ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Ep.19.

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ย. 2562 19:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep.19.
แบบอักษร

 

 

 

06:34 น. 

" กร/// กรๆ... มึงตื่นยัง " คนร่างเล็กหน้าสวยวิ่งระริกทั้งที่เมื่อคืนก็โดนคนพี่จัดไปสองยก ยังมีแรงเหลือตื่นมาเรียกเพื่อนที่อยู่ในบ้านพักแต่เช้า เพื่อจะไปเดินหาดในยามเช้าที่อากาศดีๆท้องฟ้าสดใสไร้พายุ เหมาะกับการออกไปรับลมเดินเตะน้ำจับหอยจับปูเล่น 

" เออ ตื่นแล้วมึงมีไร||| " เมื่อได้ยินเสียงเรียกของไอ้เพื่อนจอมป่วน คนอยู่ข้างในก็ตะโกนขานรับออกไป มันจะมาเรียกทำไมแต่เช้าวะ หลังเขาตื่นลุกขึ้นมาโก่งคออ้วกแล้วคิดว่าตัวเองน่าจะนอนต่อไม่หลับ เลยตัดสินใจอาบน้ำล้างกลิ่นอ้วกส่ะ จะทำอะไรต่อค่อยว่ากันอีกที 

" เปิดๆ มาเปิดประตูเร็วๆดิ " ร่างบางที่ใส่เสื้อกล้ามตัวน้อยบางๆสีขาว กับกางเกงยีนส์ขาสั้นสูงเกือบชิดแก้มก้น ส่งเสียงกระวีกระวาดอยู่ข้างนอกตรงหน้าประตูที่ปิดสนิท เมื่อที่ได้ยินเสียงขานตอบจากเพื่อนแล้วก็เร่งเย้วๆให้มาเปฺิดประตู ขยับเขย่งเท้ายิกๆไปมาเหมือนโดนมดทั้งรังรุมกัดอยู่ไม่สุข 

แก๊ก/// ประตูเปิดออกจากคนข้างใน 

" อะไรของมึง " คนที่เปิดพันผ้าขนหนูผืนพอดีปกปิดอวัยวะไว้ โชว์หน้าอกเรียบขาวชมพู มองเห็นยอดดอกสีสวยชัดเจน ใช้ผ้าอีกผืนขยี้เช็ดผมเปียกที่พึ่งผ่านการสระมา เขาเอียงคอมองคนที่มาเรียกพลางเช็ดผมไป 

" ว้าว อิหนูมึงเซ็กซี่มากกก...น่าลากไปแดกสัสๆ อ่อยแต่เช้านะมึง " คนที่เห็นก็ร้องอุทานออกมาและพากย์บรรยายสิ่งที่ได้เห็น ทำสายตาวิบวับแวววาวเหมือนเด็กมองเห็นขนมหวาน โดยที่ไม่คิดสักนิดเลยว่าหุ่นตัวเองก็ไม่ได้ต่างอะไรจากเขาเลย หากจับถอดออกมา  

" ตีนเถอะ กูพึ่งอาบน้ำเสร็จ.." คนที่โดนวิพากษ์วิจารณ์ก็ไม่พูดเปล่า ยกเท้าขึ้นใส่จนผ้าขนหนูที่พันไว้เกือบจะเปิดออกได้เห็นบู้บี้น้อย ค้อนแรงกับการไม่ส่องกระจกดูตัวเอง ของคนตรงหน้าที่ยืนยิ้มหน้าทะเล้นทำเหมือนกระต่ายน่ารัก หึ่ย...พลางคิดในใจว่า ใช้ได้ผมแต่กับผัวมึงนู้นเถอะอิพิษงู 

" ไป.. มึงไปเดินรับลมจับปูกัน มาทะเลทั้งทีอย่ามัวแต่ขลุกนอน " เมื่อได้พูดแขวะว่าหยอกเพื่อนแล้วก็บอกวัตถุประสงค์ ของการวิ่งกระหอบกระหืดเริงร่ามาหาแต่เช้า คือจะชวนคนท้องไปเดินรับความสดชื่นยามเช้าเนี่ยแหละ อยากให้ไปเดินเหยียบทรายสูดกลิ่นอายทะเลที่น่าจะผ่อนคลายสมองได้ดี เป็นกิจกรรมแรกก่อนจะมาทานข้าวกัน 

" กูก็ตื่นนานแล้วป่ะ มึงเห็นกูนอนอยู่ไง..? " เมื่อคนที่โดนจิกท้ายประโยค กำลังหันตัวกลับไปยังเตียงนอนเพื่อจะได้เปลี่ยนเสื้อผ้าที่วางเตรียมไว้ หันกับขวับมาถามกวนๆกลับไปบ้าง เออไม่ได้นอนอยู่ส่ะหน่อยน่าจะตื่นก่อนด้วยซ้ำไปเถอะ มีบ้างไหมห้ะที่จะไม่เหน็บแนมเวลาคุยกับกูเนี่ย 

" อย่าบอกนะตื่นเพราะลุกมาอ้วก เห้ย.. ยังไม่หยุดอีกหรอ ยาที่หมอให้มาไม่ช่วยเลยหรอมึง " คนที่ขอบแหย่เพื่อนกระพือถามแบบตื่นนิดๆ เพราะอยากให้หายสักทีเคยเห็นมันเป็นแล้ว แมร่งหมดสภาพสงสารดีนะที่ตัวเองท้องไม่ได้โชคดีไป หรือจะได้วะ...?ไม่ได้การแล้วต้องรีบไปตรวจนะเนี่ย มีอะไรกันทีไรไอ้เฮียมันปล่อยในทุกรอบป่องมาไม่รู้ตัวอีก เสียชาติชายทหารหมด.. อิอิ 

" อืม.. แต่ไม่ได้หนักอะไร " เปลี่ยนอารมณ์ไวดีนะคนตอบเลยต้องพลอยเปลี่ยนตามไปด้วย 

" เออก็ดีแล้ว แต่มึงดูสดชื่นขึ้นนะกร ไปรีบไปแต่งตัวจะได้ไปเดินหาดกันเช้าๆ อากาศดีลูกจะได้แข็งแรง " แล้วนักรบชาติทหารก็ย่างสามขุม เข้าประชิดดันตัวเพื่อนให้รีบใส่เสื้อผ้าจะได้ออกไปกันส่ะที เดี๋ยวต้องกลับมากินข้าวกันอีก ดีอย่างที่นี่เขามีบริการไม่ต้องทำเองหรืออกไปหาซื้อกินข้างนอก 

