ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Ep.18.

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 27 พ.ย. 2562 08:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep.18.
แบบอักษร

 

 

กฎ=กรกร 

 

" น้องครับ.. น้องๆ ถึงแล้ว " เสียงปลุกจากพี่โชเฟอร์แท๊กซี่ ทำให้ผมเริ่มลืมตาตื่นขึ้นจากการนอนพักในรถ ตั้งแต่ให้พี่แกปักหมุดมาที่นี้ผมก็ทนไม่ไหวง่วงมากเลยต้องพักสายตา น่าจะใช้เวลาไปชั่วโมงครึ่งแหละเพราะบอกพี่ว่าแกไม่ต้องเร่งรีบไปเรื่อยๆ จะว่าไปขับรถได้นิ่มมากนะหรือว่าผมนอนขี้เซาไปก็ไม่รู้ ฮ่าๆ ถือว่าโชคดีนะที่เจอพี่แกผมบอกอะไรก็ทำตามไม่เรื่องมาก 

" นี่ครับเงิน ตามที่ตกลงไว้ขอบคุณนะครับพี่ " ผมหยิบกระเป๋าเป้ที่มีพวกของสำคัญอยู่เปิดเอากระเป๋าตังออกมาจ่ายค่ารถ ตอนขึ้นรถออกมาพี่แกก็ขอตกลงราคาผมก็ไม่ติดอะไรตอบโอเคเลย ซึ่งมันก็ไม่ได้แพงอะไรมากมายดู สมน้ำสมเนื้อกับค่าเวลา ค่าแก๊สรถ ค่าความเสี่ยงบนท้องถนน มาราทก็ถือว่าดีใช้ได้ มากกว่านี้หน่อยผมก็จ่ายนะสำหรับพี่แก 

" เค.. มีไรโทรเรียกพี่ได้นะ เบอร์ตามนามบัตรเลย " พี่โชเฟอร์หันมารับเงิน พร้อมกับส่งนามบัตรมาให้ ดีเหมือนกันนะเผื่อผมจะกลับให้พี่แกว่ารับได้ ยังไงก็ไม่ได้เอารถมาอยูั่แล้ว 

" ได้ครับพี่ งั้นผมไปนะ " ผมเลยก็ขอตัวลงจากรถ เดินมาเปิดประตูที่นั่งข้างคนขับเอากระเป๋าลง เพื่อให้ผมนอนได้สบายขึ้นหน่อยพี่แกเลยเอาไปไว้ที่เบาะหน้าข้างแทน 

" อ่าๆ เที่ยวให้สนุกนะ " ผมก็หวังว่าอย่างนั้นนะพี่ ขอให้การมาครั้งนี้ผมหาทางออกเจอ จะได้มีความสุขกับการใช้ชีวิตเดินต่อไป ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมต้องทำ ไม่อยากเอาเวลามาแช่ไว้กับปัญหาอะไรพวกนี้นานๆ 

วิ้ววว ซ่าา ซ่าา วิ้วววว ฟิ้ววว 

อืมเสียงลม เสียงคลื่น แข่งกันวิ่งร้องรับทักทายผู้มาใหม่อย่างผมทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น จากที่มีความตึงเครียดมาพอเจอเข้ากับบรรยากาศแบบนี้มันชั่งผ่อนคลายดีเหลือเกิน กระชับสายเป้ดีๆให้มั่นคงที่บ่าแล้วลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปในพื้นที่รีสอร์ท.. 

" หนูกร มาถึงแล้วหรอลูก เอ่ะ..!!! มายังไงเนี่ยไม่ได้ขับรถมาเองหรอลูก.." ยังเข้ามาได้ไม่ทันเท่าไหร่ป้าสุก็เดินปี่ออกมารับ พร้อมด้วยคำทักทายและรอยยิ้มแสนอบอุ่นเหมือนทุกครั้งที่เคยมา แถมยังทำท่าแปลกใจจากการสังเกตุเพราะทุกครั้งที่มามักจะขับรถกันมาเอง จะมีที่จอดอีกฝั่งหนึ่งที่ไม่ใช่ด้านหน้ารีสอร์ท 

" สวัสดีครับป้าสุ ผมมาแท๊กซี่น่ะ " ผมปล่อยกระเป๋าลากยกมือขึ้นไหว้ป้าแก บอกไปว่ามายังไงเพื่อจคาบความสังสัยเดี๋ยวคนแก่จะเป็นห่วง ฮ่า... 

" จ้ะๆ มาคนเดียวหรอลูก " ป้าสุพยักหน้าหงึกหงักแล้วถามหาจำนวนคน คงดูปกติน่ะส่วนน้อยเลยที่จะมาคนเดียวกัน พวกผมชอบมากันแบบเป็นแก๊งไม่ก็สองคนสามคนแล้วแต่ ป้าแกก็คงจะแปลกใจเป็นธรรมดาอ่ะครับ 

" ครับ " ผมยิ้มเจือนๆตอบไป ก็รอบนี้อยากจะมาคนเดียวแบบเงียบๆ ต้องการให้สมองมันโปร่งเผื่อมองเห็นหนทางที่จะใช้ชีวิตแบบผู้ชายท้องได้ 

" งั้นไปบ้านพักที่ประจำของหนูกันเถอจ้ะ เหนื่อยไหมลูก เย็นนี้อยากทานอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า ป้าจะได้ให้คนจัดเตรียมไว้ให้ " รีสอร์ทป้าสุมีทั้งบ้านพักหลังใหญ่ที่มีหลายห้อง และแบบเป็นหลังเดี่ยวที่พักได้แค่สองคน ผมเลือกเป็นหลังเดี่ยวครับมาทีไรก็พักที่เดิมตลอดชอบครับไม่วุ่นวายดีอีกอย่างติดชายหาดด้วย เป็นหาดส่วนบุคคลไม่มีคนนอกมามาใช้ร่วม 

" ครับ ไม่เหนื่อยมากหรอกครับป้า ส่วนเรื่องอาหารผมขอเป็นอะไรที่เครื่องปรุงกลิ่นไม่แรง โดยเฉพากระเทียม " ได้นอนพักในรถมาบ้างถึงจะไม่ได้นานอะไร แต่มันทำให้ไม่ล้าจากอาการง่วงนอนของคนกำลังท้อง เรื่องอาหารนี่ยิ่งสำคัญเลยจะลืมบอกป้าแกไม่ได้เลย เพราะถึงจะตรวจรับยามาแล้วผมว่าระวังเอาไว้ก็ดี ไม่อยากจะวิ่งอ้วกจนหมดแรงอีก อ้วกแล้วก็หิวพอกินแล้วก็อ้วก ฟังดูเป็นเรื่องตลกนะแต่มันเหนื่อยมาก ที่นี่ดีนะครับป้าแกมีแม่ครัวคอยดูแลเรื่องอาหารการกิน นอกเหนือจากการไปซื้อหามาทำกินกันเอง ให้ทุกคนที่มาใช้บริการ ราคาก็เหมารวมอยู่ในค่าเข้าพักรีสอร์ท บางคนอาจจะมองว่าแพงหน่อยแต่ผมว่าคุ้มนะดูแลทุกอย่าง ส่วนน้อยหรอที่จะเกลี่ยงเรื่องราคา 

