ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

‘ดูดวง’ไหมครับแถมรักให้ด้วย➶☯(ธนู x มีน) - บทที่ 3 [RE]

ชื่อตอน : ‘ดูดวง’ไหมครับแถมรักให้ด้วย➶☯(ธนู x มีน) - บทที่ 3 [RE]

คำค้น : ❥ทำนายทายรัก✡THE SERIES : ‘ดูดวง’ไหมครับแถมรักให้ด้วย➶☯ (ธนู x มีน)

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.ค. 2559 17:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
‘ดูดวง’ไหมครับแถมรักให้ด้วย➶☯(ธนู x มีน) - บทที่ 3 [RE]
แบบอักษร

 

 

ทำนายทายรักTHE SERIES ดูดวงไหมครับแถมรักให้ด้วย(ธนู มีน)

 

 

 

หนึ่งเดือน..

 

 

            นั้นคือจำนวนตัวเลขที่พาสต้าหอบผ้าหอบผ่อนมาอาศัยอยู่ ณ. คอนโดไฮโซแห่งนี้ ชีวิตประจำวันหลัก ๆ ของพาสต้าก็มีไม่กี่อย่าง ตื่นเช้าทำอาหารให้คุณชายภาคิณรับประทาน เสร็จแล้วก็นั่งรถไปเรียนด้วยกัน หรือถ้าวันไหนตารางเรียนไม่ตรงกันก็แยกย้าย แต่หลังเลิกเรียนไม่ว่าจะเขาหรือภาคินหากใครเลิกเรียนก่อนต้องรอกลับบ้านพร้อมกัน ยกเว้นกรณีที่ติดธุระจริงๆ

พอถึงห้องสองมือก็หยิบผ้ากันเปื้อนมาสวม ทำการปัดกวาดเช็ดถูก ที่บอกว่าทำความสะอาดวันเว้นวันก็กลายเป็นว่าทำทุกวันไม่ขาดตกบกพร่อง เพราะเจ้าของห้องเล่นอำนวยความสะดวกให้เขาซะจนรู้สึกเกินคุ้มค่าจ้าง แถมแม่บ้านก็ยังดูแลอย่างดีชนิดนอนกลิ้งกับพื้นเลยก็ยังได้เพราะเขาแถมหาฝุ่นผงไม่เจอ      

เสร็จยัง เดี๋ยวก็ไปดูหนังไม่ทันหรอก

แปปดิพี่

หลายแปปละ มาเดี๋ยวฉันช่วย

ภาคินส่ายหัวหน่อยๆ แย่งเชือกรองเท้าจากมือของคนที่กำลังทำท่าเงอะๆงะๆเหมือนเด็กประถมที่ไม่รู้วิธีผูกเชือกรองเท้ามา จับเส้นสีขาวมัดกันหนึ่งทบแล้วผูกเป็นปม

เฮ้ยพี่ ไม่ต้องก็ได้นั่นมันเท้านะ

รีบปฎิเสธพร้อมถอยเท้าหนี แต่ก็ถูกมือใหญ่ยึดเท้าไว้แน่น..เชือกสองเส้นไขว่พันกันหนึ่งทบแล้วผูกเงื่อนโบว์ให้ง่ายต่อการคล้ายปมออก ดวงตาสีดำสั่นไหวเล็กน้อยยามก้มดูเรือนผมสีช็อกโกแลตตรงหน้า.. ไม่กล้าขยับเท้าหนี

เสร็จละ มันยากตรงไหนกันละเนี่ย

เสียงนุ่มทุ้มว่าไม่จริงจังนัก ก่อนจะแย่งกระเป๋าอีกคนมาสะพายพาดบ่าพร้อมจูงมือเร่งให้เดินไปขึ้นรถ พาสต้าร้องเฮ้ย รีบยื้อกระเป๋าคืนแล้วก็ถูกรุ่นพี่ทำสีหน้าดุๆกลับมาว่า อย่าดื้อ ใส่จนได้..  ภายในเวลาแค่หนึ่งเดือน ภาคินก็ทำตัวเป็นผู้ปกครองของเขาโดยสมบูรณ์แบบไปเสียแล้ว