" กระดี๊กระด๊าส่ะ ทำยังกับไม่เคยมานะมึง เออรอแปปนึ่ง " คนโดนเร่งใส่เสื้อผ้าไปพลางหันมองอาการตัวกวนประสาท อย่างรู้สึกหมั่นไส้มากันประจำป่ะถึงจะไม่ได้บ่อยก็เถอะ ทำเป็นพวกเปิดซิงครั้งแรกไปได้ ผัวมันไปไหนเนี่ยปล่อยให้เมียหลุดคอกมาได้ไง 

" เร็วๆ||| " คนอยากจะออกไปเต็มแก่ เหยาะเท้าอยู่กับที่เหมือนหนูติดจั่น ไม่ได้ดั่งใจเลยถ้าจับมันใส่เองได้นะจัดการไปแล้ว ช้าจริง ช้าจัง ช้าโคตร ลีลาลวดลายไม่มีใครเกิน 

" สัส รีบก็ไปคนเดียวเลยไป " ไล่เลยครับทีนี้รีบนัก เป็นบ้ารึไงมาวิ่งยิกๆอยู่ได้ ทำยังกับหมาร้องหงิงๆให้เจ้าของปล่อยออกมาฉี่ ไปให้ผัวเอาปลอกคอใส่แล้วพาจูงเดินส่ะน่ารักตายแหล่ะอิคุณหนู 

" อย่าให้กูลากมึงออกไปทั้งอย่างงี้นะ พวกผีทะเลได้รุมกระโสบมึงแน่ " กระดิกนิ้วชี้หน้าอิหนูปากดี๊ เดี๋ยวๆแม่จะลากไปให้เขารุมโทรมให้รู้แล้วรู้รอดเลยมึง นี่สงสารเพราะเห็นท้องอยู่นะอย่ามาฤทธิ์เยอะ ไม่รู้จักหนุ่มปายชายชาติทหารส่ะแล้ว อุบ๊ะ... 

" อิห่านจิก " คนโดนขู่หันไปสบถใส่เพื่อน แรงเท่ามดตะนอยกลัวตายแหละ มึงอ่ะจะโดนลากไปจัดส่ะก่อนใส่มาส่ะแทบจะเดินแก้ผ้า ไม่กลัวผัวลากไปซ้อมตายคาเตียงรึไง มองดูๆแล้วเมื่อคืนก็คงไม่พ้นล่ะสิเดินเกร็งตูดขนาดนั้น ฮ่าๆ อีกอย่างยังกับรีสอร์ทมีคนพลุกพล่านเยอะนักหนิ่ ถ้ามีก็ขอรวยๆนะ...คิคิ 

" ฮ๋าๆๆ รีบเลยมึง " เห็นอาการฉุนป่องๆของเพื่อนแล้วมันทำให้อารมณ์ชะมัด ลูกมันเกิดมาไอ้แม่หรือได้พ่อวะแค่คิดก็สนุกแล้ว คุ้มค่ากับการวิ่งตามมันมาจริงๆ มีฟามสุข...อิอิ 

 

 

กรกฎ=กร 

" ย๊ากกก.. นี่แน่ะ อ๊ายยย...มึง ว๊ากกก อุ๊ยๆ เกือบได้ว่ะมึง ฮ่าๆๆ "  

" ฮ่าๆ พักก่อนไหมมึง ฮ่าๆ " หลังจากที่ออกมาเดินเล่นกันที่หาดได้สักพัก ผมต้องมานั่งพักเพราะเริ่มไม่ไหวทั้งเดินเตะน้ำ ไล่จับปูจับกุ้ง หาเก็บหอยแคง เหนื่อยเลยมานั่งขำไอ้ปายที่มันวิ่งเล่นเหมือนเด็กร้องวี๊ดว๊าดไม่หยุดเลย มันยังกล้าไปขอที่ตักปลาเขาน่าจะเรียกกันว่า อะไรนะ.. สวิง มาจากคนออกเรือหาปลาอีกนะเขาก็ให้เฉย คงเพราะเห็นแก่ตาแป๋วๆของเด็กอยากเล่นของมันล่ะมั้ง จับอะไรมาได้ก็ใส่ถังไว้บอกว่าจะเอาไปให้แม่ครัวทำอาหารให้ เมนูรวมทะเลบ้าบออะไรของมันน่ะแหละ กินไปจะตายไหมก็ไม่รู้ 

" หนูเตี้ย... พอได้แล้วขึ้นไปล้างเนื้อล้างตัว จะได้พากันไปกินข้าว " มาแล้วเจ้าของปลอกคอ แต่ก็ถือว่าปล่อยมันออกมาวิ่งข้างนอกแบบไม่ตามติดได้นานพอควรปกติห่างกันแทบไม่ได้ ไอ้พี่เต้ยืนมองไอ้ปายนิ่งๆเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงแล็กสีดำตัดกับเสื้อยืดสีขาว หุ่นล่ำสูงดูหล่อเท่อะบอกเลย ทำสีหน้าไม่พอใจเมีย หึหึ.. ก็น่าจะเป็นชุดที่มันใส่ออกมาน่ะแหละ ผมก็นั่งมองทั้งคู่เงียบๆ 

" แอ้||| เฮียยย...อ่าาา เค้ากำลังสนุกนะ " อิหมาน้อยร้องเหมือเด็กดูเทเลทับบี้ที่จะจบแล้วอะ หมดเวลาสนุกแล้วสิๆ ฮ่าๆตลกดีมองดูมันก็ให้อมยิ้มตามด้วย 

" อย่าดื้อ.... มันสายแล้วครับ อย่าลืมสิกรเขาต้องกินข้าวกินยา " ผัวที่เห็นเมียร้องอ้อนในแววตาแว๊ปนึงเหมือนจะยอมนะแต่ก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นแข็งใส่ ยกผมขึ้นมาเป็นข้ออ้างให้เมียเชื่อฟัง เห็นด้วยนะผมเองก็หิวแล้วอันนี้ไม่ขัดครับตามน้ำ อีกอย่างอาทิตย์เริ่มขึ้นสูงแสงแดดร้อนๆมันต้องตามมาอยู่แล้ว ไม่เหมาะกับการมาวิ่งเล่นแล้วต้องกลับเข้าที่พัก 

" ฮือออ ก่ะได้ๆ เห็นแก่หลานนะ เดี๋ยววันนี้จะจัดเมนูรวมทะเลให้หลานกิน ฮ่าๆ " เด็กหมาผีหันมามองผม แล้วพยักหน้าหงึกๆยอมไอ้พี่เต้ ไม่วายพูดเรื่องที่จะให้ทำอาหารบ้าบอที่มาจากการจับนานาสัตว์ทะเลของมัน ฝันไปเถอะกูคงจะกินและไม่ใช่แค่กูนะที่ไม่กินลูกกูก็ไม่กินด้วย.....อิห่านจิก คิดได้ไงเมนูสวนสัตว์ทะเลเปิดชลบุรี 

" งั้นก็ไปกันเร็ว รีบล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่รู้ใส่อะไรออกมาเนี่ย เดี๋ยวเราจะโดน" ผมลุกขึ้นปัดเนื้อปัดตัวหูก็ฟังบทสนทนาของสองผัวเมียไปด้วย ว่าแล้วว่าไอ้พี่เต้ต้องว่าเรื่องเสื้อกับกางเกงมัน ถ้ามีคนเยอะๆนะมึงบันไดไม่ทันได้แห้ง ฮ่าๆ.... 

