ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Loveless Lust IX (rewrite)

คำค้น : Yaoi, boy's love, นิยายy,love,ชายรักชาย,อเวจีสวาท ทาสรักมาเฟียซาตาน,มาเฟีย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2559 20:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Loveless Lust IX (rewrite)
แบบอักษร

#cr.wordpress

Loveless Lust IX

“The Luxurious Ocean Palace”

 

ร่างสะบักสะบอมถูกพามาที่ดาดฟ้าตึกสูงระฟ้า ภัทรศรัณย์มองเฮลิคอปเตอร์ที่จอดรออยู่บนยอดตึกอย่างเตรียมพร้อม ซาตานอำมหิตกำลังจะพาเขาไปยังทัณฑสถานส่วนตัวเพื่อรับโทษทัณฑ์ตามแต่ฝ่ายนั้นจะบัญชา ร่างโปร่งพาตัวเองขึ้นไปนั่งข้างกายร่างแกร่งกำยำก่อนชารอฟจะให้สัญญาณนักบินพาเจ้าแมลงปอเหล็กขึ้นบิน เฮลิคอปเตอร์บินห่างออกไปเรื่อย ๆ อย่างน่าใจหาย ภัทรศรัณย์มองวิวด้านล่างอย่างโหยหาอาวรณ์แผ่นดินเกิด ดวงตาสวยสั่นระริก มือกำเข้าหากันแน่นเพื่อเก็บอาการหวาดหวั่นหนักหน่วงที่ซุกซ่อนเอาไว้ภายใต้ท่าทีต่อต้านเขา ไม้ซีกอันเล็กจ้อยที่อาจหาญจะไปงัดกับท่อนเหล็กกล้าอย่างชารอฟ ในสายตาของมาเฟียหนุ่ม ภัทรศรัณย์คงเป็นได้แค่ลูกแมวตัวน้อยนิดที่กำลังจะเดินเข้ากรงเสือไปให้เขาขย้ำ โดยมีพี่ชายต่างแม่ที่แสนเกลียดชังเขาคอยหนุนอยู่เบื้องหลังเพื่อทวงความสุขทั้งหมดที่เคยถูกเขาปล้นมา

 

ถามว่า ภัทรศรัณย์ผิดอะไร

 

จริงอยู่ คนไม่รู้ย่อมไม่มีความผิด แต่ในเมื่อได้รับรู้ปูมหลังความเป็นมาทุกอย่างแล้ว จะให้เพิกเฉยทนดูผู้ให้กำเนิดต้องเจอกับบทลงทัณฑ์นี้ ภัทรศรัณย์ก็ไม่สามารถทนดูได้เช่นกัน

 

ซึ่งนั่นคือสิ่งที่พี่ชายของเขาต้องการ

 

การทรมานเขา เป็นการทำให้ผู้เป็นบิดาเจ็บหนักที่สุด เพราะคนที่ทำให้มันเกิดขึ้นคือ ลูกชายอีกคนที่ถูกทอดทิ้ง การพยายามเข้าไปแทรกแซงของมารดาของเขาทำให้ครอบครัวเดิมต้องบ้านแตกสาแหรกขาด พี่ชายของเขาต้องการให้พวกเขาต้องเจอกับสภาพนั้นบ้างตราบเท่าที่ผู้เป็นมารดาของตนเองยังไม่ฟื้นคืนมา มีเพียงการยินยอมเดินเข้ากรงขังโดยไม่บิดพลิ้วของเขาที่จะยุติทุกอย่างลง ภัทรศรัณย์คิดอย่างนั้น

 

“ตอนที่ตาส่งเครื่องบินมารับภีมกับแม่แล้วก็น้องพิ้งค์ไปอังกฤษ พวกเขาบอบช้ำกว่านายตอนนี้เยอะ”

 

ชารอฟเอ่ยเสียงเรียบเหมือนรู้ในสิ่งที่ภัทรศรัณย์กำลังคิด

 

“ตอนนั้นคุณแม่โซเฟียกำลังตั้งครรภ์อ่อน ๆ เธอรู้ว่าตัวเองกำลังท้องก่อนวันหย่าเพียงวันเดียว”

 

ชารอฟเหลือบตามองปฏิกิริยาคนที่นิ่งงันไปกับสิ่งที่ได้ยิน ก่อนจะลองหยั่งเชิงดู

 

“จะว่าไป ฉันพานายกลับไปส่งแล้วรับพ่อนายมาแทนน่าจะยุติธรรมกว่า นายจะได้เลิกทำหน้าเป็นเด็กหนุ่มผู้บริสุทธิ์ที่ถูกรังแกเสียที จับใส่กรงหย่อนลงทะเลเป็นไง ให้ตะเกียกตะกายในน้ำเค็มเล่น ๆ ใกล้ตายแล้วค่อยยกขึ้นมา หึ จะบอกอะไรให้นะ ลูกในท้องคุณแม่โซเฟียไม่มีแม้แต่โอกาสจะลืมตามาดูโลกเลยด้วยซ้ำก็ต้องจากไป เพียงเพราะผู้หญิงอยากได้อยากมีคนนั้น แม่ของนายที่ใช้นายเป็นข้ออ้างเรียกร้องความรับผิดชอบทุกอย่างเพื่อที่ตัวเองจะได้เข้ามาเผยอในบ้านให้ครอบครัวเขาบ้านแตก แล้วนายก็เติบโตขึ้นมาอย่างสุขสบาย ครอบครองทุกอย่างที่เคยเป็นของภีมและน้องพิ้งค์ ทำตัวเสเพลใช้เงินฟุ่มเฟือยจนน่าหักคอให้ตายคามือ”

 

ชารอฟเอ่ยอย่างเข่นเขี้ยวนึกแค้นแทน

 

“รู้ไหมว่ากว่าจะมาถึงจุดที่มีทุกอย่างได้ ภคพงษ์กับแม่ของภีมต้องทุ่มเทฝ่าฟันกันแค่ไหน ลำพังแค่มันสมองของภคพงษ์น่ะ มาไม่ได้ขนาดนี้หรอก ถ้าไม่ได้สายเลือดของเคลฟเวอร์ที่มีอยู่ในอณูร่างกายของคุณแม่คอยอุ้มชูช่วยอยู่ตลอด พอร่ำรวยขึ้นมาหน่อยก็มีเมียน้อย บัดซบจริง ๆ คิด ๆ ดูแล้ว คนที่น่าจะถูกจับมาชำระโทษควรจะเป็นภคพงษ์เสียมากกว่า”

 

ชารอฟทำท่าจะสั่งนักบินเลี้ยวกลับทันทีที่พูดจบ ภัทรศรัณย์รีบถลากอดแขนหนาร้องปรามทันที

 

“ไม่ ไม่นะ ผมจะไปกับคุณ ผมจะชดใช้แทนพ่อเอง ให้ทุกอย่างจบลงที่ผม ถึงปล่อยผมกลับ ผมก็ไม่มีทางอยู่อย่างมีความสุขอยู่ดี”

 

ภัทรศรัณย์ลนลานรีบเอ่ยปากห้ามละล่ำละลัก ชารอฟเหลือบมองใบหน้าตื่นด้วยสายตาคมกริบราวกริชที่พร้อมเชือดคอ

 