รถคันดำเคลื่อนที่ออกไปไม่นานก็เจอกับการจราจรที่ติดขัดของเมืองอมรฟ้าอย่างกรุงเทพ

“หนาวก็บอก”

ภาคิณเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุๆปนขำขันด้วยไม่รู้ว่าควรรู้สึกแบบไหนก่อนกัน ที่ดุก็เพราะไม่ชอบไอ้นิสัยขี้ลังเลไม่เด็ดขาด เรียกว่าเป็นคนละพวกกับภาคิณแบบสุดๆ ส่วนที่ขำก็เพราะเห็นคนขี้เกรงใจทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเหมือนอยากจะขอให้เขาเบาแอร์ แต่เพราะรู้ว่าถ้าพาสต้าเป็นคนประเภทขี้หนาว ภาคิณก็เป็นประเภทขี้ร้อน ชนิดว่าต้องเปิดแอร์นอนทุกคืนจนถูกร่างบางเทศน์เรื่องค่าไฟและการลดภาวะโลกร้อน

“ขอบคุณ”

ความเย็นของแอร์ทำให้เสียงแหบแห้งที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวติดจะสั่นหน่อยๆ

พี่ ตอนนี้เราสนิทกันยังวะ

นึกอะไร ทำไมถามแบบนั้น?” พี่คินหันมามองขณะที่ติดไฟแดง

ก็ทีกับคนอื่นพี่ยังเรียกว่าน้อง’เลย

แล้วทีกับเขาทำไมเรียกว่านายๆอยู่นั้นแหละ.. มือเล็กกระชับฮู้ดม่วง ก้มหน้ามองพื้น ไม่กล้าสบตา จะให้พูดตรงๆมันก็ยังไงอยู่ หรือเขาคิดไปเองว่าสนิทกันแล้ว? เพราะสรรพนามที่ภาคินเรียกยังไม่เปลี่ยนไปจากตอนแรกๆที่รู้จักกันเลยสักนิด วันนั้นเขาเห็นตำตาว่ามีรุ่นน้องปีหนึ่งมาขอถ่ายรูป ไอ้พี่คินก็เรียกน้องซะเสียงอ่อนเสียงหวานแถมยังแจกรอยยิ้มไปทั่วจนนึกหมั่นไส้ อยากให้มาเห็นธาตุแท้จริงๆว่านอกจากมุมยิ้มเก่งใจดีทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ ร่างสูงก็แอบกวนบาทาไม่เบา เรื่องนี้พาสต้าฟันธง! ไม่เชื่อก็ลองมาอยู่ด้วยสักเดือนสองเดือนแบบเขาสิ

 “อ่อ..น้อยใจนี่เอง

ใคร!?”

ตกใจจนเผลอเสียงดัง ปากซีดเม้มหากันเน้น ไอกระแอ้มเบาๆพยายามปรับน้ำเสียงให้ดูไม่น่าสงสัย

“ใคร? เปล่าเหอะ!

อย่างเขาเนี่ยนะจะน้อยใจ.. ไม่มีทางภาคินยกยิ้มขำไม่หยุด เอื้อมมือไปยีเส้นผมสีดำขลับจนยุ่งไม่เป็นทรงยิ่งกว่าเก่า

อย่าให้ถึงทีผมนะ

“แล้วจะรอ” ฮึ่ย..โดนแกล้งเข้าให้แล้วไง

อยากให้ฉันเรียกนายว่าน้องเหรอ

ก็อยากนะ.. มันฟังดูสนิทกันดี

อ่อ อยากสนิทกับฉันว่างั้น

ถ้าไม่ติดว่าขับรถอยู่ พาสต้าคิดว่าภาคินคงหันมาทำหน้ากวนประสาทแบบสุภาพใส่แน่ๆ

แต่ถ้าพี่ไม่อยากเรียกก็ตามใจ

นายไม่อยากให้ฉันเรียกว่าน้องหรอก เชื่อสิ

พี่จะมารู้ความคิดผมได้ไง

ทำท่ามั่นอกมั่นใจจนร่างบางต้องย้อนถามความรู้สึกตัวเองอีกรอบ พี่คินเพียงแต่ยิ้มไม่ตอบอะไร ต่างคนต่างเงียบกระทั่งมาถึงที่หมาย ขนาดจองตั๋วล่วงหน้าแล้วพวกเขาก็ยังเข้าเลทไปราวๆสิบนาที

