ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

‘ดูดวง’ไหมครับแถมรักให้ด้วย➶☯(ธนู x มีน) - บทที่ 5 【END】[RE]

ชื่อตอน : ‘ดูดวง’ไหมครับแถมรักให้ด้วย➶☯(ธนู x มีน) - บทที่ 5 【END】[RE]

คำค้น : ❥ทำนายทายรัก✡THE SERIES : ‘ดูดวง’ไหมครับแถมรักให้ด้วย➶☯ (ธนู x มีน)

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.ค. 2559 17:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
‘ดูดวง’ไหมครับแถมรักให้ด้วย➶☯(ธนู x มีน) - บทที่ 5 【END】[RE]
แบบอักษร

 

ทำนายทายรักTHE SERIES ดูดวงไหมครับแถมรักให้ด้วย(ธนู มีน)

 

 

ความรักมันมีจริงนะ ผมจะบอกคุณให้

 

โจ๊กเกอร์.. หน้าขาว ปากแดง สีเดียวกับจมูกปลอมกลมโตอันใหญ่ มันคือสัญญาลักษณ์หลักๆของตัวตลก ร่างบางมองเหม่อหน้าจอคอมที่กำลังเล่นหนังเรื่องเก่าที่เขาดูซ้ำๆจนแทบจะท่องบทได้

 

ไอ้สิ่งที่เราเรียกมันว่ารักนะ มันก็คืออัตราแลกเปลี่ยนอีกสกุลหนึ่งเท่านั้นเอง

 

ก็เคยสงสัย.. ว่าทำไมพระเอกถึงได้พูดอะไรไม่เข้าหูแบบนี้

 

ความรักคือการให้งั้นเหรอ? คุณคิดว่าคุณจะสามารถให้คนที่เห็นแก่ตัวได้ตลอดชีวิตอย่างนั้นเหรอ? คุณจะสามารถรัก รัก รักเขา โดยที่คุณไม่หวังอะไรกลับคืนมาเหรอ

 

ก็เคยคัดค้าน.. ว่าความรักมันไม่ใช่อัตราการแลกเปลี่ยน แต่มันคือการให้

 

 “สุดท้ายนะความรักของคุณมันก็ต้องลดลง.. แล้วอย่างนี้ ถ้าคุณไม่เรียกมันว่าอัตราการแลกเปลี่ยนแล้วคุณจะเรียกมันว่าอะไร

 

ก็เคยไม่ชอบ.. ไม่ชอบคำพูดทั้งหมดของพระเอก แต่กลับชอบคำพูดของนางเอกที่บอกว่า แปลกนะ ที่เราสามารถรักคนๆหนึ่งที่เห็นแก่ตัวได้มากมายขนาดนี้  จะผิดไหมถ้าเขาเริ่มเชื่อพระเอกขึ้นมาบ้างแล้ว..

ความรักมันคือการให้งั้นเหรอ? ให้ความรัก ให้ความจริงใจ ให้สิ่งดีๆแก่กัน แต่ทำไมเวลาที่เราให้อะไรกับใครไปแล้ว ลึกๆในใจของเรากลับรู้สึกว่าอยากจะได้บางอย่างตอบแทนเช่นกัน

มันน่าละอายปากจริงๆ เป็นคนพูดเองแท้ๆ สุดท้ายเขาก็หวังว่าจะได้ความรักนั่นคืนเหมือนที่เขาให้ไป.. เขาเอ่ยคำพูดพวกนั้นไว้อย่างสวยหรู เคยเชื่ออย่างสุดหัวใจ แต่พอรู้ว่าทุกอย่างเป็นแค่ภาพลวงตา ใจก็เจ็บปวดทรมานจนแทบบ้า สิ่งเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ได้เป็นอย่างดี..ว่าเขามันแค่คนที่กินอุดมการณ์เพ้อฝัน

