email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Lollipop 5

คำค้น : Lollipop Nanaกะหอยทาก น่ารัก อบอุ่น ฟิน ละมุน สบาย ฟีลกู้ด พระเอกน่ารัก ฟินๆจิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ย. 2562 18:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Lollipop 5
แบบอักษร

         

Lollipop 5 

 

 

วางสายจากเพื่อนฉันก็นอนเล่นโทรศัพท์อยู่สักพัก น้องชายตัวแสบก็วีดีโอคอลเข้ามา ใบหน้าหล่อ ๆ ของน้องชายปรากฏในหน้าจอก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อเห็นหน้าฉัน

               “ไงตัวแสบ”

               (คิดถึงพี่ว่ะ) ลูกกวาดเอ่ยเสียงงอแง แต่ฉันยังยิ้มให้น้อง

               “คิดถึงเหมือนกัน สอบใกล้เสร็จหรือยัง” เอ่ยถามไปมือก็รั้งชายผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างตัวเองไว้ อยากฟัดแก้มน้องจัง คิดถึงได้ตัวแสบของฉันแล้วสิ

               (ใกล้แล้วสอบเสร็จวันพฤหัสนี้แหละ พี่เป็นไงบ้าง)

               “ก็สบายดี ขายเสื้อสนุก” ที่บ้านรู้หมดแหละว่าฉันทำอะไรอยู่ ขายเสื้อเป็นงานอดิเรกหาค่าขนมแล้วยังมีเงินเก็บด้วยนะ

               (ขายเสื้อแต่ไม่โทรหาน้อง งงมาก นี่พ่อกับแม่ก็คิดถึง)

               “คิดถึงพ่อกับแม่เหมือนกัน แต่ช่วงนี้งานเยอะเรียนหนัก” ฉันเริ่มอ้อนน้องชายบ้าง เห็นแบบนี้เราสนิทกันมากเลยนะ ตอนนี้น้องใกล้จะขึ้นม.หกแล้วล่ะ เทอมหน้าก็ม.หกแล้ว ไม่รู้ว่าน้องอยากจะเรียนอะไรเหมือนกัน

               (ถ้าว่างก็มา)

               “แล้วปิดเทอมจะมาหาพี่ไหม” อยากให้น้องมา คิดถึงน้อง

               (อยากไป เดี๋ยวขอแม่ก่อนนะ)

               “ได้ บอกพี่ด้วย เดี๋ยวจะพาไปร้านหมูกระทะ”

               (โหพี่ ที่บ้านเราก็มีไหมล่ะ ไปตั้งกรุงเทพแต่จะพาไปร้านหมูกระทะ มันน่าน้อยใจนัก) ปลายสายยู่หน้างอแง ยิ่งเห็นยิ่งคิดถึงเลยล่ะ

               “งั้นก็ขอแม่แล้วมาหาพี่ อยากไปไหนบอกจะพาไป”

               (คุยกับใครไอ้ลูกชาย) เสียงพ่อนี่นา

               (คุยกับสาว// บ๊ะ! พี่ไม่อยู่แอบคุยสาวเหรอ เดี๋ยวพ่อจะฟ้องพี่ยิ้ม) พ่อคะ ก่อนจะฟ้องมาดูก่อนว่าหนูคุยกับน้องอยู่เนี่ย

               (เห็นพ่อไหม? ลูกสาวไม่กลับบ้านตรอมใจแล้ว) เสียงลูกกวาดแซวพ่อ ไม่นานก็เกิดช่วงชุลมุนก่อนจะเห็นหน้าพ่อโผล่เข้ามาในโทรศัพท์

               (ยิ้ม! พ่อคิดถึง// แม่คิดถึงด้วยสิ หลบ ๆ ยิ้ม! แม่คิดถึง) ตอนนี้กลายเป็นว่าพ่อกับแม่นั่งขนาบข้างลูกกวาดยื้อแย่งโทรศัพท์ไปมา

               “หนูก็คิดถึงพ่อกับแม่ค่ะ ถ้ามีวันหยุดจะไปหานะคะ”

               (จ้าลูก พาเพื่อนมาด้วยนะ // แต่พ่อยังไม่อยากได้ลูกเขยนะ ไม่ต้องพามา)