สนุกมากอะพี่ ตอนจบน้ำตาไหลเลย

คนพูดยังตาแดงหน่อยๆ ขยี้จมูกสูดน้ำมูกให้กับหนังที่เพิ่งดูจบไปมาดๆ

เดี๋ยววันหลังมาดูเรื่องนี้กันนะ

ภาคิณมองตามนิ้วที่ชี้ไปยังโปสเตอร์เรื่องเพอร์ซี่แจ๊คสัน

เอาใจนาย

ถึงจะบอกว่าภาคิณชอบทำตัวเป็นผู้ปกครองก็เถอะ แต่ความจริงแล้วพาสต้าก็ถูกตามใจปล่อยจนหลังๆร่างบางเองก็กลัวว่าตัวเองจะเปลี่ยนเป็นคนเอาแต่ใจนิสัยเสีย

 “สมแล้วที่มีแต่คนแนะนำให้มาดู นางเอกแอบชอบพระเอกมาตั้งหลายปี พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้น ถึงตอนสารภาพรักจะผิดหวังแต่ก็ยังรอต่อไป รอจนทำงานแล้วในที่สุดตอนจบสมหวัง

พาสต้ายังพูดไม่หยุด ทำหน้าเคลิ้มไม่เลิก เมื่อนึกถึงความรักอันบริสุทธิ์ของหนังเรื่องสิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก

มันก็สนุกดี แต่มันจะมีจริงหรอก.. ความรักแบบนั้นนะ

ความรักที่รอมาเป็นปีๆ โดยที่รู้ว่าโอกาสสมหวังมันมีน้อยมากๆ

ต้องมีสิ!

มีแต่ในนิยาย ในหนัง ในละคร

ในชีวิตจริงนี่แหละ

เถียงกลับอย่างไม่ลังเล แม้ผมเฝ้าจะบดบังใบหน้า แต่น้ำเสียงที่หนักแน่นทำให้คนฟังเดาไม่ยากว่าร่างบางกำลังพูดด้วยอารมณ์แบบไหน

มันมีจริงๆนะ.. คนที่รักใครสักคนแล้วรอให้เขาหันมารักตอบ ไม่ว่าจะนานเท่าไร แต่เราก็ยังมีความสุข แม้ว่าเราจะไม่เคยได้แม้แต่เศษความรัก ไม่เคยได้อะไรตอบแทนกลับมาเลยก็ตาม!

“...”

เอ่อ ผม.."

หน้าซีด.. เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอขึ้นเสียงใส่อีกคนเข้าซะแล้ว

ผมขอโทษ

เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกล้าๆกลัวๆ ใจตกไปอยู่ตาตุ่ม กรอกตามองพื้นรุกริกเมื่อภาคิณเอาแต่เงียบกริบ ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะดังลั่งออกมาจากปากคนตรงหน้า

นายนี่มัน.. ฮ่าๆๆๆ

ภาคินหัวเราะตัวงอ พาสต้ามองตากระพริบปริบๆ ทำหน้าเอ๋อไปชั่วขณะเพราะไม่รู้ว่ารุ่นพี่ขำอะไร

ขอโทษๆ นอกจากเรื่องดูดวงฉันก็ไม่เคยเห็นนายทำท่าจริงจังแบบนี้นี่ หาดูยากนะ

ร่างสูงพูดไปขำไป ไม่ได้สนใจใบหน้าซีดขาวที่กำลังแดงหน่อยๆเพราะความอายเลยสักนิด!

พี่คิน!

