email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Lollipop 4

คำค้น : Lollipop Nanaกะหอยทาก น่ารัก อบอุ่น ฟิน ละมุน สบาย ฟีลกู้ด พระเอกน่ารัก ฟินๆจิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.4k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ย. 2562 18:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Lollipop 4
แบบอักษร

Lollipop 4 

 

        อ่า คงมาจากโพสจากเพจแฟนคลับพี่เกรทสินะ ฉันนั่งอ่านตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงตอนนี้ ก็พอจะเข้าใจที่มาของแจ้งเตือนที่มีคนกล่าวถึงฉันในคอมเม้นซึ่งมันเริ่มจากเพื่อนฉันเอง ไม่รู้พวกมันสนุกอะไรกันแต่เช้าก็ไม่รู้ ฉันเข้าไปคุยกับเพื่อนในไลน์กลุ่มก่อนจะลุกออกไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด วันนี้ว่างทั้งวันเลยล่ะสบายใจมาก ๆ ข้าวก็ยังไม่หิวฉันจึงนอนเล่นโทรศัพท์คุยกับเพื่อน ๆ  เพราะพวกนั้นกลับบ้านที่อยู่ไม่ไกล ยกเว้นเอสที่มาจากต่างจังหวัดเหมือนกับฉัน เกือบเที่ยงไลน์ฉันเด้งแจ้งเตือนเข้ามาแต่ยังไม่ทันจะได้กดเข้าไปตอบ พี่เกรทก็โทรไลน์เข้ามา 

               (ตื่นหรือยังครับ?) พี่เกรทเอ่ยถามทั้งยังเปลี่ยนจากโหมดคอลธรรมดาเป็นวีดีโอคอล 

               “ตื่นแล้วค่ะ” เขาโทรมาทำไม? 

               (อาบน้ำหรือยัง?) เขายังถามต่อ โดยที่เขาตั้งโทรศัพท์ไว้ที่ไหนสักที่ก่อนจะเดินเปลือยท่อนบนเลือกเสื้อผ้าอยู่หน้าตู้ เขาไม่อายฉันบ้างหรือยังไงกัน ฉันเองก็ไม่กล้ามองหน้าจอโทรศัพท์เลยสักแวบ มันเขินนี่ 

               “อาบแล้วค่ะ” 

               (ไปทานข้าวข้างนอกกัน อีกสิบนาทีพี่จะออกไปเคาะห้อง) 

               “หนูยังไม่ชวนเพื่อนเลย” ฉันท้วงไป แต่เขาหันกลับมามองกล้องพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้โดยที่มือก็ยกเสื้อสวมทางศีรษะ  

               (ไปแค่เรา หนูกับพี่) 

               “คะ?” 

               (ตามนั้นครับ ไปสองคน อีกสิบนาทีเจอกันหน้าห้อง) เขาบอกแค่นั้นก่อนจะกดวางสายไป ฉันนั่งงงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นไปเปลี่ยนชุดอย่างงงงวย เสื้อยืดกับกางเกงยีน ง่าย ๆ แบบนี้แหละ เมื่อถึงเวลานัดพี่เกรทก็โทรมาอีกครั้งฉันหยิบกระเป๋าสะพายแล้วรีบเดินไปสวมรองเท้า ร่างสูง ๆ ของพี่เกรทสวมเสื้อยืดสีดำกางเกงยีนสีเข้มยืนรออยู่หน้าห้อง พอฉันออกไปเขาก็เก็บโทรศัพท์ในมือลงกระเป๋ากางเกง พยักหน้าให้เดินตามเขาออกไป เวลาโทรคุยหรือพิมพ์คุยกันในไลน์เขาดูพูดเยอะ ๆ นะแต่พอมาอยู่ต่อหน้าเขาแทบจะไม่พูดกับฉันเลย พอเขาไม่พูดฉันเองก็ไม่กล้าที่จะพูด 

               “หิวหรือยัง?” 

