facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่22 หนูทะเลาะ(?)กับเฮีย

ชื่อตอน : ตอนที่22 หนูทะเลาะ(?)กับเฮีย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มี.ค. 2564 21:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่22 หนูทะเลาะ(?)กับเฮีย
แบบอักษร

เช้านี้หนูตื่นมาด้วยความสดชื่นในอ้อมกอดของเฮียเสือแต่ว่ายังรู้สึกเจ็บเสียดตรงช่องทางด้านหลังอยู่นิดหน่อย หนูค่อยๆ จับแขนของคนตัวโตออกจากเอวตัวเองเพราะไม่อยากกวนเวลานอนของเฮีย 

จากนั้นก็ลุกจากเตียงเดินกลับห้องตัวเองอย่างเงียบๆ เพื่อไปอาบน้ำเตรียมตัวไปเรียนต่อ 

เมื่ออาบน้ำแต่งตัวจัดกระเป๋าเรียนเสร็จเรียบร้อยหนูก็เดินลงมากินข้าวที่ชั้นล่าง วันนี้พี่หนุนไม่ได้ทำมื้อเช้าเองแต่ซื้อโจ๊กหมูที่ตลาดมาให้กิน หนูก็ตักกินด้วยความหิวเพราะเมื่อคืนโดนเฮียเสือทำให้เสียพลังงานไปเยอะ 

"นะโมไปเรียนแล้วนะจ๊ะพี่หนุน" 

พอกินเสร็จหนูก็เอาถ้วยไปเก็บแล้วเดินออกมาหยิบกระเป๋านักเรียนขึ้นมาสะพายเตรียมไปเรียน จากนั้นก็หันไปพูดกับพี่หนุนที่กำลังกวาดบ้านอยู่พร้อมกับยกมือไหว้เหมือนทุกครั้งก่อนที่จะไปโรงเรียน 

"เออๆ แล้ววันนี้ไม่ให้เฮียไปส่งเหรอวะ?" 

"ไม่เป็นไรจ้ะ นะโมไปเองดีกว่า เฮียคงเพลียเพราะพาหนูไปเที่ยวเมื่อวาน" 

"หืม? เพลียจากการพามึงไปเที่ยวหรือเพลียจากเรื่องเมื่อคืน กูรู้นะว่าเมื่อคืนมึงไปนอนห้องเฮีย" พี่หนุนหรี่ตาพูดกับหนูเหมือนกำลังจับผิดพร้อมกับยิ้มล้อเลียน หนูเลยใช้มือดันแขนคนที่พูดแซวในขณะที่ร่างกายบิดม้วนด้วยความอาย 

"บ้า! พี่หนุนอ่ะ ชอบพูดความจริงตลอดเลย" 

"ให้มันน้อยๆ หน่อยมึง อายุเท่านี้ตั้งใจเรียนไปก่อนเถอะ" พี่หนุนพูดพร้อมกับใช้นิ้วจิ้มหน้าผากหนูจนหน้าหงายก่อนจะยิ้มออกมา หนูเลยย่นจมูกใส่แล้วจับมือพี่หนุนออกไป 

"หนูรู้แล้วน่า หนูจะตั้งใจเรียนไม่ให้เฮียกับพี่หนุนผิดหวังแน่นอน" 

"เออ รีบไปได้เรียนได้แล้วไป" 

คำพูดของหนูทำให้พี่หนุนยิ้มออกมาก่อนจะใช้มือยีผมของหนูเล่นด้วยความรักความเอ็นดูที่มีต่อหนู (?) จากนั้นก็จับพลิกตัวของหนูให้หันไปที่หน้าประตูแล้วออกแรงดันให้หนูขยับเท้าเดิน ดูเหมือนจะหวังดีให้หนูรีบไปเรียนแต่หนูว่าพี่หนุนกำลังไล่แบบอ้อมๆ มากกว่า 

พี่หนุนอาจจะรำคาญเพราะหนูเป็นเด็กช่างจ้อ พูดมาก พูดเก่ง บางครั้งก็พูดไม่หยุด หนูรู้ตัวเองแหละแต่ว่าของแบบนี้มันห้ามกันได้ที่ไหนล่ะ 

 

 ... 