แค่เขาเชื่อว่าความรักมันคือการให้ แล้วมันมีอะไรน่าขำกัน

ยอมแล้วๆ ฮ่าๆ งั้นทำไมนายถึงได้เชื่อแบบนั้นละ?

ไม่บอกหร..

อ่าว พาสต้าเสียงทุ้มที่ดังขัดการสนทนา ดึงความสนใจจากร่างบางให้หันไปมอง แล้วเจ้าของใต้ตาคล้ำก็ต้องเบิกโผลงอย่างตกใจ ริมฝีปากซีดเผลออุทานชื่อคนที่กำลังโบกมือส่งยิ้มมาให้

พี่เชนท์..

ร่างสูงร้อยแปดสิบสามเซนติเมตร ขนคิ้วดกดำเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลที่รับกับจมูกโด่งเป็นสัน ฉับพลันพาสต้าก็รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

ไปไงมาไงนะเรา บังเอิญจังนะ

อะ อ่อ พอดีมาดูหนังกับรุ่นพี่นะครับ

ร่างบางตอบยิ้มๆ ลิ้นพันกันอย่างคนตื่นเต้น มองหน้าคนที่ไม่ได้เจอกันมาพักใหญ่ๆตั้งแต่ที่เขาย้ายบ้านออกไปอยู่ที่อื่น

แล้วพี่เชนท์ละครับมาทำอะไรที่นี้

พี่พาแอลมาเลือกหนังสือนะ อยู่นั่นไง

ความตื่นเต้นนั้นจางหายไปทันทีที่ได้ยินคำตอบ ตามองตามนิ้วที่ชี้ไปยังร้านหนังสือแห่งหนึ่ง ร่างเล็กๆผิวขาวดูบอบบางกำลังกัดริมฝีปากสีแดงระเรื่อของตนเพราะมั่วครุ่นคิดกับการเลือกหนังสือ

พี่เชนท์คบกับพี่แอลนานจังเลยนะครับ

            “ถ้าเป็นไปได้ พี่ก็อยากให้เป็นแบบนี้ตลอดไป

            ใบหน้าคมสลดลง ก่อนจะกลับมาสดใสอีกครั้งเมื่อถูกพาสต้ากระแทกศอกใส่ท้องเบาๆ

            “ก็ทำให้ได้สิครับ อุปสรรคนะมีไว้ให้ข้ามไม่ได้มีไว้ให้ท้อ

            ยังพูดปลอบใจแม้ว่าจะรู้สึกแปลกๆอยู่ก็ตาม คงมีเรื่องอะไรที่ทำให้ชายหนุ่มคิดว่าอาจจะเลิกกับคนรักละมั้ง ผู้ชายกับผู้ชายคบกันใช่ว่าจะเป็นที่ยอมรับของทุกคนนี่นะ แต่ว่า.. ในสายตาของพาสต้าสองคนนั้นก็ยังดูเหมาะสมกันจริงๆ

            “ขอบคุณมากนะ งั้นพี่ไปก่อนละ

            “ครับ ว่างๆก็มาเที่ยวหาผมบ้างนะ

            คนพูดโบกมือลา มองแผ่นหลังกว้างเดินเข้าไปหาคนรักตัวจริงแล้วก็แอบลอบถอนหายใจเบาๆ

            “เพราะผมยังคงเชื่อว่าความรักคือการให้ แม้ว่าบางครั้งเราอาจจะรู้สึกอยากได้อะไรคืนมาบ้างก็ตาม นั่นคือคำตอบที่เด็กหนุ่มติดค้างไว้เมื่อครู่

            “พาสต้า

            “ครับ?” หันไปมองคนที่อยู่ๆก็เรียกชื่อเต็มเขาอย่างแปลกใจ

            “คนนี้เหรอ ที่ทำให้นายเชื่อแบบนั้น

            พาสต้าชะงัก เผลอเม้มปากทุกครั้งที่เจอคำถามตรงๆไม่ทันให้เขาได้ตั้งตัว สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วถอนหายใจอย่างแรง

            “อืม ผมแอบชอบพี่เชนท์มาตั้งแต่เด็กแล้ว

            “...”