               “ยังค่ะ” ฉันตอบสั้น ๆ เขามองหน้าฉันแวบหนึ่งก่อนจะเปิดประตูรถให้ 

               “ขอบคุณค่ะ”  

               “ครับ” เขาขานรับแล้วปิดประตูเดินมาขึ้นรถ ระหว่างที่นั่งอยู่ในรถเราก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย แปลก ๆ นะว่าไหม ถามว่าอึดอัดไหมก็ไม่ คือแบบ พออยู่กับเขาสองคนไม่คุยกันก็ได้นะเพราะมันไม่รู้สึกอึดอัดแต่พออยู่กับคนอื่นที่เพิ่งรู้จักกันเวลาไม่พูดคุยกันมันก็จะอึดอัดหน่อย ๆ แต่กับพี่เกรทมันไม่มีความรู้สึกนั้นเลย น่าแปลกดี 

               “อยากทานอะไรครับ” เมื่อมาถึงห้างสรรพสินค้าเขาก็เอ่ยถามเสียงนุ่ม 

               “อือ พี่อยากทานอะไร” 

               “พี่ได้หมด” 

               “หนูก็นึกไม่ออก อ้อ สเต็ก สเต็กไหมคะ” สายตาเหลือบไปเห็นป้ายร้านพอดี เลยถามพี่เกรทไป แต่ถ้าเขาไม่อยากทานก็ไม่อะไรนะแค่เสนอ 

               “ได้ครับ ไปกัน” พี่เกรทเอื้อมมือมาจับมือฉันไว้ก่อนจะออกแรงดึงให้เดินไปพร้อมกับเขา เมื่อเราเข้ามานั่งในร้านเราก็ต่างเลือกเมนูที่อยากจะทาน 

               “ไก่สไปซี่ เพิ่มข้าวผัดกับไส้กรอกค่ะ”  

               “เอาหมูพริกไทยดำกับไก่สไปซี่ครับ เพิ่มไส้กรอก” 

               “เครื่องดื่มรับอะไรดีคะ?” พนักงานถาม 

               “หนูเอาอะไรครับ” พี่เกรทเอ่ยถามฉัน ฉันกวาดสายตามองเมนูก่อนจะตอบพี่เขา 

               “เอาชามะนาวค่ะ” 

               “ชามะนาวรีฟิลสองที่ครับ”  

               “ขออนุญาตทวนเมนูนะคะ...” พอพนักงานทวนเมนูเสร็จก็เดินกลับไป เราก็นั่งเล่นรอกันสักพัก ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเกมรอส่วนพี่เกรท เอ่อ เขานั่งเท้าคางมองฉันอยู่ มองแบบมองอ่ะไม่ได้ดูคุกคามหรือโรคจิตนะ มองด้วยสายตาเอ็นดูอ่ะ 

               “มองอะไรขนาดนั้นคะ” 

               “ก็แค่อยากมอง” เขาตอบกลับกวนๆ 

               “กวน” 

               “หึหึ ดื้อ เสร็จแล้วดูหนังกันต่อไหมอยากดูหรือเปล่า” พี่เกรทถามอย่างขอความคิดเห็น ทำไมมันเหมือนการมาเดตเลยล่ะ ทั้งทานข้าวทั้งดูหนัง  

               “ทำอย่างกับชวนมาเดต” 

               “ก็ชวนเดตไม่รู้ตัวเลยเหรอ?” 

 

               “ก็ชวนเดตไม่รู้ตัวเหรอ” เขาหรี่ตามองอย่างสงสัย แต่เป็นฉันเสียเองที่หลบตาเขา  

               “ขออนุญาตเสิร์ฟเครื่องดื่มค่ะ ชามะนาวรีฟิลสองที่นะคะ” พนักงานยกแก้วเครื่องดื่มวางให้เราทั้งสองก่อนจะเดินทิ้งห่างออกไป 