 

ในช่วงพักเที่ยงหนูกับขุนพลก็มานั่งกินข้าวด้วยกันสองคนเหมือนทุกวันเพราะมีแค่พลเท่านั้นที่คบกับหนู ระหว่างที่นั่งกินข้าวหนูก็เล่าเรื่องความสัมพันธ์ของหนูกับเฮียเสือให้พลฟัง แน่นอนว่าเพื่อนรักของหนูคนนี้เป็นผู้รับฟังที่ดี ถึงบางทีพลจะชอบพูดแขวะหนูก็เถอะ 

"ก็ดีแล้วที่เฮียเสือเขาเอาใจใส่มึงไม่ไล่เหมือนแต่ก่อน กูว่าถ้ามึงเข้าเรียนมหาลัยได้เจอผู้คนเยอะขึ้น เฮียคงหวงเด็กแรดอย่างมึงหนักกว่าเดิมแน่" 

ขุนพลยกขวดน้ำเปล่าขึ้นมาดื่มหลังจากที่ปล่อยให้หนูพล่ามให้ฟังอยู่ฝ่ายเดียว เพื่อนรักของหนูดูหล่อและเท่มากจริงๆ นะ เรียนก็เก่งด้วยไม่แปลกใจเลยที่มีคนชอบพลเยอะ ขนาดท่ากระดกขวดน้ำดื่มยังดูเท่เลย ตอนนี้เราสองคุยกินข้าวอิ่มแล้วจึงนั่งคุยกันเล่นระหว่างรอเรียนคาบบ่าย 

"ไม่อยากนึกถึงตอนนั้นเลยอ่ะ เราคงคิดถึงเฮียเสือทุกวินาที หายใจเข้าเป็นเฮียหายใจออกก็เป็นเฮียแน่นอน เฮ้อ~" 

หนูพูดไปตามสิ่งที่ตัวเองคิดพร้อมกับถอนหายใจออกมา ถ้าเรียนมหาลัยหนูก็คงต้องย้ายไปอยู่หอใกล้มอแล้วก็ต้องห่างจากเฮีย หนูคงไม่ชินกับการที่ไม่ได้เจอหน้าเฮียเสือในทุกๆ วัน 

พอหนูพูดจบพลก็ใช้ขวดน้ำเปล่าที่พึ่งดื่มหมดตีลงบนกลางศีรษะของหนูแบบไม่แรงมากหนึ่งที ซึ่งมันก็ไม่เจ็บหรอกเพราะพลใช้ตรงกลางขวดตี 

"หลงเขาเกินไปละนะมึงอ่ะ" 

"ฮื่อ! ก็เรารักของเรานี่หน่า ว่าแต่เรื่องของพลกับแบลล์เถอะ ไปถึงไหนกันแล้วล่ะ" 

คำต่อว่าเพื่อนสนิททำให้หนูย่นจมูกใส่พร้อมกับส่งเสียงประท้วงในลำคอ จากนั้นหนูก็ถามเรื่องของขุนพลกลับบ้าง แม้รู้ดีว่าคนปากแข็งจะไม่ยอมพูดก็ตาม 

ขุนพลเป็นคนประเภทไม่ชอบเอาเรื่องส่วนตัวมาเล่าให้ใครฟัง ผิดกับหนูที่ชอบเอาเรื่องของตัวเองมาระบายให้เขาฟังพร้อมทั้งขอคำปรึกษาเกือบทุกเรื่อง 

"ไปถึงไหนอะไรของมึง กูกับมันไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย" ขุนพลตอบเสียงเรียบก่อนจะเบือนหน้าหลบสายตาจ้องจับผิดของหนู 

แหม! ไม่พิรุธเลย 

"แต่แบลล์ดูสนใจพลมากเลยนะ เราเห็นเขามองมาที่พลบ่อยมาก ไม่เชื่อลองหันไปดูสิ" 

หนูพูดพร้อมกับทำปากยื่นพยักพเยิดให้ขุนพลหันไปมองด้านหลังถัดจากโต๊ะที่หนูกับเขานั่งอยู่ไปสามโต๊ะ แบลล์นั่งกินข้าวกับกลุ่มเพื่อนอยู่ตรงนั้นและหนูเห็นเขาแอบมองเพื่อนของหนูหลายครั้งมาก 

ซึ่งพอขุนพลหันไปมองตามที่หนูบอกคนตัวเล็กหน้าสวยนั้นก็ยิ้มให้เขา แต่เมื่อพลทำหน้าไม่พอใจพร้อมทั้งขมวดคิ้วใส่รอยยิ้มของแบลล์ก็ดูเจื่อนลงทันที 

"ฮั่นแน่~ ถ้าไม่สนใจเขาจะหันไปมองตามที่เราพูดทำไม" หนูพูดแซวพร้อมกับหรี่ตามองคนตัวสูงกว่าเหมือนต้องการจับผิดจนโดนขุนพลถลึงตาใส่ตอบกลับเสียงห้วน 