               “พ่อคะลูกเขยพ่อท่าจะอีกนานไม่ต้องห่วงค่ะ”

               (โอ๊ย! พ่อกับแม่อ่า เบียดผม // ทำไม พ่อเบียดไม่ได้หรือไงไอ้ลูกหมา // พ่อก็พ่อผมอ่ะ โอ๊ย พ่อ แม่ ๆ ช่วยด้วย) ฉันหัวเราะกับความชุลมุนของปลายสาย มีความสุขมาก ๆ เลยล่ะเวลาที่พวกเราอยู่ด้วยกัน ฉันมองภาพนั้นอยู่นานก่อนที่ลูกกวาดจะบอกให้ฉันขอแม่ให้เรื่องปิดเทอม

               “แม่คะ”

               (จ๋าลูก) แม่ขานรับเสียงหวานพร้อมกับรอยยิ้ม คนสวยของฉันยิ้มแบบนี้โลกสดใสมากๆเลยล่ะ

               “ช่วงน้องปิดเทอมให้น้องมาอยู่กับหนูได้ไหมคะ คิดถึงน้อง” ฉันเอ่ยอ้อนแม่เสียงหวาน

               (หนูดูน้องได้ใช่ไหมลูก น้องมันซนมากเลยนะ// แม่อ่า ผมไม่ได้ซนขนาดนั้นนะ)

               “ดูได้ค่ะแม่ นะคะ อยากเจอน้องจะพาไปร้านหมูกระทะ”

               (พี่! ก็บอกว่าไม่เอาหมูกระทะไงเล่า // เงียบก่อนลูกชายแม่ขอคุยกับพี่ยิ้มก่อน // ครับแม่)

               “นะคะแม่ ให้น้องมานะ จะดูแลอย่างดีเลย”

               (แม่รู้หนูดูแลน้องได้ลูก จะไปก็ไปแต่ให้สอบเสร็จก่อนนะ)

               “ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะแม่”

               (จ้า ไป ๆ ดึกแล้วไปนอน ฝันดีนะลูกสาว)

               “ฝันดีค่ะแม่ พ่อคะฝันดีนะ”

               (ฝันดีครับลูก ไอ้ลูกหมาไปนอนได้แล้ว)

               เสียงโวยวายของปลายสายหายไปพร้อม ๆ กับสัญญาณที่ถูกตัดไป เหลือบมองนาฬิกาก็พบว่าใกล้ถึงเวลาที่รับปากพี่ห้องตรงข้ามว่าจะปลุกแล้ว ฉันลุกออกจากเตียงหยิบกระเป๋าสตางค์ก่อนจะเดินออกจากห้องไปร้านสะดวกซื้อข้างล่างทันที ขนม นม กาแฟ เสบียงต่าง ๆ ถูกยัดใส่ถุงขนาดใหญ่สองถุง ฉันเดินกลับขึ้นห้องพักหลังจากจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อย ยืนเคาะห้องไม่นานพี่เกรทก็ลุกออกมาเปิดประตูท่าทางงัวเงีย

               “ขนมค่ะ เผื่อหิวกลางดึก ส่วนนี่เงินทอน” ก่อนออกจากห้องเขาเอาเงินมาไว้ให้แล้วน่ะมันเหลือเลยต้องทอน

               “ไม่เป็นไรครับ เข้ามาก่อนไหม”

               “ไม่เป็นไรค่ะ พี่จะได้ทำงานกัน”

               “เข้ามาเถอะ หนูเข้ามาให้พวกนั้นสงบหน่อย รำคาญเสียง” พี่เขาว่าอย่างหงุดหงิด มือก็ดึงมือฉันเข้าไปในห้อง ข้าวของถูกวางบนโต๊ะอาหารจากนั้นเขาก็เปิดตู้เย็นหยิบของออกมาแช่และจัดเรียงจนเสร็จเรียบร้อย ตอนนี้สามทุ่มแล้วล่ะ แต่เหมือนพวกเขาจะทำงานลากยาวแน่ ๆ

               “ไอ้เชี่ยเกรท! มึงอู้เหรอมึงมาเลยนะ มึงมะ...เอ่อ แฮ่ ๆ ไอ้ยิ้มมานานยัง” พี่เอ็มยิ้มแหยทันทีเมื่อเห็นฉันนั่งอยู่ในห้องทานข้าว