เหม่อคิดถึงใครอยู่เหรอน้องพาสสสสส

โจ้เดินเข้าไปตบแผ่นหลังเล็กอย่างแรง หลังจากที่นั่งดูหนังซ้ำซ้ำมาอยู่หอ พาสต้าก็รู้สึกว่าควรจะหาอะไรทำเพื่อระงับความฟุ่งซ่านก็เลยระหงระเหินมาชมรมอย่างที่เห็น แต่ดูท่าคนเยอะคนน้อยก็ไม่ต่างกัน ในเมื่อรุ่นพี่เพิ่งทักว่าเขาเอาแต่นั่งเหม่ออีกแล้ว

คิดถึงพี่ไงฮ่าๆ

พี่มีเมียละ เสียใจด้วยว่ะ ฮ่าๆ คนพูดหัวเราะดังลั่น ยามนึกถึงแฟนสาว

จริงสิ วันก่อนเพิ่งไปบ้านย่าหม่อน ว่าจะเอาตังค์ที่คนอื่นเขาบริจาคผ่านชมรมเราไปให้ แล้วทายสิฉันเจอใคร?

พ่อนายเหรอ

อ่าว.. หนูคริสมาส นี่เล่นพ่อพี่เลยเหรอ

โจ้ทำเสียงสูง เดินไปดึงแก้มใสๆของพี่คริสอย่างแรงก่อนจะโดนคริสมาสเอาแปรงทาสีเคาะหัวตอบโต้

โห ทำร้ายร่างกายด้วย เดี๋ยวปั๊ด สั่งให้ไอ้ตรินจับปล้ำซะเลย

พอๆ จะแกล้งไอ้คริสทำไมวะ จะพูดก็พูดลีลาว่ะ

โห.. ทายก่อนตรินส่ายหัวระอาไปพรางจดแผนโครงการไปพราง

ไอ้โจ้..

เออๆไม่ต้องมาทำเสียงดุ จะบอกละเนี่ย ก็เจอคุณอัลเบิร์ต ไอสไตน์นั่นไง!

คนที่บริจาคเงินให้บ้านย่าหม่อนเยอะๆนะเหรอ

ถูกต้องนะคร้าบ

สรุปคือใคร ไม่เห็นต้องตื่นเต้นถึงขนาดเอามาเล่าให้ฟัง

เอ้า ก็มันเป็นคนที่เรารู้จักไงละ

ใครวะ?”

พี่ภาคิน.. พี่รหัสไอ้คริสไง ตื่นเต้นพอจะเล่าหรือยัง หึๆ

“...”

ภาคิน.. ชื่อนั้นกระตุ้นประสาทคนฟังเป็นอย่างดี พาสต้าเผลอเม้มปาก พยายามปิดการรับรู้ข่าวสารของโจ้

แล้วพี่คินใช้ชื่อนักวิทยาศาสตร์นี่ทำไมวะ

แล้วจะรู้ไหมคร้าบ อยากรู้ก็ถามพี่คินเองสิ

 

ก๊อกๆ

            เสียงเคาะประตูบ่งบอกว่าไม่ใช่คนในชมรมแน่ๆ ตรินจึงขมวดคิ้วสงสัย ก่อนจะตะโกนบอกว่าไม่ได้ล็อกให้เข้ามาเลย

            “ไปหาที่ชมรมแล้วไม่เจอน่ะ น้องเป้เลยให้มาที่นี้

            นัท.. ทันทีที่เห็นว่าผู้มาเยือนเป็นใครพาสต้าก็แทบอยากเบือนหน้าหนีมองทางอื่น

            “พาสต้า พี่ขอคุยด้วยหน่อยสิ

“...”

มีอะไรก็คุยกันให้รู้เรื่อง

ไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่น่าอึดอัดนี้ คริสมาสจึงเอ่ยปากบอก ร่างบางจำใจเดินออกไปคุยข้างนอก รุ่นพี่ไม่พูดอะไร แต่ก้มหน้าควานหาของในกระเป๋าแล้วส่งมันให้พาสต้า

กุญแจ..

