ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ธ.ค. 2563 13:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
4
แบบอักษร

ระหว่างที่อู๋จิงยังหางานทำไม่ได้เขาก็ถูกมารดาจับมาหัดปักผ้าและทำอาหาร นอกจากนั้นก็รดน้ำผักและเลี้ยงสัตว์กับอาจื่อก่อนที่เด็กหนุ่มจะออกไปทำงานที่โรงเตี๊ยม ส่วนอาหยวนออกเดินทางไปต่างเมืองกับเถ้าแก่ร้านผ้าเพื่อไปค้าขายอีกนานกว่าจะกลับ หลังจากให้อาหารสัตว์แล้วอู๋จิงก็คว้าตะกร้าออกไปตลาดเพื่อซื้อกับข้าว ผ่านมาหนึ่งเดือนร่างกายและจิตใจของเขาฟื้นฟูขึ้นมาก จากชายหนุ่มหน้าตาอมทุกข์ซูบผอมก็กลับมาเปี่ยมสง่าราศีของบัณฑิต ผิวพรรณขาวสะอาดผิดแผกจากชาวบ้านทั่วไปทำให้เป็นที่นิยมลับๆของสตรีและบุรุษในเมือง อีกทั้งชายหนุ่มพูดจาไพเราะ กริยาท่าทางสุภาพจึงเป็นที่เอ็นดูของผู้เฒ่าผู้แก่ หลายคนถึงกับแนะนำบุตรหลานให้กับเขาแต่อู๋จิงก็ยิ้มและปฏิเสธอย่างสุภาพเท่านั้น 

"ตอนนี้ข้ายังไม่อาจดูแลผู้ใดให้มีความสุขได้ ขออภัยที่ต้องรานน้ำใจท่านป้าเสียแล้ว" อู๋จิงกล่าวกับแม่ค้าขายปลาในตลาดที่นำเสนอบุตรสาวของนาง 

"เฮ้อ เจ้าพูดขนาดนี้ข้ายังจะทำสิ่งใดได้เล่า คิดว่าเสียว่าบุตรสาวของข้าไม่มีวาสนาผูกด้ายแดงกับเจ้าก็แล้วกัน" นางถอนหายใจด้วยความเสียดาย อู๋จิงกล่าวลาแล้วเดินกลับบ้าน เขาเปลี่ยนเส้นทางไปใช้อีกถนนหนึ่งเพราะคิดจะไปหางานทำ ถนนกวงจื่อเป็นถนนสายปัญญาชน เต็มไปด้วยร้านจำหน่ายตำราและเรื่องเขียน รวมไปถึงโรงน้ำชาที่เหล่าบัณฑิตและคนหนุ่มสาวไปพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เขาหวังว่าอาจจะพอมีร้านค้าในย่านนี้มีงานให้เขาทำบ้าง  

อู๋จิงประสบความสำเร็จในร้านที่สามที่เขาไปถาม เถ้าแก่ทดสอบเขาด้วยการเขียนอักษร เมื่อเห็นว่าตัวอักษรของเขาเข้มแข็งอ่อนโยนแฝงกลิ่นอายของบัณฑิตจึงตกลงจ้างเขาทันที อู๋จิงหอบตำรากลับบ้านด้วยความดีใจ เขาแวะซื้อหมึกและพู่กันมาหลายด้าม เถ้าแก่ให้ค่าคัดลอกถึงเล่มละ 1 ตำลึงเพราะตำราเหล่านี้มีราคาแพงและเป็นที่นิยม เมื่อถึงบ้านเขารีบนำของไปเก็บและมาเล่าให้มารดาฟังด้วยความดีใจ หลังรับประทานอาหารเย็นชายหนุ่มรีบขอตัวไปคัดตำราทันที เขารักการเล่าเรียนมาก การได้คัดลอกตำราก็เป็นการทำให้คลายความคิดถึงความสุขในอดีตไปส่วนหนึ่ง 

