ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 อิทธิฤทธิ์

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 อิทธิฤทธิ์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 910

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2563 13:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 อิทธิฤทธิ์
แบบอักษร

เหอะๆ...คนๆนี้น่ะหรอ ที่พอช่วยแล้วตอบแทนกันแบบนี้.....ช่างเป็นคนที่...โหดเหี้ยม...

 

"ไฟไหม้หลังครัวเจ้าค่ะ"ป้าคนที่ตะโกนพูดอย่างกระวนกระวาย ภุชคินทร์แค่พยักหน้าก่อนจะไปยืนที่หน้าครัว ผมกับอุไรเดินมาหยุดดูอย่างอีกฟากของทางเดิน.....เสียดายครัวสวยๆนั่นหน้าดู..

 

ภุชคินทร์พนมมือท่องคาถาอะไรสักอย่างแล้วเป่าไปทางครัว ปรากฏว่าไฟนั่นหายไปราวกับปาฏิหารย์...ผมถึงกับร้องโหอย่างทึ่งๆ คนสมัยนี้เรียนวิชากันอย่างนี้เองหรอเนี่ย...

 

ฟุบ!

 

"ไฟไหม้อีกแล้วเจ้าค่ะ!!!"พวกบ่าวไพร่ได้แต่มองอย่างงุนงง เนื่องจากไฟที่ดับไปแล้วกลับมาติดอีก คราวนี้เจ้าตัวทำสีหน้าเคร่งเครียด....

 

"ไฟไสยดำงั้นรึ...เล่นสกปรกเสียจริง!! พวกบ่าวไพร่ฟังข้าให้ดี!! รีบไปตักน้ำที่โอ่งหน้าห้องพระมารดเสีย!"เสียงของภุชคินทร์สั่งอย่างหนักแน่น

 

"ขอรับ/เจ้าค่ะ!!"พวกบ่าวไพร่ต่างเชื่อถือ รีบวิ่งกันจ้าล่ะหวั่นไปตักน้ำมารด

 

"ไฟไสยดำมันเป็นยังไงหรอครับคุณอุไร....ทำไมต้องใช้น้ำมนต์ดับด้วยล่ะ..."เพราะความสงสัยผมจึงถาม อุไรเพียงหันหน้ามามอง เธอยิ้มเล็กน้อยแล้วค่อยตอบ...

 

"ไฟไสยดำเป็นไสยที่สกปรกยิ่ง ว่ากันว่าใช้น้ำธรรมดาดับไม่ได้ หากจะดับต้องใช้ไสยหรือวิชาที่แรงกว่าดับมันลง...."

 

อย่างนี้นี่เอง....พูดง่ายๆก็เป็นวิชาไสยศาสตร์ ของพวกนี้มันสกปรกมากจากที่ได้ยิน หากทำผิดวิธีของจะย้อนเข้าสู่ตัว.....แล้วไอ้โซ่ข้อเท้านี่มันเป็นไสยดำด้วยไหมเนี่ย....เริ่มกังวลแล้วสิ....

 

แต่เหนืออื่นสิ่งใดผมควรจะต้องห่วงเหตุการณ์ตรงหน้า.....ไฟเริ่มดับแล้วก็จริง....แต่ด้วยพื้นที่ที่ไฟมันกินเข้าไปทำให้น้ำมนต์ไม่เพียงพอที่จะดับมันได้....

 

"ท่านพระภุชคินทร์เจ้าคะ!น้ำมนต์ในโอ่งหมดแล้วเจ้าค่ะ!!"ยังเป็นป้าคนนั้นที่รายงานภุชคินทร์

 

"บัดซบ!! เห็นทีในจวนเราคงมีไส้ในอยู่!!"อีกฝ่ายหน้าดำทมึนไปหลายส่วน...

 

เอ๊ะเดี๋ยว.....ดูเหมือนภุชคินทร์เดินมาทางนี้...

 

"เจ้าน่ะ.....ช่วยดับไฟได้ไหม...ข้าเชื่อว่าผีมีอิทธิฤทธิ์อย่างเจ้าจะสามารถดับมันได้"อีกฝ่ายพูดเสียงเข้มใส่ผม ดวงตาคู่คมจ้องเข้ามาลึกถึงข้างในจนสั่นกลัว....

 

นี่มันบังคับกันชัดๆ!!

 

"มะ...ไม่ได้....ผมทำไม่ได้"กัลป์พูดเสียงติดขัดก้มหน้าลงเพราะความกลัว โซ่ที่ข้อเท้ามันค่อยๆแดงขึ้นเรื่อยๆจนมันร้อนที่ข้อเท้า

 

คนๆนี้กำลังบังคับผมโดยไม่พูดสิ่งใดทั้งสิ้น.....