อะไรครับ

กุญแจห้องนอนไอ้คิน

“เพื่ออะไร?”

ภาคินเป็นคนหวงห้องนอนมาก ตั้งแต่วันที่เขาไปเจอกล่องแปลกๆภาคินก็ล็อกห้องไว้ตลอดเวลา

นายยังเก็บคีย์การ์ดคอนโดไอ้คินไว้ใช่ไหม ว่างๆก็ลองกลับเข้าไปแล้วไขห้องมันดู

“...” ไม่เอาหรอก ถ้าเขาเจอภาคินขึ้นมาจะทำยังไง ยอมรับว่ายังใจไม่แข็งพอ

ตอนนี้ได้คินอยู่ภูเก็ตนัทพูดขัดเหมือนรู้ว่าอีกคนำกำลังคิดอะไรอยู่

ถึงยังไงผมไม่จำเป็นต้องทำเรื่องแบบนั้น

จำเป็น เพราะนายกำลังเข้าใจผิด

นัทถอนหายใจ เหลือบมองใบหน้าซีดเขาที่ดูจะซีดยิ่งกว่าครั้งสุดท้ายที่เขาเห็นเสียอีก

 “เรื่องพนันเป็นความผิดของฉันกับไอ้เจล้วนๆไม่เกี่ยวอะไรกับคิน ฉันรู้จักเพื่อนสมัยมัธยมของนายที่ชื่อน้ำฟ้า เขาบอกว่านายไม่มีใครเอา ทั้งแฟน ทั้งเพื่อน เพราะหมกหมุ่นแต่เรื่องดูดวงจนใครๆก็คิดว่า..เป็นบ้า” คนพูดเอ่ยประโยคหลังเสียงแผ่วอย่างเกรงว่าร่างบางจะเสียความรู้สึก

“ที่ฟ้ายอมเป็นเพื่อนด้วยเพราะสงสาร ถือว่าเป็นการทำบุญทำทาน

“...” น้ำฟ้า... พูดแบบนั้นจริงๆเหรอ?

ตอนนั้น ฉัน ไอ้คินแล้วก็เจ เจอนายกำลังนั่งกินข้าวกับเป้ ฉันเลยปากหมายุให้ไอ้คินจีบนายเพื่อที่จะได้พนันกับไอ้เจ ตอนนั้นคินมันไม่ได้ตอบตกลงด้วยซ้ำ แต่พอเห็นหน้านายจู่ๆมันพูดว่ามันจะจีบนายแล้วพวกเราก็ถือโอกาสนั้นมาพนันกันเอง”

เขาควรเชื่องั้นเหรอ? อันไหนความจริง อันไหนคือเรื่องโกหก พาสต้าไม่อยากจะเชื่ออะไรอีกแล้ว

“ตอนนั้นฉันก็นึกว่ามันไม่จริงจัง แต่เพิ่งมารู้ทีหลังว่ามันรักนายจริงๆ ถ้าถามว่ารู้ได้ไง นายก็ลองเอากุญแจดอกนี้ไปเปิดห้องไอ้คินดู แล้วนายจะเข้าใจว่าทำไมคินต้องหลอกเรื่องชมรมแล้วก็เรื่องอื่นๆกับนาย

 

นัทยื่นกุญแจไปให้อีกครั้ง ร่างบางมองมันสักพัก ก่อนจะเอื้อมมือไปรับมันมา

 

ฉันไม่ได้บอกว่าการที่มันหลอกนายเป็นเรื่องถูกต้อง แต่มันก็ไม่ได้ผิดหรือเลวไปซะหมด ส่วนเรื่องพนัน..ฉันขอโทษ แค่เห็นสิ่งที่นายเป็นในตอนนี้ ฉันก็รู้แล้วละว่าสิ่งที่ฉันทำมันทำร้ายความรู้สึกคนอื่นแค่ไหน

