ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Ep.16.

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ย. 2562 15:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep.16.
แบบอักษร

 

 

กรกฎ=กร 

ผ่านไป 5 วัน.... 

" กร ตื่นสักทีเถอะลูก.. ตื่นมาคุยกับแม่ " หยาดน้ำตาของหญิงวัยกลางคน ที่นั่งจับมือของลูกขึ้นมาทาบไว้ที่แก้มของตนเอง ไหลรินรดมือที่เคยน้อยเท่าฝาหอย 

"............................ หัวใจที่แสนเจ็บปวด อยากรับความโชคร้ายนี้แทนลูกน้อย ลืมตาขึ้นมาเถิดดวงใจของแม่ 

" ขะขวัญเอ่ยขัวญของลูก ฮึก.. จงมาผูกไว้ในดวงใจแม่.. มะแม่คนนี้จักอยู่เฝ้าดูแล ฮึก.. คอยปัดเป่าสิ่งที่มารังแกทำเจ้าเสียใจ..ฮึกๆ ปะปีกของแม่จะเร่งกางออก... มิต้องกลัวไปดอกลูกจ๋า ฮึก... มาเถิดขวัญเจ้าจงรีบวิ่งมา..ฮึก สู่อกมาดาที่แสนปลอดภัย..." เธอหลับตาลงปล่อยสายน้ำตาอุ่นหยดรดมือด้วยการรอคอย 

จากที่ทุกอย่างดับมืดไป ใช่สิวันนั้น วันที่ผมตัดสินใจว่าจะต้องหลุดพ้นจากพันธานการข้อบังคับที่แสนเลวร้าย โดนการเอาชีวิตตัวเองเป็นเดิมพัน หากชีวิตที่ครอบครองร่างกายนี้ไม่สามารถเป็นอิสระได้ ก็เลือกที่จะเสียชีวิตนี้ไปเพื่อให้วิญญาณได้โบยบินเป็นอิสระแทน จริงผมเคยได้ยินได้ฟังมาว่าการฆ่าตัวตายเป็นบาปหนัก ต้องวันเวียนฆ่าตัวเองไปจนกว่าจะหมดกรรม วินาทีนั้นผมกลัวไปหมด กลัวการจากลา มีคำถามอยู่เสมอว่าผมตายไปแล้วหรือยัง แต่ความรู้สึกแรกในช่วงเวลาที่ยาวนาน มีสัมผัสที่มือรู้สึกอบอุ่นมาถึงหัวใจ จึงอยากลืมตาขึ้นมาดู หน่วยตาขยับซ้ายขวาก่อนที่เปลือกตาที่แสนหนักอึ้งจะเริ่มเปิดออก 

แสงขาวส่วางว่างจากจนต้องหลับตาลง ปี๋ตาแล้วลืมขึ้นมาอีกครั้ง ภาพที่เห็นคือเพดานห้องสีขาวที่ไม่ชินตา มองดูรอบๆถึงรู้ว่าน่าจะเป็นโรงพยาบาล ก้มลงดูก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเอามือของเขาทบที่แก้มแล้วเอียงคอ จึงเห็นแค่เพียงหัวที่ผมยาวมันเงา รู้สึกว่าตัวเองคอแห้งเหลือเกินอยากจะดื่มน้ำ 

" นะน้าม ขะขอน้ำ " เสียงที่พูดออกมาแหบพร่าส่ะจนไม่น่าจะเป็นสียงของด้วเอง 

" ห่ะห๊ะ... กรลูก.. กรของแม่ฟื้นแล้วหรอลูก...ฮือ " พอผู้หญิงคนที่เห็นเพียงแค่ผมเพราะเบนหน้าไปทางปลายเตียงหันมา พร้อมกับเสียงเรียกที่ฟังดูคุ้นเคยที่สุดในชีวิต  

" ม่ะแม่ หรอ...ฮือออ " เท่านั้นแหล่ะผมก็ปล่อยโฮอย่างหนัก ความคิดถึง ความรู้สึกผิด เข้าถาโถมคิดว่าจะไม่ได้เจอหน้ากันอีกเสียแล้วเพราะการตัดสินใจเอาแต่จะหนีให้พ้น จนลืมคนข้างหลังที่สำคัญไปชั่วขณะ 

" ใช่จ้ะ ฮือออ...แม่เอง..ฮึก " แม่ที่จับบีบมือเอาไว้แน่นปานว่าผมจะหนีไปในที่แสนไกล อีกมือก็เอามาลูบไล้ตามใบหน้า เราร้องไห้พอๆกันทั้งคู่สองแม่ลูก 

" ฮึก ผะผม แสบคอ..ฮือ " อยากจะพูดจะคุยต่อแต่คอมันแห้งเป็นผงเลยครับตอนนี้.... 