               “มาตั้งแต่มึงเรียกกูละ เดี๋ยวกูตามไปแปบหนึ่ง”

               “เออ ๆ รีบมา” ฉันยิ้มขำกับท่าทางของพี่เอ็ม เหมือนเขาจะอาย ๆ อะไรสักอย่างที่ฉันก็ไม่มั่นใจว่าเขาอายอะไรกันแน่

               “ยิ้ม มีน้ำผลไม้หนูเอาไหม” พี่เกรทถาม แต่เหมือนจะไม่ต้องการคำตอบเพราะเขาเทใส่แก้วแล้วยื่นมาให้ฉันเรียบร้อย

               “ขอบคุณค่ะ”

               “ครับ ไปนั่งเล่นตรงนู้นก็ได้จะได้ไม่ร้อน” พี่เกรทชวน

               “จะไม่เกะกะเหรอคะ พี่ทำงานกันอยู่นะ”

               “ไม่หรอก หนูนั่งบนโซฟาพวกนั้นมันอยู่ข้างล่าง”

               “ถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกหนูเลยนะ”

               “นั่งให้กำลังใจพี่ก็พอครับ”

               หนึ่งชั่วโมงผ่านไปฉันนั่งเหงา ๆ อยู่บนโซฟามองพี่ ๆ ทำงานกันอย่างขะมักเขม้นฉันว่าฉันจะกลับไปนอนแล้วล่ะ ง่วงมากพรุ่งนี้มีเรียนเช้าด้วยกลัวตื่นไม่ทัน ฉันบอกลาพี่ ๆ ก่อนจะขอตัวกลับห้อง พี่เกรทแม้จะแสดงออกชัดเจนว่าไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้ห้ามหรือว่าอะไร เขาเดินมาส่งที่หน้ารอฉันเข้าห้องปิดประตูเขาถึงกลับเข้าห้องของเขา แปลก ๆ ดี ใจฉันนี่แหละแปลกดี

               

               วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ววันนี้เป็นวันที่ฉันมีสอบอีกแล้ว ไหนจะน้องชายที่เดินทางมาถึงวันนี้อีก ฉันสอบเก็บคะแนนตั้งแต่เก้าโมงจนถึงเที่ยงส่วนน้องชายฉันจะถึงตอนสิบโมง ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะให้น้องนั่งแท็กซี่หรือแกร็บมาเอง ถึงจะเป็นผู้ชายแต่ฉันก็ห่วงอ่ะ น้องทั้งคนเลยนะฉันห่วงอ่ะ

               “ให้มันนั่งแท็กซี่มาเองไหมล่ะ” บอสเสนอทางช่วย

               “เราเป็นห่วงน้องอ่ะ กลัวมันไปฉุดใครเขา”

               “ฮ่า ๆ ๆ ถ้าเราเป็นน้องแกคือร้องไห้แล้วอ่ะ” เอสหัวเราะลั่นก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อมีรุ่นพี่เดินเข้ามาใกล้และนั่งร่วมโต๊ะ ก็กลุ่มพี่ชายกู๊ดนั่นแหละ ช่วงนี้สนิทกันเกินไปจนหลาย ๆ คนเริ่มจะเขม่นพวกฉันแล้วล่ะ

               “มันโทรมาอีกละ ฮา ๆ ๆ ” กู๊ดหัวเราะลั่นเมื่อเห็นหน้าจอฉันขึ้นวีดีโอคอลจากน้องชาย วันนี้ลูกกวาดสอบวันสุดท้าย ตอนนี้น่าจะกลับบ้านไปเก็บของแล้วล่ะ บอกแล้วว่าตื่นเต้นมาก ฉันหยิบหูฟังขึ้นมาต่อกับโทรศัพท์ก่อนจะรับสายน้องชายตัวแสบ

               “รอบที่ห้าของวันแล้วนะ” ฉันเอ่ยแซวน้องไป ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ เมื่อเห็นว่าน้องกำลังพับเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทาง

               (เอาน่า ตื่นเต้นนี่นาจะได้เจอกันในรอบหกเดือนเลยนะ) ลูกกวาดตอบกลับมาน้ำเสียงสดใส

               “ก็โทรหาตลอด อย่าลืมชุดนอนนะ” ฉันย้ำกับน้อง เราสองคนนิสัยเหมือนกันเลยคือต้องใส่ชุดนอน ชุดนอนแบบไหนก็ได้ขอแค่ได้ใส่ไม่อย่างนั้นจะรู้สึกนอนไม่หลับ แล้วหงุดหงิดงอแง

               (เก็บเรียบร้อย)

               “อือ ดีแล้ว อ้อ พรุ่งนี้น่ะพี่สอบเสร็จเที่ยงนั่งรถมาเองได้ไหม”

               (อ่า ไม่ว่างเหรอ) น้องถามเสียงอ่อน ใจฉันกระตุกวูบทันทีที่เห็นแววตาน้อง ฮื่อ อยากโอ๋เอ๋น้องเลยอ่า

               “ขอโทษ”

               (ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวเจอกันที่คอนโดก็ได้ เดี๋ยวไปเตรียมของฝากให้นะ มีของพี่ ๆ ด้วย เจอกันครับ)

               “เจอกัน เดี๋ยวถึงห้องจะโทรหา”

               (ครับ บาย)

               น้องโบกมือลาก่อนสัญญาณจะตัดไป ฉันดึงหูฟังออกก่อนจะก้มหน้าทานข้าว รู้สึกไม่ดีเลย สายตาน้องเมื่อกี้น่ะ ฮื่อ พี่อมยิ้มขอโทษนะลูกกวาด พี่อยากไปรับนะแต่พี่มีสอบ

               “น้องเหรอ?” พี่อาร์เอ่ยถามพร้อมกับมองฉันสลับกับพี่เกรทที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ไปมา ฉันพยักหน้าให้ก่อนจะเอ่ยตอบ

               “ใช่ค่ะ น้องชาย”

               “อ๋อ แล้วมีพี่ชายปะ” พี่เอ็มถามต่อ

               “ไม่มีค่ะ มีแค่น้องชายคนเดียว” ฉันตอบ อย่างไม่คิดอะไร

               “ได้ยินแล้วนะพ่อ นั่นน้องชายเขา” พี่บูทส่งซิกอะไรสักอย่างกับพี่เกรทก่อนที่พวกเขาจะเริ่มทานข้าวกันต่อ ฉันเองก็ทานข้าวต่อเช่นเดียวกัน จะว่าไปพรุ่งนี้ก็ถึงวันนัดที่จะไปถ่ายรูปกับพี่ ๆ แล้วนี่นา

               “อ้อ พรุ่งนี้พี่ ๆ ว่างกันไหมคะ?” ฉันถามออกไปทันที มองพี่เอ็มอย่างต้องการคำตอบ

               “ว่าง ๆ เคลียทุกอย่างละ นัดแกไว้นี่นา” พี่เอ็มตอบ มือก็ยื่นไปตักข้าวในจานพี่บูทมาใส่จานตัวเอง

               “สัส! ของกู”

               “เออรู้น่า แบ่ง ๆ กันสิวะ”

               “แย่งกูตลอด ทำไมมึงไม่แย่งของไอ้เกรทบ้างวะ”

               “กูแย่งมันก็ต่อยกูดิ แย่งมึงอร่อยสุดละ” ฉันปล่อยให้พี่ ๆ ทะเลาะกันต่อและเลือกที่จะหันไปคุยกับเพื่อนตัวเองแทน

               “พรุ่งนี้ถ่ายรูปกันนะตอนเย็น เดี๋ยวพากวาดไปด้วย น้องบอกเตรียมของฝากมาเยอะมาก”

               “น้องน่ารัก อยากเจอน้อง”

               “เดี๋ยวก็ได้เจอ เดี๋ยวบอกน้องเอากล้องมาด้วยดีกว่า ว่าง ๆ เราพากวาดไปเที่ยวไหม”

               “ได้อยู่แล้ว บอสขับรถ” กู๊ดหันไปบอกคนที่นั่งข้าง ๆ รายนั้นไม่ปฏิเสธแต่เลือกพยักหน้ารับเงียบ ๆ แทน แหม ๆ ๆ ไม่มีหือมีอือเลยสินะกับกู๊ดน่ะ ลองเป็นฉันกับเอสดูสิ ไม่ทำแล้วยังด่าอีก สองมาตรฐานที่สุด!