            “แต่เขาคิดผมแค่น้องวะ แล้วเขาก็มีแฟนแล้วด้วย คนนั้นไง

            ร่างบางใช้สายตาชี้แทนนิ้วให้ภาคินมองตาม ภาพคนสองคนที่ดูรักกันดีทำเอาเกิดอาการอิจฉาขึ้นมานิดๆ

            “แล้วไม่คิดจะแย่งหรือไง

ร้ายกาจ!  พาสต้าหันควับมองภาคินงงๆมึนๆ ถึงจะแอบมีจี๊ดๆบางก็ตามแต่ตอนนี้สาบานว่าเขาไม่ได้ชอบพี่เชนท์มากเหมือนเมื่อก่อนแล้วสักหน่อย

            “โหยพี่ ผมทำใจได้ตั้งนานแล้ว

            “ทำไมต้องทำใจ ถ้าชอบมากก็แย่งเลยสิ

ภาคินพูดเสียงแข็งหน้าตาย โหมดตัวร้ายสลับกับพระเอกแล้วใช่ไหม..  

            “ผมไม่ได้จะพูดอะไรให้ฟังดูโลกสวยนะพี่ แต่ว่าแค่เห็นเขามีความสุขผมก็โอเควะ แล้วพี่แอลเขาก็เป็นคนดี ไม่ได้ร้ายกาจแว้กๆแบบในละครด้วย

            พาสต้าพูดติดตลก แต่ภาคินดูจะไม่มีอารมณ์ร่วมด้วย กลับมองหน้าเขานิ่งๆซะงั้น

            “แล้วพี่ละ เคยมีความรักที่รู้สึกว่ามันคือการให้โดยไม่หวังอะไรทำนองนี้หรือเปล่า

            สีหน้าตึงๆจางหายไปแล้วแทนที่ด้วยสีหน้าที่ดูมีความสุขขึ้นหน่อยๆ..โอ๊ะ โอ หมายความว่าไงกัน!

            “ไม่เคย

            “โกหกวะพี่คินเขาทันเห็นไอ้สีหน้าเมื่อกี้นี้นะ!

            เป็นแค่หมอดู อ่านความคิดฉันได้ด้วยเหรอ

            ภาคินยกยิ้ม ก่อนจะผลักหัวถุยอย่างแรงแล้วเดินหัวเราะหนีไป..กลับมาตอบคำถามก่อนเซ่!

 

 

 

 

รักแท้รักที่อะไร ตับไตไส้พุง..หรือรักกางเกงที่นุ่ง ว่าดูสวยดี?

 

 

 

 

            ผมไปด้วย

            พาสต้ายกมือบอกรุ่นพี่อย่างตรินขณะที่กำลังชวนคริสมาสไปบ้านเลี้ยงแมวกำพร้า หรือที่เรียกสั้นชื่อ ๆ ว่า บ้านย่าหม่อนซึ่งตอนนี้สมาชิกจากตึกร้างที่เขาเจอกับพี่คินในวันนั้นได้ย้ายเข้าไปอยู่อาศัยมาเดือนกว่าๆแล้ว 

วันนี้พี่ภาคินไม่มารับมึงเหรอ

เออ.. อ๋อ ฮ่าๆ

หัวเราะกลบเกลื่อนชัดๆ.. ตรินถอนหายใจหนักเมื่อเห็นรุ่นน้องขำเสียงดังอย่างไม่มีเหตุผล สงสัยไม่รู้จะตอบยังไงดีสิท่า

            “จะว่าไป ช่วงนี้ไม่เห็นไปไหนมาไหนกับพี่ภาคิน ทะเลาะกันหรือไง

            โจ้.. รุ่นพี่ปีสาม หนึ่งในสมาชิกชมรมจิตอาสาหันมาถามด้วยอีกคน ก่อนจะต้องร้อง แอ๊ก! ออกมาเพราะโดนศอกคริสมาสกระทุ้งใส่ท้องเต็มแรง