" เอ้า.. มันใส่สบายไง เฮียอ่าาา " อึ่หืออ.. บทอ้อนผัวก็มา อิพิษงู พูดเฉยๆไม่พอเชิดปลายคางขึ้นอ่าปากน้อยๆบิดตัวไปมาให้แขนสะบัดตามแรงไหล่ เต็มสูตรเลยนะมึงไม่อยากจะเชื่อมีผัวแล้วมันจะทำได้ขนาดนี้ ไปผ่าตัดเถอะอินังปายเอ้ย... คนผัวจะทำไงได้หละอันนี้ไม่ต้องบรรยายนะทุกคนน่าจะคิดภาพออก 

" ดีนะที่นี่คนไม่เยอะ ไม่งั้นจะไม่ได้ออกจากห้องอีกแน่ ไปเลยเร็วๆ " ไอ้พี่เต้เอามือออกจากกระเป๋ากางเกงเดินเข้าไปใกล้ๆไอ้ปาย ความสูงของตัวพี่แกทำให้ปลายคางแกห่างจากหัวมันนิดนึง ยกมือขึ้นเอานิ้วชี้ไปแตะที่ปลายจมูกเป็นการคาดโทษ ประมาณว่าถ้าทำอีกได้เจออย่างที่พี่แกพูดแน่ๆ 

" เฮียให้เค้าขึ้นหลังหน่อย น๊าาาา เค้าเหนื่อย " ไอ้หมากระเป๋ายกแขนสองข้างขึ้นชูไปที่ไหล่ไอ้พี่เต้เป็นการอ้อนขอขี่หลัง ภาพนี้แหละทำให้หัวใจผมกระตุกในอกวูบโหวง มีคนคอยดูแลเอาใจใส่คอยมาให้อ้อนเอาแต่ใจ ทำไมความรู้สึกมันหนาวในใจเหมือนตัวเองโดดเดี่ยว ทั้งที่รู้ดีว่าตัวเองมีครอบครัวและคนรอบข้างอยู่แต่ก็ยังรู้สึกโหยหาอะไรบางอย่างที่สิ่งๆนั้นจะมาช่วยเติมเต็ม มองดูด้วยดวงตาที่เริ่มร้อนผ่าวจนต้องกระพริบถี่ๆ ไล่น้ำจะที่มาเอ่อคลอ 

" แล้วใครใช้ให้ออกมาวิ่งซนล่ะ " ไอ้พี่เต้พูดกับมันแบบอบอุ่นมาก ถึงหน้าจะยังนิ่งๆแต่ก็พร้อมจะตามใจให้ในสิ่งที่มันอยากได้ นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ผมมารู้สึกกับการกระทำของทั้งคู่ ก็เห็นๆมานานควรจะชินแล้วไหม งงกับใจตัวเองโหยหาใคร อยากได้อะไร 

" จะให้ขึ้น ไม่ให้ขึ้น..? " ไอ้ปายทำหน้ากระเง้ากระงอดทั้งที่ยังชูแขนค้างอยู่ ผมคงไม่มีโอกาสได้ทำอย่างมันหรอกเพราะผมกับมันต่างกัน ชอบพึ่งตัวเองถ้าไม่เป็นไม่ตายจริงคงไม่ร้องขออไรจากใคร 

" ดื้ออ เอาเร็วๆ กรเขารอแล้วน่ะเห็นไหม " คนพี่ยอมหันหลังโค้งตัวก้มลงให้พอดีกับคนเตี้ยกว่าจะโน้มตัวทับซ้อนไปกอดรัดคอ ค่อยๆคืนตัวขึ้น สองแขนแกร่งรวบสองขาเรียวไปไว้ข้างเอวหนาอย่างทะมัดทะแมง แล้วเริ่มออกเดินเพื่อจะกลับที่พัก ผมได้แต่มองดูอยู่เงีบยๆตั้งแต่ต้นที่ไอ้พี่เต้มาถึง เหม่อลอยกับความรู้สึกจุกแปลกใจหัวใจ 

" ไอ้กร.. ตามมาสิ||| จะยืนอาบแดดหรอ " เสียงเรียกทำให้ผมสะดุ้งตัวเล็กน้อย ออกเยื้องย่างตามเขาไปทั้งที่ความรู้สึกตื้นยังคงมีอยู่ไม่ได้จางหายไป 

เราทั้งสามคนนั่งทานอาหารกันอยู่ที่หน้าบ้านพัก ของไอ้ปายและไอ้พี่เต้ตรงระเบียง เหมือนหลังที่ผมพักอยู่ขณะที่ทานกันไปสองคนมันก็กระหนุงกระหนิงตะมุตะมิ ซึ่งผมทำเป็นไม่สนใจนั่งทานไปเงียบๆแต่ก็ได้ยินได้เห็นหมดนั่นแหละ อาจจะมีบทที่ต้องพูดบ้างแค่ถามคำตอบคำ เพราะอยากจะทานให้เสร็จไวๆจะได้ไปพักส่ะที 

