ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เงื่อนไขว่าที่ภรรยา? คนที่2

ชื่อตอน : เงื่อนไขว่าที่ภรรยา? คนที่2

คำค้น : ฮาเร็ม จีนโบราณ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ธ.ค. 2558 20:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เงื่อนไขว่าที่ภรรยา? คนที่2
แบบอักษร

 

          หลังจากที่เสวี่ยฟงกลับมาเดินได้ทุกคนในบ้านต่างยินดีและกล่าวขอบคุณเฟยอวี่กันอย่างถ้วนหน้าเวลานี้เดินไปที่ใดในคฤหาสน์ของตระกูลเสวี่ยล้วนมีแต่คนก้มหน้าคารวะ จนบัดเดี๋ยวนี้เขารู้สึกชินชาไปเสียแล้ว และที่สำคัญเวลานี้เสวี่ยไป๋น้องเล็กของตระกูลตามติดเขาไม่ห่าง กิริยาดูสำอางชวนให้น่าดู รูปร่างถือว่าไม่ได้ผอมแห้งและยังสูงกว่าเขาไปเล็กน้อยเจ้าตัวชอบมานั่งมองหน้าเขาบ่อยๆ จนเริ่มชินชา แม้คราแรกเสวี่ยฟงจะไม่พอใจบ้างแต่สุดท้ายก็ไม่ได้กล่าวติเตือนอะไร ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี

            

           “เจ้าไม่เบื่อบ้างหรือนั่งจ้องหน้าข้ามาเป็นอาทิตย์แล้ว” เฟยอวี่เอ่ยถามเสียงเรียบ ดวงตาเรียวงามมองใบหน้ากึ่งหล่อกึ่งสวยของเสวี่ยไป๋ที่ยิ้มละไมจนน่าหมั้นไส้
         

           “ใบหน้าเจ้างดงามกว่าใครในใต้หล้าที่ข้ารู้จักมาไยจะเบื่อได้เล่า” เสวี่ยไป๋เอ่ยบอกพร้อมขยับมานั่งใกล้ๆ เฟยอวี่ เสวี่ยฟงมองน้องชายอย่างระอาหลายวันมานี้เขาเองก็เริ่มจะชินชา มือเรียวหยิบขนมกุ้ยผิงและน้ำชาให้เฟยอวี่กับน้องชายอย่างคุ้นเคย
         

           “หึ ปากหวานไปเถอะ หากเจ้าก้าวเดินเข้ามายากนักจะถอยกลับ แต่หากยังไม่ถอยกลับไปตอนนี้เชื่อข้าว่าเจ้าไม่ได้ไปนั่งสำราญในหอบุปผาอีกแน่” เฟยอวี่กล่าวข่มขู่เมื่อพอจะรู้ว่าคนตรงหน้าหมายตาตนไว้ และยังรู้ว่าเสวี่ยฟงเป็นภรรยา? ใหญ่? ของเขาด้วยและดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่สะทกสะท้านกับคำกล่าวของเขาแม้แต่น้อย จนต้องเหลือบตามองเสวี่ยฟงคล้ายจะเอ่ยถามว่าน้องชายเจ้านิสัยเช่นนี้หรือ แต่สิ่งที่ได้รับคือรอยยิ้มอ่อนโยนเท่านั้น
    

            “สตรีในหอบุปผายังมิเคยมีใครงดงามเท่าเจ้า ดวงตาเจ้างดงามเหมือนดวงดาว ใบหน้า หู จมูก ล้วนมีคุณค่าให้ได้มองอีกทั้งเส้นผมของเจ้าสีเงินยวงน่าหลงใหล” เสวี่ยไป๋เอ่ยบอกด้วยนัยน์ตาหวานฉ่ำ มือหนาจับเส้นผมมาดมกลิ่นหอมอย่างหลงใหล
        

          เฟยอวี่มองคนอาการหนักแล้วส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ สองพี่น้องนิสัยไม่เหมือนกันสักนิด คนพี่ก็เหมือนซื่อๆ แต่หื่นกาม คนน้องก็ตาหวานเชื่อมเหมือนคนบ้า แต่หน้าหล่อเหลาหุ่นดีถือว่าผ่านแล้วกัน
         

