ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Ep.14.

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2562 12:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep.14.
แบบอักษร

 

 

อรรถพน=โอ๊ต 

10 : 44 น. 

จากที่พูดคุยกับน้าหมอเสร็จ กะว่าอุ่นโจ๊กเสร็จจะปลุกคนตัวเล็กให้ลุกขึ้นมากิน แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็มีสายเข้าเป็นเฮียอาร์มโทรมา พอดีเฮียแกเข้ามาเครียร์บัญชีกับตรวจความเรียบร้อย เลยให้ผมลงไปหาที่ห้องทำงาน มองดูแล้วว่าคนป่วยยังหลับอยู่ ก็คิดว่าจะไปแค่แปปเดียวก็จะรีบขึ้นมา ถือโอกาสเดินไปส่งน้าหมอด้วยที่อุตส่าห์มาทั้งที่เป็นเวลาเข้างาน คนตัวเล็กไม่ได้เป็นอะไรมากครับแค่เป็นไข้ธรรมดาและมีอาการอักเสบจากที่ผมทำ ครั้งแรกและเมื่อคืน 

ส่งน้าหมอแล้วก็มาที่ห้องทำงานพี่ชาย ทุกอย่างผมทำแบบเร่งรีบเพราะเป็นห่วงคนตัวเล็ก ถึงจะฉีดยาไปแล้วแต่ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยนี่ก็สายมากแล้ว เข้ามาก็เห็นเฮียอาร์มอยู่ที่โต๊ะทำงานมีอีกคนที่อยู่ด้วย คือพี่ปริมผู้หญิงที่เฮียมันไปทำเขาท้อง สงสัยจะง้อได้แล้ว 

" อ้าวไอ้เสือ " เฮียอาร์มเงยหน้าขึ้นมาจาก แฟ้มบัญชีพอรู้ว่ามีคนเข้ามา 

" วัสดีเฮีย วัสดีคร้บพี่ปริม " ผมยืนทักทาย ไม่เข้าไปนั่งกะว่าเดี๋ยวจะไปแล้ว 

" ดีจ้ะโอ๊ต " พี่ปริมส่งยิ้มหวานพร้อมคำทักทายกลับ 

" ไม่เข้าโรงแรมไง มาขลุกอยู่นี่ " แค่วันเดียวคร้าบเฮีย.... 

" วันนี้ว่าจะยังไม่เข้า อ่ะเฮีย " เข้าได้ไงแมวน้อยป่วย.. อยากอยู่ปลอบคนงอแง 

" พาใครมาด้วยหล่ะ ...? " คำถามส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ของไอ้เฮีย หึหึ...มาถึงก็รู้เลยเชียวมีลูกน้องดีนะ 

" ตามที่สายเฮียรายงานนั่นแหละ " ตอบแบบเบื่อคนรู้ทันว่ะ 

" 555 จะถอดเขี้ยวเล็บแล้วรึไง " ถอดอะไรผมก็ยังเป็นผม พร้อมล่าเสมอ 

" เสือก็ยังเป็นเสือครับเฮีย 5555 " ยืดอก พูดอย่างภาคภูมิใจครับ 

" หึหึ.... ระวังจะเสียใจทีหลัง " ไม่หรอกผมเชียวชาญกว่าเฮีย ไม่ตกม้าตายง่ายๆหรอก 

" แบบเฮียใช่ป่ะ " พูดแล้วหรี่ตามองไอ้เฮีย แหมมีสะดุ้งหันมองพี่ปริม ก็ใช่สิพึ่งจะง้อมาได้หนิ่ 

" ไอ้เสือ มึงจะหาเรื่องกูอีก... ไปไหนก็ไป ไป๊ " 5555 ไม่ไล่ก็จะรีบไปอยู่แล้ว ไม่อยากเห็นภาพคนกลัวเมีย 

" ฮ่าๆ ไปก็ได้ พี่ปริมครับฝากพี่ชายผมด้วยนะ " ก่อนไปก็ขอเหน็บอีกสักนิด หูยานแน่มึงไอ้เฮีย555 สบายใจล่ะ แล้วผมก็เดินออกจากห้องเพื่อจะกลับไปดูคนตัวเล็ก ป่านนี้จะร้องงอแงอีกรึป่าวว่าแล้วก็รีบสาวเท้าไวๆ หึหึ.... 