และพอทานเสร็จกันแล้วผมก็ขอตัวแยกออกมา กลับมาที่บ้านพักของตัวเอง หยิบถุงยามากินตามเวลาหลังอาหาร ช่วงนี้รู้สึกว่าดีขึ้นไม่ค่อยมีอาการอะไรรุนแรง จะว่าเป็นเพราะรู้ตัวว่าท้องเลยทุเลาลงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ยาก็พึ่งจะได้มานะแต่ไม่ค่อยจะอ้วกเหมือนก่อนหน้านี้ มีแค่อาการเหนื่อยง่ายอยากนอนพัก หน้ามืดก็พอมีบ้างเวลาลุกเร็วๆ กลิ่นน้ำหมอยังไม่รู้เพราะที่นี่ไม่มีใครใช้แบบฉุนๆ กินยาเรียบร้อยแล้วก็คิดขึ้นมาได้ว่าตั้งแต่วันที่ไอ้ปายมันบอกว่าแม่ให้โทรหา ผมก็ยังไม่ได้แตะโทรศัพท์เลย ขยับไปหยิบกระเป๋าเป้มาเปิดเอามือถือออกมา แต่แบตดันหมดแน่ร่ะตั้งแต่เมื่อวานนี่หน่า ดึงสายชาร์ตออกมาเสียบปลั๊กบนหัวเตียง กดเปิดทิ้งไว้รอแบตเพียงพอมันจะเปิดขึ้นเอง แล้วก็เข้าคติโบราณคือหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน เอนกายลงนอนเอกเขนกมองฝ้าเพดานสักครู่ก็ผล็อยหลับไป 

อื๊ดดดด อื๊ดดดด อื๊ดดด อื๊ดดดด 

มือผมเริ่มควานหาตัวการที่ทำให้เกิดเสียงสั่นยาวมาเป็นระยะๆ เปลือกตาก็ยังไม่ได้เปิด พอหาเจอแล้วจับไว้ในมือก็เอามาตรงหน้า ค่อยลืมตาขึ้นดูว่าใครโทรมา "ที่รักของผม" ชื่อที่โชว์หลาอยู่หน้าจอตอนนี้จึงผมรีบดีดตัวลุกขึ้น 

" อ่ะ.. ฮือออ " ต้องเอามือมาปิดหน้าตัวเองทันที จากอาการมืดมัวของตาและเสียงดังวิ๊งๆในหู ลืมไปเลยว่าร่างการไม่ได้ปกติ ต้นเหตุของอาการก็เพราะมีอีกหนึงชีวิตอยู่ในท้อง มันยังไม่ชินเลยทำอะไรปุบปับเหมือนเคยไม่ทันคิด ต้องปรับตัวอีกเยอะเลยแฮ่ะเรา 

" คะครับ.. แม่ " ผมกดรับสายเสียงสั่นยังไม่รู้เลยว่าจะพูดยังไงดีถ้าแม่ถามเรื่องที่รู้มา ตามที่ไอ้ปายมันบอกเพราะยังไม่ได้เตรียมตัว ยังไม่ได้เรียบเรียงคำพูดทำให้รู้สึกประหม่า ถึงจะเป็นคนที่ผมคุ้นเคยที่สุดในชีวิตก็ตาม 

((กรลูก... กร ทำไมไม่รับสายแม่..? แล้วนี่อยู่ที่ไหนลูก..? เป็นอะไรรึเปล่า..? ไม่ได้ทำอะไรลงไปใช่ไหม..? มีอะไรทำไมไม่บอกแม่..? ยังเห็นแม่เป็นแม่ของกรอยู่ไหมลูก " มากมายหลายคำถามหลั่งไหลออกมาติดๆกันเป็นโบกี้รถไฟ สามารถรู้สึกได้ถึงความเป็นห่วงอย่างชัดเจนที่พรั่งพรูดั่งเขื่อนแตก ก้อนจุกอกก็เด้งขึ้นมาเล่นงานผมทันทีเพราะผมเองเป็นต้นเหตุของคำถามทั้งหมด นิสัยเสียที่ไม่เคยเปลี่ยนของผมทำให้ทุกคนต้องเป็นกังวลอยู่เรื่อย ทำไงวะผมจะเป็นคนเห็นแก่ตัวที่กล้าเอาปัญหาทุกอย่างไปปรึกษาคนอื่นได้ 

" เอ่อ.. คือ มะแม่ใจเย็นๆก่อนนะครับ ให้กรตอบก่อนนะ " ผมยังเสียงสั่นเครือบอกให้คนเป็นห่วงใจเย็นๆ ขืนให้แม่พูดต่อผมคงจะตอบคำถามไม่หมดแน่ แค่นี้ก็กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากแล้ว 

((อ่อ..ได้ลูก กรตอบแม่มาเลย)) แม่ยอมที่จะรอฟังให้ผมตอบก่อน ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆจนเต็มปอด เพราะพอได้ยินเสียงแม่ ความอ่อนแอมันก็เตรียมจะมาทุกทีที่ผมมีเรื่องหนักใจ น้อยจริงๆที่ผมจะระบายออกมากับใคร อย่างที่บอกทุกคนล้วนมีปัญหาของตัวเองอยู่แล้ว การที่จะเอาปัญหาเราไปเติมให้เขาอีกมันเป็นสิ่งที่ผมทำไม่ได้ เลยเลือกจะเก็บเอาไว้แล้วแก้ไขไปเองเงียบๆทุกครั้ง 

" คะคือ กะกรอยู่ชลครับแม่.... " พูดตอบออกได้แต่ก็แสนยากลำบาก ต้องข่มความรู้สึกตื้นในอกไว้ ถ้าจะปล่อยมันออกมาเลยกลัวแม่จะตกใจ คิดไปไกลอีกว่ามีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นจะยิ่งทำให้วิตกกังวลเดี๋ยวแม่จะเป็นลมล้มคว่ำ แค่นี้ผมก็น่าทำให้ท่านผิดหวังมากแล้ว  

((ตายจริง...ไปกับใครลูก ปลอดภัยดีรึเปล่า)) ยังไม่ทันได้พูดต่อแม่ก็สวนถามมาอีก โถ่...แม่แค่นี้กรก็ยังตอบไม่ครบเลย ฟังจากน้ำเสียงอันกุลีกุจอออกมาลำโพงโทรศัพท์ คงไม่ทันใจกับสิ่งที่อยากรู้สินะ 

"ดะเดี๋ยวสิครับแม่ " เลยต้องเบรกเอาไว้ก่อน ไม่งั้นคงจะมีแต่แม่เท่านั้นแหละที่ได้พูด ส่วนผมไม่รู้จะหาช่องว่างตรงไหนตอบ 

(( อ่า.. จ้ะ แม่แค่ร้อนใจ)) เสียงที่ดูจะพึ่งคิดได้ว่าควรรอให้ลูกตอบส่ะก่อนของแม่ ทำให้ผมอมยิ้มใจชื่นขึ้นมาหน่อย ยังน่ารักเหมือนเดิมเลยที่รักของผม 