 

ไม่เป็นไรครับ

 

ถามว่าโกรธไหม ก็โกรธแต่ที่ยอมให้อภัยง่ายเพราะไม่มีใครที่ไม่เคยทำผิด แม้แต่ตัวเขาเองก็ตาม ร่างบางรู้สึกเหนื่อยและล้าเกินกว่ามานั่งอาฆาตใคร.. ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะโดนหลอกอีกหรือเปล่าแต่เขากลับพาตัวเองมามายืนที่หน้าห้องที่คินอีกครั้ง 

แอ๊ด..

            ประตูห้องถูกเปิดออก.. พาสต้ากลับมาคอนอยีที่คอนโดนี้อีกครั้ง ทุกอย่างยังเหมือนเดิม มันก็แน่ละ.. ตั้งแต่วันเกิดเรื่องจนถึงตอนนี้แม้ความรู้สึกจะดูยาวนานแต่จริงๆมันก็เพิ่งผ่านมาได้แค่หนึ่งอาทิตย์เอง ตอนแรกก็แปลกใจว่าทำไมไม่เห็นภาคิน ที่แท้ก็ไปภูเก็ตนี่เอง

 

ห้องนอนภาคิน..

         สองพาเดินมาหยุดที่หน้าห้อง กั้นหายใจแล้วไขกุญแจ ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องใจเต้นตุ๊มๆต่อมๆด้วยความเกร็ง มือเล็กคว้านหาสวิซต์ เปิดไฟให้สว่าง ภาคินเป็นคนที่ไม่ค่อยโยกย้ายข้าวของ อะไรวางอยู่ตรงไหนก็ยังอยู่แบบนั้น พาสต้าตรงดิ่งไปเปิดเกะใต้เตียงทันทีเพราะนัทให้กุญแจเขามาแค่สองดอก ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าอีกดอกเอาไว้เปิดอะไร

 

            กล่องใบนี้มีความคิดถึง

 

            ลายมือไก่เขี่ยที่เคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่งปรากฏอยู่ในสายตาอีกครั้ง ร่างบางเปิดฝากล่อง.. เปลือกลูกอม? ดินสอ? ไม้ไอติม? ของที่อยู่ข้างในทำให้ความทรงจำเก่าๆไหลย้อนกลับมาทันที

            โอ้ๆ ไม่ร้องนะ เพี้ยงหาย

            “ฮื่อๆ ฮึกมันจะหายได้ไงยังเป็นแผลอยู่เลย

            เด็กชายตัวน้อยร้องไห้งอแง้เมื่อเขาหกล้มจากการหัดปั่นจักรยานครั้งแรก

            “ลูกผู้ชายต้องไม่ร้องไห้นะ

            เด็กชายที่โตกว่าไม่กี่ปีพูดปลอบพรางเป่าแผลที่หัวเข่าให้น้องชายข้างบ้าน

            “ถ้าไม่ร้องไห้จะเก่งเหมือนอัลเบิร์ต ไอสไตน์”

            “แล้ว ฮึก อัลเบิร์ต ไอสไตน์คือใคร

            น้ำตาใสถูกมือเล็กๆของอีกคนเช็ดให้ เด็กชายมองดูสีหน้าสงสัยของคนที่อายุอ่อนกว่าแล้วอดขำไม่ได้

            “อัลเบิร์ต ไอสไตน์คือนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งที่สุดในโลก

เขาอธิบาย ก็อปปี้คำพูดของพ่อที่บอกกับเขาในงานวิทยาศาสตร์เมื่อสามวันก่อนมาเป๊ะๆ

เก่งยังไง

เขาเป็นคนที่ค้นพบแรงดึงดูดของโลก

แล้วแรงดึงดูดของโลกคืออะไรเหรอ

เด็กน้อยชะงักไม่ชั่วครู่ ไม่รู้จะตอบให้ตาใสแป๋วนั้นหายสงสัยยังไงเพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจ

ไม่รู้สิ พ่อเราบอกว่าถ้าโตขึ้นก็จะได้เรียนเอง

เขาคือคนที่เก่งที่สุดในโลกเหรอ

อืม ถ้าพาสต้าไม่ร้องไห้พาสต้าก็จะเก่งที่สุดในโลกเหมือนอัลเบิร์ต ไอสไตน์

เก่งที่สุดจะมีสองคนได้ไง กิฟสอบได้ที่หนึ่ง กิฟบอกว่ากิฟเก่งที่สุดและก็มีแค่คนเดียว

เด็กชายค้าน หรี่ตามองหน้าพี่ชายข้างบ้านจับผิด

แต่ห้องเรามีคนสอบได้ที่หนึ่งสองคนนะ เพราะงั้นก็มีเก่งที่สุดสองคนไง

 

ภาพถ่ายของเด็กน้อยทั้งสองทำให้พาสต้าตะลึงค้างไปหลายวินาที.. ก็จะไม่ให้อึ้งได้ไงละเพราะคนในภาพนี้มันคือ..ภาคินกับเขาชัดๆ! ตอนนั้นพาสต้าเพิ่งห้าขวบ ส่วนภาคินก็เจ็ดขวบ พอภาคินย้ายบ้านไปเขาก็ลืมเลือนพี่ชายข้างบ้านไปสนิท

 

แต่งานกันนะ!” เสียงเล็กๆตะโกนดังลั่นสนามเด็กเล่นจนเด็กคนอื่นๆพากันหันมามอง

แต่งงานคืออะไรเหรอเด็กชายตัวน้องเอียงคอมองพี่ชายข้างบ้านที่ยืนทำหน้าขริงจังอย่างสงสัย

แม่เราบอกว่าการแต่งงานคือการที่คนสองคนจะอยู่ด้วยกันตลอดไป

แม่ครับ ภาคินเป็นพวกวิปริตเหมือนคุณน้าข้างบ้านที่แม่บอกใช่ไหมครับ ผู้ชายกับผู้ชายจะแต่งงานกันได้ไง

เสียงเด็กที่นั่งขุดดินอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลหันแม่ของตนเสียงดัง พร้อมกับชี้นิ้วไปยังคนที่ตนเอ่ยถึง

อย่าพูดแบบนี้สิลูก เธอห้ามปราบ ยิ้มแหยๆเมื่อเห็นผู้ปกครองที่มาเฝ้าบุตรหลายคนอื่นๆพากันหันมามองตน

จริงเหรอ ภาคินเป็นพวกวิปริตจริงเหรอ ได้ยินแบบนั้น เด็กคนอื่นๆจึงเริ่มพากันถามขึ้นอย่างสงสัย

เป็นยังไง ไหนๆเราขอดูหน่อย

นี่ไงพวกวิปริต

ภาคินขอพาสต้าแต่งงานแหละ ผู้ชายที่แต่งงานกันเป็นพวกผิดเพศนะ เราเคยเห็นในทีวี อี๋

เด็กน้อยหันมองพี่ชายอย่างไม่เข้าใจสลับกับมองคนอื่นเลิ่กลั่ก นิ้วที่พากันชี้มาที่พวกเขาเป็นจุดๆเดียวทำให้พาสต้ารู้สึกว่าตัวเองเป็นพวกแปลกประหลาดจนน้ำตาใสคลอขึ้นมา

พาสต้าจะไปไหน

เด็กน้อยตะโกนเรียกคนที่วิ่งหนีออกไป ก่อนจะหันกลับมากำทรายที่อยู่บนพื้นปาใส่หน้าเด็กที่ว่าพวกเขาแล้ววิ่งตามพาสต้าไป

ออกไปไกลๆเลย!

