OffGun | รวมเรื่องสั้น
กูเชี่ยวแต่ไม่เที่ยว [ NC18+ ]
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
กูเชี่ยวแต่ไม่เที่ยว [ NC18+ ]

 

 

 

กูเชี่ยวแต่ไม่เที่ยว

( Off & Gun FunNight )

 

 

- OFF -

22 : 56 PM At AUSD Club Lounge

 

 

ใต้แสงสี เสียงเพลงสนุกเร้าอารมณ์นักเที่ยวกลางคืนในผับเลาน์หรูหรากลางกรุงคืนนี้มีผม คนไม่ถนัดเที่ยวโลกกลางคืนนั่งดื่มชิลล์คุยเล่นกับเพื่อนวัยเดียวกันอีกสองคนอยู่ด้วยกันตั้งแต่ยังไม่สี่ทุ่มดี อย่าถามถึงอาการว่าแต่ละคนตอนนี้เป็นแบบไหน . . เพราะพวกเราก็ดื่มกินกันมานับชั่วโมงกว่าเข้าไปแล้ว เริ่มมีเคลิ้มโยกหัวกับจังหวะเพลง เรื่องคุยก็สนุกมากขึ้นตามบรรยากาศรอบตัวตอนนี้พอกันทั้งสามคน

 

“ เพลงสนุกกว่าเมื่อกี้หรือกูเมาแล้ววะมึง ” เสียงเพื่อนผมพูดดังกว่าปกตินิดหน่อย เพราะเสียงเพลงภายในอาคารเพดานสูงเหมาะกับผับบาร์หรูกระหึ่มมากจริงๆ ซ้ำบรรยากาศสลัวก็พาอารมณ์สนุกมากขึ้นไม่ยาก

 

         “ หึ มึงเมา ” ผมพูดตอบเพื่อนมันไป

 

         “ เออ มึงกูว่าจะถาม . . . . ”

 

จึ่ง จึ่ง ~

 

         “ ( ? ) ” และไม่ทันได้ฟังว่าเพื่อนมันจะถามว่าอะไร ผมก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสจิ้มจึ่งจึ่งจากด้านหลัง ผมถึงหันหลังไปมองก็เจอเด็กหน้าอ่อนส่วนสูงน้อย หน้าแดง ตาปรือ ปากอิ่มยืนมองมาอย่างกับเจ้ากรรมนายเวรรอเอาคืนมองผมไม่หลบตา ผมเลยขอสงสัยหน่อยเถอะว่ามันเป็นใคร

 

         “ ( เอิ้ก ) . . กันขอ . . . อือ อันนี้อ่ะ ” แต่ก็นั่นล่ะ มันยังไม่ได้แนะนำตัวหรืออะไรใดๆ มันก็สะอึกออกมาด้วยเพราะเมา มันเลยรีบยกมือทั้งสองข้างของมันขึ้นปิดปาก ก่อนจะตั้งสติชี้นิ้วมาที่มือถือผมบนโต๊ะเตี้ยด้านหน้าโซฟาที่ผมนั่งอยู่

 

         “ ขอมือถือกู ? ” ผมถามซ้ำกับมันออกไปอีกครั้ง เพราะเด็กเมาอย่างมันอาจกำลังหลงกับเพื่อนด้วยร้านนี้ค่อนข้างใหญ่ มีถึงสามชั้น มันคงต้องการความช่วยเหลือให้โทรหาเพื่อนซะล่ะมั้ง

 

         โคตรเด็กยังจะเมาเละอีก ลองเป็นแฟนผมหน่อยเถอะ ผมจะดุให้ไปเมาไหนไม่ได้เลย . . . เดี๋ยวนะ แฟนกูเหรอวะ . . จะว่าไปแล้วตอนนี้ผมก็โสดนะ ห่างความรู้สึกดุไปนานแล้วเหมือนกัน

 

         “ อืออ ใช่ๆ กันขอไลน์ ( อึก ) พี่หน่อยสิ ” ไอ้ส่วนสูงน้อยที่สะกิดหลังผมจึกจึกเมื่อครู่พยักหน้ารัวๆ รับคำผม แต่ก็ติดงงว่ะ สรุปว่ามันจะขอไลน์ผมไม่ใช่ขอมือถือผมไปโทรหาเพื่อนใช่ไหมวะ ?

 

         “ เดี๋ยวนี้เด็กมันแรงว่ะ ” ไม่ทันที่ผมต้องถาม เพราะเพื่อนผมอย่างไอ้อาร์ม ดีไซเนอร์ไฟแรงก็ออกปากแซ็วไอ้เด็กนี่แทนไปแล้วอย่างไม่ต้องรอใครขยายความ

 

         “ หึหึ น่ารักดีนะถ้ามึงไม่จีบ กูขอจีบนะเผิง ” ส่วนเพื่อนอีกคนของผมก็ไม่ยั้งปากแซ็วมันออกมาเหมือนกัน แต่สายตาเพื่อนผมชัดเจนว่าเอ็นดูมากกว่าชู้สาว . . ไอ้เต ตากล้องสุดติสส์ประจำวงการ

 

         “ ทำไมกูต้องให้มึง ” ผมฟังเพื่อนสองคนพูดจบ ผมก็ออกปากถามเด็กขี้เมาออกมาบ้าง เพราะไม่ว่าเพื่อนผมสองคนจะแซ็วอะไรก็ตาม ตาปรือของมันที่ผมขอเดาว่า ถ้าไม่เมาคงน่ามองไม่น้อยไปกว่าตอนนี้เท่าไหร่ก็ไม่หลุดโฟกัสจากผมไปเลยแม้ครั้งเดียว

 

         “ กันไม่เคยเจอพี่ที่นี่ กันเห็น . . ( อึก ) กันชอบ กันขอไม่ได้เหรอครับ ? ” ทว่าคำตอบของมันแต่ละคำทำเอาผมค้างๆ ไปเหมือนกัน

 

         เด็กแบบมันไม่ควรเมา และมาใกล้ผมแค่เอื้อมอย่างตอนนี้ . . . เพราะเมื่อเมามันทำให้คนอย่างผมรู้สึก รู้สึกอารมณ์ดี . . รึเปล่านะ

 

         “ กูไม่ให้ ” ผมเห็นความมุ่งมั่นในแววตาฉ่ำเพราะเมาของมัน ผมเลยแกล้งบอกมันไปแบบนี้ ไม่ใช่ผมรังเกียจผู้ชาย . . เพราะโลกเดี๋ยวนี้คำว่ารักมันลึกซึ้งเกินกว่าคำว่า เฉพาะแค่ชายหญิงไปแล้ว

 

         และไอ้ส่วนสูงน้อยที่เดินมาสะกิดแขนผมจากด้านหลัง . . . มันก็น่ามองไม่น้อย

 

         “ อย่างนั้นกันก็ . . ”

 

         “ เดี๋ยว นี่มึงจะทำอะไร ? ” คนที่ถูกผมปฏิเสธเอียงคอเล็กน้อยเหมือนคนจะนอนหลับกลางอากาศซะให้ได้ตอนนี้ มันบ่นๆ อะไรออกมาเล็กน้อยก็หยุดพูดไปก่อนจะเดินเซนิดหน่อยอ้อมโซฟาผมมาเพื่อยืนอยู่ต่อหน้าผมจนผมสงสัย และเงยหน้าถามไอ้คนยืนค้ำหัวอยู่ไปอีกครั้ง . .

 

หมับ !

