ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Ep.15.

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ธ.ค. 2562 17:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep.15.
แบบอักษร

 

 

History 

ณ คฤหาสน์วงศ์วิเศษพันธ์ 

หลังจากที่ดิฉันทานข้าวเช้าเสร็จ ก็ตรวจความเรียบร้องภายในบ้านตามปกติ แล้วก็ออกมาดูสวนรอบบริเวรบ้านว่าคนดูแลลงดอกไม้ใหม่ที่สั่งให้เอามาเปลี่ยนหรือยัง วันนี้ไม่มีแพลนที่จะออกไปไหน เพราะเมื่อวานก็ออกไปดูเครื่องเพรชรร้านคุณหญิงรัตน์ดากับเพื่อนๆในกลุ่มสังคมแม่บ้านธุรกิจ ส่วนสามีก็มีนัดกอล์ฟกับเพื่อนทานข้าวแล้วก็ออกไปเลย ดีที่มาตาโอมกลับมาไม่งั้นคงมีแต่หญิงแก่ๆ อย่างดิฉันเฝ้าบ้านคนเดียว มีลูกชายสี่คนแตะละคนก็ไม่ค่อยจะกลับมาหรอกตั้งแต่โตเป็นหนุ่มกันก็แยกย้ายออกไปอยู่คอนโดกันหมด นานๆจะโผล่หน้ากันมา ดิฉันถึงอยากจะมีหลานไว้อุ้มบ้าง 

11:17 น. 

" คุณหญิงคะมีคนโทรมาค่ะ ต้องการเรียนสายกับคุณหญิงด่วนเลยค่ะ " ใครกันนะ.. 

" ลุงชอบ อย่าลืมให้คนเปลี่ยนหญ้าตรงนี้ใหม่นะ "  

" ได้ครับคุณหญิง " 

" ไปก้าน " มีเรื่องอะไรหรือเปล่านะ ถึงบอกว่าด่วนแบบนี้  

ภายในบ้าน  

" ฮัลโหล " 

((คุณหญิงครับ เมื่อสักครู่คุณอาร์มเรียกใช้ฮอ.ด่วนครับ ปลายทางไปที่โรงพยาบาล CECT ยังไม่แน่ชัดว่าใครเป็นอะไร แต่ผมแจ้งให้คุณหญิงทราบก่อน แล้วเดี๋ยวจะรีบตามเรื่องให้ครับ)) เสียงของคม หัวหน้าบอดี้การ์ดฝีมือดีของเธอ ที่สั่งให้ติดตามเรื่องของลูกชายทุกคน รายงานเรื่องที่รู้มา 

" อะไรนะ..! เกิดอะไรขึ้น ชั้นต้องการรู้ให้เร็วที่สุด " 

((ครับคุณหญิง))  

" แล้วหนูปริมอยู่กับตาอาร์มรึเปล่า ไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหม..? " 

((อยู่ครับ ไม่ได้เป็นอะไรคุณหญิงสบายได้ แต่ไปที่โรงพยาบาลด้วย)) 

" อืมก็ดีแล้ว ไปจัดการต่อเถอะ " 

((ครับ))" แล้วสายก็ตัดไป  

ความร้อนใจทำให้ต้องรีบโทรหาลูกชายคนโตของเธอทันที 

ตู๊ดดด ตู๊ดดด ตู๊ดดด 

((ครับม๊า)) 

" นี่เกิดเรื่องอะไรขึ้น ใครเป็นอะไรบอกม๊ามาเดี๋ยวนี้นะ เห็นชั้นเป็นหัวหลักหัวตอกันรึไง "  

เสียงโวยวายลั่นของหญิงผู้ทรงอำนาจของตระกูล เด็กรับใช้ที่ยืนอยู่ใกล้ถึงกลับก้มหน้านิ่ง เวลานายหญิงใหญ่ของคฤหาสน์เกรี้ยวกราดมันคาดเดายากว่าจะเกิดอะไรขึ้น 

((โถ่ม๊าผมพึ่งมาถึง ก็ว่าจะบอกม๊าอยู่แล้ว ไม่โมโหน๊าคนสวยของผม)) แม้แต่ลูกชายเธอเองยังไม่อยากให้นายหญิงผู้นี้โกรธ 

" แล้วจะบอกม๊าได้หรือยัง " 

(( มันพูดยากครับม๊า คือเรื่องเป็นแบบนี้.......)) คนเป็นลูกเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ผู้เป็นแม่ฟัง มือของเธอกำโทรศัพท์แน่นเมื่อเล่ามาถึงสาเหตุที่ทำให้ต้องเข้าโรงพยาบาล 

" อืม เดี๋ยวม๊าจะเข้าไป แล้วเราพาคนท้องไปตะลอนๆแบบนั้นใช้ได้รึไง " 