" กรแค่มาพักผ่อนเฉยๆ ไม่ได้เป็นอะไรกรสบายดี ขอโทษนะครับที่ไม่ได้รับสายแม่ กรคงจะหลับแล้วก็พอดีแบตหมดด้วย " นั่นแหละครับตามนั้นเลย ไม่รู้ว่าแม่โทรมาตอนไหนคงจะเป็นช่วงที่ผมหลับอยู่ในรถแท๊กซี่หรือเปล่า จำได้ว่าตอนออกมาจากห้องที่คอนโดผมปิดเสียงตั้งเป็นสั่น ทีแรกจะปิดเครื่องเลยแต่ผมบอกพี่แจงไว้ว่าถ้ามีอะไรให้โทรมา มาถึงรีสอร์ทก็ไม่ได้จับโทรศัพท์เลยอีกเหมือนกัน จนแบตมันหมด 

((เฮ้อ..ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ละแล้วเรื่องละลูก...)) แม่ถอนหายใจโล่งกับคำตอบจนผมได้ยินชัด แล้วคำถามต่อมาคือความกังวลเสียงสั่นเครือขึ้นมาอีก.... นี่สินะสิ่งที่แม่อยากจะรู้มากที่สุด ก้อนจุกแน่นแล่นเข้าหน้าอกหายใจลำบากดวงตาเหิ่มร้อนทันที 

" กะกรไม่ได้ทำอะไรครับแม่ ขะเขาอาจจะเป็น...ของขวัญชิ้นพิเศษของกร..ฮึก " ตอบเสียงแหบพร่าสั่นระรัว น้ำอุ่นใสสะอาดหยดร่วงเผ่าะจากขอบตาร้อน ตัวเริ่มไหลสั่นจากแรงสะอื้น ถึงจะไม่อยากให้เกิดขึ้นแต่จะให้ทำร้ายเขาที่นอนไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรอยู่ในท้อง ใจผมมันยังไม่อำมหิตพอ 

((ถะโถพ่อคุณ.. ทูลหัวของแม่ ฮึก..คงสับสนมากเลยใช่ไหมลูก..ฮึก)) แม่คงจะรู้สถานะการณ์ตอนนี้ของผมดี เสียงปลอบโยนอ่อนละมุนดั่งนุ่น ที่ให้ความอบอุ่นแผ่ซ่านโอบกอดเต็มหัวใจจนถึงกาย อีกครั้งแล้วสินะที่เราสองแม่ลูกต้องร้องไห้ไปพร้อมกัน 

" ฮือออ มะแม่ครับ กรขะขอโทษ ฮือ.." และสิ่งที่อดกลั้นไว้ตั้งแต่รับสาย ก็ปะทุทะลักกลายเป็นเสียงร้องแบบปล่อยโฮ ไม่มีคำไหนจะดีไปกว่าคำว่า "ขอโทษ" เพราะไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ผิดหวังกับเขามากมายแค่ไหน จะรู้สึกยังไงที่ลูกชายตัวเองไปมีอะไรกับผู้ชายด้วยกันแถมยังท้องอีก 

((ฮึก แม่ไม่โกรธ หนูหรอกลูก..ฮึก ไม่ไหวก็กลับบ้านเราเถอะ ฮึก กลับมาหาแม่ ฮือ..)) ไม่ว่าผมจะเป็นยังไง จะทำตัวแบบไหน ผู้หญิงคนนี้ก็ยังเหมือนเดิมตลอด คือ ไม่เคยจะโกรธผมเลยตั้งแต่เกิดมา มักจะมีคำพูดปลอบใจให้กำลังใจอยู่เสมอ ผมเป็นคนที่โชคดีเหลือเกินที่มีเธอ 

" ฮือออ คะครับ กร ขอโทษจริงๆ ครับแม่..ฮืออ แม่ผิดหวัง นะในตัวกรรึเปล่า ฮึก " ทุกอย่างมันก็พรั่งพรู่ออกมาเต็มที ปล่อยความอัดแน่นในอกที่ไม่คิดจะปล่อยกับใครเลยตั้งแต่เกิดเรื่อง คิดเพียงแค่ว่าจะหลบมาละลายความรู้สึกต่างๆให้หายไปเพียงลำพัง 

((ฮึก.. เด็กโง่ ไม่แม่คนไหน ฮึก..จะโกรธเกลียดดวงใจของตัวเองได้ลงหรอกลูก ฮึก และแม่ก็ไม่เคยผิดหวังในตัวกรเลยลูก..ฮือ)) คำพูดปลอบประโลมมากมายมาพร้อมกับเสียงสะอื้นของคนในสาย พากันผสานเสียงร้องดังระงมไปกับคนที่ถือโทรศัพท์หลังจบประโยค น้ำตาไหลหลั่งเป็นสายประดุจว่ามันจะท่วมโลก  

" ฮือออ.. กกร รักแม่ ฮึก.. นะครับ ฮืออ " ผมรักผู้หญิงคนี้เหลือเกิน ผมเองที่มันเป็นคนขี้ขลาดไม่กล้าที่จะปรึกษาเธอ ทั้งที่เธอควรจะเป็นคนแรกด้วยซ้ำที่ผมจะอ่าปากพูดทุกเรื่องทุกปัญหา กลับเก็บไว้คนเดียวทำให้เธอต้องเป็นห่วงขนาดนี้ ช่างเป็นลูกที่แย่เหลือเกิน 

(( จ้ะๆ ฮึก แม่ก็รักกรนะ.. รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีๆนะลูกต่อไปนี้ เรามีเขาแล้วไม่ใช่ตัวคนเดียว ฮึก..นิ่งส่ะนะเดี๋ยวลูกในท้องจะร้องตามไปด้วย ฮึก.. เข้าใจที่แม่พูดใช่ไหมครับ.. )) เสียงแม่พูดบอกพยายามที่จะหยุดร้องเหมือนกัน เพราะนอกจากห่วงผมแล้วยังห่วงหลานในท้องผมด้วย 

" ฮึก ครับแม่ ...เข้าใจครับ ฮึก " ผมจึงพยายามที่จะหยุดร้องยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตา แต่ก็ยังสะอื้นอยู่จะให้หายไปเลยทีเดียวคงเป็นไปไม่ได้ 

((เอาหละๆ ฮึก ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ต่อไปมีอะไรก็บอกแม่ ฮึก ไม่ต้องแบกรับเอาไว้คนเดียว ลูกแม่หลานแม่ๆปกป้องเลี้ยงดูได้ น่ายินดีด้วยซ้ำไปอย่าคิดมาก)) เสียงแม่เริ่งกลับมาเป็นปกติ 

" ฮึก..ครับ ตะแต่ เรื่องนี้แม่รู้ได้ไง " ผมเองก็เริ่มหยุดแทบจะสนิทแล้ว แค่ยังสะอึกแบบคนที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก และไม่ลืมที่จะถามข้อสงสัยตั้งแต่ไอ้ปายมันบอกแล้ว ว่าแม่รู้โดยที่มันไม่ได้บอก 