“นายเลือกเองนะ และไม่ว่าฉันจะทำอะไรกับตัวนาย จำเอาไว้ นายเลือกที่จะชดใช้ให้ภีมและครอบครัวเขาด้วยตัวนายเอง”

 

ชารอฟเอ่ยย้ำอีกครั้ง

 

“ครับ ผมจะจำไว้ว่า ผมได้เลือกเอง”

 

ภัทรศรัณย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นยินยอม ดวงตาแน่วแน่สบตากับคนตรงหน้าอย่างยืนยันในคำสัตย์ของตนเอง ภัทรศรัณย์ไม่คิดจะตระบัดสัตย์ เขาจะไม่หนี ไม่ว่าอุปสรรคในภายภาคหน้าจะต้องเผชิญกับอะไรก็ตาม

 

 

 

เรือสำราญลำใหญ่โตสุดหรูหราอลังการราววิมานลอยอยู่บนผืนน้ำโดดเด่นเป็นสง่าดุจพญาหงส์ คือจุดหมายเบื้องหน้าของทั้งคู่ ภัทรศรัณย์มองเป้าหมายข้างหน้าอย่างนึกทึ่งในความอลังการงานสร้าง ยิ่งเฮลิคอปเตอร์บินเข้าใกล้ลำเรือมากเท่าไหร่ ความยิ่งใหญ่ขนาดมหึมาที่เนรมิตขึ้นจากฝีมือมนุษย์ก็ยิ่งประจักษ์แก่สายตาภัทรศรัณย์มากเท่านั้น

 

“โห สุดยอดเลย”

 

ภัทรศรัณย์ตาโตร้องอุทานอย่างตื่นตา เขาเคยล่องเรือสำราญไปเที่ยวสิงคโปร์กับมารดา เคยล่องเรือผ่านน่านน้ำจากฝั่งอเมริกาข้ามทวีปไปทัวร์ยังยุโรป เรือที่เคยโดยสารไปนั้นจัดว่าหรูหรามากแล้วยังยิ่งใหญ่เทียบไม่ได้กับเรือลำตรงหน้า

 

...ไม่อยากเชื่อว่าชารอฟจะเป็นผู้ครอบครองเรือสุดยิ่งใหญ่ขนาดนี้...

 

ใบหน้าหล่อเหลาผินมองบุรุษข้างกาย ซาตานผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของทั้งเรือลำนี้และอีกหลายลำในความครอบครอง ความยำเกรงในอำนาจเงินของอีกฝ่ายผุดขึ้นในใจลึก ๆ อย่างไม่อาจห้าม เมื่อกรงขังลอยน้ำสุดโอ่อ่าบ่งบอกฐานะของผู้ที่ครอบครองได้เป็นอย่างดี

 

“หึ เป็นไงบ้าง ฉันเลือกสถานที่ปลดเปลื้องความผิดบาปให้ถูกใจไหม จัดให้เป็นพิเศษสำหรับลูกแมวน้อย ๆ ที่กำลังจะกลายเป็นของเล่นให้ฉันขยี้เล่น”

 

ชารอฟยกยิ้ม มือหนาเชยคางมนของลูกหนี้ในอาณัติ สายตาแพรวพราวที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมโชกโชนจ้องมองคนตรงหน้าเหมือนเนื้ออันโอชะน่าขย้ำ

 

“ถ้าจะเกลียด ก็โหมความเกลียดชังนั้นให้พี่ชายของนายก็แล้วกัน ถ้านายเกลียดภีมลงนะ เพราะภีมอนุญาตให้ฉันทรมานนายได้เท่าที่ต้องการ”

 

แววตาเยาะเย้ยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยดุจอัญมณีน้ำเอก ดวงตาของภัทรศรัณย์สวยและน่าหลงใหล ยิ่งเคลือบด้วยหยาดน้ำตารื้นยิ่งดูงดงามแวววาวถูกใจเขา กายหนาโน้มเข้าใกล้ ปลายจมูกโด่งเคลื่อนเข้าหา ก่อนปลายลิ้นร้อนชุ่มจะตวัดเลียซอกคอสูดกลิ่นกายหนุ่มแน่นของคนที่จะรองรับอารมณ์เขา กลิ่นแสนยั่วยวนของสัตว์เล็ก ๆ ยามหวาดผวาช่างหอมหวานชวนให้ลิ้มลอง ภัทรศรัณย์เบือนหน้าหนีอย่างนึกรังเกียจสัมผัสหยาบโลนจากอีกฝ่าย ไม่อยากจะนึกว่าหากชารอฟจะเหยียดหยามกันต่อหน้าผู้คนมากมายบนลำเรือ หรือไม่ หากคิดในแง่ร้ายแล้ว ถ้าหมอนี่ขายเขาให้แขกบนเรือ ภัทรศรัณย์จะรู้สึกย่ำแย่และตกต่ำขนาดไหน

 

...หึ ไอ้ตัวชั้นสูง มันเป็นแบบนี้เองสินะ...

 

มุมปากทั้งสองด้านยกยิ้มแค่น ภัทรศรัณย์เข้าใจในสถานะของตัวเองถ่องแท้ก็คราวนี้ สายตาเหลือบมองทัณฑสถานแสนสวยงามเลิศหรูที่ลวงตาด้วยภาพมายาล่อตาล่อใจแก่ผู้มาเยือน ที่นั่นกำลังรอต้อนรับเขาอยู่ราวปีศาจร้ายกระหายหิวที่กำลังแสยะยิ้มอย่างปรีดี ที่เห็นเหยื่ออย่างเขาเต็มใจเดินเข้าไปในกรงเขี้ยวให้ปีศาจฉีกขย้ำโดยไม่อิดออด

 

“ภีมร่ำ ๆ บอกอยู่ว่า ถ้ากวางน้อยฟื้นเมื่อไหร่ อาจจะจองทริปทัวร์พาเมียรักเที่ยวปลอบขวัญ ฉันเองว่าจะส่งนายไปเป็นบัตเลอร์ส่วนตัวคอยดูแลพวกเขาอย่างใกล้ชิดเสียหน่อย”

 

ชารอฟเปล่งวาจาเชือดเฉือนหัวใจคนฟังพร้อมสังเกตท่าทีคนเพิ่งเจอบาดแผลหมาด ๆ ไปด้วย

 

“ดีสิครับ ได้ดูแลคนที่ผมรักทั้งสองคน ทำไมผมจะทำไม่ได้ละครับ ขอให้วันนั้นมาถึงเร็ว ๆ เถอะครับ ผมอยากเห็นเพื่อนของผมฟื้นขึ้นมาเสียที”

 

ภัทรศรัณย์ลงมีดเชือดหัวใจตัวเองให้แหว่งวิ่นเหมือนไม่รู้สึกรู้สาขณะพยายามควบคุมน้ำเสียงตอบโต้กลับไปให้เป็นปกติ สายตาแรงกล้าจ้องตาตอบพญามัจจุราชอย่างไม่คิดหลบ ทั้งที่ภายในยังปวดแปลบเหลือคณา บาดแผลยังสดใหม่ รสชาติฝ่ามือของผู้เป็นพี่ชายที่ปะทะเข้ากับใบหน้ายังคงชัดเจน เจ็บจนชาไปทั้งแถบแก้ม หัวใจด้านชาอย่างรวดร้าว ท่าทีอวดเก่งทว่าซุกซ่อนแววตาหวาดกลัวเอาไว้ไม่มิด ท้าทายความสนใจให้ชารอฟไม่น้อย ยิ่งอีกฝ่ายไม่ได้แสดงความอ่อนแอหรืออ่อนข้อให้เห็นยิ่งกระตุ้นให้นึกสนุก