            “ให้น้องมันไปด้วย แค่สี่คนไม่วุ่นวายอะไรหรอก

            ประธานชมรมบอกเสียงเรียบ ส่งสายตากดดันมองโจ้เป็นการบอกใบ้ไม่ถามเรื่องพี่รหัสของตนอย่างภาคินอีก ก่อนจะเดินนำไปที่รถกะบะตริน ที่แทบกลายเป็นรถปประจำชมรมไปแล้ว

           พาสต้าลอบถอนหายใจโล่งอก ไม่รู้จะหาคำตอบไหนมาให้รุ่นพี่จริงๆ ครั้งล่าสุดที่ภาคิณหัวเราะกับเขานะคือหลังจากดูหนังเสร็จ.. ทั้งที่ไม่ได้ทะเลาะกันเลยแท้ๆ แต่เช้าวันต่อมาภาคินกลับเงียบ ไม่ยอมพูดยอมจากับเขา

            ไม่ต้องรอ

ภาคินบอกแค่นี้ ทำให้นอกจากนั่งรถด้วยบรรยากาศเงียบๆไปเรียนในตอนเช้าแล้ว ตกเย็นพาสต้าก็ไม่เคยกลับบ้านกับพี่คินอีกเลย มันน่าอึดอัดเป็นบ้า! เพราะไม่รู้ว่าตัวเองเผลอทำอะไรผิดไป นี่ก็เหลือเวลาแค่สองอาทิตย์ก็จะครบกำหนดที่มาเป็นพ่อบ้านแล้ว ถ้ายังไม่ปรับความเข้าใจพาสต้ากลัวจริงๆว่าจะกลายเป็นคนไม่รู้จักกันไป..

เวลาแค่เดือนกว่าๆ.. ทำเขารู้สึกผูกพันจนไม่อยากให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดได้ขนาดนี้เชียวเหรอ?

อาการดีขึ้นเยอะแล้วค่ะ พี่เก๋ก็เพิ่งไปพาไปตรวจอาการเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง

หญิงสาววัยสามสิบต้นๆบอกโจ้ที่เดินเข้าไปสำรวจแมวตัวหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บ มีร่องรอยการถูกฟันหลายแผล

นี่ดีนะคะ ที่น้องพาไปรักษาทัน ไม่งั้นคงไม่มีชีวิตรอดมาซนจนถึงทุกวันนี้หรอก

 หญิงสาวหันมายิ้มให้คริสมาส ลูบหัวน้องแมวที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นมากแล้ว ตอนแรกที่คริสมาสเจอก็อยู่ในสภาพไม่สู้ดีนัก นอนหายใจรวยรินอยู่ข้างทาง

            “แล้วค่าใช้จ่ายต่างๆยังพอมีไหมครับ

            ตรินถาม เพราะครั้งล่าสุดที่เอาเงินบริจาคของชมรมมามอบให้ก็หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้แล้ว

            “อืม จริงๆแล้วเมื่อเร็วๆนี้ทางบ้านก็มีผู้ใจบุญท่านหนึ่งบริจาคเงินให้อยู่เรื่อยๆอยู่นะคะ เงินไม่ใช่น้อยๆทางบ้านเลยหมดห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายแต่ยังห่วงเรื่องที่อยู่ของน้องแมวมากกว่า ว่าจะมีใครสนใจรับไปเลี้ยงไหม

            พากันมองหน้าอย่างสงสัย ก่อนที่โจ้จะถามออกไป

            “ใครเหรอครับ

            “เขาบอกว่าเขาชื่อ.. ไอสไตน์

            ห๊ะ.. อัลเบิร์ต ไอสไตลน์น่ะเหรอ?