               “อ่า อย่าแกล้งเล่นแบบนี้สิคะ” เขามีแฟนแล้วไม่ใช่เหรอ คนที่ในเพจเขาคุยกันน่ะ 

               “เฮ้อ พี่ดูชอบแกล้งขนาดนั้นเลยเหรอครับ” เขาถามอย่างเหนื่อยใจมือยื่นมาลูบผมฉันเบา ๆ แล้วเราทั้งสองก็ไม่ได้คุยอะไรกันเพิ่ม นอกจากนั่งรออาหารเงียบ ๆ หมายถึงเขานะนั่งรอเพราะฉันเล่นเกมอยู่ 

               “ขออนุญาตเสิร์ฟอาหารค่ะ” พนักงานทยอยนำอาหารมาเสิร์ฟ 

               “ขอบคุณค่ะ//ขอบคุณครับ” พนักงานเอ่ยมองเราทั้งสองยิ้ม ๆ เมื่อทั้งฉันและพี่เกรทต่างเอ่ยขอบคุณพร้อมกัน พอได้อาหารมาตรงหน้าฉันก็หั่นเต็กไก่ในจานไว้เป็นชิ้นเล็ก ๆ พี่เกรทเองก็หั่นสเต็กหมูในจานเขาก่อนจะแบ่งมาใส่จานให้ฉันด้วย ฉันเองก็แบ่งไส้กรอกตัวเองให้เขา ได้ยินเสียงเขาหัวเราะในคอเบา ๆ ฉันเองก็เขินจนร้อนวูบวาบที่ใบหน้าไม่กล้าเงยหน้ามองเขาเลยตั้งใจทานอาหารบนโต๊ะแทน 

               “พอแล้วค่ะ เดี๋ยวไม่หมด” ฉันเอ่ยห้ามเมื่อพี่เกรทเริ่มแบ่งไก่มาใส่จานให้ 

               “ทานเยอะ ๆ จะได้ตัวโต ๆ ”  

               “หนูไม่เด็กแล้วนะ” ฉันแย้งกลับ สีหน้างอแง ก็พอทานหมดจานเขาก็แบ่งไก่ในจานเขามาให้ฉันเรื่อย ๆ ฉันอิ่มจนขยับไม่ไหวแล้วล่ะตอนนี้ 

               “พี่เกรท พอแล้ว ไม่เอาแล้ว” ฉันใช้ส้อมตัวเองจิ้มไก่ในจานไปป้อนเขา ไม่ล่ะขอเรียกว่ายัดดีกว่า นั่นแหละยัดเข้าปากเขาถี่ ๆ เลย เขาเองก็อ้าปากรับอย่างไม่เกี่ยงงอน กระทั่งป้อนเขาจนหมดนั่นแหละถึงได้หยุด ส่วนพี่เกรทหลังจากเคี้ยวอาหารที่ป้อนจนหมดเขาก็นั่งทานหมูในจานเขาต่อ จะว่ายังไงดีล่ะคือเขาเอาแต่ดูแลฉันจนไม่ได้ทานสเต็กในจานตัวเองเลย กว่าจะรู้ก็ช่วงที่สังเกตว่าเขาไม่ทานนั่นแหละ 

               “อยากดูเรื่องอะไร?” พี่เกรทถาม เมื่อเราออกจากร้านอาหารมาแล้วและกำลังเดินไปยังโรงหนัง 

               “หนูก็ไม่รู้ พี่อยากดูเรื่องไหนไหม” 

               “พี่ไม่ได้อยากดูหนัง พี่อยากมากับหนู”  

               “อ่า พูดแบบนี้ด้วยหน้านิ่ง ๆ ได้ยังไงกันคะ” ฉันมองเขาอย่างเหลือเชื่อส่งผลให้อีกฝ่ายหลุดขำออกมา ก่อนจะดึงมือไปดูตารางหนังแล้วเราก็เลือกที่จะดูการ์ตูนแทนหนังผีหลาย ๆ เรื่อง ถามว่าเพราะอะไร ตอบให้ได้เลยค่ะว่าฉันกลัวผี 

               “หนูจะจ่ายเอง”  