" ได้สิ เดี๋ยวป้าบอกแม่ครัวให้ หนูไปพักผ่อนอาบน้ำอาบท่าก่อนแล้วกัน นี่จ้ะลูกกุญแจ " ป้าแกตอบรับคำขอของผม ถึงจะทำหน้างงๆนิดหน่อย แต่ไม่ได้ซักอะไรแค่บอกให้ไปพักผ่อนก่อนเท่านั้น 

" ขอบคุณมากครับ " ผมยืนมือไปรับลูกกุญแจมาแล้วกล่าวขอบคุณ เราส่งยิ้มให้กันแล้วต่างคนก็แยกย้าย ผมเดินลากกระเป๋ามาที่บ้านพักหลังเดิมที่เคยใช้บ่อยๆ จัดการเปิดประตูเข้ามาข้างในไม่ลืมปิดล็อกให้เรียบร้อย ทิ้งกระเป๋าลากไว้ข้างเตียงก่อนส่วนเป้ก็วางไว้หัวเตียง แล้วก็ทิ้งตัวนอนแผ่หลา กางแขนกางขานอนสบายบนเตียงขนาดที่นอนได้สองคน ป้าสุคงให้คนทำความสะอาดและเปิดแอร์ทิ้งไว้ให้ พอร่างกายโดนความเย็นเท่านั้นแหละ เปลือกตามันเริ่มหนักค่อยๆหย่อนลงจนปิดสนิทจากนั้นก็ชัตดาวน์ตัวเอง........  

ก๊อกๆ ก๊อกๆ ก๊อกๆ///  

" อือ... คร้าบบบ อืออ... " ผมเริ่มรู้สึกตัวค่อยๆตื่นคืนสติขยับร่างกาย จากการได้ยินเสียงเคาะประตูอยู่หลายครั้ง ยกมือขึ้นมาบีบที่ระหว่างคิ้วแล้วขานรับเสียงยาน 

" คุณค่ะ....ไม่ทราบว่าจะรับอาหารที่นี่เลยไหม " คนที่มาเคาะประตูถามขึ้นเสียงดังเพื่อให้ได้ยินชัด ทำให้ผมเริ่มลืมตาเต็มที่ ใช่สิผมมาถึงก็หลับไปเลยหนิ่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่างแม้แต่น้ำก็ยังไม่ได้อาบ ข้าวปลาก็ยังไม่ได้กินแถมต้องกินยาอีกด้วย ว่าแล้วก็ดันร่างของตัวเองให้ลุกขึ้นจากการนอน ขยับตัวลงจากเตียงแล้วเดินสะโหลสะเหลแบบคนพึ่งตื่นไปเปิดประตู เห็นผู้หญิงมัดผมรวบเป็นจุกตัวสูงเท่าๆผม น่าจะอายุมากกว่าผมหน่อยยืนส่งยิ้มรอคำตอบอยู่ 

" ครับ...รับที่นี้เลย ขอเป็นที่ระเบียงนี่แหละครับ " ผมเลยตอบพร้อมกับชี้นิ้วไปที่โต๊ะกลมตรงระเบียง 

" ได้ค่ะ งั้นเดียวพี่ไปเตรียมมาให้ รอสักครู่นะ " พี่แกหันมองตามพยักหน้าตอบ หันมาส่งยิ้ม 

" ครับ " พอพี่แกหันหลังกลับเดินลงบันได ผมปิดประตูเดินไปที่กระเป๋าลากเปิดออก เพื่อจะเอาชุดไว้เปลี่ยนหลังจากอาบน้ำ เมื่อได้ชุดที่ต้องการแล้วก็วางรอไว้ที่เตียงนอน ถอดเสื้อผ้าออกเหลือเพียงบ็อกเซอร์ตัวเดียว ก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำ ในนี้มีผ้าขนหนูพับเรียบร้อยใส่ไว้ในถาดวางไว้ที่อ่างล้างหน้า  

ซู่//// เปิดน้ำจากฝักบัวปรับให้น้ำอุ่นเล็กน้อย เพื่อขับความล้าปล่อยให้น้ำไหลรดหัวไล่ลงมาทั่วอณูร่างกายจรดปลายนิ้วเท้า ก้มลงมองท้องที่ยืนออกมาเล็กน้อย เห็นชัดมากเมื่อไม่มีเสื้อผ้าปกปิด มันเป็นความจริงหาใช่ความฝันแต่อย่างใด 

อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ก็เดินออกมาที่ระเบียง มีโต๊ะกลมขนาดเล็กเก้าอี้อีกสองตัวสำหรับนั่งจิบฟาแกหรือทานอาหารเอาบรรยากาศริมชายหาด มีอาหารขึ้นโต๊ะอยู่สามสี่อย่างซีลไว้ด้วยฟิล์มใสดูน่ากิน ด้วยความหิวผมไม่รอช้านั่งลงที่เก้าอี้เปิดฝาโถข้าวตักใส่จานที่วางเตรียมไว้จัดการสวาปาทันที รสชาติที่อร่อยและไม่มีกลิ่นฉุนเหม็นจนเวียนหัวคลื่นไส้ ทำให้ผมเจริญอาหารมาก รู้สึกมีความสุขในการกิน ลมก็พัดเอื่อยๆบวกกับเสียงคลื่นกระทบฝั่งทำให้สมองโล่งความตื้อเครียดน้อยลง 

ฟิ้ววว~ ซ่า~ ซ่า~ 

กินข้าวกินยาเรียบร้อยผมก็ออกมาเดินรับลมที่หาดต่อ ถอดรองเท้าแล้วเดินย่ำไปบนผืนทรายที่ให้ความรู้สึกนุ่มเย็น สัมผัสลมที่พัดผ่านร่างจนเสื้อยืดตัวบางคอกว้างสะบัดตามแรงลมเป็นริ้วๆกระทบผิวกายเหมือนนวดสปา ตอนนี้ก็น่าจะทุ่มกว่าๆแล้ว รอบข้างดูมืดไปหมด แต่ยังพอมองเห็นด้วยแสงสว่างบนท้องฟ้าที่มาจากเดือนและดาว เดินเล่นได้สักพักก็หยุดนั่งลงบนผืนทรายในท่าชันเข่าใช้แขนสองข้างคล้องประสานไว้ที่หน้าแข้ง มองดูระลอกคลื่นน้ำทะเลซัดม้วนเข้าหาฝั่งจนเป็นฟองสีขาวเป็น ระยะๆตามกันมาจนเห็นชัด 

