ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Ep.13.

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2562 06:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep.13.
แบบอักษร

 

อรรถพล=โอ๊ต 

09:23 น. 

" อือ..ฮึก มะแม่ ฮือ....ฮือ " เสียงร้องของคนตัวเล็กที่ผมนอนกอดอยู่ ทำให้ผมต้องยกหัวขึ้นมาดูแบบคนงัวเงียพึ่งตื่น และต้องตกใจเพราะความร้อนที่ส่งผ่านมายังแขนที่กอดร่างบางนี้ไว้ มันบอกได้เลยว่าผิดปกติแถมร้องไห้อีก ผมยกหัวของคนตัวเล็กออกจากแขนอีกข้างวางลงที่หมอนเบาๆ รีบดันตัวลุกขึ้นมานั่งเอาหลังมือตัวเองวัดความร้อนจากร่างบางอีกที 

" โห ทำไมตัวร้อนขนาดนี้วะ " ชัดแล้วว่าคนตัวเล็กไม่สบาย ไข้สูงมากด้วยตัวก็ออกจะแดงๆด้วย ผมเริ่มจะอยู่ไม่สุขเวรเอ้ยไม่เคยดูคนป่วยด้วยกู หันซ้ายหันขวาจะเอาไงดีวะเนี่ย 

" น้ำๆ ต้องเอาน้ำมาเช็ดตัว " พูดไปก็เดินวนไปมา ทั้งที่ห้องน้ำมันก็อยู่ใกล้ๆเนี่ยโอ้ยกู แล้วมันใช้น้ำร้อนหรือน้ำเย็นวะ 

" สัสเอ้ยยย... แมร่งกูทำห่าอะไรเป็นบ้างวะ " ผมสบถด่าตัวเองที่ทำอะไรไม่ถูก เซ่อไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อนดี น้าหมอน้องชายของม๊า เป็นรอง.ผอ.โรงพยาบาลเอกชน CECT นี่คือสิ่งที่ผมคิดได้ รีบเดินไปที่ปลายเตียงก้มหยิบกางเกงขึ้นมา ล้วงเอามือถือในกระเป๋าออกมากดหาเบอร์ที่ต้องการ... 

ตื๊ดดดด ตื๊ดดดด ตื๊ดดด ตื๊ดดดด ตื๊ดดดด ไม่รับสักทีจนผมอยากจะปาโทรศัพท์ทิ้ง 

" ว่าไง ไอ้เสือโอ๊ต " กว่าจะรับได้นะน้า 

" ทำไมรับช้าจังครับ ผมโทรตั้งนานแล้วเนี่ย " ผมเลยโวยวายระบายความหงุดหงิด 

" เห้ยๆ หัวเสียอะไรมาห๊ะ น้าพึ่งจอดรถเสร็จใจเย็นๆ แล้วบอกมามีอะไร" น้าหมอที่ถามกลับแบบอารมณ์ชิลล์มาก แต่ผมมันไม่ชิลล์เลยเว้ย นานๆทีอะถึงจะโทรหาแก เพราะถ้าไม่มีเรื่องใหญ่คอขาดบาดตายจะไม่โทรหาไง 

" น้าหมอมาหาผมที่สนามเฮียอาร์มได้ไหม มีคนป่วยตัวร้อนมาก ผมไม่รู้ต้องทำยังไง " ผมร่ายยาวตามที่ผมทำอะไรไม่ถูกจริงๆ อยากให้น้าหมอมาเลยจะดีกว่า เพราะแกมาถูกเคยมาดูอาการไอ้สิงห์ที่นี้แล้วครั้งหนึ่ง 

" เอาหล่ะๆ ใจเย็นๆ ก่อนอื่นเช็ดตัวให้เขารึยัง " อันนี้แหล่ะที่ผมไม่รู้ 

" ยังครับ ไม่รู้จะเอาน้ำอะไรเช็ดดี " รีบตอบไปกลัวว่ามันจะช้า เดี๋ยวคนตัวเล็กจะเป็นอะไรมากกว่านี้ 

" คนไข้มีอาการหนาวสั่นไหม " น้าหมอถามกลับผมก็รีบตอบ 

" ไม่ครับ ตัวร้อนมากแล้วก็เพ้อร้องไห้อะครับน้า " 

" งั้นก็แสดงว่าเป็นไข้ธรรมดา เอาน้ำปกติเช็ดได้เลย บิดหมาดๆเช็ดทุกส่วนไล่ไปทางหัวใจ 15-20 นาทีเช็ดครั้ง จนกว่าตัวจนกว่าความร้อนจะลดลง หาผ้าชุบน้ำเย็นบิดหมาดวางไว้ที่หน้าผาก พยายามให้กินน้ำมากๆ ทำเลยเดี๋ยวน้าจะรีบไป " (( อันนี้คือทฤษฎีจริงนะคะ การเช็ดตัวคนไข้จะต้องเช็ดเข้าหาหัวใจเป็นศูนย์กลาง เช่น เช็ดจากหน้าลงมาหาหัวใจ แขนเช็ดจากมือเข้าไปหาหัวใจ ขาเช็ดจากข้อเท้าขึ้นมาหาหัวใจ เพื่อให้หลอดเลือดดำไหลเวียนเข้าสู่หัวใจได้สะดวก ตามภาคปฏิบัติของพยาบาลค่ะ )) 

ผมวางสายรีบเดินเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการกับตัวเองที่พึ่งตื่นมา พอเสร็จก็ไปหากะละมังใบเล็กใส่น้ำเพื่อจะเช็ดตัวมาวางที่ข้างเตียง พร้อมน้ำดื่มมาวางบนหัวเตียง เอาผ้าขนหนูผืนเล็กมาชุดน้ำแล้วบิดหมาดตามที่น้าหมอบอก ปลดกระดุมเสื้ออกก่อน เริ่มจากเช็ดหน้าก่อน ไล่ลงมาที่คอ มาที่หน้าอกขาว ยกแขนขึ้นเช็ด ไล่เช็ดไปเรื่อยๆ พอผ้าเริ่มแห้งก็ชุบใหม่ทำอยู่อย่างนั้น 