 

“ ฉิ-หาย ! ” แต่มันไม่ยอมตอบอะไรออกมาจนกระทั่งมันทรุดลงนั่งบนตักผมพร้อมคล้องแขนกอดคอซุกหน้ามากับซอกคอผมแล้วนั่นล่ะ ผมถึงรู้ว่าคำตอบวิธีขอไลน์ของมันคืออะไร เพื่อนผมทั้งสองคนแน่นอนว่ามันโคตรจะตกใจ

 

“ ไม่ให้ก็นั่งมันตรงนี้ . . ( อึ้ก ) ” ไอ้คนเมายังคงกอดคอซุกหน้ากับผมไม่ยอมผละไปไหนพึมพำออกมาไม่หยุด เสียงสะอึกเพราะเมาก็ยังอยู่

 

         “ . . . . . . . . . . . . . . . ” ไม่ใช่ผมไม่ตกใจ แต่ . . ผมไม่รู้จะโวยวายไปทำไม หรือมีใครเคยเถียงคนเมาแล้วชนะ อีกทั้งความรู้สึกแปลกส่วนลึกในตัวผมมันก็ไม่ได้รังเกียจสัมผัสของ คนเมา . . . คนนี้ เหมือนกัน

 

         ถึงจะเพิ่งรู้จักกันไม่กี่ประโยค . . . ถึงจะดูว่าแปลก แต่มันก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้น

 

         “ อ้าว ไม่มีแรงขัดขืนขึ้นมาซะอย่างนั้นเพื่อนกู ” และพอผมเงียบไม่พูดอะไรซ้ำยังเอนตัวสบายไปกับโซฟานุ่มเหมือนเดิม อาร์มเพื่อนผมที่นั่งอยู่ด้วยกันตั้งแต่เริ่มก็แซ็วมาอีกครั้งจนได้ แต่พอผมมองมันทั้งคู่ไปนิ่งๆ มันสองคนก็ยิ้มแหยให้ก่อนจะคุยกันต่อตามปกติที่คุยกันก่อนหน้านี้ เพียงแค่ว่าตอนนี้ผมไม่ได้ฟังก็เท่านั้น

 

จุ๊บ !

 

         “ ( !!! ) ” แต่ไอ้เด็กขี้เมานี่มันไม่หยุดจริงๆ ! เพราะเมื่อผมนิ่งตอนมันกอด มันก็หนักข้อกดจูบคอผมอย่างไม่ทันตั้งตัวอะไรเลย ! และแน่นอนครั้งนี้ผมตกใจถึงขั้นมองมันทันที มันสบตาผมแล้วยิ้มทะเล้นออกมาครั้งนึงก่อนจะซุกซบลงเหมือนเดิม

 

ไอ้เด็กแสบ !

 

         “ เด็กจัง ” ถ้าคืนนี้มันกลับกับผม ผมบอกเลยว่ามันจะได้รู้ว่า ผมเด็ก หรือ ผมเด็ด . . หึ เด็กน้อย

 

แม่- เด็กมันท้าท้ายดีซะจริง

 

         “ . . . . . . . . . . . . . . . . . . ” ผมตกใจ แต่พอคิดในหัวได้ว่า ควรต้องใจนิ่ง และดูว่าเด็กนี่มันยังไงกัน มันอยากแค่สนุกเฉยๆ หรือใจกล้าทำความรู้จักแต่สานสัมพันธ์กันกับผมต่อในอนาคต . .

 

ถ้าเด็กนี่มันแค่อยากสนุกผมจะไม่ไปกับมัน แต่ถ้ามันต้องการผมเป็นมากกว่าคู่นอนผมจะไป ผมมันใจบางชอบคนง่าย แต่จะรักได้ไหม . . เด็กแบบมันก็คงไม่ยากเท่าไหร่ เพราะเด็กแบบมันผมไม่อยากรู้จักแค่คืนเดียว ผมอยากรู้จักมันมากกว่านั้น

 

“ ( จุ๊บ ) เด็ก . . ( จุ๊บ จุ๊บ ) พี่หอมเหมือนเด็กเลย ( จุ๊บ ) เขินก็เหมือนเด็ก ” ครั้งแรกผมตกใจ ครั้งที่สองที่มันจูบคอมาอีกจนเรื่อยมาถึงคางในจูบที่สี่ผมเริ่ม . . รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ผมเลยไม่ได้เกร็งหรืออยากดุอะไรกับมันอีก

 

“ มึงชื่ออะไรนะ ? ” พอมันกดจูบคอผม คางผมจนพอใจพร้อมนั่งซุกไหล่ผมเหมือนเดิม ผมเลยออกปากถามมันไปอีกแม้จะได้ยินมันเรียกตัวเองว่า “ กัน ” ไปแล้ว แต่ผมก็อยากให้มันแนะนำตัวอีกครั้ง เพราะเอาเข้าจริงแล้วมันยังไม่ทันจะบอกอะไรมันก็จู่โจมผมมาถึงขนาดนี้แล้ว

 

“ กันครับ ( จุ๊บ ) ”

 

“ มึงง่ายแบบนี้ทุกวันเหรอ ? ” พอผมถามมันก็ตอบ แต่พอมันตอบเรียบร้อยปากอิ่มของมันก็จูบลงบนไหล่ผมอีกครั้ง และผมอดสงสัยไม่ได้ว่ามันเป็นแบบนี้กับทุกคนรึเปล่า . . . รู้สึกไม่พอใจแบบแปลกๆ ว่ะผม

 

“ ใช่ๆ กันเมาง่าย ( อึก ) แล้วกันก็ง่วงเร็วด้วย ”

 

“ ไม่ใช่เมาง่าย กูหมายถึงมึงมันได้ง่ายแบบนี้ทุกวันใช่ไหม ? ” ไอ้คนที่แทนตัวว่ากันพยักหน้ารับรัวอีกครั้งจนผมรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาไม่น้อยที่มันยอมรับว่า มันทำง่ายแบบนี้กับทุกคน แต่ไอ้คำตอบขยายคำว่า ใช่ ทำเอาผมต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วถามซ้ำความหมายเดิมทว่าชัดเจนกว่าออกไปอีก

 

“ อ๋ออออ . . . อันนี้ไม่ใช่ๆ นะ ผมเพิ่งเริ่มง่ายวันนี้เอง พอดีเห็นพี่เข้าร้านมากับเพื่อนแล้วรู้สึก . . ตึกตึก ตึกตึก แบบนี้ที่นี่อ่ะ ( อึก ) ” ไอ้กันมันรับเสียงยานคางหน่อยๆ ออกมา ก่อนจะปฏิเสธตามอย่างไม่ต้องถามอีกครั้ง ซ้ำตอนท้ายมันยังอธิบายไอ้คำว่า ตึกตึก ของมันด้วยมือตัวเองที่ยกขึ้นกระทบอกตัวเองเบาๆ ตามจังหวะ แต่อาการเท่านี้ก็มากพอให้ความรู้สึกอยากหงุดหงิดเมื่อครู่ของผมมันจางไปอย่างไม่น่าเชื่อ

 

หมับ ~

 

         “ ตอนนี้ก็ยังเป็น จับแล้วพี่รู้สึกไหมครับ . . . และไอ้เสียงตึกตึกนี่ล่ะ ทำให้ผมไม่รู้จะทำยังไงเลยลองดื่มดู พอเริ่มรู้สึกกล้าก็เดินมาหาพี่นี่ไง แบบนี้กันง่ายไหม แต่กันว่าไม่ง่ายนะ กว่าจะคิดได้กลัวพี่หนีไปจะแย่ ( จุ๊บ ) ” อยู่ๆ ไอ้กันมันก็ผละออกจากไหล่ เพื่อมองหน้าผมให้ชัดใต้ความสลัวของสถานที่รื่นเริงนี้พร้อมขยับมือมาจับเอามือผมข้างนึงไปทาบที่อกซ้ายของมันทันที พอมันพูดอะไรของมันจบ หน้าแดงของคนตรงหน้าก็โน้มมาจูบแก้มผมซ้ำอีกครั้งทันที

 

         ถ้าใครคนไหนจะเข้าใจว่า ผมเป็นอะไรกับมันมานานนับปีแล้วก็คงไม่น่าแปลก . . . เพราะตั้งแต่มันมาที่โต๊ะผมจนตอนนี้ยังไม่ทันครึ่งชั่วโมงดี มันกอด มันจูบ มันหอมผมเกินคนคบกันจริงๆ ไปหลายโค้งแล้วล่ะ