((โหม๊า...สายม๊านี่แน่นอนจริงๆ)) ทุกการเคลื่อนไหวของลูกๆทุกคนไม่เคยรอดพ้นสายตาเธอได้เลย อยู่ที่เธอจะจัดการอย่างไร จะพูดออกมาหรือไมเท่านั้น 

" ยังจะมาพูดเล่นอีก รีบพานี้ปรินกลับไปพักเดี๋ยวนี้ " เรื่องลูกสะไภ้คนนี้เธอเองก็เป็นคนจัดการ เพราะลูกชายที่ไม่ได้เรื่องจึงต้องเป็นเธอเองที่ขอโอกาสให้พิสูจน์ตัวเอง จะปล่อยไปได้ไงกำลังตั้งท้องเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูล 

((คร้าบบคุณม๊า ห่วงจริงนะลูกสะไภ้ ไม่ห่วงบ้างผมหรอ)) 

" ไม่ห่วงหรอ แค่บ้างยังหาทางกลับกันไม่ถูกเลย " 

((ใจร้ายจังม๊า งั้นเดี๋ยวผมพาเมียกับลูกไปหาอะไรกินก่อนแล้วจะกลับครับ)) 

" อืม.. ดูแลกันดีๆหล่ะ " 

((คร้าบ รักม๊านะ จุ๊บๆ)) ติ๊ด/// 

ถึงแม้ตระกูลเราเป็นนักธุรกิจใหญ่ที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น มีอานาจเงินทอง อำนาจธุรกิจและอำนาจเทาที่ช่วยปกป้องทุกอย่าง แต่เธอไม่เคยสอนลูกให้ทำร้ายชีวิตคนอื่น มีหลายครั้งที่ลูกๆมีเรื่องทะเลาะชกต่อยหรือหนักถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลอาการปางตาย นั้นมาจากเหตุผลที่พอกันทั้งคู่หยามกูหยามมึงไปมา เธอจึงไม่เคยเข้าไปยุ่งมิใช่ว่าเธอไม่รู้ คนเป็นแม่ไม่ว่าลูกจะโตกันแค่ไหนภาพในหัวใจของแม่ ยังคงเป็นลูกน้อยอยู่เสมอ ถึงจะไม่ได้ดูแลแบบตอนที่ยังเล็กๆ ก็ดูแลอยู่ห่างๆ ให้ตัดสินใจเอง พึ่งพาตัวเอง แก้ปัญหาและรับผิดชอบเอง เพราะไม่ว่าใครสักวันก็ต้องจากไป บางเรื่องที่เรื่องเท่านั้นที่เธอเห็นว่ามันไม่ถูกต้องหรือเกินกำลังเธอจะเป็นคนเข้าไปจัดการ 

" ก้านไปบอกลุงสมเตรียมรถ ไปโรงพยาบาล CECT " 

" คะคุณหญิง " 

ณ โรงพยาบาล CECT 

หลังจากที่เธอได้ข้อมูลทุกอย่างจากคมแล้ว ก็เข้ามายืนอยู่ที่หน้าห้องปลอดเชื้อกับน้องขายมองดูลูกชายกำลังร่ำไห้ กับผู้ชายร่างเล็กที่นอนไร้สติอยู่บนเตียง มีเครื่องมือแพทย์และสายอะไรเต็มไปหมด บอกได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็กเลย หัวอกคนเป็นแม่เจ็บแป๊บกับภาพที่เห็น ใช่ว่าเจ็บเพราะเห็นลูกร้องไห้อย่างเดียว แต่เป็นเพราะคิดว่าพ่อแม่ของคนที่นอนอยู่จะเจ็บปวดแค่ไหน สิ่งที่ลูกชายเธอทำถือว่าหนักหนานัก  

" เธอคงไม่มีทางเลือกสินะ ฉันจะชดใช้ให้ยังไงดีถึงจะสมกับสิ่งที่ลูกชายทำกับเธอ " เธอคิดในใจอย่างรู้สึกผิด 

" ออกไปกันเถอะภาค "

" ครับพี่หญิง จะไปที่ห้องผมก่อนไหม "

" ไปสิชั้นอยากรู้อาการของเด็กคนนั้น "

แล้วสองพี่น้องก็เดินออกมาเงียบๆ โดยที่ลูกชายหัวแหวนของเธอไม่รู้เลย

 

________________________________________________________________________________________ 

 

ตนุภัทร=เต้ 

" ฮืออออ... ฮึกๆ ฮือออ กะกร จะไปหา ฮือ.. กร " โอ้ยจะทำไงกับคนดื้อดีวะ ร้องไห้ไม่หยุดตั้งแต่รู้สึกตัวขึ้นมา ผมไปไหนไม่ได้เลยต้องคอยกอดปลอบ หมอต้องยอมให้ผมขึ้นมานอนอยู่บนเตียงกับคุณหนูน้อย ไม่งั้นก็ไม่อยู่เฉยจะถอดสายน้ำเกลือไปหาน้องกรตลอด 

" ไม่เอาๆ ร้องจนตาบวมหมดแล้วเนี่ย... กรไม่เป็นไรแล้วเดี๋ยวน้ำเกลือหมด เฮียจะพาไป " ผมนอนตะแคงกอดเอาหัวคนเตี้ยมาหนุนที่แขน อีกข้างก็คอยลูบหัวลูบหลังปลอบ ยกมือขึ้นมาเอานิ้วโป้งเกลี่ยน้ำตาของหนูน้อยจอมดื้อที่ตาบวมแดงไปหมด เห็นแล้วมันปวดใจจริงๆเห้อ...... 