เปลี่ยนจากนักวิทยาศาสตร์มาเป็นผู้อนุรักษ์แมวตั้งแต่เมื่อไหร่วะ

โจ้หันมาถามงงๆ ก่อนที่จะโดนตรินตบหัวเหม่ง ๆ ดังเพี้ยะ

เขาตายไปนานแล้วเว้ย

ตรินส่ายหัวอ่อนใจ แล้วชวนคริสมาสไปดูแมวตัวอื่นๆต่อ สักพักก็กลับเพราะยังมีโปรเจคสารพัดที่ต้องส่งก่อนวันสอบ ร่างบางจึงขอตัวแยก นั่งรถเมล์กลับหลายต่อทีเดียวกว่าจะถึงคอนโดเฉียดฟ้า พอใช้คีย์การ์ดเปิดประตูเข้าไป ในห้องก็มีเพียงความเงียบอย่างที่คิดเอาไว้

- - ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆเคลื่อนไหว..

เอาละ สวัสดีห้องครัว ได้เวลาอาบน้ำล่ะนะ

น้ำเสียงประชดประชัดเมื่อนึกคนที่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยจะกลับห้อง นี่มันห้องเขาหรือห้องใครกัน ไม่กลัวว่าเขาจะขโมยของบ้างเลยหรือไง? จะบ่นแค่ไหนสุดท้ายก็แต่ได้ถอนหายใจ เริ่มต้นลงมือทำความสะอาดตั้งแต่ห้องครัว ห้องน้ำ ยันห้องนั่งเล่น ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นห้องนอนภาคิณที่ย้ำนักย้ำหนาว่าห้ามยุ่งโดยเด็ดขาด

ห้องมีความลับอะไรนักหรือไงนะ

ปากซีดพึมพ่ำกับตัวเอง มองนาฬิกาบอกเวลาสองทุ่ม ปกติภาคินจะกลับมาสี่ทุ่มนั่นทำให้เกิดความคิดอาจหาญขึ้นมา

โอ้โห ใครว่าเด็กสถาปัตสกปรก ห้องเรียบร้อยสุดๆเลยไม่ใช่หรือไง

บนโต๊ะมีหนังสือวางเป็นระเบียบ ผ้าห่มพับไว้อย่างดี ไม่มีเสื้อผ้ากองให้พื้นเกะกะ! พาสต้าสำรวจห้องจนพอใจก็ลงมือกวาดๆถูๆจนเสร็จ แล้วยืนมองผลงานของตัวเองอย่างพอใจ ทว่า.. สายตาก็สะดุดเข้ากับกุญแจที่ล็อกช่องใส่ของใต้เตียง

อ่าว ไม่ได้ล็อกนี่

พาสต้าเอื้อมมือลอง ๆ ดึงแม่กุญแจ ปรากฏว่ามันแค่คล้องเอาไว้เฉย ๆ แล้วก็แอบละอายใจขึ้นมาเมื่อคิดว่าตัวเองกำลังพยายามทำอะไร นี่เขากลายเป็นคนสอดรู้สอดเห็นตั้งแต่เมื่อไหร่กันละเนี่ย?

พี่คินผมขอดูหน่อยนะตะโกนถามทั้งที่ตัวจริงไม่อยู่

เอาสิ.. ไม่หวงอยู่แล้ว

แล้วเลียนเสียงนุ่มทุ้มๆของภาคินตอบกลับ หลอกตัวเอง ช่วยลดความรู้สึกผิดไปได้เล็กนิด พอเปิดออกมาก็พบเพียงกล่องสีขาวใบใหญ่ที่ดูเก่าๆใบหนึ่ง

ลายมือแบบนี้.. ใช้เท้าเขียนแน่ๆ

แอบหัวเราะเจ้าของลายมือยึกๆยักๆเหมือนไก่เขี่ยที่ฝากล่อง เป็นข้อความที่ใช้ดินสอเขียนเอาไว้ว่า กล่องใบนี้มีความคิดถึง โอ้โห.. สงสัยจะเป็นความรักในความทรงจำอันแสนหวาน

จะทำอะไร

            “เฮ้ย!