" อือ...หนาว อืออ " พอเช็ดคนตัวเล็กก็เอามือมาปัดปายออก ตาก็ยังปิดอยู่ส่งเสียงร้องประทวงตลอดเวลาที่ผมเช็ด 

" เดี๋ยวจะเสร็จแล้วครับ คนเก่ง อีกนิดนะ " ผมรีบไล่เช็ดไวๆเพราะอีกคนร้องหนาว ปัดไม้ปัดมือตลอด 

" อืออน้ำ ขอน้ำ " เสียงแหบพร่าร้องขอน้ำ พร้อมกับเปลือกตาที่เริ่มเปิดขึ้น 

" ครับๆ เดี๋ยวเฮียหยิบให้ " เข้าไปหาคนตัวเล็กที่เตียงประคองให้นั่งพิงหัวเตียง เอื้อมมือหยิบแก้วน้ำส่งให้ ช่วยจับอยู่ด้วยเวลามันดื่ม 

" กี่โมงแล้ว ต้องเข้าบริษัท " ห๊ะ....เอาแล้วไงเริ่มจะดื้อ 

" ไม่ต้องนอนพักก่อน เดี๋ยวน้าหมอจะมาตรวจ " ป่วยขนาดนี้ยังจะทำเก่งอีก นึกถึงตอนที่ผมได้ซิงมันครั้งแรกแม่งก็ยังดื้อมาทำงาน มันคิดอะไรของมันต้องรับผิดชอบขนาดนั้นเลยหรอ เป็นไรมามันคุ้มไหม..... 

" หึ...ไม่เอาจะกลับ ฮือออ " น่านไงงอแงอีกกู น้ำตาไหลเลอะแก้มแดงเพราะฤทธิ์ไข้ ผมรีบเอานิ้วโป้งมือเกลี่ยน้ำตา 

" อย่าดื้อสิครับ เดี๋ยวเฮียจัดการให้ " ผมนั่งพิงหัวเตียงดีๆดึงอีกคนให้มาซบที่อก แล้วกอดปลอบพลางลูบหังเบาๆ 

" ฮึก....ฮือออ..... " เวลาป่วยแล้วเป็นแบบนี้หรอวะ ร้องงอแงเหมือนเด็กน่ารักฉิบหาย 

จุ๊บ " ชู้วววว ไม่เอาไม่ร้องนะครับ เฮียอยู่นี่ " ผมจุ๊บลงที่หัวทุยของคนตัวเล็ก โอ๋ไว้ไม่ให้ร้องสงสารแมวน้อยเวลาร้อง คนตัวเล็กก็เริ่มนิ่งลง น้าหมอถึงช้าจังเนี่ย ยังไม่ได้อะไรให้คนป่วยกินเลยต้องกินยาด้วย จะวานใครดีไอ้ปอนด์กับไอ้อ้นก็กลับ ไอ้สิงห์ก็ไปกกเมียเด็ก แล้วไอ้เห ี้ยเต้นี่ยิ่งวุ่นวายใหญ่ต้องดูเพื่อนคนตัวเล็ก ไม่รู้ไปได้กันตอนไหนยังไง มารู้ตอนพามาเมื่อคืน แต่ผมก็ไม่ได้ถามรายละเอียดไรมากมาย รอมันพร้อมคงเล่าให้ฟังเอง แถมยังเอามานอนที่นี่ด้วยอยู่ห้องถัดไปจากผมนี่แหล่ะ ดีที่คนตัวเล็กมันป่วย 

ก๊อกๆ ก๊อกๆ ผมก้มมองคนที่นอนซบอยู่ที่อกตอนนี้หลับไปแล้ว ตัวก็ยังร้อนอยู่มันทำให้ใจผมร้อนรุ่มตามอุณหภูมิตัวของมัน สำคัญคือมันอยู่ไกลเมืองเพราะรี่มันสนามแข่ง 

" เข้ามาเลย " ตะโกนบอกแล้วก้มดูคนที่อกเดี๋ยวตื่นมางอแงอีก 

" เฮียคุณหมอมาครับ " ไอ้หมีหัวหน้าการ์ดแง้มประตูบอก มันเป็นคนของพี่ไอ้เต้เอามาคุมสนามอายุน้อยแต่ทำงานดีมาก มันไม่เคยให้อะไรผ่านสายตามัน คุมลูกน้องแบบเข้มงวดเลยไม่ค่อยมีปัญหาอะไร นานๆทีจะมีบ้างแต่พวกเฮียไม่ก็เอาอยู่ 

" เออ มึงรีบพาขึ้นมาเลย " คงจะพึ่งมาถึงลูกน้องมันคงรายงาน ถึงรู้ก่อนน้าหมอจะขึ้นมา 

" ครับเฮีย " มันรับคำแล้วปิดประตู สักครู่หนึ่งประตูก็เปิดเข้ามาใหม่เป็นน้าหมอที่หิ้วกล่องตรวจมา 

" ไงหลานชาย ไปเอาลูดใครเขามาทำมิดีมิร้ายอีกร่ะสิ " หึหึ เข้ามาเห็นปุ๊บก็แขวะปั๊บเลยคุณน้ากู 

" ไข้ขึ้นแล้วงอแง น้าหมอจะตรวจไงบ้าง " ผมถามเพราะคนตัวเล็กยังซบออกผมหลับอยู่ อะไรก็ยังไม่ได้กิน 