พาสต้าไม่อยากแต่งงานกับภาคินเหรอ

ก็พวกนั้นบอกว่าผู้ชายที่แต่งงานกันเป็นพวกวิปริต

แต่ว่าถ้าแต่งงานแล้วเราได้อยู่ด้วยกันตลอดไปนะ พาสต้าไม่อยากอยู่กับภาคินเหรอ

            “อยาก ตะ.. แต่ทำไมต้องพูดต่อหน้าคนอื่นด้วย

            ก็ช่างคนอื่นสิ

            “ไม่เอา! ฮื่อๆ พาสเกลียดคิน คินทำให้คนอื่นมองพาสเป็นตัวประหลาด

            พาสเกลียดคินงั้นเหรอ...

           นี่เขาพูดแบบนั้นออกไปได้ไง อยากจะตบปากตัวเองจริงๆ..  นึกแล้วก็อับอายขายขี้หน้า ทำไมสมัยเด็กๆเขาถึงได้แคร์คำพูดคนอื่นนักล่ะ? ยิ่งดูของที่ภาคินเก็บไว้แต่ละอย่างเขาก็ยิ่งจำเรื่องราวต่างๆขึ้นมาได้ชัดขึ้น แล้วไอ้เจ้าของลายมือไก่เขี่ยที่พาสต้าถามว่าใช้มือเขียนหรือเท้าเขียนมันก็คือลายมือสมัยเด็กของเขาเอง!

 

นายไม่อยากให้ฉันเรียกนายว่าน้องหรอก เชื่อสิ

 

            เข้าใจแล้วว่าทำไมภาคินไม่เคยเรียก้ขาว่าน้องสักที คงเพราะตอนเด็กๆเขาเคยบอกไว้ว่าอยากเป็นเพื่อนห้ามเรียกว่าน้องเด็ดขาด ทำไมตอนเด็กๆเขาถึงปีนเกรียวขนาดนี้นะ? เป็นเด็กที่มารยาทดีมาก

 

  

            “ทำอะไรของนาย

ตุ้บ!

 

            อีกครั้งที่ตกใจจนเผลอโยนกล่อง ภาคินมองคนที่แอบเข้าห้องเขามาอึ้งๆ เพราะเพื่อนโทรมาบอกว่ามีโปรเจคด้วย เขาเลยรีบกลับมา

            “พะ.. พี่คินไม่ได้อยู่ภูเก็ตเหรอ

กลับมาแล้ว งานเสร็จเร็วพี่คินตอบพรางวางของในมือที่พะรุ้งพะรังไว้ที่พื้น

เอ่อ เหรอแล้วนั้นอะไรเหรอ

ชวนคุยอย่างคนทำอะไรไม่ถูก ร่างสูงมองหน้าอีกฝ่ายแปลกใจ แต่ก็ยอมตอบคำถามนั้นดีๆ

ของฝากนะ พ่อให้เอามาฝากเพื่อน

เอ่อ แล้วคุณลุงสบายดีไหม

“...”

สบายดี นายจำได้แล้วสินะ

อื้อ

พยักหน้าแล้วเก็บกล่องที่มีข้าวของสมัยเด็กของเขากับภาคินตกเต็มพื้น ร่างสูงเข้ามาช่วยด้วยอีกแรงเสร็จแล้วเอากล่องไว้ที่เก่าแต่ไม่ล็อกกุญแจอีกต่อไป

พี่ชอบผมเหรอ?

“เฮ้อ..”