((มีผู้หญิงคนหนึง โทรมาบอกแม่ว่ากรท้อง เขาบอกว่าเป็นหว่งกลัวว่ากรจะทำอะไรลูกในท้อง เลยให้แม่ช่วยคุยก่อนที่อะไรมันจะสาย)) ฟังที่แม่เล่ามาแล้วคิ้วผมแทบจะผูกกันเป็นโบว์ ผู้หญิงงั้นหรอ หมอหยิงหรอวะ..? คงไม่ใช่มั้งก็เขาบอกจะเก็บเป็นความลับของผู้ป่วยหนิ่ อีกอย่างหมอจะมีเบอร์แม่ผมได้ยังไง จะไปเอามาจากที่ไหนเบอร์ที่ให้ไว้ก็มีแต่เบอร์ผมเท่านั้น แล้วใครกันหละ.... 

" เอ๊ะ... ใครกันครับ " เออยิ่งสงสัยจริงๆ ถึงขั้นรู้เลยหรอว่าผมจะทำอะไร นอกจากที่รู้ว่าท้องจะอัจฉริยะไปไหม แถมเป็นห่วงผมด้วย 

((แม่ก็ยังไม่รู้ เขาบอกว่าไม่ให้ถามอะไรมากเดี๋ยวคงได้เจอกันแน่ ให้สนใจเรื่องกรไว้ก่อน)) หือ.... จะมาเจอกันด้วยทำไมผมคิดไม่ออกเลยวะว่าใคร ผู้หญิง...? ก็มีแค่แม่ พี่เก่ง พี่แจง เท่านี้มั้งที่ผมสนิทด้วยที่สุด คนอื่นก็แค่เผินๆ 

" ใครกันนะ..? เรื่องนี้นอกจากกรกับไอ้ปายแล้วก็หมอ ไม่น่าจะมีคนรู้อีกหนิครับ " ใช่เรื่องนี้ไม่น่าจะมีคนรู้มาก ถึงไอ้ปายมันจะกระจายข่าวแล้วก็เถอะ แต่ช่วงที่ผมมาชลมันเร็วไปไหมที่จะมีคนรู้ดีขนาดนี้ เหมือนรู้ด้วยว่าผมทำอะไรเวลาไหน หรือแทบจะรู้ความคิดเลยไหม 

((ไม่รู้สิ..ตอนแรกแม่เองก็ไม่อยากไว้ใจนะ แต่เขาแสดงความเป็นห่วงกรมาก แม่เลยไม่ได้ใส่ใจอะไรตรงนั้นคิดถึงแค่เรื่องกรอย่างเดียว ไม่น่าจะมีอะไรที่ไม่ดีมั้งลูก ยังดีส่ะอีกไม่งั้นแม่คงไม่รู้เรื่องงลูกชายตัวแสบ ที่มีอะไรไม่เคยบอกปล่อยให้คนแก่เป็นห่วงอกแทบแตก)) อุ๊ย ไหงงั้นล่ะกำลังสงสัยเพลินๆ กลายเป็นบทตัดพ้อไปได้ไง  

" โอ๋ๆ กรขอโทษ ต่อไปผมจะไม่ทำอีกแล้ว " เลยต้องทิ้งความสงสัยมาสนใจคนนอยด์แทน นึกหน้าออกเหมือนภาพฉายแบบ HD เลย ว่าที่รักของผมจะทำหน้าแบบไหน 

((แล้วเราหละเป็นไงบ้างลูก หลานของแม่ด้วย)) อืม....คงจะถามเรื่องอาการของผมสินะ 

" ก็สบายดีครับแรกๆแพ้ท้องหนักมาก แต่พอรู้เหมือนอาการจะดีขึ้น ได้ลูกชายครับแข็งแรงดี " ผมก็บอกไปตามอาการที่เป็นแล้วก็บอกเพศลูกด้วยเลย 

((ฮ่าๆ แสบตั้งแต่อยู่ในท้องเชียวหลานยาย อยากให้แม่รู้เลยแกล้งส่หนักเลย ออกมาจะขนาดไหนเนี่ย ฮ่าๆ)) เสียงหัวเราะร้วนชอบใจของคุณยาย ที่เอ่ยแซวหลานชายคนที่สองของบ้าน แต่ที่ผมขัดนิดนึงก็ตรงที่บอกว่าผมเป็นแม่เนี่ยแหล่ะ 

" โห่...อะไรกันแม่ ผมต้องเป็นพ่อสิ " ใช่ผมน่าจะเป็นพ่อมากกว่าสิ จะให้ลูกมาเรียกว่าแม่หรอมันรู้สึกยังๆวะ ไม่ใช่ผู้หญิงส่ะหน่อย 

((ได้ไงหล่ะ.. เราเป็นคนอุ้มท้องจะเป็นพ่อได้ยังไง ให้ลูกเรียกไปตามสถานะเถอะกร)) ฮืม... คนที่อุ้มท้องต้องเป็นแม่ได้อย่างเดียวหรอ เคยมีคนท้องคนไหนไหมเนี่ยที่ให้ลูกเรียกว่าพ่อบ้างอยากรู้จัง จะได้มีตัวอย่างให้ยกมั้ง 

" ฮืออ.. ก็ผมเป็นผู้ชายหนิครับ เดี๋ยวกันอื่นจะมองไม่ดี " ร้องขัดแม่ไว้ก่อนให้ผมไปหาข้อมูลก่อนได้ไหมแม่ อีกอย่างคนรอบข้างจะมองยังไงถ้าให้ลูกเรียกผมว่าแม่ ถึงจะอุ้มทองมาก็เถอะ 

((กร|| อยู่ใกล้ๆแม่จะตีให้...สนใจคนอื่นทำไมหละลูกในเมื่อเขาไม่ได้เป็นอะไรกับเรา สายเลือดก็ไม่ใช่แค่คนนอก อย่าให้มันมีผลกับครอบครัวของเรา เราไม่ได้ไปขอใครกินเอาเวลามาใส่ใจหลานแม่ดีกว่านะลูก จะไปเสียเวลากับคิดเรื่องอื่นทำไม)) อึ้งไปเลยสิทุกอย่างจริงหมด ครอบครัวเราไม่เคยไปขอให้กิน เราสร้างเราหามาเองกันทุกอย่าง จะต้องไปสนทำเพื่อ ทุกวันนี้ผมก็ทำแบบนั้นมาตลอดนะ 

" ครับแม่..กรจะทำให้ดีที่สุด " เห็นด้วยครับผมจะทำแบบนั้นแหละ สนใจแค่ลูกและครอบครัวคนอื่นจะยังไงชั่งหัวมันสิ อย่ามาลังแกลูกผมก็พอ ฮืมม... 