 

“ให้ตายเถอะ น่าฟัดเป็นบ้า”

 

ริมฝีปากร้อนบดจูบหนัก ๆ ลงยังกลีบปากสีเรื่ออย่างถูกใจ ภัทรศรัณย์เดาความคิดอีกฝ่ายไม่ออก ไม่เข้าใจว่าเขาคิดอะไรอยู่กันแน่ ร่างโปร่งสูดหายใจลึกเรียกกำลังใจให้ตัวเองเตรียมรับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า

 

ไม่มีญาติพี่น้อง ไม่มีเพื่อน ไม่มีใคร

 

มีเพียงเจ้าหนี้ที่พร้อมจะขยี้เขาด้วยเซ็กส์เสมือนหนึ่งนายบำเรอเพื่อขัดดอกก็เท่านั้น  

 

ไร้ค่าไม่ต่างจากกระดาษชำระใช้แล้วทิ้ง แต่ภัทรศรัณย์แคร์ที่ไหนกับสายตาเหยียดหยามดูแคลนจากคนอื่น ในเมื่อเขายังมีหัวใจที่ยังคงไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ

 

เขายังอยากเจอพ่อ แม่ และวาเลนไทน์เพื่อนรักเพื่อขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น

 

เพราะฉะนั้น ไม่ว่าต้องเจอกับอะไร ภัทรศรัณย์ก็ต้องอดทน

 

 

 

“The Luxurious Ocean Palace”

 

วิมานลอยน้ำมหึมาแสนโอ่อ่าที่ทุ่มทุนเนรมิตขึ้นด้วยเม็ดเงินมหาศาล ภายใต้ชื่อบริษัทเรือสำราญมิราเคิลรอยัลครูซไลน์ อินเตอร์เนชันแนล ด้วยขนาดมโหฬารที่อวดโฉมความยิ่งใหญ่อลังการระดับโลกให้ได้ยลยามลอยตัวอยู่เหนือผืนน้ำทะเลสีเขียวมรกต เฮลิคอปเตอร์ทิ้งตัวลงจอดยังตำแหน่งจอดบนดาดฟ้าเรือ ร่างใหญ่ของชารอฟเปิดประตูลงไปรับการต้อนรับจากพนักงานบนเรืออย่างนอบน้อม ในฐานะเจ้าของลำเรือสุดยิ่งใหญ่ลำนี้ ชารอฟพูดทักทายกับผู้จัดการที่ดูแลเรือนิดหน่อยก่อนจะหันมาทางภัทรศรัณย์

 

“นี่คุณภัทรศรัณย์ แขกของฉัน พาเขาไปพักที่ห้องของฉัน แล้วก็บอกบัตเลอร์จัดแจงหาอาหารกับยาแก้เมาเรือให้ด้วย”

 

ชารอฟสั่งกำชับกับพนักงานบนเรือก่อนจะหันไปอีกทางกับผู้จัดการเรือเพื่อทักทายลูกค้าระดับวีไอพีบนเรือ รอยยิ้มการค้าถูกจุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาพราวเสน่ห์อย่างที่สาว ๆ และชายหนุ่มต่างหลงใหลจนพากันมองตามชนิดเหลียวหลังตลอดทางที่เขาเดินผ่าน ภัทรศรัณย์ยืนเคว้งเหลียวมองตามเจ้าของแผ่นหลังกว้างแกร่งที่ทิ้งช่วงห่างออกไปเรื่อย ๆ หลังปล่อยเกาะเขาไว้กับบริกรบนลำเรือ และผละไปอย่างไม่ยี่หระหลังสั่งงานเสร็จ

 

ภายใต้รอยยิ้มฉาบฉวยนั่น คน ๆ นั้น...เย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็ง

 

นั่นเป็นความรู้สึกส่วนลึกที่ภัทรศรัณย์สัมผัสได้ในตัวเขา

 

“คุณภัทรศรัณย์เชิญด้านนี้นะครับ”

 

พนักงานของเรือรับกระเป๋าไปถือให้พร้อมผายมือเอ่ยเชื้อเชิญอย่างสุภาพ ก่อนจะเดินนำทางไป ภัทรศรัณย์รู้สึกแปลก ๆ กับสถานะของตัวเองนิดหน่อย “แขกของฉัน” นั่นหมายถึง เขาต้องการบอกเป็นนัย ๆ ให้ทุกคนปฏิบัติต่อภัทรศรัณย์อย่างให้เกียรติอย่างนั้นหรือ คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างครุ่นคิด ผิดคาดไปมาก ตอนแรกภัทรศรัณย์ทำใจไว้แล้วว่าคงจะถูกเขากดขี่เหยียบย่ำเสมือนหนูโสโครกให้ต้องอับอายกลายเป็นตัวตลกต่อหน้าลูกค้าไฮโซบนเรือนี้เสียอีก แต่ชารอฟกลับไม่ทำอย่างนั้น

 

“ไม่เข้าใจหมอนั่นจริง ๆ คิดอะไรอยู่กันแน่”

 

ภัทรศรัณย์งึมงำกับตัวเอง ใบหน้าหล่อเหลาเหลียวมองชารอฟอีกครั้งกระทั่งหันกลับมาก่อนจะส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจอยู่ดีจนกระทั่งไปถึงห้อง

 

“สวัสดีครับ คุณภัทรศรัณย์ ผมแบรดลีย์ เป็นบัตเลอร์ส่วนตัวคอยดูแลห้องนี้ครับ ยินดีที่ได้บริการดูแลบอสและคุณภัทรศรัณย์นะครับ”

 

บัตเลอร์ประจำห้องเอ่ยทักทายพร้อมแนะนำตัวกับชายหนุ่ม ภัทรศรัณย์ยิ้มรับก่อนจะตามแบรดลีย์ขึ้นไปเก็บกระเป๋าและดูห้องพักชั้นบน ร่างโปร่งเริ่มกวาดสายตาเดินสำรวจดูทุกซอกทุกมุมภายในห้องอย่างตื่นตา

 