แสงตะเกียงจากห้องพักของอู๋จิงส่องสว่างอยู่จนดึก อู๋เชียมองจากห้องของนางแล้วยิ้มอย่างจนใจ คงต้องปล่อยให้บุตรชายของนางทำในสิ่งที่เขารักเท่านั้น นางปิดหน้าต่างแล้วดับเทียนในห้องตนเอง 

อู๋จิงคัดลอกตำราได้ 5 เล่มด้วยเวลาเพียง 10 วัน เขารวบตำราทั้งหมดใส่ห่อผ้าเตรียมเอาไปส่งเถ้าแก่รวมกับงานปักผ้าของมารดาที่จะนำไปส่งร้านผ้าในตลาด 

"ระวังตัวด้วยนะลูก" อู๋เชียสั่ง นางยังกังวลว่าจะบุตรชายถูกสังหารเพื่อปิดปาก 

"ครับท่านแม่ ข้าจะระวัง" อู๋จิงรับปากสะพายห่อผ้าไว้ด้านหน้าแล้วอุ้มไว้ เขาเดินมุ่งไปยังร้านผ้าก่อน เจ้าของร้านตรวจดูความเรียบร้อยอย่างพอใจแล้วส่งเงินค่าจ้างให้ อู๋จิงขอบคุณเก็บเงินไว้ในถุงผ้าใบเล็กที่มารดาปักให้ผูกไว้กับผ้าคาดเอวแล้วเปลี่ยนเส้นทางไปยังร้านจำหน่ายตำรา ขณะกำลังใช้เส้นทางลัดผ่านตรอกแห่งหนึ่ง เขาก็เห็นอันธพาลสามคนกำลังรีดไถเงินหญิงชราอยู่ อู๋จิงรีบตะโกนด้วยไหวพริบ 

"ท่านนายกอง ทางนี้มีโจรปล้นทรัพย์" อู๋จิงตะโกนสุดเสียงทำพวกอันธพาลสะดุ้งปล่อยมือจากหญิงชรา อู่จิงจึงตะโกนซ้ำทำเอาพวกมันรีบหนีไปอีกฝั่ง รอจนพวกอันธพาลลับตาไปแล้วชายหนุ่มจึงรีบเข้าไปประคองหญิงชรา 

"ท่านป้าเป็นอะไรหรือไม่" 

"ข้าเจ็บขายิ่งนัก" หญิงชราร้องโอดโอย นางถูกผลักจนล้มลงทำให้ยืนไม่ไหว 

"เช่นนั้นท่านขี่หลังข้าเถิด ข้าจะไปส่งท่านที่บ้านเอง หรือท่านต้องการให้ข้าพาไปแจ้งความก่อนก็ได้" อู๋จิงหญิงชราขึ้นหลัง  

"เจ้าช่างมีน้ำใจนัก พวกมันได้เพียงเศษเงินเพียงเล็กน้อยไม่จำเป็นต้องไปแจ้งความ รบกวนเจ้าพาข้าไปส่งบ้านเถิด" หญิงชราขอร้อง 

"รบกวนท่านบอกทางด้วย" อู๋จิงเดินออกจากตรอกไปส่งหญิงชราที่บ้านของนางซึ่งอยู่คนละฟาก เขามิได้ปริปากบ่นอันใด เมื่อไปถึงบ้านของนางเขายังแบ่งเงินให้นางส่วนหนึ่ง 

"ข้าจะรับเงินนี่ไว้ได้อย่างไร" นางผลักเงินคืนมา 

"ท่านรับไว้เถอะ ถูกอันธพาลชิงเงินไปท่านย่อมลำบาก นี่เป็นเพียงเงินเล็กน้อยเท่านั้นอย่าได้เกรงใจ" อู๋จิงยิ้มอ่อนโยน หญิงชรากำเงินในมือมองชายหนุ่มด้วยสายตาลึกซึ้ง  

"เช่นนั้นข้าก็ไม่เกรงใจแล้ว มิทราบว่าข้าขอทราบนามของเจ้าได้หรือไม่"  