 

         “ มึงมากับใคร ? ” เมื่อผมรู้สึกแล้วว่า คนตรงหน้ามันไม่ได้แค่อยากสนุกกับผมเพียงอย่างเดียว ผมก็เริ่มตั้งคำถามที่อยากรู้กับมันไป

 

         “ นั่นครับ ตรงนั้นเพื่อนหมดเลยมีทั้งรุ่นพี่ ทั้งเพื่อน ” คนเมาชี้นิ้วไปด้านหลังทิศเดียวกับที่มันเดินมาหาผม ผมมองไปก็เห็นเป็นกลุ่มใหญ่มีคนหลายวัยอย่างปากมันบอกซึ่งทุกคนก็เปลี่ยนกันชำเลืองมาทางผมไม่หยุด พอผมหันไปเจอผมก็ยักยิ้มให้ไปเล็กน้อย คนนี้น่าจะรุ่นพี่เพราะสายตาดูห่วงใยคนบนตัวผมชัดเจน

 

         “ ทำไมพวกเขาไม่ห้ามมึง ”

 

         “ กันไม่ฟัง ”

 

         “ มึงมีแฟนไหม ? ” สารภาพตามตรงเลยก็กลัวมันจะมีคนรักอยู่แล้วเหมือนกัน และถ้ามันตอบว่ามีแล้วผมก็คง . . ผิดหวัง

 

         “ อันนี้กันมี . . คึคึ พี่ไงครับ ”

 

         “ . . . . . . . . . . . . . . . . . ” พอไอ้คำถามแต่ละคำถามที่ผมอยากรู้ และมันตอบครบทุกข้อจบโดยมุกของมันก็ทำเอาผมต้องเหนื่อยใจกับมุกของมันจนต้องเงียบ มุกแป้กสิมัน พูดจนจะไม่รู้เรื่องอยู่แล้วก็ยังจะกวน

 

         “ กันอยากกลับ . . งวงแล้ว อืออ พี่ครับไปส่งบ้านหน่อยสิ ” พอผมทำนิ่งไม่พูดโต้ตอบอะไรกับมัน ไอ้คนเมาก็ออกฤทธิ์อ้อนอีกครั้งจนแน่นอนว่าผม . . .

 

“ ถ้ากูไปส่ง มึงต้องเป็น เด็กออฟ ตั้งแต่คืนนี้เลยนะ มึงไหวเหรอ ? ” เด็กมันขอให้ไปไหน เราก็ต้องไป อย่าไปขัดใจ นี่ผมไม่ได้ตามใจเลยนะแค่ทำให้เขาได้ผมเลยทำ

 

         “ กันไม่ได้ขาย ! ” แต่ไอ้คำพูดกำกวมของผมที่จงใจหยอกให้มันหัวเราะเขินออกมาอย่างตอนมันกวนผมดันกลายเป็นว่า มันตีความผิด จนตัวมันผละออกจากไหล่ผมพร้อมแว้ดผมมาด้วยหน้ากำลังจะร้องไห้ให้ได้ถ้าผมขัดมันอีกครั้ง

 

         “ เฮ้อ ก็กูชื่อออฟ ถ้ามึงไปกับกูแล้วมึงไม่ใช่เด็กออฟ มึงจะเป็นเด็กเต เด็กอาร์มรึไงวะ ? ” ผมถอนหายใจทิ้งออกมาก่อนจะเฉลยให้มันรู้ แต่จะว่าไปมันจะเข้าใจผิดก็คงไม่แปลก เพราะผมก็ลืมไปว่า ผมยังไม่ได้บอกอะไรที่เกี่ยวกับตัวผมออกไปให้มันรู้เลยแม้แต่อย่างเดียว

 

         “ อ้าวจะหยอกเล่นหรอกเหรอ . . อือออ ขอโทษที่เสียงดัง ( จุ๊บ ) แล้วเตคือใคร อาร์มล่ะเป็นใคร ” พอมันรู้ว่าผมจะหยอกเล่นกับมัน หน้าก็เหวอไปหน่อยก่อนจะกระเง้ากระงอดกอดซบแอบจุ๊บผมก่อนจะออกปากถามถึงเพื่อนผมสองคนที่นั่งคุยกันอยู่อย่างออกรส

 

         “ เพื่อนกูนั่งตรงนี้ไม่ได้ลุกไปไหนเลย สาบานว่ามึงไม่เห็นพวกมัน ” แต่พอมันสองคนได้ยินว่าผมพูดถึงมันก็มองมางงๆ ก่อนจะเข้าใจเมื่อไอ้คนบนตักผมหันไปหาพร้อมยิ้มไปให้อย่างน่า . . น่ามอง

 

         “ อ๋ออออ สวัสดีครับ . . ใครว่ากันไม่เห็น กันเห็นนะ แต่กันสนใจพี่ออฟคนนี้มากกว่าไง ” ไอ้กันมันหันไปหาเพื่อนผมก่อนจะยิ้ม และทักทายซ้ำไปอีกครั้ง แน่นอนเพียงครู่เดียวมันก็หันกลับมาคล้องกอดคอเพื่อพูดหยอดผมอีกไม่หยุดปาก

 

         “ เรื่องมึงเหอะ พวกมึงจะกลับกันเลยไหม ? ” ผมทำส่ายหน้ากับคำหยอดของมัน ก่อนจะออกปากถามเพื่อนเพราะจากเวลาบนนาฬิกาข้อมือก็ชัดมากพอว่า ดึกมากแล้ว แม้พรุ่งนี้จะวันหยุดแต่ตอนนี้ก็ควรพอได้แล้วซ้ำไอ้เด็กบนตักก็เริ่มหนักตัวเอาการ

 

         “ เออ กลับเล . . . ”

 

         “ ไม่ใช่ๆ ต้องพูดว่า กันกลับเลยไหมต่างหาก ชวนกันนี่สิ กันอื่นไม่เห็นต้องชวน ” แต่พอเพื่อนผมจะตอบคำถาม ไอ้คนบนตักมันก็ยกมือสองข้างของมันมาจับประคองหน้าให้หันไปหามันแทน ปากก็สั่งเรื่องไร้สาระที่มันงอแงมาด้วย

 

         “ อย่าเรื่องมาก แล้วสรุปมึงจะกลับกับกูหรือจะกลับกับเพื่อนมึง ? ” ผมยกมือจับมือสองข้างของมันให้หลุดออกจากหน้าผมก่อนจะปรามให้มันรู้ว่า มันกำลังทำเรื่องมากไม่เป็นเรื่องพร้อมถามมันไปด้วย . . บอกแล้วว่าไม่ได้ตามใจ แค่ถ้ามันขอแล้วทำให้ได้ ผมก็อยากทำ

 

         “ วันนี้กันง่ายนะ . . . กันเลยจะกลับกับพี่ ไว้วันอื่นค่อยกลับกับเพื่อนเหมือนเดิม ” ไอ้กันมันพยักหน้ารับอย่างที่ผมเริ่มคุ้นรับ แต่ไอ้คำพูดคำจามันก็น่าล่อลวงจริงนั่นล่ะ

 

         “ มึงตกลงจะเป็นเด็กออฟแล้ว มึงไม่มีทางได้มาที่แบบนี้บ่อยๆ หรอกไอ้กัน ” ผมได้ยินคำพูดของมันที่ว่า ‘ วันอื่น ’ ออกมา ผมเลยบอกเงื่อนไขแรกไปทันที เพราะไอ้ท่าทางแบบนี้ของมัน มันไม่ควรเที่ยวที่แบบนี้บ่อยๆ แต่ถ้ามีผมมาด้วยก็ว่ากันเป็นกรณีไป

 

หลังผมดันตัวคนคร่อมตักให้ยืนดีๆ เท่าที่ตัวมันจะทำได้ก่อนจะลุกยืนเต็มความสูงตาม ผมก็บอกให้มันพาเดินนำกลับไปโต๊ะมันเพื่อบอกเพื่อน และรุ่นพี่ของมัน ตัวมันน่ะพูดไม่ค่อยจะรู้เรื่องแล้ว เอาแต่กอดซุกผมไม่ห่าง ผมเลยต้องให้นามบัตรติดต่อและที่อยู่คอนโดผมกับกลุ่มเพื่อนเขาเอาไว้ให้เรียบร้อย และพาให้คนที่เข้ามา “ ขอไลน์ ” ผมอย่างมันกลับคอนโดของผมเอง . . .