สายลมที่กำลังโอบกอดทำให้ดวงตาเริ่มเหิ่มร้อน ด้วยน้ำที่คลอจนมองภาพเป็นพร่าเบลอ แล้วล้นออกร่วงเผาะไหลเป็นทางอาบแก้มขาวเนียนสวย ไม่มีแม้เสียงสะอื้นใดๆ มีเพียงเสียงลมและเสียงคลื่นดังอยู่ตลอด เหมือนเป็นเสียงร้องสะอึกสะอื้นแทน ปล่อยแขนที่ประสานกันออก ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาวางไว้ที่หน้าท้อง พลางคิดไปว่าถึงผมจะไม่อยากให้มีเขา แต่กลับระมัดระวังตัวเองตั้งแต่รู้ กินยาตามที่หมอบอก พยายามจะพักผ่อนให้เพียงพอ มันเป็นสัญชาตญาณของคนท้องใช่ไหม 

" รู้ไหม.. การหนีมาหลบอยู่คนเดียวมันก็ดีนะ แต่มึงจะเหงาน่ะสิ " ผมเงยหน้าขึ้น.. หันไปมองตามเสียงพูดของคนที่มายืนใกล้ๆ พร้อมกับเดินมานั่งลงข้างๆ 

"..........." ได้แต่มองเงียบๆไม่ได้พูดอะไร หน้าก็ยังเลอะน้ำตาอยู่ ไอ้คนที่ว่านั่นคือไอ้ปายหน่ะครับไม่ใช่ใครที่ไหน ก็สงสัยอยู่ว่ามันตามได้ไง หลังจากที่มันส่งผมที่หน้าคอนโดแล้วก็ให้มันกลับไป ถ้าจะบอกว่ามันคอยเฝ้าจับตาดูผมคงจะไม่ใช่หรอก 

" กูรู้ว่ามึงสับสน แต่ไม่จำเป็นต้องแก้ปัญหาคนเดียวกร มึงยังมีกูมีทุกคนที่รักมึงอยู่อีกตั้งเยอะแยะ คอยเป็นกำลังใจให้ และพร้อมจะช่วยเหลือแบ่งเบาทุกอย่างเพียงแค่มึงนึกถึงเขาเว้ย... " ผมมองหน้ามัน มันก็มองหน้าผมเอ่ยคำพูดออกมามากมายเหมือนระบายความอัดอั้น เพราะศักดิ์ศรีกับความเกรงใจทำให้ผมลืมนึกถึงข้อนี้ไปจริงๆ พวกมันไม่เคยทิ้งผม ครอบครัวก็ไม่เคยทิ้งผม มีแต่ผมเองที่หันหลังให้พวกเขาเวลามีอะไร คิดแค่ว่ามันเป็นปัญหาของตัวเองไม่อยากเอาไปกองให้คนอื่นที่เขาอาจจะมีปัญหาของตัวเองอยู่แล้ว 

"............" ความที่ดิดว่าตัวเองมานั่งลอยๆอยู่คนเดียว แต่ตอนนี้กลับมีมันมานั่งอยู่ด้วย เลยได้แค่เงียบฟังมันพูด 

" ทุกอย่างจะดีขึ้นเองกรเพียงแค่เปิดใจยอมรับ มึงไม่ได้สูญเสียอะไรไปทั้งนั้น ความเป็นตัวมึงก็ยังอยู่เพิ่มมาคือมีเขา หัวใจดวงน้อยๆที่เต้นอยู่ในตัวของมึง มันมหัศจรรย์นนะมึงลองคิดดูสิ จะมีผู้ชายสักกี่คนวะที่จะได้เป็นแม่คนอย่างมึง อย่าคิดว่ามันเป็นสิ่งเลวร้ายเลยกร คิดส่ะว่าเป็นสิ่งพิเศษที่จะเกิดขึ้นได้แค่ไม่กี่คนในโลกใบนี้ " ผมคิดแล้วแหล่ะว่าถึงจะสับสนยังไง ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นแค่ไหน ก็ไม่กล้าทำอะไรเขาหรอก บอกไปแล้วไงครับว่าพอรู้ว่าตัวเองท้องร่างกายมันก็ระมัดระวังไปเอง กินเพื่อเขา พักผ่อนเพื่อเขา 

" อืม.... " พยักหน้าตอบรับกับคำเอื่อนเอ่ยยืดยาวของไอ้ปาย เห็นด้วยกับการให้คิดบวกของมัน จะมัวมาจมปลักว่าชีวิตมีแต่สิ่งเลวร้าย เมื่อไหร่ชีวิตเราจะมีความสุขได้สักที ชั่งเป็นความคิดที่ตื้นๆ แคบ ไม่สร้างสรรค์เอาส่ะเลย พลังบวกย่อยดีกว่าลบอยู่แล้ว 

" กูไปหาข้อมูลมานะเว้ย ไม่ใช่มีแค่มึงนะยังมีอีกเป็นสิบๆแน่ะ ที่เขาเป็นเหมือนมึง " หึหึ.... แล้วความทะเล้นกวนตีนของมันก็เริ่มขึ้น จากที่กูกำลังซึ้งเลยมึง 

" สู่รู้นะมึงอะ..." ผมพูดแขวะมัน พร้อมกับยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาไปด้วย รู้สึกดีที่มีมันมาพูดอะไรเยอะแยะมากมายที่น้อยมากคนอย่างมันจะมีสาระ นอกจากกวนตีนผมไปวันๆกับนิสัยงอแงเป็นคุณหนู 

" อ่ะแน่นอน ไม่มีอไรที่พี่ปายคนหล่อจะไม่รู้โว้ย นอกจากวันตายตัวเอง ฮ่าๆๆ " แล้วผมก็เริ่มยิ้มออก กับท่าทางยกมือขึ้นมาเก๊กหล่อของมัน 

" ฮ่าๆ พูดมาดูหนังหน้าตัวเองรึไงมึง " หน้าอย่างมึงหล่อกูว่าในโลกนี้คงไม่มีผู้หญิงสวยแล้วมั้ง ถ้ามีผมยาวจับใส่กระโปรงนี่คงดูไม่ออกเลยว่ามันเป็นผู้ชาย 

" พวกเราไม่ได้มารวมกันที่นี่กันนานแล้วดิ ตั้งแต่ฉลองเรียนจบมหาลัย กูว่า..กูโทรชวนพวกมันดีกว่าจะได้มาแสดงความยินดีกับมึงด้วย " จริงครับเรามาที่นี่แบบครบแก๊งก็ตอนที่มาฉลองเรียนจบมหาลัยกัน แล้วต่างคนก้ต่างแยกย้าย มีมากันบ้างแต่ไม่ครบแก๊งไงต่างคนต่างมาถ้าว่างหรืออยากพักผ่อน แต่ที่ทำให้ผมต้องขมวดคิ้มมุ้นก็ประโยคท้ายของมันนี่แหล่ะ 

" เชี่ยเหอะมึง||| กูบอกว่า กูยังไม่พร้อมไงไอ้ปายยย..." โวยวายสิครับ..พร้อมกับเรียกชื่นมันยาวเหยียด เยอะแล้วไอ้นี่พอกูอารมณ์ดีขึ้นหน่อย กวนประสาทกูทันทีสาระมึงมันสั้นจริงๆเลยอิห่านจิก 