          “เจ้าจะเดินทางไปที่ใดต่อ” เสวี่ยอู่เอ่ยถามเฟยอวี่เสียงเรียบ ทว่านัยน์ตากลับสั่นไหวเล็กน้อยเพราะรู้ว่าตนต้องรอเฟยอวี่อยู่ที่นี่
         

            “พรุ่งนี้ข้าจะเดินทาง” เฟยอวี่บอกเสียงเรียบแต่กลับทำให้ทั้งสองคนชะงักงันไปชั่วครู่ เขามองนิ่งๆ ดูกิริยาของสองพี่น้องว่าจะออกมาอย่างไร
        

            “เช่นนั้นหรือ เดี๋ยวข้าจะจัดเตรียมของให้เจ้าไว้ใช้ระหว่างเดินทาง” เสวี่ยฟงบอกด้วยรอยยิ้มบางแม้ในใจจะเจ็บปวดก็ตาม
         

          “ข้าขอตามไปด้วย” เสวี่ยไป๋บอกเสียงหนักแน่น ดวงตาคู่สวยมองมาอย่างจริงจัง
       

           เฟยอวี่นิ่วหน้ามองคนขอติดตามโดยที่เขายังไม่ได้แต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในฮาเร็มแต่เมื่อเห็นเส้นด้ายสีแดงที่รัดแน่นอยู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายแล้วไม่ต้องไปถามหาเหตุผลเลยว่าเจ้านี่ทำไมหลงใหลเขานัก จะมีสักคนไหมที่ทำให้เขาตื้อก่อนแบบนี้มันก็ง่าย? เกินไป ไม่สิ มันไม่ง่ายเลยที่จะได้หัวใจและความซื่อสัตย์จากใครสักคน เพราะโลกที่เขาจากมาล้วนหวังสิ่งที่ตนปรารถนาเสมอไม่มีสิ่งใดได้มาฟรีๆ เวลาจะเป็นเครื่องพิสุทธิ์เอง แต่หากเนื้อคู่ชะตาไม่ซื่อสัตย์ เขาจะเป็นคนตัดชะตากรรมนั้นด้วยตนเอง!
     

           “ทำไมข้าต้องให้เจ้าไปด้วย ข้ากับเจ้าไม่ได้เป็นอะไรกันเสียหน่อย” เฟยอวี่แกล้งถามเสวี่ยไป๋เสียงเรียบ แววตามองอีกฝ่ายนิ่งๆ ซึ่งเจ้าตัวจับมือเขาหมับพร้อมบอกด้วยน้ำเสียงร้อยรน
        

          “เป็นสิ เจ้าเป็นภรรยาข้า และข้าเป็นอนุเจ้าไง เพราะฉะนั้นให้ข้าไปด้วย”
         

         “ข้าไปเป็นภรรยาเจ้าเมื่อไหร่กัน” เฟยอวี่เอ่ยถามพร้อมหันไปมองกิริยาของเสวี่ยฟงซึ่งมองมาอย่างกังวลและลังเลที่จะพูด
        

          “อวี่เอ๋อร์ให้เสวี่ยไปเดินทางเป็นเพื่อนเจ้าก็ได้ น้องเล็กรู้จักเส้นทางดีอีกทั้งรู้จักเมืองมากมายน่าจะช่วยเจ้าได้มาก” เฟยอวี่มองเสวี่ยฟงอย่างแปลกใจเพราะไม่ได้ร้องขอติดตามไปด้วยอย่างที่คิดแต่กลับให้น้องชายไป
         

           “เสวี่ยไป๋ท่องเที่ยวใต้หล้ารู้จักคนไปทั่วต้องอยู่บ้านถึงจะถูก ส่วนเจ้าก็เดินทางไปกับข้าแล้วกัน” เฟยอวี่บอกอย่างตัดสินใจเพราะเสวี่ยฟงนั่งอยู่บนรถเข็นมาตลอดแปดปีมิได้ออกไปท่องเที่ยวที่ใด ควรได้ออกไปเปิดหูเปิดตาด้วยที่สำคัญเสวี่ยฟงต้องเป็นคนพิจารณาเหล่าฮาเร็มของเขาด้วยนี่ถือเป็นการให้เกียรติสามีใหญ่สุดๆ สำหรับเขาแล้ว
         