" ฮึก...อ่ะอ่อ จ้ะๆ เดี๋ยวแม่เอาให้นะ.. " แม่รีบเช็ดน้ำตาลวกๆ แล้วเดินไปเทน้ำใส่แก้ว เอาหลอดใส่นำมาให้ที่เตียง ผมก็ค่อยๆดันตัวเองให้ลุกขึ้นถึงแม้ว่าเรี่ยวแรงมันยังน้อยอยู่ 

" อึก...อึก ....อึก....อึก...อึก " ความหิวกระหายเหมือนร่างกายขาดน้ำอย่างแรง ผมดูดดื่มเข้าไปหลายอึกจนหมดแก้ว รู้สึกว่าคอมันโล่งขึ้นเยอะเลย 

" ดีขึ้นไหมลูก เอาอีกไหม " แม่ลูบหลังให้ตอนที่ดื่มอยู่ แล้วถามเพราะเห็นว่าผมดื่มไปรวดเดียวหมด 

" พอแล้วครับ..... แม่มาได้ไง มากับใครครับ " รีบตอบ แล้วถามกลับเป็นไปไม่ได้ว่าแม่จะมาคนเดียว รู้ได้ยังไงว่าผมอยู่โรงพยาบาลแบบนี้แสดงว่าต้องมีคนบอกสินะ น้ำตาผมเริ่มลอยหน่วยขึ้นมาอีกครั้งจากการพักกินน้ำ 

" มากับพ่อเราน่ะแหล่ะ หนูปายให้คนโทรไปบอก " สินสุดคำตอบของคนเป็นแม่ร่างของผมก็เริ่มสั่นไหว ตาเหื่มร้อนด้วยน้ำใส่ๆมากมายจนเอ่อล้น 

" ฮึก...มะแม่ กร ฮีอออ ขะขอโทษ ฮึๆ " ปล่อยโฮออกมาอีกรอบ รู้แล้วว่าตัวเองนั้นทำผิดมหันต์ บาปหนาทำให้บิดามารดาต้องเป็นห่วงร้องไห้เสียใจ 

" ฮึก..กร เด็กโง่ ฮือออ ที่หลังอย่าทำแบบนี้อีกนะลูก " แม่รีบรวบตัวที่สั่นเทาสะอึกสะอื้นปากก็พร่ำคำขอโทษ ด้วยเสียงสั่นเครือ มืออุ่นที่เคยทะถนุถนอมกล่อมเกลี้ยงมา ลูบที่หลังเบาประดุจคำพูดว่าไม่เป็นไรแม่อยู่ตรงนี้ 

" ฮือออ...กร ฮึก ผิดไปแล้ว ฮือออ กร ขอโทษ ฮืออ " ความตีตื้นจุกไปทั่วทั้งอกไม่สามารถที่จะกล่าวคำใดๆได้ นอกจากคำขอโทษเท่านั้น 

" ฮึก จ้ะๆ ขวัญเอ่ยขวัญมา นะลูก..ฮึก หมดทุกข์หมดโศกสักทีนะลูก ฮือ.." มือของแแม่โอบอยู่หลังท้ายทอย พลางลูบไปมาแล้วเรียกขวัญให้ เพราะการผ่านสิ่งที่เลวร้ายมาอาจจะขวัญกระเจิดกระเจิง 

" ฮือออ ฮึกๆ คะครับแม่ ฮือ.." รวบกอดร่างของแม่เอาหน้าซบที่ไหล่ร่ำไห้ตัวโยน 

ครื๊ดดดดดด เสียงประตูเปิดออกแต่เราสองแม่ลูกยังกอดกันกลม 

" อ้าวไอ้แสบ ฟื้นแล้วหรอ.. เฮ้อ.. " หน้าของคนที่เข้ามาปรากฎชัดขึ้นเป็นพ่อถือถุงอาหารเป็นพวงเข้ามา พี่สาว พี่เขยและหลานน้อยเดินตามหลังมาติดๆ เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง พร้อมปล่อยลมหายใจออกมาแรงๆแบบคนโล่งอก 

" ไอ้ตัวดี ฮือออ ทำไมทำแบบนี้ ห๊ะ ฮืออ...มันน่าตีให้ตายนัก ฮึกๆ " พี่เก่งพอเห็น ก็รีบวิ่งมาที่เตียงเอามือตีที่แขงของผมร้องไห้โฮออกมาเช่นกัน บ่นว่าไปด้วยแล้วรวบกอนผมกับแม่เอียงหัวมาซบร้องไห้ไปด้วยกัน  

" อย่าว่าน้องสิเก่ง น้องพึ่งฟื้นนะ " เสียงพี่โปรดที่เดินเข้ามาลูบหลังให้เมียรักเป็นการปลอบ อีกมือก็อุ้มน้องปาล์มเอาไว้ 

" ใย... ใย จี้.. " เสียงหลานที่กำลังหัดพูดชี้มือป้อมน้อยไปที่สามคน กอดกันกลมร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความสงสัย 

" ฟอด... คนขี้แยครับลูก " พีโปรดบอกลูกชายตัวเองแบบล้อๆ แต่ยังลูกหลังให้เมีย 

" คิกๆ แย " แล้วเสียงหัวเราะไร้เดียงสาที่สดใสก็ดังขึ้น 

" เอาหล่ะๆ หยุดร้องกันก่อน มากินข้าวกินปลากันดีกว่าจะได้มีแรงไว้ร้องต่อกันอีก " พ่อเดินเอาอาหารไปวางพลางพูดไปในแนวแซวๆขำๆ แต่ภายในใจนั้นไม่ได้ขำเลยผมรู้ดี และเราสามคนก็คลายกอดออกแล้วเช็ดน้ำตาให้กัน ส่งยิ้มให้กันทั้งที่ตายังแดงๆมีคราบน้ำตาติดอยู่ ไม่ต้องมีคำพูดปลอบประโลมใดๆแต่เราทั้งสามก็เข้าใจดี  

" พี่ว่าเรียกหมอ มาตรวจก่อนดีกว่านะเก่ง " พี่โปรดรีบบอกพี่เก่งหลังจากเราทั้งสามแยกตัวออก 

" อืมนั่นสิลูก.. กดกริ่งเรียกพยาบาลเลย " แม่บอกด้วยอีกคนพี่เก่งเลยเดินไปกดกรริงที่หัวเตียง 