ห้องพักที่ผู้เป็นเจ้าของเรือพักนั้นเป็นห้องแบบแกรนด์สวีต สำหรับแขกวีไอพีระดับมหาเศรษฐีกระเป๋าหนา ภายในห้องกว้างขวางแบ่งออกเป็นสองชั้น ตกแต่งอย่างหรูหราและทันสมัยสมกับความยิ่งใหญ่ของลำเรือ ชั้นบนเป็นห้องนอนสองห้อง มีห้องน้ำในตัว พื้นห้องน้ำทั้งหมดปูด้วยหินอ่อนอย่างดีพร้อมอ่างอาบน้ำวนและฝักบัว ชั้นล่างจัดเป็นส่วนของห้องนั่งเล่น จะดูหนังฟังเพลงก็มีอุปกรณ์สำหรับความบันเทิงจัดไว้ให้แบบเต็มพิกัด ถัดกับห้องนั่งเล่นเป็นมุมห้องสมุดที่รวบรวมหนังสือหลากหลายประเภทจัดไว้ให้ มีภาพวาดของศิลปินเลื่องชื่อแขวนตกแต่งอยู่ข้างผนังทั้งชั้นบนและล่าง แกรนด์เปียโนขนาดเล็กตั้งไว้ใกล้โซฟารับแขก ส่วนมุมตรงข้ามกันเป็นบาร์เครื่องดื่มซึ่งอยู่ใกล้กับมุมรับประทานอาหาร  ประตูกระจกสูงจากพื้นจรดเพดานเชื่อมต่อกับระเบียงชมวิวส่วนตัวขนาดใหญ่ยักษ์ที่มาพร้อมอ่างน้ำวน มีดาดฟ้าส่วนตัวสำหรับนอนอาบแดด พร้อมบริการแชมเปญกับไข่ปลาคาเวียร์ที่บัตเลอร์ส่วนตัวจะคอยดูแลจัดไว้ให้ ยามค่ำคืนดื่มด่ำไปกับดินเนอร์สุดหรูภายในห้องโดยมีบัตเลอร์ส่วนตัวคอยเสิร์ฟอาหาร เครื่องดื่ม และดูแลด้านต่างๆ อย่างใกล้ชิด ทั้งหมดนี้คือข้อมูลที่ภัทรศรัณย์ได้รับจากแบรดลีย์ บัตเลอร์ประจำตัวที่จะคอยดูแลชารอฟและเขาไปตลอดทั้งทริป  

 

ภัทรศรัณย์วางมือลงบนราวระเบียงทอดสายตามองท้องทะเลกว้างใหญ่เวิ้งว้างอย่างใจหวิว มือเรียวเกาะราวแน่นจนเกร็งพลางปิดเปลือกตาลง สูดลมหายใจลึก มโนภาพบางอย่างผุดขึ้นในใจท่ามกลางกระแสลมทะเลพลิ้วโบก ภาพภีมพริษฐ์ยามเกรี้ยวกราดราวทะเลคลั่งจนแทบจะถลาเข้ามาฉีกร่างเขา ภาพร่างวาเลนไทน์ที่อาบหลั่งไปด้วยหยาดโลหิตแดงฉานไหลนองทั่วบริเวณจนเขาที่เห็นทุกอย่างต่อหน้าถึงกับช็อกจนทำอะไรไม่ถูก ความเจ็บปวดแล่นริ้วบีบเค้นหัวใจจนเหมือนจะหายใจไม่ออก ทั้งเจ็บทั้งทรมานเหมือนแมลงที่หลงติดอยู่ในใยแมงมุม ดิ้นรนเท่าไหร่ก็ไม่มีหนทางหลุดพ้น ยิ่งดิ้น ใยแห่งความร้าวระทมก็ยิ่งพันแน่นอย่างไร้หนทางออก ภัทรศรัณย์เจ็บจุกจนทรุดตัวลงอย่างอ่อนแรง มือฉวยโทรศัพท์ออกเปิดเข้าไปดูภาพในแกลเลอรี ภาพบุรุษรูปงามที่เคยเพียงเป็นชายในฝัน บัดนี้กลับปรากฏกายให้เห็นอีกครั้งในสถานะ...

 

“พี่ชายต่างแม่...ฮึก แต่ถึงไม่ใช่พี่ชาย คุณก็ไม่มีทางรักผมอยู่ดี”

 

น้ำเสียงตัดพ้อลอยไปกับคลื่นลมทะเล ริมฝีปากได้รูปยกเชิดขึ้นแค่นยิ้มเหยียดให้ตัวเอง เขาไม่ได้โง่งมขนาดดูไม่ออกว่าในสายตาของภีมพริษฐ์มีแต่วาเลนไทน์นั่งอยู่ข้างใน กระนั้นแล้วอารมณ์ชั่ววูบยามเขาอยู่ใกล้กันก็บดบังความรู้สึกผิดชอบชั่วดีจนบิดเบี้ยว แอบหวังกับเศษเสี้ยวเวลาเล็กน้อยที่เขาเมตตาให้ ทั้งที่รู้ว่าผิด...แต่ไฟริษยาในใจก็คอยยุแยงให้อยากได้ใคร่ดีจนบดบังจิตสำนึกไปจนหมดสิ้น มีเพียงความลุ่มหลงปรารถนาคุโชนอยู่ข้างในใจ หากคนรักของเขาไม่ใช่วาเลนไทน์...

 

 “เลวระยำจนน่าขยะแขยง ฮึก ต่ำช้า น่ารังเกียจที่สุด”

 

ภัทรศรัณย์เกลียดหัวใจตัวเอง ไหล่หนาห่อเข้าหากันสั่นระริก ความหนักอึ้งตีรวนจุกแน่นในอกอย่างไร้ทางออก มือกุมหน้าอกด้านซ้ายตรงตำแหน่งหัวใจอย่างเจ็บปวด แม้ความลุ่มหลงมันจะฝังรากหยั่งลึกเสียเหลือเกินแต่อย่างไรก็ต้องตัดใจ

 

“ผมจะตัดใจจากคุณให้ได้ ถ้ารักไม่ได้ ผมก็จะเกลียดคุณเสียเลย”

 

แนวฟันขาวขบลงบนกลีบปากสีอ่อนสะกดกลั้นเสียงสะอื้น

 

“ส่วนไทน์ มึงฟื้นขึ้นมาเร็ว ๆ นะเพื่อน มาฟังกูอธิบายก่อน คุณภีมเกลียดกู กูยังไม่รู้สึกแย่เท่ากับเพื่อนอย่างมึงเข้าใจกูผิด กูจะรอมึงนะไทน์”

 

ภัทรศรัณย์ภาวนา ภาพวาเลนไทน์ร่างกายเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดตอกย้ำให้เจ็บปวดเป็นที่สุด ร่างกายยังรู้สึกปวดระบมครั่นเนื้อครั่นตัวอยู่ไม่น้อยแถมยังมาขึ้นเรือจึงรู้สึกเวียนศีรษะ ร่างหอบสะท้านถอนหายใจหนักหน่วงระบายเรื่องเหนื่อยใจให้เพลาลงเสียบ้าง พักเรื่องครุ่นคิดชวนปวดหัวหันกลับเข้ามาในห้อง เขาอยากนอนพักช่วงจังหวะที่ชารอฟไม่อยู่คอยป่วนประสาทเขาเสียหน่อย

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

“คุณภัทรศรัณย์จะรับอาหารไหมครับ ยาแก้เมาเรือที่บอสสั่งไว้ ผมเตรียมไว้ให้แล้ว ไม่ทราบว่าอยากได้อะไรเพิ่มอีกไหมครับ”

 

“ไม่แล้วครับ ขอบคุณครับ”

 

ร่างโปร่งเดินตามบัตเลอร์ส่วนตัวไปยังโต๊ะอาหาร แบรดลีย์คอยบริการทุกอย่างให้เป็นอย่างดีอีกทั้งยังชวนคุยอย่างสนุกสนานช่วยให้ภัทรศรัณย์ผ่อนคลายได้บ้าง ภัทรศรัณย์จัดการกับอาหารจนเรียบร้อยจึงกินยาและกลับไปนอนพักผ่อนเพื่อเตรียมรับมือกับมัจจุราชร้ายกาจ

 

 

อือ

ภัทรศรัณย์รู้สึกถึงบางอย่างที่รบกวนการนอนอันแสนสุขี บางอย่างที่กำลังลูบสัมผัสไปตามเนื้อตัว ร่างสมส่วนพลิกตัวหนีอย่างหงุดหงิดเล็ก ๆ กำลังจะดำดิ่งสู่นิทราอันรื่นรมย์ต่อก็รู้สึกเหมือนร่างกายถูกจับพลิกกลับมานอนหงายราบกับเตียงพร้อมกับท่อนขาถูกจับอ้าออก

 

“เฮ้ย!