          “เจ้าให้ข้าไปด้วย” เสวี่ยฟงเอ่ยถามอย่างตกใจมิคิดว่าเฟยอวี่จะใจดีพาเขาติดตามไปด้วยเพราะครั้งแรกตกลงกันไง้ว่าจะให้เขารออยู่ที่นี่
         

          “ได้อย่างไร เจ้าต้องพาข้าไปด้วยสิ” เสวี่ยไป๋นั่งลงกอดขาเฟยอวี่อย่างร้อนรน การไม่ได้เห็นหน้าคนงามเขาต้องอกแตกตายแน่ๆ
        

          “เสวี่ยไป๋เจ้าคิดเช่นไรกับข้า” เฟยอวี่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมแววตาจ้องลึกเข้าไปดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเพื่อค้นหาความจริงที่อยู่ภายในใจ
       

           “ข้า...ข้า” เสวี่ยไป๋ลังเลมองพี่รองอย่างคิดหนักเพราะตนไม่ได้อยากแย่งคนรักของพี่น้องร่วมอุทรเพียงแต่เฟยอวี่มีความหมายกับเขาเช่นกัน เขาเคยฝันเห็นเฟยอวี่เมื่อตอนเด็กๆ ใบหน้างดงามติดตราตรึงใจจนมิอาจลืมได้และเขาไม่ได้เล่าให้ใครฟังกลัวว่าจะโนด่าว่าจิตวิปลาสคิดไปเอง เมื่อได้มาพบเขอแล้วจิตวิญญาณกลับร่ำร้องว่ามิอาจปล่อยมือคู่นี้ไปได้
       

          “ได้เวลาอาหารกลางวันแล้วข้าขอไปดูพ่อครัวสักครู่” เสวี่ยฟงบอกเฟยอวี่และน้องชายด้วยรอยยิ้มเมื่อรู้ว่าตนอาจทำให้ทั้งคู่ลำบากใจ แม้ในใจจะรู้สึกแปลกๆ ก็ตามแต่หากเป็นความต้องการของเฟยอวี่เขาก็ยินดีรับความเจ็บปวดไว้ในใจและเก็บมันไว้ในส่วนที่ลึกที่สุด ทว่าคำพูดต่อมากลับทำให้หัวใจอุ่นวาบในอก
         

         “เจ้าอยู่นี่ เจ้าเป็นสามีใหญ่ เพราะฉะนั้นหากเจ้าไม่เห็นชอบข้าก็ไม่ต้องการ” ที่เฟยอวี่กล่าวเช่นนี้เพราะรับรู้ความเจ็บปวดของเสวี่ยฟง และเขาเองก็อยากให้เสวี่ยฟงก้าวข้ามความเจ็บปวดเหล่านี้ไปได้ เพราะหากทำได้จะรู้ถึงความสุขที่แท้จริง
       

          เมื่อได้รับคำสั่งเสวี่ยฟงจึงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมมองน้องชายนิ่งๆ ซึ่งเจ้าตัวก็หันมามองเขาอย่างขอโทษจึงยกยิ้มบางให้ไม่ว่าเช่นไรคนทั้งคู่ก็คือคนที่เขารัก
         

         “ข้าชอบเจ้า เจ้าอาจไม่เชื่อแต่ข้าเคยเห็นเจ้าตั้งแต่เจ็ดขวบ” ตอนท้ายเสวี่ยไป๋เสียงแผ่วเบาลงแต่คนที่ฝึกยุทธมานานย่อมได้ยินชัดเจน เฟยอวี่นิ่วหน้ามองดวงตาคู่สวยที่มองเขาจริงใจและสัตย์จริงว่ามิได้โป้ปดมดเท็จแต่อย่างไร
         