" โอ้ย||| ไม่ต้องเป็นห่วงเลยมึงเขารู้กันหมดแล้ว กูเป็นคนโพนทนาเองแหล่ะ ฮ่าๆๆๆ " หึหึ... หึหึ๊... แลดูภูมิใจเหลือเกินไอ้สัส ไม่สึกนึกๆ รับปากกูไว้แล้วแท้ๆ 

ป้าบ/// ตวัดมือหวดผัวะเข้าที่หัวมันเต็มๆ แรงด้วย 

" โอ้ย..!!! มึงมาตบหัวกูทำไมเนี่ย ถ้าไม่ท้องอยู่นะมึง..." เสียงร้องมันทีนี้เป็นความเจ็บแทน เอามือลูบหัวปอยๆ แถมรีบหันมาทำหน้าเกรี้ยวกราดใส่ผม ยังๆ ยังไม่สำนึก ไอ้หอกระจายเสียงเคลื่อนที่ประจำหมู่บ้าน กูจะหาคำไหนมาด่ามึงดี 

" สัส||...ไอ้ปากโทรโข่ง ปากรั่ว ปากห่าง ปากสว่าง ปากนกปากกา ปากยื่นปากยาว....ปากหมา " 

" เห้ย.. พอๆพอเลย มึงจะปากอะไรนักหนาวะ แหมพอตั้งตัวได้นี่มาเป็นชุดเลยนะน้องกร เดี๋ยวพี่ก็เบิ๊ดกะโหลกคนท้องสะดีไหม " ไอ้ปายรีบยกมือห้าม แล้วทำท่าจะเบิ๊ดผมกลับ 

" เก็บความลับเชี่ยไรไม่ได้เลยนะมึง สัส|||..." ผมเลยว่ามันแบบหลับตาชังใส่ แล้วสะบัดหน้าไปให้สัสมัน 

" เรื่องนี้มันเป็นเรื่องน่ายินดีเว้ย.... อย่าพูดไม่เพราะเดี๋ยวหลานกูจะเอาตามอย่าง โอ๋ๆ.. หลานอาปายอย่าไปฟังที่ไอ้แม่มันพูดนะ " ดูมันๆ พูดไปลอยหน้าลอยตา เอามือมาตบปากผมเบาไม่ให้พูดคำหยาบ แล้วเอามาไว้ที่หน้าท้องผมเอนหัวเข้ามา พูดโอ๋หลานในท้องผม 

" มึงพูดเพราะตายแหล่ะ ไอ้ปากไม่อยู่กับร่องกับรอย.. หึ่ยย.... " ยิ่งทำให้ผมหมั่นไส้มัน ลูกกูจะทะเล้นเหมือนมึงน่ะแหล่ะ คอยดูนะถ้าออกมากูจะไม่ให้เข้าใกล้เลยเดียวไปแมทกับมึงร่ะยุ่งเลย  

" ฮ่าๆๆกูพูดได้ไง แต่มึงอะห้าม เข้าใจป่ะ.... " หัวเราะร้วนชอบใจอีกอิห่านจิก แต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกดีนะพลอยหัวเราะไปด้วย มันก็เป็นแบบนี้แหละบ้าบอไปเรื่อย เดี๋ยวเอาแต่ใจ โวยวายงี่เง่า วุ่นวายไม่อยู่สุข งอแงเป็นเด็ก กวนประสาทกวนตีน เป็นสีสันในแก๊งเพื่อน ไม่รู้ผมคบมันมานานขนาดนี้ได้ไง ฮ่าๆๆ 

" แล้วนี่มึงมาได้ไง รู้ได้ไงว่ากูอยู่ที่นี่.." พอหยุดจากการหัวเราะกัน ผมก็ถามเรื่องที่สงสัยทั้งที่ไม่ได้บอกใครแล้วมันรู้ได้ไงแถมตามมาถูกส่ะด้วย มึงเป็นอับดุลอีกคนรึเปล่า 

" เทพเจ้าปายส่ะอย่าง ฮ่าๆ หลับตาปุ๊บรู้ปั๊บ.. " แน่ะ...กวนบาทาอีกมึง พูดไปทำท่าหลับตาลืมตาวิบวับ ดีดนิ้วพร้อมกันทั้งห้านิ้วแบบเสก หึหึ... มึงคิดได้ไงวะอย่างมึงอ่ะไม่ใช่เทพเจ้าหรอก เป็นนางฟ้าแม่ทูลหัวแทนเหอะ ติดนิทานมากไปแล้วนะมึงสมงสมองไปหมดร่ะ 

" หนูๆ ไปนอนแล้วสองทุ่มกว่าแล้ว อากาศเริ่มเย็นเดี๋ยวไม่สบาย " แล้วก็มีเสียงดังสอดขึ้นมาในบทสนทนาเราสองคน ผมกับมันรีบหันไปตามเสียงพร้อมกัน เป็นไอ้พี่เต้เดินมาเรียกให้ไปนอน ผมหันกลับมามองหน้ามันที่ยิ้มแหยๆเกาท้ายทอยไปด้วย แบบเด็กโดนจับผิดอะไรอย่างงั้นเลย 

" นี่ใช่ไหมตาปุ๊บตาปั๊บของมึงอะ...ชิส์ " ผมยิ้มมุมปากแบบเยาะๆใส่มัน สะบัดหน้าไปทางไอ้พี่เต้ถามมันนี่ใช่ไหมเทพเจ้าของแท้ของมึง ถึงว่าหล่ะหากูเจอไว้จัง ไม่สงสัยอีกเลยก็ไอ้พี่เต้มันไม่ธรรมดาอย่างที่ผมเคยบอกไง น่าจะมีอีกหลายอย่างที่พี่มันทำได้ก็พวกมาเฟียร์หนิ่ จะอยู่ตรงไหนในประเทศไทยพี่มันคงหาเจอหมดแหล่ะ อยู่แต่จะเสกเดือนกับดาวให้มันอยู่แล้วด้วยเถอะ ตั้งแต่ไอ้ปายได้พี่มันมาก็กลายเป็นกระต่ายติดกรงเล็บเสือ ติดปีกเหยี่ยวไปเลย 

" อ่า... แฮ่ะๆ เฮีย|||.. มาไม่รู้เวล่ำเวลา หึ่ยย.." เหาะเราะแห้งๆไปเลยมัน แล้วก็หันไปตวาดใส่ผัวมันพร้อมกับลุกขึ้นยืนปัดตูดกระทืบเท้า แหมเหมือนน่ารักนะมึง ทรายมันจะร่วงมาเต็มหน้ากูแล้วเนี่ย 

" อ้าว..?? " ไอ้พี่เต้ถึงกับทำหน้าเหว๋อเลย โดนเมียโวยใส่แบบไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วย ผมร่ะนึกขำในใจ มีเมียแบบไอ้ปายก็ตามอารมณ์มันให้ทันนะพี่ 