((ดีแล้วลูก งั้นพักผ่อนส่ะ แม่จะไปคุยกับพ่อเขาส่ะหน่อย ดูแลตัวเองดีๆนะลูก ถ้าไม่ไหวก็กลับบ้านเรา)) แม่บอกให้ผมไปพักผ่อนเตรียมที่จะวางสายแล้ว น่าจะเอาข่าวผมไปบอกพ่อกับทุกคนที่บ้าน ไม่เป็นไรหรอกสักวันทุกคนก็ต้องรู้อยู่แล้ว หวังแค่ว่าทุกคนจะรับได้ 

" ครับ กรรักแม่นะ จุ๊บๆ " ผมบอกรักแม่อีกครั้งส่งเสียงจุ๊บไปในโทรศัพท์  

((ฮ่าๆจ้ะๆ)) ติ๊ด/// เสียงหัวเราะมีความสุขของแม่ดังก่อนที่สายจะตัดไป แล้วก็เป็นอันว่าจบการสนทนา ที่เหมือนยกภูเขาออกจากอก ผมวางโทรศัพท์ลงเอามือมาลูบคลำที่หน้าท้อง พลางอมยิ้มน้อยๆใช่ที่ยังมีหนูอยู่อีกคนนี่เนอะ 

" อืมมมม จะเรียกว่าแม่ มันรู้สึกกระดากไป ฮืมม.. งั้นใช้ม๊าแล้วกัน คิคิ.." นั่งลูบท้องไปเอียงหน้ากัดริมฝีปากครุ่นคิดไปเรื่องสัพพนามที่จะให้ลูกเรียกผม แม่ ม๊า มัม สักครู่นึงก็ตัดสินใจได้เอาม๊านี่แหละ แล้วก็นั่งพูดนั่งหัวเราะกับลูกที่อยู่ในท้องเหมือนคนบ้า 

" ตอนนี้ม๊ามีความสุขจัง หนูต้องเป็นเด็กดีห้ามดื้อทำม๊าวิ่งอ้วกอีกเขาใจไหม..หืมมม..." ก้มลงมองอยู่ที่ท้องตัวเองลูบเบาๆฉีกยิ้มให้กับคำที่พูดออกมา ไม่รู้ว่าลูกจะได้ยินหรือเปล่า จะรู้เรื่องด้วยไหมคิดแล้วก็น่าขำ.. 

" อือออ..จะหนูว่าอะไรดีนะ.." มองดูท้องที่เอามือลูบอยู่นึกได้ว่าต้องตั้งชื่อให้ลูก เลยเงยหน้าขึ้นมาแล้วหันไปที่หน้าต่างบานกระจก มองเหม่อด้วยความคิดออกไปข้างนอก.... 

" ม๊าจะตั้งชื่อให้หนูว่า "ซี" ทะเลแห่งความสุข " คนที่มาทะเลกันเขาจะต้องการอะไรหละ..นอกจากความสุข ทั้งสุขที่ได้ทำมาหากิน สุขที่ได้มาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ไม่ว่าจะมายังไงหรือมาแบบไหน ทุกคนก็อยากได้สิ่งเดียวกันกลับไปนั่นคือความทรงจำดีๆที่เรียกว่า "ความสุข" และหนูคือสิ่งนั้นของม๊าครับ น้องซี 

 

 

3 เดือนผ่านไป 

 

" อือออ...ซี๊ดด.. อย่าดิ้นแรงสิลูก ม๊าจุก อ่าา " ผมที่นอนเหยียดขาเอนหลังอยู่บนโซฟาตัวยาว อ่านคู่มือคุณแม่มือใหม่ไปพลางดูทีวีไปพลาง รอไอ้ปายมันที่ออกไปซื้อของต่างที่หมด ต้องซี๊ดปากกับความจุกจากแรงถีบของเจ้าตัวแสบในท้องที่ตอนนี้ได้เจ็ดเดือนแล้ว ดิ้นเก่งปานจะประกาศศักดาว่าข้าจะออกมาวิ่งเร็วๆนี้ 

" เป็นอะไรเนี่ยเราวันนี้ ดิ้นไม่หยุดเลย ไม่สงสารม๊าหรอ ฮึม..." เอาหนังสือที่อ่านว่างคว่ำไว้แล้วมาลูบท้องที่นูนเด่นเห็นชัดเลย จากตอนแรกที่แทบจะไม่เห็นความต่าง แต่ตอนนี้ท้องโตยืนออกมาจนผมไม่ค่อยกล้าจะไปไหนมาไหนเลย จะออกไปทีต้องเตรียมซื้อคุมกันยกใหญ่ งานที่บริษัทพี่แจงก็เอามาให้ทำที่นี่เลย เพราะผมเหนื่อยง่ายง่วงก็บ่อยพี่แกเลยจัดการให้เสร็จสรรพ ผมลูบวนไปก็พูดคุยไปเพราะหมอบอกว่าเขารับรู้ได้ยินทุกอย่างที่คนเป็นแม่พูดหรือทำ รับรู้แม้กระทั่งอารมณ์ต่างๆด้วย 

ตั้งแต่กลับมาจากชลผมก็มาอยู่คอนโดเหมือนเดิม ต่างตรงที่ผมต้องระมัดระวังดูแลตัวเองมากขึ้น กินยาหาหมอตามนัดตรงเวลา อาหารการกินก็ต้องดูที่มีประโยชน์ถูกโภชนาการตามหมอสั่ง มีบ้างที่ดื้อกินของที่โดนห้าม แต่ก็มีคนคอยจู้จี้จุกจิกตลอดอย่างไอ้ปายคอยบ่น ตอนแรกหลายคนไม่เห็นด้วยเพราะกลัวจะไม่มีคนดูแลเวลาท้องใหญ่ แม่ก็จะให้กลับไปอยู่ที่เชียงใหม่ด้วซ้ำ แต่ผมรั้นไงฮ่าๆ มันก็ไม่ทั้งหมดส่ะทีเดียวหรอกครับ เพราะผมต้องดูงานที่บริษัทด้วยไง ผมบอกว่าจะพักตอนใกล้คลอด ช่วงที่ยังทำอะไรได้อยู่ก็อยากทำไปก่อนไม่อยากอยู่เฉยๆ เหมือนไม่มีประโยชน์ แรกๆเลยคนที่รู้ว่าผมท้องพากันตกใจกันยกใหญ่ พ่อกับพี่เก่งนี่ตื่นเต้นกันมากเลยทั้งแซวทั้งแหย่ผม จะมีคนเฉยๆก็ไอ้น้องชายหน้ามึนคนเดียวน่ะแหละ ยิ่งพวกเดอะแก๊งผมนี่แหมยิ่งกว่ารู้วันสิ้นโลก แต่นี้ก็ซาๆลงแล้ว 