        “เจ้าเคยเห็นข้า?” เฟยอวี่ทวนคำด้วยความสงสัยเพราะเสวี่ยไป๋อายุเพียงสิบเก้าปีเท่านั้นแล้วจะเคยเห็นตนได้อย่างไร
         

         “ใช่ แต่ข้าเห็นเจ้าในฝันตลอดสิบสองปีที่ผ่านทำให้ข้าผูกพันกับเจ้าและที่ข้าเที่ยวเล่นหอโคมแดงเพื่อคิดตัดใจจากเจ้า คิดว่าเจ้าไม่เคยมีตัวตนมาก่อน” น้ำเสียงจริงจังที่ตอบกลับมาทำให้เสวี่ยฟงมองน้องเล็กอย่างงงงันเพราะเจ้าตัวไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้มาก่อน ไม่สิ เสวี่ยฟงเคยพูดแต่มันนานมากจนเขาไม่คิดจะจดจำ
         

          “เจ้าเห็นสิ่งใดบ้างในความฝัน” เฟยอวี่เอ่ยถามอย่างสนใจเสวี่ยฟงมองพี่ชายตนและคนที่เอ่ยถามก่อนจะลอบถอนหายใจเพราะเขาเองก็ไม่อยากให้เป็นเหมือนในฝันเสียเท่าไหร่
         

         “ข้าเห็นเจ้าและพี่ข้าพร้อมคนอื่นๆ แม้คนอื่นข้าจะเห็นหน้าไม่ชัดแต่ก็เยอะจนข้าหงุดหงิด” คำตอบพร้อมสายตาที่มองค้อนมาทำให้เฟยอวี่นิ่งไปพลางคิดว่าจะฝันเม่นไปไหม หากเป็นเช่นนี้บ่อยๆ คงให้เสวี่ยไป๋ไปเปิดร้านดูดวงแทนการค้าขายแล้วล่ะ
        

            “นั่นเป็นชะตาข้า แต่ในเมื่อโชคชะตาเลือกให้เจ้าเป็นหนึ่งในนั้นข้าก็จะยอมรับเจ้า แต่ไม่ใช่ตอนนี้เจ้าต้องพิสุทธิ์ว่าหัวใจและร่างกายของเจ้าเป็นของข้า”
        

           “พิสุทธิ์? ทำไมข้าต้องพิสุทธิ์ด้วยในเมื่อข้าก็รักเจ้าไม่น้อยกว่าพี่รอง และข้าก็ยังยอมรับเจ้ามีคนอื่นได้ด้วย” เสวี่ยไป๋เอ่ยถามอย่างไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะมั่นใจว่าตนรักเฟยอวี่ไม่น้อยไปกว่าพี่รอง
         

          “เจ้าเห็นเช่นไรอาฟง” เฟยอวี่แกล้งไม่สนใจเสวี่ยไป๋หันไปถามเสวี่ยฟงที่มองมาอย่างลำบากใจนิดๆ
        

           “ตามใจเจ้าเถอะ อย่างไรเสวี่ยไป๋ก็เป็นน้องข้า”
        

           “เช่นนั้นเจ้าไปดอกบัวหิมะพันปีมาขอข้าแล้วกัน หากทำไม่ได้ก็ไม่ต้องตามหาข้า” เฟยอวี่บอกเสียงเรียบทว่ามุมปากกลับยกยิ้มอย่างนึกสนุก เพราะเสวี่ยไป๋จะได้รู้ว่าการที่จะได้เป็นหนึ่งในฮาเร็มเขานั้นมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
         

          เสวี่ยไป๋อ้าปากค้างมองคนออกคำสั่งอย่างตกตะลึง ของหายากเช่นนั้นเขาจะไปหาได้จากที่ไหน แต่เมื่อเห็นสายตาคาดหวังที่มองมาต่อให้บุกน้ำลุยไฟเขาต้องหาดอกกบัวหิมะมาให้ได้
        

          “ได้ข้าจะหามาสู่ขอเจ้าเพราะฉะนั้นระหว่างนี้ข้าต้องเป็นอนุคนที่สองของเจ้า” เสวี่ยไป๋ต่อรองแม้จะไม่สิทธิ์ก็ตาม
        