" ไปมึงก็ลุกเลย||| ไปพักผ่อนได้แล้ว เร็ว..." อ้าวอินี่มาลงที่กูอีก อิห่านจิกเอ้ย เด็กโดนจับได้ก็แบบนี่แหล่ะโวยวายกลบเกลื่อน อุตส่าห์จะโชว์ความเก่งนี่เนาะพอผัวมาความแตกเฉย ฮ่าๆ 

" เออ||| " ผมเลยกระแทกเสียงใส่มัน ค่อยๆลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วปัดทรายที่ติดกางเกงออก 

" วันพรุ่งนี้โทรหาแม่ชมด้วย เขาห่วงมึงจะแย่แล้ว โทรศัพท์ก็ไม่รู้จักรับสายใครเลย ห่า... " แล้วก็มีข่าวจากมันที่ทำให้ผมหงุดหงิดอีก แม่หรอ...? แม่รู้อีกคนแล้วหรอ...? นี่ยังเหลือใครอีกไหมที่มึงยังบอกเขา กูว่ารู้หมดแม้กระทั่งนายกรัฐมนตรีมั้งสัส 

" นี่..." หันไปมองหน้ามันแบบเคืองๆฉุนๆ จะอ่าปากด่ามัน แต่ยังไม่ทันได้พอครึ่งประโยคเลย.... 

" อย่าๆ.. กูไม่ได้บอก ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้น แม่เขารู้ก่อนโทรมาหากูแล้วไปถามเอาเอง " มันก็สวนขึ้นมาแบบผ่ากลางปล้อง เหมือนรู้ว่าผมจะด่าอะไรมัน อันนี้แหล่ะที่ทำให้ผมคิ้วขมวดแบบสงสัยใจคำพูดมัน แม่รู้ได้ยังไงรู้มาจากใครถ้าไม่ใช่ไอ้ปายเป็นบอก แล้วผมจะบอกแม่ว่ายังไงดีไม่ได้เตรียมตัวหาคำพูดเอาไว้เลย ปานนี้แม่คงเป็นห่วงมากอย่างที่ไอ้ปายมันบอกแน่ เฮ้อ............. 

 

 

............................................................................................................................... 

 

 

((ว่าไงคม)) 

" ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ คุณกรมารีสอร์ทที่ชล ยังมีเพื่อนสนิทตามมาด้วยมากับเพื่อนคุณโอ๊ต " การรายงานเรื่องของคนที่เขาตามดูแลก็เริ่มขึ้น 

((หือ...!!! เพื่อนตาโอ๊ตหรอใช่ตาเต้หรือเปล่า)) คุณหญิงเธอที่รู้สึกโล่งใจคำรายงาน ของคนที่ตนฉุบเลี้ยงเหมือนน้องชาย แต่กลับมาสะดุดตรงที่เพื่อนของไอ้ลูกชายตัวดีไปด้วยนี่สิ 

" ครับ พึ่งมาถึงกันเมื่อตอนทุ่มกว่าๆนี่เอง " เขารายงานไปตามที่เห็น เพราะคอยจับตาอยู่ตลอด 

((แล้วตาเต้จะรู้เรื่องที่หนูกรท้องหรือเปล่า...)) เสียงของคุณหญิงที่ดูกังวลเอ่ยถามขึ้นทันที 

" ผมคาดว่าน่าจะรู้แล้วนะครับ ที่เพื่อนคุณกรตามมาได้คงเป็นเพราะเพื่อนคุณโอ๊ตแน่นอน " จากการดาดเดามีความน่าจะเป็นไปได้สูง 

((งั้นตาโอ๊ตก็คงจะรู้แล้วแน่ เจ้าสองคนนี้มันไม่เคยมีอะไรปิดบังกัน)) และจากที่เธอรู้จักลูกชาย และเพื่อนของลูกชายดีว่ามีความสนิทแน่นแฟ้นกันมากแค่ไหน คงจะรายงานกันไปแล้วถ้ารู้ 

" แล้วคุณหญิงจะเอายังไงล่ะครับ " เขาถามคุณหญิงที่มีความกังวลชัด แถมรู้จักทั้งสองคนดีว่าจะต้องส่งข้าวให้กันแน่ๆ ไหนจะข่าวสารคุณโอ๊ตที่เขาได้มาจากลูกน้องและพึ่งจะส่งให้นั่นอีก เฮ้อ... เหนื่อยแทนจริงๆ 

((คงต้องบอกเจ้าสัวท่านให้กันเจ้าลูกชายตัวดีเอาไว้ก่อน ช่วงนี้ก็ทำตัวเละเทะไม่ได้เรื่องทั้งที่เป็นพ่อคนแล้ว ชั้นร่ะปวดหัวจริงๆเลยคม...เฮ้อ)) เธอรู้เรื่องของไอ้ลูกชายตัวดีว่ามันทำอะไรมั่งเมื่ออยู่ที่นู้น ซึ่งเธอเองก็ไม่ชอบใจเลยเพราะมันจะทำให้เรื่องทุกอย่างยากขึ้นถ้ายังทำนิสัยแบบนี้ เธอผิดเองที่เลี้ยงลูกชายคนเล็กมาแบบนี้ ปล่อยให้ทำอะไรตามใจมากเกินไป มีห้ามบ้าง ดุด่าว่าบ้าง แต่ก็ไม่ได้มากอะไรเท่าพวกพี่ๆ 

" ค่อยๆดัดไปครับคุณหญิง ผมคิดว่าคุณโอ๊ตน่าเปลี่ยนตัวเองไม่ยากหรอก " คนฟังไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี นอกจากให้กำลังใจคนที่เหนื่อยกับเรื่องของลูกชายคนเล็ก 

((ชั้นกลัวว่าก่อนจะถึงวันนั้น แม่ของลูกเขาจะไม่เอามันแล้วน่ะสิ)) เธอเองรู้ว่านิสัยคนเรามันปรับยาก ไหนจะเรื่องที่ไปทำกับเขาไว้อีกยังไม่ได้เคลียร์กันเลยด้วยซ้ำ มันจะสายเกินไปหรือเปล่า เด็กคนนี้เป็นคนเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นพึ่งพาตัวเองมาตลอด ตามที่เธอได้ประวัติทั้งหมดมา ถือว่าเป็นคนดีมากเลยคนหนึ่งที่ได้มาเป็นสะไภ้ของตระกูลก็เหมาะนัก แต่จะได้มารึเปล่านั่นก็อีกเรื่องหนึ่งเพราะเธอไม่คิดจะบับคับ แค่ที่ลูกชายเธอทำกับเขามันก็มากพอแล้ว 