" เราสะดวกให้เขานอนเองไหม " ลองดูแล้วกันต้องไปหาอะไรให้มันกินก่อนกินยา 

" ได้ครับ เดี๋ยวผมต้องหาของมาให้มันรองท้องก่อนกอนยา " ผมตอบน้าหมแล้วค่อยๆจับมันให้นอนลงดีๆ 

" อือออ ....ฮึก " คนตัวเล็กเริ่มรู้สึกตัวตื่น เสียงร้องคางเมื่อโดนขัดการนอน 

" ชู้วววว นอนดีๆ ให้หมอตรวจก่อนนะ คนเก่งจะได้หายไวๆ " จุ๊บ ผมบอกปลอบแล้วจุ๊บที่หน้าผากไม่ให้มันงอแงมันก็ยอมนอนให้น้าหมอตรวจ 

" น้าซื้อโจ๊กกับ อาหารแกมาให้เดี๋ยวคงมีคนจัดมาให้ " ผมพยักหน้าให้น้าหมอแล้วปล่อยให้แกเข้าไปตรวจอาการคนตัวเล็ก พลางคิดว่าน้าหมอนี่ชั่งรู้ใจจริงๆ กำลังคิดอยู่ว่าจะไปหาคนทำมาให้เพราะผมทำอะไรไม่เป็นต้มไข่คงได้อยู่ ก็ผมมันผู้ชายทั้งแท่งนี่หว่าจะให้เป็นงานครัวได้ไง ไว้หาเมียมาทำให้กิน5555 ผมเดินออกมาจากห้องเพื่อไปดูของกินมาให้คนป่วย เจอเข้ากับ..... 

" สัสโอ๊ต พึ่งตื่นไงมึง " ตัวกวนตีน นี่ขนาดมึงมีตัวป่วนอยู่ยังเสือกมีเวลามากวนตีนกูอีก 

" ตื่นก่อนมึงไอ้อ่อน " ดูจากสภาพมันแล้วน่าจะพึ่งตื่น 

" อ่อน-วยไรหล่ะ สายแล้วไปส่งเขายังมึง เขามีงานมีการเผื่อมึงไม่รู้ " สัสความกวนมึงมันน่าให้ไอ้เตี้ยอาละวาดอีกรอบ เมื่อคืนผมเห็นฤทธิ์ไอ้เตี้ยเพื่อนคนตัวเล็กแล้ว ไอ้เต้นี่ปวดกระบาลเลยอย่างมันต้องเจอแบบนั้นแหล่ะ 

" -วยมึงไงอ่อน ขอบใจที่บอกสัส แต่เอาลูกคุณหนูให้อยู่ก่อนเผื่อมึงจะลืม " กูละสงสารอนาคตมึงจริงถ้าได้ไอ้เตี้ยเป็นเมีย ไอ้เต้นี่หงอไปเลย555 กูว่าโดนเมียข่มจากเสือเป็นแมวแน่มึง 

" ระดับกู ไม่มีเอาไม่อยู่ เสียฟอร์มลูกหลานมาเฟียร์หมด " หรอวะ รึกูตาฝาดไปว่าไอ้เตี้ยอ่ะเอามึงอยู่เลยไอ้มาเฟียร์เสียฟอร์อม 

" สัส คุยกับมึงเสียเวลา ไสหัวหมาไปได้แล้วมึง " ผมไม่อยากเสียเวลากับไอ้เห ี้ยเต้ต่ออีกคนป่วยยังไม่ได้กินอะไรเลยแล้วไม่รู้น้าหมอตรวจเสร็จหรือยัง น่าจะเสร็จแล้ว 

" เฮียโจ๊กกับอาหารเช้าครับ เอาเข้าไปเลยไหม " ไอ้หมีที่เดินมาพร้องลูกน้องหิ้วถุงอาหารมาเป็นพวก 

" เออ เอาส่งมานี่เดียวกูถือเข้าไปเอง " ไม่อยากใครให้เข้าไปแล้ว นอกจากน้าหมอ ลูกน้องไอ้หมีรีบส่งถุงอาหารทั้งพวกมาให้ผม รับมาถือแล้วก็จะเดินกลับเข้าห้อง... 

" เชี่ยโอ๊ต มีอะไรหรือเปล่าวะ " ไอ้เต้ถามมันคงสงสัยเพราะผมไม่ค่อยชอบโจ๊ก มันเละๆ ข้าวต้มยังพอได้นะ 

" ก็เออ เป็นไข้ " ตอบมันไปแค่นั้นให้มันคิดเอาเอง 

" มึงไปข่มเหงอะไรเขาอีก ไอ้เชี่ยลูกเขามีพี่มีแม่ " โหไอ้เห ี้ยทำมาว่ากู ไม่ดูตัวเองไอ้พวกไม่มีเงาหัว มึงรู้ไหมไอ้เตี้ยมันตระกูลไหน เทียบกับคนตัวเล็กแล้วยังห่างกันไกลโข แม่ไอ้เตี้ยเป็นคนตระกูลผู้ดีเก่าทำธุกิจเพชร เขาจะยอมรับไอ้เต้ที่เป็นมาเฟียร์ได้ไหม 

" ไอ้สัส มึงนี่ไม่ข่มเหงลูกเขาเลย... เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะมึง " ผมไม่จำเป็นต้องบอกอะไรมากเพราะถ้ามันจริงจังก็ต้องสืบเรื่องของไอ้เตี้ยอยู่แล้ว ไม่พูดอะไรต่อให้มากความผมเดินไปที่ประตูห้องเปิดเข้าไปทันที 

น้าหมอนั่งอยู่ข้างเตียงมองมาที่ผมสายตาเต็มไปด้วยคำถาม คนตัวเล็กยังหลับอยู่เห้ยมันต้องลุกมากินอะไรก่อน ว่าแล้วก็เดินเอาของไปว่างที่โต๊ะกระจก กำลังจะเดินไปเอาชามมาใส่โจ๊ก แต่...... 