" ฮึก...กร จะตาย ฮืออออ ระหรือเปล่า ฮืออออ" แน่ะดูปากพูดเข้ามันน่านัก จับตีปากด้วยปากส่ะเลยดีไหม....หึหึ 

" อย่าคิดงั้นสิ จะตายได้ไงถึงมือหมอแล้ว อีกไม่กี่วันก็มาซ่ากับหนูได้แล้ว " พูดถึงผมก็ยังไม่ได้ไปดูไอ้เชี่ยโอ๊ตกับน้องกรเลย ไม่รู้เป็นยังไงบ้างคงต้องรอให้ทางนี้เรียบร้อยก่อน 

" ฮือ..จริง นะ ฮึก " หนูน้อยเงยหน้าขึ้นมาหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาน่าสงสารเชียว 

จุ๊บ// จุ๊บ// 

" จริงสิครับ เฮียจะโกหกหนูทำไม ชู้ววว " ผมจุ๊บลงที่หน้าผากและปลายจมูกของหนูน้อย อยากให้หยุดส่ะทีเฮียใจจะขาดอยู่แล้วว่ะอยู่ที่ห้องไอ้โอ๊ตที่สนามร้องไห้จนสลบ ตื่นมาได้ก็โวยวายร้องลั่นดึงสายน้ำเกลือออกเลือดไหลจนพยาบาลต้องเจาะใหม่แถมจะจับมัดอีก 

" ฮึก ทะโทร บอก แม่ชม ฮึก ให้หน่อย ได้ไหม ฮึก " หืม...แม่ชม แม่ของคุณหนูน้อยนี่สินะ แล้วทำไมต้องโทรบอกวะ? คงสนิทกันมากล่ะมั้ง... 

" แม่หนูหรอ ได้เดี๋ยวเฮียโทรให้ จะบอกเรื่องกรใช่ไหม " เลยตอบรับไปก่อนจะได้ไม่งอแง แต่ก็จะโทรให้อยู่หรอกนะ 

" ฮือ...แม่ของ กร ฮึก " อ่อ.... เอนนั่นสิลูกเขาเจ็บหนักขนาดนี้ ยังไม่ได้ติดต่อพ่อแม่เขาเลย ไอ้เชี่ยโอ๊ตแมร่งไปทำอะไรน้องมันวะ ถึงได้เป็นเรื่องใหญ่ถึงขั้นยอมตาย สัสนี่มีไรไม่บอกกูก่อนทีงี้เป็นไงหล่ะมึง 

" หนูหยุดร้องก่อน แล้วเฮียจะโทรให้ โอเคไหม " ก้มหน้าลงไปบอกหนูน้อยที่ยังสะอื้นตัวสั่น ถ้าหยุดร้องจะโทรให้ 

" ฮึก ยะหยุดแล้ว " หึหึ....น่ารับชิบ  

" หืม...หยุดที่ไหน น้ำตาหนูยังไหลอยู่เลยหลับตาแล้วนอน น้ำเกลือหมดเฮียจะปลุก " ร้องไห้มาเหนื่อยแล้วหนูควรนอนนะ ที่ต้องให้น้ำเกลือเพราะร่างกายอ่อนล้าไม่ค่อยมีแรงจากการนอนน้อย จะเรื่องอะไรได้หล่ะครับ ก็กิจกรรมรักที่ผมจัดให้น้องหนูมันไง ฮ่าๆๆ บวกกับเจอเหตุการณ์เสียขวัญเลยทำให้ช็อกสลบเหมือด 

" ฮึก.. อย่าลืมโทรนะ " คร้าบบบ... จะลืมได้ไงก็หนูขอเฮียหนิ่. อะไรที่หนูอยากได้เฮียให้ได้หมดแหล่ะ 

จุ๊บ// " ครับ หลับส่ะหนูน้อยของเฮีย " รวบหัวคนตัวเตี้ยมาไว้ที่อก ลูบหลังเบาๆไปได้สักพัก ก็รู้สึกถึงความสงบของร่างบางที่ผมกำลังกอดอยู่ เสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอทำให้แน่ใจว่าอีกคนหลับแล้ว เห้อ... ความจริงควรหลับไปตั้งนานแล้วแต่ดื้อไง กอดไปได้สักครู่หนึ่งก็ค่อยๆดึงแขนออกประคองหัวทุยสวยวางลงที่หมอน จับให้นอนดีๆในท่าสบายๆ แล้วผมก็ลงจากเตียง ต้องโทรศัพท์ไปบอกแม่น้องกรก่อน 