               “พี่จะจ่าย” เขาเถียงกลับ 

               “เมื่อกี้พี่จ่ายค่าอาหารไปแล้ว” ฉันเองก็ไม่ยอม ไม่อยากเอารัดเอาเปรียบเขาเลยอยากจะจ่ายค่าตั๋วหนัง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม 

               “งั้นหนูไปซื้อป๊อปคอร์นกับน้ำ พอแล้วครับไปซื้อพี่จะรีบจ่ายคนอื่นต่อแถวนะ” 

               “ก็ได้” ฉันรับปากแม้จะไม่พอใจเท่าไหร่ก็ตาม ฉันเดินเลี่ยงออกมายังจุดขายเครื่องดื่มและป๊อปคอร์น ซื้อเสร็จก็ไปนั่งรอ พี่เกรทเดินตามมานั่งลงข้าง ๆ เพื่อรอเวลาหลังเริ่ม  

               “เกรท! บังเอิญจังเลยมาดูหนังเหรอคะ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งฉุดฉันให้เงยหน้ามองคนมาใหม่ที่ทักพี่เกรทอย่างสนิทสนม สวยมาก ๆ เลยล่ะดูสวยและเซ็กซี่มากซะจนผู้คนรอบข้างมองตาม ฉันก้มหน้ามองหน้าจอโทรศัพท์ตัวเองเพื่อไม่เป็นการเสียมารยาทที่มองเขานานเกินไป 

               “อือ” 

               “ดูเรื่องอะไรคะ หนาวขอไปดูด้วยได้ไหม” เหมือนเป็นส่วนเกินเลยล่ะ 

               “จำเรื่องไม่ได้” พี่เกรทบอกอีกฝ่าย แต่จะบ้าเหรอเขาน่ะนะจะจำไม่ได้ ก็เขาเป็นคนไปซื้อตั๋วเองจะจำไม่ได้ ได้ยังไงกัน 

               “งั้นขอดูตั๋วหน่อยได้ไหมคะ เดี๋ยวหนาวจะไปซื้อที่นั่งข้าง ๆ เกรท” 

               “ไม่สะดวก” พี่เกรทยังคงปฏิเสธ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมลดความพยายาม แต่ฉันอึดอัดล่ะอยากไปจากตรงนี้แล้วด้วย  

               “แหม จะหวงอะไรขนาดนั้นคะ” พวกเขาจะทะเลาะกันไหมเนี่ย 

               “หึ ได้ อยากไปด้วยก็ได้” เสียงพี่เกรทบอก จากนั้นก็ไม่รู้ว่าพวกเขาทำอะไรต่อ ฉันพยายามเพ่งสมาธิอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์แต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลยเมื่อพี่เกรทยังเอนตัวเข้ามาชิดและยังโน้มหน้าเข้ามาดูหน้าจอโทรศัพท์กับฉันแบบนี้ 

               “ไปกันเถอะครับ” พี่เกรทขยับลุกขึ้นยืน มือเอื้อมมาจับมือฉันไว้พรางออกแรงดึงเข้าไปในโรงหนัง เมื่อเข้ามานั่งพี่เกรทก็วอแวกับการแย่งแก้วเครื่องดื่มฉันมาก ของเขาก็มีอ่ะทำไมต้องมาแย่งด้วยก็ไม่รู้ 

               “เกรทคะดื่มของหนาวก็ได้ค่ะ ดูน้องเขาจะไม่พอใจนะคะ” อ่า ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาในโรงแล้วสินะ ได้นั่งข้างพี่เกรทด้วย เอาละเดี๋ยวพวกเขาก็จะสวีตหวานกันใช่ไหม แต่พอหนังเริ่มฉายฉันก็เริ่มรู้สึกผิดปกติเมื่อพี่เกรทแทบจะขยับมาสิงร่างฉัน เขาเว้นพื้นที่ที่ติดกับผู้หญิงคนนั้นไว้เยอะมากแล้วยังยื่นมือมาหยิบป๊อปคอร์นมาป้อนฉันอีก  