 

ภัทรศรัณย์สะดุ้งเฮือก ตกใจตาเบิกโพลง ร่างสมส่วนรีบดีดตัวถดหนีทันทีก่อนจะรู้สึกตัวว่าร่างกายของเขาไม่มีเสื้อผ้าติดกายอยู่เลย ชารอฟจับเขาลอกคราบเสียหมดเปลือกล่อนจ้อน

 

“คุณ...จะทำเหรอ”

 

ภัทรศรัณย์ถามอย่างตื่นตระหนกเพราะรู้ดีว่าลีลารักของชารอฟทั้งเร่าร้อนและจัดจ้านจนร่างแทบพัง บทรักหนักหน่วงรุนแรงชนิดที่เขาแทบสำลักให้กับความใคร่ที่แสนช่ำชองนั่นเล่นเอาลุกจากเตียงไม่ไหว แต่ภัทรศรัณย์ยังครั่นเนื้อครั่นตัวไม่หายจึงเกรงว่าร่างกายจะทนรับไม่ไหวจนสลบคาอกไปเสียก่อน

 

“ฉันแค่จะดูว่าไอ้ที่ถูกภีมเล่นงานจนล้มก้นกระแทกน่ะ มันพังไปมากไหม อยู่นิ่ง ๆ แล้วก็เลิกสะดีดสะดิ้งไม่เข้าท่าเสียที”

 

ชารอฟเอ็ดเสียงขุ่นพร้อมขยับเข้าหา ภัทรศรัณย์ตาโตเมื่อท่อนขาถูกเขาจับแยกออกเพื่อดูช่องทางด้านหลังและก้น แก้มขาวร้อนผ่าวอย่างสุดแสนจะอับอาย ที่ร่างกายกำลังถูกสายตาคมกริบของเขาไล่สำรวจตรวจตราอย่างละเอียดลออไปทุกสัดส่วนราวกับกลั่นแกล้ง ชารอฟนึกรู้กับปฏิกิริยาขยุกขยิกของแมวป่วยที่ออกอาการต่อต้านเขาไม่หยุดหย่อนทั้งที่ไร้เขี้ยวเล็บ สายตาคมเหลือบขึ้นมองแก้มขาวซีดที่บัดนี้ซับไปด้วยสีเลือดแดงเห่อจนน่าขัน

 

“สะ เสร็จหรือยัง บนเรือไม่มีหมอหรือไง ถึงต้องให้คุณมาดู”

 

ภัทรศรัณย์ถามอย่างอับอายเต็มกำลัง ขาเรียวพยายามจะหุบเข้าหากัน แต่กลับถูกชารอฟแทรกตัวเข้ามาตรงกลางอย่างหวาดเสียวเหมือนแกล้งยั่ว

 

“หมอมี แต่ฉันอยากเช็กด้วยตัวเอง ตรงนี้น่าเสียบปรอทวัดไข้" ไม่พูดเปล่า คลาสโนว่าหนุ่มดันแท่งแก้วปรอทเข้าวัดอุณหภูมิร่างกายที่ช่องทางด้านหลังทันที ภัทรศรัณย์สะดุ้งเฮือก

 

"คุณ!"

 

"ที่ร้องนี่แท่งปรอทมันเล็กไปไม่จุใจ อยากได้แท่งใหญ่กว่านี้หรือไง" ชารอฟยกยิ้มยั่วขณะมองช่องทางด้านหลังขมิบยั่วต่อหน้า สายตาคมจ้องมองใบหน้าอีกฝ่ายที่ต่อต้านเขาตลอดเวลาอย่างถูกใจ ไม่นานจึงดึงปรอทออก

 

"ฉันไม่มีอารมณ์กับแมวพิการหรอกนะ รอให้หายแล้วค่อยกระแทกน่าสนุกกว่าเยอะ ฉันเห็นภาพนายขี่ม้าในห้อง หายแล้วอยากลองขี่ฉันบ้างไหมล่ะ อนุญาตให้ควบจังหวะได้เต็มที่”

 

ชารอฟโน้มใบหน้าลงกระซิบเสียงหื่นริมใบหูพร้อมเลียติ่งหูนุ่มนิ่มก่อนจะขบเล่น เริ่มมีอารมณ์หน่อย ๆ กับแมวพยศตัวนี้ ในขณะที่ภัทรศรัณย์ตาโตขนลุกซู่กับลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดซอกคอและปลายลิ้นชุ่มที่สัมผัสติ่งหู ยิ่งเขาขบปลายติ่งเล่นหนึบ ๆ ภัทรศรัณย์ก็ยิ่งแก้มร้อนวาบ กำลังจะผลักเขาออกแต่ชารอฟก็ผละออกเสียก่อน

 

“นายเจอกับแบรดลีย์ บัตเลอร์ประจำห้องนี้แล้ว มีอะไรขาดเหลือ อยากกินอะไรเป็นพิเศษก็บอกหมอนั่นได้”

 

“ผมคิดว่าคุณจะให้ผมไปพักกับพวกพนักงานแล้วก็ทำงานดูแลแขกบนเรือเสียอีก”

 

“พนักงานที่ทำหน้าที่บนเรือของฉันล้วนผ่านการเทรนด์งานมาแล้วอย่างดี ก่อนจะผ่านเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ได้ ฉันไม่มีทางปล่อยให้แมวไม่เคยผ่านงานทะเล่อทะล่าทำฉันขายหน้าจนเสียชื่อเสียงในเรื่องการบริการของเรือลำนี้หรอก หน้าที่ของนายแค่คอยสนองความสุขบนเตียงให้ฉันแบบเต็มอิ่ม นายก็แทบหมดแรงข้าวต้มลุกไม่ไหวแล้ว”

 

ชารอฟเอ่ยแบบขวานผ่าซากขณะสายตาจ้องมองร่างเปลือยเปล่าบนเตียง ภัทรศรัณย์สะดุ้งรีบฉวยผ้าห่มคลุมปิดกายทันที คลาสโนว่าหนุ่มส่ายหน้า ก่อนจะโน้มลงกางท่อนแขนกักร่างโปร่งเอาไว้ในวงแขนพร้อมเอ่ยบอกเจ้าเหมียวตัวร้าย

 

“หายเร็ว ๆ ละ ฉันเตรียมของเล่นแมวไว้ให้แล้ว”

 

ชารอฟบอกเสียงกระเส่า สายตาวาววับเจ้าเล่ห์ มือหนาลูบสะโพกบางบีบขยำก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงสูดกลิ่นผิวกายหนุ่มที่ซอกคอและงับลงฟันเบา ๆ พอให้เจ็บจี๊ดแล้วใช้ปลายลิ้นตวัดเลียให้ภัทรศรัณย์ขนลุกซู่