" เรื่องนี้ก็พูดยากจริงๆครับ ส่วนที่นี่ผมดูแล้วคุณกรคงจะไม่ทำอะไรกับลูกแล้วแน่ เธอน่าจะสับสนและแค่มาพักผ่อนมากกว่า " ถึงอยากจะช่วยเขาคงจะพูดอะไรมากไม่ได้เรื่องของลูกแม่กัน เลยเลือกที่จะรายงานต่อ 

((เฮ้อ... ก็โล่งอกไปที ยังไงก็ขอบคุณเธอมากนะคม ถ้าเหนื่อก็พักผ่อนนะ ให้ลูกน้องช่วยดูแลแทนก็ได้)) คุณหญิงถอนหายใจเฮือกใหญ่เหมือนยกภูเขาออกจากอก ไม่ลืมที่จะเป็นห่วงคนที่ตามคอยดูแลเรื่องนี้ด้วย ข่าวคราวที่เธอรู้มาตลอดล้วนแล้วแต่มาจากคนผู้นี้ ที่ทำมาหลายปีตั้งแต่เขาเสนอตัวจะช่วยเป็นหูเป็นตาให้ 

" ผมบอกแล้วไงว่าไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจ ไว้ผมเหนื่อยจริงๆ ผมจะพักแน่นอนครับไม่ต้องห่วงนะ " คนที่ฟังก็ได้ยินคำที่แสดงถึงความเป็นห่วงจากคุณหญิงเธอมาโดยตลอดเช่นกัน เขาได้รับความเมตตาชุบเลี้ยง ดูแลตั้งแต่พ่อแม่เสียไปหมด จึงมีความจงรักภักดีต่อคนผู้นี้มาก เพราะถ้าไม่มีเธอเขาก็คงจะไม่มีวันนี้เหมือนกัน 

((เธอก็เหมือนน้องชายอีกคนของพี่นะคม||| จะไม่ให้เป็นห่วงได้ไง)) คำพูดแสนเด็ดขาดที่ต้องการให้คนฟังรู้ว่าเธอไม่ใช้ทาสที่คอยทำงานให้ฉันนะ เธอก็คือน้องคนหนึ่งของฉัน 

"..........." คนที่ฟังก็นิ่งอึ้งด้วยความรู้สึกตื้นตัน ซาบซึ้ง จริงๆแล้วเขาไม่ได้หวังอะไรมากเลยแค่เธอให้การชุบเลี้ยงมาก็บุญหัวมากแล้ว กลับได้เป็นถึงน้องชายอีกคนของผู้หญิงที่มีอำนาจทางแวดวงธุรกิจ ถึงแม้จะไม่เปิดตัวเท่าไหร่ก็เถอะ มีใครบ้างที่จะไม่รู้จัก ให้เกียรติและเกรงกลัวเธอ เจ้าสัวอัครเดชอาจดูยิ่งใหญ่นะแต่ใครหล่ะที่คอยคุ้มบังเหียนถ้าไม่ใช้ผู้หญิงคนนี้ 

((รักษาดูแลตัวเองด้วย เธอไม่ใช่แค่คนทำงานให้พี่นะคม จำไว้นะเธอคือคนในครอบครัวคนหนึ่งของพี่)) เธอยังพูดย้ำด้วยความรู้สึกที่แท้จริง คือความเป็นห่วงเป็นใยที่มีให้น้องชายคนนี้ 

" ครับ..ผมรับปากว่าจะดูแลตัวเอง " จะปฏิเสธได้ไงหล่ะนอกจากน้อมรับไว้ด้วยรอยยิ้ม ที่ได้สัมผัสถึงความอบอุ่นของพี่สาวที่มอบให้ พร้อมกับรับปากเพื่อให้อีกคนสบายใจว่าตนจะไม่เป็นไร 

((ดีแล้ว งั้นเธอก็ไปพักผ่อนเถอะนี่ก็เริ่มจะดึกแล้ว)) เธอเองก็พูดด้วยรอยยิ้ม ดีมากไอ้น้องชาย.... 

" ครับ งั้นถ้ามีอะไรผมจะรีบโทรบอก " ผู้เป็นน้องก็ขอตัวจะได้ไปพักผ่อนกัน วันนี่ทั้งวันก็ว้าวุ่นใจกันกันมามากพอแล้ว จะได้นอนหลับแบบไม่กังวล เพฉาะเรื่องนี้นะ เรื่องอื่นก็ว่ากันไป ฮ่าๆ 

((จ้ะ... ขอบคุณมาก)) ติ๊ด/// คนเป็นพี่ก็เห็นด้วย ขอบคุณน้องชายแล้วก็วางสายไป  

 

 

............................................................................................................................ 

 

 

 

อรรถพล=โอ๊ต 

London 14:27 น. 

ตอนนี้ผมยังอยู่ที่ห้องทำงาน ยังไม่ได้ออกไปไหนตั้งแต่ไอ้เต้มันโทรมา ผมทำงานหนักมากเพื่อจะให้ได้ตามยอดที่ป๊ากำหนดมา ทำทุกอย่างหามันทุกวิธีประชุมกันเป็นว่าเล่น เพื่อจะได้กลับไปบริหารอยู่ที่ไทยเวลานอนก็ไม่ได้นอนเวลากินก็ไม่ค่อยจะตรง ทีนี้ถึงจะเอาอะไรมาเป็นข้ออ้างผมก็จะไม่ยอมทั้งนั้น ต่อให้ต้องตัดขาดสายเลือดก็เถอะ และตอนที่ไอ้เต้มันโทรมาผมก็ยอมรับว่ากำลังคั่วอยู่กับสาวแต่ยังไม่ทันได้เสร็จหรอก ก็เขามาเสนอให้ตั้งแต่เช้าผมก็อยากรีแล็กซ์บ้าง ทำงานหนักหักโหมยังจะให้ไปใช้มือตัวเองปลดปล่อยอีก 

ถึงจะมาบริหารอยู่ที่อังกฤษนี่ แต่ผมก็รู้ความเป็นไปของคนที่ไทยดีนะ โดยเฉพาะเรื่องของคนตัวเล็กที่ผมยังจำทุกสัมผัสได้ดี เพราะผมให้อาเมศคนของพ่อคอยส่งข่าวตลอด ช่วงมาแรกๆผมคิดถึงใจจะขาดอยากนอนกอด อยากได้กลิ่นตัวหอมๆ อยากหมดทุกอย่างจนไม่เป็นอันตั้งตัวเลย คิดจะกลับไปหลายครั้งแล้วแต่เดี๋ยวจะมีคนว่าผมเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ หลังจากที่คนตัวเล็กออกจากโรงพยาบาลได้สักระยะ ผมก็ได้รับข้อมูลพร้อมภาพถ่ายว่ามันไปไหนมาไหนกับไอ้เพลิงบ่อยๆ ทั้งกินข้าว ดูหนัง สวนสาธารณะ และอีกหลายๆที่ ทำให้ผมเสียสูญไปเลยพักนึ่ง 