ดีที่หยิบโทรศัพท์คนเตี้ยติดมาด้วยตอนอุ้มมา คงจะโทรหากันถึงไปเจอกันอยู่ที่ห้องไอ้โอ๊ตได้ นี่ผมก็ยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนี้ต้องบอกครอบครัวน้องก่อน 

ตู๊ดดด ตู๊ดดด ตู๊ดดด ตู๊ดดด 

((ว่าไงลูก หนูปาย ไม่โทรหาแม่นานเลยนะ คิดว่าลืมกันไปส่ะแล้ว)) เสียงตอบรับ พร้องกับตัดพ้อหนูน้อยปาย 

" เอ่อ.. น้าชมใช่ไหมครับ " ผมเลยต้องรีบตอบก่อนจะเข้าใจผิดไปไกล 

((หือ...ไม่ใช่หนูปลายหรอกหรอ..?)) เสียงปลายสายดูจะแปลกใจที่ไม่ใช่ปายเป็นคนโทรมา 

" ปะป่าวครับ คือผมเป็นแฟนน้องครับ " ฮ่า... ถือโอกาสเปิดตัวเลยแล้วกันกู โอกาสดีๆอย่างนี้หายาก 

(( อะอ่อ จะจ้ะ แล้วน้องไปไหนหล่ะ มีอะไรหรือเปล่าลูก)) หึหึ ... คนที่ฟังก็ดูจะตกใจกับคำตอบ 

" น้องหลับครับ บอกให้ผมโทรมา คือ...เอ่อ "  

(( จ้ะ ว่าไง มีไรก็บอกมาได้เลยลูก)) เอาแล้วไงทีนี้ กูจะบอกยังไงดีวะ 

" คือ.. เอ่อ.. น้องกรอยู่ที่โรงพยาบาลครับ " ผมพูดอย่างยากลำบาก ไม่รู้จะบอกแบบไหนกลัวคนที่ฟังจะ ทำใจไม่ได้ 

(( หือ.. อยู่ทีโรงพยาบาลหรอ น้องเป็นอะไรลูก.)) คำถามที่ดูจะเริ่มตอบยากขึ้น 

" เอ่อ คุณน้ามาดูเองดีกว่านะครับ ผมก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี "  

(( ตายจริง||| น้องเป็นอะไรมากหรอลูก บอกน้ามาเร็ว)) น่านไงว่าแล้ว...เป็นใครก็ต้องตกใจเป็นธรรมดา  

" คือ น้อง เอ่อ.. ก็เป็นหนักแหล่ะครับยังไงคุณน้ารีบมาจะดีกว่าครับ " แต่ผมคงบอกความจริงตอนนี้ไม่ได้ คงต้องรอให้มากันก่อน 

(( โอ้ยย.. จะเป็นลม.. "แม่..! แม่เป็นอะไรรึเปล่า มีอะร")) แล้วเสียงของคนฟังก็ดูท่าจะไม่ไหว จึงมีเสียงแทรกของอีกคนเข้ามา 

(( ฮัลโหล นี่ใครอ่ะมีอะไรรึเปล่า ฮัลโหล ได้ยินไหม..? )) เป็นคำถามของอีกคนที่ดูจะตื่นตระหนกไม่แพ้กัน 

" เอ่อ....ได้ยินครับ ยังไงรีบมานะครับ โรงพยาบาล CECT " ติ๊ด// ผมจึงรีบพูดแล้วรีบตัดสายไปเพราะไม่งั้นคงมีอีกหลายคำถามตามมาแน่ คุยเสร็จก็หันไปมองคนที่นอนอยู่บนเตรียงผู้ป่วย น้ำเกลือบกไปได้ครึ่งหนึ่งแล้วดูท่าจะยังไม่ตื่นขึ้นมาด้วยปล่อยให้พักผ่อนต่อไปก่อนแล้วกัน ไม่รู้ว่าฝั่งไอ้โอ๊ตเป็นไงมั้งไปดูมันก่อนแล้วกัน 

" เห้ยเป็นไงบ้างวะ " มาถึงก็เห็นมันนั่งทำหน้าเป็นหมาจ๋อย จับมือคนเจ็บที่นอนหลับหน้าซีดอยู่ 

" หือ.. ไม่เป็นไรแล้ว แต่ต้องดูการอารไปก่อน " เห้อ...ก็เลือดตกยางออกส่ะขนาดนี้ 

" ไอ้สัส มึงมีไรไม่บอกกูวะ ปล่อยให้มันเลยเถิดถึงขนาดนี้ " ด่ามันที่เป็นเพื่อนสนิทกันแท้ๆแต่มีไรไม่ปรึกษากัน 

" กูก็ไม่รู้ว่าน้องมันจะทำแบบนี้ สัส หัวกูตื้อไปหมดแล้วเนี่ย " พูดแล้วปล่อยมือน้องมาขยี้หัวตัวเอง เออมีมุมนี้ด้วยนะมึง 

" มึงไปทำอะไร น้องเขาเอางี้ดีกว่า " ผมถามสิ่งที่ข้องใจมาก ว่ามันไปทำเชี่ยอะไรกันแน่ 

" กูเอาคลิปไปขู่มัน " คลิป...? 