 

ผมไม่ได้คิดไม่ดีกับมันนะ แต่ถ้าคิดดีมากกว่านี้ . . . ผมก็คงไปส่งมันที่บ้านของมันเองไปแล้ว หึ

 

 

**

 

**

 

01 : 37 AM At USY Condominium

 

         หลังผมพาคนที่เข้ามาหาผมก่อนอย่างไอ้เด็กกันมาถึงคอนโดเรียบร้อยแล้ว มันก็รื้อตู้เย็นผมจนเจอเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีก 3 – 4 กระป๋องที่เพื่อนผมมันซื้อมาฝากไว้เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน แน่นอนเด็กมารยาทน้อยแบบมันไม่เสียเวลาขอ เพราะพอผมเข้าไปอาบน้ำได้พักเดียวไอ้เด็กที่แอบซัดโฮกเครื่องดื่มไม่ควรสำหรับมันอีกแล้วในคืนนี้เข้าไปจนเกลี้ยงก็ตามไปกวนผมถึงในห้องน้ำ . . ซึ่งระหว่างเรายังเป็นแค่การอาบน้ำธรรมดา

 

ผมแค่ยืนอาบน้ำกับมันเฉยๆ ถึงจะทุลักทุเลด้วยมันดื้อจะแช่น้ำอ่างทั้งที่เมาจนผมต้องลากเข้าที่ห้องฝักบัวก็ตามเถอะ ทว่าอย่างนั้นทุกอย่างก็ยังปกติ แต่ผมว่ามันจะเริ่มไม่ปกติแล้วก็เพราะหลังออกจากห้องน้ำ ไอ้เด็กชุดคลุมก็อ่อยยั่วนั่งคร่อม หอมแก้ม ขโมยจุ๊บไม่ยอมหยุดอยู่บนเตียงกับผมจนถึงตอนนี้

 

“ พี่กันไม่ชอบเสื้อคลุม ( จุ๊บ ) ” ไอ้เด็กชุดคลุมยังคงนั่งจับหน้าผมให้คอยฟัง คอยรับจุ๊บจากเขาพูดราวกับละเมอไปเรื่อยตามเรื่อง เพราะจากที่ผมดูมาก่อนหน้านี้ก็ดื่มหนัก พอมาถึงห้องผมก็ดื่มหนักเพิ่มเข้าไปอีก จะเลอะเทอะแบบนี้คงไม่น่าแปลก . . . ส่วนหน้าที่ผมตอนนี้แค่รับฟังเด็กเมาก็คงพอ

 

         “ มึงเล่นพังห้องน้ำกูขนาดนั้น เปียกเละเท่านี้ก็บุญเท่าไหร่แล้ว ? ” ผมรับตัวไอ้เด็กชุดคลุมที่ขยับโถมใส่ตัวผมให้นั่งคร่อมตักดีๆ ส่วนตัวผมก็ขยับไปพิงหัวเตียงเพื่อไม่ให้ล้มลงบนเตียงทั้งคู่ เพราะผมไม่ต้องการให้ไอ้เด็กนี่มันเผลอหลับไปตอนนี้ . . . อยากรู้เหมือนกันว่าจะกล้าไปถึงขีดไหน หึ

 

         “ ( จุ๊บ ) ถนัดดุเหรอเราอ่ะ ( จุ๊บ จุ๊บ ) เดี๋ยวพี่กันลงโทษหรอก ” และดูเหมือนเด็กมันจะไม่กลัว มีแต่กล้ากับหนักข้อขึ้นอยู่ เพราะมันซุกซบกดจูบตามคอตามไหล่ผมไม่หยุดทั้งบริเวณนอกร่มผ้า และผ่านเสื้อคลุมเด็กนี่มันไล่จุ๊บหมด

 

         “ แต่ตอนนี้ท่ามึงมันกำลังอันตรายนะไอ้กัน ” ผมออกปากเตือนคนที่กำลังนั่งคร่อมตักไป เพราะด้วยท่าทาง การแต่งตัวทุกอย่างของเราสองคนตอนนี้มันล่อแหลมมากจริงๆ

 

         “ พี่กันเชี่ยวนะ เราล่ะเชี่ยวม่ะ คึคึ ” เด็กบนตักผมยังอารมณ์ดีไม่เปลี่ยน เมื่อผมเตือนแทนที่จะออกห่างกลับเพิ่มการซุกไซ้กอดจูบเป็นเท่าตัว อะไรอะไรข้างล่างที่บดเบียดกันอยู่ผมก็รู้สึกขึ้นเร็วไม่น้อย . . . เด็กขี้ยั่วมันควรได้เรียนรู้ว่า ไม่ควรแหย่ผมให้ตื่นทั้งที่มันไม่พร้อมแบบนี้

 

         “ ต้องการเสียตัวแล้ว ? ” ผมยกมือไล้นิ้วลงบนสันจมูกของมันช้าๆ ค่อยจะเรื่อยลงใช้นิ้วไล้ลงบนปากอิ่มอย่างหมั่นเขี้ยว อารมณ์เหมือนถูกเด็กหยามแต่ผมไม่โกรธว่ะ . . ก็เด็กคนนี้มันน่าเล่นด้วยนี่หว่า

 

         “ พี่กัน . . . พี่กัน ( จุ๊บ ) อืออ รู้สึกแล้วเหรอ ? ( ฟอด ) ” เด็กที่ซบไหล่ผมอยู่ยกมือเขี่ยสาบเสื้อคลุมผมอยู่ไม่หยุดมือ ปากก็กดจูบลงบนซอกคอไม่หยุดจนผมเริ่มคุ้นสัมผัสมันบ้างแล้ว แต่สัมผัสของมันก็ทำให้ . . . ผมรู้สึกเป็นเหมือนกัน

        

 “ มึงบดกูขนาดนี้ กูเป็นหินก็ถูกแล้วไหมวะ ? ” ผมยอมรับไปตามตรงอย่างไม่ต้องการโกหก หลักฐานที่มันสัมผัสได้ด้วยสะโพกของมันเองก็ชัดเกินจะแถโกหกว่าไม่รู้สึกได้

 

         “ อืออ ( จุ๊บ ) พี่กันจะเป็นรุก ” มันพยักหน้ารับคำตอบด้วยคำถามของผมเรียบร้อยก็กดจูบมาอีกราวกับลืมไปว่าเมื่อกี้มึงก็ทำไปแล้วนะไอ้กัน . . แต่ไอ้ประโยคจะเป็นรุกของมันก็ทำผมคิดเรื่องสนุกได้ทันที

 

         “ เอาสิ มึงอยากทำอะไรก็ทำ ” ผมออกปากอนุญาตมันไปอย่างนึกเรื่องสนุกอยู่ในหัว และพอเด็กอย่างมันได้ยินคำอนุญาตของผมมันยิ้มถูกใจจนผมเผลอยิ้มตาม . . . ผมยิ้มเพราะเอ็นดูมัน และอีกส่วนก็เพราะเรื่องสนุกที่คิดกำลังจะเป็นจริงในเวลาอันใกล้นี่ล่ะ

 