 

“อาห์ กลิ่นแมวตัวนี้นี่ ยั่วอารมณ์น้ำเดินดีชะมัด น่ากัดแรง ๆ ให้เป็นรอยทั้งตัว”

 

ชารอฟเอ่ยอย่างมันเขี้ยว ไม่พูดเปล่า คลาสโนว่าหนุ่มลงมือทำตามที่พูด แนวฟันคมขบลงฝังรอยฟันที่ต้นแขนขาวทันที

 

“โอ๊ย! เจ็บ! ไอ้บ้า ซาดิสม์หรือไง”

 

ภัทรเองก็มือไวไม่ต่าง  มือเล็กกว่าออกแรงดันร่างหนักออกพ้นตัว กรงเล็บสั้นตวัดข่วนที่แก้มเอาคืนอย่างไม่น้อยหน้า

 

“ซี้ด! ร้ายไม่เบาเลยนะเจ้าเหมียว เล่นข่วนหน้าหล่อ ๆ ออกงานของฉันเสียแสบถึงทรวง”

 

ชารอฟดุนกระพุ้งแก้มมือลูบตรงรอยที่ถูกประทุษร้ายกลับคืน นึกภาพเหมียวตัวร้ายถูกกระทำอย่างหนักหน่วงจนต้องกรีดเสียงร้องครวญครางร้องขอชีวิต ภัทรศรัณย์ที่คอยต่อต้านเขา ให้ความรู้สึกอยากทำแรง ๆ อย่างบอกไม่ถูก

 

“โอะ!

 

ภัทรศรัณย์ส่งเสียงร้องได้แค่นั้นเมื่อมือข้างที่ข่วนหน้าเขาถูกชารอฟกระชากเข้าหาตัวอย่างแรง ปลายลิ้นชุ่มตวัดเลียปลายนิ้วอย่างยาวมีชั้นเชิงก่อนจะครอบปากลงดูดดุนแรง ๆ ปลายลิ้นแลบเลีย สายตายั่วเย้าหว่านเสน่ห์จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายไม่กระพริบ ภัทรศรัณย์แก้มร้อนวาบเผลอกัดริมฝีปากตัวเองอย่างระงับอารมณ์พลุ่งพล่านที่ถูกเขาปลุกเร้าจนปั่นป่วน

 

จ๊วบ

 

“ฝากไว้ก่อนเถอะ เหมียวตัวร้าย นายจะต้องได้คลั่งกว่านี้แน่ ๆ กับการใช้หนี้ด้วยเซ็กส์ให้ฉัน ร่างกายของนายจะร่าน ร้อนพล่านแล้วก็จะแล่นถลาเข้าหาฉันเหมือนมีแม่เหล็กดึงดูดอยู่ข้างในตัว หึหึ”

 

ชารอฟเอ่ยด้วยน้ำเสียงเร้าอารมณ์ก่อนลงฟันขบปลายนิ้วภัทรศรัณย์แรง ๆ อย่างกระตุ้นความปรารถนาบางอย่าง ใบหน้าหล่อนิ่วหน้าเล็กน้อย ขณะมองร่างใหญ่ผละจากไป

 

“ไอ้หมาบ้า โรคจิต แถมซาดิสม์อีกต่างหาก ฮึ่ย!

 

ภัทรศรัณย์กระฟัดกระเฟียดกับตัวเองหลังลับร่างใหญ่ไปแล้ว   ร่างโปร่งเปลือยเปล่าลุกจากเตียงลงไปหยุดยืนตรงหน้ากระจกบานใหญ่จ้องตากับใครอีกคน ที่กำลังสบตากับเขาสะท้อนภาพออกมาจากในกระจก ใครอีกคนที่เหมือนกันกับเขาทุกอย่าง คิ้ว ตา จมูก ปาก เครื่องหน้าที่แสนจะลงตัวเนรมิตให้เขาเป็นชายหนุ่มรูปงามราวเทพบุตร

 

ยกเว้นก็แต่...

 

มือเรียวยกขึ้นลูบตรงรอยถูกกัดแถวซอกคอ ขณะสายตาเพ่งมองในกระจก ปลายนิ้วมืออีกข้างที่ถูกเขาทั้งดูดทั้งกัดจนขึ้นรอยแดงห้อ แก้มขาวร้อนผ่าว สัมผัสของผู้ชายอันตรายคนนั้นพาหัวใจเต้นรัวกระหน่ำ กลิ่นอายความร้อนแรงแบบเฉพาะในตัวตนของเขา สายตาคมกริบที่จ้องมองอย่างท้าทายทำให้ร่างกายร้อนวูบวาบราวกลับจะปลุกใครอีกคนจากนิทราให้ลืมตาตื่นขึ้นมา

 

อา...แรงกว่านี้สิ

 

ภัทรศรัณย์จ้องมองภาพในกระจก มโนภาพตรงหน้าคือคนที่หน้าตาเหมือนกันกับเขา ในสภาพเรือนร่างเปลือยเปล่าขาวเนียนผุดผาดทั่วทั้งตัว เรือนร่างนั้นกำลังอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนเอนกายไปด้านหลังโดยใช้มือข้างหนึ่งเค้ายันเอาไว้ กลีบปากอวบอิ่มสีแดงธรรมชาติเผยออย่างเชิญชวน สายตายั่วยวนปลุกเร้าอารมณ์ถูกส่งมายังเขา ใครอีกคนที่มีหน้าตารูปร่างเหมือนกันแต่กลับร่านราคะกระเหี้ยนกระหือรือเสียจนน่าอาย เรียวขาขาวแยกกว้างปลายเท้าเหยียดตรง ปลายเล็บจิกยันพื้นเชิญชวนให้ใครเข้าหา

 

ไม่! ไม่ใช่เขาเสียหน่อย!

 

“ชิท! ไอ้บ้าหื่นแตกนั่น”

 

ภัทรศรัณย์สบถอย่างหงุดหงิด ใบหน้าเรียวสลัดไล่ภาพนั้นออกไปจากสมอง ภายใต้หน้ากากงดงามของชายหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ กลับมีบางอย่างที่เขาไม่เคยรู้สึกพอหรือเต็มอิ่ม ภัทรศรัณย์เคยฝันถึงสัมผัสสุดเร่าร้อนราวกับอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงนั้นจากบุรุษในฝันอย่างภีมพริษฐ์ แต่สัมผัสกักขฬะหยาบโลนของชารอฟกลับกระตุ้นตัวตนที่ภัทรศรัณย์ไม่อยากนึกถึงให้รู้สึกร้อนรุ่ม

 

“บ้าที่สุด! ทำไมต้องเป็นหนี้ไอ้บ้านั่นด้วย”

 

“หึ ผิวปากอารมณ์ดีเชียวนะครับบอส”

 

ไรวินท์ออกปากแซ็วเมื่อเห็นผู้เป็นเจ้านายผิวปากหวือเดินลงบันไดมาจากห้องชั้นบน แววตาเฉลียวฉลาดเหลือบมองขึ้นไปยังห้องที่คงจะมีลูกหนี้หนุ่มรูปงามพำนักอยู่ข้างในนั้นแล้วเรียบร้อย

 