ผมรู้ว่ามันไม่ได้รู้สึกอะไรกับผมเลย แต่สำหรับผมมันคือเมียเว้ย...เมียคนแรกคนเดียวด้วย ในเมื่อมันไปอะไรกับคนอื่นได้ผมก็ทำได้เหมือนกัน หลังจากคิดแบบนั้นแล้วผมก็เริ่มคั่วสาวที่นี่มีทั้งสาวแหม่ม สาวลูกครึ่งไทย หรือสาวไทยที่มาเรียน มาทำงานเหมือนกันกับผม จะมีทยอยกันเข้ามาหาผมไม่ขาดสายทั้งแบบชั่วคราว และแบบคู่ขาที่มาประจำ มีการป้องกันทุกคนทุกครั้งเพราะผมไม่อยากเกมส์กับใคร รวมถึงคนเมื่อเช้าที่ผมเอาคาอยู่ตอนรับสายมัน แต่พอไอ้ห่าเต้มันด่าว่าผมเป็นพ่อคนแล้วยังทำแบบนี้ ผมก็หยุดกิจกรรมเซ็กส์เสียวค้างไว้ด้วยความอึ้งสิครับ แมร่งหมดอารมณ์ทุกอย่างขนาด-วยคารูอยู่ยังไม่ทำให้รู้สึกอะไรได้เลย รีบถอยตัวลุกออกแล้วไล่เธอกลับทันที 

มานั่งซักไอ้เชี่ยเต้ให้รู้เรื่องทั้งที่ร่างกายยังเปลือยเปล่าไร้เสื้อผ้าปกปิดสักชิ้น ส่วนมันก็ทั้งลีลาทั้งด่าว่าผมไปด้วยหงุดหงิดมันสุดๆ ถ้าอยู่ไทยผมได้มีกระทืบมันจริงๆแน่ และแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยิน คือมันบอกว่าเมียผมท้อง เท่านั้นแหละตัวผมนี่ชาไปหมดเลย ไม่ใช่ว่าจะไม่รับผิดชอบหรืออะไรนะครับ แต่แมร่งเมียผมเป็นผู้ชายไงจะเป็นไปได้ไงวะ สุดท้ายผมก็เชื่อนะเชื่อหมดใจเลย มือไม้สั่นลิ้นเหมือนชาแข็งพูดไม่ออกไปชั่วขณะ พอได้สติขึ้นมาก็คุยกับไอ้เต้ต่อทุกอย่างที่มันรู้มา ไอ้เชี่ยนี่มันก็ด่าผมไปตลอดการคุยจนมันวางสายเพราะจะไปดูเมียมัน แล้วผมก็ลุกไปเข้าห้องน้ำเพื่อจะชำระร่างกายทั้งทียังมึนๆงงๆ กับเรื่องที่ฟังมา ในห้องทำงานผมจะมีห้องไว้สำหรับพักผ่อน อาบน้ำแต่งตัว และทำกิจกรรมอย่างว่านั่นแหล่ะ  

" กูเป็นพ่อคน เป็นพ่อคนแล้ว " ตั้งแต่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยก็ออกมานั่งที่โต๊ะทำงาน จนถึงตอนนี้เวลานี้ยังไม่ได้ขยับย้ายตัวไปไหนเลย จัดการบอกเลขาว่าไม่ต้องการพบใครไม่ต้องการให้ใครเข้ามา ยกเลิกเลื่อนนัดทุกอย่างไปก่อน  

" เมียกูท้อง.... ท้องได้หรอวะ ท้องสิก็เขาบอกว่าท้อง เออท้อง... " ผมนั่งพิงพนักเก้าอี้ทำงานเอนลง หมุนไปมาแล้วเอาแต่พูดได้แค่นี้แหล่ะ 

" ลูก....กูมีลูกแล้ว... มีแล้ว.. " หืม... แทนที่ผมจะเซ็งจะเครียดคิดว่าตัวเองเกมส์ส่ะแล้ว แต่กลับเป็นรู้สึกตื่นเต้นวะอยากเจอเมีย อยากดูแลเมียกับลูก จับโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพราะคิดอะไรบางอย่างได้ 

ตื๊ดดด ตื๊ดดด ตื๊ดดด 

((ว่าไงยะ รู้จักเวล่ำเวลาบ้างนะ)) เสียงจิกมาเลยมาเลยม๊าผม 

" โหยย ม๊าาาา ผมรู้ว่าม๊ายังไม่ได้นอนหรอก " ผมรู้ดีว่าม๊าเป็นคนนอนไม่ดึกอะไรมาก แต่เวลานี่น่าจะยังไม่ได้นอนหรอกครับคงราวๆสี่ทุมครึ่งน่ะแหละ 

((จ้ะพ่อคนรู้ดี รู้ชะตากรรมตัวเองด้วยรึเปล่าหล่ะ)) โห...ฟังดูโหดร้ายจังช่วงนี้รู้สึกว่าม๊าผมจะออกโลงเองเยอะนะ จริงๆแล้วผมรู้ไม่ใช่ไม่รู้ม๊าจะมีคนคอยเป็นหูเป็นตาเป็นแขนเป็นขาให้ ถ้าไม่แน่คงเอาเจ้าสัวอัครเดชไม่อยู่หรอก รานนั้นก็ใช่ธรรมดาส่ะที่ไหน 

" ม๊าอ๊าาา.. จะอะไรกับผมนักหนา ยังไงผมก็ลูกไหมคร้าบ " เลยได้แต่ใช้ลูกอ้อนเท่านั้นไงผม ที่ได้มาอยู่ที่นี่ก้เพราะม๊าแหละครับ คงโกรธเรื่องที่ผมทำกับเมียถึงได้สั่งปลดผมสายฟ้าแล่บเลย เพราะเป็นม๊าเนี่ยแหละผมถึงยอมป๊าไม่มีทางมายุ่งกับผมหรอกถ้าไม่ใหญ่โตจริงๆ 

((ก็เพราะเป็นลูกนี้ไง ถ้าไม่ใช่ชั้นทิ้งขยะไปนานแล้ว)) อึ่หืออออ... หน้าหงายเลยผม 

" แรงส์// ไอ้อีกนะม๊า " ไม่บ่อยหรอครับที่ม๊าจะแรงใส่ผม ถ้าไม่ได้ก่อเรื่องอะไรจนม๊าต้องไปไล่จัดจารเองเหมือนทุกๆครั้งตั้งแต่ผมเริ่มเป็นวัยรุ่น ทั้งเรื่องหญิงแล้วก็ชกต่อยทะเลาะวิวาทหรือไม่ก็หนักกว่านั้น 

((ว่าไงมีอะไร ถึงโทรมาร่ะห่ะ)) แล้วก็มาถึงคำถามสำหรับวันนี้ของผมและคืนนี้ของม๊าสิครับ 

" ม๊าจะว่าไรไหม ถ้า..เอ่อ ผมไปทำคนท้อง " ผมหย่อนเหยื่อถามทางไปก่อน ที่จริงอาเมศบอกผมมาหมดแล้วแหละว่าม๊าให้คนตามดูแลเมียผมอยู่ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล มีหรือที่จะไม่รู้ว่าเขาท้อง 