         “ คึคึ ( ฟอด จุ๊บ จุ๊บ ) คืนนี้น้อนออฟเสร็จพี่กันแน่ ” ไอ้เด็กสมองสั้นจำจูบตัวเองไม่ได้ยังคงถูกใจกับคำอนุญาตของผมไม่หยุดซ้ำยังกวนด้วยการกดจูบกอดหอมผมไปเรื่อยตามใจตัวเอง

 

         “ เออ รีบทำสิกูอยากเสร็จมึงแล้วเนี่ย ” ผมยังพูดคำความหมายกำกวมกับมันไปอีกครั้ง เพราะถ้าเด็กมันหลงกลผมเร็ว . . . ผมก็จะเสร็จมันเร็วอย่างปากผมว่านั่นล่ะ หึ

 

         “ ( จุ๊บ ) น้อนออฟใจง่ายแฮะ ” นอกจากจะสมองเสื่อมจำจูบตัวเองไม่ได้แล้ว ลิ้นไก่มันก็เริ่มพังตามแล้วด้วย . . ทั้งไอ้คำว่า งวงที่แทนง่วง ตั้งแต่ตอนยังอยู่ในผับด้วยกันแล้ว และยังจะคำว่า น้อนที่แทนคำว่าน้องอีก ผมล่ะงงกับศัพท์ภาษาไทยในชีวิตมันซะจริง

 

         “ อืออ ~ ~ ~ ” พอเด็กมันเริ่มกล้าจูบจริงจังมากขึ้นด้วยการกัดเม้มสร้างรอย ร่างกายมันก็บดเบียดมาใกล้จนเคลิ้มตามไม่ยาก มือผมยื่นลงจับสะโพกเด็กกันให้ขยับบดเบียดส่วนล่างของตัวผมเอง

 

เด็กกันอย่างมันไม่ธรรมดาจริงๆ

 

         “ หึ ไหวไหมวะพี่กัน ( จุ๊บ ) ” พอผมได้ยินเสียงหลุดครางเบาๆ ของคนคร่อมขยับไล้บดอยู่บนตักผมเป็นจังหวะช้าตามที่ผมบังคับ ผมก็หลุดหัวเราะออกมาบ้างก่อนจะแซ็วคนที่แทนตัวว่า พี่กัน ออกมาพร้อมกดจุ๊บลงปลายจมูกสวยด้วยตอนนี้ ‘ พี่กัน ’ ซบซอกคอผมราวกับหมดแรงอยู่บนตัก มือข้างนึงคล้องคอผมไว้อีกข้างก็เลื่อนลงกอดเอวผมไม่ห่าง

 

         “ อะ อืออออ ~ ~ พี่กันเป็นรุกต้อง . . . อะ อะ อือออ ต้องใช้แบบนี้ด้วยเหรอ ? ” เมื่อผมสร้างอารมณ์เคลิ้มจนเกือบหมดแรงให้กับพี่กันไปแล้ว . . หึ พี่กันคนนี้เขาหมดแรงจริงนั่นล่ะ ผมถึงเลื่อนมือข้างนึงเข้าไปในสาบเสื้อคลุมของเขาเพื่อสัมผัสผิวเนียนที่ผมให้สัมผัสในห้องน้ำเมื่อกี้อีกครั้งได้ง่ายแบบนี้ และของเหลวเหนียวที่ผมเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ก็ถูกเปิดใช้ แน่นอนผมชะโลมดันเข้าไปด้านในของเขาด้วยนิ้วเพียงนิ้วเดียวของผมก่อน

 

         “ ใช้สิ พี่กันต้องใช้เยอะ ” ผมตอบพร้อมโกหกเด็กเมาอีกครั้ง มือก็ขยับเข้าออกชะโลมเจลในช่องรักด้านหลังของคนบนตักไม่ยอมหยุด

 

         “ ( จุ๊บ ) อะ อือออ มันแปลก อือออ เหมือนใจจะขาดเลย ” ผมดึงนิ้วที่ชะโลมไปด้วยเจลเหนียวออกจากช่องทางรักของคนตัวเล็กบนตักก่อน เพื่อจะบีบเจลเพิ่ม แต่ดูเหมือนเด็กมันจะยังไม่ทันตั้งตัวเพราะเมื่อผมดึงนิ้วออก เด็กคนนี้ก็ยังซบซอกคอผมอยู่ไม่ดิ้นไปไหนซ้ำยังกดจูบใส่ผมอีกครั้งด้วย

 

         “ จูบได้ไหม อืมม์ ~ . . . . อ๊ะ !!! อือออ !!! อึดอัด อ่า ! อ๊ะ ! ” พอผมเริ่มเห็นท่าแล้วว่าเด็กกำลังเคลิ้มหนักแค่ไหน ผมก็ขยับลงกดจูบปิดปากอิ่มหวานตามความต้องการของเขาพร้อมเริ่มสอดมือกลับเข้าไปลูบไล้สะโพกกลมไม่หยุดก่อนจะสอดนิ้วกลับเข้าไปในช่องรักแคบอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้ผมใส่กลับเข้าไปทั้งสองนิ้ว พอผมดันนิ้วกลับเข้าไปครั้งนี้เสียงร้องของเด็กบนตักก็ดังกลับมาอย่างน่าฟัง

 

         “ อยากจะรุกก็ต้องเตรียมให้พร้อม ( จุ๊บ ) ผ่อนคลายหน่อยเด็กแสบ ” ผมกอดเด็กบนตักที่ซบกอดครางให้ผมฟังอยู่ข้างหู ก่อนจะกดจูบลงบนขมับเล็กเพื่อให้เขารู้สึกคุ้นเคยกับสัมผัสรุกรานที่ผมกำลังสร้างให้เขาอยู่ตอนนี้

 

         “ อือ อื้ออ ~ ~ ~ ” เด็กกันที่ไม่มีท่าทางกลัวอะไรผมซ้ำอาการเขินอายก็น้อยเหลือเกินยังคงครางในลำคอออกมาให้ผมไม่ยินอย่างลื่นหู ผมว่าคนผ่านประสบการณ์มามากกว่านี้ที่ผมเคยผ่านมาเขายังแสร้งเขินอายได้ดีกว่านี้ด้วยซ้ำ . . เด็กนี่มันกล้าได้ใจผมซะจริง

 

         “ หึ ( จุ๊บ ) พี่กันพร้อมจะรุกรึยัง ? ” หลังผมเตรียมทั้งตัว ทั้งอารมณ์ของเขาจนรู้สึกว่ามันได้จังหวะที่ดีมากแล้ว ผมก็จัดท่าเขาให้นั่งคร่อมตักผมสะดวกมากขึ้นกับท่าทางที่ผมคิดเอาไว้ว่า เด็กคนนี้จะได้ไม่รู้ตัวก่อน ถ้ารู้ตัวตอนนี้มีหวังผมได้เข้าห้องน้ำกับสาวห้านางแน่ๆ 

 

         “ พร้อม อื้อออ พร้อมครับ แบบนี้ใจจะขาด . . เป็นรุกแบบใน VDO คลิปคงดีกว่า อืออ ทำไมยังรู้สึกอยู่เลย ” พอผมตัดสินใจดึงนิ้วทั้งสองออกจากช่องรักของเขา เด็กคนนี้ก็รับปากพร้อมพยักหน้ารัวว่าอยากเป็นรุกเหลือเกินแล้ว ซึ่งสำหรับผม . . . เขาจะรุกหรือรับผมให้ได้ทั้งนั้นเพราะมันก็แค่คำคำเดียว การกระทำค่อยดูเอาว่าผมให้แบบไหน

 

         “ ถ้าอยากก็จะให้รุกแล้วนะ ”

 

หมับ !!!!

 

ตุบ !!!!

 

สึบ !!! ปึก ปึก !!!