หลังจากที่คุณหมอมาตรวจอาการเสร็จแล้ว ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงเพราะผมปกติดีทุกอย่าง หมอที่ตรวจก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นคนๆเดียวกับที่ไปตรวจผมที่สนามบ้านั้น เราทั้งหมดก็ทานอาหารกันส่วนผมต้องกินอาหารอ่อนๆไปก่อนให้ร่างกายได้ปรับสภาพ ในห้องพักผู้ป่วยก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะพูดคุยกันตามประสาคนในครอบครัว 

ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติอีกครั้งหลังจากที่ผมหลับยาวไปห้าวันเต็ม พี่เก่งกับพี่โปรดพาลูกกลับไปพัก แต่ไม่ใช่ที่คอนโดผมหรอกนะ ทุกคนที่มาพักกันที่บ้านไอ้ปายเห็นว่ามันเป็นคนจัดการให้ทั้งหมดไม่มีใครกล้าขัด และพอมันรู้เรื่องที่ผมฟื้นแล้วจากพี่เก่งเท่านั้นแหล่ะรีบโผล่หัวมาเลย มากับไอ้พี่เต้เพื่อนไอ้เลวนั่นผมมองดูก็รู้แล้วว่าเป็นอะไรกัน เข้ามาปุ๊บก็ร้องไห้โวยวายทั้งกอดทั้งตีผม บ่นด่ายกใหญ่ ผมกับแม่ก็พลอยเสียน้ำตากันอีกรอบ มีพ่อเนี่ยแหล่ะใจแข็งไปไหนไม่มีน้ำตาเลย แต่การแสดงออกทำให้ผมรู้ว่าพ่อเองก็รู้สึกเหมือนๆพวกเราเพียงแต่ไม่ร้องไห้ฟูมฟายเท่านั้น 

 

4 เดือนผ่านไป  

 

" โอ๊กกก!!! อ๊อก... แหว่ะ!! แค่กๆ....ฮือออ " เป็นเช้าที่ผมต้องลุกแต่เช้ามานั่งเกาะชักโคกอ้วก เหมือนเคย 

" อุ๊บ.. โอ๊กกก!! ...แหวะ อ๊อก!!.. แฮ่กๆ " ผมเป็นแบบนี้มาได้สักระยะแล้วไม่รู้เป็นอะไรกันแน่ หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลได้ราวสองเดือนกว่าๆ ผมก็เริ่มมีอาการวิงเวียนหน้ามืด เหนื่อยง่ายอยากนอน เหม็นกลิ่นอาหารบางชนิดที่มีกลิ่นคาว หรือเครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุน กลิ่นน้ำหอมและกลิ่นตัวบางคน มันทำให้ผมใช้ชีวิตยากขึ้นไม่ว่าจะการกินและการพบปะผู้คน ช่วงนี้ถือว่าหนักมาก หรือจะเป็นฟีคแบ็คตามมาจากคราวนั้น แต่หมอตรวจเช็คร่างกายให้ก็ปกติดีนิ่นา 

" อ่าา ฟู่... สู๊ดดด " หลังจากที่ผมบ้วนปากกดล่างชักโคกแล้วก็เดินออกจากห้องน้ำมา พ่นลมหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย เดินมานั่งที่โซฟา หยิบหลอดยาดมมาจ่อจมูกสูดดมเอาแรง คงต้องไปหาหมออย่างจริงจังเหมือนที่ไอ้ปายมันบอกแล้วหล่ะ ว่าแล้วก็จับมือถือขึ้นมา 

ตู๊ดดดด ตู๊ดดดด ตู๊ดดดดด 

(( อือ...ว่าไงมึง... โทรมาแต่เช้า)) เสียงคนที่พึ่งรู้สึกตัวตื่นจากการนอน รับสายแบบงัวเงีย 

" ปายกูว่าจะให้มึง ไปโรงพยาบาล เป็นเพื่อนหน่อย " จริงๆผมก็ไปคนเดียวได้แหล่ะ แต่ความรู้สึกมันเหมือนบอกว่าอยากให้มีคนไปด้วย เลยลองโทรชวนมันดู 

((อย่าบอกนะ ว่ามึงยังไม่หาย งั้นมึงก็โกหกกูสิไอ้กร)) ไม่เชิงโกหกหรอก ตั้งแต่หายดีผมก็เข้าบริษัททำงานตามปกติ มันรู้ว่าผมมีอาการแบบนี้ตั้งแต่ช่วงเริ่มๆ คอยขยั่นขยอให้ไปหาหมอตลอด ผมกลัวจะเป็นอะไรขึ้นอีก แล้วจะต้องนอนยาวเหมือนครั้งที่แล้ว บริษัทจะไม่มีคนดูแลต้องเดือดร้อนพี่สาวขึ้นมาช่วยอีก ที่ไร่ก็งานเยอะอยู่แล้ว 

" เออ กูคิดว่าพักผ่อนกินยาแล้วมันจะหายไง " เลยตอบปัดๆมันไป ขี้เกียจให้มันโวยวาย 

((สัสเถอะ นี่มันจะสองเดือนแล้วป่ะที่มึงเป็น)) นั่นสิเป็นมาจะสองเดืนแล้ว จะเป็นอะไรร้ายแรงหรือเปล่าอุตส่าห์รอดมาได้จะตายด้วโรคร้ายอีกไหมเนี่ย.... 