               “พี่คะ หยุดแกล้งได้แล้วจะดูหนัง” ฉันกระซิบบอกเขาเสียงเบา ๆ 

               “งั้นจบก็บอกด้วย” ว่าจบเขาก็เอียงศีรษะมาซบไหล่ฉันทันที อะไรกันเนี่ย!! ไหนใครชวนมาดูหนังกันแน่ ทำไมเขาถึงมาหลับใส่ฉันแบบนี้ 

               เกือบสองชั่วโมงพี่เกรทหลับไปจริง ๆ พอหนังจบฉันถึงได้ปลุกเขาให้กลับ เขางัวเงียนิดหน่อยแต่ก็ยังไม่ลืมจับมือฉันไว้โดยที่ไม่สนใจสายตาไม่พอใจของผู้หญิงของเขาเลยสักนิด ไม่สิเรียกว่าไม่มองเลยดีกว่า 

               “เกรท หนาวขอกลับด้วย...” 

               “ไม่สะดวก...” 

               “แต่หนาวไม่มีรถกลับ...” 

               “เอาตรง ๆ นะ ก็รู้นี่ว่าเรามาเดตกับน้องทำไมถึงยังตามแบบนี้ล่ะ ดูไม่ออกเหรอว่าเราไม่อยากให้มายุ่ง...” พี่เกรทหยุดเดิน หันกลับไปมองคนที่เดินตามอย่างหัวเสีย 

               “เกรท...”  

               “เราก็ชัดเจนตลอดแล้วนะว่าไม่เคยคิดอะไรกับเธอ แต่ที่เธอดันไปพูดไปบอกคนอื่นว่าเป็นแฟนเรา เราไม่แก้ข่าวเพราะกลัวคนจะมองเธอไม่ดี คิดว่าเธอจะหยุดแต่นี่อะไร พอเถอะนะ” 

               “เกรท ให้โอกาสเราได้ไหม” 

               “ขอโทษนะ โอกาสเรามันมีให้แค่น้อง พอเถอะเลิกทำแบบนี้สักที” 

               “เกรท...” 

               “กลับกันเถอะครับ” พี่เกรทไม่รอฟังอะไรอีก เขาจับมือฉันไว้แน่นก่อนจะพาเดินออกไปจากหน้าโรงหนัง แต่เขายังไม่ได้พากลับหรอกนะ เขาพาไปร้านขนม เขานั่งหน้านิ่งกดโทรศัพท์ยิก ๆ เลยล่ะส่วนฉันก็สั่งฮันนี่โทสแล้วก็ชาพีชไป  

               “พี่คะเอาอะไร” 

               “ลาเต้ก็ได้ครับ” พี่เกรทเงยหน้ามองฉันก่อนจะวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างหัวเสีย 

               “ใจเย็น ๆ สิคะ” ทำหน้าแบบนั้นฉันเองก็กลัวเหมือนกันนะ หน้านิ่ง ๆ ดุ ๆ ของเขาน่ะ 

               “ครับ ๆ แต่มันหงุดหงิดอ่ะ”  

               “แฟนพี่เหรอ เหมือนทะเลาะกันเลย ทำไมไม่ง้อกันดี ๆ ล่ะ” ฉันเอ่ยถามไปด้วยความสงสัยล้วน ๆ 

               “ไปเอามาจากไหน ก็บอกไปแล้วว่าไม่มีแฟน ไม่เคยมีคนคุย ทำไมถึงยังคิดว่ามีแฟนอยู่อีกเนี่ย” พี่เกรทหันมาถามเสียงเข้ม มือก็ยกขึ้นบีบแก้มฉันแรง ๆ 

               “ก็มันเหมือนแฟนงอนกันนี่นา” 

               “แล้วที่พี่ทำกับหนูมันไม่เหมือนแฟนมากกว่าเหรอ พามาเดต ไปทานข้าวไปดูหนังเนี่ย หยุดความคิดที่ว่าพี่เป็นแฟนคนอื่นเลยนะ ไม่งั้นมีเคืองแน่”  

ความคิดเห็น