" ห๊ะ... คลิปเห ี้ยอะไรวะ " อย่าบอกนะว่า... ไอ้สาสสสส 

" ที่กูเอามัน " เป๊ะ...... 

" ไอ้สัส.. เลวโคตร เห ี้ยถึงว่าสิน้องมันถึงยอมตาย เพราะคิดว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้ว " แมร่งกูไม่รู้จะเอาอะไรมาด่ามึงไอ้สัสทำไปได้ เอาหัวแม่ตีนคิดรึไงวะ 

" เออ กูเห ี้ยเองแหล่ะ " เห้อ.... สัสเพื่อนกู 

" สำนึกเมื่อสาย ไอ้สัส " ไม่รู้จะพูดอะไรดีเว้ย 

" แล้วเมียมึงเป็นไง " 

" นอนให้น้ำเกลือดิ แมร่งร้องไห้ใจแทบขาด จะมาหาเพื่อนมันให้ได้กูนี้โคตรสงสาร " คิดแล้วเจ็บใจไม่อยากเห็นน้ำตามันเลย 

" กูก็ไม่รู้จะขอโทษยังไง กูแมร่งเลวฉิบหาย " หึหึ...บ้าไปแล้วมึงพูดไปทึงหัวตัวเองไป 

" เออเอาน่ามึง เรื่องมันเกิดแล้วค่อยแก้ไขไป เอาเวลาไปคิดดีกว่าจากนี้มึงจะทำยังไง " ผมเดินไปตบไหล่มัน ยังไงก็เพื่อนกันถึงมึงจะเลวจะเห ี้ยก็เพื่อนกูอยู่ดี 

" หมดเวลาเยี่ยมแล้วนะค่ะ เดี๋ยวเชิญออกค่ะ " เสียงพยาบาลเดินเข้ามาบอก ไอ้เห ี้ยโอ๊ตนี่เหมือนจะตายเลยพอได้ยิน เห้อ... รักเขาแต่เสือกไม่เลือกวิธีที่มันดีกว่านี้สิ้นคิดจริงมึงเสียชื่อเสือหมด 

 

__________________________________________________________________________________ 

 

บ้านไร่พิมพ์พิพัฒน์ 

 

" แม่ดีขึ้นไหม... " เสียงลูกสาวที่เอายาดมมาให้แม่ที่เป็นลมหลังจากรับโทรศัพท์ ต้องประคองมาที่โฟฟาเพื่อนั่งพักให้อาการดีขึ้น 

" อืม...ดีขึ้นแล้ว โทรไปบอกพ่อรึยัง " ผู้เป็นแม่รู้สึกอ่อนแรงจากเรื่องที่น่าตกใจ แต่พอได้พักดมยาแล้วก็รู้สึกดีขึ้น 

" โทรแล้วค่ะแม่ อีกเดี๋ยวคงจะถึง " ต้องรีบไปไม่รู้ว่าลูกจะเป็นตายร้ายดียังไง หัวอกคนเป็นแม่มันช่างสั่นหวิวๆ เหมือนมีใครเอามือล้วงเขามาบีบหัวใจ 

" โถ่.. กร เป็นอะไรมากรึเปล่ายังไม่รู้ แม่เป็นห่วงเหลือเกินเก่ง น้องอยู่คนเดียวด้วย " พูดไปก็เอามือขึ้นมาแนบที่แก้มลูกสาว พลางนึกถึงลูกอีกคนที่ได้รับข่าวว่าเข้าโรงพยาบาล 

" อย่าพึ่งคิดมากนะ หนูว่าคงจะไม่เป็นอะไรมากหรอก ถึงมือหมอแล้ว " ลูกสาวเอามือมาจับทับซ้อนมือของแม่ที่แนบอยู่ที่แก้มตัวเอง เข้าใจหัวอกเดียวกันเพราะตนเองก็เป็นแม่คนแล้ว แม้เพียงเสียงร้องหิวของลูกคนเป็นแม่ก็ไม่เคยนิ่งดูดายร้อนใจดั่งมีไฟเผา แต่นี่ลูกเจ็บป่วยหนักถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลคงไม่มีแม่คนไหนที่รู้แล้วจะนั่งเฉยได้ 

" แม่จะไปดูกับพ่อเรา เราก็ดูงานแทนพ่อไปก่อนนะลูก " คุญผู้หญิงบ้านไร่สั่งเสียลูกสาวเพราะต้องเดินทางไป กทม. เพื่อดูลูกชายอีกคน 