" แล้วมึงจะไปกับกูไหม หรือว่าติดผัวไปไม่ได้อีก " ต้องถามมันก่อนช่วงนี้มันติดผัวมาก ยอมรับออกนอกหน้านอกตา ก็นะผัวหล่อรวยแถมไม่ธรรมดาด้วย ดูๆแล้วน่าจะเป็นพวกมาเฟียร์ ตอนแรกแม่มันก็ไม่ยอมรับหรอก แต่ดันเลวเอาเรื่องผมไปอ้างว่าถ้าไม่ได้ไอ้พี่เต้จะทำแบบผม สัส.... ยกตัวอย่างกูเป็นสิ่งที่ควรมาก.....  

((ปากดีนะมึง ที่อ้วกๆอยู่เนี่ย ไม่ใช่โดนตุ๋ยตูดจนท้องรึไง)) เห ี้ยแล้วไงแกว่งปากหาตีน สังสัยอยากเอาตีนลูบหน้าแทนน้ำ 

" สัสเถอะ|| กูเป็นผู้ชาย " คิดอะไรโง่ๆ หน้าตาสวยส่ะเปล่า.... 

((ฮ่าๆ เออเดี๋ยวกูอาบน้ำเตียมตัวก่อน จะออกไปรับ)) ก็แค่นั้น แล้วอีกอย่างที่ผมต้องบอกมันคือ.... 

" ไม่ต้องเอาผัวมาด้วยหรอกนะ ห่างๆกันมั้งเถอะ " ตัวจะติดกันยังกับปาท่องโก๋ ไอ้ผัวมันก็ไม่มีงานมีการทำรึงไงกกอยู่แต่กับไอ้ปาย 

((เรื่องของกู ก็คนมันมีอ่ะ อิจฉาก็หาสิมึง)) หึหึ... กูเนี่ยนะอิจฉามึง โถ่อิห่านจิกเหมือนกูอยากคงจะมีผัวตัวสั่นนะมึง  

" เชี่ยกูไม่อยากได้หรอก หึ่ยยย " พูดแล้วก็ยกไหล่ขึ้นพร้อมกันแบบคนแขยง 

((ฮ่าๆ ทำเป็นพูดดี แค่นี้แหละ ถึงแล้วจะโทรหา)) ติ๊ด// 

มันวางสายไปผมก็หยิบรีโมททีวีมาเปิด กดเลื่อนไปเรื่อยๆจนมาเจอหนังแอ็คชั่น รู้สึกอยากดูเลยเปิดค้างไว้ดูอย่างผ่อนคลายทั้งที่ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ช่วงนี้รู้สึกว่ามีเวลาให้ตัวเองมาก คงเป็นเพราะอาการที่เป็นอยู่มั้งทำไรนิดหน่อยก็เหนื่อยอยากพักอยากนอน แล้วหัวผมพลางนึกถึงใครบางคนที่ทำไม่ดีกับผมไว้ จะว่าไปตั้งแต่ผมฟื้นมาก้ไม่เห็นหน้ามันเลยนะหายไปเลย หรือว่ามันจะรู้สึกผิดมากเลยปล่อยผมเป็นอิสระ คนอย่างมันนะหรอจะยอมอะไรง่ายๆ ชั่งเถอะยังไงผมก็ไม่มีใครมารังควานคอยบังคับให้ทำอะไรแล้วหนิ่ ควรจะดีใจไหม....? 

" ฮึก... " แต่ทำไมส่วนลึกถึงโหยหาความอ่อนโยนจากมัน อาการน้อยเนื้อต่ำใจที่เป็นบ่อยๆช่วงนี้ 

ติ๊งต่อง... ติ๊งต่อง... เสียงกริ่งหน้าห้องดึงผมให้กลับมา รีบเช็ดน้ำตาจากอารมณ์แปรปรวน แล้วเดินไปเปิดประตู 

" ชักช้า เตรียมตัวยังมึง " มาถึงก็ยืนเท้าเอวบ่น อิพิษงู 

" เออ นั่งรอแปป ไหนว่าจะโทรมาไง " บอกให้มันนั่งรอก่อน แล้วเดินไปเอาของที่ต้องเอาไปด้วย 

" นี่ขนาดไม่โทร มึงยังไม่เตรียมอะไรเลย " กูแค่นั่งดูหนั่งนิดเดียวไหมก่อนมึงมาเนี่ยะ สัสบ่นเหมือนมีมดลูก 

" ก็แค่แปปเดียวไหม " เออ... รีบนะเวลากับกู ทีกับผัวมึงนี่แช่ทั้งวันไม่บ่น 

" เร็วๆ กูยังไม่ได้กินอะไรเลยเนี่ย " มันเร่งผมยิกๆ 

" กูก็ยังไหม " ผมหันไปค้อนมัน นี้ก็สองโม่งแล้วยังไม่ได้กินอะไร เพราะกินก็อ้วกออกอยู่ดีช่วงนี้ 

 

โรงพยาบาล CECT 

แล้วเราก็มาถึงโรงพยาบาลใช้เวลาไปสักพักเลยเพราะรถติด ที่เลือกมาที่นี่เพราะมีประวัติการรักษาของผมอยู่ ไอ้ปายมันบอกว่าเผื่อเป็นผลพวงจากครั้งที่แล้ว เขาจะได้ตรวจรักษาง่ายๆ ผมก็ไม่ได้ขัดอะไรดีส่ะอีกเป็นอะไรมาจะได้รู้สาเหตุง่ายๆ ตอนนี้ก็มานั่งรอหน้าห้องตรวจแล้ว 

" คุณกรกฎ พิมพ์พิพัฒน์กุลคะ " 

" เห้ยกร... อยู่นี่ครับ " มัวแต่นั่งคิดอยู่ว่าตัวเองจะเป็นอะไรร้ายแรงรึเปล่า แล้วถ้าเป็นจะรับมือยังไง อย่าเป็นมะเร็งก็พอ เสียงพยาบาลก็เรียกขึ้นไอ้ปายหันมาสะกิดผม แล้วยกมือตอบแทน 

" เชิญเข้าห้องตรวจค่ะ " ผมลุกขึ้นตามคำเชิญของพยาบาล กำลังจะเดินเข้าห้องตรวจ... 