 

ร่างบางเม้มปากแน่นก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ.....เป็นไงเป็นไงกันวะไอ้กัลป์ อย่างน้อยก็มีเจ้าแม่นาคีเป็นสปอนเซอร์

 

มือทั้งสองยกขึ้นฟ้าแล้วขยายกว้าง เปลือกตาบางปิดกันลง กัลปพฤกษ์กำลังนึกถึงฝน...ฝนที่ตกลงมาอย่างโหมกระหน่ำ ทำท่าเหมือนเจ้าแม่นาคีเรียกฝนเปี๊ยบ....

 

ภุชคินทร์และอุไรมองดูกัลปพฤกษ์ ร่างทั้งร่างเปล่งแสงสีทองเล็กน้อย อุไรแปลกใจถนัด...ปกติแล้วผีอย่างเราๆไม่สามารถเรียกฝนได้ นอกจากจะมีฤทธิ์มากจริงๆ แต่ดูยังไงอีกฝ่ายก็ดูไม่มีพิษมีภัยสักนิด

 

ครื่น!!

 

เสียงฟ้าร้องดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ เรียกความสนใจของภุชคินทร์กับอุไรได้เป็นอย่างดี ทั้งสองตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆฝนก็ตกลงมาเทน้ำเทท่ากลบไฟให้ดับมอดไปเสียหมด......

 

"นี่ๆ...กัลปพฤกษ์.....ไฟดับหมดแล้ว..ลืมตาเถอะ..เดี่ยวน้ำจะได้ท่วมเอา.."เสียงของอุไรเรียกสติให้ผมลืมตาขึ้น

 

พอลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่าเป็นฝนจริงๆ....นะ..นี่ผม....สามารถทำได้ขนาดนี้เชียวหรือเนี่ย!! ขอบคุณเทพยดาทั้งหลายที่ชี้แนะและให้การช่วยเหลือผม สา...ธุ....

 

"หึ....ข้ามองเจ้าไม่ผิด....อิทธิฤทธิ์แกร่งกล้านัก......"เขาชมผมแล้วก็เดินจากไป

 

อะไรของเขา...คิดจะมาก็มา..คิดจะไปก็ไป...เห็นเขาเป็นอะไรกันเนี่ย...รู้สึกหงุดหงิดนิดๆแฮะ

 

.

.

.

.

หลังจากผ่านเหตุการสปอนเซอร์เจ้าแม่นาคีลงแล้วภุชคินทร์ก็ไม่มาอีกเลย....ซึ่งผมก็ถูกคุณอะไรพาให้ไปรู้จักกับ..เอ่อ....เหล่าเพื่อนๆทั้งหลายของเธอ มีทั้งชบา..ที่เป็นนางไม้ที่สิงอยู่ในต้นไทรหลังจวน....หรือพี่ณีย์หรือก็คือเป็นตานีประจำดงกล้วยกับผีพรายน้ำที่อยู่ติดริมแม่น้ำ

 

ทั้งหมดนี่คุณอุไรเอ้ย....พี่อุไรบอกว่าเป็นผีรับใช้ของภุชคินทร์หมดเลย....เอิ่ม...ลืมบอกไป....เงินกับทองก็ด้วย.สองฝาแฝดกุมารเงินกุมารทอง เหมือนจะไม่มีชื่ออะไรให้ตั้งแล้วภุชคินทร์เลยตั้งไปอย่างนั้น

 

จะบอกว่าติดผมกันแจเลยเด็กสองคนนี้...

 

"นี่ๆ...พี่ชายทำไมพี่งามเหมือนหญิงเลย คิกคิก..."

 

"ช่ายๆ ผมก็ยาวเหมือนผู้หญิงเลย คิกๆ...."

 

มือป้อมๆของเด็กคนนี้ลูบคลำไปตามส่วนต่างของร่างกายจนผมเกิดความหมั่นเขี้ยว ใช้มือจับมือป้อมๆนั้นมางับเล่นจนสองแฝดหัวเราะคิกคัก เรื่องนี้เองผมก็สงสัยมานานแล้วเหมือนกัน.....วิกที่ผมใส่มันกลายเป็นผมที่ติดอยู่กับศรีษะไปเลย กลายเป็นผมจริงๆ ไม่รู้ว่าทำไมถึงกลายเป็นอย่างนั้นไปได้....

 

สวยเลยเรา...ควรภูมิใจไหม

 

"สองแฝด...พี่มีเรื่องจะถาม"

 

"ฮะ / ฮะ"เงินทองขานรับพร้อมกัน ใบหน้าจิ้มลิ้มนั่นอยากหยิกจริงๆ

 

"พี่อยากถามว่าเงินกับทองอยู่ที่นี่มานานหรือยัง...."

 

สองแฝดทำหน้าครุ่นคิด.....

 

"อืม.....ไม่ค่อยจะจำได้เท่าไหร่...ตอนที่พ่อเก็บพวกข้ามาเลี้ยงก็ประมาณ 10 ปีเห็นจะได้กระมัง"ทองเป็นคนตอบ เงินพยักหน้ารับหงึกๆ

 

"หือ...ตั้ง10ปี...แล้วปกติอยู่ที่จวนนี้ พ่อของสองแฝดให้ช่วยทำอะไรบ้าง เอ่อ...หมายถึงหน้าที่ของเราๆน่ะ.."