อีหนิดเดียวจะถึงห้องผมก็ต้องแปลกใจเพราะปนะตูห้องมันเปิดอยู่ ได้ยินเสียงพูดและเสียงร้องไห้ เลยรีบเดินเข้าไปดูว่าคนตัวเล็กเป็นอะไรหรือเปล่า แล้วใครที่เข้ามาในห้องส่วนตัวของผม พอมายืนหน้าประตูมันก็ต้องขมวดคิ้วยุ่ง เมื่อเห็นคนตัวเล็กสองคนยืนกอดกันแน่ อีกคนร้องไห้ใหญ่โต อีกคนกอดปลอบลูบหลังให้ แต่ที่ทำให้ผมอารมณ์โมโหพุ่งคือ มันบอกว่าจะพากันกลับ....(( ||ขอย้อนถึงความรู้สึกพระเอก อาจจะมองดูว่าซ้ำแต่มันเป็นมุมมองผู้แต่งค่ะ เป็นเพียงบางตอนที่อยากให้ผู้อ่านสัมผัสถึงความรู้สึก ของพระ,นาง,แต่ไม่ได้มีทุกตอนแน่นอน || )) 

" มึงจะพากันไปไหน....แล้วใครให้มึงเข้ามา " ผมยืนขว้างประตูไว้ แล้วกดเสียงต่ำถามพวกมันอย่างไม่พอใจมาก คนตัวเล็กก็พอกันป่วยขนาดนี้ยังจะลุกมาอีก แถมไอ้เห ี้ยเตี้ยนี่มันมาเสือกอะไรในห้องของกูวะ 

" แล้วไง... กูจะพาเพื่อนกูกลับ " คนที่ตอบแลัวทำให้ตีนผมกระตุกคือไอ้เตี้ย เพื่อนมึงแต่มันเมียกู สัส...... 

" เสือก.. มึงมายุ่งไรด้วย กลับไปที่เตียงส่ะอย่าให้พูดซ้ำ " สบถด่าไอ้หน้ากวนตีนที่ชอบเสือกแล้ว หันไปสั่งให้คนตัวเล็กกลับไปที่เตียงจะมายืนทำไม มันน่าจับตีก้นให้ร้อง..... 

" มึงไม่มีสิทธิ์มาขู่บังคับเพื่อนกู ไอ้สัส " นอกจากจะเสือกแล้วไอ้สัสเตี้ยนี่มันเลี้ยงหมาไว้ให้ปากรึไงวะ เดี๋ยวกูเตะแม่มโมโหตนลมออกหู ผมไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวายเรื่องส่วนตัวแล้วก็พื้นที่ของผม ถ้าไม่เต็มใจหรืออุญาตเอง 

" มึงหน่ะออกไปจากห้องกู||| ถ้าไม่อยากโดนกระทืบ " ตวาดระบายความโมโหออกไป ไม่ได้แค่พูดขู่แต่ผมจะทำจริงถ้ามันยังจะเสือกไม่หยุดได้โดนตีนผมแน่ ไม่สนด้วยว่ามันเป็นอะไรกับไอ้เต้ 

" ไปกร กลับ||| " มันทำเป็นไม่สนใจประคองคนตัวเล็กจะให้ออก ผมทนไม่ไหวเดินเข้าไปกระชากแขนไอ้เตี้ยปากหมาสุดแรง ไม่สนใจด้วยว่ารูปร่างจะต่างกันแค่ไหน  

ควับ... พลั่ก.. ตุ๊บ เหวี่ยงกระเด็นออกห่างจากคนตัวเล็กไปกองอยู่ที่พื้นทันที กูไม่กระทืบมึงซ้ำก็บุญแค่ไหนแล้วไอ้เห ี้ย..... 

" โอ้ยยย ซี๊ด ไอเห ี้ยยยย " เสียงร้องโวยวายของมันผมไม่สนใจเลยสักนิด จ้องเขม็งไปที่คนดื้อที่ยังยืนเงียบมองเพื่อนด้วยความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด 

" เห้ย อะไรกันวะ... ไอ้เห ี้ยโอ๊ตมึงเป็นบ้าไรของมึงเนี่ย สัส " ไอ้เต้รีบวิ่งมาจากข้างหลังผม ก้มตัวลงไปรวบร่างไอ้เตี้ยประคองให้ลุกขึ้น แล้วหันมาสบถด่าผม นี่มันยังน้อยไปสำหรับมันด้วยซ้ำที่มาเสือกกับเรื่องของผม ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนคนตัวเล็กมึงได้ตายคาตีนกูไปแล้ว 

" มึงรีบลากมันออกไปจากห้องกูเลย||| ก่อนที่มันจะตายคาตีนกู||| " ตะโกนลั่นด้วยความโกรธจัด ไม่ใช่แค่พูดแต่กูจะทำจริงแน่ ไม่สนหน้าไหนทั้งนั้น 

"............... มองคนตัวเล็กที่ยังยืนเงียบมองไปที่เพื่อน แววตาสังสัยที่เห็นเพื่อนตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของไอ้เต้ ไม่ได้ห่วงตัวเองเล๊ย สัส.... 