นายแพทย์ ประกฤติ 

วันนี้จากที่ต้องเข้าไปที่โรงพยาบาล แต่นายแพทย์ใหญ่วัยกลางคนต้องมาอยู่ที่สนามแข่งรถของหลานชายคนโต มาด้วยเรื่องของหลานชายคนเล็ก ซึ่งเป็นลูกของพี่สาวเขา โทรมาหาตอนกำลังจะจอดรถในโรงพยาบาล สายเรียกเข้าอยู่นานเพราะถอยรถอยู่ พอรับไอ้หลานชายคนเล็กก็โวยวายบ่นยาวแแบบคนรีบเร่งหงุดหงิด คงมีเรื่องอะไรอีกร่ะสิปกติแทบไม่เคยโทรมามีก็นับครั้งได้ เจอกันบ้างก็ที่บ้านพี่หญิงแต่ไม่บ่อย 

เขาต้องใช้หูฟังตรวจคนไข้ที่นอนอยู่บนเตียง เป็นผู้ชายร่างเล็กอายุราวยี่สิบเศษๆหน้าสวยราวผู้หญิง ผิวพรรณดีหุ่นบอบบางที่นอนซมจากพิษไข้ พอยืนที่ตรวจฟังไปที่หน้าอกก็ต้องเอ่ะใจกับรอยที่คอ จึงใช้นิ้วเกี่ยวคอเสื้อให้เปิดออก กว้างๆ ก็เห็นรอยตามหน้าอกอีก เขาเข้าใจทันทีเลยว่าป่วยเพราะอะไร พักหลังๆสังคมเปิดกว้างเรื่องแบบนี้มักมีให้เห็นเป็นประจำ เขาฟังเสียงปอด ชีพจรการเต้นของหัวใจ เสียงลำไส้ เสียงไหลเวียนของเลือด ที่แปลกใจคือมันเหมืนตรวจร่างกายผู้หญิง... 

เด็กที่นอนเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมามองเขาด้วยความอ่อนล้าจากไข้ ในสายตาเหมือนมีอะไรบางอย่างในใจ เขาจึงยิ้มให้อ่อนๆ เพื่อให้คนไข้สบายใจ คนเป็นหมอนอกจากจะรักษาแล้วต้องเป็นที่ปรึกษาสาเหตุที่เกิด รับฟังคนไข้ของตัวเองด้วย 

" ไม่เป็นไรนะ หมอตรวจดูแล้วร่างกายเราดูแล้วไม่ได้เป็นอะไรนอกจากไข้ เดี๋ยวหมอจะฉีดยาให้นะ กินข้าวกินยานอนพักมากๆทานน้ำมากๆเดี๋ยวก็หาย " เอ่ยบอกคนไข้ที่นอนตาปรือฟังเขาพูดอยู่ จัดการฉีดยาที่เตรียวไว้แล้ว 

" อือ..ขะขอบคุณครับ " คนที่นอนอยู่พยายามยกมือไหว้ 

" ไม่เป็นๆ แต่หมอขอตรวจ ภายในหน่อยจะได้ไหม จะได้จ่ายยาให้ถูกกับอาการของเรา " เด็กป่วยดูจะมีเขินอาย ตื่นๆ เป็นธรรมดา เงียบนิ่งเหมือนกำลังคิดสักแปปก็พยักหน้าเบาๆเป็นการตอบ คงทบทวนดูแล้ว 

" ค่อยนอนตะคงก่อนนะ เดี๋ยวหมอช่วย " คนป่วยขยับตัวนอนตะแคงโดยมีหมอคอยช่วย จากนั้นก็ทำการตรวจซึ่งก็เป็นอย่างที่คิดไว้ ร่างกายผ่านสงครามเซ็กส์มาอย่างหนัก น่าจะเป็นครั้งแรกของเด็กนี่ด้วยดูจากรอยแผลที่ฉีกขาดบวมแดง ตรวจเสร็จก็ให้คนไข้นอนพักรออาหารมารองท้องก่อนกินยา จัดยาลดไข้และค่าเชื้อ แก้อักเสบ แต่ยาที่ใช้สอดคงต้องให้ไปหาซื้อเอา หันมาอีกทีหลับไปส่ะแล้ว เขาจึงนั่งมองหน้าเด็กรู้สึกสงสาร หลานชายของเขาเรียกได้ว่าไม่ธรรมดาเลย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่รู้ว่ามันมีอะไรกับผู้ชายด้วย 

ประตูเปิดออกเพราะมีครกำลังเข้ามา ก็ไม่ใช่ใครไอ้คนก่อเรื่องนั่นเอง เดินเข้ามาพร้อมพวงถุงอาหารที่เขาซื้อมาให้ก่อนมา ผู้เป็นน้านั่งมองหน้าหลานชายข้างคนป่วย ส่งสายตาอยากจะถามอยากจะเตือน แล้วเปิดปากถาม 

" แกเป็นอะไรกับเด็กคนนี้ " เอ่ยขึ้นพร้อมหน้าตาเคร่งเครียด  

" ผมยังไม่รู้ " เห้อ..... 