" สบายมากค่ะแม่ มีอะไรก็โทรบอกหนูแล้วกัน " รอยยิ้มที่ส่งให้แม่จะได้สบายใจ แม้ว่าตัวเองก็ห่วงคนเป็นน้องเหมือนกัน 

" เป็นไงคุณ... เกิดอะไรขึ้น " เสียงประมุขของบ้านผู้มาใหม่ด้วยความเร่งรีบ ที่ได้รับข่าวจากลูกสาว 

" ยังไม่รู้เลยค่ะคุณ คนโทรก็ไม่ได้บอกอะไรมากบอกแค่ว่าเป็นหนัก อยากให้เราขึ้นไปดูเอง...ฮึก.." ภรรยาตอบคำถามสามีของเธอตามที่มีคนโทรมาแจ้งพร้อมน้ำตาและเสียงสะอื้นที่อดกลั้นไว้ตลอด แต่พอเห็นหน้าสามีก็ทนไม่ไหว 

" ใจเย็นๆ น่าคุณ ลูกเราหัวแข็งไม่เป็นอะไรไปง่ายๆหรอก " คนเป็นสามีเมื่อเห็นแบบนั้นก็รีบปี่ตัวเข้าไปนั่งใกล้ๆโอบกอดเพื่อปลอบภรรยา 

" หนูซื้อตั๋วเครื่องบินไว้แล้วนะพ่อ ออกบ่ายสองโมงครึ่ง พ่อกับแม่รีบเตรียมตัววเถอะ " ลูกสาวที่เห็นภาพก็น้ำตาคลอเช่นกัน บอกพ่อถึงการจัดแจงอะไรไว้ให้เรียบร้อย 

" อืม.. พ่อให้โปรดดูแลแทนแล้ว ส่วนงานของพ่อที่นี่ฝากเราจัดการหน่อยแล้วกัน " พ่อกับแม่ก็พยักหน้ารับรู้ ทั้งที่ยังเช็ดน้ำตาให้กัน เป็นภาพความรักที่อบอุ่นมาโดยตลอด 

" ได้ค่ะพ่อ ไปถึงกันแล้วโทรบอกหนูด้วย " สิ้นสุดการสนทนาทุกคนก็แยกย้ายไปเตรียมตัว เพราะนี่ก็เที่ยงกว่าแล้วต้องรีบเดินทางไปที่สนามบิน 

 

____________________________________________________________________________ 

 

 

อรรพล=โอ๊ต 

 

หลังจากที่พยาบาลเข้ามาแจ้งหมดเวลาให้เยี่ยมแล้ว ผมกับไอ้เต้ก็ต้องพากันออกมา จริงๆยังไม่อยากออกมาหรอกผมยังอยากอยู่กับน้องมัน อยากเฝ้าจนกว่าน้องจะดีขึ้นแต่เพราะไม่ใช่ห้องพักผู้ป่วยเลยต้องยอม ระหว่างที่เดินมาไอ้เต้ก็บอกว่าได้โทรบอกแม่ของน้องแล้ว ผมได้แต่พยักหน้าเป็นสิทธิ์ที่พ่อแม่เขาจะรู้อยู่แล้ว พอออกมาพ้นห้องปลอดเชื้อไอ้เต้ก็พาผมมาดูไอ้เตี้ยที่นอนให้น้ำเกลือไปกว่ค่อนถุงแล้ว หน้ามันซีดเล็กน้อยทำให้ผมรู้สึกผิดขึ้นอีกจากที่หนักอยู่แล้ว  

และเมื่อเยี่ยมไอ้เตี้ยเสร็จ ผมก็ขอแยกตัวออกมา ไอ้เต้มันต้องอยู่รอเมียมันก่อน ผมเลยโทรบอกให้คนเอารถมารับกลับมาที่บ้าน ไม่อยากไปที่คอนโดเพราะมันเป็นที่ที่ผมก่อความผิดพลาดครั้งนี้ขึ้น เลือกที่จะมาพักที่บ้านสักระยะรอให้คนตัวเล็กหายก่อนค่อยว่ากัน แต่รอบนี้ผมจะไม่บังคับแล้ว จะใช้วิธีใหม่เพื่อจะเอาหัวใจของน้องมันมาเป็นของผมให้ได้ น้องต้องเป็นของผมทั้งตัว หัวใจ และวิญญาณด้วย 

พอเข้ามาในบ้านเดินมาที่ห้องรับแขกก็ต้องแปลกใจ ทำไมวันนี้ป๊ากับม๊ามานั่งอยู่ด้วยกันทั้งที่ยังไม่ใช่เวลาอาหารเย็น ปกติป๊าจะออกไปคุยเรื่องธุรกิจกับเพื่อนในแวดวงเย็นๆถึงจะกลับ หลังจากที่แบ่งหน้าที่ให้ลูกๆแล้วป๊าก็มีเวลากลับมาบ้านแทบจะทุกวัน 