"ข้ามีนามว่าอู๋จิง อาศัยที่กับมารดาที่ท้ายเมืองฝั่งใต้ ข้ายังมีธุระอื่นขอท่านป้าถนอมตัว" อู๋จิงเห็นมีคนจากด้านในออกมารับหญิงชราก็วางใจ ประสานมือคารวะขอตัวจากไป 

"นายหญิง รีบเข้าไปด้านในเถิดขอรับ ท่านหนีไปเดินเล่นมาอีกแล้วใช่ไหมขอรับ" บ่าวที่ออกมาได้รับสัญญาณจากหญิงชราจึงยืนรอเงียบๆ ยามเมื่ออู๋จิงจากไปจึงเผยความกังวลออกมา 

"เรื่องแค่นี้เอง เจ้าก็อย่าได้ตกใจมากไป" หญิงชราเดินเข้าบ้านปราศจากอาการบาดเจ็บโดยสิ้นเชิง บ่าวหนุ่มได้แต่ส่ายศีรษะ ปิดประตูตามหลังนาง 

อู๋จิงบ่ายหน้าไปยังร้านจำหน่ายตำราแต่เกิดฝนตกลงมา เขาจึงอาศัยชายคาบ้านแถวนั้นหลบฝน ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยามฝนจึงหยุดทิ้งไว้เพียงถนนอันเฉอะแฉะ ชายหนุ่มประคองตัวไม่ให้ลื่นล้มไปได้จนถึงหน้าร้าน ขณะจะก้าวเข้าไปก็มีสตรีสาวนางหนึ่งเดินออกมาโดยไม่มองทางทำให้ชนกันเข้าจนอู๋จิงหงายหลังตกลงไปในแอ่งโคลน 

"อี๊ สกปรก" สตรีสาวชักสีหน้าใส่ อู๋จิงไม่พูดอะไร คนที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาประคองเขาลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มรีบตรวจสอบตำราในห่อผ้า เมื่อพบว่าไม่มีส่วนใดเสียหายก็ถอนหายใจด้วยความโล่งใจ 

"เจ้าคนชั้นต่ำ คิดจะกรรโชกทรัพย์จากข้าอย่างนั้นรึ" นางเห็นท่าทางของอู๋จิงชวนให้เข้าใจผิด จึงกระชากเสียงใส่ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะโต้ตอบ ก็มีเสียงทุ้มใหญ่กล่าวขึ้น 

"ตานเอ๋อ เกิดอะไรขึ้น" ร่างสูงใหญ่ของบุรุษเพศแฝงกลิ่นอายกดดันจนอู๋จิงอึดอัด สตรีสาวรีบหันไปฟ้องทันที 

"พี่ซิน ชายคนนี้ชนข้าแล้วยังเรียกร้องค่าเสียหายอีก" จู้ซวี่ตานมองอู๋จิงด้วยสายตาเหยียดหยาม เยี่ยซินจื่อมีสีหน้าราบเรียบ หยิบเงินมาห้าตำลึงยัดใส่มืออู๋จิง 

"แค่นี้คงพอค่าเสียหาย เราไปกันเถิด" คนประคองสตรีจากไปก่อนที่อู๋จิงจะได้แก้ความเข้าใจผิดของผู้อื่น

"คุณชายอู๋ ท่านอย่าได้คิดมาก เงินจำนวนนั้นก็เก็บไว้เถิดอย่างน้อยก็สามารถซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ได้ นายท่านเยี่ยไม่สนใจเงินจำนวนนั้นหรอก" ลูกจ้างของร้านจำหน่ายตำราวิหกโผบินที่อู๋จิงนำของมาส่งกล่าวขึ้น 

"อ่า.. งั้นข้าต้องรบกวนเจ้านำตำราไปให้เถ้าแก่แล้ว ข้าตัวเลอะเช่นนี้พลอยจะทำให้ร้านของเจ้าเลอะเทอะไปด้วย"