               “พรุ่งนี้นัดเจอกันที่ไหนดี” พี่บูทเอ่ยถาม

               “เจอไหนดี”

               “ไปคอนโดแกก่อนขอเลือกลายเสื้อที่สวยที่สุด แล้วก็ค่อยไปสวนสาธารณะใกล้คอนโดแก” เอสเสนอ พวกเราทุกคนรวมทั้งพี่ ๆ เองก็เห็นด้วย เราใช้เวลาทานข้าวกันไม่นานก็ต้องแยกย้ายกันกลับเพราะต้องรีบกลับไปอ่านหนังสือสอบพรุ่งนี้ และแน่นอนค่ะว่าฉันถูกจับยัดใส่รถพี่เกรทโดยมีน้องสาวเจ้าของรถช่วยโยนกระเป๋าสะพายและชีทเรียนไปไว้เบาะด้านหลัง พี่เอ็มกับพี่บูทเปิดประตูแล้วผลักฉันเข้าไปนั่งหน้ารถคู่กับคนขับ พวกเขาน่ะ ทำงานกันเป็นทีม!

               “น้องชื่ออะไรนะ” เมื่อออกรถมาได้สักพัก พี่เกรทก็เอ่ยถามทำลายความเงียบ

               “ชื่อลูกกวาดค่ะ”

               “แล้วพรุ่งนี้น้องถึงกี่โมง”

               “ฮื่อ! น้องถึงประมาณสิบโมงครึ่ง” ฉันงอแงทันทีที่นึกถึงเวลาน้องมาถึงกับช่วงเวลาสอบของตัวเอง

               “สอบถึงเที่ยงใช่ไหม?”

               “ค่ะ”

               “เดี๋ยวพี่ไปรับน้องให้”

               “ฮะ? จริงเหรอ พี่ว่างเหรอ” ฉันหันมองพี่เกรทตาโต เขาพยักหน้ายิ้มมุมปากน้อย ๆ ก่อนจะยกมือลูบผมฉันเบา ๆ

               “ครับ ไปจริง ๆ พี่ว่าง”

               “ขอบคุณนะคะ เดี๋ยว ๆ หนูไลน์หาน้องก่อน หนูน่ะเป็นห่วงน้อง ปากบอกว่ากลัวน้องไปฉุดใครเขาที่จริงก็กลัวเขามาฉุดน้องนั่นแหละ ถึงจะเป็นผู้ชายหนูก็ห่วงนะมีน้องคนเดียวอ่ะ ฮื่อ! หนูซึ้งใจ ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมาก ๆ เลย” ฉันพร่ามยาวเหยีบด มือก็กดแป้นพิมพ์ส่งข้อความหาน้องว่าพรุ่งนี้จะมีคนไปรับ พี่เกรทไม่ได้พูดอะไรแต่ฉันได้ยินเสียงหัวเราะระคนเอ็นดูดังขึ้นเบา ๆ

               “ขอบคุณนะคะ” ฉันยังไม่หยุดขอบคุณเขาจนอีกฝ่ายตีหน้าดุใส่ เมื่อกลับถึงห้องก็ไม่ลืมส่งข้อมูลผู้ติดต่อให้พี่เกรทไว้ ทั้งคอนแท็กไลน์แล้วก็เบอร์โทร พอกลับถึงห้องฉันก็ลืมเรื่องราวทุกอย่างจดจ่อตั้งใจกับการอ่านหนังสือจนลืมดูเวลาไปเลยล่ะ เงยหน้าอีกทีก็ห้าทุ่มแล้ว ก็ว่าทำไมรู้สึกหิว ๆ คิดได้แบบนั้นก็เดินไปหยิบกระเป๋าสตางค์เพื่อจะเดินออกไปซื้อข้าวที่ร้านสะดวกซื้อ

               “เอ๊ะ?” แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเจอกับถุงข้าวและนมแขวนอยู่หน้าห้องพร้อมกับโพสอิสสีสดใส

 

               อย่าลืมทานข้าว อยากทานอะไรโทรบอกพี่จะไปซื้อเพิ่มให้ 

 

 

================================= 

เม้นคุยกันได้นะคะ เดี๋ยววันนี้มาตอบคอมเม้นในตอน ^_^

ความคิดเห็น