" มาแล้วหรอ มานั่งนี่ก่อน " ป๊าเอ่ยเรียกผมให้ไปนั่ง แต่ดูอาการแปลกเพราะป๊ากับม๊ามองผมตลอดตั้งแต่เดินเข้ามา 

" วัสดีครับป๊า ม๊า ทำไมวันนี้ทำหน้าตึงกันจัง มีอะไรหรือเปล่าครับ " ผมยกมือไหว้ทักทายทั้งสองก่อนจะเดินเข้าไปนั่ง อะไรวะทำไมม๊าต้องค้อนใส่แล้วหันหน้าหนีผมด้วย 

" หึ... ตัวดี ทำอะไรไว้แล้วยังไม่รู้ตัว " เอ้าส่ะงั้นนี่งอนอะไรผมอีกเนี่ย ผมก็พึ่งกลับเข้าบ้านเมื่อไม่กี่วันนี่เองแถมยังตามใจร่วมโต๊ะกับคุญหญิงขายเร่นั้นอีก 

" อะไรกันม๊า ทำไมมองผมแบบนั้น ไม่รักผมแล้วหรอ " ผมเลยต้องถามพลางใช้ลูกอ้อนเหมือนอย่างเคย 

" ไม่ต้องมาพูดดี ฟังที่ป๊าเขาจะพูดเถอะ " หือ... มีอะไรทำไมต้องป๊า ป๊ามีอะไรวะคงไม่ใช่จับคู่ให้อีกใช่ไหม 

" อะไรครับป๊า...? " เอ่ยถามอย่างสงสัย ปกติป๊าไม่ค่อยจะมีอะไรนี่หว่า 

" ฉันปลดแกออกจาก ประธานผู้บริหารโรงแรมในประเทศแล้ว อีกสองวันแกต้องไปดูแลโรงแรมในสาขาต่างประเทศ" อึก... สตั้นไปสิครับเห้ยอำผมหรือเปล่า ปลดหรอ แต่ถ้าป๊าพูดเองไม่มีอำแน่นอน ผมเริ่มร้อนขึ้นหูแล้วสิอะไรกันวะ ให้ไปบริหารต่างประเทศหรอ แล้วคนตัวเล็กเมียผมหล่ะยังไม่ฟื้นเลย ยังไม่ได้เคลียร์กันเลยไม่ได้นะผมไม่ไป ไปไม่ได้ 

" ห๊ะ... อะไรนะป๊า ป๊าทำแบบนี้ได้ไง ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น " ผมเริ่มโวยวายทำไมป๊าต้องทำแบบนี้ ที่ผ่านมาก็ไม่มีปัญหาอะไรนี่ แล้วจะมาปลดแล้วเปลี่ยนผมไปดูที่ต่างประเศทแทนทำไม 

" ฉันสั่งให้พี่แกเข้ามาดูแลแทนแล้ว ส่วนแกยังไงก็ต้องไป " คำพูดนิ่งๆใจเย็นของป๊า มันทำให้เดือดเพราะผมไม่เย็นด้วยหรอกนะ เฮียอาร์มก็ไม่บอกอะไรผมเลยทั้งที่พึ่งเจอกัน 

" ไม่ผมไม่ไป ม๊านี่มันอะไรกันครับ ทำไมป๊าต้องทำแบบนี้กับผมด้วย " ผมพูดเสียงดังหันไปมองม๊าที่นั่งอยู่ใกล้ๆป๊ามันต้องมีอะไรแน่ๆ เพราะเรื่องงานม๊าไม่ค่อยอยากฟังแต่นี่มานั่งอยู่ด้วย 

" หึ..." ม๊าส่งเสียงไม่พอใจในลำคอแล้วสะบัดหน้าหนีผม 

" แกเลือกเอาถ้าไม่ไปก็แต่งงานส่ะ ม๊าแกจะเป็นคนจัดการให้ " ยังไม่ทันไรป๊าก็ยืนข้อเสนอที่ผมเบื่อมาก มันหลายครั้งแล้วที่ม๊าพยายามยัดเยียดคนนู้นคนนี้ใครผม แต่ไม่คิดเลยว่าครั้งนี้ป๊าจะร่วมด้วยคนผมเริ่มจะผิดหวังในตัวป๊าแล้วสิครับ 

" ผมไม่แต่ง||| ถ้าจะแต่งผมจะหาเอง แล้วก็จะไม่ไปไหนด้วย " แล้วก็พูดอย่างเด็จขาดเสียงดัง ผมมีเมียอยู่แล้วจะไม่แต่งกับใครทั้งนั้น แล้วก้จะอยู่กับเมียผมด้วย 

" ก็เอาสิ เพราะแกก็จะไม่เหลืออะไรเลย อย่าคิดนะว่าแค่คอนโดที่แกมีอยู่ฉันจะทำอะไรไม่ได้ " 