" ส่วนมึงกลับไปที่เตียง||| จะได้กินโจ๊กกินยาแล้วนอน " ผมตะคอกมันเสียงดังให้มันกับไปที่เตียง ดูก็รู้แล้วว่ามันจะไม่ไหวแต่ทำเก่ง หน้าซีดไปหมดแล้ว ห่วงมันจะทรุดหนักกว่าเดิม 

" ไม่.. กูจะกลับ||| " อึ๊หืออออ.... ปรี๊ดเลยกู ทำไมดื้ออย่างนี้วะ เตะเมียป่วยนี่กูจะบาปไหม 

" มึงไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น|| " กดเสียงต่ำประมาณว่าชีวิตมึงเป็นของกู... มึงจะไปไหนจากกูไม่ได้ทั้งนั้นถ้า 

" ได้.." คนตัวเล็กตอบรับทำให้ผมเบาใจขึ้นมาหน่อย แต่ต้องมองแบบงงๆเมื่อมันไม่เดินไปที่เตียงแต่ไปที่ล็อกทำครัวแทน แล้วหันกลับมาพร้อมกับมีดทำอาหารในมือ เดินขยับมาไม่กี่ก้าวห่างจากระยะตัวผม  

" มึงจะทำอะไร คิดจะฆ่ากูว่างั้น " เห็นแบบนั้นก็ต้องถามสิครับ จะเอามาทำไมเอามาฆ่ากูหรอ มึงนี่นะจะฆ่าคนเห็นเลือดได้ไหมเถอะ แปปเดียวตัวผมก็ร้อนผ่าวชาไปทั้งตัว เมื่อมันกำมีดแน่นยกขึ้นมาจี้ที่คอตัวเองกดลงจนความแหลมคมของมีดบาดเข้าเนื้อเลือดสีแดงไหลเป็นทาง มองมาทางผมด้วยสายตาของคนที่พร้อมจะตาย ไม่ใช่แค่ผมนะที่ตกใจ เพื่อนมันกับไอ้เต้ด้วยที่ตกใจกับการกระทำของมัน ...... 

" ก็เอาสิ ถ้าตัวกูออกไปจากที่นี่ไม่ได้ กูก็จะไปแค่วิญญาณ " คำพูดที่ทำให้หัวใจของผมมันบีบรัด จุกเจ็บจะหายใจไม่ออก เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่ากำลังจะสูญเสียของล้ำค่าดังดวงใจ มือไม้สั่นไปหมด นี่มันอะไรกันวะทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ ผมแค่ต้องการดูแลมันที่ป่วยอยู่ ไม่ได้จะให้เรื่องมันเลยเถิดขนาดนี้ สายตาของคนตัวเล็กมองไปยังเพื่อนตัวเองด้วยน้ำตาเอ่อหลอเป็นการบอกลาตา หัวใจผมยิ่งบีบหนักเหมือนก้อนเนื้อมันฉีกออกหายใจติดขัด 

" ฮึก....อย่านะกร ฮือ มึงอย่าทำแบบนี้ " ไอ้เตี้ยปล่อยโฮ ร้องห้ามคนตัวเล็ก ดิ้นจะออกจากอ้อมแขนไอ้เต้ แต่มันยังรวบเอาไว้ แบบดูเหตุการณ์ 

" มึงจะทำบ้าอะไร...ห๊ะ||| " เมื่อเห็นว่าเลือดที่คอมันไหลออกมามากจนเลอะเสื้อสีขาวเด่นชัด ผมก็ทนไม่ไหวก้าเท้าเข้าหามันแต่ได้แค่เพียงสองเก้า.... 