พอได้ยินเสียงถอนหายใจดังๆก็ทำเอาสะดุ้ง ภาคินมองร่างบางอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ยกมือยีเส้นผมสีดำอย่างที่ชอบทำเป็นประจำ แอบขำทุกครั้งที่เห็นมันยุ่งขึ้น และอยากจับผมที่ปิดหน้าปิดตาตัดออกให้เขาได้เห็นชัดๆ

พูดไปไม่รู้ตั้งกี่รอบแล้ว ตั้งแต่เด็กยันโต

แล้วทำไมครั้งนี้พี่ไม่บอกผมตรงๆล่ะ

เคยบอกตรงๆแล้วโดนนายเกลียดไง

ฮึก! สะอึก.. แต่แก้ตัวอะไรไม่ได้ ก็ตอนนั้นเขายังเด็กนี่นา

พี่อยากทำอะไรโผงผางทำไมล่ะ จู่ๆก็ตะโกนขอผมแต่งงานซะงั้น

คิดๆดูแล้วเขาเป็นโฮโมตั้งแต่เด็กเลยเหรอ? แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เห็นจะรู้สึกชอบเพศเดียวกัน ยกเว้นก็แต่ภาคินนี่แหละ

ก็มันคิดออกตอนนั้นนี่

คิดแล้วพูดเลยเหรอ.. ทำอะไรโผงผางชะมัด

ตอนนั้นฉันเป็นแค่เด็กเจ็ดขวบเองนะ

ผมก็เป็นแค่เด็กห้าขวบเหมือนกัน

“...”

สรุปเด็กทั้งคู่เพราะงั้นช่างมันเหอะ

สรุป.. ที่พี่หลอกผม วางแผนซะมากมายนี่คือไม่อยากบอกตรงๆเพราะกลัวผมจะเกลียดพี่เหมือนสมัยเด็กๆ?

“ก็มีแต่เรื่องแต่นายนี่แหละ นี่ฉันต้องใช้สมองคิดวุ่นวาย ทั้งที่อยากบอกไปตรงๆใจจะขาด

ผมขอโทษ

เวลาทำผิดแล้วชอบขอโทษเสียงอ่อย แบบนี้จะไม่ให้ภาคินใจอ่อนได้ไงล่ะ..เฮ้อ

ฉันก็ขอโทษ ที่วางแผนหลอกนาย

แต่ยังมีอีกเรื่องที่ไม่เคลียร์ว่ะพี่

อะไร

ตอนที่ไปดูหนังกัน แล้วผมบอกว่าความรักคือการให้ เราสามารถรอความรักของคนๆได้ไม่ว่าจะนานแค่ไหน แต่พี่กลับบอกว่าความรักแบบนั้นมันไม่มีจริงหรอก นี่พี่พูดแบบนั้นทั้งที่พี่ก็เป็นเองเนี่ยนะ

อืม แล้วเนียนดีไหมละ?

แสบชะมัด!ปล่อยให้เถียงแทบตาย มิน่าละถึงได้ขำตอนที่เขาโมโหใส่

แต่งานกันไหม

เฮ้ย!!

พาสต้าร้องเสียงหลง รู้สึกว่าเลือดมันสูบฉีด ใบหน้าซีดขาวแดงเหมือนมีคนมาแอบปัดบลัชออนให้

“มันต้องขอเป็นแฟนก่อนสิ พี่ข้ามขั้นไปปะ

เสียเวลา

“อย่างน้อยก็ขอเวลาคิด”

“ให้เวลาเกือบสิบปีนี้ยังไม่พออีกเหรอ?” ก็นั้นมันเรื่องสมัยเด็กไหมละครับคุณ!?

 “ผมไม่ได้เกลียดพี่ แต่ชอบพี่ แบบนี้โอเคหรือยัง

ยัง มันต้องมีอีก

ก็ได้..” แต่ก่อนก็ชอบตามใจเขาอยู่แล้ว แล้วทำไมตอนนี้ถึงเอาแต่ใจแทนล่ะ!?