           เฟยอวี่มองคนขอเป็นคนอนุคนที่สองแล้วยกยิ้มบางหากนับการพบเจอ แม้แต่เสวี่ยฟงยังต้องเป็นรองเพราะหากนับคนแรกก็คือเยี่ยนไห่ที่เขายังไม่ได้สืบว่าเป็นองค์ชายจากที่ใด แต่หากให้เยี่ยนไห่เป็นสามีใหญ่ก็ไม่เหมาะสมเพราะเจ้าตัวอายุยังน้อย
        

          “ความจริงข้ามีคนหมั้นหมายข้าไว้ก่อนที่ข้าตัดสินใจเลือกเสวี่ยฟงเสียอีก” คำกล่าวเสียงเรียบพร้อมดวงตาแพรวพราวคล้ายสนุกที่ได้กลั้นแกลงคนทั้งคู่ที่มองเขาอย่างจริงจัง
        

           “ยังมีคนมาก่อนข้าอีกหรือ” เสวี่ยฟงเอ่ยถามเสียงเครียด
        

            “จะว่าเช่นนั้นก็ได้ แต่เขายังเด็กนักอีกทั้งยังเป็นองค์ชายเพราะฉะนั้นเจ้าไม่ต้องห่วงเพราะข้าตัดสินใจให้เจ้าเป็นภรรยาใหญ่ข้าแล้ว” เสวี่ยฟงนิ่วหน้ามองคนพูดด้วยรอยยิ้มอย่างอ่อนใจ แต่ก็ยอมรับว่าเขาดีใจที่อย่างน้อยเยอวี่ก็ยังเห็นเขาอยู่ในสายตา แต่คำว่าองค์ชายไฉนเลยจะยอมเป็นอนุผู้อื่นเล่า แต่เมื่อมองน้องชายที่คอตกอย่างผิดหวังก็ทำเอาพูดไม่ออก มองคนต้นเรื่องที่ทำสีหน้าระรื่นจนน่าหมั่นเขี้ยว ไม่รู้เหตุใดเขาถึงมาตกหลุมรักคนผู้นี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้นเช่นนี้
        

          “ได้ ข้าจะหาดอกบัวหิมะมาให้เจ้าให้ได้ เมื่อถึงเวลานั้นแล้วแต่เจ้าจะให้ข้าอยู่ตำแหน่งใด” เสวี่ยฟงลุกขึ้นปล่อยมือจากขาเฟยอวี่แล้วกล่าวอย่างจริงจังแม้จะเจ็บปวดในใจแต่ในเมื่อหัวใจมีแต่คนผู้นี้แล้วตนจะเป็นสิ่งใดได้
         

        “ข้าขอตัว เมื่อวันที่ข้ากลับไปหาเจ้าหวังว่าจะจดจำเสวี่ยไป๋ผู้นี้ได้” เสวี่ยไป๋บอกอย่างจริงจังก่อนจะถอยห่างก้าวออกจากห้องทันทีโดยไม่เอ่ยคำลาผู้ใด เฟยอวี่มองตามอย่างคาดไม่ถึงไม่คิดว่าคนท่าทางเจ้าสำราญแลไม่สนใจสิ่งอื่นใดจะกล่าวหนักแน่นจริงจังเช่นนี้ ก่อนจะหันไปมองเสวี่ยฟงที่นั่งนิ่งมองตามแผ่นหลังน้องชายอย่างกังวล
         

          “เจ้าว่าน้องชายเจ้าหาบัวหิมะพันปีมาได้หรือไม่” คำถามของเฟยอวี่ทำให้เสวี่ยไปหันกลับมามองอีกครั้ง
       

             “เจ้าอย่าได้ดูถูกเสวี่ยไป๋ภายนอกเหมือนคนเหลาะแหละไม่เอาอ่าว กิริยาดูสำอางเหมือนชายเจ้าชู้แต่แท้จริงแล้วน้องข้าเป็นคนจริงจังผู้หนึ่งและข้ามั่นใจเขาต้องกลับมาพร้อมบัวหิมะ เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าคงต้องมีสามีเพิ่ม” เฟยอวี่มองคนพูดแล้วยกยิ้มบาง ก่อนจะยื่นใบหน้าไปใกล้ก่อนจะกระซิบเอ่ยถามที่ทำให้คนฟังหน้าแดงระเรื่อ
         

         “เจ้ายอมให้ข้ามีสามีเพิ่มเหรอ?”
         