"ยุ่งน่า! " 

"ถ้าเราเป็นพลจะปล่อยให้หลุดมือเด็ดขาด แบลล์สวยมากเลย ตัวเล็กสเปคพลด้วย" 

พอเห็นว่าพลดูหัวเสียหนูจึงใช้มือเท้าคางแล้วสบตาพูดกับเจ้าของใบหน้าหล่อพร้อมกับยิ้มล้อเลียนจนโดนเพื่อนตัวเองตวาดใส่อีกรอบ 

"มึงเงียบเลยนะโม!! " อาการหัวเสียของขุนพลทำให้หนูหลุดยิ้มออกมา ก่อนจะแลบลิ้นแล้วพูดกับคนที่กำลังทำหน้าดุใส่หนู 

"คนปากแข็ง" 

เชอะ! ถึงพลไม่ยอมเล่าหนูก็พอดูออกว่าความสัมพันธ์ของเขากับคนตัวเล็กหน้าสวยต้องมีอะไรในกอไผ่แน่นอน เพราะถ้าไม่มีแบลล์คงไม่ทำหน้าตาไม่พอใจใส่หนูเวลาที่หนูใกล้ชิดกับพลมากเกินไปหรอก 

 

 ... 

ในคาบบ่ายหนูก็เข้าเรียนด้วยอาการง่วงงุนนิดๆ เป็นปกติตามธรรมชาติของหนูหลังจากกินมื้อเที่ยงพอหนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อน 

แม้จะรู้สึกง่วงแต่หนังตาของหนูก็ยังคงฝืนแรงโน้มถ่วงไม่ปิดลงมาง่ายๆ เพราะหนูไม่ชอบแอบหลับในห้องเรียน เฮียอุตส่าห์เสียเงินส่งหนูมาเรียนเพราะงั้นหนูจะมาหลับไม่ได้เด็ดขาด 

หลังเลิกเรียนอาการรู้สึกง่วงของหนูก็หายเป็นปลิดทิ้งเมื่อเฮียเสือส่งข้อความว่าจะมารับที่โรงเรียน พอรู้ว่าเฮียจะมารับหนูก็รู้สึกกระดี๊กระด๊าเหมือนปลากระดี่ได้น้ำ(?)ขึ้นมาทันทีจนโดนขุนพลใช้มือผลักหัวเล่นด้วยความหมั่นไส้ 

หนูแยกกับขุนพลที่หน้าโรงเรียน เพราะว่าเฮียเสือจะพาหนูไปเดินเล่นหาอะไรกินที่ห้างก่อนกลับบ้าน 

ระหว่างที่เราเดินเลือกร้านอาหารกินในห้างหนูก็กอดแขนของเฮียแน่นเหมือนแรดน้อยหวงเสือตัวโต แม้เฮียเสือจะอยู่ในชุดเสื้อยืดกับกางเกงยีนธรรมดาก็ยังแผ่ออร่าความหล่อ (?) ให้คนรอบข้างเหลียวมองทำให้หนูหวงเฮียมากกว่าเดิม แต่ก็รู้สึกดีที่เฮียไม่ได้มีท่าทีรำคาญหรือด่าว่าทำตัวหนูเจ๊าะแจ๊ะเหมือนที่ผ่านมา 

เฮียเสือตามใจให้หนูเลือกว่าอยากกินอะไรหนูเลยเลือกเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น เราสองคนคงจะได้นั่งกินอาหารญี่ปุ่นแลบสวีตหวานตามประสาคนรักกันหวานชื่น (?) ถ้าไม่ติดว่าบังเอิญเจอพี่ชายหน้าตาน่ารักกับคุณคนหล่อหน้าฝรั่งร่างสูงใหญ่ 

"กันต์..." 

เสียงทุ้มของเฮียเสือพึมพำขึ้นมาพลางเหม่อมองผู้มาใหม่สองคนที่เข้าไปนั่งโต๊ะด้านใน หนูจำได้ว่าเฮียเสือเคยแอบชอบพี่กันต์ที่เป็นอดีตลูกหนี้ของเฮียถึงขั้นอยากได้มาเป็นเมีย และดูจากสายตาของเฮียที่มองตามพี่เขาก็ยังดูมีเยื่อใยจนทำให้ความน้อยใจของหนูเริ่มเพิ่มขึ้นมาจนรู้สึกจุกหน้าอก 

เห็นเต็มสองตาว่าพี่เขามากับคนรักเฮียของหนูยังจะหน้าด้านไปมองเขาอีก! 