" กูไปด้วยเผื่อเป็นอะไรมาก กูจะได้เป็นลมแทน " ไอ้ปายขอเข้าไปด้วยแต่ไม่ใช่แค่นั้น แมร่งยังปากหมาหน้ามึนอีก 

" ปากมงคลมากนะมึง สัส " แล้วเราทั้งคู่ก็เข้ามาในห้องตรวจ 

" สวัสดีค่ะ ป่วยมาทั้งคู่หรือเปล่าค่ะ " เป็นคุณหมอหญิงที่นั่งรออยู่ในห้องเอ่ยทักทาย พร้อมถามแบบอารมณ์ดี 

" อู๊ยย... ผมไม่ได้ป่วยครับมาให้กำลังใจ " ฮ่าๆ ไอ้ปายถึงกับรีบร้องเลย ผมก็อยากให้มันป่วยด้วยนะ 

" ฮ่าๆ อ่อค่ะ เชิญนั่งเลยคุณกรกฎใช่ไหม..? ไหนเป็นอะไรมาคะ... ? " หมอหยิงผายมือเชิญ ผมก็นั่งลงที่เก้าอี้ใกล้กับโต๊ะเครื่องมือหมอ 

" ผมอ้วกบ่อยๆครับ แทบจะทุกเช้า ได้กลิ่นอะไรก็เหม็นง่ายๆ พลอยจะวิงเวียนคลื่นไส้อยู่ตลอด " ผมบอกหมอที่กำลังนั่งเปิดประวัติผู้ป่วยดูอยู่ 

" อืมม เป็นมานานหรือยังค่ะ มีอาการเจ็บปวดตรงไหนอีกหรือเปล่า " หมอเงยหน้าจากประวัติขึ้นมามองตามร่าางกายผม 

" เกือบจะสองเดือนแล้วครับ แต่ช่วงนี้หนักสุด ไม่มีเจ็บปวดอะไรครับ " บอกอาการตามที่เป็น ส่วนจะเจ็บตรงไหนไม่มีนะร่างกายผมก็ปกติดี 

" ได้ทานอาหารอะไรแปลกๆ ที่ไม่เคยทานไหม " หืม....ผมคิดตามที่หมอถาม 

" ไม่นะครับช่วงเกือบสองเดือนมานี้ ผมทานอะไรไม่ค่อยได้เลย อ้วกออกตลอด มีบางอย่างที่ทานได้ " 

" ทานอะไรได้บ้างค่ะ " หมอก็ถามต่อไป 

" ก็ผลไม้เป็นหลักครับ ของเปรี้ยวก็ด้วย " ใช่ครับช่วงนี้ผลไม้กินได้สบาย โดยเฉพาะพวกที่เปรี้ยวๆ แม้แต่อาหารด้วย 

" ยังมีอาการอื่นอีกไหม....? " หมอทำหน้าเหมือนสงสัยในคำตอบที่ซักผมมาแล้วถามอีก 

" ก็เหนื่อยง่ายมั้งครับ อยากนอน มีหน้ามืดบ้าง " ผมก็บอกตามอาการทั้งหมด 

" หืม.... อาการมันดูแปลกๆอยู่นะ ยังไงหมอขอตรวจเลือดกับปัสสาวะ หน่อยแล้วกันเนอะ " 

" เป็นอะไรมากงั้นหรอครับ หมอ " ไอ้ปายที่ยืนกอดอกฟังถามขึ้น 

" หมอก็ยังไม่แน่ใจค่ะ ต้องรอผลตรวจดูก่อน งั้นขึ้นเตียงตรวจก่อนดีกว่านะ จะได้ไปเจาะเลือดกับเก็บปัสสาวะ " 

" ครับ " ผมลุกจากเก้าอี้แล้วขึ้นไปนอนบนเตียง สำหรับตรวจคนไข้ 

" เดี๋ยวหมอขอฟังเสียงการทำงานของอวัยวะภายในก่อน แล้วมาอัลตราซาวน์กัน " พูดหมอก็เอาที่ฟังของหมอมาตรวจฟังตามหน้าอกและลำตัวไล่เลื่อนมาที่ช่องท้องที่นู้นออกมานิดหน่อย ซึ่งผมเองก็สังสัยนะว่าตัวเองจะเป็นคนอ้วนลงพุงรึเปล่า แล้วหมอก็คิ้วขมวดทำหน้าสงสัยอะไรบ้างอย่างทั้งที่ยังฟังเสียงอยู่ที่ท้อง 

" เดี๋ยวเราอัลตราซาวน์ดู ดีกว่านะ " หมอหันไปบอกพยาบาลที่ยืนอยู่ ผมยิ่งรู้สึกกังวันขึ้นไปอีก... จากอาการของหมอ แล้วพยาบาลก็เตรียมเครื่องมืออัลตราซาวน์ให้หมอ ไอ้ปายก็จับตาดูการตรวจของหมออยู่ตลอด ทั้งยังตั้งใจฟังมาแบบที่ผมไม่ค่อยเห็น 