" ลองเข้ามาสิ ฮึก.. มึงจะได้รู้ว่ากูกล้าไหม " เท้าต้องชะงักหยุดแถบจะไม่กล้าขยับตัว เพราะมันกดมีดเข้าซ้ำไปอีกเลือดที่เริ่มเป็นลิ้มก็ไหลออกมาอีกครั้ง หัวผมกำลังจะระเบิด ใจผมกำลังจะหยุดเต้น มือกำแน่นจนเหมือนกระดูกจะละเอียดเป็นผง 

" อย่าาา ฮืออออ อย่านะมึงกร...กูรักมึงนะกร ฮึกๆ มึงคือเพื่อนสนิท ฮือ คนเดียวของกู...ฮืออ " เสียงไอ้เตี้ยทั้งร้องทั้งห้าประดุจหนึ่งว่าใจมันจะขาด พร่ำร้องบอกรักเพื่อนสะอึกสะอื้น คนตัวเล็กก็น้ำตาไหลพรากเป็นสาย ความรู้สึกของผมมันบอกว่า อย่าร้องไห้ได้ไหมคนดีของเฮีย..... 

" กะกูก็ ฮึก รักมึงปาย..ฮืออ " เสียสะอึ้นตัวโยน ของคนตัวเล็กบอกเพื่อนด้วยความเจ็บปวดหากต้องจากลา ร่างกายผมเหมือนหินแข็งทื่อ...สัมผัสได้เลยว่าคนตัวเล็กเอาจริงแน่ 

" ก็เอาสิ ฮึก... มึงจะบังคับกูได้ แค่ตัวกูเท่านั้น ฮึกๆ แต่มึงจะไม่มีวันบังคับวิญญาณ ฮึก กูได้หรอก " แม่ครับ พ่อครับกรขอโทษที่ทำให้ต้องผิดหวัง กรขอตอบแทนคุณชาติหน้าแล้วกัน....... 

".................... ได้แต่ยืนนิ่งหน้าร้อนผ่าว 

" ฮืออออ กร...ฮืออ ฮึก " เสียงไอ้เตี้ยที่เหมือนจะไม่ไหว ร้องไห้ใจจะขาด 

" มึง จะ ไม่มีวัน เอาอะไรมา ฮึก บังคับกูได้อีก ฮึกๆ " สายตาคนตัวเล็กเปลี่ยนมามองที่ผมอย่างมุ่งมั่น พูดออกมาเสียงขาดๆหายๆ จากแรงสะอื้น ถึงสิ่งที่ผมใช้บังคับมัน นี่กูทำอะไรลงไป... 

" น้องกร... พี่ว่าคุยกันดีๆดีกว่านะครับ อย่าทำแบบนั้นเลย " ไอ้เต้เรื่มส่งเสียงห้าม เพราะคนที่อยู่ในอ้อมแขนมันจะไม่ไหวแล้ว 

"............... ผมมองดูดวงตามืดสนิดน่ากลัว ที่มีน้ำตาไหลออกมาตลอดเวลา 

" ฮึก... ในเมื่อมึงอยากได้ ฮึก ร่างกายกูนัก มึงก็เอาไป แต่มึงจะไม่มีวันได้ วิญญาณของกู ฮึกๆ " คำพูดที่บิดหัวหัวใจรุนแรงกลับมาอีกครั้ง พร้อมสายตาเลื่อน ดั่งว่ากำลังจะโบยบินหนีผมไปจริงๆ ผมยิ่งทนไม่ไหว 

" ส่งมีดมาให้เฮีย กร " ยืนมือสั่นๆ ของตัวเองออกไป ขอมีดที่มันทำร้ายคนตัวเล็กของผม 

" ไม่ ฮึก ปล่อยกูไป ฮืออ " คำประกาศิตสะอื้นสั่น กับสิ่งที่ทำให้ผมเริ่มเข่าอ่อนคือคนตัวเล็กลากมีดให้บาดเป็นทางจากบาดแผลปลายมีด เลือดสีแดงฉานไหลทะลักออกมามากมายเปรอะเปื้อนเสื้อจนโชก ตาผมเริ่มเหิ่มร้อนน้ำในตาเอ่อคลอจนภาพพร่ามัว 

" อ๊ากกกกก กร...... " เสียงกรีดร้องของไอ้เตี้ยงดังลั่นสุดเสียงก็สลบคอพับ อยู่ที่แขนไอ้เต้  

ตุ๊บ// ขาของผมอ่อนแรง ทิ้งเข่าลงพื้นเสียงดัง  

" กรเกลียดเฮียมากขนาดนั้นเลยหรอครับ คนดี.." เอ่ยปากถามคนใจร้ายที่คิดจะทิ้งผมไป น้ำตาที่เอ่อล้นอยู่แล้วก็ร่วงเผ่าะ น้ำตาลูกผู้ชายรินไหลเป็นครั้งแรกตั้งแต่โตมา นอกเหนือจากการร้องแบบเด็กๆ หัวใจเหมือนโดนเหยียบย้ำขยี้แตกละเอียด 