"มึงนั่งรอตรงนี้ก่อนนะ กูจะเข้าไปทักทายคนรู้จักก่อน" 

เฮียเสือพูดกับหนูก่อนจะลุกเดินไปยังโต๊ะด้านในที่พี่กันต์นั่งอยู่กับคุณคนหล่อทันที หนูไม่ได้อยากจะทำตัวงี่เง่าหรอกนะแต่อาการของเฮียเสือมันดูออกเลยว่าเฮียยังต้องการพี่กันต์อยู่ 

เพียงแค่มองเฮียเสือเข้าไปทักทายพี่เขาขอบตาของหนูมันก็ร้อนผ่าวขึ้นมาจนต้องเงยหน้าขึ้นแล้วกะพริบตาไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมาตอนนี้ พี่กันต์ดูตกใจมากที่เจอหน้าเฮียเสือ ส่วนคนรักหน้าหล่อของเขาก็มีท่าทีไม่พอใจแสดงอาการหวงพี่กันต์ใส่เฮียอย่างเห็นได้ชัด 

หนูเดาว่าพี่กันต์คงจะตอบเฮียเสือตามมารยาทเพราะรอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าเนียนดูฝืนอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้เฮียจะเดินเข้าไปทักทายแค่แป๊บเดียวแล้วเดินกลับมานั่งกินอาหารกับหนูที่โต๊ะต่อแต่หนูก็ไม่พอใจเลยที่เฮียทำแบบนั้น 

หนูรู้ว่าพี่กันต์ไม่ได้ผิดอะไร หากจะมีใครผิดก็ผิดที่เฮียนั่นแหละที่ไม่ยอมตัดใจจากคนที่มีเจ้าของสักที 

บรรยากาศระหว่างหนูกับเฮียเสือดูอึดอัดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด จากที่อารมณ์ดีหนูก็พูดไม่ออกยิ้มไม่ออกไปเลย จนเมื่อเช็กบิลออกมาจากร้านหนูถึงเอ่ยถามเฮียเพราะทนความอึดอัดในใจไม่ไหว 

"เฮียยังชอบพี่กันต์อยู่อีกเหรอ เขามีคนรักแล้วนะ" 

"เออ! กูรู้แล้วมึงไม่ต้องย้ำ กูแค่เข้าไปถามไถ่ว่ากันต์สบายดีรึเปล่าแค่นั้นเอง" เฮียเสือตอบหนูเสียงขุ่นเหมือนโกรธที่หนูไปถามจี้ใจดำเข้า 

"แต่นะโมไม่ชอบที่เฮียทำเหมือนยังมีเยื่อใยกับเขาอยู่" 

คำพูดของหนูทำให้เฮียเสือคว้าแขนของหนูแล้วออกแรงดึงให้หนูขยับเข้ามาใกล้ก่อนจะกัดฟันพูดเสียงต่ำให้ได้ยินกันแค่สองคน 

"มึงอย่ามางี่เง่า" 

"ใช่สิ! หนูงี่เง่าเพราะหวงเฮียมากเกินไปไง หนูรักแต่เฮีย สนใจแค่เฮียมาตลอดในขณะที่เฮียไม่เคยสนใจหนูเลย เพราะเฮียมัวแต่เอาเวลาไปตามคนที่เขาไม่เคยคิดจะรักเฮียเหมือนที่หนูรัก" 

หนูสบตาพูดกับเฮียเสียงสั่นเพราะความน้อยใจ แต่เฮียเสือกลับโกรธบีบแขนหนูแรงขึ้นและตะคอกเสียงด่าหนูจนคนที่เดินผ่านหันมามอง 

"หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะโม!! เด็กแม่งงี่เง่าว่ะ! มึงจะไปไหนก็ไปเลยไป" เฮียเสือพูดแล้วสะบัดแขนหนูออกอย่างแรง จากนั้นเฮียก็เดินออกไปทิ้งให้หนูยืนน้ำตาซึมอยู่คนเดียว 

เมื่อถูกคนที่เดินผ่านมองหนูจึงก้มหน้าใช้มือปาดน้ำตารีบเดินออกมาจากตรงที่ทะเลาะกับเฮียเสือทันที หนูเดินออกมาด้านหน้าห้างตรงที่มีจุดบริการแท็กซี่แล้วขึ้นแท็กซี่กลับทันทีโดยไม่รอเฮีย ระหว่างนั่งรถหนูก็พยายามกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ปล่อยโฮออกมาเพราะอายลุงคนขับ 