หึ คู่ชกสมน้ำสมเนื้อของบอสเขาเดินทางมาถึงแล้วสินะ ไรวินท์เคยเห็นภัทรศรัณย์มาแล้ว เจ้าของหุ่นสมาร์ตอย่างคนดูแลตัวเองบวกกับใบหน้าดูดีพิมพ์เอเชียนิยมทำให้ภัทรศรัณย์ดูเซ็กซี่ไม่หยอก แน่นอนว่าคงจะทำให้ค่ำคืนสุดเร่าร้อนของบอสเขาวิเศษไม่เบา ไรวินท์พอจะรู้รสนิยมของบอสเขาอยู่บ้าง

 

“คิดอะไรอยู่ หืม คุณเลขาฯคนสวย หรือว่าสนใจอยากลองเปลี่ยนมาครางใต้ร่างฉัน”

 

ชารอฟหรี่ตามองเลขานุการคู่ใจควบตำแหน่งว่าที่ป้าสะใภ้ในอนาคต หากว่าลุงของเขาจีบติดน่ะนะ เห็นแบบนี้เลขาฯของเขาแมนทั้งแท่งเถอะ

 

“ผมชกคุณได้นะบอส ถ้าคุณยังบอกว่าผมสวยอีก หยุดความคิดที่เป็นไปไม่ได้ของคุณได้เลย เอาไปใช้กับแมวเหมียวของคุณเถอะ รอยข่วนสด ๆ ร้อน ๆ นี่ คุณภัทรศรัณย์คงร้อนแรงถูกใจบอสไม่เบา”

 

ไรวินท์ยกยิ้มขณะเลื่อนแฟ้มงานด่วนตรงหน้าให้ผู้เป็นเจ้านายเซ็น ปกติชายหนุ่มไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่หรอกที่มีคนชมว่าเขาสวย ในเมื่อเขานั้นเป็นผู้ชายแท้ ๆ ที่แมนทั้งแท่ง แถมแฟนที่คบก็มีแต่ผู้หญิง เสือร้ายซ่อนเล็บที่พอใจสรีระเย้ายวนของสตรีโดยเฉพาะหากเจ้าหล่อนทาลิปสติกและเล็บสีแดงสดเขายิ่งพึงใจเป็นพิเศษ เลขานุการหนุ่มมองใบหน้าหล่อเหลาของเจ้านายที่ซีกแก้มข้างหนึ่งขึ้นรอยแดงเป็นริ้วยาวอย่างรอยเล็บข่วน ก่อนเอ่ยถามประสาคนคุ้นเคยกันมานาน

 

“คนนี้ถูกใจสินะครับบอส ผมดูแล้วคุณภัทรศรัณย์น่าจะสมน้ำสมเนื้อกับบอสดี”

 

“หึ แมวแสนจองหองนั่นไม่ได้รู้สถานะเบี้ยล่างของตัวเองด้วยซ้ำ แทนที่จะรู้จักเอาอกเอาใจพะเน้าพะนอฉันให้มากๆ อย่างฮิคารุทำ หนี้จะได้ลดไว ๆ มีอย่างที่ไหน หาแต่เรื่องต่อต้านฉันแบบโง่ ๆ มันน่าจับกดปราบพยศทุกชั่วโมงจริง ๆ”

 

ชารอฟเอ่ยขณะจรดปากกาลงเซ็น

 

“นิสัยของแมวก็แบบนี้แหละครับ ไม่ชอบให้ใครเป็นนายบงการ แต่ผมว่าแบบนี้ชีวิตมีสีสันดีออกนะครับ บอสเจอแต่คนสวมหน้ากากเข้าหา นาน ๆ เจออะไรที่เรียลบ้างจะได้ผ่อนคลาย”

 

“ฉันไม่คิดจะจองจำหมอนั่นไว้กับฉันนานนักหรอก เผลอ ๆ ไม่ถึงเดือนจะเบื่อเสียก่อนด้วยซ้ำ แค่ภีมเอ่ยปากให้ปล่อย ฉันก็จะปล่อย ตอนนี้ภีมกำลังกังวลเรื่องวาเลนไทน์ ถ้ากวางน้อยฟื้นขึ้นมา วาเลนไทน์ไม่มีทางยอมให้เพื่อนถูกทำร้ายหรอก ยังไงลูกกวางก็ต้องหาทางเกลี้ยกล่อมภีมจนได้นั่นแหละ นายต้องได้เห็นกับตาตัวเอง คนที่ไม่เคยรักใครจริงจัง เวลาที่มีความรักน่ะ ทั้งรักทั้งหลงเมียเด็กคนนั้นขนาดไหน แทบจะประเคนให้ทุกอย่าง ขนาดที่ว่าพริมรตายังสู้ไม่ได้เถอะ”

 

ชารอฟเอ่ยพลางยักไหล่ กายหนาเอนแผ่นหลังพิงพนักโซฟาพลางยกขาขึ้นไขว่ห้างอย่างจงใจแหวกให้เห็นแนวขาอ่อนแสนยั่วเย้าสายตาตามรอยแยกของสาบเสื้อ ขณะมองสบตากับเลขาฯ ไรวินท์ตวัดสายตาขึ้นมองสบตาอย่างชาชินที่ถูกเจ้านายหว่านเสน่ห์ที่มีอย่างล้นเหลือ ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะอดใจไม่ไหวกระโจนเข้าใส่ไปแล้ว หากแต่เป็นเขาที่ชอบอะไรคล้าย ๆ กัน แน่นอนว่าไรวินท์เองก็ชอบเป็นผู้ล่า

 

“แต่ก่อนจะถึงเวลาปล่อยตัวไป พวกหนูตกถังข้าวสารก็ควรจะได้ลิ้มรสชาติของกรวดก้นถังยามข้าวสารหมดเสียก่อน”

 

ใบหน้าชารอฟนิ่งขรึมลงถนัดตาขณะที่เรื่องราวทุกอย่างไหลวนผ่านทางสายตา เขาไม่เคยลืมวันวานที่เสียภีมพริษฐ์คนเดิมไปหรอก

 

ไม่เคยลืม...ว่าเมื่อก่อนเขาเคยรักภีมพริษฐ์มากแค่ไหน

 

แม้ตอนนี้ก็ตาม

 

 “นอกจากงานด่วนแล้ว ยังมีเรื่องอื่นอีกใช่ไหม คุณเลขาฯของผมถึงต้องมาด้วยตัวเอง”

 

ชารอฟสบตากับเลขาฯ อย่างรู้กัน

 

“ครับบอส”

 

ไรวินท์รับคำ สายตาระแวดระวังภัยอย่างเสือดาวผู้รอบคอบกวาดมองทั่วห้องก่อนเหลือบมองขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบนที่มีภัทรศรัณย์อยู่ ชารอฟนกรู้ในความสำคัญของเรื่องที่จะคุย ร่างใหญ่หันไปสั่งให้บัตเลอร์ออกจากห้องไป จากนั้นจึงหันหน้ามาพยักหน้ากับเลขาฯ ให้เริ่มเรื่องได้

 

ไรวินท์ตีหน้าขรึมเข้าเรื่องสำคัญ มือเรียวหยิบกระเป๋าเปิดออกพร้อมกับหยิบรูปบางอย่างวางบนโต๊ะก่อนจะเลื่อนให้บอสหนุ่มดู

 