" ถ้าแกไม่คิดจะจริงจังควรเลิกยุ่งกับเขาส่ะ เด็กคนนี้เป็นผู้ชายวันหนึ่งแกก็ต้องสร้างครอบครัว " เขารู้ดีว่าพี่สาวเขาอยากมีหลานแค่ไหน หลานชายคนโตมีแล้วไปทำเขาท้อง แต่กำลังตามง้ออยู่จากที่ได้ข่าว  

" แล้วไงครับ ผมยังไม่อยากมียังไม่คิดจะสร้าง อยู่กับมันก่อนจะเป็นอะไร " หลานคนเล็กตอบเชิงจะหัวเสียแบบเด็กโดนขัดใจ เขาก้ได้แต่ส่ายหน้าแล้วพูดต่อ 

" มันไม่เป็นอะไรสำหรับแกไอ้หลานชาย แต่เขาเป็นแน่ทุกอย่าง " ใช่ เป็นในที่นี้คือ ต้องเสียใจ เสียความรู้สึก ผิดหวัง เสียเวลา เสียโอกาส..... 

" เป็นอะไรครับ " เด็กหัวดื้อก็จะเป็นแบบนี้ ลูกโอ๋ของพี่สาว 

" ถ้าวันหนึ่งเขาให้ในสิ่งที่แกต้องการไม่ได้ แกเจอคนใหม่ที่ดีกว่า หรือมีเหตุจำเป็นอื่น แกยังจะให้เขาอยู่อีกไหม ในฐานะอะไร คิดูสิว่าถ้าเขามีความรู้สึกดีให้แก รักแกจากความสัมพันธ์ชั่วคราวนี้ วันหนึ่งเขาก็จะเสียใจ " 

"............. 

" แต่ถ้าแกบอกว่าเขาแค่คู่นอนปลดปล่อยความต้องการ ก็จงอย่าให้ความหวัง หมดความต้องการแล้วก็รีบปล่อยเขาไป คู่นอนของแกมันหาได้อีกเยอะหลานชาย แต่ไม่ใช่กับคนไร้เดียงสา เพราะมันคือการทำร้ายชีวิตเขา " 

"............. 

มันอาจจะไม่ใช่พี่สาวเขาที่อยากได้หลาน แต่วันหนึ่งหลานชายเขาเห็นคนอื่นมีหล่ะ ก็อาจจะอยากมีจากความรู้สึกผู้ชายด้วยกัน มีแค่ความรักให้กันมันก็เพียงพอแล้วใช้ได้นะ แต่ก็ไม่ใช่กับทุกคู่ มนุษย์ล้วนมีความต้องการที่ไม่จบสิ้น สังคม, ฐานะ, ครอบครัว,ความจำเป็น, สิ่งเหล่านี้มีส่วนชี้นำ.... 

ไม่มีใครหยั่งรู้อนาคตว่าจะเป็นยังไง เพียงแค่วันนี้เราคิดให้ดีในทุกย่างก้าวไม่ประมาทความผิดพลาดก็จะน้อยลง 

 

กรกฎ=กร 

 

ร่างกายที่ป่วยไข้นอนไร้เรี่ยวแรงบนเตียงกว้าง ดวงตาที่ปิดอยู่เริ่มเหิ่มร้อนด้วยน้ำใสที่ไหลลงข้างหางตา หัวใจที่แข็งแกร่งดั่งหินผามาโดยตลอด รับรู้ถึงเสี้ยวหนึ่งของคำว่าเจ็บปวดตรงหัวใจ จากการสนทนาของชายต่างวัยสองคน เขานอนนิ่งทั้งที่ไม่ได้หลับได้ยินทุกคำพูดโต้ตอบนั้นตั้งแต่ต้นจนจบ กระทั่งว่าสองคนนั้นออกไป น่าจะไปส่งกันหรือไปคุยอะไรกันต่อที่ไม่อยากให้ได้ยิน ตอนนี้เขากำลังอ่อนแอจากพิษไข้หรืออย่างไรหัวใจถึงเจ็บจุกชั่วขณะ 

นั่นสิเขาเป็นแค่ผูชายคนคนหนึ่ง ไม่เคยเปิดใจให้ใครตั้งแต่เขาเข้าสู่วัยรุ่นวัยรัก ตั้งใจเรียน ตั้งใจรับผิดชอบหน้าที่งานการ เพราะคิดว่าหากมีมันจะทำให้เจ็บปวดในสักวัน "คำว่ารัก" ไม่ควรมี เขาเป็นใครกันจะไปเรียกร้องเอาความสำคัญจากคนอย่างมัน หมดความต้องการแล้วให้อยู่ตรงไหนงั้นหรอ มันไม่จำเป็นหรอก เขาจะอยู่ในที่ของเขาไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกว่าหมดเวลาของคุณแล้ว จะไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นแน่นอน ไม่มีวัน 

กัดฟันลุกขึ้นจากเตียงทั้งที่ร่างกายสั่นเทา มองหาโทรศัพท์ พอได้โทรศััพท์ของตัวเองแล้วก็รีบกดโทรหาเพื่อนมีเวลาไม่มากเพราะอีกคนจะเข้า แบตมือถือก็ใกล้จะหมด ต้องออกไปจากที่นี่เขาจะไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว จะยอมเป็นคนอ่อนแอขี้แพ้ตลอดกาลแบบนี้มันไม่ใช่เขา 

ตู๊ดดด ตู๊ดดด ตู๊ดๆ ๆ ทำไม่ถึงไม่รับนะ 

ตู๊ดดด ตู๊ดดด ตู๊ดดด ได้โปรดรับทีเถอะ...คำภาวนาในใจที่รีบร้อนของผม 

(( เออ ว่าไงมึง )) 

" ปาย มึงช่วยรับกูหน่อยได้ไหม เดี๋ยวนี้กูขอร้อง " เสียงแหบพร่าของคนกำลังป่วย ร้องอ้อนวอนเพื่อนสนิท 

(( เห้ย กรมึงเป็นอะไร ทำไมเสียงเป็นแบบนั้น ))  