((หึหึ... ไปทำใครท้องมาล่ะ)) เสียงหัวเราะในลำคอทำให้ผมยิ่งแน่ใจเลย พร้อมกับคำถามที่เหมือนกับกำลังยักคิ้วยักไหล่แบบกวนๆทำนองว่ารู้แล้วแหละแต่จะถาม 

" เอาน๊า...ยังไงผมก็มีหลานให้ม๊าได้แหล่ะ อยากได้ไม่ใช่หรอคร้าบ " ผมก็เลยตอบกวนๆม๊ากลับไปบ้างในเมื่อไม่ซีเรียสผมก็จะสบายๆเหมือนกันคร้าบ 

((โถๆๆ ทำตัวดีแค่ไหนหล่ะ จะเป็นพ่อคนน่ะมีสำนึกขึ้นมาบ้างแล้วเหรอ)) น่านไงครับรัศมีนางพญาเริ่มปล่อยออกมาแล้ว คงได้โดนเทศนายาวไปร่ะกูไอ้โอ๊ต 

" ผมก็ไม่ได้เลวขนาดที่จะเป็นพ่อคนไม่ได้ไหมม๊าาา..." คนเลวอย่างผมมันจะเป็นพ่อคนไม่ได้หรอ ถึงจะเลวแต่ก็รักลูกรักเมียเป็นไหม.. โถ่ ให้โอกาสผมได้พิสูจน์หน่อยสิครับ องคุลิมาลยังกลับใจได้เลย นับประสาอะไรกับคนเลวๆอย่างผมล่ะ 

((หรอ อย่าคิดนะว่าชั้นไม่รู้ว่าแกทำอะไรบ้างอยู่ที่นู้นน่ะ)) หึหึ... คุณม๊าเริ่มฉุนผมแล้วไง ไม่เป็นไรวันนี้ผมยอมให้บ่นแบบยาวๆเลยผมเต็มใจ 

" ผมก็รู้ ว่าม๊ารู้ทุกอย่างแหละ " รู้สิคร้าบรู้มาตลอดแหละตั้งแต่เด็กจนโต รู้ทุกอย่างแม้กระทั่งไฝขี้แมลงวันมีอยู่ตรงไหนบนร่างกายผมบ้างที่ม๊าจะไม่รู้ 

((รู้แล้วยังทำ..? หัดเปลี่ยนนิสัยส่ะบ้าง มันไม่ง่ายหรอกนะที่จะเป็นพ่อคนสามีคนน่ะ ต้องมีความรับผิดชอบและซื่อสัตย์มากว่านี้ สิ่งที่แกทำอยู่ไม่มีลูกเมียคนไหนเขารับได้หรอก)) มาแล้วครับมาแบบเป็นชุดไม่ใช่ผมจะไม่มีสำนึกไม่สลดนะผมคิดตามที่ม๊าพูดมาตลอด คิดทุกคำพูดเพราะคนที่จะหวังดีกับผมมากที่สุดก็คือม๊ากับป๊า รวมถึงพวกเฮียๆมันด้วยเนี่ยแหละครับ 

" ผมรู้หรอกม๊า ผมก็มีเหตุผลของผมนะ " พูดไม่ออกเลยต้องยกเหตุผมของตัวเอง ขึ้นมาอ้างไปแบบข้างๆคูๆ 

((เหตุผลของความไม่รู้จักพอล่ะสิ เราน่ะโตแล้วนะโอ๊ตจะให้ป๊ากับม๊ามาคอยตามเช็ดตามล้างให้ตลอดเหมือนเด็กไม่ได้หรอกนะลูก จะคิดจะทำอะไรก็ต้องรู้จักยั้งคิดยั้งทำ อย่าปล่อยไปตามอารมณ์และความต้องการผิดถูกต้องรู้ ม๊าบอกเพราะเป็นห่วงหวังดีกับเรานะลูก)) สุดท้ายก็เป็นบทสอนที่ทำให้ผมถึงกับน้ำตาซึมขึ้นมา นึกขึ้นมาได้ว่าไม่ว่าอะไรที่ผมเคยทำพลาดเอาไว้ ก็มีแต่ม๊าคอยจัดการเคลียร์ให้ทุกอย่าง ไม่เคยที่ปล่อยให้ผ่านไปเลย ไม่รู้ว่าท่านเองจะเหนื่อยมามากมายแค่ไหน ทั้งที่ผมเองก็ยังระเริงอยู่อย่างผิดๆ 

" ครับม๊า " น้ำตาคลอเต็มหน่วยตา นี่สินะหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ ไม่ว่าลูกจะเลวแค่ไหนพ่อแม่ก็คอยตามประเล้าประโลม เก็บกวาดสิ่งที่ลูกทำเหมือนเรายังเป็นเด็กอยู่เสมอ 

((ทำหน้าที่ตรงนั้นของเราให้ดีไปก่อน ส่วนทางนี่ม๊าคงปล่อยให้เป็นไปตามหลักเหตุหลักผลอยู่แล้ว ม๊าคงช่วยอะไรเรามากไม่ได้หรอกนะลูก เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้เอาเอง แค่นี้แล้วกันม๊าจะเข้านอนแล้ว)) เป็นคำสอนที่แสนจะปลอบประโลม ดูแข็งแกร่งแต่อ่อนนุ่ม ดูเหมือนโกรธร้อนแรงแต่กลับอบอุ่นไม่แผดเผา ดูเหมือนเบื่อหน่ายแต่กลับเอาใจใส่ยิ่งกว่า ทำให้รู้สึกให้ถึงมืออันอบอุ่นของผู้เป็นมาดารคอยประคองอยู่เสมอแม้จะมองไม่เห็น 

" ขอบคุณครับม๊า ผมรักม๊านะครับ " ติ๊ด/// น้ำตาที่ลอยหน่วยคลอเบ้าร่วงเผาะเพราะคิดตามที่ม๊าบอกสอน ทำให้คิดถึงคนตัวเล็กที่ผมทำอะไรไว้กับเขาหนักหนาผมจะต้องไปชดใช้ให้ และผมจะทำแน่นอนเพราะนั่นคือลูกและเมียของผม 

 

 

 

______________________________________________________________________________________________________ 

 

 

อิอิ....มาต่อแล้วค่ะ ยังไม่ได้ตรวจแก้ไขเหมือนเดิม ทนๆเอาหน่อยนะ ฮ่าๆ 

กดไลค์ คอมเม้นหลังอ่าน ติชมเพื่อการปรับปรุง เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ 

ปล. ผิดพลาดขออภัยยังไงจะรีบมาต่อให้ เนื้อเรื่องยาวตามแบบผู้แต่ง ขอบคุณสำหรับคนที่รอ ไม่ว่าอะไรสำหรับคนที่ขอผ่าน ทุกคนมีความชอบที่แตกต่างยินดีเสมอ..... 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น