" เอาหล่ะ เราจะมาอัลตราซาวน์ดูกันหน่อยนะคะ หมอจะเริ่มจากท้องก่อน " ดูเหมือนหมอจะจงใจตรวจที่ท้องผมมากมันจะมีอะไรหรือเปล่านะ นอกจากหน้าตาสงสัยแล้วยังมีสีหน้าแบบลุ้นๆอีก เสื้อยืดผมถูกเลิกขึ้นมาอยู่ที่อก พยาบาลเอาเจลเย็นๆมาทาบริเวณหน้าท้อง หมอจับหัวอัลตราซาวน์มาวางที่ท้องผมแล้วเริ่มเกลี่ยไปตามเจลลื่นๆ มีภาพที่ไปขึ้นอยู่ที่หน้าจอแต่ผมก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร  

" โอ้ะ...! เป็นไปได้จริงๆหรือนี่.!!!! " เสียงหมอหญิงตกใจลั่นจนผมที่นอนอยู่ถึงกับสะดุ้ง ไอ้ปายก็รับเดินมาดู 

" อะไรครับหมอ.. ? " คำถามของไอ้ปายมันตรงกับที่ผมอยากจะถามพอดี 

" จริงๆหมอก็แน่ใจอยู่นะแต่ต้องการคนมาช่วยยืนยัน รอให้ชัดที่สุดดีกว่านี้แล้วหรอจะบอก " หมอยิ้มๆ ตกลงมันอะไรวะ 

" ช่วยตาม หมอศิริกานต์ ให้ทีค่ะด่วนเลย " หมอหญิงหันไปบอกพยาบาลให้ไปตามหมอมาอีกคน

" ค่ะ " พยาบาลรีบเดินออกจากห้องตรวจทันที

" หมอมีอะไรกันแน่ ทำไมไม่บอกอย่างนี้คนปล่อยก็กังวลแย่สิ " เออ....จริงของมึงว่ะปายมีอะไรทำไมไม่บอก

" รอแปปนะคะ ไม่มีอะไรร้ายแรงแน่นอนค่ะ เป็นเรื่องน่ายินดีด้วยซ้ำ " หมอหญิงนี้ยังตอบแบบดูชิลล์ไปอีก

" ห๊ะ.... น่ายินดีที่ป่วยเนี่ยนะ ประสาทหรือเปล่าวะหมอ " นิสัยไอ้ปายเลย.... เจอส่ะแล้วหมอ

" ฮ่าๆ มันไม่ใช่อาการป่วยอะไรหรอกคร่า ใจเย็นๆนะ " หมอหัวเราะเบาๆ บอกไอ้ปายเชิงยืนยันว่าไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ แต่ไอ้ที่หมอยังไม่บอกนี่มันคืออะไรกันแน่

" อะไรวะ " ไอ้ปายว่าแค่นั้นแล้วไปนั่งลงที่เก้าอี้ รอกันอยู่สักครู่หมอหญิงอีกคนก็มาพร้อมกับพยาบาลคนเดิม

" ว่าไงหมอจี " หมอคนใหม่ที่มาถึงเอ่ยถาม

" มาดูนี่ค่ะ... " แล้วก็เรียกกันมาอัลตราซาวน์ดูท้องผมอีกรอบ สักแปปก็มองหน้ากันแบบงงๆยิ้มๆ

" ไม่เคยคิดเลยว่าจะมาเจอ มหัศจรรย์เคยได้ยินแต่เคสที่โรงพยาบาลอื่น " คุยกันไปยิ้มกันไปเออดีกูคนป่วยก็นอนงงเต้กอยู่เนี่ยะแหล่ะ

" เอาหล่ะเรามาดูกันที่จอนี่นะคะ เห็นเจ้าตัวน้อยๆที่นอนอยู่นี่ไหม " คุณหมอหญิงที่มาใหม่บอกพวกผมให้มองจอแล้วอธิบายต่อเลย ห้ะ...! เจ้าตัวน้อย อะไรยังไง ไอ้คนที่โวยวายเมื่อกี้ก็ลุกพรวดทันที...

" เห้ยยยย...ท้องงง มึงท้องงงงงง สัส โอ้ยกูจะเป็นลม " ไอ้ปายร้องออกมาเสียงดัง แล้วเอามือจับหน้าผากร่างเซเล็กน้อยจนพยาบาลต้องเขามาช่วยประคองให้นั่งที่เดิม ท้องหรอ ใครท้อง ผมหรอ เห้ยยยยยย ตัวผมรู้สึกร้อนผ่าวและหน้าชาไปหมด เม้มปากเข้าหากันแน่น

" ใช่ค่ะคุณกำลังท้องดูนี่สิ เขาสมบูณร์มากเลย นี่หัว... ลำตัว... เห็นหัวใจที่เต้นอยู่นี้ไหม... ส่วนนี่ก็แขน,มือ,นิ้ว ขา,เท้า,นิ้วเท้า ชัดหมดขนาดนี่น่าจะราวๆ 18 จะเข้า 19 สัปดาห์ " ผมมองที่จอตามที่หมอบอกอย่างอึ้งๆ ความคิดที่ว่าอะไรต่ออะไรทำไมมันจะมาเกิดขึ้นอยู่กับผมคนเดียววะ แต่สายตาก็ยังดูไปเรื่อยๆตามที่หมอบอกและทุกอย่างมันก็เห็นชัดเจนจนปฏิเสธไม่ได้เลย