" กูไม่สบาย มึงรีบมารับกูก่อนกูจะส่ง GPS ให้ แต่มึงต้องรับมานะ " จากในเมืองมาคงต้องใช้เวลาแต่ยังไงก็ต้องออกไปให้ได้ 

(( เดี๋ยวๆ มึงเป็นอะไร มีใครทำอะไรมึงกร )) 

" ไว้ค่อยคุยได้ไหม รีบมารับกูก่อน " กูจะบอกมึงทุกอย่างขอแค่มึงรีบมารับกูก่อน...ปาย 

(( เออๆ แต่กูไม่ได้อยู่ในเมืองน่ะสิ มึงพอจะรอได้ไหม กูจะรับไป )) 

" ฮึก...มึงอยู่ที่ไหน ฮึก...นานมากไหมกูต้องรีบปาย.. " พอได้ยินว่ามันไม่อยู่ในเมืองก็คิดไปว่าถ้ามันอยู่ต่างจังหวัด ผมจะทำยังไง ความรู้สึกมันก็ตื้นขึ้นมาทันที 

(( เชี่ย....กรมึงเป็นอะไร||| บอกกูมาใครทำอะไรมึง เดี๋ยวกูให้ป๊าช่วย )) 

" ฮือ...ปะปาย มึงรีบมา..ฮึก..." ตาที่พร่ามัวเพราะมีน้ำมาบดยัง ร่างสั่นระริก พูดออกมาได้เพียงเท่านั้น 

(( ได้ๆ มึงอยู่ที่ไหน ปักหมุดส่งมากูจะรีบไป ถ้ารีบกูจะใครคนของพ่อไปรับมึงก่อน)) 

"...ฮึก..ฮือ " น้ำตาร่วงเผาะทัน ทีที่เพื่อนสนิทกระตือรือร้นที่จะช่วย 

(( มึงใจเย็นๆนะ กูไม่ทิ้งมึงแน่เร็วๆรีบส่งมา )) ผมรีบปีกหมุดส่งไปในไลน์ทันที สะอื้นไปด้วย ลมหายใจก็ร้อนแรงก็น้อย 

อ่านแล้ว 

((...........)) อีกคนกดดูแล้วแต่ยังเงียบอยู่ 

(( กรตอนนี้มึงอยู่ที่ไหน บอกูได้ไหม )) 

" ฮึก...กะกูไม่รู้ ฮือ..มันพากูมา กูไม่รู้ปายช่วยกูที ฮึกฮือ.." 

((ฟังดีๆนะ ที่ที่มึงอยู่เป็นสมามแข่งรถใช่ไหม )) ห๊ะ.... สนามแข่งรถหรอ ผม 

" น่าจะใช่..ฮึก มันบอกกูก่อนมาว่าไปสนาม " 

(( ตอนนี้มึงอยู่ไหน ตรงไหน กูอยู่ที่เดียวกันกับมึง )) 

" อะ อะไรนะ.. อยู่ที่เดียวกันหรอ " มันมาอยู่ที่นี่ได้ไง ...แต่ถึงกระนั้นยังรู้สึกใจชื้นขึ้นมา 

(( เออ เร็วๆบอกมา )) คนฟังไม่ตอบแต่เร่งเร้าแทน 

" มันเป็นห้องที่ขึ้นมาจากบาร์ข้างล่าง.. ฮึก " 

(( ห้องไหน ชั้นไหน )) 

" ชั้นสอง ห้องที่สอง " 

(( มึงรอเดี๋ยว )) ไอ้ปายพูดแล้วตัดสายไป ผมก็ยืนมองโทรศัพท์แบบงงๆ ทั้งที่ยังสะอื้นอยู่ 

ก๊อกๆ พรื๊ดด...เสียงเคาะดังขึ้นจากนั้นประตูก็เปิดออก ทิ้งค้างไว้พร้อมร่างของคนที่อยากให้ช่วยปี่ตัวเข้ามา 

" มึง...ไอ้กร " ทันทีที่ได้ยินเสียง และมองเห็นเพื่อนตัวเอง.... 

" ฮือ...ปาย ฮึก ฮืออออ " ผมรีบเดินไปกอดมันแน่นแล้วปล่อยโฮ แบบทำนบน้ำตาแตก 

" ชู้วๆไม่เป็นไรนะมึง กูอยู่นี่ เห้ย|||ทำไมมึงตัวร้อนขนาดนี้..." มันกอดตอบพร้อมกับลูบหลังเบาๆ แล้วก็ร้องตกใจกับอุณหภูมิตัวผม ผละตัวออกนิดเพื่อมองหน้า 

" ฮึก..กะกู ไม่สบาย..." ตอนนี้ยาก็ยังไม่ได้กิน ไม่ได้กินอะไรสักอย่างนอกจากน้ำ 

" ไปกูจะพามึงกลับ แล้วไปหาหมอด้วย " คนปลอบช่วยประคองผมเพื่อจะพากลับแต่..... 

" มึงจะพากันไปไหน....แล้วใครให้มึงเข้ามา " เสียงของเจ้าของห้องดังขึ้น ยืนกว้างประตูมองหน้าไอ้ปายแบบเอาเรื่อง 

" แล้วไง... กูจะพาเพื่อนกูกลับ " ปายปล่อยแขนที่ประคองตัวผมแล้วดันให้อยู่ด้างหลังมัน ผมต้องรีบออกไปเพราะตอนนี้ปวดหัวมากเริ่มจะทนไม่ไหว 

" เสือก.. มึงมายุ่งไรด้วย กลับไปที่เตียงส่ะอย่าให้พูดซ้ำ " ไอ้คนยืนขว้างว่าไอ้ปายแล้วหันมาสั่งผมด้วยสีหน้าจริงจังกว่าทุกทีที่เคยเห็น 

" มึงไม่มีสิทธิ์มาขู่บังคับเพื่อนกู ไอ้สัส " ไอ้ปายก็เริ่มหัวเสียโวยวายโต้ตอบไอ้คนที่ชอบบังคับ เอาแต่ใจ  

" มึงหน่ะออกไปจากห้องกู||| ถ้าไม่อยากโดนกระทืบ " แล้วมันก็เริ่มกลายร่างอารมณ์เป็นหมาบ้า เหมือนอย่างเคย 

" ไปกร กลับ||| " คนที่โดนตะคอกใส่ไม่สะทกสะท้านอะไร หันกลับมาประคองผมให้เดินต่อ แต่แค่ชั่วพริบตาเดียว.. 