 

ผมสงสัยอยู่เหมือนกัน ภุชคินทร์ก็ร่ำเรียนวิชาอาคมมาเหมือน แต่ไม่ใช่พวกไสยเวทย์หรือมนต์ดำ เพราะงั้นไม่ต้องกลัวว่าของจะเข้าตัว เพียงแต่ต้องกลัวว่าของจะเสื่อมก็เท่านัน

 

"พ่อให้พวกหนูคอยสอดส่องเป็นหูเป็นตา สืบเรื่องราวของคนอื่นๆจะ..."คราวนี้เป็นเงินที่ตอบ เงินเป็นเด็กที่น่ารัก ว่านอนสอนง่าย ส่วนทองจะเป็นเด็กที่โตขึ้นมาหน่อยแล้ว แต่ตัวเท่าเดิม...

 

พ่อที่สองแฝดเรียกหมายถึงภุชคินทร์ พอถามสองแฝดก็จำได้แค่ภุชคินทร์เก็บมาจากวัดแห่งหนึ่ง.....

 

"อ๋อๆ...พี่อุไรมีหน้าที่ลงโทษพวกคนชั่วด้วย..."

 

"ใช่จ้ะ...พี่ชบากับพี่ณีย์และพี่สายธารมีหน้าที่คอยดูแลจวนไม่ให้มีสิ่งไม่ดีเข้าบ้าน...."

 

อ้อ.....ที่แท้ ผีพรายน้ำตนนั้นก็ชื่อสายธาร.....งั้นแสดงว่าพี่อุไรก็มีหน้าที่ตามเก็บกวาดน่ะสิ...ในความหมายเชิงลึกแบบนี้...

 

"คุยอะไรกันสนุกเชียวลูกพ่อ......"อยู่ๆเสียงทุ้มก็ดังขึ้นหน้าประตู ปรากฏว่าภุชคินทร์ยืนหน้าเข้มยืนอยู่ตรงนั้น กอดอกถือดาบมองพวกเขาสามคนเอ้ย สามตน

 

"พ่อ! / พ่อจ๋า!"

 

สองแฝดยิ้มแป้น วิ่งเข้ากระโดดกอดภุชคินทร์อย่างรวดเร็ว ส่วนภุชคินทร์ก็วางดาบอ้าแขนกว้างเตรียมรับสองแฝดเข้าสู่อ้อมอก...ผมที่ไม่ได้มีส่วนอะไรก็ได้แต่นั่งอยู่เฉยๆ

 

ภุชคินทร์โดนเงินกับทองหอมแก้มหลายฟอดเสียจนชื่นใจ ก่อนจะหันมามองกัลปพฤกษ์ เจ้าตัวที่รู้ตัวว่ากำลังถูกมองก็นั่งก้มหน้า พยายามไม่สบมองตรงๆ

 

"เจ้าน่ะ...."

 

"หะ...หะ!!"ร่างบางสะดุ้งเฮือก ขานรับไม่เงยหน้าขึ้น...

 

ภุชคินทร์ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตีหน้านิ่ง.....

 

"เข้ากับที่นี่ได้หรือยัง...."

 

อา....ถามแบบนี้เองหรอเนี่ย...ใจหายใจคว่ำหมดพ่อคุณเอ๊ย......

 

"ก็พอเข้าได้แล้วครับ.....ตะ...แต่ผมไม่เข้าใจวะ...ว่าคุณจะจับผมมาที่นี่ทำไม"ร่างบางกลั้นใจถาม อยากรู้เหลือเกินว่าจับมาทำไมกันแน่...

 

"ไม่มีเหตุจำเป็น.....เจ้าไม่ต้องรู้หรอก...รู้แค่ว่าเจ้าต้องภักดีต่อข้าก็พอ....เงินกับทอง...ออกไปเล่นกันก่อน พ่ออยากจะนอน"

 

"ขอรับ / ฮ่ะ!"

 

ภุชคินทร์บอกให้ทั้งสองแฝดออกไป เงินกับทอก็ยอมแต่โดยดีแล้วหายไปกับสายลม ผมก็เตรียมที่จะไปด้วยในเมื่อเจ้าของห้องจะนอน...แต่สุดท้าย...

 

"เจ้าจะไปไหน......"ภุชคินทร์ถามเสียงเรียบ

 

"ก็จะออกไปไง คุณจะนอนไม่ใช่หรอ...."ผมตอบเขากลับ อะไรของเขากันเนี่ย....

 

"ใช่...ข้าจะนอน...แล้วเจ้าก็ต้องมานอนกับข้าด้วย กัลปพฤกษ์....."

 

หะ!?

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

แหม คุณพี่ก็ ไม่ถึงไหนก็ชวนนอนกันซะแล้ว...นอนจริงๆนะ ไม่ได้มีซัมติงพิเศษ 5555

ความคิดเห็น