สักพักก็มีสายเรียกเข้าจากเฮียเสือแต่หนูไม่รับ หนูกดวางพร้อมกับปิดเครื่องทันที และที่ที่หนูจะไปก็ไม่ใช่กลับบ้านด้วยเพราะเฮียไล่หนูบอกว่าจะไปที่ไหนก็ไปหนูเลยบอกคนขับให้ส่งที่ซอยบ้านของขุนพล วันนี้ขอยอมเป็นเด็กเกเรหนีออกจากบ้านหนึ่งวันดีกว่ากลับไปเจอคนที่พูดทำร้ายจิตใจหนู 

กว่าจะมาถึงบ้านขุนพลท้องฟ้าก็มืดพอดีเพราะรถติดมากจนหนูเกือบจะลืมไปแล้วว่าอยากร้องไห้ หนูยกมือสวัสดีพ่อกับแม่ของพลที่ยุ่งกับการทำก๋วยเตี๋ยวเสิร์ฟก๋วยเตี๋ยวอยู่หน้าร้านก่อนจะเดินเข้ามาหาพลที่อยู่หลังร้านตามที่พ่อแม่ของพลบอก พอมาถึงหลังร้านก็เห็นพลกำลังนั่งล้างถ้วยกองใหญ่อยู่คนเดียว 

"พล..." 

หนูเรียกชื่อเพื่อนสนิทเสียงสั่นจนร่างสูงหันมามองมาด้วยสีหน้างุนงง พลคงงงแหละว่าหนูโผล่มาอยู่นี่ได้ไงแทนที่จะไปสวีตหวานกับเฮียเสือตามที่โม้ไว้ 

"มึงมาได้ไงเนี่ย แล้วเป็นอะไร ทำไมทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แบบนั้นวะ?" 

พลละมือทุกอย่างที่กำลังทำอยู่แล้วล้างมือก่อนจะลุกมาถามหนูด้วยสีหน้าเป็นห่วง ถึงพลจะชอบด่าหนูและไม่ใช่คนที่พูดจาไพเราะแต่เขาก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดแล้วสำหรับหนู 

"ฮึก เราทะเลาะกับเฮียมา เฮียไล่เราว่าจะไปไหนก็ไปเราเลยนั่งรถมาหาพล ฮืออ..." 

หนูสะอื้นพูดกับเพื่อนตัวเองเสียงสั่นก่อนจะปล่อยโฮออกมาแบบไม่อายจนพลต้องเข้ามาโอบตัวหนูไว้พร้อมกับใช้มือลูบหลังให้หนู 

"ไอ้แรดขี้แยเอ้ย มึงทะเลาะกับเฮียเรื่องอะไรอีก ค่อยๆ เล่ามา" 

"อึก เราว่าเดี๋ยวเราช่วยพลล้างถ้วยไปเล่าไปด้วยดีกว่าจะได้ไม่เสียเวลาทำงานของพล" หนูเงยหน้าพูดกับคนตัวสูงกว่าทั้งน้ำตาจนพลหลุดหัวเราะออกมา เดาว่าเขาคงตลกที่เห็นหน้าหนูตอนร้องไห้ 

หนูอยากมาระบายให้พลฟังแต่ก็ไม่อยากทำให้พลเสียการเสียงานเลยคิดว่าช่วยพลทำงานไปด้วยระหว่างที่เล่าเรื่องที่เกิดให้พลฟังคงจะดีที่สุด 

"หึ! ตลกนะมึงเนี่ย จะเอาแบบนี้จริงดิ" 

"อื้อ เดี๋ยวเราไปหยิบเก้าอี้มานั่งก่อนนะ" 

หนูพยักหน้ารับพูดกับพลแล้วใช้หลังมือปาดน้ำตาออก จากนั้นก็เดินไปหยิบเก้าอี้เล็กมานั่งช่วยพลทำงาน ระหว่างที่ล้างถ้วยไปหนูก็เริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดให้พลฟังตั้งแต่ต้นจนจบ พอพลฟังจบเขาก็หัวเราะแล้วบอกหนูทำตัวงี่เง่าจริงเหมือนที่เฮียเสือพูด 

"กูว่าเฮียเสือเขาก็คงเข้าไปทักทายตามประสาคนเคยรู้จักนั่นแหละ มึงแค่คิดมากไปเอง" พลหันมาพูดกับหนูในขณะที่สองมือยังคงทำงานไม่หยุด ขยันขนาดนี้ใครได้พลไปเป็นแฟนคงโชคดีมากแน่เลย 