" เห้ยๆ หมอๆ แล้วเพศอะไรรู้ไหม " ไอ้เชี่ยปายที่บอกจะเป็นลม ลุกขึ้นมาถามแบบตื่นๆ มึงนี่หลายอารมณ์จริงๆไม่ดูกูเลยแมร่ง สับสนไปหมดแล้วเนี่ย

" มาดูพร้อมกันนะคะ ไหนดูสิ....เห็นอวัยวะตรงนี้ไหมค่ะ เป็น.... " ถึงจะยังตื้อแต่ผมก็ยังมองดูตามที่หมอบอก

" อ๊ากกกก.... ได้ลูกชายด้วย ไอ้สัส โอ๊กกก.. อกอีแป้นจะแตก " เออดีมึงก็วี๊ดร้องแม่งอยู่นั่น คิดถึงหัวอกกูบ้างไหมเนี่ยอิห่านจิก

" เอาหล่ะหมอขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ คุณตั้งท้องได้ 18 สัปดาห์กว่า เคสของคุณถือว่าหาได้ยากแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี เพียงแค่ที่โรงพยาบาลเราถือว่าเจอเป็นเคสแรก หมออยากให้คุณคิดว่ามันคือสิ่งมหัศจรรย์เป็นพรอันพิเศษ อย่าเครียดเพราะจะส่งผลกระทบกับหนูน้อยในครรภ์ การตั้งท้องในผู้ชายมีเปอร์เซ็นเสี่ยงมากกว่าในผู้หญิง 20 % จึงต้องระวังให้มาก เดี๋ยวเก็บเลือดกับปัสสาวะแล้ว หมอบอกวิธีการดูแลครรภ์และให้ยาบำรุงไปกินนะคะ ยังไงหมออยากให้ฝากครรภ์วันนี้ที่นี่เลย จะได้จัดทีมดูแลอย่างใกล้ชิด " ในขณะที่พยาบาลทำการเช็ดทำความสะอาดที่หน้าท้องของผม คุณหมอก็แสดงความยินดีพร้อมกับอะไรอีกมากมายที่หัวผมแทบจะรับไม่ทัน

" เอาตามนั้นเลยครับ " ผมหันไปมองหน้าไอ้คนพูด อิปายมึงตัดสินใจแทนกูเสร็จสรรพ มึงควรให้เวลากูทำใจมั่ง

"...."

" มึงไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นหลานกู กูจะเป็นคนเลือกเอง " อิเชี่ยมึง อิทรพี อิพิษงู มึงไม่ท้องเองเลยหล่ะสัส อยากได้นักกูยกให้เลยเนี่ยะเอาไปใส่ท้องมึงได้เลย

" งั้นเชิญไปเจาะ เลือดเก็บปัสสาวะนะคะ จะได้ทำเรื่องฝากครรภ์ " หลังจากที่ทำความสะอาดเสร็จพยาบาลก็เชิญให้ลุกไปทำอย่างอื่นต่อ ผมก็ลุกขึ้นมานั่งอยู่บนเตียงก่อนเพราะรู้สึกหน้ามืด

" ผมอยากให้เรื่องนี้คนรู้น้อยที่สุด ยังไม่อย่กเปิดเผย " พอรู้สึกดีขึ้นผมก็พูดกับหมอหญิงทั้งสองคน

" ได้ค่ะ...ทางเราไม่มีนโยบายเปิดเผยข้อมูลผู้ป่วยอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงเราจะรู้กันแค่ในทีมแพทย์ที่จะดูแลคุณเท่านั้น " คุณชี้แจงและรับประกันตามที่ผมต้องการ เพราะผมยังไม่รู้ตัวเองจะเอายังไงต่อ ไม่รู้ว่าจะมีผลต่อสายตาคนภายนอกยังไง ยังไม่พร้อมที่จะให้ใครมารู้เรื่องนี้

และเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วไม่ว่าจะเป็นฟังคำแนะนำข้อปฏิบัติหรือฝากครรภ์ จากนั้นเราก็ออกจากโรงพยาบาล มาที่ห้างไม่ไกลกันนักเพื่อมาหาอะไรกินกัน นี่ก็สายมากแล้วยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยหิวมาก เราจะไปกินอาหารญี่ปุ่นกันไม่ได้กินนานแล้ว พอมาถึงร้านก็จัดแจงสั่งอาหารกัน

" มึงจะบอกที่บ้านมึงเลยไหมกูว่าควรนะ จากคราวที่แล้วเขาเป็นห่วงมึงมากแล้ว " ไอ้ปายพูดขึ้นเมื่ออาหารมาครบแล้ว

" อืม.. ก็จะบอกอยู่แต่ กูขอทำใจสักพัก "

" ทำใจเรื่องอะไร อย่าคิดบ้าๆอีกนะมึง ทีนี้กูจะไม่ให้อภัยมึงเลย"

" มึงจะให้กูทำยังไง ลองมาเป็นกูดูไหม ถ้ายกให้คนอื่นได้กูก็จะทำ "

" สัสนั่นลูกมึง มึงอย่าเลวกว่าหมาไอ้กร "

" กูไม่รู้ กูรับไม่ทันมึงเข้าใจป่ะ "

" เขาเกิดมาแล้วถึงมึงจะบอกว่าไม่รู้ ไม่พร้อม มึงก็ต้องดูแลเขา เขาคือก้อนเลือดที่ตอนนี้เป็นตัวแล้วของมึง "

" ขอเวลาให้กูได้คิดก่อน กูพึ่งเจอเรื่องร้ายๆมา "

" แต่เขาไม่ใช่เรื่องร้ายของมึงนะโว้ย หรือมึงจะคิดว่าลูกความสิ่งที่เลวร้ายของมึงกร "

" กินกันก่อนเถอะกูหิวแล้ว "

" มึงแมร่ง.... "

 

........................................................................................................... 