“ตกลงผมจะแต่งงานกับพี่

ก็แค่นี้

แต่อีกเจ็ดปี

นานไป แล้วทำไมต้องเจ็ดปีด้วย

ไม่นานหรอก ก็พี่ย้ายบ้านหนีผมไปโดยไม่บอกตอนอายุเจ็ดขวบนี่

ที่บอกว่าอาฆาตแล้วเหนื่อย แต่แค้นคงไม่เหนื่อยละมั้ง! เพราะตอนนี้พาสต้ากำลังแค้นฝั่งหุ่นเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าเขาร้องไห้ไปสามวันเจ็ดวันจนไข้ขึ้น

มันกะทันหัน

เรื่องของพี่

ก็ได้ ถ้างั้นตอนนี้เราก็เป็นแฟนกันแล้วใช่ไหม

ไม่มั้ง

ปากดีเดี๋ยวก็จูบซะเข็ด!

คนพูดไม่พูดเปล่า แต่ยังยื่นหน้าเข้ามาจูบจริงๆ.. ริมฝีปากที่เคยซีดแดงเห่อ เป็นครั้งแรกที่มันไม่แดงเพราะเขาชอบเม้มปาดแรงๆแต่เป็นเพราะใครมากบางมาช่วยเติมสีให้.. ภาคิณ สถาปัตย์ปีสี่

 

 

ผมเคยบอกพวกคุณใช่ไหม ว่าคำนิยามความรักของผมมันน้ำเน่า..

 

เพราะผมเชื่อว่าความรักคือการให้

 

เราสามารถให้.. วันเวลาอันมีค่าของเรากับคนๆหนึ่งได้ ไม่ว่ามันจะยาวนานแค่ไหน

            เราสามารถให้.. ทุกสิ่งทุกอย่างกับคนที่เขาไม่เคยให้ความรักกลับคืนมาได้

            เราสามารถให้.. น้ำตาและความเสียใจกับตัวเอง เพียงเพราะเรารักเขาแม้ว่าเขาจะรักคนอื่น

 

แต่ผมมาคิดๆดูอีกที.. ความรักมันไม่ใช่การให้หรอกครับ.. แต่ความรักมันคือการแบ่งปัน

 

แบ่งปันความรัก

แบ่งปันความหวังดี

แบ่งปันความสุข

แบ่งปันความเศร้า

 

 

 

แล้วคุณละ..คิดว่าความรักคืออะไร?

 

 

 

 

 

__________________________________________

 

SaTa'Clause : 

ปล.1  ในที่สุดก็จบแล้ววว เรื่องนี้ใส๊ใส ใสกริ๊งเลย

ปล.2 ขอขอบคุณเพลง รักแท้..ยังไง ของน้ำชาที่มาเป็นส่วนประกอบเพลงนี้ค่ะและขอบคุณคำคมหนังเด็ดๆที่เป็นใจให้

         แต่งฟิคเรื่องนี้ออกมา เป็นฟิคที่ใสที่สุดเท่าที่คิดเคยจะเขียน ไม่ค่อยถนัดเท่าไรไม่รู้คนอ่านจะชอบกันไหม

ปล.3 Creditรูป..อืม ซานไม่รู้จะเอาจากไหนมาแปะเพราะเซฟรูปไว้นานแล้ว ถ้าเจ้าของรูปมาเจอเม้นทิ้งเครดิตไว้ได้นะคะ

ปล.4  เรื่องต่อไป ‘เสียง’ เต้นรำในคืนเดือนมืด น้องแอลออกโรง(จำไม่ได้ย้อนกลับไปอ่าน)

         ขอเสียงราศีกันย์กับกุมภ์หน่อยยยยย.. จะกริบไหม-*- 

ปล.5 ·อย่าลืมติดตามเรื่องต่อไปด้วน้าเอามาลงที่นี้เหมือนเดิมถ้าชอบอย่าลืมกดให้คะแนนกดเม้น

          ขอบคุณคนอ่านที่ติดตามเป็นกำลังใจ แม้ว่ามันจะไม่เยอะก็ตาม

 

 

 

ความคิดเห็น