          “หากเป็นความต้องการของเจ้าและเจ้ามีความสุขข้าก็ยินดี” น้ำเสียงจริงใจที่ส่งมาทำให้เฟยอวี่ยิ้มรับการมีชายหนุ่มหน้าตาดีล้อมรอบมีใครบ้างจะไม่มีความสุขและหากพวกเขาไม่ทะเลาะกันเองเขาก็คงจะมีความสุขกันมากกว่านี้ แต่นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น เมื่อถึงเวลานั้นหวังว่าเขาคงไม่มาปวดหัวเสียเองหรอกนะ
       

            “ข้าย่อมมีความสุขอยู่แล้ว” เฟยอวี่บอกพร้อมเคลื่อนตัวไปนั่งบนตักเสวี่ยฟงอย่างเอาใจเล็กน้อย เจ้าตัวจะได้ไม่คิดว่าเขาไม่เห็นความสำคัญ มือหนากอดรัดเอวเขาไว้อย่างคุ้นเคยก่อนจะฝังจมูกลงซอกคอหอมกรุ่นคล้ายต้องการกำลังใจจากคนในอ้อมกอดเช่นกัน
        

            “ข้ารักเจ้านะอวี่เอ๋อร์” น้ำเสียงกระซิบแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยความจริงใจ
         

           “ข้ารู้” เฟยอวี่ตอบรับแผ่วเบาเช่นกัน เขาเองก็ไม่กล้าที่จะพูดเต็มปากว่ารักเสวี่ยฟงเพียงแต่อยู่กับเสวี่ยฟงแล้วรู้สึกอบอุ่นและสบายใจทุกครั้ง เมื่อถึงเวลาเขาจะบอกคำนั้นให้ฟังและสัญญาว่าเขาจะบอกเสวี่ยฟงเป็นคนแรกในบรรดาเหล่าฮาเร็ม
        

             เสวี่ยฟงนิ่งไปเมื่อคนในอ้อมกอดหันมาจูบเขาอย่างแผ่วเบา แต่เมื่อสัมผัสนี้เขารู้สึกชื่นชอบไยเลยจะปฏิเสธ มือหนากระชับกอดแน่นขึ้นพร้อมตอบรับจูบที่อ่อนหวานและยั่วยวนอย่างเต็มใจ กว่าทั้งคู่จะถอนจูบออกห่างจากกันได้ต่างก็หอบเหนื่อยใบหน้าแดงระเรื่ออย่างเขินๆ ดวงตาทั้งคู่มองกันก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีความสุขแม้ไม่ได้มีอะไรเกินเลยไปมากกว่านี้ แต่พวกเขากลับพึงพอใจขอแค่ได้อยู่ในอ้อมกอดซึ่งๆ กันเช่นนี้ตลอดไปก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ?

 

 

     ขอบคุณทุกคอมเมนท์ที่ให้กำลังใจและติดตามเสมอมา ฟางขอแจ้งว่าเรื่องนี้เวลาลงไม่แน่นอน บางครั้งอาจนานจนลืมเพราะไม่ใช่เรื่องหลักที่ฟางเขียน ฟางเข้าใจว่าทุกคนอยากอ่าน ฟางเองก็อยากมีสักสิบมือเหมือนกันค่ะ^^
     แต่ฟางต้องเขียนเรื่อง "เล่ห์ร้ายจอมราชันย์" ให้สนพ.ก่อนนะคะ ว่างๆ จะพยายามเขียนเรื่องนี้ให้ค่ะ หากทำให้ใครผิดหวังกับการรอคอยที่นานมากกก ต้องขออภัยด้วยจ้าhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Handsom00006.gif

 

           

ความคิดเห็น