อีกเรื่องหนึ่งคือผู้หญิงคนที่โทรไปหาแม่ผมออกมาแสดงตัวแล้ว คุณหญิงประภารัตน์ วงศ์วิเศษพันธ์ุ แม่ของไอ้บ้านั่น แต่เธอเป็นคนดีนะน่ารักเหมือนแม่ผม มาด้วยเหตุผลที่ผมยอมรับได้ทุกอย่าง เธอเอาใจใส่แวะเวียนมาดูผมตลอดเอานู้นเอานี่มาให้ ทั้งของกินของให้ของบำรุงเยอะแยะเต็มไปหมด ห้ามก็ไม่ฟังผมเลยปล่อยเธอเอาที่สบายใจแล้วกัน นอกเหนือจากคุณญิงแล้วก็มีไอ้ปายกับผัวมันเนี่ยแหล่ะ มาคอยอยู่ดูแลผมประจำจนจะเป็นคอนโดมันอยู่แล้ว เพราะที่นี่มีสองห้องไงอีกห้องมันกับผัวมันอยู่ ก็จะมีเสียงในฟิมล์รบกวนบ้างแต่ก็ดีกว่าอยู่คนเดียว  

พอเจ้าแสบในท้องหยุดดิ้นผมลุกขึ้น เอามือจับทาบดันที่หลังช่วงเอวเดินเทอะทะอุ้ยอ้ายไปที่ตู้เย็นในโซนครัว เปิดเอาน้ำผลไม้มาเทใส่แก้วเพื่อดื่มตามปกติ จากคำแนะนำให้ดื่มด้วยและตัวเองชอบด้วย คุณหญิงจะทำมาให้ประจำไม่ก็ไอ้ปายซื้อมาไว้ให้ มีของให้กินเยอะแยะไม่เคยขาดจะหมดก็มีคนหามาเติมอยู่เรื่อยๆ 

ติ๊งต่อง.. ติ๊งต่อง.. ติ๊งต่อง.. 

" หืออ.. ใครนะ คุณหญิงหรอ ไม่นะ..พึ่งกลับไปเองนี่ " ผมพูดกับตัวเองแบบฮึมฮัมเบาๆพลางคิดไปด้วย ไอ้ปายกับผัวมันมีการ์ดนี่คงไม่กดกริ่งหรอก ส่วนคุณหญิงก็จะพึ่งกลับไปได้สักพักแล้ว..ลืมอะไรเปล่านะ!!! หรือว่ามีคนเอาอะไรมาส่งอย่างที่เคย ผมค่อยๆก้าวเดินไปยังประตูเพื่อจะเปิดให้คนที่กดกริ่งอยู่ ถือแก้วน้ำผลไม้ดื่มไปด้วย.... 

ติ๊ด..แก๊ก/// ประตูเปิดออกกว้างพอจะเห็นว่าใครยืนอยู่หน้าห้อง 

เพล้ง///  

แก้วน้ำผมไม้ที่อยู่ในมือหลุดร่วงลงพื้นแตกกระจาย ตาเบิกโพลงตัวชาทำอะไรไม่ถูกร่างท่วมท้องโตก้าวถอยหลังไม่คิดว่าจะเป็คนๆนี้ และเมื่อคิดขึ้นได้จากความตกตะลึง จึงก้าวขากลับคืนไปเพื่อจะปิดประตู แต่ไม่ทันได้ระวังว่ามีอะไรอยู่ที่พื้นเพราะความรีบเร่ง 

จึ๊บ///  

" โอ้ะ...อู๊ยย " เท้าที่เหยียบแก้วเศษแตกเข้าเต็มเปา นาจะลึกพอควรจนเลือดไปออกมาเปอะพื้นแดงเถือก เจ็บแสบจนต้องร้องโอดครวญ พยายามจะเขย่งเท้าหลบไปอีกทาง  

" ไหนดู.. ทำไมไม่ระวัง " คนที่ยืนมองอยู่หน้าห้องรีบโผเข้ามาโอบประคองอย่างถือโอกาส ก้มตัวไปจับที่ขาเพื่อจะยกดูแผลที่เท้า จนผมไม่ทันได้ตั้งตัว 

" อย่า.. อย่ามาจับ|| ออกไป||| " รีบสะบัดเท้าออกจากมือที่จับข้อเท้าอยู่ด้วยความไม่พอใจ เขย่งเอาไว้ไม่ให้ทาบลงพื้นเพราะคงเจ็บแน่ ร้องห้ามผลักตัวมันออกแล้วตะโกนไล่ดังสุดเสียง  

ทำไม... ทำไมกัน ในเมื่อหายไปแล้วต่างคนต่างอยู่แท้ๆ ทำไมยังจะกลับมาอีกยังจะต้องการอะไรจากชีวิตผมอีก หรือว่ายังไม่พอกับที่ระบายร่างกายนี้อยู่อีก มันไม่หลงเหลืออะไรให้คนอย่างมึงได้แทะเล็มหรอก ความรู้สึกเกลียดชังน้อยเนื้อต่ำใจ ประดังประเดเข้ามาจนเนื้อตัวสั่นกำหมัดแน่น จะไม่มีไพ่ใบไหนที่คนอย่างมึงจะเอามาบังคับกูได้อีก แล้ว ไม่ว่ามึงจะมาไม้ไหนก็มาลองดูกันสักตั้งจะเป็นไรไป 

 

 

______________________________________________________________________________________________ 

 

 

 

เหมือนเดิม ไม่มีตรงไหนแก้ไขเลย อิอิ เพียวๆ ไว้จบเรื่องค่อยทวนทีเดียว 

อย่าลืม กดไลค์ คอมเม้น ติชม หลังอ่าน เพื่อเป็นกำลังใจ 

ขอบคุณสำหรับผู้ติดตามและผู้ที่เปิดผ่านไปทุกท่าน จะมาต่อให้เรื่อยๆค่ะถ้าไม่ติดอะไร

ปล. อาจมาเนื้อหาดาม่ารุนแรง ภาษาที่ไม่ถูกต้อง โปรดใช้จักรยานในการอ่านทุกท่าน อิอิ

 

 

.

ความคิดเห็น