 

การสนทนาที่เป็นการสนทนาของสองคน แต่ยังมีชายหนุ่มเกือบที่เกือบจะเข้าวัยกลางคน ที่นั่งโต๊ะข้างๆหันหลังให้คนทั้งสองที่คุยกัน ทำเหมือนไม่รู้อะไรแต่ตั้งใจฟังทุกอย่าง แม้ว่าระยะห่างจะทำให้เสียงเบาเขาก็ยังได้ยินชัดเจน เขาคือคนที่ได้รับคำสั่งให้ตามดูหนึ่งในสองคนนี้อย่างใกล้ชิด คอยรายงานทุกอย่างตั้งแต่คนๆยังนอนอยู่ที่โรงพยาบาล โดยที่ไม่มีใครรู้ เมื่อการสนทนานั้นจบลงเขาก็ลุกออกมาจากร้านหาที่ยืนโทรศัพท์

" คุณหญิงครับ ผมมีข้อมูลบางอย่างจะบอก " เมื่อเจ้านายรับสายเขาก็รีบแจ้งเพราะต้องตามดูคนที่ยังอยู่ในร้าน

(( อืม มีอะไรว่ามาเลย))

" ผมคิดว่าคุณกร น่าจะท้องครับ "

(( ห้ะ...!!! ว่าไงนะ นี่ไม่ใช่พูดมั่วใช่ไหม))

" ไม่เลยครับ ผมได้ยินคุณก็คุยกับเพื่อน ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นตอนนี้ก็ยังอยู่ในร้านครับ "

((เรื่องนี้... หาข้อมูลแน่ชัดหรือยัง))

" ยังครับ ผมต้องคอยจับตาดูคุณกรมากกว่าเดิม คงต้องเป็นคุณหญิงแล้วหล่ะครับเป็นคนหา "

(( ทำไม..?))

" คุณกรน่าจะกำลังสับสนที่ตัวเองท้อง ดูเหมือนว่ายังรับไม่ได้ ดูเธอเหมือนยังไม่แน่ใจว่าจะเก็บลูกไว้หรือเปล่า "

(( จะบ้าหรือไง..! ไม่ได้นะ ชั้นจะไม่ยอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น ได้ชั้นจะหาข้อมูลเองส่วนเธอดูแลเขาอย่าให้คลาดสายตา เกิดอะไรขึ้นต้องรับบแกชั้นทันที))

" ได้ครับคุณหญิง " ติ๊ด.....

 

.......................................................................................................................... 

 

หลังจากเธอได้รับการรายข้อมูลจากคนที่เธอนั้นไว้ใจมากที่สุด เป็นคนที่เธอช่วยเหลือชุบเลี้ยงเสมือนเป็นน้องชายอีกคน ให้ความรักให้ทุกอย่างโดยไม่หวังอะไรตอบแทน แต่เด็กคนนั้นขอทำงานตอบแทนบุญคุณ เธอเองก็ไม่ขัดอะไรเพราะรู้ว่าเป็นงานที่เขาถนัด นั้นคือตามดูลูกๆทุกคนของเธออย่างเงียบๆไม่ให้ใครรู้ตัว และเขาทำมันออกมาได้ดีแถมมีเครือข่ายกว้างขวางที่สร้างขึ้นมาเอง นับเป็นคนเก่งที่ไม่ธรรมดาเลย จากนั้นเธอก็กดโทรหาน้องชายแท้ๆเพื่อให้หาข้อมูลที่รู้มาอย่างชัดเจนมากขึ้น

((ครับพี่หญิง))

" ภาคพี่มีอะไรให้เธอช่วยหน่อย "

((บอกมาได้เลยครับ ถ้าน้องจะทำให้ได้))

" เธอจำหนูกรได้ไหม "

((ได้ครับ มีอะไรหรือเปล่า))

" คมรายงานมาว่าเขาท้อง "

((จริงหรอครับพี่หญิง เขาเป็นผู้ชายนะ))

" แต่คมไม่เคยทำงานพลาดนะ "

((ผมก็พอจะเคยได้ยินได้รู้มาบ้าง ว่ามีเคสนี้ผู้ชายท้อง แต่โรงพยาบาลผมยังไม่เคยเจอ))

" เธอหาข้อมูลมาให้พี่แบบเร็วที่สุด เริ่มจากโรงพยาบาลเธอ เพราะเขามาประวัติการรับษาที่นั่น ขอด่วนๆนะภาค"

((ได้ครับพี่หญิง)) ติ๊ด////

 

 

______________________________________________________________________________________________________ 

 

 

มาแล้วจร้าอันนี้ของจริง ม่ะวานกดอับให้มันโชว์หน้าแรกก่อนไง 5555 ต้องขออภัย

เหมือนเดิมนะยังไม่ได้ตรวจแก้ไขอะไร สดๆร้อนๆ อย่าลืมกดไลค์ คอมเม้น ติดชม เป็นกำลังใจด้วย

ปล. เรื่องราวนี้จะออกมาในแบบไรท์เองนะ ผู้อ่านจะถูกใจหรือไม่ก็พิจารณาเอาเด้อ แล้วเจอกันอีกหลายตอน.......

ความคิดเห็น