 

 

“ (!!!) อ๊ะ!!! อื้อออ เจ็บ!!! อ๊ะ อ๊ะ !!!! ดะ เดี๋ยว !!! อ๊าาาาาา !!!! ”

 

 

         “ ( !!! ) อ๊ะ !!! อื้อออ เจ็บ !!! ” เด็กที่เอาแต่ซบหน้าลงกับไหล่ผมไม่ทันระวังอะไรเท่าไหร่ แน่นอนว่าเด็กกันติดกับที่ผมวางไว้เต็มตัว เพราะเมื่อผมกระซิบจบ . . ผมก็พลิกตัวเขาลงกับพื้นที่นอนก่อนจะขยับติดตัวเขาไปตามครรลองของกิจกรรมบนเตียงนี้

 

         “ อ่า ! มึงโคตรรัด ! ” เด็กมันโคตรแน่น ! เมื่อผมขยับตัวแนบชิดและเข้าไปในตัวเด็กคนนี้ได้เพียงครึ่งก็ต้องหยุดขยับเอาไว้ก่อน เพราะทั้งผมทั้งเด็กใต้ร่างผมต่างทรมานพอกัน

      

   “ อื้ออ !! น้อนออฟคนโกหก ! พี่กันเจ็บ ! ” หลังผมค่อยๆ เริ่มขยับเข้าไปอีกคนที่ยังแทนว่าพี่กันก็ยังคงต่อว่าผมมาจนผมต้องหลุดหัวเราะในอารมณ์แบบนี้

 

เด็กคนนี้ประหลาด . . ประหลาดที่ทำให้ผมอยากมีรอยยิ้มทุกวัน

 

         “ หึ . . อ่า ยังจะเล่นอีกนะมึง ( จุ๊บ ) ผ่อนคลายล่ะ กูจะเริ่มให้มึงรุกแล้ว ” ผมจับเสื้อคลุมขาวของเด็กใต้ร่างให้แหวกสาบเสื้อออกจากกัน เพื่อสะดวกต่อทั้งสายตาที่มองลงและมือที่เลื่อนไล้สัมผัสผิวเนียนอย่างสะดวกมากขึ้น พอผมจะเริ่มขยับผมก็ก้มลงกระซิบพร้อมไล่กดจูบลงบนซอกคอหอมของเด็กขี้เมาอีกครั้ง

 

 

ปึก  ปึก ~ ~

 

         

         “ อ๊ะ อ๊ะ รักพี่กัน รักกันนะ . . . อื้ออ รัก อื้ออ ~ ~ ” พอผมเริ่มขยับเข้าผสานกับร่างเล็กใต้ร่างที่ยังมีเสื้อคลุมอยู่ติดกายทว่าเปิดเปลือยด้านหน้าจนหมด เสียงน่าฟังจากลำคอขาวก็ยังคงส่งให้ผมฟังไม่ขาด แขนทั้งสองข้างก็คล้องกอดคอผมแน่นอย่างต้องการระบายอารณ์มากมายที่ผมสร้างให้กับเขา

 

ปึก ปึก ~

 

“ อื้อ อ๊ะ อ๊ะ . . ช้าหน่อยครับ อ๊ะ อ๊ะ อื้อ ~ ”

ผมเริ่มขยับจากจังหวะช้าเนิบเพื่อให้เด็กมันได้ปรับตัว พอสักพักถึงเริ่มขยับตามอารมณ์ท่าทางจังหวะที่ใช้ก็เปลี่ยนไปตามแต่ด้านในเรียกร้อง . . พอได้แนบชิดกันแบบนี้ผมบอกได้เลยว่า เด็กคนนี้จะไม่ใช่แค่ One Night ของผมแน่นอน

 

พรั่บ พรั่บ !!!!!!!

 

“ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ !!!! อื้ออออออ !!!!!!!! ”

 

 

**

 

**

 

( Saturday )

09 : 56 AM At USY Condominium

 

         เมื่อคืนไม่ใช่ประสบการณ์แปลกใหม่มากมายกับตัวผมมากเท่าไหร่ แต่ความรู้สึกคุ้นที่เคยมี ทว่าห่างหายไปนานอย่างไอ้คำว่า สุขทั้งกายทั้งใจ อยากส่งยิ้มให้ใครซักคน เพื่อให้เขามีรอยยิ้มตลอดเวลาเหมือนกันก็กลับมา . . . และมันกลับมา เพราะคนนอนซุกตัวอยู่ในกองผ้านวมหนาสีเข้มของผมตอนนี้

 

         “ อื้อออ ~ ~ ”  ผมนั่งมองไอ้คนบนเตียงมันนอนมาสักพักหลังผมอาบน้ำแต่งตัวสบายเรียบร้อย เพราะวันนี้วันหยุด ไม่นานจากที่ผมกลับมานั่งเสียงงัวเงียรู้สึกตัวจะตื่นของมันก็ทำให้ผมต้องรีบดึงหน้าเรียบอย่างไม่อยากให้มันได้ทันเห็นยิ้มบนหน้าผม . . . เดี๋ยวเด็กแสบอย่างมันจะเหลิงเกินไป

 

         “ ไงมึง ตื่นสายนะ ” ผมดูแล้วว่ามันกำลังจะตื่นเต็มตามากกว่าละเมอพลิกตัวเปลี่ยนท่า ผมที่นั่งอยู่โซฟาข้างเตียงโซนนั่งเล่นเกม ดูทีวีไรไปก็ทำออกปากถามมันทันที ทั้งมือทั้งตาก็ทำกดเปิดสนใจเกมบนจอแทนตัวน่ามอง น่ากอดของมัน

        

 “ ( O///O! ) ” แน่นอนผมแค่แสร้งทำไม่สนใจ ไม่ได้แปลว่าไม่สนใจจริงๆ ผมทันได้เห็นหน้าอึ้งเห่อแดงขึ้นเร็วของมัน ก่อนจะค่อยๆ แอบดึงผ้านวมขึ้นปิดหน้าเหลือแค่ตาคู่สวยน่าหลงมองไปมารอบห้องอย่างคนทบทวนสติของตัวเองไปด้วยไม่หยุด

 

         “ ยังไงดี จะพูด จะเงียบ จะเขินมึงเลือกทำซักอย่างเถอะ กูขี้เกียจรอนาน ” ยิ่งผมเห็นท่าทางตื่นกับหลายอย่างในเช้านี้ของมัน ผมก็ยิ่งอยากแกล้ง แต่ก็ยังเมตตาที่ไม่หันไปมองมันเลยตรงๆ เพราะถ้าผมเพิ่มการหันมองไปตรงๆ มากกว่าการแสร้งเล่นเกมบนจอตอนนี้ อาการมันคงเขินมากกว่านี้หลายเท่า

 

         หึ เมื่อคืนมันก็เขินนะ แต่แอบแสบมากไม่เหมือนตอนนี้เลยสักนิด . . อาจเพราะน้ำสีอำพันที่มันดื่มเข้าไปก่อนเดินมาหาผมที่โต๊ะ

 

“ คือกัน . . . กันขอไปเข้าห้องน้ำหน่อยได้ไหมครับ ? ” ผมพอจะทันหันไปเห็นว่าตอนมันขยับตัวนั่งพิงหัวเตียงมันหยุดชะงักนิ่วหน้าเล็กน้อย ก่อนจะขยับพิงจนเรียบร้อยมือมันก็คอยดึงผ้านวมขึ้นปิดไหล่ปิดตัวท่อนบนไม่ห่าง ผมทันเห็นวับแวมบ้างนั่นล่ะ

 

เดี๋ยว ทำไมผมเหมือนจะ จะขึ้นเลยว่ะ ไอ้เด็กกันมึงยั่วกูแต่เช้าเลยนะ . . ถ้าผมหน้ามืดตามัวจับมันกดก็โทษตัวมันเองแล้วกันที่ยั่วผมก่อน =.=!