"แต่เฮียเคยชอบพี่กันต์มากนะ พี่เขาน่ารักมากด้วย" 

หนูพูดพร้อมกับก้มหน้ามองมือที่กำลังใช้ฟองน้ำขัดถ้วยอยู่ แค่พูดถึงเรื่องนี้น้ำตาก็รื้นขึ้นมาคลอเบ้า พี่เขาแค่อยู่เฉยๆ ยังทำให้เฮียเสือไปชอบได้ในขณะที่หนูต้องพยายามมากมายกว่าจะเฮียจะหันมามอง 

"อย่าคิดมากสิวะ มึงก็น่ารักในแบบที่มึงเป็นอยู่แล้ว เชื่อเถอะว่ายังไงเฮียเสือก็ต้องมาตามมึงกลับบ้านแน่นอน" 

สิ่งที่พลพูดทำให้หนูรู้สึกเริ่มมีพลังบวกขึ้นมานิดนึง แต่ว่าหนูไม่รู้ว่าเฮียจะมาตามหาหนูหรือเป็นห่วงที่หนูหนีกลับโดยไม่บอกบ้างรึเปล่า 

"หึ! ถ้าเฮียมาตามเราก็ไม่กลับหรอก เฮียตะคอกใส่เราขนาดนั้นใครจะไม่โกรธล่ะ" 

"แหม ทำเป็นกระแดะนะมึง ทีเมื่อก่อนโดนเฮียเสือทั้งด่าทั้งผลักไสไล่ส่งสารพัดมึงยังไม่เห็นสนใจ ไหนมึงบอกถือคติใครหน้าบางไม่สนแต่หน้าด้านหน้าทนคือนะโมไงวะ" 

คนตัวสูงเบ้ปากพูดจาค่อนขอดหนูพร้อมกับยกเอาเรื่องในอดีตมาพูดก่อนจะหัวเราะออกมา หนูเลยต้องส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอด้วยความขัดใจใส่เพื่อนตัวเองแล้วตอบกลับเสียงขุ่น 

"ก็นั่นมันก่อนที่เราจะได้เป็นเมียของเฮียนี่! " 

"พอเป็นเมียเขาเลยกลายเป็นเด็กขี้น้อยใจเอาแต่ใจตัวเองงั้นสิ? ยิ่งเป็นแบบนี้จะทำให้เขาเบื่อมึงง่ายนะ ทำตัวงี่เง่ามากไปมันก็ไม่ดีหรอก เชื่อกูสิ กูเจอคนงี่เง่ากว่ามึงมาแล้ว" พลเลิกคิ้วถามหนูก่อนจะพูดต่อเหมือนเป็นการสอนหนูไปด้วย แต่ประโยคหลังมันสะกิดหูจนหนูต้องยื่นหน้าไปถามพลใกล้ๆ 

"พลหมายถึงแบลล์เหรอ? " คำถามของหนูทำเอาเจ้าของใบหน้าหล่อขมวดคิ้วยุ่งก่อนจะตอบเสียงห้วน (อีกแล้ว) 

"กูจะไม่คุยกับมึงเรื่องนี้อีก" 

คำตอบของพลทำให้หนูยิ้มออกมาได้แล้วเราก็กลับมาคุยเรื่องของหนูกับเฮียเสือต่อโดยที่หนูยังช่วยพลล้างถ้วยกองโตจนเกือบเสร็จ ผ่านไปพักใหญ่เฮียเสือก็มาตามหาหนูที่บ้านของพลจริงๆ แม่ของพลเข้ามาตามให้หนูออกไปหาเฮีย 

หนูเลยเดินออกไปบอกเฮียเสือที่ยืนรอหน้าร้านกับพี่ลูกน้องตัวโตอีกสองคนไปว่า หนูไม่กลับ! พร้อมกับสั่งห้ามไม่ให้เฮียเสื่อเข้ามายุ่งวุ่นวายในร้าน 

จากนั้นหนูก็เดินกลับเข้ามาช่วยพลล้างถ้วยหลังร้านเหมือนเดิม ไม่อยากจะเชื่อว่าคนอารมณ์ร้ายอย่างเฮียเสือจะยอมทำตามที่หนูบอกด้วย แววตาของเฮียตอนมองหนูก็ดูรู้สึกผิดจนหนูรู้สึกได้ 