"................. ไม่มีเสียงใดๆ จากคนตัวเล็กเลย 

" เฮียมันเลวกับกร มากขนาดนั้นเลยใช่ไหม ฮึก.. " ผมยังคงมองหน้าและตามต่อทั้งน้ำตา เริ่มมีเสียงสะอื้นขึ้นมา แต่ยังมองเห็นว่าคนตัวเล็กมีอาการเปลี่ยนไปตาเริ่มหรี่ลง ปากซีดเห็นได้ชัด ตัวสั่งเทาเริ่มโอนเอน และไม่นานมือที่จับมีดไว้ก็ทิ้งลง  

วื๊ดดด แคร่ง|||  

" เห้ยยย " พร้อมกับเสียงร้องของไอ้เต้ ตัวผมก็ลุกพรวดเข้าไปรับร่างเล็กที่ทิ้งตัว พูดได้เลยว่าไวเท่าความเร็วแสง กอดร่างเล็กนี้ไว้แน่น เลือดที่ไหลเปรอะเปื้อนตาแขนและเสื้อของผมดเต็มไปหมด... ทำอะไรไม่ถูก 

" กร... กร ลืมตาหน่อย กร.. อย่าเป็นอะไรนะ กร " จากที่ร้องไห้สะอื้นอยู่กลับกลายเป็นความตื่นตระหนก ร้องเรียกคนที่ไร้การตอบสนอง 

" มีอะไรกันไอ้เสือ...เห้ยยย มึงฆ่าคนหรอวะ " เสียงของผู้ที่เข้ามาใหม่ อีกสามคน ไอ้เฮีย พี่ปริม และไอ้หมี ผมก็ได้แต่ส่ายหน้าผมจะฆ่าเมียตัวเองได้ไงวะ 

" ฮือออ เฮีย.. ช่วยด้วย ช่วยเมียผมด้วย ฮือออ..กร.. " เมื่อรู้ว่าใครมาผมก็ทำได้แค่ร้องให้เฮียช่วย เพราะสติผมมันไม่เหมือนเดิมแล้ว 

" ตายแล้ว... รีบพาไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย " พี่เขามาจับชีพจรและตรวจบาดดูแผล ผมลืมไปเลยว่าแกเป็นแพทย์ศัยลยกรรม มัวแต่นั่งร้องเรียกคนตัวเล้กให้ตื่น 

" ใจเย็นๆนะไอ้เสือ หมีสั่งให้คนเอาฮอ. มารับเดี๋ยวนี้เร็วๆเลย " ไหล่ผมมีมือมาจับพูดกับผม พร้อมออกคำสั่งลูกน้องคนสนิท ผมเงยหน้าชึ้นมองแปปนึ่งแล้วก้มลงมองคนตัวเล็กเหมือนเดิม ดีที่บ้านผมมีฮออยู่สองลำ ใหญ่หนึ่ง กลางหนึ่ง 

" ครับนาย " หูผมอื้อกอดคนตัวเล็กไว้ ในใจมันกลัวไปหมดผมรู้แล้วว่าตัวเองรู้สึกยังไง มันจะสายไปหรือเปล่าแค่คิดหัวผมมันก็ตื้อไปหมด ร่างกายเริ่มสั่นกลัว ร้องเรียกและเขย่าร่างเล็กในอ้อมกอดให้รู้สึกตัว 

" กร... กรครับ กรอย่าเป็นอะไรนะ 

" หาผ้าสะอาดๆ มากดปากแผลไว้ มีสติหน่อยโอ๊ต....โอ๊ต " 

เพี๊ยะ// หน้าผมแสบชา จากฝ่ามือของคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆเพื่อดูอาการคนตัวเล็ก สติผมก็เริ่มกลับมา 

".. ขอโทษครับ " รู้สึกผิดที่ในเวลาฉุกเฉินแบบนี้ ผมยังมาเป็นแบบนี้ 

" ไม่เป็นไรเราต้องเข้มแข็งไว้นะ น้องจะต้องไม่เป็นอะไร " พี่ปริมที่ตบเรียกสติ บอกสิ่งที่ผมต้องทำตอนนี้ว่ามันจะต้องไม่เป็นอะไร 

" แล้วน้องคนนั้นหล่ะ เป็นอะไร " พี่ปรินหันไปถามไอ้เต้ที่นั่งลงกับพื้นกอดร่างไอ้เตี้ยไว้ 

" หมดสติครับ คงช็อก " ไอ้เต้ตอบพี่ปริม 

" เห้อ... เอาไปเช็คที่โรงพยาบาลพร้อมกันเลย มีใครจะบอกพี่ได้ไหมมันเกิดอะไรขึ้น " พี่ปริมถอนหายใจแล้วถามขึ้นมาอีก 

"....................... 