ควับ... พลั่ก.. ตุ๊บ ร่างไอ้ปายร่วงลงไปกองอยู่กับพื้นด้วยแรงกระชากที่แขนแล้วเหวี่ยง ไปอีกทางให้พ้นตัวผม 

" โอ้ยยย ซี๊ด ไอเห ี้ยยยย " มันโวยวายเสียงดังลั่น เอามือกุมท้องคงจุกเพราะลงไปกระแทกไม่ใช่เบาๆ 

" เห้ย อะไรกันวะ ไอ้เห ี้ยโอ๊ตมึงเป็นบ้าไรของมึงเนี่ย สัส " เพื่อนของไอ้หมาบ้าถ้าจำไม่ผิดน่าจะชื่อเต้ รีบวิ่งเข้ามา ประคองไอ้ปายให้ลุกขึ้น ดึงมันเข้าไปกอดไว้หลวมๆ มองหน้าไอ้หมาบ้าแบบฉุนๆเหมือนกัน ทำให้ผมมองอย่างสงสัย แต่มันยังไม่ใช่เวลาจะมาหาคำตอบ 

" มึงรีบรากมันออกไปจากห้องกูเลย||| ก่อนที่มันจะตายคาตีนกู||| " มันหันไปตวาดใส่เพื่อนที่ชื่อเต้เสียงดัง มองไอ้ปายแบบอยากจะบีบคอให้ตายคามือ สีหน้ามันน่ากลัวมากไม่เคยเห็นมันบ้าได้ขนาดนี้ 

"............... ผมยืนมองหน้า ไม่พูดอะไรออกมาเพราะตอนนี้พลังงานมันจะหมด ตัวก็รู้สึกจะร้อนขึ้นจากเดิมที่หมอฉีดยาให้  

" ส่วนมึงกลับไปที่เตียง||| จะได้กินโจ๊กกินยาแล้วนอน " หันกลับมาเสียงดังใส่ผม ออกคำสั่งเหมือนเคยแต่อย่าคิดว่ากูจะยอม 

" ไม่.. กูจะกลับ||| " กูไม่คิดจะอยู่เป็นอะไรกับมึงทั้งนั้น ไม่ว่าจะที่ระบาย หรือในสถานะไหน กูยอมตายเพื่อจะไปจากที่นี่ถ้าเรื่องมันจะไม่จบ 

" มึงไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น|| " เสียงพูดกดต่ำแบบคนที่อยากจะฆ่าใครสักคน 

" ได้.." ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ คงออกไปไม่ได้ง่ายๆ ผมเลือกจะเดินไปที่เคาน์เตอร์ครัว ด้วยแรงสู้สุดท้ายที่ทุ่มสุดตัวแล้วตอนนี้ หยิบเอามีดขนาดพอดีมือที่เสียบเรียงกันอยู่ แล้วเดินกลับมาเล็กน้อย โดยมีสายตาคนทั้งสามมองดูอยู่ ไอ้ปายมีสีหน้าซีดลงทันทีเหมือนอ่านใจผมออก เอาสิวัดกันไปเลยผมไม่มีอะไรจะเสียแล้วหนิ่  

" มึงจะทำอะไร คิดจะฆ่ากูว่างั้น " เสียงมันถาม ทำหน้าแบบเหนือกว่า ว่าอย่างผมคงทำอะะไรมันไม่ได้ ก็ใช่ก็สู้มึงไม่ได้หรอกทำอะไรมึงก็ไม่ได้ด้วย ผมกำดีดไว้ในมือแน่น แล้วยกมันขึ้นมาเอาปลายแหลคมของมีดจ่อจิ้มเข้าที่คอ กดน้ำหนักมือให้พอเข้าเนื้อไว้ก่อน ถึงจะมันเจ็บ เลือดสีสดไหลย้อยออกตามรอยจนรู้สึกได้ 

" ก็เอาสิ ถ้าตัวกูออกไปจากที่นี่ไม่ได้ กูก็จะไปแค่วิญญาณ " ทุกคนถึงกับตะลึงตกใจกันสุดๆ ไอ้ปายรีบดันแขนคนที่กอดมันออกด้วยความตื่นตระหนก ผมมองมันน้ำใสๆก็เริ่มเอ่อเต็มหน่วยตาแล้วล้นออกหยดเผาะลงเป็นสาย กูรักมึงนะเพื่อนแต่ถ้ากูต้องยอมมันอีกชีวิตกูคงจะไม่เหลืออะไรให้ภูมิใจอีกแล้ว 

" ฮึก....อย่านะกร ฮือ มึงอย่าทำแบบนี้ " หัวใจผมมันเจ็บมากเมื่อเพื่อนรักเริ่ม ร้องไห้ด้วยอาการตื่นกลัว 

" มึงจะทำบ้าอะไร...ห๊ะ||| " เสียงตวาดลั่นของไอ้คนที่ผมต้องการจะออกห่างๆยิงไกลได้เท่าไหร่ยิ่งดี พร้อมจะขยับเดินเข้ามา 