            ร่างบางตกใจจนเผลอปัดกล่องนั่นทิ้งอย่างแรง ภาคินหันมองดุๆ รีบเข้ามาเก็บกล่องที่ตะแคงข้างเปิดออกหน่อยๆ เอาไปไว้ที่เดิมพร้อมล็อกกุญแจแน่นหนา

            “เข้ามาทำอะไรในนี้

            “ผะ ..ผม เอ่อ แค่เข้ามาทำความสะอาด สั่น.. สั่นทำไมล่ะเสียงจ๋า

บอกแล้วไง ว่าไม่ต้อง

ผมขอโทษ

หน้าจ๋อย เสียงอ่อย.. ปฎิเสธไม่ได้ว่าเขาผิดเต็มๆ ถ้าภาคิณจะโกรธเขาก็ไม่แปลกใจเลย

ไม่เป็นไร

น้ำเสียงนั้นอ่อนลง พาสต้าแอบโล่งใจหน่อยๆ ว่าแต่..นี่มันเพิ่งสองทุ่มกว่าๆเองนะ

ทำไมวันนี้พี่คินกลับเร็วนักล่ะ

“ถ้าไม่กลับมาเร็วจะทันเห็นนายทำอะไรแบบนี้เหรอ”

สะอึก.. ได้แต่ยิ้มแหย่ๆ แต่แล้วก็เห็นรอยยิ้มติดตลกของอีกฝ่ายขึ้นมา

ลืมของ

ภาคินบอกพรางยกกล่องของขวัญที่ห่อไว้อย่างดีให้ดู

อ่อ พี่จะไปงานวันเกิดเหรอ

อืม

มิน่า แต่งตัวซะหล่อกว่าปกติเลย

ภาคินไม่ได้แต่งเวอร์อะไรหรอก แค่เสื้อยืนกางเกงยีนส์ธรรมดา แต่ออร่าความหล่อมันทะลุเสื้อซะจนพาสต้าอิจฉา ก็ดูเขาสิ.. ไม่เคยมีแฟนกับใครเขาสักคน

แล้วนี่จะออกไปเลยเหรอ

อืม

อาการหนาวเน๊าะ

“...”

“...”

ฮ่าๆ

หัวเราะกลบเกลื่อน.. บอกว่าอาการหนาวแต่ตัวเองกลับเหงื่อแตกพลั่กๆ พาสต้าไม่ชอบบรรยาศการประมาณ ทั้งที่มีคนแต่ห้องกลับเงียบเลย ไม่รู้จะคุยอะไรดี หรือเขาควรถามตรงๆดีว่าเขาทำอะไรผิดถึงได้ทำตัวห่างเหินกันขนาดนี้

เดี๋ยวพี่ตะโกนเรียกไว้เมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะเดินออกไป

อะไร

พี่โกรธผมเหรอ

“...”

ภาคินเงียบ..พาสต้าจึงเงียบด้วยไม่รู้ว่าควรจะเอายังไงต่อดี

เปล่า นายไม่ได้ทำอะไรหรอก

เอ้า..แล้วเย็นชาใส่ผมทำไมครับคุณ?พาสต้ากระพริบตางงๆ มองคนตรงหน้าที่อารมณ์แปรปวนชวนสงสัย

ไปงานวันเกิดด้วยกันไหม

พี่คินชวนผมเหรอ?คนถามตาโต

ในห้องก็มีนายอยู่คนเดียว ฉันคงจะชวนเก้าอี้ไปมั้ง

คำตอบกวน ๆ ไม่ได้ทำให้พาสต้าหงุดหงิด กลับจะดีใจด้วยซ้ำที่อีกฝ่ายกลับไปเป็นแบบเดิม ชวนไปงานวันเกิดแบบนี้แสดงว่าบรรยากาศอึกครึมระหว่างพวกเขากำลังหายไปใช่ไหม?

ตกลงนายจะไปเหรอเปล่า

ภาคินถามย้ำ ร่างบางเลยรีบหยักหน้างึกๆ ตอบออกไปเสียงดังฟังชัดว่า..

ไป!

โอกาสดีๆแบบนี้พาสต้าไม่พลาดนะครับ

 

 

 

ความคิดเห็น