" นี่มันอะไรกันป๊า ไหนป๊าบอกให้ผมตัดสินใจเองไง แล้วนี่ทำไมต้องมาบังคับผม " ทำไมวะป๊าต้องทำกับผมขนาดนี้เลยหรอจะบับบังคับอะไรกับผมวะ แล้วพวกเฮียๆหล่ะทำไมไม่ไปบังคับพวกมันบ้าง ผมมันลูกนอกคอกหรอวะ 

" ทำตามที่ฉันบอก ไปดูโรงแรมที่ต่างประเทศส่ะ แล้วแกจะหาเองก็เรื่องของแก " คำประกาศิตเด็จขาดดังออกมาจากปากประมุขของบ้าน 

" ผมต้องอยู่ที่นี่ ป๊าผมมีบางอย่างต้องดูแล " แต่ผมก็ยังไม่ยอมอยู่ดี ยังไงก็ไม่ยอม 

" ม๊าแกจะจัดการเอง แกไม่ต้องห่วง ฉันให้เวลาหกเดือนยอดต้องเพิ่ม 15% แล้วฉันจะคืนตำแหน่งที่นี่ให้แต่ถ้าทำไม่ได้ก็อยู่บริหารที่นั่นไปตลอดแล้วกัน " พอป๊าพูดจบเท่านั้นแหล่ะผมก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันมองป๊าด้วยดวงตาวาวโลดเต็มไปด้วยความโมโห โกรธจัด ผิดหวังในตัวป๊า 

" อะไรกันป๊า นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ||| " พร้อมกับระเบิดมันออกมาอย่างมันสนใจใคร 

" หยุดเลยนะตาโอ๊ต||| อย่าก้าวร้าวกับป๊าแบบนี้นะ " ม๊าก็รีบยืนขึ้นตวาดผมเสียงดังเช่นกัน เป็นการปรามที่ม๊าไม่เคยทำกับผมเลย 

" แล้วม๊าหล่ะ จะจัดการอะไร ม๊าจะทำอะไรกันแน่||| " อารมณ์ผมยังไม่ลงมันเหมือนจะทวีคูณมากขึ้นด้วยซ้ำ 

" แกทำอะไรไว้หล่ะ อย่าคิดว่าม๊าไม่รู้ ทำตามที่ป๊าเขาบอกส่ะไม่งั้นก็แต่งงานม๊าจะจัดการให้ " เป็นคำถามที่ผมสังสัยว่าม๊าไปรู้อะไรมา นอกจากเรื่องคนตัวเล็กแล้วผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย 

" นี่ผมยังเป็นลูก ของป๊ากับม๊าอยู่หรือเปล่า " ผมกดเสียงต่ำถามด้วยความตัดพ้อและไม่พอใจ จะเอาแบบนี้ใช่ไหมอยากจะตัดขาดกันมากนักใช่หรือเปล่า 

" เห้ย.. ไอ้เสือหยุด แกทำตามที่ป๊าเขาบอกไปก่อนเถอะ เชื่อเฮีย " ก่อนที่ผมจะได้พูดด้วยความโมโหไปมากกว่านี้ เฮียโอมก็เข้ามาจับที่ไหล่ห้ามผมไว้เพราะตอนนี้ผมขาดเป็นขาด ในเมื่อไม่คิดว่าผมเป็นลูกผมก็ไม่จำเป็นต้องสนใจอะไรอีกแล้ว เมื่อมองแววตาของเฮียโอมที่บอกว่าอย่า ทำตามแล้วจะเป็นผลดีเพราะมันต้องมีอะไรแน่ ผมก็ทำได้แค่..............  

" โถ่โว้ย|||...." สบถออกมาดังๆ สะบัดตัวแบบไม่พอใจฉิบหายสาวเท้าเดินออกมาแล้วขึ้นห้องตัวเอง ผมต้องยอมสินะ เรื่องสมบัติตำแหน่งหน้าที่อะไรนั่นผมไม่สนใจหรอก ผมสร้างใหม่ได้ แต่ถ้าให้ผมแต่งกับคนอื่นมาเป็นคู่ชีวิตโดยที่ไม่ใช่คนตัวเล็ก ผมก็ไม่ยอมหรอกต่อให้แลกกับอะไรก็ตาม ได้ครัั้งนี้ผมจะทำแต่มันจะไม่มีครั้งที่สองแน่ ถือโอกาสให้คนเจ็บได้พักตัวด้วยตามที่น้าหมอบอก รอก่อนนะครับคนดีของเฮียไม่นานเฮียจะกลับมา 

 

_________________________________________________________________________________ 

 

 

ยังไม่ตรวจเหมือนเดิมนะอันไหนผิดก็แต่งเติมรสชาติกันไปก่อน อย่าพึ่งเร่งผู้แต่งนะคะติดตามกันยาวๆ 

กดไลค์ คอมเม้น ติชม ให้ด้วยนะเป็นกำลังใจให้กัน 

ปล. ตอนหน้าจะมีการย่นเวลานิดหน่อย เพื่อสิ่งใหม่ที่จะเกิดขึ้น..... 

 

 

 

.

ความคิดเห็น