พอหนูไม่ยอมกลับเฮียจึงเรียกพลไปคุยด้วยเพื่อให้มาพูดโน้มน้าวให้หนูยอมกลับบ้าน สถานการณ์ตอนนี้จึงกลายเป็นว่าพลต้องเดินเข้าออกหลังร้านหน้าร้านเป็นว่าเล่นเพื่อเอาเรื่องที่เฮียเสือบอกมาพูดให้ฟังแล้วเอาคำตอบของหนูกลับไปบอกเฮีย 

เหมือนเราคุยกันโดยที่มีคนซวยเป็นขุนพลที่ต้องทำตัวเป็นสื่อกลางในการสื่อสารระหว่างหนูกับเฮียเสือ 

"ยังไงเราก็ไม่กลับ! เฮียตะคอกใส่เราขนาดนั้นเราไม่หายโกรธง่ายๆ หรอก ตอนด่าเราไม่คิดบ้างว่าเราจะรู้สึกยังไง พลไปบอกเฮียเลยว่าให้ตายเราก็ไม่กลับเด็ดขาด คืนนี้เราจะนอนบ้านพล!! " 

หนูหันไปพูดกับพลเมื่อเฮียยังบอกพลมาพูดกับเรื่องให้ยอมกลับบ้านไม่หยุด เฮียเป็นคนไล่หนูเองว่าจะไปไหนก็ไปหนูก็มาที่นี่แล้วไง เฮียยังต้องการอะไรจากหนูอีกล่ะ! 

"แต่เฮียเสือฝากกูมาบอกว่าถ้ามึงยอมกลับบ้าน รอมึงเรียนจบมอหกเขาจะขอหมั้นกับมึงไว้เลยนะ" 

พลพูดเสียงเรียบนิ่งแต่สิ่งที่คนตัวสูงพูดกับทำให้ใบหูของหนูกระดิกทันที คำว่า จะขอหมั้น มันส่งผลต่อความรู้สึกข้างในของหนูอย่างรุนแรงจนทำให้หนูสนใจในเรื่องที่พึ่งได้ยินอย่างเห็นได้ชัด หนูจึงเลิกคิ้วถามเพื่อนตัวเองเสียงแผ่วเบาแบบว่าเก็บอาการเหมือนไม่สนใจนะแต่ที่จริงสนใจมาก 

แม้จะรู้ว่าพลดูท่าทางเสแสร้งแกล้งทำของหนูออกก็เถอะ 

"หืม? เฮียบอกพลแบบนั้นเหรอ..." 

"หึ ทีงี้หูกระดิกเลยนะมึง ต่อมแรดกลับมาทำงานเป็นปกติทันที" คนรู้ทันหนูอย่างพลกระตุกยิ้มพร้อมกับพูดประชดใส่หนูอีกตามเคย 

"พลอ่ะ! อย่าพึ่งว่าเรา ตอบคำถามเรามาก่อน" 

"เออ เฮียเสือบอกมาแบบนี้จริง อยากรู้มากกว่านี้ก็ไปคุยกันเอง เดินไปเดินมากูเหนื่อยกว่านั่งล้างถ้วยอีก พ่อกับแม่กูก็หน้าซีดเป็นไก่ต้มหยิบจับอะไรไม่ถูกแล้วเพราะโดนเฮียเสือของมึงกับลูกน้องยืนส่งสายตากดดันใส่ ทางที่ดีมึงรีบกลับไปกับเฮียเลย ไปคุยกับเขาดีๆ อย่าทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจ" 

หลังจากที่ได้ฟังพลบ่นร่ายยาวหนูก็เริ่มสะอึกเพราะความรู้สึกผิดจึงได้แค่ยิ้มเจื่อนแล้วพยักหน้ารับคำ จากนั้นก็หันไปล้างมือแล้วลุกขึ้นเดินมาหาพลที่ยืนพิงกำแพงอยู่ คงเพราะพลมีความคิดดูเป็นผู้ใหญ่กว่าอายุและเป็นผู้ใหญ่กว่าหนูมากหนูถึงชอบมาปรึกษาพล มีอะไรก็เล่าให้พลฟังหมด 

ซึ่งพอได้คุยกับพลแล้วมันก็ทำให้หนูรู้สึกดีมากขึ้นเยอะเลย 

"เรากลับก็ได้ ขอบใจที่รับฟังเรานะ คุยกับพลแล้วเราสบายใจขึ้นเยอะเลย" หนูยิ้มกว้างให้พลพร้อมกับสบตาพูดกับคนตัวสูงกว่า พลก็แค่พยักหน้ารับแบบขอไปที เหมือนอยากให้หนูรีบไปสักทีเถอะ 