 

         “ ไปสิ ” ผมหันกลับมามองจอโทรทัศน์เครื่องบางจอใหญ่ตรงหน้า เพราะขืนมองมันต่อจากจะแกล้งมันคงกลายเป็นทรมานตัวเองแทน

 

         “ พี่ก็ออกไปก่อนสิครับ ผมจะได้ไปห้องน้ำไง ” แต่ไอ้ประโยคนี้ของมันนี่สิที่ทำเอาผมต้องหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ และตาผมก็ได้เห็นชายเสื้อคลุมอยู่โซฟาเดี่ยวตัวถัดจากผม ความคิดก็เริ่มทำงานว่าเสื้อคลุมตัวนี้เป็นของผม ส่วนเสื้อคลุมของมันที่ผมถอดนั้นเลอะคราบอะไรๆ จนผมต้องซักทำความสะอาดไปตั้งแต่เมื่อคืน

 

         “ มึงจะอายอะไรวะ เอานี่รับไป เสื้อคลุมมึง . . เอ๊ะ หรือของกูวะ หึ แต่ถึงจะของกูมึงก็ใส่ไปเถอะ เพราะอย่างอื่นก็ใส่ ‘กัน’ ไปแล้ว ” ผมวางจอยสติ๊กบังคับคุมเกมลงก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบเสื้อคลุมแล้วเดินไปส่งให้มันถึงข้างเตียงซึ่งพอมันทันเห็นว่า ผมลุกเดินไปหามันก็ยิ่งกระชับผ้านวมแน่นกว่าเดิมจนผมอดแกล้งแซ็วมันไปอีกครั้งไม่ได้

 

         ทำตัวน่า . . . เกินไปแล้วไอ้เด็กคนนี้

 

         “ พูดกวนอยู่ได้ ” ไอ้กันมันยื่นมือมารับเสื้อคลุมขาวจากมือผมไปเร็วๆ ก่อนจะรีบหันหลังปากก็บ่นเสียงเบาให้เพื่อใส่เสื้อคลุมโดยมีผ้านวมพันตัวอยู่ดูวุ่นวายไปหมด . . แผ่นหลังเนียบละเอียดของมันทำเอาผมตัดสินใจว่าควรทำอะไรต่อ

 

หมับ ~

 

         “ ( !!! ) ” ทันทีที่ผมคิดได้ว่าจะทำอะไร ผมก็ทำมันออกไปเลย เพราะเมื่อมันมัวแต่หันหลัง สนใจแต่กลัวเปลือยต่อหน้าผม ผมเลยนั่งลงกอดกระชับมันจากด้านหลังมือก็ช่วยดึงเสื้อคลุมที่ผมส่งให้ก่อนหน้านี้ให้เรียบร้อยที่สุดเท่าที่เสื้อคลุมมันจะมิดชิดได้ แต่ก็อย่างช้าๆ เพราะยิ่งมันเขินก็ยิ่งน่ามอง

 

         “ หึ เช้านี้มึงเงียบนะ แต่ทำไมเมื่อคืนมึงกวนกูได้ทั้งคืนเลยนะไอ้กัน ” ผมยังคงนั่งกอดคนตัวเล็กกว่าเอาไว้ราวกับคนนี้จะจมลงในอกผมได้ถ้าผมกอดรัดมันแน่นขึ้นมากกว่านี้ ปากผมก็หยอกไอ้เด็กที่ผมกอดอยู่ไม่หยุดไม่ใช่ตอนนี้มันไม่น่ารัก แต่ถ้ามันพูดก็คงดีกว่า . . . เพราะผมจะได้รู้ว่า เราจะเป็นแบบไหนกันต่อจากนี้

 

         “ . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ”

 

         “ มีอะไรก็พูดมา อย่าให้กูต้องโกรธตั้งแต่เช้าวันหยุดแบบนี้ ” มันแค่ส่ายหน้าปฏิเสธ แน่นอนอาการนิ่งเงียบไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากได้จากมัน

 

         “ กัน . . . . . กันจะกลับแล้วครับ ”

 

         “ มึงจะเล่นๆ One Night กับกูเหรอกัน ? ” แต่พอมันได้พูด อารมณ์หงุดหงิดผมก็ตามมาทันทีจนผมผละกอดออกจากมันแล้วถามกับมันตรงๆ

 

         “ เปล่านะครับ ไม่ใช่นะ ! ”

 

         “ แล้วมันยังไง มึงจะอธิบายว่าที่มึงตื่นแล้วจะกลับเลย หน้ากูมึงก็ไม่มอง มึงจะให้กูคิดว่ายังไง มึงลองพูดสิเผื่อมันจะฟังขึ้น ” คนที่ถูกผมผละออกรีบหันมาปฏิเสธกับผมทันที แต่นั่นล่ะผมมันใจร้อนเลยถามสวนกลับเหมือนกัน เพราะผมไม่เข้าใจว่าสิ่งที่มันทำใส่ผมแบบนี้มันแค่เขิน หรืออยากตัดสัมพันธ์กันเหลือแค่คืนเดียวจบแล้วแยกกันไปตามทางเหมือนเดิม

 

         “ ก็พี่ . . พี่ดูเชี่ยวแบบ . . . . แบบคนเจ้าชู้นี่ครับ ผมก็ . . ”

 

         “ อ๋อ คือมึงนอนกับคนมาเยอะเลยตัดสินกูได้เลยในคืนเดียว ” ยังไงผมก็ไม่มีทางเข้าใจซ้ำยังพูดราวกับเปรียบเทียบผมด้วย จะไม่ให้ผมไม่พอใจได้ยังไงวะ ?!

 

ไม่รู้ว่ะ ไอ้ความรู้สึกหวงนี่มัน ! แปลกไปแล้วผมว่า . . . นอนกันคืนเดียว ตัวมันก็ยังไม่ได้ตกลงอะไรแต่ผมเคลมว่า มันเป็นเมียแล้ว สรุปผมผิดที่คิดรวบมันเร็วไป หรือ มันผิดที่เปรียบเทียบให้ผมได้รู้

 

กูเชี่ยวแล้วมันผิดรึไงวะ ?!

 

         “ โงย เพิ่งง่ายเมื่อคืนเถอะ ! ” แต่พอเถียงกันไปมาได้ไม่กี่ประโยคไอ้คนที่หันหน้ามาหาผมก็ทำหน้ายู่หงุดหงิดใส่ผมอย่างน่ามอง ทั้งสายตามันก็ชัดเจนว่าเขินที่ต้องพูดปฏิเสธ เพราะเมื่อเถียงจบมันก็หลุบตาลงมองที่นอนทันที ปากก็ยื่นชัดเจนว่า ผมโดนมันงอนเข้าให้แล้ว

 

         “ แล้วมึงรู้ได้ไงว่ากูเชี่ยว ? ” อารมณ์ผมมันขึ้นลงจนน่ากลัว เพราะไม่ว่าไอ้คนแคระตรงหน้าผมมันจะพูดอะไร ผมก็พร้อมเชื่อไปหมด . . มันปฏิเสธผมก็เชื่อ มันพูดกำกวมหลายความหมายผมก็ไม่เอะใจสงสัย มันอ้อนผมก็อยากตามใจ ตอนนี้ผมเลยอารมณ์ดีกลับมาง่ายจนผมถามคนก้มหน้างอนตรงหน้าผมไปปากก็เหมือนจะยักยิ้มจนรู้สึกได้เลยด้วยซ้ำ

 

         “ กันอายุ 26 แล้วเหอะ จะโกหกว่าตาไม่เคยเห็น VDO หูไม่เคยได้ยินเรื่องทำนองนี้จากคนอื่นก็คงแปลก และพี่ก็เหมือนแบบนั้น อีกอย่างก็เหมือนแค่ . . อยากสนุกไปเป็นคืนๆ แค่นั้น ” ผมค่อนข้างตกใจกับอายุที่มันบอกมานิดหน่อย เพราะผมคิดว่ามันคงยังไม่พ้นรั้วมหาวิทยาลัยเลยด้วยซ้ำ แต่ไอ้อาการพูดไปด้วยแต่ไม่ยอมมองหน้า และครั้งนี้ที่ผมสังเกตมันคืออาการไม่มั่นใจปนน้อยใจไม่น่าผิดแน่

