมต้องการของผมคืน ไม่ได้อยากรู้จักชื่อคุณ”

 

“ฉันเป็นพี่ชายของเชนท์”

 

“...”

 

“พี่แท้ๆแต่ไม่ใช่ใช่ฝาแฝด แก่กว่ามันหนึ่งปี”

 

ครั้งสุดท้ายที่แนะนำประวัติส่วนตัวให้คนอื่นฟังก็นานมากแล้ว ร่างเล็กมองภานุวัตรนิ่ง ดวงตาสั่นหวั่นและเริ่มคลอด้วยหยาดน้ำตา แต่ก็แค่นั้น เขาจะไม่ยอมให้มันไหลออกมาเป็นครั้งที่สองต่อหน้าคนที่เพิ่งรู้จักเด็ดขาด

 

“ขอของผมคืนด้วย”

 

แอลพูดราวกับไม่ได้ยินประโยคที่อีกฝ่ายพูดเมื่อครู่ เพิ่งนึกออกเมื่อกี้ว่าพี่เชนท์เคยเล่าให้ฟังว่ามีพี่ชายอยู่คนหนึ่ง แต่รูปที่เอาให้ดูก็เป็นรูปสมัยเด็กๆ

 

 

“ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย”

 

ภานุวัตรเดาว่าแอลคงไม่รู้มาก่อนจริงๆว่าเขาคือพี่ชายของเชนท์ เพราะเขาไม่ได้กลับมาไทยหกปีเต็มๆ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่น้องชายเขาโทรมาสารภาพว่าชอบผู้ชาย

 

“เสร็จแล้วจะคืนให้”

 

ตอนแรกก็ยอมรับว่าตกใจ แต่ก็รับได้เพราะน้องเขาจะชอบใครเขาก็ไม่ขัดอยู่แล้ว เพียงแค่ไม่เคยคิดว่าน้องชายชอบแนวนี้ แต่พอได้เห็นรูปเด็กผู้ชายผิวขาวตัวเล็กๆที่ส่งมาถึงได้โล่งใจว่ายังไงน้องเขาก็ยังเป็นรุก ถือว่าไม่เสียเชิงชายไปเลยซะทีเดียว

 

“รีบพูดมาสิครับ”

 

“ฉันจะพานายไปที่ๆหนึ่ง”

 

“แต่..”

 

“เพราะเชนท์ขอหรอกนะ แต่ถ้านายไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป”

 

ร่างสูงพูดขัด เดินนำลิ่วออกไป แอลจึงรีบวิ่งตามไปอย่างไม่ลังเล.. ก็รู้อยู่แล้วละว่ายังไงก็ต้องตามมา

 

 

 

 

 

 

 

“เข้าไปข้างในสิ”

 

เสียงทุ้มเอ่ยบอกเมื่อเห็นแอลเงียบตั้งแต่ลงจากรถจนกระทั่งมาหยุดที่หน้าบ้านสีขาวหลังนี้ ข้างๆตัวบ้านคือสวนหย่อมเล็กๆที่เอาไว้พักผ่อน มีเปียโนสีขาวตั้งอยู่ใต้ต้นลีลาวดีที่เขาทำที่กันสาดสีใสเพิ่มไว้เผื่อเวลาฝนตก

 

“บ้านหลังนี้เป็นของเชนท์”

 

ภานุวัตรมองร่างเล็กที่ตอนนี้เหมือนคนละเม่อใช้มือลูบไล้เปียโนไปมา

 

“สามปี.. ไม่มีใครอยู่ที่นี่มาสามปีแล้วใช่ไหม”

 

คิ้วเข้มขมวดนิดๆที่ได้ยินคำพูดนั้นออกมาจากปากแอล..รู้ได้ยังไง?

 

“ใช่ แต่ฉันให้แม่บ้านมาทำความสะอาดทุกอาทิตย์”

 

ร่างสูงเดินนำไปยังตัวบ้าน ตาใสมองไปรอบๆ ทุกอย่างเป็นเหมือนที่คิด ชั้นหนึ่งชั้นสองมีอะไรบ้างแอลจำได้หมดเพราะเขาเคยเห็นมันมาก่อน ไม่สิ เคยอยู่มาก่อนต่างหาก

 

“บ้านหลังนี้เป็นชื่อนาย เพราะเชนท์ซื้อให้นาย”

 

คำขออย่างแรกที่น้องชายเขาขอเป็นจริงแล้ว ภานุวัตรยื่นกุญแจให้คนตรงหน้า แต่แอลไม่รับเดินไปเปิดประตูหลังบ้านดวงตาเหม่อลอย สระน้ำสีฟ้าใสปรากฏอยู่ตรงหน้า แต่แอลไม่มีอารมณ์จะกระโดดลงเล่นเหมือนตอนนั้น

 

            “พี่เชนท์..”

 

แหมะ..

 

            น้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้มหลังจากที่ไม่อาจฝืนกลั้นมันได้อีก แอลใช้มือโอบกอดตัวเองแน่นทรุดตัวนั่งลงบนพื้นช้าๆเมื่อนึกถึงชื่อเพลงที่พี่เชนท์เป็นคนคิดให้

 

‘เรื่องจริง’

 

เรื่องจริงหรือแค่ความฝัน..

 

บอกสิว่ามันเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่จิตนาการ พี่เชนท์บอกแอลสิว่าสองเดือนที่เกิดขึ้นในบ้านหลังนี้มันเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่แค่สองวันที่แอลนอนอยู่ที่โรงพยาบาล!

 

 

ตุ้ม!

 

 

“แอล!

 

แชมป์เปี้ยนตะโกนอย่างลืมตัวเมื่อเห็นร่างเล็กๆโอนเอนตกสู่ก้นเบื้องของสระน้ำไปต่อหน้าต่อตา ก่อนจะรีบกระโดดตามลงไป

 

ทางท่าที่ไม่มีการดิ้นรนเอาชีวิตรอดของแอลทำให้ร่างสูงรู้สึกโกรธขึ้นมาไม่ได้ ดวงกลมโตลืมตาในน้ำ เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยกำลังว่ายเข้ามาใกล้ มือใหญ่เอื้อมจับต้นแขนเล็กเอาไว้จู่ๆก็รู้สึกกลัวว่าคนตรงหน้าจะเป็นอะไรไปจนลืมวิธีช่วยเหลือคนจมน้ำเบื้องต้นไปซะสนิท

 

‘พี่เชนท์’

 

ดวงตากลมโตฉายแววดีใจขึ้นมาอย่างชัดเจน เอื้อมมือเล็กๆไปเกาะที่ไหล่แกร่งของคนตรงหน้า ค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าใกล้กับกายอุ่น แล้วกดจูบลงบนริมฝีปากของชายอันเป็นที่รัก

 

ทำไมนะ? ริมฝีปากของพี่เชนท์ถึงได้ไม่อุ่นเหมือนเคย..

 

 

 

 

 

ทำได้เพียงคิดถึง.. นับจากนี้ไปเธอจะอยู่ในใจ เป็นเรื่องจริงในความทรงจำ

 

 

 

 

 

——————————————————————————————————

Black Santa'Clause : เปิดตัวพระเอกกกกกกกกกก เหมือนจะไ่มมีคนอ่านท้อใจเบาๆแต่ก็ยังลงต่อฮ่าๆๆ

 

 

 

 

ความคิดเห็น