“ตอนแรกที่บอสให้ผมดูรูป แค่หน้าตาเหมือนกันมาก ผมว่ามันก็น่าตกใจแล้ว แต่พอได้รู้ประวัติของเขา กลับยิ่งน่าตกใจกว่า”

 

ไรวินท์เอ่ยขณะจ้องมองใบหน้าของผู้เป็นนายจ้างสลับกับมองภาพบุคคลในรูป

 

“คนในรูปเคยมีชีวิตอยู่เมื่อสามสิบปีก่อน เขาเป็นหัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดแต่กลับถูกหักหลังและฆ่าทิ้งอย่างโหดเหี้ยม ดวงตาถูกควัก อวัยวะสำคัญในร่างกายถูกคว้านออกขณะยังมีชีวิต เขา...หน้าตาคล้ายคลึงกับบอสเหมือนถอดพิมพ์เดียวกันมา บอสคิดว่าเขาคือพ่อแท้ ๆ ของบอสหรือเปล่าครับ”

 

 “ตระกูลเคลฟเวอร์เลี้ยงดูฉันดีจนฉันไม่เคยนึกเฉลียวใจถึงชาติกำเนิดของตัวเอง จนใครสักคนส่งรูปผู้ชายคนนี้มาให้ แก๊งค้ายาเสพติดที่ชวนฉันทำธุรกิจด้วย คนในนั้นบางคนที่เห็นหน้าฉันแล้วก็ส่งรูปมาให้”

 

“เขากำลังส่งสาส์นบางอย่างให้บอสรู้ตัวหรือเปล่าครับ”

 

ไรวินท์หรี่ตาอย่างหยั่งเชิง

 

“ฉันกำลังคิดว่า มันจำเป็นไหมที่ต้องรู้อดีต ถ้าฉันรู้ว่าฟราสซิส คอร์คือพ่อแล้วยังไง ฉันต้องตามแก้แค้น เอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการพวกนั้น ทั้งที่ตาก็บอกเสมอว่า คนที่ยกฉันให้เคลฟเวอร์ เพราะต้องการให้ฉันเป็นเคลฟเวอร์ ใครคนนั้นไม่ต้องการให้ฉันพบจุดจบแบบนั้น ใครคนนั้นที่นำฉันมาทิ้งไว้ทั้งที่สายรกเพิ่งขาด และฉันก็คลอดก่อนกำหนด”

 

“หมายความว่า คุณคาร์เวลรู้หรือครับ ว่าคุณเป็นลูกของใคร”

 

“รู้สิ ทำไมจะไม่รู้ หัวหน้าแก๊งค้ายาถูกทรยศแล้วฆ่าอย่างโหดเหี้ยมลงข่าวออกครึกโครม ประจวบเหมาะกับที่มีเด็กถูกนำมาทิ้งไว้พร้อมข้อความขอร้องให้เคลฟเวอร์ให้ชีวิตใหม่แก่เด็กโดยไม่บอกอะไรเลย ไม่ทิ้งสัญลักษณ์อะไรให้รู้ว่าเป็นใคร ยังไงตาก็พอจะรู้เลา ๆ อยู่บ้าง แต่ก็ยอมใช้ปีกความยิ่งใหญ่ในอำนาจเงินของเคลฟเวอร์ปกป้องฉันไว้ ตาพาฉันกลับอังกฤษด้วยกัน หาพ่อแม่ให้ฉัน สร้างชีวิตให้ฉันอย่างสมบูรณ์แบบชนิดที่ใครหลายคนต่างอิจฉา แล้วแบบนี้นายคิดว่าฉันจะเดินไปพบจุดจบแบบนั้นเพื่ออะไร ในเมื่อคนที่นำฉันมาฝากเลี้ยงเขาไม่ต้องการให้ฉันต้องข้องเกี่ยวกับพวกนั้น ฉันที่เป็นอยู่ตอนนี้ยังต้องการอะไรเพิ่มอีกหรือไง”

 

ชารอฟร่ายยืดยาว อันที่จริงเขาเพิ่งจะเฉลียวใจก็ตอนที่พบกว่ากรุ๊ปเลือดของตัวเองไม่ตรงกับทั้งพ่อและแม่ คาร์เวลจึงไขความกระจ่างทั้งหมดให้ แต่ก็ยังไม่ยอมบอกเรื่องบุพการีที่แท้จริงให้รับรู้

 

“แล้วบอสแน่ใจหรือครับว่า ถ้าทำเฉยเสียแล้วทุกอย่างจะจบ ผมคิดว่าหายนะกำลังส่งสัญญาณเตือนให้บอสระวังตัวต่างหาก บอสของผมฉลาดพอที่จะรู้อยู่แล้วว่ารูปที่ส่งมาให้เป็นสาส์นท้าความตายเตือนให้รู้ว่าอันตรายกำลังย่างกรายคุกคามเข้ามา”

 

“ฉลาดสมกับเป็นเลขาฯของฉัน มิน่าลุงของฉันถึงได้คลั่งนายจะเป็นจะตาย หึ ฉันไม่เข้าใจทำไมพวกนั้นไม่คิดว่าฉันอาจจะบังเอิญหน้าคล้ายกันกับฟราสซิส คอร์ คนนั้นก็ได้”

 

“วัวสันหลังหวะน่ะครับ พวกเขาคงหาทางพิสูจน์ดีเอ็นเอมาก่อนหน้าแล้ว บอสเคยบริจาคเลือดให้สภากาชาดนี่นา พวกเขาคงคิดว่าชิงลงมือตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม เพราะคิดว่าถ้าบอสรู้ว่าตัวเองเป็นใคร บอสอาจจะคิดฉกชิงอำนาจคืนและตามล้างแค้นพวกเขาเหมือนที่พ่อแท้ ๆ ของบอสเคยโดน ยอมรับเถอะครับ หมากคราวนี้บอสเลี่ยงยังไงก็คงไม่ได้หรอก ป่านนี้พวกนั้นคงเตรียมส่งคนมาจัดการบอสแล้วล่ะครับ ผมสั่งบอดี้การ์ดทุกคนระวังตัวไว้แล้ว”

 

ไรวินท์เอ่ยบอกอย่างคนเตรียมพร้อม ชารอฟนิ่งไปอย่างใช้ความคิด หมากเกมนี้เขาไม่ได้ต้องการที่จะลงเล่นแต่ดูเหมือนจะเลี่ยงยากเสียจริง

 

...ไม่ฆ่าก็ต้องเป็นฝ่ายถูกฆ่า...

 

 

ทั้งที่พยายามหนีห่าง แต่โชคชะตาก็ขีดลิขิตชักนำให้เขาต้องดิ้นรนกระเสือกกระสนกลับมาปิดบัญชีเก่าของผู้ให้กำเนิดจนได้

 

 

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Green-Ant00002.gif

ฉบับรีไรต์ขอบคุณน้องริน Reese Linh สำหรับคำแนะนำภาษาอังกฤษในการตั้งชื่อเรือเน้อ น้องมีผลงานตัวเองที่ลงไว้ในเวบธัญวลัยด้วยนะคะ เรื่อง Oh No! นี่ผมตั้งครรภ์?

 

        พระเอกเซ็กซี่ท้องได้ด้วยนะเออ ^-^

 

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/932442791.gif

 

ความคิดเห็น