"...................... ทั้งผมทั้งไอ้เต้ ไม่มีใครตอบอะไรได้แต่เงียบ 

" เรามีเรื่องต้องคุยกันนะ ไอ้เสือ " ไอ้เฮียพูดอย่างจริงจังกับผม พอจะรู้แล้วว่ามันเป็นเรื่องใหญ่จนเฮียมีสีหน้าตึงขึ้น 

" ไว้ถึงโรงพยาบาลก่อนแล้วกัน เฮีย " 

" ได้.. แต่แกทำเรื่องไว้ขนาดนี้ ป๊ากับม๊าต้องรู้ " จริงผมก็นักเลงพอตัวนะ หลายครั้งที่มีเรื่องกับอริถึงขั้นกระทืบปางตายเลือดตกยางออก แต่ไอ้เฮียไม่เคยบอกป๊า ม๊า เลยมันเครียร์ให้ตลอด หรือป๊าอาจจะรู้บ้างแต่ไม่เคยพูด  

" ต้องขนาดนั้นเลยหรอวะ เฮีย " ผมถามแบบหงอๆ ทั้งที่ยังอุ้มประคองคนตัวเล็กอยู่ 

" เออสิ.. " จริงจังไปรึเปล่ามึง เฮียกู 

" นายครับฮอ. มาถึงแล้วครับ " รอไม่นายฮอ. ก็มา 

" เออ ไปเร็วๆไอ้เสือ มึงด้วยไอ้เต้ " พวกผมไม่รอช้ารีบอุ้มเมียของตัวเองออกไปทันที โดยมีคนอื่นๆตามมาติดๆ 

มาถึงโรงพยาบาล CECT ที่น้าหมอดูแลอยู่ใช้เวลาไม่นาน มาถึงก็มีบุรุษพยาบาลและพยาบาลมารอรับ เพราะเฮียอาร์มโทรบอก ผมตามส่งคนตัวเล็กจนถึงห้องฉุกเฉินแล้วก็นั่งรอ ไอ้เต้ก็พาเมียมันไปตรวจเช็คร่างกาย ที่เรียกว่าเมียมันก็เพราะดูจากหลายๆอย่างระหว่างมันกับไอ้เตี้ย ส่วนของผมน่ะหรอไม่ว่าน้องมันจะรับหรือไม่มันก็เป็นเมียผมเว้ยเมียคนเดียวที่ผมจะมีด้วย คนอื่นๆจะเป็นแค่ที่ระบายเท่านั้นนับจากนี้

" ว่าไง...แกจะเล่าได้รึยัง ไอ้เสือ " เฮียประคองเมียที่ท้องเดินมาแล้วถามผม

" เรื่องที่ผมเล่ามันอาจทำให้ พี่ปริมสะเทือนใจได้นะครับ " ผมบอกพี่สะไภ้ก่อน เพราะแกท้องอยู่

" ไม่เป็นไรพี่ฟังได้ มันคงไม่มีอะไรร้ายไปกว่าเรื่องของพี่หรอกโอ๊ต " พี่ปริมพูดพร้อมหันไปมองหน้าไอ้เฮีย แล้วหลับตาค้อนใส่

" โถ่ปริม เฮียก็ชดใช้แล้วไง ไม่ทำอีกแล้วด้วยจะรักแค่เมียกับลูก " โห่ไอ้เฮียนี่มึงเป็นได้ขนาดนี้ อ้อนเมียต่อหน้าน้องสัสหมดมาดเสือใหญ่ตระกูล วงศ์วิเศษพันธ์ุ ตามง้อกันมาแบบไหนวะเนี่ยไม่คานเป็นหมาเลยหรอ

" เอาหล่ะ พอๆ ส่วนเราเล่ามาได้แล้วโอ๊ต " พี่ปริมตบแขนคนที่โอบเอวให้เลิกอ้อนเป็นเด็ก หันมาบอกให้ผมเล่าด้วยสีหน้าอยากจะรู้เต็มแก่ ดึงไอ้เฮียให้มานั่งพร้อมที่จะฟัง

ผมเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดตั้งแต่ต้น ขณะที่เล่าไปไอ้เฮียทำหน้าปกติเพราะคงรู้สันดานผมดี แต่พี่ปริมน่ะสิมีสีหน้าท่าทางไม่พอใจบ้าง อาจจะเป็นอารมณ์ของคนท้องมั้ง เล่ามาจนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่ห้อง พี่ปริมก็น้ำตาไหลจนไอ้เฮียมันต้องดึงมากอด ผมเองก็ใช่ว่าจะรู้สึกดีนะที่ต้องมาฟื้นภาพเหตุการณ์ที่ทำให้หายใจลำบาก ในอกหนักอึ้งไปหมด

พอเล่าจบ เราทั้งหมดก็นั่งเงียบเพราะไม่มีใครหรอกที่จะรู้สึกดีกับมัน สักพักประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออก เป็นน้าหมอกับทีมแทพย์เดินออกมา ผมรีบลุกพรวดเดินเขาไปหาน้าหมอทันที

" น้องเป็นไงบ้างครับ น้าหมอ " ผมรีบถามด้วยความร้อนใจ

" เสียเลือดมาก ร่างกายอ่อนแอ ไข้ก็สูงดีที่ยังมาไวไม่ช็อกหัวใจวายไปส่ะก่อน " น้าหมอพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

" ปลอดภัยแล้วใช่ไม่ค่ะ อาจารย์ " พี่ปริมถามอาหมอด้วยสีหน้ากังวล จนร้อนรุ่มไปไปด้วยความกลัวว่าคนตัวเล็กจะเป็นอะไรมากกว่าที่ดาดคิดและไม่อยากจะคิด

" ปลอดภัยดีแล้ว แต่ต้องใช้เวลาพักฟื้น ตอนนี้ก็ให้เลือดและรอดูอาการอย่างใกล้ชิด น้ากลัวจะมีอาการแทรกซ้อนเท่านั้น " ถึงมันจะฟังดูหนักแต่มันก็ดีมากแล้วสำหรับผม ขอแค่ไม่เสียน้องไปผมยอมทุกอย่าง

" .............. ผมทำได้แค่นิ่งฟังสิ่งที่น้าหมอพูด ยืนคิดไตร่ตรอง รู้ดีกว่าตัวเองผิดที่เลือกใช้วิธีนั้น แต่เหตุผลที่ทำให้น้องต้องทำแบบนั้นมาจากเรื่องที่ผมบังคับจริงหรือ มันยังมีเรื่องอื่นด้วยไหมนี่คือสิ่งที่ผมคิดไม่ตก

" น้ายังไม่รู้นะว่าเขาตื่นมาจะเป็นยังไง ต้องให้จิตแพทย์คอยดูแลด้วย อาจจะมีความกระทบกระเทือนทางจิตใจ จะรุนแรงแค่ไหนก็ต้องคอยดูกันตอนฟื้น ส่วนเราไอ้เสือ น้าว่ายังไม่ควรเข้าใกล้เขานะช่วงนี้ "

".................. พูดอะไรไม่ออกอกข้างซ้ายผมเจ็บแป๊บทันที รู้สึกหนวงขึ้นมาขนาดหายใจเบาๆยังเจ็บ

" มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ถึงแม้ร่างกายจะรักษาหาย แต่จิตใจไม่รู้ว่าจะโดนบาดลึกไปแค่ไหน ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วปกติก็ดีไป หรืออาจจะตื่นมาแล้วลืมทุกอย่างไปหมดในช่วงที่เลวร้าย แต่ถ้าตื่นมาแล้วมีอาการหวาดกลัว ซึมเศร้า อันนี้หนักต้องใช้เวลาบำบัดฟื้นฟูสภาพจิตใจ "

"............... นี่มันหนักขนาดนี้เลยเหรอ ผมต้องห่างจากน้องมันจริงๆใช่ไหม อยากจะดูแลก็ทำไม่ได้งั้นหรือ กรรมมันตามมาสนองผมทันแล้วสินะ

" ปริมก็คิดแบบนั้นคะอาจารย์ " เสียงเห็นด้วยของพี่สะไภ้ เป็นเครื่องยืนยันซ้ำเติมความจุกในใจของผมขึ้นไปอีก

" เฮียว่าแกต้องห่างน้องเขาก่อนว่ะ " ไอ้เฮียเดินเข้ามาหาผม ตบลงที่ไหล่สองสามที

"................