" ลองเข้ามาสิ ฮึก.. มึงจะได้รู้ว่ากูกล้าไหม " ผมกัดฟันกดมีดเข้าเนื้อที่คอขึ้นอีกบาดลึกจนเจ็บแสบปวดไปหมด มันหยุดชะงักเท้า หน้าตึง  

" อย่าาา ฮืออออ อย่านะมึงกร...กูรักมึงนะกร ฮึกๆ มึงคือเพื่อนสนิท ฮือ คนเดียวของกู...ฮืออ " น้ำตาผมมันไหลแบบเขื่อนแตก กูก็ไม่อยากทำแบบนี้เลยปายแต่มีเพียงวิธีนี้ ที่จะหลุดจากพันธนาการข้อบังคับของมัน 

" กะกูก็ ฮึก รักมึงปาย..ฮือออ " ตั้งแต่ ม. ปลายสินะที่เราเป็นเพื่อนกันมา จำไว้ว่ากูจะมีมึงเป็นเพื่อนรักเสมอ ผมส่งสายบอกมันพร้อมน้ำตายที่ไหลมากมาย กลัวนะความตายไม่มีใครไม่กลัว แต่ผมจะไม่ยอมคนอย่างมันอีกแล้ว 

" ก็เอาสิ ฮึก... มึงจะบังคับกูได้ แค่ตัวกูเท่านั้น ฮึกๆ แต่มึงจะไม่มีวันบังคับวิญญาณ ฮึก กูได้หรอก " แม่ครับ พ่อครับกรขอโทษที่ทำให้ต้องผิดหวัง กรขอตอบแทนคุณชาติหน้าแล้วกัน....... 

"....................... 

" ฮืออออ กร...ฮืออ ฮึก " เสียงร้องไอ้ปายทำให้คนข้างหลังมันสวบกอดมันแน่น สงสารมันมากแต่ผมมาไกลแล้ว 

" มึง จะ ไม่มีวัน เอาอะไรมา ฮึก บังคับกูได้อีก ฮึกๆ " ในอยู่ก็ต้องเสียเพราะสิ่งที่มันเอามาบังคับสักวันอยู่แล้ว 

" น้องกร... พี่ว่าคุยกันดีๆดีกว่านะครับ อย่าทำแบบนั้นเลย " ผมส่ายหน้าน้ำตาท่วม เลือดก็ไหลลงไม่หยุด คนอย่างมัน คำว่าพูดคุยดีๆ คงใช้ไม่ได้ 

"............. 

" ฮึก... ในเมื่อมึงอยากได้ ฮึก.. ร่างกายกูนัก มึงก็เอาไป ฮืออ... แต่มึงจะไม่มีวันได้วิญญาณของกู ฮึกๆ " เพราะวิญญาณของผมจะโบยบินไป โดยที่มันจะจับไว้ไม่ได้ น้ำตายิ่งไหลออกมาประหนึ่งว่าเป็นก็สั่งเสียและตัดสินใจแล้ว 

" ส่งมีดมาให้เฮีย กร " มันพูดพร้อมกับยืนมือสั่นๆออกมา ตาเริ่มแดงๆ คนอย่างมึงรู้สึกผิดเป็นด้วยหรอ 

" ไม่ ฮึก ปล่อยกูไป ฮืออ " จากที่มีดมันจิ้มอยู่ผมก็ลากลงมาให้มันบาดเป็นทาง เลือดไหลออกมาจนเปียกเสื้อ มันเจ็บปวดมากจนอยากจะเสียบ มันเข้าไปให้มันจบๆ ถ้ามันยังไม่ยอมปล่อยผมๆก็จะไปในแบบที่ผมจากมันได้.... 

" อ๊ากกกกก กร...... " เสียงหวีดร้องของเพื่อนรัก เป็นลมล้มลงในอ้อมแขนของคนที่กอดไว้ ใจมันเจ็บปวดที่เห็นมันต้องเป็นแบบนี้เพราะผม ถาพนี้คงจะติดตามันไปตลอด 

ตุ๊บ// เสียงหัวเข่าของคนร่างสูง ที่ผมต้องการไปจากมัน กระแทกลงพื้นทั้งสองข้างอย่างไม่กลัวเจ็บ ในท่าคุกเข่ามองผมหนวยตาเต้มไปด้วยน้ำใส 

" กรเกลียดเฮียมากขนาดนั้นเลยหรอครับ คนดี.." น้ำตาของไอ้คนที่พูดหยดเผาะแบบไม่มีเสียงสะอื้น แว๊ปหนึ่งหัวใจผมมันบีบที่เห็นน้ำตามัน ปากเริ่มชา ตาเริ่มเบลอ ขาก็สั่นระริก คงเป็นเพราะเสียเลือดทั้งที่ยังเป็นไข้อยู่ 

"................. 

" เฮียมันเลวกับกร มากขนาดนั้นเลยใช่ไหม ฮึก.." เสียงที่ได้ยินเริ่มก้องยานแบบคนหูอื้อ ตาที่มองเห็นเริ่มเป็นภาพซ้อนสองซ้อนสาม มือที่จับมีดเริ่มหนักมาก ขาเริ่มไร้แรงยืน ตัวเริ่มโอนเอนแล้วทุกอย่างก็....... 

วื๊ดดด แคร่ง|||  

 

 

_____________________________________________________________________________ 

 

เหมือนเคยยังไม่ได้ตรวจคำผิดจร้า เพราะยังไม่มีคนบ่น 555 คอมเม้นยังน้อย..... 

กดไลค์ คอมเม้น ติชม เพื่อเป็นกำลังใจด้วยนะคะ 

ปล. เรื่องนี้เป็นเรื่องยาวจร้า ไม่ใช่นิยายสั้นเนอะ คนที่รอไม่ได้ไรท์แนะนำไปอ่านเรื่องสั้นๆได้จร้าาาา 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น