 

         “ มึงฟังนะไอ้กัน . . กูเชี่ยวแต่ไม่เที่ยวแจกน้ำง่ายๆ ส่วนเรื่องมึงเมื่อคืนกูไม่อยากแค่ One Night ตอนนี้มึงถึงได้อยู่ตรงนี้กับกู ”

 

         “ แล้วอย่างนี้เรายังไงกันล่ะครับ ? ” ผมหันไปมองมันก่อนจะพูดซ้ำจริงจังออกไปทุกคำจนคนฟังแบบมันแอบยิ้มออกมา มันไม่ได้เงยหน้ามองสบตาผมแต่ตามันอยู่บนที่นอน มือมันก็ดึงหยิบผ้านวมเล่นอย่างคนไม่กล้าพูดอะไรมากไปกว่าความไม่มั่นใจในประโยคสั้นๆ นี้เท่านั้น

 

         “ มึงก็เป็นเด็กออฟ ตังค์กูก็จะให้ ใจมึงกูก็จะเอา ถ้ามึงไหวก็รับงานเด็กออฟจากกู แต่ถ้าไม่ไหว . . ” พอมันถามว่าจะยังไงผมก็ตอบตามจริงจนมันตกใจและยอมเงยหน้าสบตาผม ผมเลยแกล้งมันด้วยการหยุดพูดกระตุ้นให้มันอยากถามซะเอง

         

“ จะไม่ชอบกันและให้กันกลับใช่ไหม ? ” แน่นอนว่าเด็กตรงหน้าตกหลุมที่ผมขุดเอาไว้อย่างจัง มันเลยออกปากถามด้วยความไม่มั่นใจเหมือนเดิมอีกครั้ง

 

         แววตาไม่มั่นใจของมัน เพราะกำลังกลัวคำตอบของผมน่ามองดีนะ . . หึ ไอ้เด็กแสบ

 

         “ เหอะ มึงฝันหวานเหรอ ถ้าฝันอยู่ก็ตื่นซะ เพราะถึงมึงไม่ไหวกูก็จะทำให้มึงไหวเอง อ่อยกูแล้วมึงก็ต้องรับผิดชอบด้วยไอ้กัน . . มึงมานี่เลย ! ”

 

         “ เดี๋ยวคระ . . อื้ออออ !!! ” ผมนิ่งไปก่อนจะหันไปยิ้มใส่ตามันเต็มสายตาก่อนจะบอกความจริงปนหยอกมันออกไปพร้อมทั้งไม่อดทนต่อด้วยการโถมตัวกดคนตัวเล็กกว่าให้นอนหงายลงไปโดยมีผมไล่แกล้งกดจูบมันไม่หยุด และจากคนตกใจไม่ยอมเคลิ้มตามก็เริ่มหายกลายเป็นเด็กขี้ยั่วคนเดิมที่ผมพามาคอนโดเมื่อคืน

 

         เสื้อคลุมที่ผมเพิ่งช่วยมันใส่ไปเมื่อครู่ . . . ไม่ได้จำเป็นกับเด็กอย่างมันสำหรับเช้านี้

 

         “ อะ ~ อื้ออ ~ ”

 

 

 

 

* * * * * * * * * * * * * * * * *

END STORY

 

ไม่เน้น NC เน้นเขาหยอดกันแล้วเขินก็พอ ตามคู่นี้มานานแล้วเหมือนกันแต่ยังไม่กล้าทำฟิค ขอลองตอนเดียวจบก่อนเนอะ ถ้าโอเคค่อยมาเป็นเรื่อง

 

อ่านตรงนี้ ฟินตรงนี้เต็มที่เลยน้าาาาา ถ้าชอบก็ฝากติดแท็ก #ฟิคกูเชี่ยว ให้หน่อยนะคะ เยิฟๆๆ :)

 

คึคึ ชอบ ไม่ชอบ ยังไง COMMENT มาบอกกันนะคะ

ปล. เน้นคุยสุภาพ No Drama นะคะ :)

 

องศาเหนือ

 

 

 

Hello !!!

ขอสวัสดีคนอ่านทุกคนก่อนเลยเนอะ :)

" SAWASDEE NA KA :) " 

 

 

ขอเริ่มแนะนำตัวแบบรวดเร็วเลยนะคะ นามปากกาเราชื่อ องศาเหนือ เน้อ :) เขียน > นิยายวาย YAOI ( ชาย x ชาย ) ไม่ได้เขียนชายหญิง หรือ หญิงหญิง นะคะ :)

 

ณ ตอนนี้ เราไม่ได้เป็นนักเขียนมืออาชีพนะคะ และไม่ได้เรียนเกี่ยวกับการเขียนวรรณกรรมมาโดยตรงนะคะ อาศัยที่ชอบอ่าน ชอบเขียน เลยลองที่จะเขียนนิยายของตัวเองออกมาด้วยความชอบส่วนตัว ถึงแม้จะรู้แล้วว่า การเขียนออกมาแต่ละตอน แต่ละเรื่อง มันยากกว่าการอ่านหลายเท่า เราก็จะพยายามต่อไปเรื่อยๆ :)

 

เพราะฉะนั้นเรายังอยู่ในขั้น นักหัดเขียน อยู่นะคะ ไม่ต้องเรียกไรท์ก็ได้ เพราะ เราหัดเขียนอยู่ :)

 

ดังนั้นแล้ว ถ้าหากมีข้อผิดพลาดประการใด ไม่ว่าจะด้วยเรื่องของเนื้อหา หรือ การใช้คำ ในการเขียนเนื้อหา เราต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ :)

 

และถ้ามีข้อติชมใดๆ คนอ่านสามารถช่วยบอก ช่วยเตือนเราได้เลยนะคะ พร้อมรับฟังเลย :) แต่ขอให้มีความสุภาพหน่อยนะคะ :) ไม่เอาอคติมาคุยกันนะ :) เพื่อเป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกันเนอะ :)

 

แนะนำตัวคร่าวๆ ก็มีเท่านี้ค่ะ . . . . แล้วเจอกันได้ในหน้านิยายนะคะ :) สวัสดีอีกครั้งค่ะ . .

 

องศาเหนือ :)

27.09.2018

 

* - * - * - * - *

 

นิยายที่ทำอยู่ตอนนี้นะคะ :)

 

>>>  นิยายเรื่องยาว  3  เรื่อง ( 20 - 45 ตอนจบ )

 

>> Love Attack ก็รัก . . . มันจู่โจม ( จบแล้ว )

( โรเวล X ซีโน่ ) ( แรนเดล X เรนนี่ )

//  เปิดเรื่อง 28 / 07 / 2016 

>> ปิดเรื่อง 13 / 01 / 2017

>> ลงใหม่  09 / 09 / 2019

 

>> Little Doctor หมอไม่ให้เรียกเมีย ( จบแล้ว )

( ซานาย X แมทธิว ) 

// เปิดเรื่อง  06 / 01 / 2560

>>  ปิดเรื่อง  09 / 10 / 2561

 

>> Dark Valentine คุณรักผมรึเปล่า ?

( เวย์เนอร์ X จิลวานี่ ) 

// เปิดเรื่อง  02 / 09 / 2562

>>  กำลังเขียน และ เป็นงานเขียนปัจจุบันจ้าา :)

 

>>>  นิยายเรื่องสั้น  1  เรื่อง ( ตอนเดียวจบ )

 

>> SEA & SUN ผมชื่อว่า . . .

//  เปิดเรื่อง 03 / 10 / 2019

>> ปิดเรื่อง 03 / 10 / 2019

 

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/f529a952.gif   http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/9bbc76d5.gif   http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/933419740.gif

 

#

  

# # # # # # 
 
NEXT PROJECT 2019 - 2020 :)
 
#
#
#
#
#
http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/f529a952.gif http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/933419740.gif http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/935369370.gif
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น