" รอดูอาการน้องไปก่อนนะโอ๊ต พี่ว่าน่าจะดีที่สุด เราจะได้ไปคิดทบทวนความรู้สึกตัวเองด้วย " เอออันนี้น่าฟังกว่าผมคงต้องบททวนความรู้สึกของตัวเองให้ชัดเจน แต่จะไม่ยอมเสียน้องมันไปแน่นอน

" เราจะเข้าไปดูน้องเขาก่อนไหม " นี่คือเสียงสวรรค์สำหรับผมเลยตั้งแต่มาถึงโรงพยาบาลเรื่อง ผมอยากเห็นหน้าน้องมัน

" ครับ " ผมตอบรับทันที

" งั้นรอย้ายไปห้องปลอดเชื้อ เราก็เข้าไปดูหน้องแล้วกัน เดี๋ยวน้าขอตัวก่อน " น้าหมอต้องไปเคสอื่นต่อ

" ขอบคุณมากครับน้าหมอ "

" ไม่เป็นไร... มันเป็นหน้าที่อยู่แล้วเราก็อย่าคิดมากล่ะ มันอาจจะไม่มีอะไรเลวร้ายก็ได้ " คำพูดของน้าหมอคืออีกกำลังใจที่ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นอีกนิดหน่อย

" งั้นเฮียจะพาพี่สะไภ้แกกลับไปพักก่อน ให้เวลาแกได้ไปอยู่กับเขาตามลำพังแล้วกัน สู้ๆไอ้เสือ " ผมยิ้มออกมาอย่างฝืดๆ ให้ไอ้เฮียที่มันเดินมาตบไหล่ให้กำลังใจอีกรอบ แล้วก็พากันเดินกลับไป

ตอนนี้ผมมาอยู่ในห้องปลอดเชื้อ ที่มีคนตัวเล็กนอนหลับอยู่บนเตียงผู่ป่วย มีสายออกซิเจนจมูก ที่หลังมือมีสายให้น้ำเกลือและเลือด มีเครื่องวัดสัญญาณชีพ สายตัวจับคลื่นหัวใจ ที่คอมีรอยทำแผลน่าจะเย็บหลายเข็ม หน้าตาและปากซีดเซียว น้ำในหน่วยตาเริ่มก่อตัวเอ่อคลอจากนั้นก็ร่วงไหลไร้เสียงสะอื้น ผมสั่นๆยืนมือไปแนบที่แก้มนุ่มออกเหลืองเหมือนเลือดมาหล่อเลี้ยงได้น้อย ก้มลงไปจุ๊บที่หน้าผาก

จุ๊บ// จากที่ไม่มีเสียง ก็เริ่มมีขึ้นมาจากความรู้สึก ที่อยากจะเจ็บปวดแทนคนที่นอนอยู่ หัวใจมันจุกแน่นเกินบรรยาย

" ฮึก...เฮียขอโทษนะครับ ที่ทำให้หนูต้องเจ็บ "

" .............................

" เฮียผิดเอง และจะชดใช้หนูไปทั้งชีวิต...ฮึก "

"..............................

" ฮึก...รีบตื่นมาขู่เฮียนะครับ แมวน้อยของเฮีย...จุ๊บ จุ๊บ " พูดจบก็ก้มไปจุ๊บที่เปลือกตาที่ปิดสนิททั้งสองข้าง น้ำตาร่วงหล่นลงบนใบหน้าคนที่นอนไร้การรับรู้....

การกระทำทั้งหมดนี้ถูกจับตามองจากสายตาหญิงทรงอำนาจ ที่เอ่ยชื่อแล้วใครจะไม่รู้จัก โดยที่เขาไม่ทันรู้ตัว เพราะมัวแต่ระบายความรู้สึกที่อัดแน่นคับอก ปล่อยน้ำตาแห่งความเสียใจที่ทำให้คนที่เขามิอาจจะเสียไปต้องเจ็บ ร่างกายที่เขาเคยสัมผัสทุกส่วนบัดนี้เต็มไปด้วยเครื่องพันธนาการของการรักษา แล้วจะมีใครรู้หรือไม่ว่าในใจหยิงผู้นี้คิดอะไรอยู่......

 

_______________________________________________________________________________ 

 

 

ยังไม่ได้ตรวจเหมือนเช่นเคย ตรงไหนขาด ตรงไหนผิดแก้ในใจไปก่อนนะ 555

เม้นยังน้อย กำลังใจก็น้อย ไม่รู้ว่าคนอ่านพอใจแต่ไหน ฝากกดไลค์ คอมเม้น ติชม ได้นะคะ

ปล. ขอบคุณคนรอติดตามนะคะ จะรีบๆต่อให้ทุกวัน ถ้าไม่ติดธุระ

ความคิดเห็น