แต่ว่าตอนนี้สิ่งที่ได้ยินจากพลเมื่อกี้มันยังทำให้หนูรู้สึกตื่นเต้นไม่หาย ไม่รู้ว่าเฮียเสือพูดจริงหรือแค่เอามาเป็นข้ออ้างให้หนูยอมกลับบ้านแต่ว่าหนูดีใจมากเลย 

เรื่องนี้มันวนเวียนอยู่ในหัวจึงทำให้หนูที่หันหลังเดินห่างจากเพื่อนสนิทมาไม่ถึงสามเก้าต้องหันกลับไปหาพล จากนั้นก็เดินไปโผกอดเพื่อนสนิทของตัวเองไว้แน่นพร้อมกับพูดเสียงดังด้วยความดีใจ 

"เฮียจะขอเราหมั้นแล้วพล เฮียจะขอเราหมั้นอ่ะ! เราดีใจมากเลย ดีใจมากๆ ๆ ๆ " 

หนูพูดพร้อมกับเอาใบหน้าถูกับเสื้อตรงอกของขุนพลไม่หยุด สองมือกำชายเสื้อของพลแน่น รู้สึกดีใจราวกับหัวใจกำลังพองโตจนคับแน่นอก 

"หึ! กูว่าละ แรดอย่างมึงเหรอจะเก็บอาหารไหว" 

พลส่ายหน้าพูดกับหนูหลังจากที่หนูเงยหน้ามามองหน้าเพื่อนตัวเองแล้วยิ้มจนตาหยี คนตัวสูงก็พูดค่อนขอดหนูเหมือนเดิมพร้อมกับใช้มือผลักหัวของหนูแบบไม่แรงนัก จากนั้นพลก็ดันตัวหนูออกแล้วไล่หนูให้กลับบ้านไปกับเฮียอีกรอบ หนูเลยบอกลาเพื่อนตัวเองอีกครั้งแล้วเดินออกมาหาเฮียที่หน้าร้าน 

พอหนูเดินออกมาบอกว่ายอมกลับบ้านด้วยแล้วเฮียเสือก็คว้าแขนหนูเดินไปขึ้นรถทันที เรียกได้ว่าแทบจะอุ้มหนูเลยด้วยซ้ำ หลังจากขึ้นมานั่งบนรถเฮียก็ขยับมาโอบกอดเอวหนูไว้แล้วรั้งให้หนูขึ้นมานั่งบนตัก ก่อนที่เฮียจะขยับใบหน้ามาพูดใกล้หนูด้วยสีหน้ารู้สึกผิด 

"กูขอโทษที่พูดไม่ดีกับมึง แต่เชื่อเถอะว่ากูไม่ได้รู้สึกกับกันต์เหมือนแต่ก่อนแล้ว รู้ไหมว่ากูเป็นห่วงแทบบ้าที่มึงหนีกลับและยังติดต่อไม่ได้ ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ" 

เฮียเสือพูดพร้อมกับใช้มืออีกข้างลูบหัวของหนูด้วยสัมผัสอ่อนโยน แถมยังใช้ริมฝีปากพรมจูบเรือนผมของหนูทำเอาหัวใจหนูอ่อนยวบยาบเป็นขี้ผึ้งโดนไฟลนเลย หนูคิดว่าตัวเองจะเล่นตัวโกรธเฮียได้กว่านี้ซะอีก 

"จ้ะ ว่าแต่เรื่อง... เรื่องที่เฮียฝากขุนพลมาบอกว่า ถ้านะโมยอมกลับเรียนจบมอหกเฮียจะขอหมั้นนะโมไว้ มันเป็นเรื่องจริงรึเปล่าจ๊ะ? " 

หนูเป็นฝ่ายถามเองก็หัวใจเต้นแรงเอง ถ้าหากเฮียตอบมาว่า กูแค่ล้อเล่น คือดับฝันของหนูมาก และหนูคงหน้าแตกแบบไม่หมอที่รับเย็บเลยล่ะ 

"จริง กูคิดไว้แล้วว่ากูจะขอหมั้นกับมึงไว้ก่อน" 

"งื้อ~ นะโมดีใจจัง หนูรักเฮียมากที่สุดเลย" 

หนูพูดเสียงดังลั่นด้วยความดีใจพร้อมกับขยับตัวหันไปใช้กอดคนตัวโตพร้อมกับซบหน้าลงที่ซอกคอแกร่งยิ้มกว้างออกมาคนเดียว ดีใจเหลือเกินที่ความฝันการอยู่ในฐานะซ้อนะโม(ของจริง)ของหนูอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++ 

ตอนหน้าตอนจบแล้วค่ะ 

ความคิดเห็น