"รบกวนคุณชายรอสักครู่" ลูกจ้างรับห่อผ้าเดินหายเข้าไปด้านใน

"พ่อหนุ่มมาล้างตัวทางนี้มา อย่าได้ใส่ใจคำพูดของคุณหนูจู้เลย พวกเรารู้กันดีว่านางเป็นคนเช่นไร มีแต่นายท่านเยี่ยเท่านั้นที่ไม่รู้นิสัยนาง" บ่าวโรงน้ำชาใจดีเรียกอู๋จิงไปด้านข้าง มีถังไม้บรรจุน้ำอยู่พอให้ทำความสะอาดร่างกายได้

"พ่อหนุ่มคงเพิ่งมาอยู่ไม่นานถึงไม่รู้จักนายท่านเยี่ยซินจื่อและคุณหนูจู้ซวี่ตาน ทั้งคู่เป็นคนรักกัน คุณหนูจู้เป็นธิดาคนเดียวของท่านเจ้าเมืองจึงมีนิสัยเอาแต่ใจ นางจะอ่อนหวานสำหรับคนที่นางคิดว่าคู่ควรเท่านั้น ส่วนนายท่านเยี่ยก็เป็นถึงวาณิชหลวงทั้งที่อายุยังน้อย มีนิสัยเย็นชาไม่เห็นศีรษะผู้ใด" คนพูดไปเรื่อยจนอู๋จิงล้างตัวเสร็จ

"ขอบคุณท่านป้ามาก ข้ามิได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนั้นแต่อย่างใด" อู๋จิงกล่าวลา เดินกลับไปก็เจอลูกจ้างของร้านวิหคโผบินยืนรออยู่พร้อมตำราเล่มใหม่และถุงเงิน

"เถ้าแก่ชอบลายมือของท่านมากเลย นี่เงินค่าจ้างและตำราเล่มใหม่ ที่จริงเป็นนิยายที่คุณหนูในห้องหอนิยมอ่านกันมากเลยล่ะ นี่เป็นต้นฉบับเล่มสุดท้ายแล้ว เถ้าแก่บอกว่าหากคุณชายอู๋คัดลอกเสร็จก็นำมาส่งได้เลย ไม่ต้องรอให้คัดลอกได้หลายๆเล่ม"

"เข้าใจแล้ว ฝากขอบคุณเถ้าแก่ด้วย ข้ากลับก่อนล่ะ" อู๋จิงรับของมานับว่าลูกจ้างผู้นี้รอบคอบมากที่ห่อตำราด้วยกระดาษเคลือบน้ำมันอย่างดี ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะเลอะหรือเปียกน้ำหากฝนตกลงมาอีกครั้ง

เมื่อกลับมาถึงบ้าน อู๋จิงรีบผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไปหามารดาแล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ให้นางฟัง

"ดีแล้วล่ะลูก ที่ช่วยหญิงชรานางนั้น ส่วนเงินห้าตำลึงที่นายท่านผู้นั้นให้มาลูกจงเก็บไว้จะทำอย่างไรกับมันก็แล้วแต่ความต้องการของเจ้า" อู๋เชียกล่าว ปกตินางเป็นคนใจบุญ ถึงตอนนี้จะยากจนก็ยังมีน้ำใจให้ผู้อื่น

"ขอรับท่านแม่"

 

พระเอกเราค่าตัวแพ๊งแพง นางพูดน้อยกว่าตัวประกอบ a b c v อีก 555

ช่วงฮาร์ดเซลล์ 

ได้เวลาแห่งความสนุกแล้ว😄😄😄 

เปิดจอง 'ร้านสารพัดนึก' จำปีหอมเขียน ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 

ราคารวมส่งลงทะเบียน 499 บาท 

🌸เปิดจอง 20 พฤศจิกายน 2562 - 31 มกราคม 2563🌸 

🌼หนังสือจัดส่ง 25 กุมภาพันธ์ 2563🌼 

สั่งจองได้ที่ 

🌺เพจ ตะวันวาย 

🌺Line@tawan9645 

🌺เวปไซต์ของสนพ. 

https://tawanpreampree.com/…/%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0… 

👄50 ท่านแรกรับของที่ระลึก 

👄 

ความคิดเห็น